LuvU
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 08 END (18+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
08 END (18+)
แบบอักษร

 

ผมตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกร้อนแต่ผ้าที่เย็นเปียกยังคงกองแหมะบนหน้าผากของผม ผมรีบหยิบมันออกจากหัวตัวเองก่อนสายตาจะไปสะดุดกับเจ้าของห้องที่นั่งห่างจากผมไกลไปหลายโยด

" อืม...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง? "

" ...คุณขึ้นมาทางหน้าต่าง แถมเป็นไข้ด้วยผมเลยช่วย...เช็ดตัวให้หนะครับ "

" ...เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าผมด้วยหรอ? " เขาว่าพลางชี้ไปที่กองชุดที่ถูกพับเรียบร้อยไว้ตรงปลายเตียง ผมหันไปหันมาเยอะๆไม่ได้เพราะมันรู้สึกปวดจี๊ดที่หัวขึ้นมา ผมเอามือกุมศรีษะก่อนจะขอน้ำและยาจากอีกคนเขาก็ยื่นมันมาให้ ผมไม่คิดจะปล่อยให้อีกคนได้พูดว่ามันคือยาแก้อะไรรีบคว้ามากินพร้อมกระดกน้ำตามไปผมปลายตามองคนที่ยืนนิ่งอย่างห่างๆท่าทางทุลักทุเลทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ที่ผมเคืองคือไอ้สายตาเลื่อนลอยนั่นเหทือนคนสติหลุดคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ผมเห็นแล้วรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความสำคัญกับผมอยู่เลย

" จะยืนนิ่งแบบนี้อีกนานมั๊ย? ผมตื่นแล้วไม่คิดจะเช็ดตัวให้คนไม่สบายหน่อยหรอ " ผมนึกแผนอันร้ายกาจขึ้นมาได้จึงใช้งานคนซื่อบื้อนี่ซะเลย ไม่เข้าใจว่าเขาจะลงทุนแบกน้ำมา

ซับเหงื่อเช็ดตัวผมทำไมทั้งๆที่ผมเองก็ทำไม่ดีกับเขาไว้ตั้งเยอะ พอคิดเข้ามากๆผมจึงจับข้อมืออีกคนมาให้ขึ้นมาบนเตียงประชันหน้ากับผมด้วย มือที่สั่นเทายังคงซับผ้าเช็ดเหงื่อให้ผมอยู่

" พอแล้ว...หละ "

" บอกให้หยุดได้แล้ว! " ผมจึงกุมมือทั้งสองข้างของอีกคนให้เขาหยุดเช็ดถูตัวผมเสียทีแต่เขากลับเอาหน้าก้มลงไปที่ซอกแขนตัวเองเหมือนพยายามหลบสายตาผม

ผมรู้ว่าเขาต้องกลัวแน่ๆ เลยเอามือที่กอบกุมมือเขาดึงให้เขาเอาคางขึ้นมาเกิยบนไหล่ของผม ตัวเย็นดีจังผมว่าพลางกอบกุมเอาร่างของเขาเข้ามากอดกระชับให้แน่นขึ้นก่อนจะหลับลงไปอีกรอบ

 

" อืม... " ผมตื่นขึ้นมาความรู้สึกอันหนักอึ้งทำให้ยากที่จะขยับลุกไปไหน พอผมเเอนกายไปมองคนข้างๆที่นอนซุกอยู่บนเก้าอี้ผมก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมาผมเอาผ้าห่มไปคลุมร่างของคนที่นอนอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใบหน้าในตอนที่ไม่มีหน้ากากของเขาทำให้ผมอยากจะกลับไปในช่วงเวลาที่ผมกอบโกยความสุขจากกันและกันในช่วงนั้น คิดเเล้วนึกเสียดายเพราะผมสัญญากับตัวเองไปแล้วว่าจะไม่ให้เขาเข้ามาปั่นหัวผมอีก ผมนึกยิ้มก่อนเดินกลับไปใส่เสื้อผ้าทั้งๆที่ยังมึนหัวอยู่แล้วออกไปทางประตูแบบคนปกติ

แน่นอนว่าเปิดประตูออกมาเซอร์ไวเวิลหลายคนยืนตัวแข็งมองมาที่ผมที่กำลังอยู่ในสภาพอิดโรยกันถ้วนหน้า ผมไม่มีสติสัมปชัญมากพอที่จะมาฟังเสียงนินทาซุบซิบอะไรมากนัก ได้แต่พาร่างกายอันป่วยไข้ของตัวเองกลับไปยังห้องของตัวเองให้เร็วที่สุด

 

ผ่านไปสองสามชั่วโมงผมก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตู ผมตะโกนให้อีกฝ่ายเข้ามาเพราะผมไม่ได้ลงกลอนที่ประตู ร่างสูงเข้ามาพร้อมถาดอาหาร เสียงบ่นว่าทำให้ผมเอามือขึ้นมาปิดเข้าที่หูของตัวเองอย่างรำคาญ

" นี่ถ้าคุณจะมาบ่นผมอีกคนหละก็... " เพราะก่อนหน้านี้คุณหมอสาวได้ทำการฉีดยาบางอย่างให้ผมจนตอนนี้เริ่มรู้สึกดีขึ้นเยอะแล้วแต่ก็ยังปวดเนื้อเมื่อยตัวอยู่ คนตัวสูงถอนหายใจก่อนจะเข็นถาดมาใกล้เตียงของผมอย่างหน่ายใจ

" มีคนบอกผมว่าคุณแอบขึ้นไปหาเด็กนั่น

ในสภาพไม่สูดีขนาดนั้นเนี่ยนะ

ถ้าคุณตกลงมาตายจะทำยังไงหละครับ! "

" แค่สามชั้นเองแถมตอนนั้นผมเองก็ไม่มีสติเลยด้วย "

" คุณ...คุณได้ทำเขารึเปล่า? "

" ทำอะไร? "

" หมายถึงในช่วงไม่มีสตินั่นคุณ- "

" หยุดเลยครับ ผมไม่มีสติก็จริงแต่ยังมีสำนึกอยู่บ้างนะ "

" ก็ผม...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วหละครับ

เอายานี่ไปกินด้วยเดี๋ยวผมจะเอามื้อเย็นมาให้อีกรอบ "

" อืม...ขอบคุณคุณมากนะแจ๊ค แล้วก็อยากจะขอโทษ... "

" หืม...เมื่อกี้คุณโจเซฟว่าอะไรนะครับ

ผมไม่ทันได้ฟัง... "

" ไม่มีอะไร ผมขอพักต่อซักหน่อยละกัน "

ผมปล่อยให้อีกคนเดินออกไปอย่างงงๆ อะไรกันคำพูดพวกนั้นผมไม่ได้พูดกับคนอื่นง่ายๆหรอกนะแต่ก็ดีเหมือนกันที่อีกคนไม่ได้ตั้งใจฟัง ป่านนี้เขาคงตื่นแล้วหละมั้ง? บ้าจริงผมคิดอะไรอีกเนี่ยไม่เข้าท่าเลยนอนดีกว่า

 

เมื่อวานผมถูกสั่งให้อยู่แค่ในห้องพออออกมาได้ปุ๊บนี่ผมดีใจจนแทบอยากเล่นวิ่งไล่จับเซอร์ไวเวิลซักสองสามตาเลยทีเดียว เป็นรอบแรกหลังจากที่ผมหายไปนาน ผมอาจจะทำพลาดไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตามมาเจอจนถึงเซอร์ไวเวิลตัวสุดท้ายจนได้ แน่นอนว่ากล่องที่เจ้าตัวถืออยู่นั้นได้ถูกใช้ไปเรียบร้อยในคราวนี้เลยมีแต่ต้องเล่นวิธีหนูไล่จับแมวเท่านั้น

" พร้อมมั๊ย? "

" สิบ... " ผมนับถอยหลังตามจังหวะวิ่งหนีของอีกคนผมให้โอกาสคนสุดท้ายเสมอถ้าวิ่งหนีไปได้จากผมภายในสิบวิแล้วไม่เสนอหน้าออกมาให้เห็นอีกผมก็จะปล่อยมันผ่านไปแต่ผมไม่อาจรอให้ถึงสิบวิได้ในคราวนี้พอผมนับถึงห้าผมทำผิดไปจากที่เคยทำผมเดินตามรอยเขาไปได้ไม่ยากทั้งที่ปากของตัวเองก็ยังพร่ำนับตัวเลขอยู่ ให้ตายเถอะผมคงนอนไม่หลับถ้าไม่ได้จับเขามาแน่ๆวันนี้ ผมทำเป็นแกล้งเดินตามช้าหน่อยไม่ให้เขาจับผิดผมได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเขาก็จะออกมาตรงที่ๆผมคาดการณ์เอาไว้พอดี

" เจอแล้วหละครับ ครั้งนี้ผมขอละกันนะ " ผมว่าพลางยกยิ้มอย่างพอใจมือที่ถือไพ่สลับกันอยู่ปรากฏร่างคนที่กำลังวิ่งผ่านไปอย่างตื่นกลัว ผมคว้าเอาข้อแขนของเขาก่อนจะรวบเอวเข้ามาโอบเพื่อไม่ให้อีกคนได้หนีไปไหน จมูกซุกไซร้เข้าที่ต้นคอของคนในอ้อมกอดจนเกือบจะเผลอฝังรอยเขี้ยวลงไปบนต้นคอขาวนั้น ผมกดให้อีกคนนั้งคุกเข่าลงไปในขณะที่มือของผมยังคงโอบร่างนั้นไว้อยู่ ก่อนจะกระซิบข้างหูของอีกคนทำเอาคนที่พยายามดิ้นให้หลุดนั้นหยุดการกระทำลงในทันที

" ถ้าขยับไปมากกว่านี้ ผมจะทำตรงนี้เลยนะ " แน่นอนว่าผมไม่พูดเพียงอย่างเดียวผมร้องครางใส่หูของอีกคนพร้อมกระชับเอวของเขาให้แนบชิดสนิทกับหว่างขาของผมด้วย ผมต้องการสื่อให้เขารู้ว่าผมพร้อมจะทะลวงเขาได้ทุกวินาทีเพียงแต่รอให้เขากระทำการขัดขืนเพื่อเพิ่มโทสะให้ผมเท่านั้น พอเมื่อเขาหยุดขยับเชื่อฟังตามผมแล้วผมรวบตัวเขาให้ลุกขึ้นพร้อมผลักให้เจ้าตัวเอาหน้าเรียบชิดกับกำแพงก่อนจะปลดเสื้อผ้าของตัวเองให้คลายออก ผมหละคิดถึงช่วงเวลาแบบนี้จริงๆผมกดข้อมือดันไม่ให้เขาได้หนีไปไหนก่อนจะจิกหัวเงยหน้าอีกคนให้มารับจูบอันร้อนแรงก่อนที่มือที่อยู่ไม่สุกของผมจะไปปลดกางเกงของอีกคนให้ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น เขาต้องเคลิ้มในรสจูบของผมเอามากๆจนเผลอหลับตาพลิ้มลงได้ขนาดนี้อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมทำอะไรได้สะดวกขึ้นจนเขาลืมไปว่าผมได้เอามือสอดล้วงเข้ามาในหว่างขาเขาตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่ลืมตา พอถึงคราวที่นิ้วทั้งสองนิ้วทำการเปิดช่องทางที่ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปเสียนานจนคับทำเอาหลุดจากสัมผัสอันดูดดื่มในชั่วพริบตา

" อือ...เจ็บครับ "

" ชู่ว์ ผมก็กำลังช่วยให้เธอเจ็บน้อยลงอยู่นี่ไง " ผมว่าแล้วกดจูบลงไปหาอีกฝ่ายอีกครั้งคราวนี้ผมพลิกตัวเขาให้เราหันมามองหน้ากันได้ผมจึงซุกลงไปที่ร่องคอของอีกคนพร้อมดันเอาของหนักหน่วงของตนเข้าไปในช่องทางที่เตรียมไว้เมื่อกี้ อีกคนหน้านิ่วจำใจกลั้นเสียงร้องออกมาผมปล่อยให้ร่างกายของอีกคนชินกับท่อนล่างของผมที่กำลังสอดเข้าไปได้เพียงนิดเดียวก็ทำเอาเขาเกร็งถึงขนาดนั้นพอผ่านไปซักพักคนกัดปากได้แต่กลั้นเม้มความรู้สึกใหม่ปนเก่าที่ถาโถมเข้ามาก่อนที่อีกคนจะได้ก่นเสียงร้อง ผมประกบริมฝีปากอีกรอบแล้วค่อยๆพยุงตัวของเราทั้งคู่เข้าสู่จังหวะเดียวกัน หลังจากที่ผมมัวเมาเสพสมกับร่างกายของเขาเเล้วผมยกขาข้างนึงของเขาขึ้นมาพร้อมสอดใสเข้าไปต่อในยกสอง และครั้งที่สามผมปล่อยให้เขานั่งบนขอบหน้าต่างก่อนจะหมดแรงที่จะทำการใดๆต่อแล้ว ผมเอาร่างกายตัวเองกดทับร่างอีกคนให้พิงขอบกำเเพงอย่างเหนื่อยล้ากันทั้งคู่ ผมปล่อยให้เขาหอบหายใจช้าลงก่อนถอนของตัวเองออกผมเหนี่ยวเอวคนตรงหน้าให้ล้มลงมานั่งที่ตักของตัวเองก่อนจะจูบอีกคนอย่างเนิบนาบ

" เหนื่อย... " ผมบ่นขึ้นโดยที่รู้ว่าอีกคนก็คงเหนื่อยไม่เเพ้กันก่อนจะกอดรั้งเอวที่กำลังจะลุกขึ้นให้อยู่อย่างนี้ซักพัก

" ขออยู่แบบนี้อีกซักพัก "

" ไม่ได้นะครับ สนามนี่อาจถูกใช้ต่อ ผมว่าเราไปจากนี่กันเถอะ "

" ทำไม? "

" ...? "

" ทำไมถึงยังยอมอยู่อีกหละ ทั้งๆที่ผมทำกับเธอไว้จนเธอน่าจะเกลียดผมเข้ากระดูกแท้ๆ "

" ...ผมก็ไม่รู้ เพียงแต่ว่าคุณก็ยังมีด้านดีๆอยู่แน่ผมเชื่อว่าถ้าผมให้โอกาสคุณอีกครั้ง- " ผมเอามือปิดปากของคนอีกคนในทันที มันฟังแล้วรู้สึกจักจี้แบบแปลกๆ ไม่รู้ทำไมคนๆนี้ถึงพูดอะไรหน้าตาเฉยได้น่าเอ็นดูขนาดนี้ หรือว่าความรักมันบังตาผมกันนะ ต่อให้ผมต้องร้ายแค่ไหนเขาก็ยังรักผมงั้นหรอผมอยากพิสูจน์จังแต่ตอนนี้ขอจูบเจ้าคนพูดขัดอารมณ์นี่ก่อนแล้วกัน ผมเอามือกุมหลังคอของอีกคนเพื่อให้จูบได้ถนัดขึ้นคราวนี้ผมจะจูบเขาในแบบที่ไม่มีใครเคยทำกับเขาหรือผมไปทำกับใครมาก่อนเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนคนที่ผมแลกจูบดูดวิญญาณด้วยเริ่มมีทีท่าว่าจะหมดสติผมจึงต้องผละออก

" ...อะไรครับ? "

" หึ นี่แหละจูบแบบผู้ใหญ่แต่เธอต้องเรียนรู้มันอีกเยอะนะเอซอฟ " เป็นครั้งแรกที่ผมเรียกชื่อเขาทำเอาอีกคนมองผมอย่างไม่เชื่อหู เอาอีกแล้วนะท่าทางน่าฟัดนั่นคิดจะลองดีกับผมอีกซักรอบหรือไงกันนะ ไม่เหนื่อยบ้างรึไง

" คุณจำชื่อผมได้ด้วยหรอ? "

" หึ... เธอนี่มัน ให้ตายสิผมนอนกับเธอไปต้องหลายครั้ง

แล้วผมก็ครางชื่อเธอทุกครั้งด้วย อย่าบอกนะว่าแอบเหม่อทุกครั้งเลยหนะ " ผมทำท่าเหมือนจะโมโหบ้างแต่คราวนี้ผมกลับถูกมือของคนที่ไม่เคยคิดว่าจะมาแตะผมสัมผัสเข้าที่เบ้าหน้าผมซบหน้าลงไปกับมือนั่นก่อนจูบที่มือพร้อมส่งสายตาอันยียวนให้เขาหลง

" เราแต่งงานกันดีมั๊ยเอซอฟ? "

" เอ่? "

" เอาเป็นว่าตอนนี้เลยแล้วกัน เป็นเจ้าสาวของผมนะเอซอฟ " ผมว่าพลางไล่เลียนิ้วมือของอีกคนก่อนจะไปหยุดที่นิ้งนางข้างนั้นของเขา ผมหลอกล่อให้เขาหันมาสนใจริมฝีปากผมแทนก่อนจะกัดเข้าที่นิ้วนั่นจนอีกคนได้เลือด อีกคนพยายามถอนนิ้วที่ถูกตีตราออกแต่ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก ผมเอานิ้วตัวเองเข้าไปในริมฝีปากอีกคนก่อนจะเอ่ยบังคับให้เขากัดมันด้วย ในครั้งแรกเขาไม่ยินยอมแต่พอผมกัดที่นิ้วของเขาอีกรอบรอยแผลเดิมทำให้เขาต้องกัดตอบรับอย่างช่วยไม่ได้หลังจากที่เราได้เลือดกันมากพอแล้วผมก็ประกบจูบลงไปที่ริมฝีปากแดงฉานนั่นอย่างละมุน

 

เงาของคนบางคนเข้ามาขัดจังหวะทำเอาผมต้องผละอีกคนออกในทันทีแต่ยังคงกอดรัดเอวบางไม่ให้ขยับไปไหน ใบหน้าซุกเข้าที่ซอกคอของผมอย่างคนเหนียมอายที่ถูกจับได้ว่ากำลังทำเรื่องอย่างว่าในที่สาธารณะ

" ผมเป็นสักขีพยานให้ว่าพวกคุณสองคนได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว " ร่างสูงว่าพลางยื่นผ้าคลุมให้ผม ผมจึงเอาไปห่มให้อีกคนที่นั่งหลบหน้าบุคคลที่สามที่เพิ่งเข้ามาขัดจังหวะแทน

" ช่วยออกไปก่อนได้มั๊ยครับ ไม่เห็นหรอว่าเจ้าสาวของผมอายจะแย่อยู่แล้ว " ผมว่าพลางหยิบชุดขึ้นมาสวมใส่ขณะที่ร่างสูงเดินออกไปจากอณาเขตที่ผมกับเอซอฟทำพิธีแต่งงานเรียบร้อย ผมยืนหันไปยิ้มให้คนที่เอาแต่ยืนหลบหน้าอย่างเขินอายในสภาพห่มผ้าขนหนูครึ่งท่อนเผยให้เห็นเรียวขาอันเรียวสวยไม่ต่างจากหญิงสาว แต่ที่สะดุดตาคงเป็นน้ำสีขุ่นขาวที่ไหลเยิ้มลงมาจากต้นขานั่นทำเอาผมหลุดขำอย่างช่วยไม่ได้ ก็แทนที่เขาจะห่มท่อนล่างดันไปห่มท่อนบนซะได้ ผมเอามือคล้องคออีกคนให้เข้ามาซบตรงอกของผมหวังว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจผมที่อยากจะส่งความรู้สึกที่ว่าไปบอกเขาเหลือเกิน

" ไม่ได้คิดว่าจะมาขอเธอที่นี่หรอกนะ แต่ทำไปแล้วหนะ เธอเสียใจรึปร่าวหละที่แต่งงานกับคนแบบผม ชุดก็ไม่มี แหวนก็ไม่ได้ใส่ให้...เธอยอมรับผมที่เป็นสามีแบบนี้ได้รึปร่าว " ผมทำหน้าตาจริงจังจับหัวไหล่ของอีกคนเสียแน่นกลัวว่าทุกอย่างที่ผมกระทำนั้นเป็นเพียงความคิดของผมเพียงฝ่ายเดียว บ้าจริงถ้าเขาปฏิเสทผม ผมคงต้องจัดการ... ดาบของผมดันไปกองตรงนั้นอีก

" ผม...ผมไม่ " ผมเตรียมเดินไปหยิบดาบในทันทีเมื่อได้ยินดังนั้นก่อนจะเดินกลับมาหาคนที่ทำลายหัวใจอันย่อยยับอีกรอบมือที่จับดาบแน่นเตรียมจะแทงเข้าไปที่หน้าอกอีกคน สายตาของผมจ้องมองดวงตาอีกคนก่อนถามคำถามกลับไปอีกรอบ

" มีอะไรจะสั่งเสียอีกมั๊ย!? " จู่ๆน้ำตาของคนตรงหน้าก็ไหลพร้อมกับหลับตาลงอย่างช้าๆเหมือนกับยอมถวายร่างกายนี้ให้ปลายดาบของผม ถึงอย่างนั้นผมยังอยากจะคาดคั้นเอาคำตอบจากปากของเขาให้ถึงที่สุด

" คิดดีแล้วใช่มั๊ย!? " อีกคนส่ายหน้าพร้อมร้องออกมาอย่างเจ็บปวดตอนที่ผมเริ่มลงน้ำหนักที่ตัวดาบ

" อะไรกันแค่ตอบรับผมมันจะยากอะไรขนาดนั้น... "

" ไม่ใช่... ผมหนะชอบคุณนะชอบคุณโจเซฟมานานแล้ว

แต่ผมว่าความรักแบบนี้ไม่ได้หรอก ผม...คิดว่ามันดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ผมหนะยอมให้คุณทำร้ายอีกกี่รอบก็ได้ฉะนั้นถ้าถ้ามันยังไม่พอก็ก็เอาชีวิตผมไปเถอะ " เขาว่าพลางจะเอามือกดลงไปที่หน้าอกตัวเองจนเกือบปลายดาบแทงเข้าไปด้านในจริงจนได้ลือด ดีที่ผมยั้งมือทันก่อนจะเขวี้ยงดาบออกไปไกลๆ ผมรอบเอามือของเขาขึ้นมากุมพร้อมบอกเป็นนัยว่าถ้าเกิดเขาหักหลังผมผมจะทำการปลิดชืพเขาด้วยมือของตัวเองนี่แหละ

 

" ...อะไรกันที่แท้ก็เป็นประเภทเดียวกับผมนี่เอง บอกรักไม่เก่งสินะ งั้นหรอกหรอเธอรักผมจริงๆใช่มั๊ย? ไม่ใช่ว่าจะมาหลอกลวงผมอีกหรอกนะ ผมหนะถ้าเกิดขึ้นมาอีกครั้งผมจะเชื่อใจเธอไม่ได้แล้วนะ "

" งั้นก็ลองเชื่อใจอีกซักครั้งเถอะครับ ผมหนะจะเป็นภรรยาที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณเลย " ผมไม่ตอบอะไรเพียงแต่จูงมือภรรยาคนใหม่ให้ออกไปจากสถานที่อันไม่น่ารื่นหูรื่นตาแห่งนี้

 

 

FiN

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันเน้ออ

⁄(⁄ ⁄•⁄ω⁄•⁄ ⁄)⁄

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}