cxparallel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หนามกุหลาบ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนามกุหลาบ 4
แบบอักษร

หนามกุหลาบ 4 

 

 

 โชคดีที่เธอหนีออกมาจากชั่วโมงของรองเอลล่าโดยไม่ต้องโดนตบหลังจากที่เธอล้มโต๊ะแทบจะทับเท้าบรีและพวก วันที่เหลือเธอก็ใช้เวลาอยู่เงียบๆ คนเดียว เช่นกันกับวันอื่นๆ ถัดมาในสัปดาห์ 

โชคดีที่มีเรียนแค่วิชาคณะตนเองเสียมาก ซึ่งเรียนกับอาจารย์ฟิลิป ริธเบอร์กเท่านั้น พอตกเย็นวันพฤหัส หญิงสาวก็ลังเลว่าจะไปเข้าชมรมดีไหม ในเมื่อคราวล่าสุดเคยเจอเฮเดลอยู่ที่นั่น แต่เธอคงคิดมากไป เพราะในชมรมมีเพียงมาดามเดบอร่าเท่านั้น

          “เชอรี่” มาดามกอดทักทายกับหญิงสาวที่ยิ้มแห้งๆ หลังเปิดประตูเข้ามา “เป็นยังไงบ้าง”

          “สบายดีค่ะ” เชอริลีนตอบพอเป็นพิธี ก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกและเริ่มวอร์มอัพ เธอไม่ชวนอาจารย์สอนเต้นรำคุยอะไรมาก และมาดามเดบอร่าก็พอจะสังเกตได้ว่าเชอริลีนดูเปลี่ยนไป

          “ดูเครียดนะคะวันนี้ ใครแกล้งอะไรเธอหรือเปล่า”

          “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะมาดาม ไม่มีอะไรแปลกใหม่”

          “ถ้างั้นก็สลัดมันออกจากอกเถอะค่ะ แบกไปนมก็ไม่โตขึ้น หรือไม่งั้นก็หาทางเอาคืนเงียบๆ แบบแยบยล ฉันเชื่อว่าคนฉลาดอย่างเชอรี่ทำได้อยู่แล้ว”

          “โห มาดามก็…” เชอริลีนหัวเราะเบาๆ แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าเธอจะลองถามเกี่ยวกับวิชาสอนป้องกันตัวกับมาดาม เลยเอ่ยออกไป ซึ่งทำให้มาดามทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่พักใหญ่

          “ใครจะมาสอนให้ฟรีน้อ ของแบบนี้น่ะเชอรี่”

          “งั้นพอจะรู้จักใครที่สอนให้ถูกๆ ไหมคะ”

          “ฮืม ได้ข่าวมหาลัยเราก็มีกลุ่มนักศึกษาสอนถูกๆ นี่ …แต่เรียนแอรอสนะ ตอนวันเสาร์”

          “ไม่เอาอันนั้นค่ะ” เชอริลีนส่ายหัว “น่ากลัว”

          “ว้าย น่ากลัวยังไงคะ ฉันได้ข่าวมาว่าเขาถอดเสื้อซ้อมกันนะคะ กล้ามแต่ละคนนี่ อื้อหือ…”

          “แม้แต่ผู้หญิงเหรอคะมาดาม”

          “แหม เขาโชว์กล้ามกันค่ะ ไม่ได้โชว์นม ว่าแต่อะไรน่ากลัว ถ้ากลัวการต่อสู้แล้วจะไปเรียนมันทำไมล่ะคะคุณไพร์ม”

          “เอ่อ หนูไม่ได้กลัวยังงั้นค่ะ หนูกลัว…” เชอริลีนถอนหายใจ ลังเลนิดหน่อยว่าจะพูดดีไหม แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกไป “สเวน โคลสันน่ะ รู้จักไหมคะ ดาวเด่นสถาบัน แต่หนูว่าเขาน่าขนลุกพิลึก”

          “ว้าย สเวนเนี่ยนะน่าขนลุก พูดอีกสิบรอบนะ พ่อหนุ่มคนหยิ่งของเธอน่ะน่าขนลุกกว่าหลายเท่า 

ออร่าโคลสันนี่มันขาวสว่างใสนะคะ แต่ออร่าเฮเดลนี่มืดสิบทิศเลยค่ะ เชอรี่”

          เชอริลีนถอนหายใจ “เข้าใจค่ะว่าเขาน่ะดูเป็นด้านสว่าง แต่รู้หน้าไม่รู้ใจนะคะ อยู่ดีๆ เขาก็เข้ามาทำท่าอยากจะรู้จักหนู แปลกมาก”

          “อย่างนั้นเหรอ” เดบอร่าขมวดคิ้วตาม “แต่เชอรี่ที่รัก ฉันรู้จักโคลสันค่ะ เขาเป็นเด็กดี เชื่อใจได้อยู่”

          “ถ้ามาดามรับประกันขนาดนี้ หนูก็คงต้องลองดูค่ะ” เชอริลีนเอ่ยออกมาในที่สุด “งั้นเรามาเต้นต่อดีกว่า วันนี้เต้นอะไรดีคะ ฮิปฮอปดีไหม อยากใช้กำลังเยอะๆ”

          “เยี่ยมยอดค่ะ เราไม่ได้เต้นอะไรรุนแรงมานานแล้ว”

         

          หญิงสาวไม่คิดว่าความดื้อของเธอจะนำพาตนเองให้มาจนถึงที่นี่ได้

          เชอริลีนเงยหน้ามองโรงยิมคอมเพลกซ์ขนาดมหึมาของเหล่านักศึกษาผู้ดี เธอแทบจะไม่เคยเหยียบเข้ามาในนี้ และแผลจากความไว้ใจกับคนที่รู้ว่าไม่ควรเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังไม่หายไปทำให้เธอลังเลอยู่มากที่จะบากหน้ามาเรียนแอรอส หากเธอก็ไม่อาจจะต้านทานความอยากเอาชนะได้ เพราะเบื่อเหลือเกินที่จะถูกตบตีหรือรังแกง่ายๆ หญิงสาวอยากจะป้องกันตัวเองได้บ้าง

          ถ้าไม่นับว่าการเดินเข้ามาฝึกศิลปะป้องกันตัวนี่จะกลายเป็นการสมัครใจโดนซ้อมล่ะก็นะ...

          ดวงตาสีน้ำตาลทองของสเวน โคลสันสะท้อนความประหลาดใจจนคู่ซ้อมของเขาต้องหยุด เพราะทันทีที่เห็นผู้หญิงผิวสีแทนและผมหยักศกสีเข้มปรากฎตัวขึ้นในโรงฝึกแอรอส เขาไม่อาจเก็บความดีใจไว้ได้

          “เฮ้ ไพร์ม” ชายหนุ่มโบกมือ และชื่อของเธอทำให้นักศึกษาบางส่วนหันไปมอง ทำเอาเชอริลีนชะงัก แต่การเรียกชื่อนั้นคล้ายคำวิเศษที่สั่งให้เธอไม่อาจจะหันหลังแล้ววิ่งหนีกลับไปได้

          “สวัสดี โคลสัน” หญิงสาวกล่าวเกร็งๆ

          “ยินดีต้อนรับ ไพร์ม ฉันดีใจนะที่เธอมา” เขายื่นมือออกมาจับเขย่ากับเชอริลีน

          “เอ่อ... ดีใจที่นายต้อนรับ” เธอส่งยิ้มแหยๆ ให้อีกฝ่าย ขณะที่เขายิ้มกว้าง ซึ่งถ้ามองดูด้วยอคติรอยยิ้มนั้นคล้ายกับจะบอกว่า เธอโดนเชือดแน่ อย่างไรพิกล

          “แต่ฉันแค่มาดูลาดเลาก่อนน่ะ ไม่รู้จะเล่นไหวไหม โหดหรือเปล่าอะไรงี้”

          “โอ้ ได้เลย ตามสบายเลยไพร์ม มีอะไรถามก็ถามฉันแล้วกัน” สเวนส่งยิ้มอีกที ขณะที่เชอริลีนเริ่มสังเกตได้ว่าสายตาทั้งหลายนั้นเลิกสนใจเธอแล้ว

“หรือเธอจะดูฉันกับคู่ซ้อมก็ได้นะ”

“จริงเหรอ” น้ำเสียงดีใจทำให้สเวนพยักหน้าต้อนรับขับสู้ ก่อนที่เขาจะนำทางเธอไปยังจุดเดิมที่ซ้อมอยู่ เชอริลีนเม้มปาก มองหน้ามองหลังขณะก้าวยาวๆ ตามชายร่างสูงผู้มีชื่อเสียงไป

หลังจากสังเกตไม่นาน เธอก็ตระหนักได้ว่าคำพูดของมาดามเดบอร่าเป็นจริง นักสู้เหล่านั้นล้วนไม่ใส่เสื้อ มีเพียงกางเกงขายาวและขอบตามสีบ่งบอกระดับของความชำนาญซึ่งไล่ไปตั้งแต่ขาว แดง เทา และดำ เชอริลีนเห็นผู้หญิงไม่มากนัก มีเพียงสองสามคนในโรงฝึก และเธอเหล่านั้นตัดผมซอยสั้นกันหมด

“นี่แอริค แมดเด็ม เพื่อนฉันเอง...”

“สวัสดีค่ะ” เชอริลีนเอ่ยอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ้มให้กับผู้ชายรูปร่างสันทัดที่ชื่อแอริค เขายิ้มตอบด้วยท่าทางไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ หากทำให้หญิงสาวสบายใจกว่าการใส่ใจเธออย่างน่าสงสัยมากนัก

“เอาล่ะ ต่อกันเลยดีกว่าพวก” โคลสันเอ่ยปาก ก่อนที่ทั้งคู่จะเอามือแตะหน้าผากเป็นการเคารพ และก้าวถอยไปตั้งหลัก

“อยากให้ฉันอธิบายอะไรไหม”

          “หือ” เชอริลีนทำหน้างง หากก่อนที่หญิงสาวจะได้ตอบอะไร แอริคก็ส่งเสียงร้องและพุ่งเข้าใส่โคลสัน หากโคลสันหันไปคว้าแขนอีกฝ่ายและเหวี่ยงจนกระเด็น

          “นี่ไม่มีผิดกติกาเหรอ” เชอริลีนถอยแล้วถอยอีกเพื่อหลบให้พ้นรัศมีของเวทีมวยที่ดูจะกว้างออกเรื่อยๆ

“เราไม่ได้เล่นแอรอสเป็นกีฬา”

          “มันคือการต่อสู้!”

          บางทีคนทั้งคู่หวดกันอย่างดุเดือดคล้ายกับว่าแค้นกันมานาน แต่พอเชอริลีนมองให้ละเอียด เธอถึงเห็นว่าพวกเขาจะซัดกันในตำแหน่งที่ไม่สามารถทำอันตรายได้ ไม่มีการต่อยหน้าหรือจุดอ่อนอื่นๆ และกระบวนท่าในการซ้อมจะเป็นการผลัดกันระหว่างรุกและรับ ถ้าคนรุกทำให้อีกฝ่ายล้มได้จะต้องเปลี่ยนเป็นฝ่ายรับ หรือฝ่ายรับกันฝ่ายรุกได้ก็ต้องสลับกัน

          เชอริลีนกระพริบตาปริบๆ พอเห็นว่าทั้งคู่เริ่มต่อยท้องเมื่อได้คลุกวงใน บางทีก็เข่าบ้าง บางทีถึงกับล็อคคอและคนที่โดนล็อคต้องจับอีกฝ่ายทุ่มใส่พื้นเพื่อหนี และถ้าหากล้มไปทั้งคู่ คนที่ลุกขึ้นมาได้ก่อนจะชนะ หญิงสาวก็เริ่มจะกลัวเจ็บอย่างอดไม่ได้ หากพอคิดว่าไอ้ที่เธอโดนตบนั่นก็อาจจะมีวันหนึ่งที่จะต้องโดนรุมซ้อม และการป้องกันตัวเองจะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้เธอรอดไปได้ เชอริลีนจึงยืนดูต่อไปด้วยใจหวาดเสียวว่าจะมีการผิดพลาด

          หากตลอดการต่อสู้แสนดุเดือดนั้น ยังไม่มีเลือดสักหยดให้เธอเห็น

          “สิบสองต่อห้า” สเวนลุกขึ้นหลังจากเขาจับแอริคทุ่มอีกที “จบยก”

          “ไหนว่าไม่กีฬาไง” เชอริลีนเลิกคิ้วเมื่อได้ยินอย่างนั้น  

          “โธ่ มอเดร็ด เธอจะให้หมอนี่ซ้อมฉันจนตายเหรอ”

          เชอริลีนเป็นอันต้องหัวเราะแห้งๆ ขณะที่แอริคเดินผ่านเธอออกไปริมสนามเพื่อนั่งพัก ส่วนโคลสันตรงมาหาเธอ

          “เป็นไง น่าลองไหม”

          “น่ากลัวมากกว่า” เชอริลีนตอบตามจริง ขณะสายตาเลื่อนลงไปมองที่เอวกางเกงทำให้สเวนประหลาดใจชั่วครู่ จนกระทั่งเธอเอ่ยถาม “นายเป็นแอรอสดำนี่เอง ถึงว่า เก่งโคตร”

          “ใครๆ ที่จบจากเรวุสก็เป็นแอรอสดำทั้งนั้นล่ะ” สเวนหัวเราะ ยังคงหอบเล็กๆ เพราะเหนื่อย หากเขายังทำหน้าที่เชื้อเชิญให้เธอเดินไปยังริมสนามด้วยกัน

          “ซ้อมกันโหดขนาดนี้ มีพลาดเจ็บบ้างไหม”

          “เป็นปกติ แต่คนที่ยังไม่ชำนาญสามารถใส่หน้ากากได้นะ”

          “ช่วยได้มาก ...น่าชื่นใจขึ้นเยอะ” เชอริลีนพึมพำเมื่อเห็นคนที่ยังไม่ชำนาญคนหนึ่งโดนทุ่มกระแทกพื้นเสียงดัง อั่ก ชัดเจน

          “แต่หลักสูตรแอรอสไม่ได้สอนแค่ให้ฟัดกันเอามันอย่างเดียวหรอก ไพร์ม เรามีอะไรที่เป็นเทคนิคด้วย ถ้าเธอจำได้ ผู้หญิงอย่างเธอสามารถเอาตัวรอดจากคนอย่างฉันอีกสิบคนได้สบาย”

          “อย่างนี้ค่อยน่าชื่นใจจริงๆ หน่อย” คำพูดติดตลกหน้าตายของเชอริลีนทำให้โคลสันหัวเราะออกมา เขาเอื้อมมือมาตบไหล่เธออย่างถูกอกถูกใจ

          “ใช่ไหมล่ะ งั้นว่าไง อยากเรียนไหม”

          “อยากสิ ไม่งั้นฉันคงไม่ถ่อมาจากอีกฝั่งของมหาลัยหรอก แต่ติดอยู่ที่ว่า ฉัน...”

          “ไม่มีเงิน” โคลสันต่อประโยคให้ เชอริลีนจึงดีดนิ้วและพยักหน้ายอมรับ

          “ไม่ต้องห่วงน่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมีทาง”

          “แล้วทำไมนายถึงอยากช่วยฉันจัง” เชอริลีนอดถามไม่ได้ “นายนี่ใจดีมากจริงๆ”

          โคลสันหัวเราะในลำคอขณะส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าเธอดูพิเศษน่ะไพร์ม คนพิเศษไม่ควรที่จะต้องถูกใครทอดทิ้งหรอก”

          เชอริลีนเม้มปาก ทำหน้าไม่เชื่อถือเสียจนเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้

          “ก็ไม่เคยได้ยินใครพูดว่าฉันพิเศษมาก่อน”

          “เพราะพวกเขาอิจฉาเธอไง” โคลสันกล่าว “ถ้าเธอไม่พิเศษ เธอจะสอบเข้า แล้วยังยืนหยัดเป็นนักศึกษาชาวมอเดร็ดเพียงคนเดียวในแองแคสทราได้เหรอ ถ้าไม่พิเศษ เธอจะกลายเป็นนักศึกษาดีเด่นสามปีซ้อนได้หรือเปล่า และถ้าไม่พิเศษ เธอจะผ่านเรื่องร้ายขนาดนั้นมาได้ยังไง”

          เชอริลีนยิ้มเร็วๆ และก้มหน้าลง อาการของความเศร้าที่ไม่ได้เสแสร้งทำให้โคลสันเอื้อมมือไปจับไหล่ของหญิงสาวเป็นเชิงปลอบใจ

          “เฮ้ ฉันชมเธออยู่นะ จะเศร้าทำไม”

          “เอ่อ ฉันไม่ได้เศร้า ฉันกำลังสงสัย” เชอริลีนเงยหน้าขึ้น “นายดูเป็นคนดีเกินไปจริงๆ โคลสัน”

          “เราคุยกันยังไม่ถึงวันเลย” โคลสันกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาสีน้ำตาลทองทอประกายลิงโลดที่ทำให้เชอริลีนรู้สึกฉงนในใจ

“อย่าเพิ่งตัดสินดีกว่าว่าฉันเป็นคนยังไง...”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น