กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่25 แรดกับฉันได้คนเดียว

ชื่อตอน : บทที่25 แรดกับฉันได้คนเดียว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.3k

ความคิดเห็น : 129

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่25 แรดกับฉันได้คนเดียว
แบบอักษร

 

“อยากได้อะไรอีกหรือเปล่า” ศิวะเอ่ยถามหญิงสาวที่ไม่ได้ชี้นิ้วเอาอะไรอย่างที่เธอพูดไว้ก่อนหน้าเลยสักนิด นอกเสียจากให้เขาพามาธนาคาร และเลือกซื้อพวกพันธบัตร กองทุน หุ้นกู้ ตราสารหนี้ เพียงเท่านั้น

“ไม่” รวิพรรณส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเก็บพวกสมุดบัญชี สมุดกองทุนเข้ากระเป๋า ตอนนี้พวกข้าวของเครื่องใช้เช่นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เธอไม่มีใจอยากได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้เงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และถึงเขาจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินเธอก็ยินดีรับ เพราะอย่างน้อยเงินพวกนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เธอควรจะได้จากการที่เขาคอยแต่เอาเปรียบเธอ

อีกอย่างการที่แม่ของเธอยังไม่รู้จักคำว่าพอ และยังคอยใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายอยู่ทุกวันแบบนี้ การมีเงินนี่สำรองไว้ อย่างน้อยก็เป็นเครื่องการันตีได้ว่าเธอจะใช้เงินพวกนี้ส่งเสียตัวเองเรียนจนจบได้

“มองหน้าทำไม ก็ฉันบอกแล้วว่าฉันน่ะเป็นผู้หญิงหิวเงิน” เมื่อหันไปเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจับจ้องเธออยู่ก็อดที่จะเอ่ยประชดออกไปอีกเสียไม่ได้

“แล้วจะพูดทำไม เมื่อฉันก็บอกแล้วว่าฉันให้เธอได้ทุกอย่าง แต่ที่มองก็แค่อยากมองหน้าเธอเท่านั้น”

“กลับกันได้หรือยัง” รวิพรรณเมินหน้าหนีสายตาหวานเชื่อมที่เขาส่งมาให้ ถ้าเขากำลังแกล้งให้เธอหวั่นไหวอยู่ล่ะก็ ขอบอกเลยว่าเธอจะไม่ยอมหลงกลเด็ดขาด ผู้ชายเวลาอยากได้ อยากเอาชนะ ก็คอยแต่พร่ำคำหวานทั้งนั้น รวิพรรณพยายามย้ำเตือนตัวเองซ้ำๆในใจ

“จะรีบกลับไปไหน อยู่เดินดูของก่อนสิ เผื่อเจออะไรถูกใจอีก”

“ฉันไม่อยากได้อะไรแล้ว” รวิพรรณส่ายหน้าปฏิเสธ แค่บัญชีทั้งหลายที่รับมาจากเขาเธอก็ต้องก้มหน้ายอมรับกับการไร้ศักดิ์ศรีมากพอแล้ว หากมากไปกว่านี้เห็นทีว่าเธอจะเชิดหน้าต่อไปไม่ได้เป็นแน่

“โอเค กลับก็กลับ” ศิวะพยักหน้ารับ ก่อนจะดึงมือเธอให้เดินตามเขาออกไปยังลานจอดรถ

เวลาต่อมา

“จะไปไหนคุณศิวะ นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านฉัน” รวิพรรณเอ่ยถามเมื่อพบว่าเขาขับรถเลยทางเลี้ยวที่จะวนไปบ้านเธอแล้ว

“ไปไนท์คลับ”

“ถ้าอย่างนั้นจอดให้ฉันลงตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเรียกรถกลับเอง”

“………..”

“คุณศิวะ ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย ฉันจะลง” รวิพรรณย้ำอีกครั้งเมื่อเขายังคงขับรถต่อไปโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ

“ได้ยิน แต่ไม่ให้ลง”

“คุณศิวะ จะไม่ยียวนกวนประสาทฉันสักวันจะได้มั้ยห๊ะ ฉันเหนื่อยจะเถียงกับคุณแล้วนะ”

“เธอก็เหมือนกัน เลิกทำตัวดื้อแพ่งกับฉันบ้างเถอะ ฉันก็ไม่อยากเถียงกับเธอนักหรอก”

“ไม่อยากเถียงก็ไม่ต้องเถียง และก็จอดให้ฉันลง คนยิ่งเหนื่อยๆเพลียๆอย่ามาทำให้ปวดหัวมากกว่าเดิม” รวิพรรณเริ่มอารมณ์เสียใส่ คนยิ่งเพลียยิ่งล้ามาจากการโดนเขารบกวนเมื่อคืน พอนอนน้อยก็พาให้ปวดหัวและพาลหงุดหงิดขึ้นมาได้ง่ายๆ

“เฮ้อ…” ศิวะถอนหายใจ ก่อนจะตีไฟเลี้ยวเพื่อจอดรถยังข้างทาง

“เฮ้ๆ ฟังฉันก่อน” ศิวะรีบคว้าแขนหญิงสาวเอาไว้เมื่อเธอเอื้อมมือไปหมายจะเปิดประตูรถ

“………..” รวิพรรณไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแต่หันมามองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ สงสัยจะไปกินอะไรผิดสำแดงมา ถึงได้ดูผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมนัก

“เอางี้ วันนี้เราสงบศึกกันหนึ่งวันนะ ไม่ต่อล้อต่อเถียง ไม่ยียวนกวนประสาท ไม่ทะเลาะกัน โอเค้” ศิวะเอ่ยพลางยกมือขึ้นจับปอยผมที่ปรกหน้าไปทัดใบหูให้หญิงสาวอย่างเบามือ

“มาทำดีใส่นี่กะว่าจะพาฉันไปหลอกทำมิดีมิร้ายที่ไนท์คลับคุณล่ะสิ” รวิพรรณเอ่ยสิ่งที่คิดในใจออกไปตรงๆ คนอย่างเขายอมได้ ทำดีได้ ก็มีเรื่องเดียวเท่านั้นแหละที่เขาอยากได้เป็นผลตอบแทน

“หึ เธอนี่นะ ดูคิดเข้า” ศิวะกลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดูสิดู แม่ตัวดีไม่เคยมองว่าเขาดีบ้างเลยสักนิดเดียว

“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอกลับบ้านไปเจอแม่เธอคอยกรอกหูสิ่งไม่ดีใส่ หาเวลาให้ตัวเองบ้าง ทำตามความต้องการบ้าง”

“อย่ามาว่าแม่ฉัน”

“โอเคๆ ก็แค่ไปพัก ไปผ่อนคลาย โอเคมั้ยหื้ม” ศิวะใช้ปลายนิ้วช้อนไปที่ปลายคางของหญิงสาว ก่อนจะออกแรงบังคับให้เธอหันมามองสบตากัน จากนั้นก็กดจูบไปที่หน้าผากมน ไล่ลงมายังปลายจมูก และจูบเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มเป็นลำดับสุดท้าย

“คุณกำลังทำให้ฉันเป็นผู้หญิงแรดร่านมากขึ้นทุกที” รวิพรรณเอ่ยพึมพำเบาๆ แม้หัวสมองจะพร่ำเตือนว่าแบบนี้มันไม่ถูกไม่ควรเลยสักนิด ทว่าน่าหงุดหงิดที่หัวใจและร่างกายกลับไม่แยแสที่จะฟัง ยังปล่อยกายปล่อยใจให้เขาได้ทำอะไรตามอำเภอใจอยู่ทุกที

“หึ แรดอีกแค่ไหนก็ได้ แต่แรดกับฉันได้แค่คนเดียว” ศิวะยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกดจูบไปที่กลีบปากนุ่มอีกครั้ง หากเธอเป็นแรด ก็คงจะเป็นแรดตัวเดียวที่ทำให้เสืออย่างเขาไม่คิดจะไปกินเหยื่อที่ไหนอีกแล้ว

ไนท์คลับศิวะ

รวิพรรณนั่งอยู่ในห้องรับรองสุดหรู ฝั่งหนึ่งของห้องเป็นกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองลงไปยังพื้นที่ด้านล่างได้ จะว่าไปที่นี่ก็ดูเหมือนไนท์คลับหรูหราทั่วไปที่เธอเคยเที่ยว ออกจะเรียบหรูดูดีกว่าเสียด้วยซ้ำไป ไม่น่าเชื่อเลยว่าในขณะเดียวกันที่แห่งนี้ก็เป็นที่ที่เหล่าผู้ชายต่างมาหาซื้อบริการความใคร่ด้วยเช่นกัน

“ขออนุญาตครับคุณรวิพรรณ นายให้นำของว่างกับยามาให้ครับ” เชนเปิดประตูเข้ามา โดยมีเด็กเสิร์ฟที่ถือถาดขนมและผลไม้มาวางให้

“ขอบคุณค่ะ” รวิพรรณยิ้มรับ ก่อนจะหยิบยาแก้ปวดมากลืนลงคอก่อนเป็นอันดับแรก

“ถ้าอยากได้อะไรอีก เรียกผมได้นะครับ ผมจะเฝ้าอยู่หน้าห้อง” เชนเอ่ยขึ้นเมื่อเด็กเสิร์ฟเดินออกจากห้องไป

“ต้องเฝ้าเลยเหรอคะ ฉันกลายเป็นนักโทษของเจ้านายคุณไปแล้วหรือนี่”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ นายเห็นว่าคุณไม่ค่อยสบาย เลยให้ผมอยู่คอยดู เผื่อคุณเกิดเป็นอะไรหนักขึ้นมา”

“นายเป็นห่วงคุณนะครับ” เมื่อเห็นหญิงสาวเงียบงันลงไป เชนจึงเอ่ยความรู้สึกแทนผู้เป็นนาย

“ฉันกับนายของคุณมันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ฉาบฉวยค่ะ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก”

“………..” เชนไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพราะไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องของผู้เป็นนายมากเกินไป แต่ดูท่าแล้วเรื่องนี้ก็คงจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะว่าต่างคนก็ต่างหลีกหนีกับความรู้สึกในใจของตัวเองอยู่ร่ำไป

“ช่วงใกล้เปิดนี่วุ่นวายแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอคะ” เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อ รวิพรรณจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง โดยการถามถึงที่นี่ เพราะตอนนี้เท่าที่เธอมองลงไปข้างล่าง ก็เริ่มมีพนักงานทยอยกันเข้ามาตระเตรียมของตามตำแหน่งหน้าที่ของตน

“ครับ ทุกอย่างต้องพร้อมสำหรับลูกค้า” เชนพยักหน้ารับ

“ฉันขอถามเรื่องผู้หญิงที่นี่ได้หรือเปล่าคะ” รวิพรรณมองหน้าเชนด้วยความสนอกสนใจ

“ที่นี่จะเป็นที่แบบนั้นก็จริง แต่ผู้หญิงทุกคนล้วนแล้วแต่ทำด้วยความสมัครใจครับ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญหรือฝืนใจกันทั้งนั้น” เชนรู้ว่าหญิงสาวอยากรู้เรื่องอะไรจึงเริ่มอธิบายให้เธอได้ฟัง

“เราไม่มีการบังคับ ใครจะแค่เอ็นเตอร์เทนลูกค้า เป็นเพื่อนนั่งดริ๊งก์ นั่งคุย ก็สุดแล้วแต่ และหากใครพอใจอยากจะมีอะไรมากกว่านั้นเจ้าตัวกับลูกค้าก็จะเป็นคนดีลส์กันเองครับ และเงินที่พวกเธอได้ คุณศิวะก็ไม่เคยแตะต้องเงินส่วนนั้น” เชนยังอธิบายต่อเมื่อรวิพรรณยังคงทำหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ซึ่งเขาเองก็ไม่แปลกใจหรอก เพราะที่อื่นๆก็เป็นอย่างที่ใครๆต่างก็รู้ดี และคงจะมีแต่นายเขาเพียงคนเดียวที่ทำแตกต่างไปจากที่อื่นโดยสิ้นเชิง

“แล้วรายได้ร้านจะมีเหรอคะ” รวิพรรณเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ ไม่อยากเชื่อที่เชนบอก มันดูไม่น่าจะมีความเป็นไปได้เลย

“ก็รายได้จากการเปิดไนท์คลับปกตินี่แหละครับ เด็กๆพวกนี้บางคนถูกพ่อแม่ที่เสียพนันจากคาสิโนของนายเอามาขายแลกเงิน หรือเอามาขัดดอก แต่ก็เหมือนที่ผมบอกไปตอนต้นแหละครับ นายไม่ได้บังคับ นายจะให้แต่ละคนเลือกทำงานที่อยากทำเอง ใครใช้หนี้หมดนายก็คืนอิสระให้ แต่ถ้าใครอยากทำงานต่อนายก็ไม่ว่ากันครับ”

“อ่อ…อย่างนี้ถึงมีเมียเป็นพรวน” รวิพรรณพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง ถ้าเขาปล่อยให้บรรดาสาวๆเลือกงานเอง มีหรือที่จะไม่เลือกเป็นเมียเขา

“ก็ไม่ทุกคนหรอกครับที่จะได้เป็นเหมือนสาวๆทั้งห้าที่คุณรวิพรรณเคยเจอ ถึงจะมีผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่นายก็มีกฎของตัวเอง และทุกคนต้องทำตามกฎของนายด้วยเหมือนกัน ถ้าผิดไปเพียงนิดนายก็พร้อมตัดออกไปทันที”

“ดูเยอะแยะมากความจังเลยนะคะ” รวิพรรณเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจือนๆ คิดถูกแล้วที่ไม่ตกปากรับคำไปเป็นผู้หญิงของเขา เพราะนอกจากจะต้องรับมือกับแม่นางทั้งหลาย เธอก็คงอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์มากมายของเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน

“แต่จะว่าไปผมว่าผมควรจะพูดว่า ไม่เคยมีใครที่จะได้เป็นเหมือนคุณรวิพรรณมากกว่า”

“เป็นเหมือนฉัน?” รวิพรรณยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“ก็นายไม่เคยแสดงความรู้สึกกับใคร นอกจากคุณคนเดียว” เชนเอ่ยความจริงออกไป เพราะตั้งแต่ที่เขารับใช้ผู้เป็นนายมา เขารู้ดีว่าศิวะไม่เคยมีความรู้สึก หวง ห่วง หรือว่าหึง กับผู้หญิงคนไหนเลยสักคน เธอเองเป็นคนแรกและคงจะเป็นแค่คนเดียว

“รู้สึกเกลียดน่ะสิคะ ถึงได้ตามราวีฉันขนาดนี้”

“ตอนแรกอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ผมว่ามันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ คุณเองก็น่าจะรู้สึกถึงได้ แต่คุณเลือกที่จะปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองต่างหาก”

“เอ๊ะ นั่นพิมไม่ใช่เหรอคะ นี่คุณศิวะให้…” รวิพรรณอยากจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ประจวบกับมองไปเห็นพิมที่เดินโอบกอดกับชายวัยกลางคนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้านล่างจึงเอ่ยถามขึ้น

“ไม่ใช่อย่างที่คุณรวิพรรณคิดหรอครับ” เชนพูดขึ้นมาก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ

“……….” รวิพรรณยังไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงแต่มองสิ่งที่เธอเห็นอย่างพินิจพิเคราะห์ ชายหญิงโอบกันตระกองกอดกัน หอมแก้ม ไซ้คอกันแบบนั้น จะให้เธอคิดเป็นอื่นได้อีกหรือ

“เรื่องความสัมพันธ์ของพิมกับผู้ชายคนนั้นเป็นจริงอย่างที่คุณรวิพรรณคิดนั่นแหละครับ แต่ว่าไม่ทั้งหมด เพราะคุณศิวะไม่ได้ให้พิมไปรับงานแต่อย่างใด เพียงแต่พิมไม่ได้อยู่ในฐานะผู้หญิงของคุณศิวะอีกต่อไปแล้ว”

“ไม่ได้เป็นผู้หญิงของคุณศิวะ”

“ครับ ไม่ได้เป็นนับตั้งแต่วันที่กลับจากล่องเรือยอร์ช ผมคงไม่ต้องอธิบายต่อใช่มั้ยครับว่าเพราะเรื่องอะไร”

“แต่เธอเป็นคนโปรด” รวิพรรณมองหน้าเชนอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าศิวะจะตัดพิมทิ้งเพราะเรื่องเธอจริงๆ

“อย่างที่บอกครับ ผิดเพียงนิด นายตัดออกไปได้ทันที” เชนตอบตามความจริง อีกอย่างพิมเองก็คอยแต่แผลงฤทธิ์ใส่คนอื่นบ่อยๆ แต่นายเขาก็ปล่อยผ่านเพราะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก และคนที่ทำให้นายของเขาใส่ใจมากจนไม่อาจปล่อยผ่านได้ ก็คือหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้นั่นเอง

“แล้วมาทำงานอยู่ที่นี่ จะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแปลกๆหรอกเหรอคะ”

“นายไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกครับ จะมีแต่พิมที่พยายามไปกับแขกคนนั้นคนนี้เพื่อจะทำให้นายหึง ทั้งๆที่มันช่างเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังดีนะครับที่ลูกค้าคนนั้นดูจะจริงจัง วันนี้เห็นว่าจะเข้ามาคุยเรื่องขอพิมออกจากที่นี่น่ะครับ”

“เฮ้อ…ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าปวดหัวนะคะ”

“อะไรกันครับ ผมพูดตั้งมากมายขนาดนี้ ไม่เห็นความดีที่นายของผมมีให้คุณบ้างเลยเหรอครับ” เชนแอบถอนหายใจเบาๆ อุตส่าห์เผยเรื่องส่วนตัวของผู้เป็นนายตั้งมากมาย เพื่อหวังว่าหญิงสาวจะมองนายเขาในแง่ดีบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เลย

“……….” รวิพรรณไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแต่คลี่ยิ้มบางๆให้

จะว่าไปเท่าที่เชนเล่า เธอก็พอจะเห็นมุมดีๆที่ศิวะมีให้เธออยู่ ทว่ามุมดีๆก็ยังซ่อนไปด้วยความเสี่ยงอันน่ากลัวอยู่ในนั้น เพราะเรื่องราวที่เธอได้ฟังจากเชน ได้ตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าผู้ชายอย่างศิวะ ยามลุ่มหลงพอใจเขาก็ทำอะไรให้ได้ทุกอย่าง หากแต่เมื่อยามเขาเบื่อหรือทำอะไรให้เขาไม่พอใจขึ้นมา เขาก็พร้อมจะตัดทิ้งได้อย่างไม่มีเยื่อใยเลยสักนิดเดียว เขามันแปรปรวนผันผวนยิ่งกว่าตัวเลขบนกระดานหุ้น และเธอขอเลือกที่จะไม่เข้าไปอยู่ในความเสี่ยงนั้นเลยคงจะดีกว่า...

 

 

*********************************************

ต่อแล้วนะคะ^^ คุณศิวะเขาก็ตัดพิมทิ้งไปแล้วนะจ๊ะ แต่ตัดไม่หมด น้องก็คงไม่เข้าไปเสี่ยงแน่นอนจ้า 😄😄😄

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น