สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

การแสดงศิลปะแขนงต่าง ๆ ของจีนจัดขึ้นในโรงละครของเขตเมืองจำลองราชวงศ์ซ่งเพียงวันละหนึ่งรอบในเวลาสิบแปดนาฬิกาสามสิบนาทีเท่านั้น นักท่องเที่ยวจึงต้องรีบตระเวนถ่ายรูปบ้านเรือนทรงโบราณที่ตามไฟด้วยโคมสีแดงงดงามรอบบริเวณทางเข้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันไปชมการแสดง  

ความมืดในโรงละครทำให้รินรดาได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวเงียบ ๆ อีกครั้ง หญิงสาวอมยิ้มยามนึกถึงอ้อมกอดของสตรีสูงวัย เธอชอบปรานีมากที่สุดในกลุ่มหกสาว อาจเพราะท่าทางใจดี และน้ำเสียงอ่อนโยนที่เรียกขาน ‘หนูหลิว’ ที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ 

รินรดาอดคิดตามประสาคนกำพร้าแม่ไม่ได้ ว่าถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านคงเป็นผู้หญิงอ่อนหวานน่ารักเหมือนปรานีแน่ ๆ ! 

ชนวีร์สะกิดแขนขัดจังหวะความคิดของเธอ พร้อมกับเอียงตัวมาใกล้  

แม้จะนึกฉงน หากรินรดาก็เอนกายเข้าไป “มีอะไร” 

“เราโชคดีเนอะ บนเวทีกำลังแสดงประเพณีการแต่งงานแบบโบราณของคนในสมัยซ่งให้ดูอยู่” 

รินรดาพยักหน้า “แล้วไง” 

จิน เทียน หนี่ เย่า เจีย เก๋ย หว่อ” แทนคำตอบชนวีร์กลับกระซิบเบา ๆ 

สำเนียงของชนวีร์บอกให้รู้ว่าเขาใช้ภาษาจีน แต่ไม่ใช่จีนกวางตุ้ง[1]แบบที่เธอรู้จัก กระนั้นสีหน้ากรุ้มกริ่มของเขาก็เป็นเหตุให้หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็งด้วยอาการระวังตัว  

“อะไรของคุณ ฉันฟังไม่เข้าใจ” 

แสงสลัวในโรงละครทำให้เธอเห็นดวงหน้าของชายหนุ่มไม่ชัด แต่ประกายวิบวาวในดวงตาเขาซึ่งอยู่ใกล้เหลือเกินกลับทำให้หญิงสาวขยับกายออกห่างโดยอัตโนมัติ 

ชนวีร์เอียงตัวตามมาชิด กระซิบบอกซ้ำ “ก็วิธีขอแต่งงานแบบจีนไง ผู้ชายจะบอกกับคนรักของเขาว่า จิน เทียน หนี่ เย่า เจีย เก๋ย หว่อ - วันนี้เป็นวันดี เรามาแต่งงานกันเถอะ” 

คนพูดทำสีหน้าใสซื่อ แต่กลับใช้น้ำเสียงจริงจังเน้นท้ายประโยคราวกับเขากำลังหมายความตามที่พูดจริง ๆ  

รินรดาหูอื้อ หัวใจเต้นโครมคราม นึกไม่ออกว่าควรจัดการกับผู้ชายทะเล้นหน้าเป็นข้าง ๆ นี่ยังไงดี ! 

ชนวีร์ยิ้มขณะยังพูดต่อไปเรื่อย “ข้ออ้างขอแต่งงานฟังไม่ขึ้น แต่น่ารักเนอะ วันนี้วันดีก็เลยชวนมาแต่งงานกันซะเลย เอ...จะว่าไปแล้วคำนี้ก็เพราะดีเนอะ ไว้ผมจำไปขอคนที่ผมรักแต่งงานบ้างดีกว่า”  

คงจะดีกว่านี้แน่ ถ้าเขาจะไม่ทำตาเล็กตาน้อยใส่เธอตอนพูดประโยคนั้น  

“มันเรื่องของคุณ มาบอกฉันทำไม ถอยออกไปห่าง ๆ ได้แล้ว ฉันอึดอัด” รินรดาเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเบียดกายแนบที่เท้าแขนอีกฝั่งสุดแรงเพื่อหลบดวงหน้าของชนวีร์ 

“คุณว่าคนฟังจะชอบไหม แล้วเขาจะตอบตกลงหรือเปล่า” จอมกวนประสาทยังไม่หยุดป่วน 

“คุณชนวีร์ ! ” รินรดาเสียงเขียว ทั้งที่รู้ดีว่าวิธีเดียวที่จะไล่รอยร้อนผ่าวให้ออกไปจากหน้าเธอได้เร็วที่สุดก็คือต้องให้ลูกตาสวย ๆ คู่นี้มองไปทางอื่นต่างหาก  

“ผมถามแค่นี้ ทำไมต้องดุด้วยล่ะ” น้ำเสียงออดอ้อนทำให้หญิงสาวตอบไม่ถูก ได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในใจ 

ถ้าเขาถาม ‘แค่นี้’ อย่างที่บอกจริง เธอจะหน้าร้อนฉ่าขนาดนี้เหรอ แต่ทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทางอย่างนั้น จ้างให้ก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ว่าเขาไม่ได้จงใจแกล้งเธอน่ะ 

มือขาวบางผลักหัวไหล่เขาออกห่าง “เลิกชวนคุยได้แล้ว ฉันจะดูโชว์” 

หญิงสาวปั้นหน้าบูด ทำเป็นหันไปตั้งใจดูการแสดงบนเวที 

ชนวีร์อมยิ้ม เห็นเสียงแข็งหน้าตึงอย่างนั้น แต่มือเธอกลับเย็นเฉียบ 

เสียดาย...ไฟในโรงละครมืดไปหน่อย ไม่งั้นเขาจะได้เห็นให้ชัด ๆ ไปเลย ว่าเธอหน้าแดงด้วยหรือเปล่า 

 

เมื่อคณะทัวร์กลับถึงโรงแรมที่พัก ร้านค้าบนถนนฝั่งตรงข้ามยังคงเปิดไฟสว่างไสว หลายคนจึงชักชวนกันไปเดินเล่นต่อ เพราะแต่ละเมืองย่อมมีข้าวของขายแตกต่างกันไป โดยมีสายพิณตามไปดูแลเป็นล่ามเช่นเคย 

“พี่วีร์จะไปดูของด้วยกันที่ถนนฝั่งโน้นก่อนไหม หรือว่าจะขึ้นไปพักเลย” ภูมิเอ่ย 

“เราว่าจะกินยาแล้วเข้านอนดีกว่า แขนยังระบมอยู่เลย กลัวคืนนี้มีไข้น่ะ” ชายหนุ่มปฏิเสธ งำเหตุผลแท้จริงไว้ว่าเขาสำรวจถนนเส้นนั้นจนปรุโปร่งไปตั้งแต่บ่ายแล้ว ! 

“คืนนี้ให้คุณภูมิไปนอนเป็นเพื่อนไหมคะ พลอยนอนคนเดียวได้”  

“ขอบใจมากพลอย แต่ไม่ต้องหรอก พี่ไม่เป็นไรจริง ๆ ” 

“งั้นพี่วีร์ไปพักเถอะ ถ้าคืนนี้มีอะไรพี่โทร.เรียกผมได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ” 

“เออ ขอบใจมาก ทั้งสองคนเลย”  

ภูมิหัวเราะร่วน “ไม่ต้องขอบใจก็ได้ ไว้พี่มีแฟนมาด้วยเมื่อไหร่ รับรองว่าผมไม่เป็นห่วงพี่หรอก”  

ชนวีร์รุนหลังน้องชายไปทางภรรยาพลางบ่น “ยายพลอยรีบพาไอ้ขี้ทูตปากร้ายนี่ไปไกล ๆ ที ไม่งั้นพี่จะลุกขึ้นมาบู๊กับมันทั้งที่เจ็บแขนอยู่นี่แหละ” 

สองสามีภรรยาขันท่าทางของคนเจ็บ หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ภูมิและแพรพลอยจึงแยกไปกับกลุ่มตะลุยราตรี ปล่อยให้ชายหนุ่มกลับไปพักผ่อนตามลำพัง 

ชนวีร์เพิ่งกดสวิตช์เพื่อเปิดไฟในห้องพัก ยังไม่ทันนั่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เมื่อส่องดูจากช่องตาแมว ก็ยิ่งแปลกใจที่เห็นรินรดายืนหน้าบูดอยู่ตรงหน้า 

“มีอะไรหรือคุณ” เขารีบเปิดประตูไปถาม 

“ยาคุณอยู่ในกระเป๋าฉัน” หญิงสาวดึงถุงยาจากเป้ยื่นมาตรงหน้า เหลือบมองชายหนุ่มที่ยังสวมเสื้อกันหนาวอยู่  

“แล้วฉันก็จะมาช่วยคุณถอดแผ่นพยุงแขนนั่นด้วย” 

ชนวีร์รับถุงยาไปวางไว้ที่โต๊ะหนังสือ “เข้ามาก่อนสิครับ” 

“อย่าดีกว่า มันไม่เหมาะ” 

ชนวีร์เผลอยิ้มบาง ๆ โดยอัตโนมัติ แม้คู่ควงที่เขาคบด้วยนานที่สุดจะเป็นสาวหัวนอกทันสมัยจี๋ ไม่ถือสาเรื่อง ‘อย่างนี้’ แต่เขาก็ยังอดทึ่งไม่ได้ทุกทีเวลาเจอผู้หญิงยุคใหม่ที่วางตัวเหมาะสม และระมัดระวังตัวกับสถานการณ์ที่อาจทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียง 

โลกอาจย้ำว่าถึงยุคที่ชายหญิงต้องเท่าเทียมกัน หมดสมัยรักนวลสงวนตัวแล้ว แต่ในฐานะที่เป็นผู้ชาย ชนวีร์รู้ดีว่าผู้ชายที่พูดแบบนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะต้องการเอาเปรียบผู้หญิงทั้งนั้นแหละ 

“ถ้าคุณไม่สบายใจ จะเข้ามาแล้วเปิดประตูทิ้งไว้ก็ได้ แต่ถ้าคุณเชื่อใจผม ผมกล้าเอาเกียรติเป็นประกัน ว่าคุณจะออกจากห้องผมไปอย่างปลอดภัยเหมือนกับตอนที่เข้ามาทุกประการ” เจ้าของห้องให้คำมั่น 

หญิงสาวนิ่งคิดชั่วครู่แล้วจึงพยักหน้า เธอผลักประตูห้องเปิดค้างไว้ และตามเขาเข้ามาหยุดที่ทางเดินแคบระหว่างห้องน้ำกับส่วนห้องนอน กิริยาบอกชัดว่าคำนึงถึงความเหมาะสมอย่างยิ่ง  

รินรดาวางกระเป๋าไว้บนตู้มินิบาร์ข้าง ๆ แล้วขยับเข้าช่วยคนเจ็บถอดเสื้อกันหนาว ปลดสายคล้องไหล่ และอุปกรณ์พยุงแขนให้เขาด้วยความประณีตเบามือ 

ผู้ที่ต้องรับบทนางพยาบาล ‘ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล’ ด้วยความจำใจ มองเสื้อโปโลแขนยาวพอดีตัวของชายหนุ่มแล้วอยากกรี๊ดนัก เมื่อกี้นี้แค่เสื้อกันหนาวเป็นที่ซิปผ่าหน้าเขายังถอดเองไม่ได้เลย แล้วนี่เสื้อยืดฟิต ๆ สวมทางศีรษะเนี่ยนะ ! 

รินรดาหนักใจ ครั้นจะดูดายก็ใจร้ายเกินไป เธอจึงชักสีหน้า “นี่คุณถอดเสื้อเองได้หรือเปล่าเนี่ย” 

ชนวีร์ก้มลงสำรวจตัวเอง เพิ่งพบปัญหาใหม่ ชายหนุ่มเป่าปากด้วยความเหนื่อยใจ ชีวิตเจ็ดวันนี้จะเป็นยังไงเนี่ย เพราะเขาช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุระส่วนตัวทั้งหลาย ! 

“เดี๋ยวผมลองดูก่อน” เขาตั้งท่าจะถกเสื้อขึ้น เพื่อดึงออกทางศีรษะ 

“จะบ้าเหรอ ! มาถอดอะไรตรงนี้เล่า” รินรดาร้องห้ามแทบไม่ทัน 

“อ้าว...ไม่ถอดตรงนี้ แล้วจะให้ไปถอดตรงไหนล่ะ” เขาเน้นบางคำ ขณะทำสีหน้ากรุ้มกริ่มยั่วเย้าผู้หญิงตรงหน้า 

“จะถอดตรงนี้ก็ได้ แต่คุณต้องหันหน้าไปทางโน้น” เธอชี้เข้าไปในห้อง ผู้ชายไม่ใส่เสื้อน่ะไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็น แต่คนที่ชอบทำตายิก ๆ วิบวับอย่างนี้ เธอไม่อยากเห็นเนื้อตัวเขานักหรอก เหตุผลน่ะมีข้อเดียว เธอกลัวตัวเองหน้าแดงให้ขายหน้า ! 

ชนวีร์อมยิ้ม ยอมหันหลังให้หญิงสาวโดยดี เขายกแขนขวาที่ยังระบมขึ้นช้า ๆ พยายามใช้มือข้างที่ยังดีอยู่ถอดเสื้อ โดยมีรินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังช่วยขยับให้เสื้อยืดเนื้อหนาค่อย ๆ หลุดออกทางศีรษะในที่สุด 

บรรยากาศเป็นมิตรแบบแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในห้องอันเงียบงันทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดวางตัวไม่ถูก เธอจึงรีบมองรอบกายหาเรื่องชวนคุย 

แสงนีออนจากห้องน้ำทางซ้ายสาดต้องผิวขาวจัดของชายหนุ่ม ทำให้รินรดาสังเกตเห็นผิวหนังสีเข้มกว่าปกติเป็นรอยตวัดจางที่สะบักซ้ายด้านหลัง และเธอก็รีบคว้ามันไว้เป็นหัวข้อสนทนาทันที 

“ข้างหลังคุณนี่รอยอะไรเหรอ”  

ชนวีร์เหลือบมองตามที่เธอชี้ให้ดู  

“อ๋อ...ลายสักครับ ผมสักไว้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว พอเรียนจบเกิดกลัวว่ากลับบ้านมาแม่เห็นแล้วจะเป็นลม ก็เลยไปเลเซอร์ทิ้ง ทีนี้มันต้องไปทำหลายรอบ ผมขี้เกียจ เอาแค่เหลือรอยจาง มองเห็นไม่ชัดก็โอเคแล้ว ทำไมหรือ” 

“อ้อ...สักชื่อแฟน” รินรดาเปรยรู้ทัน เพราะเคยได้ยินเพื่อนผู้ชายมาบ่นให้ฟังกันนักต่อนักว่าสักชื่อแฟนไว้ยามรักหวาน แต่พอน้ำตาลขมก็ต้องเผ่นไปลบออกกันทั้งนั้น 

“ทำไม...คุณหวง ไม่อยากให้ชื่อใครมาอยู่บนตัวผมเหรอ” เขาหมุนกายมาทางหญิงสาว ซึ่งดวงหน้าผุดผ่องของเธอรีบสะบัดหนีไปทางอื่นทันควัน 

“ตัวก็ตัวของคุณ อยากจะทำอะไรก็ทำไปสิ ! ” หญิงสาวเสหันไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อคลุมของโรงแรมออกมาส่งให้เจ้าของห้อง 

“สวมซะสิ ยืนเป็นชีเปลือยอยู่ได้ เดี๋ยวก็หนาวตายหรอก” 

ชนวีร์ยิ้มขันด้วยความเอ็นดู ท่าทางแว้ด ๆ ของเธอช่างขัดแย้งกับหน้าแดงระเรื่อเหลือเกิน กระนั้นอุ้งมือใหญ่ก็ยอมคว้าเสื้อคลุมเนื้อหนาไปสวมแต่โดยดี 

โทรศัพท์มือถือของรินรดาสั่นเป็นจังหวะกระทบกับเคานเตอร์ไม้ชั่วครู่ เจ้าของหันไปเปิดกระเป๋าหยิบขึ้นมาดู ครั้นเห็นชื่อบนหน้าจอ รินรดากลับกดปุ่มตัดสาย และปิดเครื่องทันที 

เมื่อเห็นเธอหย่อนโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าตามเดิม ชายหนุ่มจึงฉงน  

“อ้าว...ทำไมไม่รับล่ะคุณ” 

“พวกโทร.ผิดน่ะ” พยาบาลจำเป็นชักสีหน้าใส่เขาที่เซ้าซี้วุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเธอ หญิงสาวเดินเข้าไปที่โต๊ะหนังสือหยิบซองยาออกจากถุง ทบทวนขนาดการรับประทานด้วยความตั้งใจ แล้วจัดยาไว้บนกระดาษทิชชูเพื่อให้คนเจ็บกินก่อนเข้านอน หญิงสาวหยิบขวดน้ำแร่จากมินิบาร์มาบิดเปิดฝาวางไว้ข้างยา กำชับเสียงเข้ม  

“ฉันจัดยาก่อนนอนไว้แล้ว กินแล้วก็ดื่มน้ำตามเยอะ ๆ ล่ะ ฉันจะต้มน้ำร้อนวางไว้ให้ตรงนี้ เผื่อคุณอาจอยากดื่มน้ำอุ่น” เธอหยิบกาน้ำร้อนไฟฟ้าจากข้างเคานเตอร์เข้าไปเติมน้ำจากอ่างล้างหน้า และเสียบปลั๊กไว้ให้คนเจ็บ 

“ไม่ต้องต้มหรอกครับ” เขาห้ามไม่ทัน จึงได้แต่ชี้กาน้ำที่หญิงสาวเพิ่งผละมือออกมา “ของโรงแรมพวกนี้ ไม่รู้ใครเอาไปทำอะไรมาบ้าง ผมเคยได้ยินว่าแขกบางคนเอากาไว้ข้างเตียง ตกดึกขี้เกียจลุกไปห้องน้ำ...” 

รินรดาอ้าปากค้าง สบตาเขาทั้งยังย่นคอ 

เจ้าของเรื่องพยักหน้าช้า ๆ ยืนยันว่าไม่ได้โกหก 

หญิงสาวไม่ฟังต่อแล้ว เธอหันไปดึงปลั๊กออก หยิบกาไปเทน้ำทิ้งทันที 

“งั้นก็กินน้ำแร่ไปเถอะ” รินรดาหยิบแก้วออกจากถุงพลาสติกไปล้าง ส่วนอีกใบก็นำไปวางในห้องน้ำไว้ให้เขาใช้บ้วนปาก เธอมองรอบห้องกำกับอีกหลายคำด้วยความเป็นห่วง 

ครั้นเจ้าของห้องเอาแต่รับคำ ‘ครับ ครับ ครับ’ ลูกเดียว รินรดาก็ชักกระดาก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการชอบกล มือไม้ดูราวจะเกะกะไปหมด ยิ่งคนตรงหน้าอมยิ้มขัน ๆ น้ำเสียงที่เอ่ยประโยคถัดมาจึงค่อนข้างตะกุกตะกัก 

“เอ้อ...ฉัน...ก็ต้องไปนอนแล้วเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์” 

แม้อยาก ‘กวนประสาท’ เธอต่อ แต่เมื่อนึกได้ว่าวันนี้รินรดาเหนื่อยเพราะเขามากแล้ว ชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับรู้ ยอมไปส่งพยาบาลจำเป็นซึ่งพักอยู่ห้องตรงข้ามโดยดี 

“ฝันดีนะครับ” ชนวีร์บอกลา ยืนคอยจนประตูปิดสนิท ได้ยินเสียงล็อกและคล้องโซ่ลงกลอนเรียบร้อยแล้ว จึงกลับมาอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวบ้าง  

หลังจากกินยาตามที่พยาบาลเสียงโหดสั่งไว้แล้ว ชายหนุ่มยืนพิงตู้มินิบาร์จิบเบียร์กระป๋องซึ่งรินใส่แก้วที่เธอล้างไว้ให้  

ภาพที่รินรดาเดินไปมาจัดการกับข้าวของตรงโน้นตรงนี้เหมือนยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกถึงความสดชื่นแบบแปลก ๆ ในใจ เพียงนึกถึงสายลมบางเบาผะแผ่วผ่านผิวและกรุ่นกลิ่นหอมจางจากเส้นผมของเธอยามเดินสวนกัน  

เมื่อสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มและหลับตาลง แทนที่จะพบความมืดมิด ในหัวใจชนวีร์กลับเห็นภาพของใครบางคนโลดแล่นอยู่ในนั้นชัดเจน น่าแปลกที่เขา ‘คิดถึง’ ใครบางคนทั้งที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่ 

ชายหนุ่มไม่อาจสรรหาถ้อยคำมาอธิบายอาการอิ่มเต็มในใจได้เลย รอยยิ้มน้อย ๆ แต้มอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกสุขใจและอารมณ์ดีโดยไม่ต้องการเหตุผลสนับสนุนแม้เพียงครึ่งคำ  

เพราะทุกเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นนับแต่พบผู้หญิงคนนี้ บ่งชี้ไปที่คำตอบเดียว ! 

อย่างนี้เอง...เขาถึงคุ้นหน้าเธอตั้งแต่แรกพบ  

ชายหนุ่มสรุปด้วยความเชื่อมั่นว่า ความรู้สึกของเขาไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน 

ชนวีร์กำมือใต้ผ้าห่ม นึกถึงตอนที่ตามไปขอโทษเธอ หัวใจเป็นสุขเมื่อระลึกถึงสัมผัสอุ่นวาบอันพุ่งผ่านเข้าในอุ้งมือ ชายหนุ่มอมยิ้มกะการณ์ถึงสิ่งที่ต้องกระทำในวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป 

เขาจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้รักเขาให้ได้ ! 

 

[1] การออกเสียงภาษาจีนแบ่งออกตามแต่พื้นที่ เช่น ในจีนแผ่นดินใหญ่ (China Mainland) และในประเทศไต้หวัน เรียกสำเนียงนั้นว่าจีนแมนดาริน ภาษาจีนที่ใช้ในฮ่องกงเรียกว่าจีนกวางตุ้ง และที่คนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยใช้ ส่วนใหญ่มักเป็นจีนแต้จิ๋ว

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น