คาปูชิโน่หวานน้อย

ขอขอบคุรทุกๆการติดตามนะคะ 1 คอมเม้น ล้าน กำลังใจ...ฝากติดตามด้วยน๊า..จุฟ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 คลาด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 คลาด
แบบอักษร

"คุณแม่ขาา ลืมไปหรือเปล่าคะ ว่าหนูเป็นลูกสาว ทำไมปล่อยให้ผู้ชายขึ้นไปหาลูกถึงเตียงนอนละคะ" ฉันบ่นกระเง้ากระงอดเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสะอาดตา กับกางเกงยีนส์ห้าส่วนขาดๆสะพายกระเป๋าผ้าใบโต เป็นลุคที่ฉันชอบมากที่สุด เพราะใส่สบาย ไม่ต้องไปคิดมากว่าจะต้องใส่ตัวนี้กับชุดนั้น สะพายกระเป๋าใบนั้น ต้องแต่งหน้าโทนนี้ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว แบบนี้สิที่ฉันชอบ สบาย ชิวสุดๆผิดกับน้ำปั่นที่แต่งตัวสะอาดสอ้าน ในเสื้อเชิ้จลายทางสีชมพูอ่อน สวมทับด้วยกางเกงผ้าเนื้อดี เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่างจากฉันลิบลับ

"อะไรๆลูกคนนี้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นบ่น" แม่ส่งเสียงบ่นให้ลูกสาว มือสาละวนอยู่กับการตักข้าวต้มกุ้งใส่ชามกระเบื้องลายสวยที่อยู่ตรงหน้า

"ชิ แล้วนั่นอะไรค๊า ทำไมยิ้มแฉ่งกันแบบนั้น ไหนจะสายตาที่มองหนูอีก แอบนินทาป่ะเนี่ย" ฉันทำหน้ามุ้ย ชี้นิ้วเอาเรื่องผู้เป็นแม่สลับกับน้ำปั่นที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ที่โต๊ะอาหาร

"แกก็ขี้บ่น อย่างที่แม่ว่าจริงๆแหละ ยายแก่น้ำขิง หึ" น้ำปั่นยีหัวฉันไปมา ทันทีที่ฉันหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

"โอ้ยยย ผมเสียทรงหมด อ่ะ กุ้งงง" ฉันอ้าปากค้างมองตามกุ้งตัวโตที่ถูกตักลงไปในถ้วยข้าวต้มของน้ำปั่น

"ขอบคุณครับคุณแม่ คุณแม่นี่ทั้งสวย ทั้งใจดีเลย ผิดกับลูกสาว หึ" น้ำปั่นส่งยิ้มหวานพูดจาออดอ้อนคุณแม่ พร้อมชำเลืองมองมาที่ฉันอย่างเยาะเย้ย

"หนูชักจะสงสัยแล้วนะ ว่าใครเป็นลูกแม่กันเนี่ย เอ๊ะ หรือว่าแกแอบทำเสน่ห์ใส่แม่ฉัน ห๊า!!"

"โอ้ย ไปกันใหญ่แล้วลูกคนนี้ รีบกินเลย ยัยบ๊อง" คุณแม่เคาะหัวฉันเบาๆอย่างเอ็นดู หลังจากนั้นก็พากันหัวเราะร่วนกับท่าทีของฉัน

"คุณแม่อ่ะ" ฉันย่นจมูกใส่คุณแม่ก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย

"เดี๋ยวทานกันไปก่อนนะ แม่ขอไปเตรียมกล้วยไว้ทำกล้วยบวชชีก่อน วันนี้ลูกค้าโทรมาสั่งแต่เช้า จะเอาไปเลี้ยงคุณครูที่มาประชุมที่โรงเรียน ไว้กลับมาจากข้างนอกมาทานกันนะ แม่จะเก็บไว้ให้"

ฉันมองหลังมารดาจนหายเข้าไปในครัว อย่างมีความสุข ฉันถือว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีคนหนึ่ง แม้จะเติบโตมาโดยที่ไม่มีคุณพ่่อก็ตาม คุณแม่เคยบอกว่าคุณพ่อประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ฉันอายุได้ 3 ขวบ ท่านจมอยู่กับความสูญเสีย และความเสียใจนานหลายเดือน จนป่วย แล้ววันหนึ่งจู่ๆฉันที่ไม่เคยเปล่งเสียงพูดคำใดๆออกมาก็เดินไปหาคุณแม่ ในมือน้อยๆถือรูปคุณพ่อที่กำลังคุกเข่าขอคุณแม่แต่งงาน ฉันเปล่งเสียงออกมาครั้งแรก ฉันเรียกแม่ หลังจากนั้นแม่ฉันก็สลัดทุกความเสียใจ หันมาทำหน้าที่แม่ที่เข้มแข็ง ทำขนมขายเพื่อหารายได้เลี้ยงดูฉัน เราสองคนแม่ลูกอยู่กันอย่างมีความสุขจนถึงทุกวันนี้ ฉันคิดมาเสมอว่าวันหนึ่งที่ฉันเรียนจบ ฉันจะตอบแทนพระคุณท่าน และทำให้ท่านสุขสบายมากกว่าทุกวันนี้

"ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่เลย" น้ำปั่นแอบแซว เมื่อเห็นว่าฉันยิ้มไม่หุบสักที

"ก็แน่ละ แม่ฉันทั้งสวย ใจดี แถมทำอาหารอร่อยอีก ฉันนี่โชคดีจริงๆเลย"

"แต่แม่แกอ่ะโชคร้ายที่ดันมีแกเป็นลูก ผู้หญิงอะไรแต่งตัวก็ไม่เป็น หน้าก็จืดชืดไร้การแต่งแต้ม งานบ้านไม่เคยจับ กับข้าวไม่เคยแตะ ถามจริง แม่แกเก็บแกมาเลี้ยงป่ะเนี่ย"

"ไอ้น้ำปั่น ทำไมปากแกจัดแบบนี้ว่ะ ห๊า ฉันไม่น่าหลวมตัวไปทักแกวันรับน้องเลย"

"ฮ่าๆสายไปละ เพราะฉันจะเกาะแก... ไม่ปล่อยแน่"ฉันมองเข้าไปในแววตาของน้ำปั่นที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังนั้น แววตาที่กำลังบ่งบอกถึงความจริงใจ และจริงจัง ทำให้ฉันอดใจเต้นไม่ได้ แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาขี้เล่นเหมือนเดิม

"เดี๋ยวๆสายตาแบบนั้นคืออะไรว่ะ หยุดเลยๆขนลุก บรื้อออ"

 

....................................................................................................................................

 

"ริวขา คู่นี้สวยไหมค่ะ" ผมชำเลืองมองริต้าที่กำลังเลือกรองเท้าอย่างน่าเบื่อหน่าย นี่ถ้าไม่ติดว่ารับปากหล่อนไว้ว่าจะพามาทานมื้อเที่ยง ก็คงไม่ออกมาทำอะไรที่น่าเบื่อแบบนี้หรอก ผู้หญิงเหมือนกันหมด น่าเบื่อชมัด

"เลือกๆไปเหอะริต้า อย่าเรื่องมากนักเลย" ผมตอบไปอย่างหงุดหงิด จนทำให้หล่อนแอบค้อนนิดๆแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรมากนัก

"แต่คู่นี้....แพงนะคะ"หล่อนพูด ซึ่งผมก็รู้ดีว่าหล่อนหมายความว่าอะไร ผมควักกระเป๋าสตางค์ใบหรู ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตส่งให้พนักงานของร้าน

"กรี๊ดด คุณใจดีที่สุดเลย ม๊วฟฟ" ริต้ากระโดดตัวลอยยกแขนขึ้นคล้องคอผมก่อนจะจูบมาที่แก้มอย่างแรงเสียงดังลั่น

"ทำอะไรของคุณเนี่ย บ้าชมัด เปื้อนหมด" ผมเช็ดไปที่หน้าเมื่อรู้สึกว่ามีคราบลิปสติกติดอยู่ ความหงุดหงิดกับการมารอหล่อนเลือกซื้อของ เพิ่มทวีคูณ จนต้องเดินออกมาจากตรงนั้น

"อ้าว คุณจะไปไหนค่ะ รอริต้าด้วยสิคะ ริว" เสียงแหลมตะโกนไล่หลัง แต่ผมไม่ได้สนใจ เดินก้าวเท้ายาวๆเพื่อไปห้องน้ำชำระล้างความน่าเกลียดที่ติดอยู่บนใบหน้า ขณะที่เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปอย่างรีบร้อน ผมดันไปชนเข้ากับใครคนหนึ่งจนเขาเซ ผมคว้าเขาไว้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยน้ำหนักของคนตรงหน้าทำให้เราเซถลาไปกระแทกกำแพงของห้องน้ำ

"โอ้ย เดินยังไงว่ะ"

"ขอโทษ...." ใบหน้าของคนตรงหน้าทำให้ผมหยุดชงัก หน้าเรียวได้รูป คิ้วเข้มเรียงยาว รับกับดวงตาคมโต ขนตาเรียงเป็นแพ จมูกโ่ด่งรั้น กับปากอิ่มกระจับสีชมพู น่าจูบ น่าจูบเหลือเกิน ผมเผลอโน้มใบหน้าไปหาเขาอย่างลืมตัว สองมือที่โอบร่างบางไว้กระชับรอบเอวดึงเข้าหาตัว

"เฮ้ย จะทำอะไรของคุณ โรคจิตหรอว่ะ" แรงผลักทำให้ผมกระเด็นออกมาอย่างน่าเสียดาย

"นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ผมถามพลางส่งสายตาสำรวจเรือนร่างของคนตรงหน้า ชายหนุ่มอายุน่าจะไม่เกิน 25 ผมดกดำยาวละต้นคอระหง ไหล่กว้างแต่บางน่าถนุถนอม เรื่องร่างสมส่วนแต่ดูบอบบาง ผิวขาวอมชมพู จนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ทุกสัดส่วนน่าสัมผัส

"มองอะไร แล้วก็ทีหลังหัดเดินระวังบ้างนะ" ปากรูปกระจับขยับขึ้นลงน่ามอง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"น้ำปั่น เสร็จยังเนี่ย!!!"

"เออๆเสร็จแล้ว เสร็จแล้ว"ผมยืนมองร่างบางเดินออกไปจากห้องน้ำจนลับตา

"น้ำปั่น หึ ชื่อน่ากินชมัด แต่เอ๊ะ เสียงเมื่อกี้ทำไม....คุ้นๆแฮะ"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น