ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 32

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 32

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 32
แบบอักษร

 

 

 

มาเฟียไร้รัก 32 

 

 

 

 

ตั้งแต่การป่วยของลู่ฟางในวันนั้น ก็ผ่านมาได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว แม้อาการไข้จะทุเลาลงบ้างแต่รอยช้ำตรงก้นก็ยังไม่หายดีเท่าไร ทำให้ช่วงนี้ลู่ฟางเลยต้องขึ้นมานอนกับวีรภาพและวิระ โดยให้นอนคว่ำหน้าบนอกของวีรภาพแทน เพราะลูกช้ำที่ก้นจะนอนหงายก็กลัวจะช้ำยิ่งกว่าเดิม

 

“ให้ม๊าทายาให้ก่อนนะครับคนเก่ง” วิระบอกลูกชายที่ดิ้นหนีตลับยาทารอยช้ำอยู่บนตัวของวีรภาพขณะที่กำลังจะเข้านอน

 

“หนูเจ็บ ฮึก ไม่ทา”

 

“ไม่ทาไม่หายเจ็บนะครับ”

 

“ฮึก ป๊า”

 

“โอ๋ๆนะครับคนเก่ง ให้ม๊าทาแปปเดียวนะครับ” ในระหว่างที่วีรภาพโอ๋ลูกอยู่ วิระก็ลงมือทาครีมที่รอยช้ำอย่างรวดเร็ว พอทาเสร็จลู่เหวินก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมชุดนอนพอดี

 

“ลู่จะนอนด้วย”

 

“พี่ลู่” พอได้ยินเสียงพี่ชาย ลู่ฟางก็ส่งเสียงเรียกทันทีทำให้ลู่เหวินเดินเข้าไปหาก่อนจะถูกวิระอุ้มขึ้นไปบนเตียง

 

“เด็กติดน้อง” วีรภาพพูดหยอกลูกชายคนโตที่มีนิสัยติดน้อง ตั้งแต่ที่น้องป่วยก็มักจะมาขอนอนด้วยตลอด

 

“น้องของลู่!”

 

“ของป๊าต่างหาก” สองพ่อลูกเถียงกันแย่งลู่ฟางที่กำลังหัวเราะคิกคักชอบใจอยู่บนอกของวีรภาพที่เห็นพี่กับป๊าคุยกัน

 

“เฮ้อ! พอทั้งคู่เลยนะ เข้านอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ลู่เหวินมีเรียนภาษาฝรั่งเศษแต่เช้านี่ครับ”

 

“ฝันดีนะลู่ฟางของพี่ จุ๊บ!”

 

“ฝันดีฮะพี่ลู่”

 

“แล้วป๊าล่ะไม่จุ๊บป๊าเหรอลู่เหวิน” วีรภาพถามหาจุ๊บจากลูกชายคนโตที่จุ๊บลู่ฟางแต่ไม่ยอมจุ๊บตัวเอง ซึ่งลู่เหวินก็ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ผู้เป็นป๊าของตนเองทันทีที่ได้ยินป๊าถามแบบนั้น

 

“ไม่! ป๊าน่าเกลียด” พูดจบก็หลับตาลงทันที ทิ้งคำพูดของตนเองให้วีรภาพได้นิ่งค้างเพราะรู้สึกช็อกอยู่แบบนั้น แต่วิระที่ได้ยินกลับหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาของสามีที่มีต่อคำพูดลูกชาย

 

“ฮะๆๆ อย่าคิดมากเลยวีร์ เด็กก็พูดความจริงแบบนี้แหละ”

 

“เหอะ!”

 

วีรภาพได้แต่ค้อนภรรยาและลูกชายในใจ สองคนนี้ชอบรวมหัวกันรังแกวีรภาพ จะมีแต่ลู่ฟางที่น่ารักบอกป๊าหล่ออย่างนั้นหล่ออย่างนี้อยู่คนเดียว คอยดูนะวีรภาพจะกบฏต่อเมียตามใจลูกคนเล็กให้หนักกว่าเดิมเลย คอยดูแล้วกัน!

 

 

 

 

“ลู่ฟางของย่า ไหนย่าขอดูรอยช้ำหน่อยครับว่าดีขึ้นรึยัง” ในยามเช้าของวันต่อมา หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จลู่หลินก็ช่วยดูแลหลานชาย ก่อนจะเปิดกางเกงของหลานชายขึ้นเพื่อดูรอยช้ำ พอเห็นว่ารอยจางลงขึ้นเยอะก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

 

“ทายาให้ทุกวันครับเลยดีขึ้น แต่ก็ยังมีไข้อ่อนๆอยู่”

 

“แม่สงสารหลาน วันนั้นร้องจนเหมือนจะขาดใจ”

 

“แกคงเจ็บมากครับ ทุกวันนั่งต้องให้นอนคว่ำตัวหลับบนอกของวีร์อยู่เลย”

 

“ดีแล้วลูก เดี๋ยวหายคุณย่าพาไปกินของอร่อยนะคะ”

 

“หนูอยากกินขนม”

 

“กินแต่ขนมเดี๋ยวก็อ้วนเป็นหมูหรอกครับ” วิระบอกลูกก่อนจะใช้ส้อมตัดชิ้นแอปเปิ้ลให้เล็กลงแล้วป้อนลูกชายที่นั่งอยู่บนตักของย่า

 

“เด็กอ้วนก็น่ารักดี แล้วกล่องของเล่นพวกนี้เมื่อไรหนูจะแกะคะ ให้ย่าช่วยมั้ยคะ” พอคุณย่าถามแบบนั้นลู่ฟางก็พยักหน้า ทำให้ลู่หลินอุ้มหลานชายลงไปนั่งกับพื้นและเธอก็ลงไปนั่งด้วยเพื่อแกะกล่องของเล่นให้หลานชาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกของเล่นจำลองเครื่องดนตรีทั้งนั้น

 

“ท่าทางลู่ฟางจะชอบเล่นดนตรีนะวิระ แม่ว่าให้หาครูมาสอนดีมั้ย”

 

“แต่แกยังเด็กนะครับ”

 

“ไม่เห็นเป็นไร ลองให้มาสอนดูก่อน ถ้าลู่ฟ่างชอบเราค่อยให้ลู่ฟางตัดสินใจด้วยตัวเอง”

 

“ลองดูก็ได้ครับ แกจะได้ไม่โวยวายตอนที่รอลู่เหวินเรียน” คือวิระทำใจตั้งแต่ที่ลูกเกิดมาแล้วว่าจะต้องถูกเลี้ยงแบบนี้ เพราะวิระก็เคยโดนมาเหมือนกัน แต่วิระจะไปทางแนวป้องกันตัวและเก่งด้านการเรียนเสียมากกว่า ซึ่งลูกของวิระที่ต้องทำให้ได้ทุกอย่างก็คือลู่เหวินที่เกิดมาเป็นคนโตและลู่ฟางร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเลยไม่ต้องเรียนหนักเหมือนพี่ชายแต่ก็ต้องเรียนอะไรที่จำเป็นเหมือนกัน อย่างการเรียนภาษาวิระจะให้เรียนเมื่อลู่ฟางโตขึ้นกว่านี้อีกนิด

 

หลังจากที่ลู่เหวินเรียนเสร็จก็ลงมาเล่นกับน้องชาย พี่ชายคนเก่งก็ปรบมือตามน้องที่ตีเครื่องเล่นดนตรีอยู่ตรงหน้า ลู่ฟางเห็นพี่ชายตบมือให้ก็ยิ้มหวานใส่จนตาหยีก่อนจะตีต่อไปเรื่อยๆ สองพี่น้องนั่งเล่นกันอยู่แบบนั้นจนถึงเวลากินข้าวเที่ยงที่วันนี้ลู่หลินลงมือเข้าครัวทำของโปรดของหลานๆเองกับมือ

 

“ลู่เหวินกินผักด้วยสิครับ”

 

“ลู่ไม่กิน” ลู่เหวินบอกก่อนจะเขี่ยผักไปที่ขอบจาน ทำให้ลู่ฟางมองพี่ชายที่ทำแบบนั้นลู่ฟางก็ทำตามบ้าง

 

“หนูก็ไม่กิน”

 

“กินเข้าไปเดี๋ยวนี้ทั้งคู่เลย” วิระบอกเสียงดุเมื่อเห็นเด็กๆไม่ยอมกินผักในจานทั้งคู่ จนลู่หลินต้องพูดขัดขึ้นเพราะไม่อยากให้หลานๆโดนดุ

 

“ไม่เป็นไรหรอกวิระ ผักมันอาจจะขมสำหรับเด็กๆไป”

 

“ดื้อกันทั้งพี่ทั้งน้องครับมากกว่าน่ะสิครับ คุณแม่อย่าให้ท้ายเลยครับ”

 

“สงสารเด็กๆออก แม่ว่ายอมสักวันเถอะ ลู่ฟางก็ป่วยอยู่ด้วย”

 

“เฮ้อ! ก็ได้ครับ แค่วันนี้เท่านั้นนะครับลู่เหวินลู่ฟาง ถ้าวันหลังดื้อจะเปลี่ยนของว่างเป็นสลัดผักแทน” วิระต้องขู่ไว้ก่อน เด็กๆสองคนนี้ชอบหาตัวช่วยให้ไม่ต้องทำในสิ่งที่ชอบ อาจจะเพราะที่บ้านมีแต่คนตามใจเลยเริ่มนิสัยขึ้นไปทุกวัน ถ้าไม่ปรามไว้บ้างโตขึ้นคงจะบอกไม่ฟังยิ่งกว่านี้เป็นแน่

 

 

 

พอเข้าช่วงบ่ายลู่ฟางที่ถูกจับป้อนยาหลังอาหารไปก็หลับสนิทลง ส่วนลู่เหวินก็นอนดูการ์ตูนอยู่ข้างๆน้อง พอการ์ตูนจบลงก็หันมาหาวิระที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

 

“ม๊า ลู่อยากว่ายน้ำ”

 

“ตอนนี้เหรอครับ”

 

“ครับ”

 

“งั้นเดี๋ยวลู่เหวินไปเปลี่ยนชุดรอนะครับ เดี๋ยวม๊าให้คุณย่ามาช่วยดูน้อง”

 

“ได้ครับ”

 

หลังจากที่ลู่เหวินไปเปลี่ยนชุด วิระก็เดินไปบอกคุณแม่ให้เข้ามาช่วยดูลู่ฟางแทนสักพัก เพราะวิระจะพาลู่เหวินไปลงสระ ซึ่งคุณแม่ก็มาดูให้เพราะวันนี้ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว วิระเลยเปลี่ยนชุดลงสระกับลูกได้สบาย

 

“ไหนลองว่ายมาหาม๊าหน่อยครับ” เมื่อลงสระแล้ววิระก็บอกลูกชายให้ลองว่ายน้ำมาหาตนเองดู เพราะลู่เหวินเรียนว่ายน้ำจากวีรภาพอยู่แล้ว เวลาช่วงวันหยุดวีรภาพจะเริ่มสอนให้ลูกทำกิจกรรมที่ต้องทำให้เป็น เช่นเรียนว่ายน้ำหรือพาไปสนามยิงปืน สอนให้รู้จักปืนทุกชนิด แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจับปืนจริงได้เนื่องจากข้อมือของลู่เหวินยังเล็กเกินไป เลยได้เรียนแค่วิธีการใช้เบื้องต้นและชนิดของปืนเท่านั้น

 

วิระมองลูกชายว่ายน้ำเข้ามาหาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจที่ลูกว่ายน้ำได้แข็งและเก่งขึ้นกว่าเดิม พอเห็นว่าลูกว่ายได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงมาก วิระเลยปล่อยให้ลูกได้ว่ายเล่นจนกว่าจะพอใจโดยวิระก็คอยมองตลอดมีบ้างที่ต้องเตือนไม่ให้ลู่เหวินว่ายไปโซนที่ลึกกว่านี้ พอปล่อยให้ลู่เหวินได้ว่ายน้ำไปสักพักใหญ่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของลู่ฟางดังขึ้นก่อนที่ลู่หลิ่นจะอุ้มลู่ฟางที่สะอึกสะอื้นอยู่มาที่ข้างสระว่ายน้ำ

 

“ฮึก หนูจะเล่น”

 

“เล่นไม่ได้ครับ ม๊ากับพี่ลู่ก็จะขึ้นแล้ว”

 

“ฮึก เล่นๆๆ”

 

“ไม่ครับ หนูไม่สบายอยู่ห้ามเล่น เดี๋ยวได้หาคุณหมอนะครับ” พอเห็นพี่ชายกับม๊าเล่นน้ำอยู่ คนน้องก็อยากจะเล่นด้วยให้ได้ แต่วิระก็ไม่อนุญาติและพอวิระพูดถึงหมอลู่ฟางก็เงียบลงแต่ยังมีอาการสะอื้นให้ลู่หลินปลอบอยู่ ลู่เหวินที่เห็นน้องร้องแบบนั้นก็ยอมเลิกเล่นและขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาหาน้องใหม่ แต่ก็โดนลู่ฟางกอดอกงอนไปแล้ว ลู่เหวินเลยยอมเอารถสปอร์ตคาร์ของเล่นชิ้นโปรดของตนเองออกมาจากห้องเก็บของและพาน้องขับเล่นในสวนเป็นการง้องอน ซึ่งลู่เหวินก็ทำสำเร็จลู่ฟางกลับมายิ้มเรียกพี่ลู่ๆเหมือนเดิม ทำให้วิระและลู่หลินที่นั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาส่ายหัวเล็กน้อยกับความใจอ่อนของลู่ฟาง โกรธยังไม่ถึงชั่วโมงพอโดนพี่ชายง้อก็ยกโทษให้หมดแล้ว ใจอ่อนง่ายจริงๆเลยนะ หยาง ลู่ฟาง!

 

 

...........................................................................................................................

เรื่องนี้เปิดจองรอบเก็บตกให้นะคะ เนื่องจากมีคนถามเข้ามาเยอะมาก เลยเปิดจองให้ถึงวันที่ 25 มิถุนายน ส่วนลิงค์จองมายด์จะปักให้ทางเพจ Mamymind นะคะ

ส่วนตัวเล่มรอบพรีคงได้กันครบหมดแล้ว >< ตอนหน้าจบแล้ว และถึงจะลงตอนพิเศษให้นะคะ

ความคิดเห็น