แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #20 หนึ่งคนที่ต้องยอม (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #20 หนึ่งคนที่ต้องยอม (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2559 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #20 หนึ่งคนที่ต้องยอม (RW)
แบบอักษร

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

ไอสูรย์ตัวร้าย #20 หนึ่งคนที่ต้องยอม

 

 

อ๋องน้อย

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปกับการแพ้ท้องแทนผมของพี่ไอสูรย์ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้เข้าใกล้ผมด้วยซ้ำไปครับจะมีบ้างเป็นบางเวลาที่เข้าใกล้ผมได้แต่ก็แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นแหละอาการเดิมๆ ก็กลับมาแม้ว่าจะกินยาแก้อาเจียนไปก็ตาม

ดูอย่างตอนเช้าวันนี้สิครับ

สามีผู้น่ารักของผมนอนหลับปุ๋ยเชียวท่าทางของเขาเหมือนเด็กเลยละครับมันจะดีกว่านี้หากเราได้นอนในระดับเดียวกันแต่นี้เปล่าเลยพี่ไอสูรย์ซุกหน้าลงที่ท้องของผมพร้อมกับอ้อมกอดหลวมๆ ผมไม่รู้ว่าเขาตื่นไปอ้วกมาบ้างหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆ ท่าทางตอนนี้ของเขาเหมือนเด็กสุดๆ เลยละครับ

ผมค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างสูงที่นอนหลับอยู่แม้ว่าตอนนี้ผมจะนั่งอยู่ก็ตามแต่แขนทั้งสองข้างของเขาก็ไม่ยอมปล่อยจากเอวผมเลยละครับ

จุ๊บ

ผมก้มลงไปจูบที่เรือนผมดำนี้ก่อนจะบอกรักเขา

“ผมรักพี่นะครับ” มันเป็นแบบนี้ทุกวันเหมือนผมอยากแกล้งเพราะทุกครั้งที่ผมพูดมันออกมาพี่ไอสูรย์ก็จะตื่นและวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นแบบนี้มาเกือบอาทิตย์ตั้งแต่วันนั้นแล้วละครับ

อิอิ

“เด็กดื้อแกล้งพี่เหรอ?”

ฟอดดดดดดดดด!

ร่างสูงยื่นหน้าขึ้นมาหอมแก้มผมที่อยู่ใกล้เขาในระยะประชิดพี่ไอสูรย์ค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งมองหน้าผมที่ยิ้มเขินให้กับเขา

“พี่ก็รักเรานะรักลูกด้วย”

พูดจบเขาก็ล้มตัวลงไปนอนที่ตักของผมอีกครั้งพร้อมทั้งกอดเอวผมเอาไว้มือหนาข้างหนึ่งเลิกเสื้อผมขึ้นก่อนจะพรหมจูบที่หน้าท้องตอนนี้ลูกเป็นแค่ก้อนเนื้อแต่ถ้าวันไหนที่อายุครรภ์ผมมากขึ้นวันนั้นลูกคงสัมผัสมันได้ดีกว่าผมสินะ

การกระทำของเขาทำให้ผมน้ำตาไหลเลยละครับ

“ร้องไห้อีกแล้วนะ”

พี่ไอสูรย์นอนหงายแต่หัวเขาก็ยังคงตั้งอยู่บนตักผมมือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาพร้อมทั้งเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนเขามักจะทำแบบนี้ทุกเช้าและนั่นก็ทำให้ผมร้องไห้ได้ทุกเช้าเหมือนกันช่วงเช้าเป็นอะไรที่ดีเพราะอาการแพ้ท้องของพี่ไอสูรย์ยังไม่ค่อยกลับมาแต่ถ้าเป็นช่วงเที่ยงไปละก็อย่าพูดถึงเลยละครับ

“ก็พี่อ่อนโยนนี่”

“รักนะครับ

พี่ไอสูรย์บอกรักผมอีกครั้งก่อนจะจับมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้ใบหน้าหล่อซุกเข้าหาหน้าท้องของผมก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะหลับลงผมไม่ได้ว่าอะไรและยอมให้เขานอนอยู่อย่างนี้คงเพราะเหนื่อยสินะแถมยังต้องมาแพ้ท้องแทนผมอีกต่างหาก

“ผมกับลูกก็รักพี่นะครับอสูรตัวร้าย”

หลังจากที่เมื่อเช้าผมตื่นขึ้นมาแต่กลับต้องหลับไปพร้อมพี่ไอสูรย์อีกครั้งพอตื่นขึ้นมาเขาก็ลุกไปอาบน้ำซะแล้วแถมยังไม่อยู่ในห้องอีกต่างหากผมก็เลยลุกไปทำธุระส่วนตัวบ้างหลังจากเสร็จผมก็แต่งตัวเพื่อที่จะไปเรียนวันนี้ผมมีเรียนบ่ายส่วนหน้าท้องก็ไม่ได้โตอะไรมากผมจึงไม่อยากเสียการเรียนแม้ว่าจะเป็นการเรียนที่แปลกไปหน่อยก็ตาม

ผมเดินออกมาจากห้องลงไปด้านล่างเมื่อเช้าก่อนนอนก็ดื่มนมไปแล้วช่วงนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองจะกินข้าวไม่ตรงต่อเวลาต่อไปคงต้องกินให้ตรงไม่งั้นแย่ครับ

“แต่งตัวแบบนี้หมายความว่าไงครับ”

เสียงพี่ไอสูรย์ดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่ขาข้างหนึ่งกำลังจะก้าวลงจากบันไดผมหันไปมองเขาก็เห็นว่าร่างสูงกำลังเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี

“ไปเรียนครับ” ผมหันกลับมามองเขาก่อนจะหยุดยืนใกล้กับขอบบันไดพอสมควร

“พี่ไม่ไปให้!” พี่ไอสูรย์พูดเสียงแข็งเดินเข้ามาหาผมจากที่เมื่อกี้กำลังยิ้มที่ได้เห็นหน้าเขาแต่ตอนนี้หน้าผมกลับหน้างอไปแล้วละครับ “เพิ่งหายป่วยแท้ๆ อีกอย่างกำลังท้องอยู่นะ”

ท่าทางแบบนี้เขาเป็นห่วงหรือหวงกันแน่ครับผมรู้สึกดีใจถ้ามันจะเป็นแบบนี้ทั้งสองอย่างแต่ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยในเมื่อผมแข็งแรงดีแล้ว

“ผมแค่จะไปเรียนอีกอย่างท้องก็ไม่ได้โตสักหน่อย” ผมมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงมามองหน้าท้องของตัวเองดูยังไงก็ไม่เห็นจะรู้ว่าผมท้อง

“ไปเรียนก็ไม่ได้พี่เป็นห่วง!” พี่ไอสูรย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าผมน้ำเสียงเขายังคงหนักแน่นเหมือนเดิม

“ตกลงพี่เป็นห่วงผมหรือลูกของพี่กันแน่” เพราะความน้อยใจหรือเปล่าที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ผมแค่จะไปเรียนไม่ได้ไปทำอะไรสักหน่อย

“อย่าพูดแบบนี้อีกนะพี่ไม่ชอบถ้าอยากทำอะไรก็ตามใจ” พูดจบพี่ไอสูรย์ก็ถอยห่างออกไปพร้อมๆ กับจะเดินหนี

สรุปผมผิดงั้นเหรอ?

หมับ

“พี่จะมาโกรธผมแล้วเดินหนีงั้นเหรอ?” ผมรั้งข้อมือพี่ไอสูรย์เอาไว้ก่อนจะบังคับให้เขาหันกลับมาสบตาผม...ถึงจะทะเลาะกันมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่เคยเดินหนีแถมตอนนี้ยังพูดทิ้งท้ายแบบแปลกๆ เหมือนไม่สนใจผมอีกต่างหาก

แบบนี้มันน่าน้อยใจนักอสูรบ้า!

“ในเมื่อยิ่งคุยเราก็ยิ่งทะเลาะกันมันต้องมีสักคนไม่ใช่เหรอที่ยอมนะ“ พี่ไอสูรย์ถอนหายใจก่อนจะพูดกับผมน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเหมือนเดิมแถมยังมองหน้าผมด้วยแววตาที่อยากร้องไห้อีกต่างหากหรือเขาจะเหนื่อยกับความงอแงเอาแต่ใจของผมอะ

พี่ยอมผมงั้นเหรอ...ผมขอโทษผมจะไม่ดื้ออีกแล้ว”

หลังจากที่สรุปใจความสำคัญได้ว่ามันน่าจะเป็นอย่างที่ผมคาดเดาผมก็ต้องรีบขอโทษเขาทันทีแถมเมื่อกี้ผมยังเอาแต่ใจพูดร้ายๆ ไปตั้งหลายคำ

“ที่พี่ยอมก็เพราะเป็นห่วง...แต่ใครบางคนก็ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เสมอ” พี่ไอสูรย์ยื่นมือของเขามาจับแก้มข้างหนึ่งของผมเอาไว้มือหนาลูบข้างแก้มผมไปมา

“ผมขอโทษครับ” ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “ว่าแต่พี่เข้าใกล้ผมได้แล้วเหรอ? น่าแปลกทุกทีพอผมจะกอดพี่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ”

“จะแกล้งพี่อีกหรือไงถ้าไม่บอกรักก็โอเคอยู่หรอกนะ” ผมผละออกจากเขาเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงพี่ไอสูรย์ยิ้มให้และจ้องหน้าผมกลับ

“ถ้างั้นผม อื้อ” ผมไม่ทันได้พูดอะไรสักคำพี่ไอสูรย์ก็ก้มลงมาจูบปากซะก่อนจนผมตั้งตัวไม่ทัน มือหนาทั้งสองข้างรั้งใบหน้าผมเอาไว้กดจูบลงมาอ่อนโยนจนผมแทบสลายหายไปเลยก็ว่าได้ลิ้นร้อนไล่ต้อนจนผมแทบคลั่งเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาริมฝีปากผมก็เป็นอิสระก่อนที่เขาจะจูบซับมันอีกครั้งใบหน้าของอสูรตัวร้ายผละออกไปเล็กน้อยมุมปากเจ้าเล่ห์ยกยิ้มหยอกล้อผม

“แพ้จูบพี่อีกแล้ว”

“พี่ขี้โกงผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ” ค้อนหน้าใส่เขาที่เอาแต่ยิ้มแถมยังหน้าไม่อายมาจูบผมแบบนี้อีกดีนะครับที่ไม่มีใครมาเห็น

“เขาเรียกป้องกันตัวครับ”

“งั้นเหรอ? แต่ครั้งนี้พี่ต้องแพ้ผมรักพี่ไอสูรย์นะครับ...จุ๊บ“ ผมบอกรักเขาพร้อมกับยื่นหน้าไปแตะริมฝีปากคนตัวสูงพี่ไอสูรย์อึ้งไปชั่วขณะก่อนมองหน้าผมคาดโทษ

อุ๊บ!!!

เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้วิ่งออกไปหาห้องน้ำแทบไม่ทันผมยิ้มขำมองท่าทางของเขาส่ายหัวชอบใจที่แกล้งเขาได้ทุกครั้งหลังจากเลยยามเช้ามาแล้วเขาสั่งห้ามผมบอกรักเด็ดขาดแต่พอผมจะพูดก็ดันถูกจูบซะก่อนอยากแกล้งผมนักรอบนี้ขอแกล้งกลับ

“ร้ายนักนะอ๋องน้อย”

ง่า

ผมหน้าร้อนผ่าวค่อยๆ หันหลังกลับไปมองก็เห็นว่าพี่โรมิโอกำลังยืนมองอยู่จากด้านล่างเมื่อกี้เขาคงไม่เห็นหรอกนะแต่มาว่าผมร้ายแบบนี้คงเห็นไปแล้วละครับ

เขินจัด

“พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“มาทันเห็นอะไรเลี่ยนๆ ตอนเที่ยงลงมากินข้าวได้แล้วครับ” ผมยิ้มแก้เขินก่อนจะลงไปตามคำเชิญของพี่โรมิโอเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่แต่จะว่าไปก็ไม่เห็นแปลกหลังจากวันนั้นเขาก็หายเงียบไปหลายวัน ผมมารู้จากพี่เหนืออีกทีว่าเขาไปฮ่องกง

ผมเดินลงมาถึงชั้นล่างก่อนจะเดินตามเขาไปที่โต๊ะอาหาร

“ผมนึกว่าพี่จะไม่มาหาซะแล้ว” ผมนั่งลงตรงข้ามพี่โรมิโอมองหน้าเขายิ้มๆ

“ไม่มาได้ไงเดี๋ยวหลานก็งอนพี่แย่พี่มีของฝากมาให้เพียบเดี๋ยวจะให้เหนือพาไปไว้บนห้องให้ละกัน” ของฝากหลายถุงถูกพี่เหนือถือขึ้นไปด้านบนผมมองจนสุดสายตาก่อนจะหันมามองพี่โรมิโอต่อ

“ขอบคุณครับ”

 

ไอสูรย์

ช่วงนี้ทั้งอ๋องน้อยแล้วก็ลูกต่างร่วมมือกันแกล้งผมได้ทุกวันจริงๆ เลยครับ…แต่หลังๆ มานี่ลูกไม่เท่าไหร่แต่แม่ของลูกนี่สิที่แกล้งผมหนักขึ้นทุกวันการบอกรักผมก็เท่ากับการลงโทษผมทางอ้อม

รู้สึกดีแต่คุ้มไหมที่ต้องวิ่งเข้าออกห้องน้ำเป็นว่าเล่น

แอด

เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาผมหันไปมองก็เห็นว่าเหนือถือถุงอะไรมากมายเข้ามาก็ไม่รู้

“ถุงอะไรนะ?” ผมลุกขึ้นยืนหันไปมองเหนือที่วางถุงพวกนั้นไว้ที่โซฟา

“ของฝากจากคุณโรมิโอครับ”

“หืมพี่มางั้นเหรอ” ผมถามนึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะเท่าที่จำได้พี่โรมิโอไปฮ่องกงนี่ครับแล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ครับนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับอ๋องน้อย

คงไม่ต้องบอกว่าสีหน้าผมตอนนี้เป็นยังไงแต่ที่แน่ๆ ผมกำลังหึงแม้กระทั่งพี่ชายของตัวเองผมจะไม่อะไรเลยถ้าเขาไม่ชอบแหย่ผมตลอดเวลาที่เจอหน้ากันพอเดินลงมาด้านล่างก็เห็นว่าสองคนนั่งคุยกันอยู่จริงๆ ท่าทางจะอารมณ์ดีเชียว

ผมหึงแต่ก็ต้องช่างใจคิดว่าจะเดินไปนั่งตรงไหนดีผมไม่รู้ว่าลูกจะแกล้งผมตอนไหนบ้างแต่ตอนนี้ขอได้ไหมลูกรัก

ป๊าหึงแม่เรานะ

ผมเลือกที่จะเดินไปนั่งหัวโต๊ะซึ่งใกล้ทั้งสองคนมากและเสี่ยงต่ออาการของผมเลยด้วยครับ...ได้แต่ภาวนาอย่าให้ลูกเลือกที่จะแกล้งผมตอนนี้

“พี่เป็นยังไงบ้างครับ” เสียงเล็กเอ่ยถามขึ้นมารอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าสวยทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าอ๋องน้อยจะแกล้งอะไรผมอีกหรือเปล่าเหมือนจะระแวงไปหมดเลยครับ

ผมหันไปมองพี่โรมิโอแทนก่อนจะเปล่งเสียงคุยกับเขาและไม่ยอมตอบคำถามอ๋องน้อย

“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“สองวันได้แล้วกินข้าวเสร็จขอคุยด้วยหน่อยสิ”

“ครับ”

หลังจากคุยกันเสร็จผมก็กินข้าวตามปกติแต่พอหันไปมองคนข้างๆ อีกมุมหนึ่งของโต๊ะน้องกลับนั่งหน้านิ่งไม่ยอมกินอะไรจนผมนึกแปลกใจเล็กน้อยอยากจะเอ่ยปากพูดแต่ก็กลัวถึงลูกจะไม่แกล้งผมตอนนี้แต่กันไว้ดีกว่าแก้

“รีบกินสิครับเดี๋ยวหลานพี่ก็หิวแย่” ยกความดีให้พี่ชายผมไปก่อนอ๋องน้อยยอมกินข้าวบ้างตามที่พี่ผมบอกแต่ก็น้อยคำโดยส่วนใหญ่จะนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมามากกว่าอีกจนเวลาผ่านไปนานพอสมควรและผมก็ทนเห็นเมียงอนไม่ไหว

“ไม่อร่อยงั้นหรอ? เดี๋ยวพี่ให้ใต้สั่งแม่บ้านทำให้ใหม่เอาไหม” ผมเอ่ยปากถามหลังจากที่นั่งมองอยู่นานใครว่าผมไม่เป็นห่วงละครับผมนะโคตรเป็นห่วงแต่เลือกจะไม่แสดงออกมากกว่า

” น้องไม่ยอมตอบผมเอาแต่เงียบแถมยังส่ายหัวแทนซะงั้นผมเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งมอง...เหมือนอ๋องน้อยอยากหนีผมเลยครับพอกินข้าวเสร็จเจ้าตัวก็รีบเดินหนีออกไปทันที

เมียงอน

“ไม่ตามไปเหรอ?” คนใกล้ตัวถามขึ้นมามองตามร่างเล็กของอ๋องน้อยที่เดินหนีไปด้านบนเรียบร้อยแล้ว

“คุยเสร็จค่อยตามไปง้องั้นไปคุยที่ห้องทำงานผมละกันครับ" ผมขยับตัวลุกจากเก้าอี้ก่อนจะหันไปคุยกับเหนือต่อ

"เหนือนายช่วยไปดูอ๋องน้อยให้หน่อยได้ไหม?” คำสั่งของผมเป็นเชิงขอร้องซะมากกว่าหมอนี่เองก็เข้าใจทันทีจึงรีบเดินตามอ๋องน้อยขึ้นไป

ในห้องทำงานผมกับพี่โรมิโอกำลังนั่งมองหน้ากันโดยที่ใครสักคนไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ

จนผมต้องเป็นคนเริ่มตั้งคำถาม

“ตกลงพี่จะคุยอะไรกับผม”

“ท่านโอชินติดต่อมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผ่านทางพ่อและท่านก็เห็นดีที่จะร่วมธุรกิจนี้พี่แค่อยากถามความสมัครใจของนายเพราะกิจการนี้นายก็มีส่วนได้ส่วนเสียเหมือนกัน”

ว่าแล้วทำไมหนักใจอยู่นานถึงไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำถ้าเป็นก่อนหน้านี้เหมือนวันนั้นผมอาจจะอาละวาดและพูดว่าไม่ยอมท่าเดียวแต่ถ้าเป็นตอนนี้ที่ผมกำลังจะมีครบทุกอย่างและสิ่งๆ นั้นก็คือความรักผมก็พร้อมจะตอบได้เต็มปากเหมือนกัน

“ก็เอาสิครับ...พ่อพี่เองก็คงอยากให้พวกเราแยกแยะ” สายตาพี่โรมิโอดูจะอึ้งไปนิดหน่อยกับคำตอบของผมก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าของพี่ชายจะยกยิ้มผมว่านี่คือการแสดงเพราะเขายังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงมากกว่าแสดงเพื่อให้ตัวเองดูเข้มแข็ง

“ผมโกรธที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งเราผมรู้ว่าตลอดเวลาหัวใจผมมีแต่ความรู้สึกดีๆ ให้กับเธอแต่ความจริงก็พร้อมจะฆ่าผมให้ตายได้เหมือนกันผมยอมหยุดเรื่องของแม่ไว้แค่อดีตเพราะนั่นจะทำให้ผมเจ็บน้อยลงผมไม่อยากยึดติดอีกแล้วและผมก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าทำไมเธอถึงทิ้งผมไปพี่ก็เหมือนกันผมรู้ว่าพี่เจ็บแค่ไหนที่ได้รับรู้มันแต่พี่ยังมีคุณลุงท่านไม่เคยทิ้งพี่ไปไหน?”

ผมพูดทุกคำออกมาด้วยรอยยิ้มผมไม่คิดติดใจหรือโกรธแม่แล้วด้วยซ้ำไปแต่ถ้าจะให้ยอมรับทั้งหมดคงไม่ใช่อย่างน้อยผมก็ยังโกรธอยู่บ้างแต่สิ่งหนึ่งที่ผมติดใจเล็กน้อยคือพ่อคงรักแม่มากถึงได้ทิ้งผมไปแบบนี้

“นายโตขึ้นอีกแล้วนะไอสูรย์!

“ผมพร้อมจะโตขึ้นมากกว่านี้ผมอยากสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบแม้ใครต่อใครจะมองว่ามันแปลกแต่ผมก็ไม่แคร์เพราะสิ่งที่ผมแคร์คือคนที่จะยืนข้างๆ ผมไปตลอดชีวิตมากกว่า”

“วันนี้พี่กลับพูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่เจ็บแต่นายกลับพูดมันด้วยรอยยิ้มเพราะอ๋องน้อยสินะ!” เราสองคนนั่งมองหน้ากันโดยที่ผมยิ้มอยู่ตลอดเวลาแต่สีหน้าของพี่โรมิโอกลับเศร้าแม้เขาจะยิ้มออกมาบ้างก็ตาม

“ผมเลือกมาเองกับหัวใจแม้ตอนแรกจะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ก็ตาม!

“อืมถ้านายตกลงพี่ก็จะไปคุยกับพ่อส่วนเรื่องสัญญาเราจะมาคุยกันอีกที

“ครับ

“พี่กลับก่อนนะฝากลาอ๋องน้อยด้วย

ผมยิ้มก่อนจะพยักหน้าให้กับพี่ชายเขาเดินออกไปจากห้องทำงานผมแล้วผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายยากเหมือนกันเพราะพี่โรมิโอยังไม่ยอมเดินขึ้นมาจากหลุมพรางที่ตัวเองขุดเอาไว้สักทีสักวันคงมีใครสักคนดึงรั้งเขาขึ้นมาสินะเหมือนที่อ๋องน้อยดึงผมให้ขึ้นมาจากความเจ็บปวดได้ด้วยความรักของเขา

 

หลังจากที่พี่โรมิโอกลับไปผมก็เดินลงมาด้านล่างเห็นน้องกำลังนั่งคุยกับเหนือและใต้อยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นทั้งๆ ที่ตอนแรกผมคิดว่าน้องอาจจะนอนร้องไห้อยู่ในห้องด้วยซ้ำ...

ผมรีบเดินเข้าไปหาอ๋องน้อยทันทีส่วนเหนือกับใต้ก็รู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อเห็นผมทั้งคู่ก็เดินออกไป อ๋องน้อยเงยหน้าขึ้นมามองผมเล็กน้อยจากเมื่อกี้ที่ยิ้มอารมณ์ดีแต่พอเห็นหน้าผมกลับหุบยิ้มแบบไม่ต้องคิดเลยละครับ

“งอนพี่งั้นเหรอ?” ผมนั่งลงข้างๆ น้องแต่ดูเหมือนคนขี้งอนจะไม่ยอมคุยกับผมแถมยังเอาแต่ขยับหนีจนผมต้องรั้งเอวบางเอาไว้แทน

“งอนแก้มป่องเชียว…"

ฟอดดดดดดดด!

ผมยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มน้องซะฟอดใหญ่จนคนตัวเล็กข้างกายเขินหันมาค้อนหน้าใส่ผมทันที ทั้งงอนทั้งโกรธและยังอายอีกต่างหาก

“ถ้าไม่ตอบพี่จะหอมแก้มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายงอนนะ”

ฟอดดดดดดดดดดดด!!!

ผมทำอย่างที่พูดจริงๆ นั่นแหละครับส่วนน้องก็เอาแต่เอียงคอหนีผมท่าเดียวดิ้นไปมาไม่ยอมให้กอดและหอมแก้มแถมปากก็ไม่ยอมพูดกับผมสักคำ

ปล่อย” เสียงครางเล็กยอมเอ่ยออกมาจนได้แต่กลับเป็นน้ำเสียงที่ดื้อรั้นซะเหลือเกิน

“ตอบพี่มาก่อนสิว่างอนเรื่องอะไร?” น้องเงยหน้ามาสบตากับผมแววตาแดงกร่ำเชียวแต่ก็ไม่ยอมพูดอีกจนได้จนผมต้องก้มลงไปจูบปากเล็กทันทีแค่แตะเท่านั้นแหละครับ

“ปล่อย” ผมชักจะใจไม่ดีแล้วสิครับน้องพูดแค่คำว่าปล่อยแถมยังมองหน้าผมสายตาแข็งกร้าวอีกต่างหากผมเองก็ดื้อพอตัวไม่ยอมปล่อยแถมยังรั้งมากอดเอาไว้จนแน่นกว่าเดิม

“ถ้าคุณไม่ปล่อยผมจะไม่คุยกับคุณอีกและก็ห้ามเข้าใกล้ผมด้วย!

ให้ตายสิงอนอะไรอยู่เนี่ย? แถมตอนนี้ยังพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่น่าขนลุกอีกต่างหากผมยอมปล่อยให้น้องเป็นอิสระก่อนจะค่อยๆ ขยับกายออกมาให้ห่างกันเล็กน้อยตอนนี้ลูกไม่แกล้งผมแต่แม่ของลูกกลับกำลังลงโทษผม

“อ๋องน้อย

“ที่ผมไม่พูดไม่ใช่ว่าไม่โกรธอย่าได้ใจไปหน่อยเลยต่อไปนี้ผมจะลงโทษที่คุณทำร้ายผมกับลูก เพราะฉะนั้นถ้าผมไม่เรียกหรือไม่ต้องการก็ห้ามเข้าใกล้อีก” ขออึ้งแป๊บไปกินอะไรมาตอนไหนก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลยแต่ทำไมตอนนี้ดุจังเลยแถมไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้อีกต่างหาก

“พี่ทำอะไรผิด”

“ผมสั่งให้คุณถามงั้นเหรอ?”

เฮ้ยขนาดถามยังไม่ได้หน้าเหว่อไปสิครับไอสูรย์ผมยอมแพ้ได้แต่ก้มหน้ารับผิดและฟังคำพูดต่อไปของน้อง

“ทุกคืนคุณต้องย้ายลงไปนอนที่พื้น” ผมอยากเถียงมากๆ แต่น้องไม่ได้สั่งให้พูดมีหวังโทษผมเพิ่มอีกแน่นอน “แต่ถ้าไม่ยอมทำตามคุณก็ไปนอนห้องอื่น

สีหน้าผมตอนนี้อยากร้องไห้มากๆ ถ้าเล่นกันแบบนี้ฆ่ากันให้ตายไม่ง่ายกว่าเหรอที่รัก

ลูกเลิกลงโทษแต่แม่ของลูกเริ่มลงโทษเองซะงั้น

...” ผมทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แต่อ๋องน้อยกลับไม่สนใจ

“ห้ามกอด ห้ามหอมแก้ม ห้ามจูบ และห้ามเข้าใกล้ในระยะ 30 เซนฯ ถ้าทำไม่ได้ผมจะไปอยู่บ้านแม่

หืมมม

ขอนอนตายตรงนี้สักสิบวินาทีได้ไหม? เมียจะเล่นอะไรเนี่ยห้ามไปหมดแบบนี้ตายไปยังง่ายกว่าเยอะ

“ใจร้ายชะมัด” อันนี้ผมไม่ได้พูดแต่ในใจกำลังคิดผมนะเหรอก็แค่นั่งก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไปเรื่อยๆ

“ช่วงนี้ผมจะไปเรียนห้ามพูด!” พอผมจะอ้าปากเถียงน้องก็พูดดักมาซะก่อนจนผมต้องเงียบตามเดิม

“ใกล้จะสอบแล้วผมอยากเรียนให้จบอีกอย่างท้องยังไม่ใหญ่มากถ้าคุณให้ผมขาดเรียนแบบนี้บ่อยๆ คนอื่นก็จะสงสัยหรือคุณอยากให้ผมเป็นอันตรายก็ได้นะครับผมจะได้บอกคนอื่นๆ ว่าผมท้อง!

ฮึย!

การที่เป็นฝ่ายถูกกดขี่ทำไมมันลำบากขนาดนี้จะอ้าปากเถียงยังไม่ได้เลยถ้ารู้ว่าเรื่องจะเดินมาแบบนี้ผมไม่ยอมตั้งแต่แรกซะก็ดีสิ

เมียโหด!

” สายตาผมวิงวอนมากๆ ผมได้แต่ส่ายหัวเป็นคำตอบทุกประโยคของอ๋องน้อยแต่อยากจะบอกว่าคนลงโทษผมในตอนนี้เขาไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ

“ผมมีเรื่องจะพูดแค่นี้ตอบมาสิครับว่ายอมไหม?”

“ไม่ไม่ยอมก็บ้าแล้วครับ

ให้ตายสิเมียแกล้งตอนแรกก็อยากจะตะโกนให้ดังสุดๆ ว่าไม่ยอมแต่พอเจอสายตาคู่เล็กจ้องมองผมแบบนี้เข้าให้ไม่ยอมก็บ้าแล้วละครับ

“ก็ดีงั้นตกลงตามนี้นะครับ!

“พูดเองเออเองคนเดียวทุกคำแล้วแบบนี้ใครจะไปเถียงได้” ผมก้มหน้าหงุดหงิดพูดพรึมพรำอยู่คนเดียว

“คุณไม่เห็นด้วยงั้นเหรอ? ผมไปอยู่

“เห็นด้วยครับเมียสุดที่รัก" ขนาดผมพรึมพรำยังได้ยิน 

เฮ้อ!  

สุดท้ายผมก็ต้องยอมแต่เงยหน้าขึ้นไปพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่สร้างภาพว่าจริงใจขอบอกผมโคตรไม่อยากยอมเมียเลยละครับ

 

 

__________________________________

สงสัยจะได้แค่นี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาส่งการบ้านต่อค่ะ...

วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้าไป ตจว. มา เหนื่อยหนักมาก 

ความคิดเห็น

}