พันเก้า.

ฝากติดตามผลงานของ "พันเก้า" ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : EP.01 - She is dangerous [100%]

คำค้น : Dangerous,nc,ดาร์ก,ดราม่า,โหด,หื่น,ดิบ,เถื่อน,อันตราย,รักอันตราย,ร้ายเกินต้านทาน,จินโทนิค,ซีเคร็ท,อ่านฟรี

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 67

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.01 - She is dangerous [100%]
แบบอักษร

EP.01 

-She is dangerous- 

 

She is violence She is awesome 

And…. She is dangerous 

เธอรุนแรง เธอน่ากลัว 

และ... เธออันตราย 

 

‘เพลง ...น ... น้อง ... เพลง’ 

‘หนี... ไป ... อ ... อย่า’ 

เฮือก!!

แสงสว่างจ้าพร่าหายไปและแทนที่ด้วยความมืดสลัวภายในห้องนอนแสนกว้างขวาง มือเรียวยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผากและไรกลุ่มผม อุณหภูมิเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยให้ความร้อนในร่างกายจางหายลงสักนิด เสียงหัวใจยังเต้นรัวเร็วเหมือนทุกครั้ง

นานเท่าไหร่แล้วนะ... ที่ฉัน... ไม่ได้ฝันแบบนี้...

คุณเคยฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ กันไหม...? ความฝันเลือนรางจนจับภาพและมองอะไรแทบไม่เห็น... ได้ยินแต่เสียงของใครคนหนึ่งพยายามเรียกและบอกให้ฉันหนี... น้ำเสียงหวาดกลัวของผู้หญิงคนนั้น... มันช่างบีบคั้นความรู้สึกของฉันจนแทบจะหยุดหายใจ... ฉันไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร... ฉันไม่มองเห็นอะไรเลยนอกจากแสงสว่างเจิดจ้าและน้ำเสียงสั่นกลัวนั้น...

ฉันลุกขึ้นนั่งบนที่นอนนุ่มพลางเป่าปากไล่อาการหวาดหวั่นนั้นออกไป ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำท่ามกลางความมืดมิดภายในห้อง

ตั้งแต่จำความได้ฉันก็นอนฝันร้ายเช่นนี้แทบทุกคืน... กลางดึกฉันมักสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้โยเยจนคุณตาต้องลุกขึ้นมากอดปลอบโยนและกล่อมฉันจนหลับไปทุกครั้ง... และหลังจากฉันก้าวเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย... ฉันก็ไม่ได้ฝันถึงมันอีกเลย...

ซ่า~

สองมือวักน้ำใส่ใบหน้าเพื่อไล่ความรู้สึกเดิมๆ ออกไป ความเย็นของหยาดน้ำช่วยทำให้จิตใจของฉันสงบลงได้มาก ฉันลืมตาขึ้นมองผู้หญิงคนหนึ่งในกระจกเงาตรงหน้า ภาพของผู้หญิงผมยาวใบหน้าขาวใส ผู้ที่มีดวงตาคมเข้มที่ใครๆ ก็มักจะบอกว่ามันดุดันและน่ากลัวเสมอ ฉันไล่สายตามองคิ้วโค้งสวย จมูกเรียวได้รูปและริมฝีปากบางไร้สีแต่งแต้มนั่น เธอเองก็กำลังมองสะท้อนกลับมาทางฉันเช่นกัน...

และใช่... ผู้หญิงในเงาสะท้อนนั่นคือตัวฉันเอง...

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์จากในห้องนอนดังก้องเข้ามา ฉันจึงปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาขณะเดินกลับมาหยิบโทรศัพท์ที่ยังแผดเสียงร้องไม่ยอมหยุด โทรจิกขนาดนี้ไม่ต้องดูชื่อก็รู้ว่าใคร...

“ไง...”

[จิน! เมื่อคืนไปมีเรื่องมาอีกแล้วเหรอ!!] ฉันรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูทันทีที่น้ำเสียงเหวี่ยงวีนดังขึ้นจากปลายสาย

เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า... นี่ใครเอาเรื่องงี่เง่าไปบอกยัยนี่อีกวะ!

“เอาน่า... ฉันไม่ได้เป็นไรสักหน่อย”

[ไม่ต้องมาพูดเลยยัยบ้า ฉันกำลังจะไปหาแกแล้วเนี้ย]

“เห้ย! มาทำบ้าอะไรวะ! นี่มันตีสี่แล้วนะ!”

[ก็ห่วงอะ!] ปลายสายทำเสียงงอแงเป็นเด็กๆ จะมีสักกี่คนกันนะที่ยัยนี่จะทำตัวแบบนี้ให้ได้เห็น

“อย่างอแงน่ะเตกิ ฉันสบายดี เอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาที่คณะ โอเคไหม?”

[……] เตกีล่าเงียบเสียงไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ [เออก็ได้! งั้นมาเจอที่ห้องโฟร์เบียร์ดีกว่า เดี๋ยวฉันจะได้โทรนัดยัยลิคกับอนิซด้วย พวกเราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วนะ!]

“อืม...”

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะกดวางสายกันไป เวลาที่ยัยนี่รู้ว่าฉันไปมีเรื่องมาทีไร เตกีล่าก็มักเป็นอย่างนี้ทุกทีแหละ เพราะพวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่รักและรู้ใจกันมาก แต่ว่าพวกเราไม่ได้มีกันแค่สองคนหรอกนะ ยังมี อนิซ และ ลิเคียว เพื่อนสนิทอีกสองคนของกลุ่มเราด้วย

กลุ่มพวกเราถูกขนานนามว่า ‘4BEERs’ จากรุ่นพี่รุ่นก่อนๆ เลยเรียกกันมาปากต่อปากจนถึงปัจจุบัน และที่มาของคำว่าโฟร์เบียร์ก็มาจากเหล้าทั้งสี่ชนิดที่เป็นโค้ดเนมประจำตัวของพวกเราทั้งสี่คน นั่นก็คือ เตกีล่า จินโทนิค อนิซ และลิเคียว

โค้ดเนมของพวกเราได้รับมาจากการแต่งตั้งจากคณะสภานักศึกษาสูงสุด หลังจากดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานักศึกษาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกเราสี่คนได้รับการเลือกให้อยู่ฝ่ายกฎระเบียบหรือเรียกง่ายๆ คือผู้คุมกฎ

น่าตลกไหมล่ะ... ผู้หญิงห่ามๆ อย่างฉันได้เป็นผู้คุมกฎ ต้องคอยควบคุมพฤติกรรมของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย ทุกชั้นปี ทุกฝ่าย แม้แต่สภานักศึกษาด้วยกันเองก็ต้องถูกฝ่ายของฉันคอยควบคุมและดูแลพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา มันน่าวุ่นวายมากเลยแหละ! และฉันก็ไม่เคยดีใจและเต็มใจที่ได้เป็นเลยสักนิด!

และพวกเราก็ไม่ได้มีแค่หน้าที่ในสภานักศึกษาเท่านั้นนะ แต่ยังควบตำแหน่งสำคัญที่มีสมาชิกสภานักศึกษาเพียงสิบคนเท่านั้นที่จะได้รับ โดยแบ่งเป็นห้าตำแหน่ง ตำแหน่งละสองคน ผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายหนึ่งคนเท่านั้น แน่นอนว่าโฟร์เบียร์ควบสี่ในห้าตำแหน่งอย่างเหนียวแน่นมาร่วมสี่ปีแล้ว โดยทางคณะสภานักศึกษาไม่สามารถลงมติหาใครมาโค่นตำแหน่งทั้งสี่ของพวกเราได้...

เหอะ... ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่นะ... แต่บอกเลย... พวกเราสี่คนไม่มีใครยินดีกับตำแหน่งนั้นๆ สักคน เพราะอะไรน่ะเหรอ... เพราะต้องคอยรักษาภาพลักษณ์อยู่ตลอดเวลาน่ะสิ...

คงจะมีแต่ฉันนี่แหละที่สบายที่สุด เพราะนิสัยของฉันคือไม่สนใจใครอยู่แล้ว... ใครร้ายมาก็สนองตอบ ใครเหี้ยมาก็ใช้ตีนตอบสนอง... รุนแรงสมกับตำแหน่งของฉันเลยล่ะ

และตำแหน่งอันแสนน่ารำคาญของฉันก็คือ Dangerous หรือแดนเจอร์ที่แปลว่าอันตราย

ใช่แล้ว...ฉันคือผู้หญิงที่ใครๆ ก็ขนานนามว่าอันตรายที่สุด...

เหอะ! น่าขำนะว่าไหม?

ส่วนเตกีล่า ยัยเพื่อนสาวที่ทั้งเหวี่ยงทั้งวีน แถมยังมาดนิ่งราวกับนางพญา ยัยนั่นได้ตำแหน่ง Queen ราชินีที่ใครๆ ก็หวั่นเกรง หากทว่าความเป็นจริงแล้วยัยนั่นน่ะงอแงอย่างกับเด็กๆ คำว่าร้ายแค่เปลือกนอกน่ะเหมาะกับยัยนี่ที่สุด...

และอนิซ ผู้หญิงที่ใครๆ ก็เรียกเธอว่า Princees เจ้าหญิงแสนสวย เรียบร้อยและยิ้มเก่ง แต่ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มหวานๆ ของยัยนั่นน่ะ อาบยาพิษไว้หนาแค่ไหน... ถ้าถามว่าในกลุ่มนี้ใครอันตรายที่สุด... ฉันคิดว่าคำตอบนั้นคงไม่ใช่ฉันแล้วแหละ!

มาจบลงด้วยคนสุดท้ายในกลุ่มของเรา สาวน้อยจอมเปิ่นที่มองกี่ทีก็คิดว่ายัยนี่เหมือนเด็กมัธยมไม่มีผิด และเพราะความน่ารัก สดใส ใจดีเรี่ยราดของยัยนี่ จึงทำให้ ลิเคียว ครองตำแหน่ง Angel เป็นนางฟ้าที่ใครๆ ก็หลงรัก

แต่ถึงแม้ว่าพวกเราทั้งสี่จะแสบ ซ่า ร้าย และอันตรายยังไง แต่มั่นใจได้เลยว่าพวกเราเป็นคนดีแน่นอน แม้บางทีจะชอบแหกกฎบ่อยๆ ก็เถอะ! แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ... ก็พวกฉันเป็นผู้คุมกฎนี่... เคยได้ยินไหม

พวกฉันทำได้... แต่คนอื่นห้ามทำ!!

 

มหาวิทยาลัย GBAC 

“ไหนดูซิ... มีรอยฟกช้ำตรงไหนบ้างหรือเปล่าเนี้ย” นิ้วเรียวจับปลายคางของฉันขณะใช้ดวงตาสวยคมจับจ้องไปทั่ว แถมยังจับใบหน้าฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อหาร่องรอยตามที่ปากว่า ฉันถอนหายใจเหนื่อยๆ แล้วใช้มืออีกข้างปัดมือเธอออกเบาๆ เตกีล่าทำท่าฮึดฮัดนิดหน่อยแล้วทิ้งตัววนั่งลงด้านข้าง “ให้มันได้อย่างนี้สิจิน! เมื่อไหร่แกจะเลิกไปมีเรื่องต่อยตีกับเขาสักทีนะ!”

และก็เหมือนทุกๆ ครั้งตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา เตกีล่ายังคงบ่นฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และฉันก็นั่งฟังเงียบๆ เช่นเคย ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ... ก็รับประกันไม่ได้นี่นาว่าฉันจะเลิกมีเรื่องกับคนอื่นได้จริงๆ หรือเปล่า

ความจริงฉันเป็นคนรักสงบมากเลยนะ หวงชีวิตส่วนตัวอย่างกับอะไรดี ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทกันจริงๆ ไม่มีทางย่างกรายเข้าใกล้ความเป็นส่วนตัวของฉันเด็ดขาด และตลอดเวลาที่ฉันมีเรื่องมให้เตกีล่าบ่นบ่อยๆ ก็ไม่ใช่เพราะฉันไปหาเรื่องใครนะ คนพวกนั้นต่างหากที่ชอบเข้ามาหาเรื่องฉันก่อน

และฉันก็เป็นประเภทที่ว่า... เป็นคนรักความสงบ...แต่ก็พร้อมจะสยบด้วยส้นตีน!

ซึ่งแน่นอนว่าด้วยตำแหน่งแดนเจอร์อย่างฉัน ไม่มีทางพบความสงบง่ายๆ แน่ เพราะมีแต่คนอยากจะได้ตำแหน่งนี้ไปครอง แต่ขอบอกเลยเถอะ! ฉันไม่เคยต้องการมันเลยนะ ไอ้ตำแหน่งบ้าบอเนี้ย ใครอยากได้ก็เอาไปเลยสิวะ! ทำไมต้องมหาเรื่องแย่งชิงจากฉันด้วย...

คือกูอยากอยู่เงียบๆ ไง อยากได้ตำแหน่งกันนักก็ไปขอกับทางคณะสภาบ้าๆ นั่นสิ! จะมาท้าตีท้าต่อยแถมยังอ้อนมืออ้อนตีนกูเพื่อใคร!

“นี่แกฟังฉันพูดบ้างไหมเนี้ยจิน!” เสียงเหวี่ยงๆ ของเตกีล่าดังขึ้นอีกรอบพร้อมกับสีหน้ายุ่งๆ ฉันเหลือบตามองมันนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าส่งๆ “พยักหน้าอีกแล้ว ตลอดเลยแกอ่ะ! พยักๆ แต่ไม่เคยทำได้ เหอะ!”

“เอาน่าเตกิ พวกเราก็รู้จักนิสัยจินดี ถ้าพวกนั้นไม่มาหาเรื่องก่อน ยัยจินก็คงไม่ไปหาเรื่องพวกมันหรอก”

ฉันหันกลับมามองเพื่อนรักอีกคนที่มักทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและปลอบโยนทุกคนในกลุ่มเสมอ ไม่สิ... ลิเคียวน่ะ ใจดีกับทุกคนนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นยัยนี่จะได้ครองตำแหน่งแองเจิลเป็นปีที่สี่เหรอ...

“แล้วนี่อนิซไปไหน? ทำไมยังไม่มาอีกนะ” เตกีล่าเปลี่ยนเรื่องมาที่อนิซ เพื่อนรักอีกคนในกลุ่ม และเหมือนยัยนั่นจะรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นหัวข้อสนทนา เมื่อร่างบอบบางของอนิซก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางแปลกๆ “ตายยากชะมัดเลยนะแก”

ปกติอนิซเป็นคนตรงต่อเวลามาก น่าแปลกที่วันนี้ยัยนั่นมาสาย...

“อ่ะ... ขอโทษที่มาช้านะ เอ่อ... พอดีว่าเค้าติดธุระน่ะ”

ฉันใช้สายตานิ่งๆ จับจ้องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสาวหน้าหวาน อย่าลืมสิ... ฉันเป็นหนึ่งในผู้คุมกฎที่ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยนะ ยิ่งท่าทางแปลกไปของเพื่อนรักอย่างอนิซด้วยแล้ว ฉันยิ่งจับผิดได้ง่าย...

“เป็นอะไรหรือเปล่าอนิซ... ท่าทางแกแปลกๆ นะ” เตกีล่าถามขึ้นตรงๆ สายตาคมจับจ้องร่างบางอย่างจับผิดไม่ต่างจากฉัน เรียกสายตาของลิเคียวที่นั่งอยู่ไม่ไกลให้หันมองเช่นกัน

บอกแล้วไง... พวกเราเป็นถึงผู้คุมกฎของมหาวิทยาลัยเลยนะ เรื่องจับผิดพฤติกรรมนี่โคตรถนัดเลยล่ะ!

“มะ... ไม่มีอะไรนี่ ทำไมพวกแกต้องมองเค้าแบบนั้นล่ะ!” อนิซหลบสายตาก่อนจะเดินไปนั่งมุมสุดของห้องแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมากดเล่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ลิเคียวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ คว้าไอโฟนยัยนั่นมาถือเอาไว้ก่อนจะมองหน้าเพื่อนรักอย่างรู้ทัน

“ถึงแกจะแอ๊บกับคนอื่นเก่ง แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าแกโกหกพวกฉันไม่เก่งนะอนิซ... มีอะไรก็พูดมาสิ”

“นั่นสิ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? เดี๋ยวฉันจัดการให้!”

ลิเคียวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใยในขณะที่เตกีล่าถามพลางกดดันทางสายตา อนิซจึงก้มลงแถมยังยกมือขึ้นกระชับคอเสื้อนักศึกษาอีกต่างหาก

เดี๋ยวนะ... นั่นมัน...

“ทะ...ทำอะไรน่ะจิน!”

ฉันเดินเข้าไปดึงคอเสื้อนักศึกษาของอนิซลงมาด้วยความรวดเร็วท่ามกลางสายตาแตกตื่นของทุกคนในห้อง คือปกติฉันเป็นคนไม่ชอบพูดมากถามมากน่ะนะ แต่ชอบลงมือทำเลยมากกว่า และการกระทำของฉันก็ส่งผลให้คอเสื้อของอนิซเปิดลงมาจนเกือบถึงเนินอกจนยั่ยนั่นรีบคว้าคอเสื้อตัวเองขึ้นปิดทันทีก่อนจะตะโกนถามฉันเสียงดัง

“.........” ฉันขมวดคิ้วมองหน้าอนิซนิ่งๆ แล้วหลุบตาลงมองตำแหน่งที่ฉันเห็นเมื่อครู่... และประโยคแรกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องก็หลุดออกมาจากริมฝีปากฉัน “คิสมาร์ค...”

“ว่าอะไรนะ!” นี่เป็นเสียงของเตกีล่า มันลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาจับมืออนิซแล้วเปิดออก ยัยนั่นพยายามเบี่ยงตัวหลบหากก็สู้แรงของยัยควีนตัวร้ายไม่ได้ “ให้ตายสิ! นี่มันคิสมาร์คจริงๆ ด้วย!”

“คิสมาร์ค... รอยจูบน่ะเหรอ?” ลิเคียวทวนคำถามซื่อๆ ก่อนจะเบิกตากว้างอีกครั้ง “เห้ย! แกมีของพวกนั้นได้ยังไงอะอนิซ!”

คราวนี้พวกเราสามคนกลายเป็นยืนล้อมหน้าอนิซที่นั่งก้มหน้านิ่งๆ ราวกับนักโทษถูกสอบสวน ยัยนั่นกัดริมฝีปากตัวเองแน่น สองตาส่ายไปมาเหมือนกำลังคิดหาคำพูด

“ไม่ใช่! นี่มันรอยยุงกัด...”

“อย่ามาโหกพวกฉันนะอนิซ! ฉันไม่ได้โลกสวยถึงขนาดจะแยกแยะไม่ออกว่ารอยอะไรเป็นรอยอะไรน่ะ! อีกอย่างนะ! ฉันเห็นไอ้รอยพวกนี้บนคอของคู่ขาไอ้บ้าเต็มสิบมานักต่อนักละ! สารภาพมานะว่าใครเป็นเจ้าของรอยพวกนี้!”

เตกีล่ายืนกอดอกด้วยมาดนางพญาเหมือนที่ชอบทำ ฉันส่ายหัวแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม ไม่จำเป็นต้องคาดคั้นหรอก... เพราะถ้าอยากจะบอก เดี๋ยวยัยนั่นก็บอกเองแหละ... อนิซเคยมีความลับกับพวกฉันนานๆ ซะที่ไหนกัน

“ไม่มีอะไรจริงๆ นะ... พวกแกอย่ามากดดันเค้าเลยนะ”

อนิซเอื้อมไปหยิบไอโฟนจากมือลิเคียวคืนมาแล้วก้มหน้าก้มตากดมันเพื่อเลี่ยงที่จะตอบคำถามอะไรอีก เตกีล่ากับลิเคียวจึงเดินกลับมานั่งที่เดิมแต่สายตาก็ไม่วายจับจ้องสาวหน้าหวานอย่างจับผิด

มันชักจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลซะแล้วล่ะสิ...

 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 

“อื้อ... พอแล้วรัม... ยะ...อย่าแกล้งสิ”

“เอาน่า อุตสาห์ได้อยู่ในที่ส่วนตัวแล้วนะ ขอจูบหน่อยสิ”

“อื้อ... ไม่ได้ พวกยัยจินก็อยู่นะ อายพวกมันบ้างสิ!”

“อายทำไม? พวกมันเห็นจนชิน”

“ถามพวกกูหรือยัง?” น้ำเสียงติดรำคาญของผู้หญิงหน้าตาสวยแบบดิบๆ ดังขึ้น ทำให้ร่างสองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ถึงกับชะงัก สองคนนั้นพากันหันมองเจ้าของประโยคคำถามด้วยสีหน้าต่างกัน อีกคนทำหน้าเบื่อๆ ส่วนอีกคนทำหน้าอายๆ ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่าคนที่ต้องอายน่ะใคร ถ้าไม่ใช่ฝ่ายผู้หญิง

“มึงก็น่าจะชินได้แล้วนะอาโป ดูอย่างไอ้จินดิ๊... มันยังไม่พูดไรเลย” ใบหน้าหล่อเลวของรัมหันมามองฉันนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปซุกหน้าลงบนลำคอของแฟนตัวเองต่อ

ใช่แล้วละ... ไอ้เวรนั่นมันกำลังนัวเนียกับแฟนสุดที่รักของมันภายในห้องเรียนที่ตอนนี้ร้างผู้คนหมดแล้ว เพราะหมดชั่วโมงเรียนไปหลายชั่วโมงแล้ว เพื่อนร่วมเซคคนอื่นๆ ก็พากันกลับบ้านจนหมด เหลือก็แต่พวกฉันสี่คนที่ยังนั่งวาดแบบกันอย่างไม่ยอมไปไหน ไม่สิ... ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ... มีฉันกับอาโปแค่สองคนนั่นแหละที่กำลังวาดแบบ ส่วนอีกสองคนน่ะเหรอ... โน่นไง! กำลังนั่งฟัดกันนัวเนียแบบไม่อายฟ้าอายดินเลยไง

“คือกูต้องชินเหรอวะ? มึงสิที่ต้องอายพวกกูนะ!” อาโปปรายตามองมันด้วยสายตาจิกกัด

“เอาน่าๆ รัมปล่อยฉันก่อน ฉันจะไปช่วยพวกจินวาดแบบให้เสร็จๆ จะได้แยกย้ายกันกลับบ้านไง” ซินเทียร์พยายามเกลี่ยกล่อมแฟนตัวร้าย สองมือก็พยายามแกะมือหนาออกจากสะโพกของตัวเอง ฉันปรายตามองสภาพของมันที่โดนไอ้เวรรัมจับให้นั่งคร่อมบนตักของมันด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ให้ตายสิ! สองคนนี้นี่มันเจอหน้ากันในที่ลับตาไม่ได้เลยสินะ! เป็นต้องนัวเนียกันตลอด!

“ไม่เอา ช่างพวกนั้นมันสิ ไอ้จินมันเก่งจะตาย วาดแปปๆ เดี๋ยวก็เสร็จ... เธอมาช่วยให้ฉันเสร็จดีกว่าซิน หึๆ” รัมพาดพิงถึงฉันก่อนจะหัวเราะเจ้าเล่ห์ในลำคอ และเพราะไอ้คำพูดส่อลงต่ำของมันทำให้ซินเทียร์ถวายฝ่ามือให้เป็นรางวัล ยัยนั่นสะบัดตัวก่อนจะลุกขึ้นจากตักแกร่ง แล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างฉันโดยไม่หันไปสนใจไอ้ผู้ชายบ้ากามที่นั่งทำหน้าเซ็งจัดอยู่ด้านหลังซักนิด

“ถ้านายยังไม่เลิกทำตัวหื่นใส่ฉันไม่เลือกที่แบบนี้นะรัม คราวหลังฉันจะไปนอนบ้านจินอีก”

“เห้ยไม่ได้นะ! เธอจะไปนอนกับมันทำไมนักวะ! อยากนอนมานอนกับฉันเซ่!” รัมลุกขึ้นโวยวายแล้วรีบเดินเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างฉันกับซินเทียร์ในทันที มันจ้องฉันด้วยสายตาอาฆาตนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าออดอ้อนใส่เมียสุดที่รัก “พักนี้ใจร้ายมากไปแล้วนะซิน ทำไมไม่ไปนอนกับฉันบ้างวะ?”

“ก็ฉันไม่อยากไปนี่ อีกอย่างนะ! นายก็ไม่ได้นอนกับฉันแค่คนเดียวไม่ใช่หรือไง! หึ!”

“เห้ยอะไร? หมาตัวไหนมันคาบอะไรมาบอกเธออีกวะซินเทียร์!” มือหนาคว้าไหล่ซินเทียร์แล้วจับหันมาหาตัวเอง “ตอบดิวะ! ที่ไม่ไปห้องฉันก็เพราะเรื่องนี้ใช่ป่ะวะ!?”

“อย่าโวยวายดิรัม”

“ตอบมาดิ! แค่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ นี่ยังไม่แย่พออีกเหรอวะ ทำไมมีไรไม่พูด”

“ก็บอกว่าอย่าโวยวายไง! พูดไม่เข้าใจเหรอ!?”

ฉันกรอกตาขึ้นเซ็งๆ แล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะหลุบตามองพวกมันสองคนนิ่งๆ นอกจากความหื่นไม่อายใครของคู่นี้แล้ว ยังมีเรื่องที่ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ เข้ามาเติมสีสันกันตลอด ฉันก็เข้าใจพวกมันนะที่ต้องมาแอบคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งที่อยากจะเปิดเผยใจจะขาด หากไม่ห่วงความปลอดภัยของซินเทียร์แล้วล่ะก็นะ...

สาเหตุที่สองคนนี้ต้องแอบคบกันลับๆ มันมาจากตำแหน่งที่รัมมันกำลังเป็นอยู่นั่นน่ะสิ ตำแหน่งผู้ชายอันตรายที่สุดในมหาวิทยาลัย ‘รัฟเฟียน’ และเพราะตำแหน่งเวรๆ นั่นแหละที่ทำให้รัมมันมีศัตรูรอบทิศไม่ต่างจากฉัน เพื่อเป็นการปกป้องซินเทียร์จากพวกศัตรูของรัฟเฟียนอย่างมัน พวกมันสองคนเลยต้องแอบคบกันลับๆ แบบนี้ไง แล้วพอเวลาพวกมันได้อยู่ในที่ลับตาคนเมื่อไหร่ ความติดเรทและหื่นกระจายก็จะตามมาโดยไม่สนว่าพวกฉันจะอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า

“ไปเคลียร์กันไกลๆ เลยไป พวกกูจะทำงานเห้ย!” อาโปที่ทนไม่ไหวรีบลุกขึ้นยืนตาม มันกอดอกพลางกดสายตารำคาญลงมอง ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรวบแบบงานขึ้นมาถือก่อนจะเดินมานั่งอีกมุมนึงของห้อง ปล่อยให้ผัวเมียมันเคลียร์กันไป อาโปเดินตามมานั่งลงด้านข้างพลางบ่น “เชื่อพวกมันเลยว่ะ! เดี๋ยวก็หื่นเดี๋ยวก็ดราม่า กูละเพลียแทน!”

“...เออน่า ปล่อยพวกมันไปเหอะ” ฉันเอ่ยบอกขณะกางแบบงานลงบนโต๊ะแล้วเริ่มวาดต่อโดยไม่หันไปสนใจเสียงทะเลาะกันของคนทั้งคู่อีก ถ้าจะว่าชินก็คงจะใช่... แต่ถ้าจะบอกว่าไม่สนใจ... มันก็ไม่เชิง

 

“กลับมาแล้วหรือครับคุณหนู”

เสียงทักของพ่อบ้านวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่ฉันกำลังถอดรองเท้า ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินขึ้นบันไดบ้านอันแสนกว้างขวางของตัวเอง ความจริงจะเรียกที่นี่ว่าบ้านมันก็คงจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นที่พักอยู่อาศัยของคนจำนวนมากแล้ว มันยังเป็นสถานที่ที่หลายๆ คนเรียกมันว่า ‘องค์กร’

“นายท่านสั่งไว้ว่าถ้าคุณหนูกลับมาแล้วให้แวะเข้าไปพบด้วยครับ”

“......” ฉันหยุดชะงักฝีเท้าพลางหลุบตาลงมองคนเบื้องล่างด้วยสายตาเรียบนิ่ง “แล้วคุณตาอยู่ที่ไหน?”

“ดาดฟ้าครับ”

“...อืม” ฉันตอบรับแล้วก้าวเท้าขึ้นบันไดต่อไปเรื่อยๆ จนถึงดาดฟ้าชั้นสี่ พอเปิดประตูออกไปก็พบกับชายชราที่ยืนอยู่ในชุดยูคาตะกำลังใช้สองแขนไพล่หลังพลางเหม่อมองท้องฟ้า “คุณตา...”

“อ้าวน้องเพลง...กลับมาแล้วเหรอลูก” รอยยิ้มใจดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของนั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมานานมากแล้ว “มานี่สิลูก ตามีอะไรจะให้”

ฉันขยับตัวเข้าไปยืนด้านข้างคุณตา ผู้ชายที่มีอำนาจและทรงอิทธิพลที่สุดในย่านนี้ หลายคนอาจจะมองว่าท่านดุดัน น่าเกรงขาม และน่ากลัว แต่สำหรับฉันแล้ว ท่านเปรียบเสมือนทั้งพ่อและแม่ของฉัน คุณตาใจดีและอ่อนโยนกับฉันเสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต ท่านไม่เคยตีฉันเลยสักครั้ง... ท่าน... คือญาติเพียงคนเดียวที่ฉันมี

“อะไรหรือคะ?” ฉันมองสิ่งที่อยู่ในมือของคุณตา แสงระยิบระยับของมันส่องสะท้อนอยู่ตรงหน้าฉัน คุณตาส่งยิ้มอ่อนโยนให้อีกครั้งขณะที่วางของสิ่งนั้นลงบนฝ่ามือของฉัน

“มันคือสร้อยของฮานะ...”

“สร้อยของคุณแม่...” ฉันพลิกจี้รูปดอกไม้ในมือไปมาด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา หัวใจเต้นรัวเร็วกับสิ่งที่กำลังสัมผัสอยู่

นี่มัน... มันคือสร้อยที่แม่ของฉันสวมไว้ก่อนตาย... คุณตาเคยเล่าให้ฉันฟังว่าพ่อของฉันเป็นคนให้สร้อยเส้นนี้กับแม่ของฉันไว้... และมันหายไปในวันที่แม่ของฉันหมดลมหายใจ...

วันนั้นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว... วันที่ความทรงจำของฉันขาดหายไปพร้อมกับลมหายใจของแม่... ฉัน... จำไม่ได้แม้แต่หน้าพ่อของตัวเองด้วยซ้ำ!

“ใช่... ตาเก็บมันไว้มานานพอแล้ว... ถึงเวลาที่ตาต้องคืนมันให้กับเราสักที... เพลงพิณ”

“.......”

TO BE CONTINUED... 

TALK 

อัพแล้วค่าาา >___< ปมมาอีกละ ฮาาาา เอาจริงๆ คือไม่อยากผูกปมเลย ผูกเองแล้วเครียดเอง 555 

เรื่องนี้หม่นๆ ดาร์กๆ นางเอกพูดน้อยต่อยหนัก พระเอกพูดเยอะ หื่นมาก 555 

มีหนังสือพร้อมส่งนะคะ ติดต่อเพจ "พันเก้า" 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}