จินตนากร
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

47 ไอริณตกเป็นตัวประกันอย่างไม่คาดฝัน !

ชื่อตอน : 47 ไอริณตกเป็นตัวประกันอย่างไม่คาดฝัน !

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
47 ไอริณตกเป็นตัวประกันอย่างไม่คาดฝัน !
แบบอักษร

ผมหันไปมองหน้าไอริณกับพี่เมฆที่ต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจหรือผิดคาดกับสิ่งที่ท่านจ้าวได้ตอบพวกเรามา 

แล้วไอริณก็ถามท่านจ้าวต่อไป "ประตูศิลาที่มีช่องใขกุญแจที่ใหญ่ที่สุดงั้นหรือคะท่านจ้าว... หมายความว่า มันคงจะแตกต่างจากประตูศิลาอื่นๆอย่างนั้นใช่หรือปล่าวคะ ?" 

"ย่อมแตกต่างแน่นอน..." ท่านจ้าวพยักหน้าเนิบๆ "มันแตกต่างทั้งขนาดความกว้างใหญ่ของประตูและช่องไขกุญแจที่ดูใหญ่ผิดปกติกว่าประตูศิลาอื่นๆที่ทำมาให้ใช้คู่กับดอกกุญแจอาถรรพ์ต่างๆที่มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 12 ดอกนั่น..." 

ท่านจ้าวหยุดไปนิดหนึ่งก่อนที่จะกล่าวต่อช้าๆอย่างเน้นเสียง  

"เพราะว่า ประตูศิลาบานนี้ก็คือ ประตูศิลาบานที่ 13 ที่ต้องใช้คู่กับกุญแจอาถรรพ์ดอกที่ 13 โดยเฉพาะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น.." 

อะไรนะ...? ประตูศิลาบานที่ 13 ที่ต้องใช้คู่กับดอกกุญแจอาถรรพ์ดอกที่ 13 โดยเฉพาะเพียงอย่างเดียวเหรอ ?! 

ผมทวนประโยคเหล่านั้นด้วยความสงสัยอยู่ในใจอย่างที่สุด ขณะที่ก็สังเกตุเห็นสีหน้าของไอริณกับพี่เมฆที่ดูเหมือนกับว่าจะประหลาดใจหรือพิศวงงงงวยกันหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมซะอีก 

"ขอถามหน่อยนะท่าน... " พี่เมฆเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "หากไอ้ประตูศิลาบานใหญ่ที่พวกท่านได้ลงทุนขนย้ายกันมาไว้ยังยอดเขาแห่งนี้กันด้วยความยากลำบาก และยังจะต้องมาคอยปกปักษ์รักษามันไว้ด้วยชีวิตของพวกท่านทั้งหมดนั้นมีความสำคัญถึงอย่างที่สุดอย่างนี้แล้ว ก็แล้วไอ้เจ้าดอกกุญแจที่ว่าเป็นดอกกุญแจดอกที่ 13 ที่ต้องใช้คู่กับมันนั้นล่ะ มันจะมีความสำคัญถึงขนาดไหนกันล่ะท่านจ้าว.?" 

"มันก็ต้องมีความสำคัญถึงอย่างที่สุดตามกันอยู่แล้ว ท่านผู้มีในตาตี่เล็ก เพราะของสองสิ่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาคู่กัน มันจะต้องใช่ร่วมกันเท่านั้นจึงจะเกิดผล..." มูติชาห์กลับเป็นผู้ตอบคำถามนี้แทนบิดา และคำว่าตาตี่เล็กนั่นก็ทำให้คิ้วของพี่เมฆถึงกับกระตุกขึ้นข้างหนึ่งทันที  

"แต่ทว่า จนบัดนี้..." ท่านจ้าวกล่าวต่อจากมูติชาห์ "ในหมู่พวกเราชาวมิตทราห์ในรุ่นปัจจุบันนี้ทั้งหมด ก็ยังไม่เคยมีใครได้เห็นกุญแจดอกที่ 13 ที่มีการกล่าวถึงไว้นั่นเลย ว่ามันจะมีรูปร่างลักษณะเช่นไรกันแน่ แต่เปรียบเทียบกับช่องที่ใช้ไขบนประตูศิลาใหญ่ยักษ์ที่เห็นนั่นแล้ว ข้าก็คาดว่า มันคงจะมีขนาดที่ใหญ่โตอยู่ไม่น้อยทีเดียว..." 

"เรื่องของประตูศิลาและดอกกุญแจต่างๆพวกนี้ ยิ่งมายิ่งพิศดารพันลึกจริงๆเลยนะคะ" ไอริณพูดขึ้นด้วยดวงตาที่เป็นประกายตื่นเต้น "ดิฉันอยากจะรู้ซะจริงๆเลยว่า ใครกันนะ ที่เป็นผู้ประดิษฐ์ของประหลาดที่มีอาถรรพ์พิศดารเหล่านี้ขึ้นมา และอันที่จริงแล้ว ดิฉันออกจะสงสัยอยู่ว่า ในตอนแรกนั้นมันได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ไปในทางด้านดีหรือว่าร้ายกันแน่นะคะท่านจ้าว ?" 

"ที่จริงแล้ว..." ท่านจ้าวเหลียวหน้ามองไปทางทิศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของธารน้ำนั้นไปอีกครั้ง "คนที่สามารถจะตอบคำถามและเล่ารายละเอียดเบื้องลึกของพวก 13 กุญแจอาถรรพ์พวกนี้ได้ดีทีสุดก็คือ ท่านมหาดาบสผู้ที่ได้เคยช่วยให้ข้ารอดตายมาจากอณาจักรมิตทราห์ดินแดนบ้านเกิดของข้า... และยังเป็นผู้ที่ได้มาบอกความลับที่ว่ามีประตูศิลาขนาดใหญ่อยู่ภายใต้วิหารศักสิทธิของอณาจักรเรา และสุดท้ายก็ยังช่วยหาวิธีให้ข้ากับราชาแห่งวาณิการ์ได้เคลื่อนย้ายมันมายังดินแดนแถบนี้ได้จนสำเร็จอย่างที่ข้าได้บอกไปเมื่อกี้นี้.." 

แล้วท่านจ้าวก็หันกลับมามองพวกเราด้วยรอยยิ้มน้อยๆ "และข่าวดีสำหรับพวกท่านก็คือ ท่านมหาดาบสผู้นี้ ณ.ตอนนี้ก็ได้มาพำนักอยู่ในหมู่บ้านของพวกเราที่อยู่เลยลำธารและเนินนั้นไปเพียงไม่ไกลเท่าไรนัก..." 

"พ่อจ้าว..." มูติชาห์พูดขึ้นทันที "ท่านมหาดาบสยังอยู่ในช่วงบำเพ็ญสมาธิโดยตัดขาดสิ่งต่างๆอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ?" 

ท่านจ้าวพยักหน้า "ใช่แล้ว... แต่นี่ก็ใกล้จะถึงวันที่ท่านมหาดาบสจะออกจาการบำเพ็ญสมาธิแล้ว และข้าก็คิดว่า ท่านอาคันตุกะเหล่านี้ ก็คงจะยังไม่รีบร้อนไปไหนกันกระมัง ? เพราะจะยังไงแล้ว พวกท่านทั้งหมดในที่นี้ก็ดูเหมือนจะเข้ามาอยู่ในวังวนของความอาถรรพ์แห่งดอกกุญแจทั้ง 13 ดอกนั่นกันอย่างแทบไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้ว และถ้าหากว่าพวกท่านได้รอที่จะเสวนากับท่านมหาดาบสผู้นั้นแค่เพียงสักครั้งแล้ว บางที่พวกท่านก็อาจจะเข้าใจในเรื่องราวต่างๆของพวกดอกกุญแจทั้ง 13 และประตูศิลาอาถรรพ์ต่างๆนั้นมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่งก็เป็นได้... " 

วาจาของท่านจ้าวนั้นคมคายราวกับลิ้นของนักการฑูตชั้นดี และนั่นก็ทำให้มูติชาห์ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีกในขณะนี้ ในขณะที่ฝ่ายพวกเราต่างก็มีทีท่าเห็นด้วยกับเหตุผลของท่านจ้าวกันอย่างดุษฎี 

และขณะที่พวกเรากำลังจะรับข้อเสนอของท่านจ้าวที่จะนำพวกเราไปพบท่านมหาดาบสที่ได้พำนักอยู่ในหมู่บ้านของท่านจ้าวแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันบางอย่างก็ได้เกิดขึ้นในขณะที่พวกเราและคณะของท่านจ้าวขาดความระมัดระวังกันไปเพียงชั่วขณะ เมื่อชายหนุ่มผู้ที่ชื่อชัยยาซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นครึ่งคนครึ่งอสูรเพราะการติดเชื้ออสูรดำได้แอบเข้าประชิดถึงด้านหลังของไอริณอย่างรวดเร็ว...! 

"เอ๊ะ...! นี่มันอะไรกัน...?!!" เสียงไอริณตกใจขึ้นมา ในขณะที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่าได้ถูกมือขวาอันแข็งแกร่งของคนข้างหลังที่ไม่รู้ว่าเป็นใครล็อกคอเธอไว้...! 

พวกเราทั้งหมดในที่นั้นต่างก็ตกตะลึงกับการกระทำอันอุกอาจรวดเร็วของชายที่ชื่อชัยยาที่กำลังอยู่ในสถานะครึ่งๆกลางๆระหว่างคนกับปิศาจนั้นเป็นอย่างมาก เพราะคงจะไม่มีใครคาดว่าเขาจะลงมือทำเช่นนั้นกับไอริณ...! 

และในขณะนั้นเอง ดูเหมือนไอริณจะเข้าใจทันทีว่าคนที่ล็อกคอเธออยู่ด้านหลังนี้ก็คือชัยยานั่นเอง "ชัย... คุณชัยยา...?! นี่คุณ... นี่คุณเป็นอย่างไรบ้าง...? แล้วคุณต้องการอะไรถึงได้ทำอย่างนี้คะ...?" 

เสียงพูดของไอริณเมื่อรู้แล้วว่าคนข้างหลังเธอคือชายหนุ่มครึ่งอสูรที่ชื่อชัยยากลับพูดและถามคำถามออกไปด้วยเสียงที่เรียบๆนิ่มนวล ราวกับไม่มีความตระหนกตื่นกลัวในการกระทำของเขาในตอนนี้เลยสักนิด ในขณะที่ผมเองนั้นดันกลับรู้สึกใจหายใจคว่ำเพราะกลัวเขาจะฉีกคอของไอริณไปซะตอนนี้...! 

และเพียงชั่วเดี๋ยวเดียวนั้น มูติชาห์กับสิงห์ในร่างนุชก็ทะยานเข้ามาจนมาอยู่ในระยะไม่เกินหกเจ็ดเมตรยังที่เบื้องหน้าของไอริณ ในขณะที่ธนูในมือของมูติชาห์นั้น ก็ถูกยกขึ้นน้าวในพริบตา...! 

"อย่า... อย่าได้เข้ามานะทุกคน...!! ไม่งั้นฉันจะ...ฉันจะฆ่าเธอซะ...!!" เสียงขู่คำรามนั้นกลับเป็นเสียงที่ดังฟังชัดแบบเป็นผู้เป็นคนมากกว่าที่จะเป็นเสียงของอสูรร้าย...?! 

มูติชาห์และสิงห์ถึงกับเบรคชงักไปทันที...! 

"คุณ... คุณยังไม่ได้กลายเป็นอสูรอะไรนั่นไปอย่างแท้จริงใช่ไหม... คุณชัยยา ?" เสียงเรียบๆของไอริณกลับถามคนข้างหลังที่ยังคงล็อกคอเธออยู่อย่างใจเย็น ในขณะที่เขาก็ค่อยๆพาไอริณกระเถิบถอยออกไปทีล่ะเล็กทีล่ะน้อย... 

"ผม... ผมไม่แน่... ใจครับ..." ชายที่ชื่อชัยยาตอบไอริณออกไปเบาๆ แต่ทว่าตัวของผมเองที่กำลังยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ในระยะไม่ไกลนัก ก็ยังได้ยินเสียงพูดนั้นอย่างชัดเจน 

"ก่อนหน้านี้หน่อยนึง... ผมดูเหมือนจะจำอะไร... ไม่ค่อยได้..." เขาพูดออกมาอีก "มันเหมือนกับ... มีใครมาขโมยสติของผมไปน่ะ... แต่มาตอนนี้... มันก็เหมือนกับผม... ได้แย่งชิงสติของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง..." 

ไอริณกลับยิ้มที่มุมปาก ขณะที่เธอยังถูกล็อกคอโดยที่แผ่นหลังของเธอก็ยังแนบชิดติดกับร่างของชัยยา "ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมไม่บอกพวกเขาไปล่ะว่า ตอนนี้สติของคุณได้หวนกลับมาอย่างครบถ้วนแล้ว ?" 

"ผม... ผม..." เสียงของชัยยาตะกุกตะกักขึ้นมา "ผมคิดว่า พวกเขาคงไม่เชื่อผมหรอก... ผมแค่ต้องการ... กลับไปหาพี่ชายของผม ผมเป็นห่วงเขามาก... ในตอนนี้... ผมไม่ได้ต้องการจะทำร้ายคุณหรอก... เพราะคุณช่างดีกับผม คุณเท่านั้นที่ดีกับผม... แต่ถ้า... ถ้าผมไม่เอาคุณมา... เป็นตัวประกันอย่างนี้ พวกเขาคงต้องฆ่าผม... คงต้องฆ่าผม ซะก่อนแน่ๆ..." 

การสนทนาของคนทั้งสอง กลับไม่ได้ทำให้มูติชาห์ลดธนูลงไป เขากับสิงห์กลับยังคงขยับก้าวตามไปที่เบื้องหน้าทีล่ะเล็กทีล่ะน้อย ขณะที่ชัยยาก็พาร่างของไอริณขยับถอยหลังไปอีกทีล่ะน้อยเช่นกัน 

และในขณะที่ผมกวาดตามองผ่านพี่เมฆที่ยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างนิ่งๆและจันที่กำลังทำท่าขนลุกขนพองสยองเกล้าเลยไปยังกลุ่มทหารราวสามสิบคน ที่ยังยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ที่อีกฝั่งของลำธารแล้ว ผมก็ได้สังเกตุเห็นว่าเหล่าทหารของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์ทั้งหมดนั้นต่างก็ยกคันธนูขึ้นมาน้าวสายเล็งมาทางไอริณที่ยังคงถูกชัยยาล็อกคออยู่ ในขณะที่ท่านจ้าวแห่งมิตทราห์ผู้ยังยืนอยู่ทางฝั่งนี้ก็กำลังตั้งท่าเหมือนกับจะโบกมือให้สัญญาณยิงธนูอยู่ทุกขณะจิต 

"ตอนนี้พวกเขายิ่งต้อง... ฆ่าผมกันทั้งหมด... ! ลองมอง... ไปทางโน้นสิ..." ชัยยาบอกด้วยเสียงที่สั่นๆเล็กน้อย พลางพยักหน้าให้ไอริณมองไปที่กลุ่มทหารที่กำลังเล็งธนูมาที่เธอและเขา 

"เขาคงไม่ตัดสินใจยิง ขณะที่มีฉันคนนี้ยืนบังคุณอยู่อย่างนี้หรอก...?" ไอริณเอียงหน้าตอบเขา 

"พวกเขาตัดสินใจแล้ว... ที่จะฆ่าผม... ตรงนี้... เพราะพวกเขาใช้... สีแดง...!" 

"อะ... อะไรกัน สีแดงอะไร ?" ไอริณเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างงงๆ 

"ดอกธนู... สีแดง...!" สีหน้าของชัยยาดูดุดันขึ้นมาอย่างทันที "พวกเขาต่างดึงดอกธนูสีแดง.. ออกมากันทั้งหมดทุกคน...!" 

"ดอกธนูสีแดง คือ...?" 

"ดอกธนูสังหาร... ที่สามารถปลิดชีวิต... ของผู้ที่ติดเชื้ออสูรดำอย่างผมได้.. มันเป็นดอกธนูที่จะ... ส่งผมไปยังนรกในพริบตา...!" 

คำตอบของชัยยาทำให้ผมใจหายอีกครั้ง... หากมีดอกธนูดอกไหนดอกหนึ่งในจำนวนราวสามสิบกว่าดอกถูกปล่อยออกมา มันก็คงจะสังหารชายที่ชื่อชัยยาผู้ที่ได้ติดเชื้ออสูรดำนี้ได้อย่างทันทีทันใด... ? 

แต่ถ้าดอกธนูนั่นเกิดพลาดผลั้งไปโดนไอริณของผมเข้าล่ะ... 

ผมก็คงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตของผมแน่ๆ... แล้วนี่ผมจะทำยังไงกับสถานะการณ์แบบนี้กันดีล่ะนี่... ?!!" 

 

(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ) 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น