เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Heart 05 : ทอฝัน-Inn-ทอฝัน 2

ชื่อตอน : Heart 05 : ทอฝัน-Inn-ทอฝัน 2

คำค้น : Warm Heart, พี่อิน,ทอฝัน,รัก,ฟิน,ไม่ดราม่า,แม่ผัว,ลูกสะใภ้,

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 722

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2562 11:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 05 : ทอฝัน-Inn-ทอฝัน 2
แบบอักษร

ทว่า..เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ทอฝันของผมกำลังจ้องมาตาไม่กะพริบแล้วไง โกรธที่ผมไปช่วยคนอื่นหรือเปล่านะ แต่เมื่อกี้ผมก็ขอเธอแล้วนี่นา 

“แหม...ทำหน้าตาแบบนี้ พี่อินโดนสาวๆ จีบมาแน่เลย”  

เธอรู้ได้ยังไง?  

“ลองกลับมาช้าอีกนิดสิ หมดโควตารอ ฝันจะให้คุณลุงแบกฝันไปแทนกระเป๋าเป้พี่อินเลยคอยดู”  

ผมได้แต่ยิ้มเขินๆ เมื่อโดนฝันดุต่อหน้าไกด์และคนแบกหาม คุณลุงทั้งสองคนก็แอบขำผมเหมือนกัน คาดว่าคุณลุงคงชวนฝันเดินต่อแล้วล่ะ แต่เธอไม่ไปเพราะรอให้ผมเป็นคนพาไปแทน 

“แบกฝันไปเลย ฝันไม่ยอมแค่เกาะแขนซ้ำรอยเดิมกับคนอื่นหรอก”  

ฟังดูแล้วเหมือนโมโหผมมากนะ แต่พอมองให้ชัดอีกทีเหมือนงอนนิดๆ และอยากอ้อนมากกว่า ผมจึงย่อตัวลงและให้ฝันขี่หลังแต่โดยดี 

‘พี่ไม่เคยยอมใครแบบเต็มใจขนาดนี้มาก่อนเลยฝัน’  

“ถ้ากลับกรุงเทพ ฝันจะไปซื้อรองเท้าและอุปกรณ์สำหรับเดินป่ามาเตรียมไว้ ดูๆ แล้วพี่อินคงพาไปลุยอีกหลายยอดดอยในประเทศไทย”  

‘ก็พูดเกินไป ทริปนี้ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับคนมีคู่ไง ก็เลยมีแต่เรื่องลุยป่า’  

“จะไปโยคะให้ร่างกายยืดหยุ่น จะไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกายวันละสี่ชั่วโมง”  

เฮ้อ สงสัยอยู่บนหลังผมมันสบายเกินไปถึงพูดไม่หยุดเลย ขนาดผมยังอยากยกมือปิดหู อย่าถามถึงไกด์เลยครับ เดินนำลิ่วไปรอด้านหน้านู่นแล้ว 

“แต่ก่อนจะไปต้องให้คนแถวนี้ชวนก่อน ไม่แน่ใจว่าทริปหน้าเขาอาจชวนสาวๆ ไปแทนเราก็ได้”  

‘ประชดเก่ง’  

“คงยากหน่อยนะ เพราะทอฝันเกาะแล้วไม่มีปล่อยจ้า กรี้ด!”  

‘หวังว่าจะเลิกบ่นสักทีนะ’ ผมเอี้ยวตัวไม่มองหน้าคนที่กรี้ดจนป่าแทบแตกและก็ได้สายตามองค้อนกลับมา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเงียบกริบ  

‘หึ พี่อินยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่แกล้งลื่นนิดเดียวเอง’ แต่กอดคอแน่นแบบนี้ผมว่าไม่ใช่แค่กลัวตกแล้วล่ะ ฝันต้องแกล้งเอาคืนผมแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แน่ๆ รอให้พ้นทางลำบากนี้ก่อนเถอะ ไม่เอาคืนทันทีก็ต้องมีเรื่องเคลียร์กันยาวๆ  

ถามว่ายาวแค่ไหน ก็ตั้งแต่ขี่หลังมาจนถึงจุดหมาย ฝันก็ยังไม่ยอมลง ผมจึงต้องแบกเธอไว้แบบนี้  

‘ไม่รู้นะว่าคิดอะไรในใจ แต่ไม่จำเป็นต้องกอดคอพี่แน่นขนาดนี้เลยฝัน’  

ผมส่ายหน้าเบาๆ และย่อตัวให้ฝันลงเพราะจำเป็นต้องลงแล้วล่ะ จะมาแบกกันขึ้นบันไดอีก ผมคงได้ตายก่อนขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนสุดนะ 

“หูย ใจดีจัง แบกฝันมาตั้งสองร้อยเมตร”  

‘ไม่ได้ใจดี แต่พี่โดนบังคับ’ คราวนี้ผมเลือกพิมพ์บอกเธอไป ไม่ใช่แค่การแอบตอบโต้ในใจเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ฝันสนใจผมซะที่ไหน พออ่านเสร็จก็ทำหน้าเฉยๆ ให้ผม จากนั้นก็เอาแต่ยืนชมความสวยงามของธรรมชาติ กางเขนทั้งสองข้างออกและหมุนรอบตัวเองจนครบ 360 องศา 

ให้มันได้อย่างงี้สิ! แสบตลอดเวลาจริงๆ  

“เฮ้อ ถ้ารู้ว่าปลายทางสวยงามแบบนี้ตั้งแต่แรก ฝันคงมีแรงเดินอีกเยอะเลย”  

‘…’  

“ถ้าพี่อินบอกนะ ฝันคงไม่ใช้แรงงานพี่อินหรอก”  

ปล่อยให้ฝันยืนบ่นคนเดียวอยู่ตรงนั้น ส่วนตัวเองก็เดินไปหาไกด์ที่นั่งรอตรงโต๊ะไม้ซึ่งเป็นจุดสำหรับพักทานข้าวหรือของว่างที่เตรียมมา เมื่อไกด์เอาข้าวแบบห่อใบตองและอาหารเหนืออย่างเช่นน้ำพริกกับหมูทอดให้ ผมก็แกะวางบนโต๊ะเพื่อรอทอฝันคนพูดมากมาทานพร้อมกัน แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มา หันไปมองอีกทีก็พบกับความจริงที่ว่า .... 

‘พี่ให้กล้องฟิล์มไว้ถ่ายรูปพี่ ไม่ได้ถ่ายผีเสื้อนะฝัน’  

ผมจำใจต้องลุกขึ้นไปตามและบังคับให้มาทานข้าวด้วยการยึดทั้งกล้องฟิล์มในมือทั้งกล้องตัวเองที่ฝากไว้ ทำเอาคนที่กำลังสนุกหน้าบึ้งแล้วเดินตามผมมาเงียบๆ  

แต่ผมว่าฝันงอนไม่นานหรอกครับ เพราะถึงยังไงเธอคงอยากพูดมากกว่านั่งเล่นสงครามกันเงียบๆ  

“คุณลุงทำอาหารเองเหรอคะ”  

หึ ไม่ผิดคาดเลยสักนิด งอนผม ไม่พูดกับผม แต่เปลี่ยนเป็นชวนไกด์คุยด้วยแทน 

“ภรรยาลุงทำให้เวลาต้องพานักท่องเที่ยวขึ้นมาที่น้ำตกครับ”  

“ว้าว ต้องอร่อยแน่เลย คุณลุงยังพูดไปยิ้มไป คิดถึงใบหน้าสวยๆ ของภรรยาตอนทำกับข้าวใช่ไหมคะ”  

“ครับ” ดูเหมือนคุณลุงจะเขินฝันแล้วนะ เป็นผมก็คงเขินเหมือนกัน แซวเก่งขนาดนี้  

“ถ้างั้นฝันคงต้องทานให้หมด คุณลุงจะได้กลับไปบอกภรรยาว่าอร่อย ขอบคุณมากนะคะ” พูดจบฝันก็ตั้งหน้าตั้งตาทานราวกับว่าหิวมาก  

‘เป็นคนมองโลกได้สดใสมากเลยทอฝัน เฮ้อ...กว่าจะเสร็จพิธีเอ่ยคำขอบคุณ ข้าวที่พี่แกะไว้คงเกือบแห้งคาใบตองแล้วล่ะ’  

“พี่อินคะ”  

ผมค่อยๆ ปรายตามองเมื่อฝันเรียก พอเห็นว่ามีข้าวเหนียวหมูทอดขนาดพอดีคำยื่นมาตรงหน้าก็อ้าปากงับเพราะคิดว่าเธอจะป้อนเหมือนเมื่อคืน แต่เปล่าเลย.. 

“ไม่ให้ค่ะ ฝันแค่จะบอกว่าฝีมือภรรยาคุณลุงอร่อยมาก”  

‘ยัยแสบ!’ แกล้งกันแล้วก็นั่งทานต่อสบายใจเลยนะ แม้ว่าผมจะแสร้งทำหน้างอนให้เธอง้อ ก็ไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว 

“พี่อินไม่ต้องทำเป็นงอนหรอกค่ะ ฝันรู้นะว่าพี่อินแกล้ง”  

‘…’  

“เพราะว่าพี่อินของทอฝันน่ะ อบอุ่น ใจดี แล้วฝันก็อยากให้ตรงนี้....” ไม่พูดเปล่า ฝันยันใช้มือซ้ายค้ำยันกับม้านั่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกนิด ส่วนมือขวาก็จิ้มตรงตำแหน่งหัวใจผม ยักคิ้วกวนๆ สองทีแล้วจึงพูดต่อ “เป็นของฝันแค่คนเดียว”  

‘รุกหนักเลยทอฝัน’ รู้ไหมว่าสีหน้าทะเล้นตอนบอกประโยคสุดท้ายแล้วผละออกไปนั่งเหมือนเดิมมันไม่ช่วยให้เป็นเรื่องขำๆ อย่างที่เธอแสดงออกได้เลย ใจผมมันเต้นระรัวยิ่งกว่าพลุนับร้อยลูกบนท้องฟ้าเสียอีก และคงจะดีกว่านี้หากฝันรับผิดชอบการกระทำของตัวเองด้วย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}