ใจดินสอ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

ชื่อตอน : EP.5 จีบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2562 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.5 จีบ
แบบอักษร

ฟาเรนท์... 

 

ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่เบาะหลังของรถคันหนึ่งที่จอดอยู่หน้าห้องน้ำในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งและภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ก็ทำให้ฉันแทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี พอก้มลงสำรวจตัวเองก็พบว่าสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว 

 

" ก็ดี อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยให้ฉันนอนแก้ผ้าในรถ " 

ฉันพรึมพรำกับตัวเองก่อนจะก้าวขาลงจากรถพลางมองไปรอบๆที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ขับรถมา  

 

" นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย ถ้าไอ้พี่รู้นะ หัวแตกแน่ " 

ฉันบ่นให้ตัวเองก่อนจะยีหัวตัวเองไปมาหลังจากที่ล้างหน้าล้างตาและ...บ้วนปากเรียบร้อยแล้ว 

 

" จะไปไหน " 

เสียงทุ้มทำให้ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อก้าวขาพ้นจากห้องน้ำหญิง สร่างเมาจริงๆก็คราวนี้แหละอีฟาเอ๊ย 

 

" อย่ามายุ่งกับฉัน " 

ฉันเดินหนีไปอีกทางกะว่าจะไปโปกแท็กซี่กลับคอนโดแต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าข้อมือเอาไว้แน่น 

 

" ปล่อย!! ฉันเจ็บนะ!! " 

ฉันโวยวายเสียงดังก่อนจะสะบัดมือออกแต่ก็ไม่หลุดจากมือใหญ่สักที 

 

" จะไปส่ง " 

 

" ไม่ต้อง!! " 

ฉันตะโกนใส่ 

 

" พูดดีๆเพราะๆเป็นมั้ย " 

เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติหากแต่แววตาดุดันจนฉันต้องชะงัก แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนฉันต้องเบ้ปากหากแต่เจ้าของมือใหญ่ยังคงทำหน้านิ่ง 

 

" เจ็บ อึก " 

ฉันพูดเสียงสั่นเมื่อความรู้สึกเหมือนข้อมือกำลังจะแตก และปวดร้าวไล่ไปตามลำแขน 

 

" อย่าร้อง ไม่ชอบ " 

มือใหญ่คลายมือออกก่อนจะขยับมาปาดน้ำตาที่แก้มออกอย่างอ่อนโยน 

 

" ฉันเจ็บ " 

ฉันพูดก่อนจะลูบแขนตัวเองที่ปวดหนึบไปมา 

 

" ที่หลังก็พูดดีๆสิ จะขึ้นเสียงทำไม เป็นผู้หญิงทำตัวให้เป็นผู้หญิงซะบ้างเข้าใจมั้ย " 

เสียงทุ้มนุ่มหูพูดใกล้ๆใบหน้าจนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดใบหน้าของฉันอยู่ 

 

" ถาม...ว่าเข้าใจมั้ย " 

เสียงนุ่มละมุนยังคงดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมือใหญ่ที่เชยคางฉันขึ้นให้สบตากับเขา และเราก็มองหน้ากันเงียบๆอยู่แบบนั้น 

 

" ว่าไง เข้าใจมั้ย " 

ยังคงถามต่อ 

 

" อื้อ " 

ฉันตอบพลางสบตากับเขาก่อนจะ... 

 

ปั่ก!! 

" โอ๊ย!! ยัยตัวแสบ!! " 

เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ฉันเก็บไว้ถูกส่งต่อไปยังหัวเข่าก่อนจะพุ่งตรงไปยังหว่างขาของคนที่ยืนตรงหน้า 

 

" ตายๆไปซะ ไอ้หมอโรคจิต!! " 

ฉันตะโกนกลับหลังไปมองคนที่นอนงอตัวกับพื้นก่อนจะวิ่งเต็มเหนี่ยวราวกับเป็นตัวแทนไปแข่งขันโอลิมปิก  

. 

. 

. 

" แฮ่กๆๆ ทำไมเหนื่อยแบบนี้เนี่ย โอ๊ยไม่ไหวแล้ว " 

ฉันพูดกับตัวเองก่อนจะนั่งลงตรงป้ายรถเมล์มองถนนตอนตีสองกว่าๆที่เตียนโล่งไร้รถวิ่งผ่าน 

 

" ให้มันได้อย่างงี้สิอีฟาเอ๊ย รองเท้าก็ไม่เอามา " 

ฉันบ่นกับตัวเองเมื่อก้มลงมองที่เท้าก็พบว่าฉันไม่ได้สวมรองเท้า แล้วที่เดินเข้าห้องน้ำกับวิ่งมาเมื่อกี้ก็...เฮ้อ 

 

" แบบนี้แหละพวกขี้เมาชอบลืมรองเท้า " 

เสียงทุ้มๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นรองเท้าส้นสูงสีดำมาให้  

 

" ขอบใจ " 

ฉันรับรองเท้ามาสวมแต่ก็ไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียง 

 

" เออนั่นไง กระเป๋าตังค์ก็ลืมอีก เวรล่ะสิ " 

ฉันตบหน้าผากตัวเองไปทีนึงก่อนจะนั่งคอพับต่อ เมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไง โทรศัพท์ก็อยู่ในนั้น 

 

" อะ " 

กระเป๋าหนังสีดำยาวแบรด์นหรูยื่นมาอีกครั้ง กระเป๋าของฉันนิ 

 

" พอดีเลย คิดว่าไปลืมไว้ไหน " 

ฉันเอื้อมมือไปรับกระเป๋ามาไว้ก่อนจะตั้งสติและหันกลับไปก็พบว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆฉันเป็นนายธันวา หมอโรคจิต 

 

" นาย!! " 

 

" มานี่เลยยัยตัวแสบ " 

ธันวากดเสียงต่ำก่อนจะกระชากฉันเข้าหาเขาแล้วแบกฉันไว้บนไหล่เขาก่อนจะเดินไปหารถยนต์สีดำที่จอดอยู่ไม่ไกลจากป้ายรถเมล์ที่ฉันนั่ง 

 

" นี่ ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไอ้หมอโรคจิต!! ปล่อย!! " 

ฉันร้องโวยวายก่อนจะทุบหลังคนที่แบกอยู่รัวๆ 

 

" เงียบ!! " 

ทันทีที่โยนฉันเข้าไปในรถแล้วล็อคประตู คนที่นั่งฝั่งคนขับก็หันมาขึ้นเสียงใส่ฉัน 

 

" ไม่!! " 

เอาสิให้มันรู้ไปว่าฉันสามารถนั่งกรี๊ดได้ทั้งวันโดยที่ไม่เจ็บคอ 

 

" จะเงียบไม่เงียบ!! " 

เราสองคนเถียงกันในรถอย่างไม่มีใครยอมใครโดยที่รถยังจอดอยู่ที่เดิม 

 

" ฉัน - ไม่ - เงียบ กรี๊ดดดดด!! " 

พูดจบฉันก็กรี๊ดลั่นรถอย่างสุดพลังราวกับว่ากินนกหวีดแทนข้าวมาตั้งแต่เกิด 

 

" ฉันบอกให้เงียบ!! " 

 

" มะ อื้อ อ่อย อั๊น อ๊ะ " 

สิ้นเสียงดุๆใบหน้าแดงก่ำของอีหมอธันวา ก็กระชากฉันไปบดขยี้ริมฝีปากจนรู้สึกระบมไปหมด 

 

" แฮ่กๆ " 

หลังจากที่ถอนริมฝีปากร้อนๆออกฉันก็ได้แต่สูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วจ้องหน้าไอ้หมอบ้าที่ตอนนี้ส่งสายตาดุๆมาให้ฉัน 

 

" เสียงดีแบบนี้ เก็บเสียงน้องไว้ร้องที่ห้องพี่ดีกว่านะ " 

รอยยิ้มมุมปากกับแววตาดุดันทำใหฉันอดขนลุกไม่ได้ เขาน่ากลัว... 

 

" ไม่!! / ถ้าไม่งั้นฉันจะทำมากกว่าจูบเธอแน่ ตรงนี้เลย " 

 

" .......... " 

 

 

 

 

ความคิดเห็น