เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 83 สัตว์อสูรจากใต้ทะเลลึก

ชื่อตอน : บทที่ 83 สัตว์อสูรจากใต้ทะเลลึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 83 สัตว์อสูรจากใต้ทะเลลึก
แบบอักษร

ตู้มมมมม!

วัตถุหนึ่งแหวกห้วงน้ำมาอย่างรวดเร็วและฟาดเข้าใส่ร่างของถังเฟยหู่จนลอยออกไปไกลและกระแทกเข้ากับก้นแม่น้ำหมินเจียง! ร่างของเขารู้สึกเจ็บปวดไปแทบทั่วทั้งร่างกาย เขาพยายามจะหยัดยืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

แต่ในตอนนั้นเองที่เงาดำหนึ่งได้กวาดมาอย่างรวดเร็วใส่ร่างของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ยินยอมโดนกระทำได้โดยงาย ดวงตาของเขาเปล่งแสงเรืองรองสีม่วงดำที่ดูชั่วร้าย เขากำลังใช้วิชาดวงตาเพียงหนึ่งเดียวของตนออกมา

ญาณโลหิต วิชาเนตรตาเหยี่ยวพันลี้! 

ฟุ่บบบบ

ภาพทุกอย่างที่ถังเฟยหู่เห็นพลันชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก เขาพลิกตัวขึ้นพร้อมกับหมุนคว้างกลางสายธาร ทั้งรวดเร็วและรุนแรงราวกลับจะบังเกิดวังวนของพายุใต้น้ำขนาดเล็กขึ้นมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่วัตถุเรียวยาวฟาดมาอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาหลบรอดการโจมตีนั้นอย่างฉิวเฉียด

ถังเฟยหู่เมื่อหลบพ้นศัตรูอันลึกลับแล้ว เขาก็ได้เร่งรีบพุ่งตัวขึ้นไปเหนือแม่น้ำเพื่อหลบหนีศัตรูตนนี้ให้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยินยอมปล่อยเขาไปโดยง่าย หากไม่ได้วิชาดวงตาและเคล็ดหัวใจพิณที่ทำให้จิตใจสงบจนพร้อมรับสถานการณ์อันน่าหวาดกลัวนี้ไปได้ บางทีเขาอาจไม่สามารถหลบรอดการโจมตีเหล่านั้นไปได้เลย

เมื่อเขาพุ่งขึ้นเหนือแม่น้ำหมินเจียงก็ได้พบเห็นผู้อื่นยังคงต่อสู้กับปลาปีศาจทะเลใต้อยู่อย่างต่อเนื่อง เขาขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนร่างของปลาปีศาจตนหนึ่ง ใบหน้าของเขาออกจะซีดเซียวไปอยู่บ้างหลังจากเจอศัตรูลึกลับภายใต้ท้องแม่น้ำหมินเจียง เขาสูดหายใจเข้าไปอย่างแรงเพื่อนำอากาศเข้าสู่ปอดของตนเองอีกครั้งหนึ่ง

‘เมื่อกี้มันตัวบ้าอะไรกัน…’ ถังเฟยหู่ไม่อาจทราบว่าตนเองพบเจอสิ่งใดกันแน่ แต่สิ่งที่เขาสามารถคาดเดาได้ในตอนนี้ก็คือเจ้าสิ่งนั้นต้องขึ้นมาบนนี้อย่างแน่นอน เขาหันกลับไปมองยังศพของเหล่าปลาปีศาจที่ลอยอยู่บนน้ำด้วยดวงตาแปลกประหลาด

‘ต้องเตรียมพร้อมก่อนที่มันจะขึ้นมาบนนี้…ต้องแข็งแกร่งขึ้น! แค่เล็กน้อยก็ยังดีเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต’ เขาตวัดสายตากลับไปมองภาพศพของปลาที่เกลื่อนกลาด เขากระโดดพุ่งตัวลงในน้ำอีกครั้ง ครานี้เขาอยู่ใกล้ผิวน้ำที่สุดเท่าที่จะทำได้และเอื้อมมือไปสัมผัสกับร่างของปลาปีศาจทะเลใต้จากใต้แม่น้ำ

ปราณมารไร้ลักษณ์ เคล็ดกายหยาบมาร!

ถังเฟยหู่ดึงร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ลงไปใต้น้ำโดยที่ไม่มีใครสังเกตและดูดกลืนวิญญาณและร่างกายของมันเข้าสู่ร่างของตน เขาเริ่มจัดการศพของพวกมันจากวงนอกของการต่อสู้เพื่อจะได้ไม่มีใครพบเห็น การขโมยร่างกายของปลาปีศาจเหล่านั้นเป็นไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน

แม้จะมีเหล่าปลาปีศาจบางส่วนที่พบเห็นตัวถังเฟยหู่และพุ่งเข้ามาจู่โจม แต่ก็เป็นเพียงพวกปลายแถวของฝูงซึ่งเขาจัดการมันได้ไม่ยากเท่าไหรนัก เพียงใช้หมัดผสานปราณและฝ่ามือมังกรอัสนีก็สามารถจัดการพวกมันได้แล้ว

ถังเฟยหู่กลืนกินพวกมันอย่างต่อเนื่อง โดยที่เขาไม่รู้ตัวรอยสักรูปหัวกะโหลกบนหน้าอกของเขาเริ่มลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงนี้เชื่องช้าเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคงตามการกลืนกินร่างของสัตว์อสูรทะเลเหล่านี้ รอยสักที่ลุกลามไปนั้นดูไปแล้วคล้ายกับลวดลายของเกล็ดปลาอยู่บ้าง

รอยสักรูปเกล็ดปลาเหล่านั้นดูบางเบาเป็นอย่างมาก หากไม่สังเกตให้ดีก็อาจจะมองไม่เห็นเลยก็ได้ด้วยซ้ำ เขารู้สึกว่ารอยสักเกล็ดปลาเหล่านั้นทำให้เขาเคลื่อนไหวในน้ำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังทำให้ผิวหนังของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย เคล็ดวิชากายหยาบมารช่างเป็นเคล็ดวิชาสุดอัศจรรย์จริงๆ แต่ขั้นที่สามของปราณมารไร้ลักษณ์นี้เป็นขั้นที่ฝึกฝนได้ยากกว่าขั้นที่แล้วมามากนัก นั่นเพราะจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและสังเวยชีวิตสัตว์อสูรจำนวนมากมายเท่าใด….

และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ถังเฟยหู่ก็หาได้สนใจไม่ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือความแข็งแกร่ง ศพปลาปีศาจทะเลใต้จำนวนมากหลายร้อยตัวหายไปจากสนามรบโดยที่ไม่มีใครทราบแม้แต่น้อย การกินของถังเฟยหู่เป็นไปเรื่อยๆอย่างไม่มีหยุด รอยสักรูปเกล็ดปลาที่ปรากฏบนส่วนอื่นของร่างกายพลันดูชัดเจนและสมจริงมากยิ่งขึ้นไป

ในระหว่างการดูดกลืนร่างกายของพวกมันแต่ละตัว เขากลับค้นพบความลับของการใช้เคล็ดกายหยาบมาร นั่นคือหากเขาโคจรลมปราณมรณะเข้าสู่รอยสักมารบนร่างของเขา มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น รอยสักเกล็ดปลาปีศาจทะเลใต้ได้บังเกิดการเรืองแสงสีม่วงดำของลมปราณมารขึ้น

และเมื่อรอยสักมารเหล่านั้นเรืองแสงออกมาเล็กน้อย การจู่โจมของปลาปีศาจระดับต่ำที่มีมาเรื่อยๆกลับจางหายไปมากมายนัก นี่คล้ายกับตอนที่สมุนของราชาค้างคาวปีกม่วงให้ความเคารพในตัวเขาเหมือนเป็นราชา

เขาพบว่ายิ่งกลืนกินพวกมันเข้าไปเท่าไหรก็จะยิ่งได้รับคุณสมบัติและความแข็งแกร่งของมันมา และนี่แตกต่างจากตอนที่เขากลืนกินราชาค้างคาวปีกม่วง ครั้งนี้เขาได้สูบกลืนชีวิตของปลาปีศาจทะเลใต้ไปเป็นจำนวนมากมายมหาศาล จนตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าถึงรูปแบบที่สูงขึ้นของเคล็ดกายหยาบมาร

อีกทั้งเขายังพบว่าเมื่อถ่ายทอดปราณมรณะลงไปยังรอยสักรูปเกล็ดปลายังจะสามารถเพิ่มพลังป้องกันมากขึ้นเมื่ออยู่ในน้ำอีกด้วย ยิ่งมาเขายิ่งเข้าใส่เคล็ดกายหยาบมารมากขึ้นเรื่อยๆ การกลืนกินและเคลื่อนไหวใต้แม่น้ำของเขานั้นกลับรวดเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆจนเทียบเท่ากับปลาปีศาจทะเลใต้ระดับต่ำในฝูงแล้ว

ถังเฟยหู่ยิ้มอย่างพึงพอใจ การกลืนกินของเคล็ดกายหยาบมารเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เขายิ่งดูดกลืนรอยสักเกล็ดปลายิ่งลุกลามขึ้นไปจนทั่วทั้งร่าง เขาตีวงแคบเข้าไปหาจุดศูนย์กลางของสนามรบไปเรื่อยๆ ราวกับศพของพวกมันไม่เพียงพอต่อการบ่มเพาะร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งขึ้น

จนในที่สุดเขาก็ต้องลอบขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อช่วยผู้อื่นสู้ไปด้วยเพื่อกำจัดพวกปลาปีศาจจากวงนอก อีกทั้งเขายังได้ลองใช้เคล็ดกายหยาบมารในการต่อสู้เพื่อเพิ่มความชำนาญในการใช้อีกด้วย เขาได้เรียนรู้ที่จะบังคับรอยสักมารพวกนั้นจากการใช้งานเคล็ดกายหยาบมารและการต่อสู้

บนหมัด ฝ่ามือ และแขนของเขาถูกหนุนเสริมด้วยรอยสักเกล็ดปลามีการเสริมการป้องกันที่มากกว่าเดิม เมื่อผสานกับธาตุกระดูกโลหิตและการฝึกฝนร่างกายทั้งหมดของเขาจึงทำให้การจู่โจมทางกายภาพของเขาน่ากลัวเป็นอย่างมาก

และเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากจนเกินไป ถังเฟยหู่จะลอบหนีออกไปทางอีกด้านและเรียกขลุ่ยหยกของตนเองออกมาเพื่อใช้ศาสตร์ดนตรีในการก่อกวนพวกฝูงปลาตามหน้าที่ของตนที่ได้รับมาร่วมกับผู้อื่นในกลุ่ม และเมื่อได้รับคำสั่งให้กระจายตัวออกไปก็จะใช่เวลาในช่วงนั้นจู่โจมพวกปลาปีศาจทะเลใต้ระดับกลางในฝูง

ถังเฟยหู่ทำเช่นนั้นไปอย่างต่อเนื่องจนฆ่าพวกมันไปได้หลายร้อยตัวและดูดกลืนปลาปีศาจระดับกลางเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก รอยสักเกล็ดปลาบนร่างของเขาพลันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขารู้สึกว่าสามารถควบคุมรอยสักมารได้ง่ายดายขึ้น เขาสามารถบังคับและขยับเคลื่อนไหวมันได้บ้าง

เช่นการย้ายรอยสักจากท่อนแขนไปยังหมดของตนเพื่อเพิ่มพลังป้องกันส่วนนั้นเป็นการชั่วคราว แต่ส่วนอื่นที่ถูกย้ายรอยสักไปนั้นการป้องกันจะกลับเป็นปกติเหมือนตอนที่ยังไม่ได้ใช้รอยสักมารหนุนเสริม

ในตอนนั้นเองที่เขากำลังต่อสู้อยู่นั้น ได้มีคนผู้หนึ่งพุ่งตัวมาทางที่เขาอยู่ คนผู้คนนั้นก็คือลู่ชิงที่เขาพึ่งรู้จักนั่นเอง ลู่ชิงยิ้มให้แก่เขาพร้อมกับโจมตีเหล่าปลาปีศาจไปด้วย ลู่ชิงหยุดยืนข้างถังเฟยหู่บนหลังของศพปลาปีศาจตัวหนึ่งที่ลอยอยู่บนน้ำ

“เจ้ายังไม่ตายหรอกเหรอ? ข้าไม่เห็นหน้าเจ้าเลย คิดว่าถูกพวกปลากินไปแล้วเสียอีก ฮ่าๆๆ ดีๆ เจ้ายังไม่ตายก็ดีนะสหาย” ลู่ชิงกล่าวพร้อมกับตบไปยังไหล่ของถังเฟยหู่อย่างแรงหลายๆรอบจนถังเฟยหู่ได้แต่ถอนหายใจอย่างรำคาญ

“…ถ้าข้าตายเจ้าจะเห็นอยู่ตรงนี้หรือ? หยุดพูดแล้วโจมตีพวกมันเข้าไปเถอะ แต่ก็อ้อมกำลังไว้ส่วนหนึ่งด้วยละ อย่าได้ประมาทเด็ดขาด…พวกเราไม่รู้ว่าพวกมันมีอีกมากมายเพียงใด หรือว่ามี…ตัวตนแบบใดอยู่อีก” ถังเฟยหู่กล่าวเตือนลู่ชิงที่ด้านข้างเมื่อนึกถึงตัวตนลึกลับภายใต้ท้องแม่น้ำหมินเจียง จากการคาดเดาของเขา หากฝูงปลาปีศาจยังลดจำนวนลงไปเรื่อยๆเช่นนี้ ตัวประหลาดใต้แม่น้ำจะต้องออกมาในที่สุด

ถังเฟยหู่หันไปมองรอบด้าน ศิษย์พี่หยางถิงยังคงอยู่บนบกและเล่นบทเพลงต่างๆในศาสตร์ดนตรีเพื่อหนุนเสริมทัพหลัก ส่วนทางอีกด้านนั้นคือต๊กโกวฉิวหลงที่วาดกระบี่พิฆาตอาชาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งร่างของต๊กโกวฉิวหลงเต็มไปด้วยเลือดเนื้อของพวกปลาปีศาจเหล่านั้น ภาพลักษณ์ของเขาราวกับปีศาจก็ไม่ปาน

ถัดไปไม่ไกลนั้นคือมู่หยงหลินที่วาดฝ่ามือจู่โจมใส่เหล่าปลาปีศาจที่พุ่งใส่ตัวเขา คนผู้นี้เพียงแต่โจมตีปลาปีศาจที่พุ่งมาหาเขาเท่านั้น มู่หยงหลินดูมีสายตาที่ง่วงเป็นอย่างมาก คนผู้นี้ช่างเป็นคนขี้เกียจสมดั่งที่ล่ำลือจริงๆ

แต่ถังเฟยหู่ก็ไม่ได้สนใจคนรอบตัวอีก เขาได้แต่พุ่งทะยานออกไปเพื่อต่อสู้กับปลาปีศาจต่อโดยไม่สนใจแม้แต่ลู่ชิง เขาสลัดหนีลู่ชิงออกไปโดยง่ายด้วยท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมและการว่ายน้ำหนีไปจนไกล

เมื่ออยู่ใต้น้ำ ถังเฟยหู่ก็ได้ใช้วิชาสายเลือดดวงตาออกมาอีกครั้ง ดวงตาที่เฉียบคมราวกับตาเหยี่ยวของเขาได้ตวัดตาลงไปยังเบื้องล่างก้นแม่น้ำหมินเจียง เขาสามารถมองเห็นเงาขนาดใหญ่มหึมาที่ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้อยู่รำไร และถึงแม้จะมองได้อย่างไม่ชัดเจนนักแต่เขาก็นับว่าตกใจกับขนาดของมันเป็นอย่างมาก

‘ต้องรีบแล้วสิ…’ ถังเฟยหู่กล่าวกับตนเองในใจพร้อมกับกระตุ้นลมปราณมารไร้ลักษณ์ในร่างกายของตนเอง ปราณมรณะสีม่วงดำที่ไหลเวียนอยู่ภายในกลับปะทุขึ้นและผสานเข้ากับกระดูกโลหิตภายในร่างของตนเองจนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ปราณมรณะขั้นสองของปราณมารไร้ลักษณ์ได้พวยพุ่งออกมารอบร่าง

ลมปราณมารไร้ลักษณ์ขั้นที่สอง ธาตุกระดูกโลหิต! 

ในตอนนั้นเองที่รอยสักมารบนร่างของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น รอยสักมารเกล็ดปลากลับส่งพลังที่เข้มแข็งกว่าเดิมออกมา เขาเคลื่อนไหวในน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้นราวกับตัวเขาเข้าใกล้การเป็นปลาปีศาจทะเลใต้ก็ไม่ปาน แต่การเผาผลาญปราณมรณะจากรอยสักมารก็ใช้มากขึ้นด้วย

ซึ่งถังเฟยหู่เข้าใจสิ่งนั้นในทันที การใช้ปราณขั้นที่สูงขึ้นของชุดวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ส่งผลให้เคล็ดกายหยาบมารสำแดงอำนาจได้มากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการเผาผลาญพลังที่มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งตัวเขาในตอนนี้ไม่เหมาะแก่การใช้สิ่งนี้ในระยะเวลานาน เขาหลับตาลงพร้อมกับพยายามจะหยุดการเผาผลาญปราณมรณะนี้

เขาใช้เวลาไม่นานนักรอยสักมารบนร่างก็หยุดการกลืนกินปราณมรณะของเขาไปอย่างเสียเปล่า รอยสักเกล็ดปลาบนร่างไม่ดูดกลืนปราณและไม่เรืองแสงออกมาอีก อีกทั้งยังไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างของเขาแล้ว

‘สำเร็จ!’ ถังเฟยหู่ยิ้มอย่างพอใจ ในตอนนั้นเองที่เขาหันกลับไปมองทางปลาปีศาจที่แหวกว่ายไปมาภายใต้แม่น้ำแห่งนี้ เขาได้เรียกอาวุธจิตวิญญาณกระบี่ที่เป็นร่างแปลงของอสรพิษมรกตออกมา เนื่องจากอสูรทมิฬเกี่ยวพันกับการใช้เคล็ดกายหยาบมารเขาจึงไม่สามารถใช้มันได้ในตอนนี้

กระบี่งูเขียวในมือของเขาถูกสร้างโซ่ปราณสีดำจากปราณมรณะขึ้นมาติดยังส่วนท้ายของด้ามจับ ดวงตาของเขาเรืองรองด้วยพลังของวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ เขาจับจ้องไปยังปลาปีศาจตัวหนึ่งที่แหวกว่ายอยู่อย่างไม่วางตา กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่แทบจะปะทุออกมา

ตู้มมมม!!

เขาขว้างกระบี่งูเขียวออกไปอย่างแรงจนราวกับจะเกิดพายุหมุนขนาดเล็กพุ่งตามกระบี่เล่มนั้นไปก็ไม่ปาน กระบี่เล่มนั้นถูกกระตุ้นอาคมเสริมความเร็วจากภายในไปด้วยจึงทำให้มันพุ่งไปอย่างรวดเร็วมากมายขึ้นจนปลาปีศาจตัวที่โชคร้ายนั้นไม่อาจหลบรอดได้เลย กระบี่นั้นพุ่งผ่านร่างของปลาปีศาจไปอย่างง่ายดาย

แต่การโจมตีของเขายังไม่จบเพียงเท่านั้น! ถังเฟยหู่กระตุกแขนออกและสะบัดสายโซ่นั้นออกไปเพื่อใช้เคล็ดที่ผสานมาจากกรงเล็บมารอสูร สายโซ่ปราณนั้นได้เปลี่ยนทิศทางออกไปในทันที ปลายด้านหน้าที่เป็นกระบี่ถูกโซ่ปราณบังคับเปลี่ยนทิศออกไปเพื่อเข้าหาปลาปีศาจทะเลใต้อีกตนหนึ่ง!

กระบี่งูเขียวพุ่งแหวกน้ำออกไปและแทงเข้าใส่ร่างของปลาปีศาจตนอื่นและตัดขั้วหัวใจของมันอย่างแม่นยำ ถังเฟยหู่ฆ่าปลาปีศาจระดับกลางไปถึงสิบกว่าตัวในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น จากนั้นเขาจึงได้ควบคุมให้กระบี่งูเขียวกลับมาหาเขาพร้อมกับสายโซ่ที่ลากดึงร่างนับสิบของปลาปีศาจกลับมาด้วย แม้การทำเช่นนี้จะเป็นการสิ้นเปลืองลมปราณกว่าการโจมตีพวกมันทีละตัว แต่ก็นับว่าดีกว่าในด้านความเร็วมากนัก

ร่างนับสิบถูกดึงเข้ามาร่างของเขา ในตอนนั้นเองที่ปราณมรณะแดงดำได้สำแดงเดชออกมา รอยสักมารรูปหัวกะโหลกพลันเปล่งแสงออกมาและดูดกลืนวิญญาณและร่างกายของพวกสัตว์อสูรทะเลเหล่านั้นเข้าไปในทันที รอยสักรูปเกล็ดปลาบนร่างก็เกิดการเติบโตขึ้นอีกกว่าหลายส่วนและชัดเจนมากขึ้น

ถังเฟยหู่เผาผลาญปราณมรณะอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและทำเช่นนี้อีกหลายสิบครั้งจนในที่สุดแล้วรอยสักมารเกล็ดปลาบนร่างของเขาก็เข้าสู่ขั้นสมบูรณ์พร้อม หากจะถามว่าเขารับรู้ได้เช่นใดอย่างนั้นเหรอ? นั่นเป็นเพราะในตอนนี้ไม่ว่าเขาจะดูดกลืนปลาปีศาจเข้าไปในร่างมากมายเพียงใดก็ไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์ใดอีก

‘ดูเหมือนว่าการกลืนกินสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ใดชนิดหนึ่งเข้าไปก็จะได้รับความสามารถและสืบทอดความแข็งแกร่งของมันมา และหากกินพวกมันเข้าไปเรื่อยๆก็จะได้รับพลังของมันมากขึ้น แต่นั่นก็ดูเหมือนจะมีขีดจำกัดเช่นกัน คิดว่าตอนนี้พลังของกายหยาบมารน่าจะเทียบเท่ากับปลาปีศาจทะเลใต้ตัวจริงเลย’

ถังเฟยหู่กล่าวความคิดของตนออกมาภายในใจ ‘ไม่ทราบว่าหากกลืนกินปลาปีศาจทะเลใต้ชั้นสูงหรือราชาปลาปีศาจทะเลใต้นั้นผลจะออกมาเป็นเช่นใด ใช่ว่าความสามารถของรอยสักมารเกล็ดปลาบนร่างจะพัฒนาขึ้นอีกหรือไม่?’ เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆที่เขาค้นพบภายใต้เคล็ดกายหยาบมารนี้จริงๆ

วิชาลมปราณมารไร้ลักษณ์นับว่าเป็นเหมือนภาพเลือนลางที่คล้ายเห็นคล้ายไม่เห็น เคล็ดวิชาหลักของลมปราณชนิดนี้นับว่าเป็นทางสายหนึ่งที่พอจะมองเห็นอยู่บ้างท่ามกลางความไม่ชัดเจนทั้งหลายของวิชาชุดนี้

การที่เขาค้นพบความลับต่างๆของวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ก็ราวกับเป็นการไล่หมอกควันอันเลือนลางจนมองเห็นบางภาพของชุดวิชานี้บ้าง ถังเฟยหู่ตวัดสายตาขึ้นไปมองทิศทางของผิวน้ำ สายตาของเขาจับจ้องไปทางศพปลาปีศาจขนาดใหญ่ยักษ์ซึ่งมีรอยถูกกระบี่ขนาดใหญ่ฟัน ถังเฟยหู่คาดว่าปลาปีศาจตนนี้อาจจะถูกต๊กโกวฉิวหลงฆ่าตายก็เป็นได้ เขาพุ่งตัวไปหาร่างของปลาปีศาจระดับสูงอย่างรวดเร็ว นิ้วทั้งห้าของเขาใช้ออกด้วยกรงเล็บมารกระดูกขาวซึ่งมีปราณมรณะสีแดงดำเคลือบอยู่ที่ปลายนิ้วทั้งห้าราวกับเป็นเล็บของมารตนหนึ่ง

กรงเล็บมารกระดูกขาว มารเจาะกะโหลก!! 

นิ้วทั้งห้าของเขาเจาะเข้าไปยังเนื้อของปลาปีศาจตนนั้น จากนั้นเขาได้ออกแรงกระชากปลาตัวใหญ่ตนนี้ลงไปพร้อมกับตนเองที่ว่ายต่ำลง เมื่อเขาถึงจุดที่ไม่มีใครสังเกตแล้วเขาจึงได้ใช้เคล็ดกายหยาบมารในการดูดกลืนปลายักษ์ตนนี้เข้าสู่ร่างของตนเองเพื่อบ่มเกาะกายแห่งมาร

แต่เมื่อถังเฟยหู่กินปลาปีศาจระดับสูงเข้าไปแล้วกลับแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ‘เป็นอย่างที่คิด การดูดกลืนเผ่าพันธุ์เดียวซ้ำๆกันก็มีขีดจำกัดของมัน คิดว่าระดับของสัตว์อสูรแต่ละเผ่าพันธุ์มีผลต่อความเร็วในการเข้าใกล้ขีดจำกัดในการกลืนกิน หากพบเจอราชาของพวกปลาเหล่านี้ก็คงดี เช่นนั้นคงจะสามารถทดลองกลืนกินได้’

ถังเฟยหู่หันไปมองยังผิวน้ำอีกครั้งและดึงร่างของปลาปีศาจระดับสูงลงมาเบื้องล่างอีกครั้ง เขาพยายามทดลองดูอีกสักครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเขาได้มาถึงขีดจำกัดในการกลืนกินปลาปีศาจทะเลใต้แล้วจริงๆ

ครืนนนน!!

แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ห้วงน้ำได้บังเกิดความสั่นสะเทือนและแรงบิดกระชากราวกับพายุ แรงอันมหาศาลถูกผลักดันจากก้นบึ้งของห้วงแม่น้ำหมินเจียง ถังเฟยหู่หันมองลงไปเบื้องล่างในชั่วพริบตา เป็นเงาดำนั่นอีกแล้ว! เงาสีดำนั้นได้วาดเข้าใส่ร่างของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็ว

แต่ถังเฟยหู่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้วเพราะเคยเจอเข้ากับความร้ายกาจของเงาดำนั้นด้วยร่างกายของตนเองมาแล้ว เขาสลายโซ่ปราณและถ่ายทอดคำสั่งไปยังอาวุธจิตวิญญาณให้สลายร่างแปลงและกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณในทันที

เคล็ดกายหยาบมาร เกล็ดปลาปีศาจทะเลใต้!

ลมปราณมรณะในขั้นที่สองปะทุออกมามากมายกว่าเดิม ปราณมรณะสีแดงดำหลั่งไหลเข้าไปรอยสักมารทั่วทั้งร่างในชั่วพริบตาเดียว รอยสักเกล็ดปลาบนร่างของเขาราวกับจะกลายเป็นของจริงขึ้นมา พลังป้องกันของเขาพลันพวยพุ่งขึ้นสูงสุดกู่ ร่างของเขาเร่งรีบพลิกตัวด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เงาดำนั้นวาดผ่านห้วงธารน้ำมาจนถึงบริเวณที่เขาอยู่!

ฟิ้ววววว!!

วิชาสายเลือดดวงตา ตาเหยี่ยวพันลี้!! 

ภาพทุกสิ่งที่เขาเห็นพลันช้าลงไป เงาดำนั้นกำลังใกล้เข้ามาจนเขาแทบจะหลบไม่ทันอยู่แล้ว เขาได้สั่งการขับเคลื่อนรอยสักให้มารวมตัวกันที่ท่อนแขนทั้งสองข้างเพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้สูงที่สุด ท่อนแขนทั้งสองข้างต่างอัดแน่นไปด้วยปราณมรณะสีแดงดำที่พวยพุ่งออกมาจากรอยสักมารเกล็ดปลา

ตู้มมมมม!!

แรงปะทะอันมหาศาลเข้ากระแทกกับท่อนแขนทั้งสองข้าง ถังเฟยหู่กัดฟันของตนไว้เพื่อรับแรงกระแทก ร่างของเขาถูกส่งลอยออกไปไกลก่อนที่เขาจะพลิกตัวกลับมาลอยตัวอยู่กลางน้ำได้ในที่สุด เขาลอบสำรวจร่างกายของตนเองก็พบว่าครานี้เขาแทบจะไม่ได้รับการบาดเจ็บจากการโจมตีของเงาดำลึกลับนั้นเลย

‘การฝึกเคล็ดกายหยาบมารนับว่าเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว’ ถังเฟยหู่กล่าวอย่างยินดีกับความสำเร็จของตนเองในใจพร้อมกับหันกลับไปมองยังทิศทางเดิมที่เขาเคยอยู่เมื่อครู่ แต่ก็พบว่าเงาดำอันเล็กเรียวนั้นกลับเข้าพัวพันร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ระดับสูงที่เขาดึงลงมาจากเบื้องบน

เงาดำลึกลับที่รัดอยู่ลอบร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ตัวใหญ่ยักษ์ได้ฉุดดึงมันลงไปสู่เบื้องล่างก้มแม่น้ำหมินเจียง สายตาของถังเฟยหู่จับจ้องภาพเห็นการณ์นั้นอย่างไม่วางตาเลย ร่างไร้ชีวิตของปลาปีศาจเข้าไปใกล้ก้นแม่น้ำเรื่อยๆ ก้นแม่น้ำสีดำที่ดูแปลกประหลาดเบื้องล่างนั้นราวกับก้นบึ้งนรกที่ไร้ที่สิ้นสุด

ในตอนนั้นเองที่ดวงตาของถังเฟยหู่เห็นบางอย่าง เงาดำขนาดใหญ่ก้นแม่น้ำได้เกิดการขยับเคลื่อนไหวขึ้น จากเล็กน้อยกลายเป็นแผ่ขยายออกไปและรุนแรงมากขึ้น และในตอนนั้นเองที่บังเกิดรอยแยกสีแดงขึ้นที่ก้นแม่น้ำ รอยแยกสีแดงนั้นขยายออกไปเรื่อยๆกลายเป็นเส้นขีดสีแดงขนาดใหญ่ก่อนที่มันจะแผ่ขยายออกไปจนกลายเป็นหลุมสีแดงซึ่งภายในเต็มไปด้วยคมเขี้ยวอันแหลมคม! ถูกต้อง! สิ่งนี้มิใช่ก้นแม่น้ำหรอก แต่มันคือปากของสิ่งมีชีวิตตนหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โต และเงาดำที่จู่โจมเขาดูเหมือนจะเป็นแขนของสิ่งมีชีวิตตัวนี้นั่นเอง!

พรึบบบ!

เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ในตอนนั้นเองที่ดวงตาสีดำดุจห้วงราตรีสองดวงได้ลืมตาตื่นขึ้นมา พื้นที่สีดำที่ถังเฟยหู่เคยคิดว่าเป็นก้นแม่น้ำได้บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น พื้นที่สีดำค่อยๆเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็กลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม จากนั้นพื้นที่สีน้ำงเนเข้มเหล่านั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงและบังเกิดลายที่คล้ายน้ำเงินสีเหลืองทึบขึ้น พื้นที่กว้างใหญ่แถบนั้นก็คือผิวกายของสัตว์อสูรตนนี้นั่นเอง!

แขนของมันทั้งหมดได้ยืดยาวออกไป แขนทั้งแปดของมันได้ขยับเคลื่อนไหวและตวัดไปมาในทิศทางที่ต่างกัน สิ่งมีชีวิตตนนี้ก็คือหมึกปีศาจวังวนมาร สัตว์อสูรทะเลสายพันธุ์หายากซึ่งอาศัยอยู่เพียงแต่ในห้วงมหาสมุทรอันลึกสุดกู่ ว่ากันว่ามันคือตัวการที่จมเรือของนักเดินทางในทะเลเป็นจำนวนมาก ทำให้นักเดินเรือในมหาสมุทรต่างหวาดกลัวและเรียกขานสัตว์อสูรสายพันธุ์นี้ด้วยชื่อที่ต่างกันไป

ในตอนนั้นเองที่หมึกปีศาจวังวนมารได้หันกลับมามองร่างอันเล็กจ้อยของถังเฟยหู่หลังจากกินปลาปีศาจทะเลใต้ตัวใหญ่ไปแล้ว แขนทั้งแปดของมันกำลังขยับเคลื่อนไหวจนพื้นดินรอบๆร่างของมันเกิดการสั่นสะเทือน

แม้มันจะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับห้าแต่ก็นับว่าเป็นสัตว์อสูรชั้นพิภพอันจริงแท้ คิดว่าความหนาแน่นของพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างของมันคงเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับเดียวกันกับมันในมณฑลฟูเฉียนอย่างไม่อาจทาบติด!

พริบตาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้พลิกตัวกลับและว่ายน้ำหนีขึ้นไปบนผิวน้ำในทันที! เขารับรู้ได้ในทันทีว่าไม่อาจต่อกรกับมันโดยผู้เดียวได้เป็นอันขาด อย่างน้อยหากมีกองกำลังของทั้งสองสำนักก็อาจจะต่อกรกับมันได้!

หมึกปีศาจวังวนมารที่เห็นเหยื่อของตนว่ายน้ำหนีไปนั้นก็ได้ฟาดหนวดทั้งแปดลงใส่พื้นจนสั่นสะเทือนไปทั้งแถบเพื่อดันร่างของตนเองให้พุ่งขึ้นไปเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวนั้นเองที่ราวกับบังเกิดมรสุมขนาดใหญ่ขึ้นภายในน้ำ ถังเฟยหู่ที่พุ่งขึ้นเหนือน้ำในพริบตานั้นเองก็ทะยานกายหนีออกไปในทันทีพร้อมกับตะโกนเตือนผู้อื่นโดยรอบ ซึ่งคนอื่นก็ได้พุ่งตัวหนีตามไปเช่นกัน

“หนีกันเถอะ! ดูเหมือนจะท่าไม่ดีแล้ว!” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมกับทะยานกายหนีไปพร้อมๆกับคนอื่น พวกเขาต่างสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวอันแปลกประหลาดจากก้นแม่น้ำหมินเจียง ในขณะที่พวกเขาหนีนั้นเมื่อมองกลับมาที่ด้านหลังก็พบเห็นพื้นผิวน้ำนู่นขึ้นเรื่อยๆราวกับกลายเป็นก้อนวัตถุแปลกประหลาดชนิดหนึ่ง ก้อนนั้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆและในที่สุดมันก็ระเบิดออก!

ตู้มมมมมม!!

น้ำจากแม่น้ำหมินเจียงระเบิดออกและกลายเป็นหยาดฝนหลั่งไหลลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับตัวตนจากก้นแม่น้ำได้เผยโฉมออกมาในที่สุด ร่างขนาดใหญ่ผิวกายสีน้ำเงินเข้มได้ปรากฏสู่สายตาของทุกคนโดยทั่วกัน

ในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงซึ่งหนีออกไปในชั่วพริบตาเดียวกันนั้นหันกลับไปมองศัตรูใหม่ที่พึ่งปรากฏโฉมออกมา ใบหน้าของเขาพลันซีดเซียวเป็นอย่างมากด้วยความตกใจ “เป็นทารกของหมึกปีศาจวังวนมาร! บ้าเอ้ย! นี่มันจะเกินไปแล้ว! มันมาอยู่ใต้แม่น้ำแห่งนี้ได้อย่างไรกัน!!!”

 

============================================================== 

 มาแล้วครับบ แวะมาได้นิดหน่อย พรุ่งนี้ต้องไปอบรมที่เซ็นทาราแกรนด์ต่อ หมดพลังสุดๆไปเลยย 

ความคิดเห็น