snufflehp

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2562 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7
แบบอักษร

ตอนที่ 7 

 

ผมอยู่กับพี่โปรดมาจนตอนนี้ก็เกือบสามเดือนแล้ว และทุกอย่างยังคงเป็นความลับ (ผมคิดว่างั้น) เราต่างคนต่างใช้ชีวิตตามปกติ พี่โปรดยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าตามแบบฉบับของผู้ชายที่ชื่อ ‘มาโปรด’ ความหล่อระดับตำนานยังคงเป็นที่กล่าวขานของสาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัย เน้นย้ำว่าทุก ‘สาว’ จริงๆ ในขณะที่ความอิจฉายังคงแผ่กระจายไปในหมู่เพศชายส่วนใหญ่ที่อิจฉาทั้งรูปร่าง หน้าตา หญิงที่ควง ไปจนถึงรถที่ขับ

ข่าวลือถึงความใจดี พูดเพราะ มีน้ำใจกับมนุษย์ทุกเพศทุกวัยของพี่โปรดทำให้ผมแอบเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านกลุ่มสาวๆ ที่กำลังเม้าท์น้ำลายแตกฟองกันอยู่ หนึ่งในนั้นเป็นคู่ควงคนล่าสุดของพี่โปรดที่กำลังอวดนาฬิกาเรือนสวยให้กับเพื่อนของเธอดู อะฮะ! นิสัยของเสี่ยโปรดเขาล่ะ ชอบแจกเงินแจกของ วิธีนี้มัดผู้หญิงให้ไปไหนไม่รอดไม่รู้ตั้งกี่ราย แต่พอพี่ท่านจะเขี่ยทิ้งก็เชือดกันนิ่มๆ ทิ้งกันอย่างหน้าด้านๆ เลยทีเดียว

แต่พี่โปรดที่อยู่กับผมไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆ คิด ‘ไอ้เหี้ยพี่โปรด’ ที่ผมมักแอบเรียกในใจบ่อยๆ มีนิสัยที่เกินเยียวยา อีกนัยหนึ่งก็คือสันดานที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ สุดยอดของความขี้หวง สุดยอดของความบ้อบอ และสุดยอดของความงี่เง่า แน่นอนว่าหล่อระดับตำนานแบบนั้น ถ้าจะเลวก็เลวสุดยอดเหมือนกัน ผมทนอยู่กับคนแบบนั้นมาได้ก็เพราะเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งนั่นก็คือคลิปทุเรศๆ ของผมที่ผมไม่ได้คิดอยากรู้ว่าพี่โปรดเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน อีกเหตุผลงี่เง่าก็เพราะ...

เฮ้อ...ช่างมันเถอะครับ...อีกเหตุผลมันไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่หรอก เพราะถึงยังไงพี่โปรดก็ไม่เคยมองเห็นมันอยู่แล้ว

ผมสอบมิดเทอมเสร็จไปเมื่อสามวันก่อน แต่พอกลับมาเรียนตามปกติก็โดนสั่งงานมาอีกโครมใหญ่ จนตอนนี้พวกเพื่อนๆ ตกลงกันว่าจะไประดมความคิดและช่วยกันทำที่คอนโดฯ ของคุณเปรม ส่วนผมที่ทำไฟนอลโปรเจ็คคู่กับคุณเปรมก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องไปทำที่นั่นเหมือนกัน แต่ผมติดปัญหาใหญ่เลยล่ะ

“พี่โปรด ปลื้มต้องไปทำโปรเจ็คนะ ไม่ได้ไปเที่ยว”

“ก็แล้วทำไมต้องไปทำห้องไอ้เปรมด้วย”

“ก็คุณเปรมเขาเป็นคู่โปรเจ็คปลื้ม ไม่ให้ไปทำที่ห้องคุณเปรม พี่โปรดจะให้ไปที่ไหนล่ะ”

“ก็ให้มันมาทำที่ห้องเราสิ”

“ได้ที่ไหน พี่โปรดอยากให้คนอื่นรู้รึไงว่าปลื้มอยู่กับพี่โปรดน่ะ”

พี่โปรดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยืนกระต่ายขาเดียวตอบผมว่า “แต่พี่ไม่อยากให้ไปนี่”

พี่โปรดแม่งไม่เคยลดความงี่เง่าลงเลยสักนิด ตัวเองก็อ่านหนังสือสอบไม่เคยจะว่างสักวัน แล้วยังจะมาวุ่นวายกับผมอีก ไม่ประสาทแดกตายก็บุญเท่าไหร่แล้วล่ะครับ

ตอนนี้ผมยืนคุยกับพี่โปรดอยู่หน้าบ่อปลาของคณะเกษตรฯ นี่แหละครับ เพราะมันใกล้กับตึกคณะแพทยฯ แถมยังลับตาคน ผมมองป้ายเตือนห้ามตกปลาข้างบ่ออย่างเซ็งๆ นี่สโมฯ คงยังไม่อนุมัติเรื่องจ้างยามมาเฝ้าบ่อปลาให้คุณติ๊กอีกสินะครับ ป้ายเตือนถึงยังอยู่

“แล้วพี่โปรดจะเอายังไง”

“พี่อนุญาตให้กลับดึกได้ แต่ห้ามค้าง”

“ปลื้มไม่อยากนั่งแท็กซี่กลับห้องดึกๆ นะ”

“ก็แล้วจะนอนห้องคนอื่นทำไม”

“คนอื่นที่พี่ว่าน่ะน้องชายพี่นะครับ”

“ยังไงกับเรามันก็คือคนอื่น ไม่รู้ล่ะ พี่ไม่ให้ค้าง”

“พี่โปรดไม่มีเหตุผลเลย”

“พี่มีเหตุผลของพี่ ถ้าไม่อยากนั่งแท็กซี่ไว้พี่ขับรถไปรับ โอเคไหม”

ผมจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้า พี่โปรดยิ้มอย่างพอใจก่อนจะจูบหน้าผากผมหนึ่งที

“พี่มีแล็ปต่อจนถึงเย็น กลับไปรอที่ห้องนะ”

“ครับ”

ผมเรียนเสร็จแล้วเลยกลับคอนโดฯ ซัดข้าวขาหมูพิเศษจานใหญ่ที่ตลาดก่อนขึ้นห้องมาอาบน้ำเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแล้วออกมานอนดูทีวีที่โซฟา คุยไลน์กับเพื่อนๆ ไปพลางๆ แต่ผมไม่ถนัดพิมพ์ในมือถือเท่าไหร่ เลยบอกว่าให้ออนเฟซคุยกันดีกว่า

ผมเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเข้าเว็บเฟซบุ๊ค มีของพี่โปรดออนค้างไว้อยู่เลยแว๊บดูสักหน่อย แต่แค่ออนไลน์แป๊บเดียวผู้หญิงที่รูปโปรไฟล์สวยๆ ก็ทักมาเป็นสิบ คือ...ลำบากมากครับคุณถ้าเวลาผมเข้าเฟซแล้วต้องมานั่งตอบแชทเยอะขนาดนี้ คนกดติดตามผู้ชายคนนี้บอกได้เลยว่าเลขหกหลัก คือความจริงแม่งถ่ายรูปก็ไม่ได้หล่อมากหล่อมายอะไรหรอกครับ บ้านๆ ฮ่าๆ สถานะความสัมพันธ์ที่ประกาศให้ชาวโลกรู้คือ It’s complicated แต่ไม่ได้ขึ้นกับใคร ซึ่งประเด็นนี้มีความคิดเห็นมหาศาลด้วยคำถามส่วนใหญ่อยากรู้ว่าท่านมาโปรดเขามีความสัมพันธ์ยุ่งยากซับซ้อนกับใคร แต่ไม่มีใครได้คำตอบนั้นเพราะพี่โปรดตอบเม้นแค่ ‘555’ -_- กวนตีนมากครับ ณ จุดนี้

พี่โปรดลงรูปไม่กี่รูปหรอกครับแต่คนกดไลค์หลักหมื่นเลยนะ รูปที่ใช้ขึ้นโปรไฟล์คือรูปที่ถ่ายจากมุมข้าง อวดดั้งจมูกโด่งให้ชาวบ้านเขาอิจฉา ผมก็เป็นเพื่อนเฟซพี่โปรดครับ ตอนแรกเพื่อนพี่โปรดเต็ม แต่พี่แกใจดีลบเพื่อนออกเพื่อจะรับแอดผม แถมยังบ้าบอติดดาวเฟซผมอีกต่างหาก คือไม่ว่าผมจะตอบเม้นใคร กดไลค์สถานะหรือรูปใคร พี่ท่านจะรู้หมดครับ

ผมล็อคเอาท์เฟซพี่โปรดแล้วเข้าเฟซตัวเองบ้าง เฟซผมก็เหมือนๆ กับของคนธรรมดาทั่วไป เพื่อนเฟซประมาณสองพันกว่าคน คนติดตามก็น้อยกว่าพี่โปรดเยอะ ก็แน่ล่ะครับ ผมเป็นแค่ไอ้แว่นหน้าจืดที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปพระอาทิตย์ตกดิน มีดีหน่อยแค่เรียนวิศวะฯ แน่นอนว่าเป็นคณะที่สาวๆ อยากเป็นแฟนด้วยมากที่สุด แต่ที่มีคนแอดมาหาผมไม่ใช่เพราะเขาอยากเป็นแฟนกับผมหรอกครับ แค่เพราะเฟซผมดันเป็นเฟซเดียวในช่องความสัมพันธ์ครอบครัวของเสี่ยโปรดที่มีความหล่อระดับตำนานน่ะสิ ขนาดคุณเปรมน้องชายแท้ๆ ยังไม่ได้รับเกียรตินี้เลยนะครับ เล่นขึ้นว่า ‘ลูกสาว’ ผมนี่แทบอยากกระโดดงับคอ แถมยังชอบมาโพสบนกระดานข้อความผมอย่างกะคนไม่มีอะไรทำ พี่เขมเคยมาโพสบอกฝันดีผมครั้งหนึ่ง พี่โปรดนี่ล่ะเสนอหน้ามาตอบคนแรกเลย ‘อย่ามายุ่งกับลูกสาวผมครับ’ คอมเม้นแค่นั้นคนก็ตามมากดไลค์เป็นพันๆ ส่วนพี่เขมได้แค่โพสตอบว่า ‘...’ แล้วก็หายไปเลย ส่วนผมจะทำอะไรได้ครับถ้าไม่อยากมีปัญหากับพี่โปรดนอกไปจากทำได้แค่กดไลค์อย่างเดียว ไม่กล้าตอบอะไรไป

ผมนั่งตอบเม้นพี่โปรดที่แท็กชื่อเฟซผมเมื่อสองชั่วโมงก่อนว่า ‘@BE_PLEASED พ่อมีแล็ปถึงเย็น อย่าเถลไถลนะครับ’

‘รับทราบ☺’

จากนั้นผมก็นั่งคุยแชทกับพวกคุณเปรมที่คุยกันหลายคนในหน้าต่างเดียวจนอ่านตามแทบไม่ทัน ก่อนจะแชร์เพลง‘ทารุณ’ ของวงคาราเมลจาก YouTube เพื่อปั่นกระแสสักหน่อย พวกคุณเปรมมากดไลค์อย่างไว ก่อนเสี่ยโปรดจะมาคอมเม้นว่า

‘เพ้อเจ้ออะไรครับลูกสาว’

ผมเลยพิมพ์ ‘555’ กลับไป พี่โปรดเม้นต่อด้วยสัญลักษณ์ ‘☹’ แล้วก็ทักแชทผมมาบอกว่ากำลังเก็บของจะกลับ ผมบอกให้ขับรถดีๆ พี่โปรดเลยส่งรูปหัวใจมาให้

ผมเล่นไพ่สลาฟไปด้วยคุยกับคุณเปรมและคุณติ๊กไปด้วยเพราะตอนนี้คุณกิมพาคุณเฟรนออกไปทานข้าว เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องซึ่งผมไม่ได้สนใจจะหันไปมอง ไม่ต้องกลัวขโมยขึ้นหรอก ถ้ามันบ้ามาปล้นที่ชั้นสามสิบกว่า ผมก็ยอมให้ขนของไปโดยไม่แจ้งตำรวจอ่ะ ก็นี่มันของของพี่โปรด ฮ่าๆ ล้อเล่นครับ ผมรู้น่าว่าใครที่เข้ามาเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก จนพี่โปรดเดินมาหอมแก้มผมนั่นแหละ ผมถึงต้องหยุดทำทุกอย่างแล้วหันกลับไปสนใจพี่เขา ขืนยังเล่นเฟซเล่นเกมต่อได้มีโดนด่าแน่

พี่โปรดวางหนังสือลงบนโต๊ะทำงานข้างๆ แล้วนั่งลงพิงหลังกับเก้าอี้ดูเหนื่อยๆ แต่อิริยาบถแบบนี้แม่งโคตรเท่ ผมเผลอมองนานไปหน่อยเลยโดนดีดหน้าผากเข้าให้

ดีดแรงด้วยนะ แรงควายชัดๆ

“เจ็บนะครับพี่โปรด”

“สำออย”

สงสัยแม่งอารมณ์ไม่ดี ผมไปไกลๆ ดีกว่า เดี๋ยวโดนพาลอีก

“อะไรๆ โกรธรึไง แล้วนั่นจะไปไหน”

“ก็ไม่ได้จะไปไหน จะเดินมาดูทีวีเนี่ย”

ผมนั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดทีวีดูแก้เซ็ง นี่ทุกก้าวเดินของผมต้องรายงานพี่ท่านตลอดเลยรึไงครับ!

“พี่โปรด ปลื้มว่าจะใส่คอนแท็คเลนส์อ่ะ พี่ว่าดีป้ะ”

ผมคิดมาสักพักแล้วครับ ใส่คอนแท็คเลนส์มันดูสะดวกกว่า ส่วนแว่นตา ผมว่าจะใส่แค่ตอนนั่งเรียนเท่านั้น ซึ่งความจริงก็ไม่อะไรหรอก แค่คุณติ๊กบอกว่าเวลาผมถอดแว่นแล้วดูโอเคกว่าตอนใส่ ผมเลยอยากลองเปลี่ยนดูเผื่อพี่โปรดจะชอบขึ้นมาบ้าง

“ใส่แว่นก็ดีแล้ว”

“มันทำอะไรไม่ค่อยสะดวกอ่ะ เวลาลงช็อปต้องคอยดันแว่นให้เข้าที่มันเสียเวลา”

“ใส่มาตั้งนานไม่เห็นบ่น นี่คิดอะไรขึ้นมา”

“นะพี่โปรด พาไปซื้อหน่อย”

“เออๆ ทุ่มครึ่งไปห้างกัน”

“ครับ”

ผมนอนดูทีวีรอพี่โปรดอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่นานพี่ท่านก็ออกมาในชุดเต็มยศพร้อมออกศึก แน่นอนว่าดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า คงมีนัดอีกแล้วล่ะมั้ง

“พี่โปรดมีนัดเหรอ งั้นปลื้มไปคนเดียวนะ”

ถ้าการปิดหูปิดตามันจะทำให้ผมไม่ต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้ ผมก็ยอมไม่รับรู้อะไร ผมไม่อยากเห็นพี่โปรดอยู่กับคนอื่น ผมรู้ว่าผมก็แค่หนึ่งในตัวเลือกของพี่โปรด อาจจะพิเศษหน่อยที่ได้อยู่กับพี่โปรดที่คอนโดฯ พี่โปรดไม่เคยพาใครมาที่ห้องก็จริง แต่นั่นเพราะผมขอเขาไว้ ผมไม่รู้ว่าจะทนได้ยังไงถ้าเห็นเขากอดจูบใครต่อหน้าต่อตา ผมทำใจไม่ได้จริงๆ

ผมอาจจะหลอกตัวเอง...แต่เพราะผมไม่มีทางเลือก ผมไปจากเขาไม่ได้ แต่ก็ทนเห็นเขามีคนอื่นไม่ได้เหมือนกัน

“ก็ไหนบอกให้พี่พาไป”

“แต่...”

“ขึ้นรถเลย ไม่ต้องเรื่องมาก”

ผมนั่งรถไปเงียบๆ พอถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง พี่โปรดก็บอกให้ผมย้ายไปนั่งข้างหลัง ผมทำตามโดยไม่โต้แย้งอะไร มองดูผู้หญิงสวยหวานในชุดเดรสสีชมพูขึ้นมานั่งแทนที่ผม ผมเบือนหน้ามองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาพี่โปรดที่มองผมผ่านทางกระจกมองหลัง

“นี่คงจะเป็นน้องปลื้มใช่ไหมคะ” พี่เขารู้จักผมได้ยังไงไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากจะรู้หรอกครับ

“ครับ”

“พี่ชื่อมิ้นนะคะ ไม่เห็นพี่โปรดบอกเลยว่าน้องปลื้มจะไปทานข้าวกับพวกเราด้วย”

พี่มิ้นแกพูดเพราะครับ ดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ที่ถามก็คงจะแปลกใจจริงๆ

“ผมแค่ติดรถไปที่ห้างน่ะครับ”

“อ้าว...น้องปลื้มไปทานข้าวด้วยกันสิคะ”

“ผมไม่รบกวนดีกว่าครับ แหะๆ”

“งั้นครั้งหน้าไปด้วยกันนะคะ จะว่าไปก็ลูกสาวจริงๆ ด้วยนะคะเนี่ย หน้าหวานจังเลย คุณพ่อดุไหมคะน้องปลื้ม” พี่มิ้นหันไปพูดกับพี่โปรด ก่อนจะหันมาถามผม สงสัยคุณพ่อคงจะหมายถึงพี่โปรดล่ะมั้งครับ พี่สาวคนนี้คงจะเป็นเพื่อนเฟซพี่โปรดด้วยล่ะมั้ง

“ดุอย่างกับหมาเลยครับ”

“ปลื้ม!”

พี่มิ้นหัวเราะอย่างน่ารัก ก่อนจะตีแขนพี่โปรดเบาๆ “อย่าดุลูกสิคะ”

บ๊ะ! เหมือนสามีภรรยากันมากเลยทีเดียว จากนั้นผมก็นั่งเงียบ ปล่อยให้พี่มิ้นเขาคุยกับพี่โปรดไป บางทีก็หันมาถามความเห็นผมบ้าง ผมก็แค่พยักหน้ารับแล้วยิ้มอย่างเดียว ...ผมชักเกลียดไฟแดงมากขึ้นทุกที เพราะมันทำให้ผมต้องทนนั่งอยู่ในรถที่ถูกฉาบไปด้วยสีชมพูของพี่มิ้น ยิ่งพวกเขาหัวเราะด้วยกันมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้แย่ลงเท่านั้น ผมต้องทนอีกนานแค่ไหนกันนะ?

“ทานให้อร่อยนะครับ ปลื้มขอตัวก่อน” ผมบอกพี่มิ้นแล้วรีบแยกตัวออกมาเมื่อรถจอดสนิทในลานจอดรถของห้างดัง ผมไม่รู้ว่าพี่โปรดทำหน้ายังไงเพราะไม่ได้มอง คงกำลังยิ้มหน้าระรื่นอยู่มั้งครับ ก็มีคนสวยๆ พูดจาเอาอกเอาใจอยู่ข้างๆ ขนาดนั้น

ผมคิดอย่างเซ็งๆ พลางเดินเข้าร้านแว่นตาร้านประจำที่มีคอนแท็คเลนส์ทุกสีทุกยี่ห้อขาย ถ้าซื้อแบบบิ๊กอายคงดูตุ๊ดน่าดู ผมว่าผู้ชายใส่บิ๊กอายมันแปลกๆ น่ะ เลยเลือกแบบธรรมดามา แล้วก็ใส่มันที่ร้านนั่นเลยเพราะเขามีคนสอนใส่ให้ด้วย จ่ายเงินเสร็จ ผมก็คิดว่าจะไปร้านหนังสือ หาหนังสืออ่านฆ่าเวลาดีกว่าแล้วค่อยขึ้นแท็กซี่กลับห้อง แน่นอนว่าคืนนี้ต้องเป็นห้องผมอยู่แล้ว ไม่ได้กลับหอพักมาสักชาติได้แล้วมั้ง

ไม่รู้ว่าคนมองอะไร ผมเสียความมั่นใจไปโขเลย เพราะเวลาไม่มีแว่นแล้วหน้ามันดูโล่งๆ แต่ผมว่าใส่กับไม่ใส่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเท่าไหร่นะ หน้าผมก็ยังเดิมๆ แต่ทำไมคนมองกันจังเลยครับ...หรือเพราะผมหน้าทรงน้ำพุกันนะ -*-

“ปั๊ดดดดด! เชี่ยปลื้ม! กูก็นึกว่าใคร” คุณติ๊กโผล่มาจากส่วนไหนของห้างก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้าผม ในมือมีถุงร้านรองเท้าแบรนด์ดัง สงสัยมาถอยคู่ใหม่อีกแล้วแหงๆ

“แล้วนึกว่าใครล่ะครับ”

“น่ารักสัดหมา! กูว่าแล้วว่าไม่ใส่แว่นน่ะดีกว่า แต่ก็ไม่เปลี่ยนเท่าไหร่หรอก แล้วมึงมาแรดอะไรแถวนี้อ่ะ”

“แรดอะไรล่ะ ผมมาซื้อคอนแท็คเลนส์ -*-”

“มึงไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนี้ใส่กู เดี๋ยวกูโดนอำนาจมืดอุ้มเข้าป่าไอ้สัด”

“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”

“ไอ้กิมไอ้เฟรนอยู่ชั้นสาม ซื้อขวดนมให้ลูกพวกมันอยู่”

“กวนตีนครับสัดติ๊ก”

“กวนตีนที่ไหนครับมึง พวกมันซื้อหมูมาเลี้ยงตั้งชื่อว่าไอ้เจ้ย ไม่รู้พวกมันคิดบ้าอะไร”

เออครับ ประสาทจริง สัตว์เลี้ยงอย่างพวกหมา แมว กระต่ายมันตกเทรนแล้วเหรอครับ - -*

“แล้วนี่เสี่ยโปรดไปไหน”

“ทำไมต้องถามถึงพี่โปรดครับ?”

“พ่อมึงไม่ใช่เหรอ”

“อ๋อ...คงหาแม่ให้ผมอยู่ครับ - -*”

คุณติ๊กหัวเราะชอบใจ ก่อนจะลากผมไปช่วยเลือกกางเกงยีน เห็นบ่นว่าตัวโปรดโดนไอ้เจ้ยฉี่ใส่เลยต้องทิ้ง วันนี้ถึงต้องมาหาซื้อตัวใหม่ ต้องเลือกแพงๆ ไว้ก่อน เพราะคุณกิมจะเป็นคนจ่ายให้ ไม่นานคุณกิมกับคุณเฟรนก็ตามมาสมทบ หอบของอะไรไม่รู้มาเยอะแยะ ที่ผมเห็นก็มีนมสำหรับหมูเด็ก ขวดนม ยานั่นยานี่สารพัด

“ไอ้ปลื้มแม่งน่าฟัดว่ะ กูว่ามึงกลับไปใส่แว่นเถอะไป เดี๋ยวเสี่ยโปรดได้เป็นฆาตกรอ่ะ” คุณกิมว่าพลางโยกหัวผมไปมา ทำท่าเหมือนจะกัดผมซะให้ได้ถ้าคุณเฟรนไม่ดึงไว้ก่อน

“เกี่ยวอะไรกับพี่โปรดครับ?”

พวกนี้เวลาพูดเรื่องผมจะต้องมีพี่โปรดมาเอี่ยวด้วยตลอด แต่ผมว่า...เรื่องที่ผมอยู่กับพี่โปรดพวกเขาไม่น่าจะรู้นะครับ เพราะก็ไม่เห็นมีใครเขาทำท่าแปลกๆ ใส่ผมสักคน แล้วที่พร้อมใจกันเรียกเสี่ยนี่ก็เพราะพักหลังๆ พวกเขาไปกินเหล้ากับพี่โปรดบ่อยๆ แต่ผมได้ไปด้วยแค่บางครั้งเท่านั้น

“เออๆ ไม่เกี่ยวๆ แล้วนี่มึงจะไปไหนต่อรึเปล่าวะ ไปร้องเกะกับพวกกูป่ะ เดี๋ยวไอ้เปรมจะตามมาด้วย”

“ไปครับ”

“โอเค เดี๋ยวรอสัดติ๊กเลือกกางเกงแป๊บ เฮ้ย! ไอ้ติ๊ก จะเอาตัวไหนก็เอา ชักช้าจ่ายคนละครึ่งนะมึง” คุณกิมตะโกนบอกคุณติ๊กที่หันมาชูนิ้วกลางให้ ก่อนจะหยิบกางเกงให้พนักงานไปคิดเงิน

“ไอ้เจ้ยมึงไม่โดนกูฆ่าก็บุญแล้วไอ้สัด กูอุ้มแป๊บเดียวแม่งเยี่ยวใส่กูซะงั้น”

“ก็ใครใช้ให้มึงลามกเล่นเจี๊ยวลูกกูล่ะ”

“งั้นกูเล่นเจี๊ยวมึงได้ป่ะครับเฟรน”

“เดี๋ยวมึงโดนตีนกูไอ้สัด” คุณกิมยกนิ้วกลางให้คุณติ๊กที่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงคุณเฟรนให้ออกห่างคุณติ๊กที่ไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ แต่ผมเห็นนะครับ...ความเศร้าใจที่แสดงออกทางสีหน้าไม่กี่วินาทีนั่น เอาเถอะ...ไม่ใช่เรื่องของผมหรอก

พวกผมเดินเที่ยวเล่นกันอีกสักพัก ก่อนจะพากันไปที่ร้านคาราโอเกะหลังมอ คุณเปรมรออยู่ที่ร้านแล้ว พอผมไปถึงก็เข้ามาลูบหัวลูบหาง แม่งพักหลังๆ ชอบทำอย่างนี้กับผมบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมรู้แต่ว่าถ้าพี่โปรดรู้ผมได้น่วมทุกที แล้วคุณเปรมก็จะหัวเราะสะใจผม แน่นอนว่าเรื่องผมกับพี่โปรดมีแต่คุณเปรมเท่านั้นที่รู้ แต่คงไม่รู้ถึงขนาดว่าผมไปอยู่กินกับพี่ชายเขาหรอกมั้ง

“พี่กูคลั่งตายแน่ แล้วนี่มันปล่อยให้มึงไปเดินเอ๋ออยู่ที่ห้างคนเดียวได้ไง” คุณเปรมพอรู้ว่าพวกคุณกิมไปเจอผมที่ห้างคนเดียวก็บ่นใหญ่

“ไปกับพี่โปรดครับ แต่พี่โปรดไปกินข้าวกับพี่มิ้น ผมเลยมากับพวกคุณกิมครับ”

“มานี่ไม่ได้บอกมันเหรอ”

“ผมต้องบอกเหรอครับ?”

ผมแกล้งถามก่อนจะยกเบียร์ขึ้นมาจิบ ตอนนี้คุณติ๊กกับคุณกิมครองไมค์ ความจริงพวกเขาก็ครองมาสักสี่ห้าเพลงแล้วล่ะครับ - -*

“งั้นเดี๋ยวกูโทรไปบอกมันให้ละกัน”

“ไม่ต้องหรอกครับ คงกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่ต้องไปขัดจังหวะเขาหรอก”

คุณเปรมมองผมแล้วอมยิ้มน้อยๆ “มึงงอนพี่กูเหรอ”

ผมส่ายหน้าช้าๆ แล้วจิบเบียร์ต่อไป แต่คุณเปรมก็ล็อคคอผมไว้แล้วก้มลงมาหอมแก้ม “มึงแม่งน่ารักว่ะปลื้ม เลิกกับพี่กูเถอะ”

“เฮ้ยๆ ไอ้เปรม เดี๋ยวมึงได้ตายคาตีนเสี่ยโปรดหรอกไอ้สัด” คุณกิมประกาศออกไมค์เลย ผมนี่โคตรกลัวห้องข้างๆ เขาได้ยิน

“มันไม่รู้หรอก เล็กๆ น้อยๆ เนอะปลื้ม”

คุณเปรมหัวเราะชอบใจ โยกตัวผมไปมา ผมไม่ได้ว่าอะไรเพราะยังไงก็เพื่อนกัน ไม่มีทางที่คุณเปรมจะคิดกับผมมากกว่านี้อยู่แล้ว อีกอย่างผมก็เป็นผู้ชายนะครับ เรื่องหอมแก้มกันนี่มันเด็กๆ ผมยังเห็นคุณกิมหอมแก้มคุณเฟรนบ่อยๆ เลย

ร้องคาราโอเกะกันจนถึงเที่ยงคืนซึ่งผมก็ได้แต่นั่งฟังคนอื่นร้องล่ะครับ ผมไม่ชอบร้องเพลงชอบฟังมากกว่า คุณเปรมมาส่งผมที่หอพัก ไม่ลืมที่จะบอกให้ผมโทรหาพี่โปรด ผมแค่รับฟังแต่ไม่คิดจะทำตามหรอก กลัวโทรไปขัดจังหวะเขาน่ะ

“นั่นรถพี่โปรดรึเปล่าวะปลื้ม” คุณเปรมชี้ให้ผมดูเบนซ์สปอร์ตสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล แค่ดูป้ายทะเบียนผมก็รู้เลยว่าเป็นรถใคร

“คงใช่ครับ”

“มึง...ไปนอนคอนโดกูก่อนไหมวะ?”

“หือ?”

“พี่กูโมโหน่ากลัวนะ”

“ผมไม่เป็นไรครับ ขอบใจที่มาส่ง ขับรถดีๆ ครับ”

“เออๆ มีไรโทรมาละกัน”

ผมพยักหน้า พอคุณเปรมขับรถออกไปผมก็เดินขึ้นห้อง รู้เลยว่ามีใครรออยู่ที่นั่น เขารู้หมดแหละว่าถ้าผมไม่อยู่ที่คอนโดฯ เขาจะหาผมได้ที่ไหน ผมเปิดประตูเข้าไป เห็นพี่โปรดนั่งอยู่ตรงขอบหน้าต่าง

“ใครมาส่ง” เสียงเรียบๆ เย็นๆ มักเป็นจุดเริ่มต้นพายุอารมณ์ของพี่โปรดเสมอ ถ้าผมตอบไม่ถูกใจแม่งได้ระเบิดใส่ผมแน่

“คุณเปรมครับ”

“ไปทำห่าอะไรกัน กลับมาเอาป่านนี้!”

“ปลื้มไปคาราโอเกะกับพวกเพื่อนๆ มา”

“มึงเคยคิดจะโทรบอกกูสักคำไหม!”

“ก็พี่โปรดอยู่กับพี่มิ้น จะให้ปลื้มโทรไปทำบ้าอะไรวะ!”

ผมน้อยใจนะ ผมไม่พอใจมากด้วย ผมไม่อยากเห็นหน้าพี่ด้วยซ้ำ!

“กูเคยห้ามไม่ให้โทรรึไง! อย่ามางี่เง่าใส่กูนะปลื้ม!”

“ปลื้มทำอะไรก็ไม่ดีหรอก! ไม่เหมือนผู้หญิงของพี่ที่ทำอะไรก็ถูกใจพี่ไปหมด”

ผมรู้สึกแย่มากที่ต้องทะเลาะกับพี่โปรด ทุกครั้งเลย แต่พี่โปรดก็ขยันหาเรื่องมาทะเลาะกับผมตลอด

ผมเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ แต่ผมน้อยใจเขาจริงๆ อะไรก็ตะคอกก็ด่าผม ผมไม่เคยนอกลู่นอกทาง ผมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง แต่พี่โปรดไม่เคยไว้ใจผมเลย

“ปลื้ม...ร้องไห้ทำไม” พี่โปรดขยับเข้ามาใกล้ เห็นหน้าก็รู้ว่าเขาตกใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่ผมร้องไห้ให้เขาเห็น พี่โปรดเช็ดน้ำตาให้ผมอย่างเบามือ “ร้องทำไม บอกพี่สิ”

เขาไม่เคยรู้หรอกว่าความเสียใจของผม...มาจากเขาทั้งนั้น

พี่โปรดดูใจเย็นลงมาก ไม่ตะคอกผมอีกแล้ว แต่ก็ยังดุผมทั้งๆ ที่มือก็ยังเช็ดน้ำตาให้

“จะไปไหนก็ไม่บอก ห้าทุ่มก็ยังไม่กลับห้อง ปลื้มจะไม่ให้พี่โมโหได้ยังไง”

“ก็พี่โปรดอยู่กับพี่มิ้น”

“พี่ส่งมิ้นกลับบ้านตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว พี่มารอปลื้มที่นี่เป็นชั่วโมงเลยนะ”

ผมกำเสื้อของพี่โปรดไว้แน่น ถ้าผมพูดอะไรตามใจตัวเองบ้าง พี่โปรดจะโกรธผมรึเปล่านะ...

“ปลื้มพิเศษกว่าคนอื่นบ้างรึเปล่า...”

พี่โปรดไม่ตอบ เบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาผม แน่นอนว่าผมกลัวคำตอบมาก แต่ก็ยังอยากจะถาม แต่...ที่ไม่ตอบคืออะไร?

“ปลื้มรัก...อะ...อื้อ!” พี่โปรดจูบปิดปากผมทันที ผมได้แต่ยืนนิ่งให้พี่โปรดจูบอยู่อย่างนั้น ก่อนจะพูดประโยคที่เหมือนมีฟ้าผ่าลงมากลางใจผม

“พี่ไม่อยากฟัง...” พี่โปรดสบตากับผม เป็นแววตาว่างเปล่าและดูเย็นชาจนทำเอาแทบหมดแรง “ยังไม่ใช่ตอนนี้”

ผมหลับตาลงอย่างปวดใจ รสจูบที่ผมคิดเอาเองว่ามันหวาน...แต่ความเป็นจริงแล้วมันขมยิ่งกว่ายาสมุนไพรชั้นดี พี่โปรดพรมจูบลงบนใบหน้าไล่ตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง ดูดเม้มที่ซอกคอ แล้วลากลิ้นผ่านลงไปตามลำตัวของผม

สำหรับพี่...ผมมีค่าแค่นี้ใช่ไหมครับ...แค่ร่างกายของผมเท่านั้นที่พี่ต้องการ

 

...TBC...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น