เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 67 คราดาราประกอบพิธีประสานอาคม

ชื่อตอน : ตอนที่ 67 คราดาราประกอบพิธีประสานอาคม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 67 คราดาราประกอบพิธีประสานอาคม
แบบอักษร

ตอนที่ 67 คราดาราประกอบพิธีประสานอาคม  

         เกิดด้านหลังกำแพง เฝ้ามองแสงจะวันลอยเหนือขอบกำแพง บางครากำแพงเมืองอันสูงใหญ่กลับพร่ามัวคลับคล้ายจะพังทลาย และหายเลือน ทว่าความจริงกำแพงยังตั้งตระหง่านดังเดิมอย่างที่ประวัติศาสตร์จารึกบอกเล่าเรื่องราวของกำแพงเมืองซีเคร็ทออฟวอร์เนิ่นกว่าร้อยปี ความลับใดมิอาจเปิดเผย ความลับมากมายราวดวงดาวถูกปิดซ่อนเร้นหลังกำแพงดังกรงขังปักษา ผู้ใดก็ตามที่อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับกำแพง คนคนนั้นย่อมต้องมีสักวันจะเผชิญกับบททดสอบอันยิ่งใหญ่เกินกว่าตัวเขาจะหยั่งถึง

         “เมรัยทำอะไรหรือ”

         เรไรยืนงงมิคบายสงสัย ปักษาน้อยมองหมอผีน้อยจับไม้เท้ามังกร ลากปลายไม้เท้าบนพื้นอิฐกระเบื้องเสมือนขีดเขียนอักขระลับโบราณ ปานสาวน้อยวัยซนหักกิ่งไม้ต้นมะยมเอามาเขียนดินทราย วาดรูปครอบครัว และกระต่าย ตอนนี้เมรัยทำเช่นเดียวกับสาวน้อยนางดังกล่าว เขียนรูปเพื่อสร้างพิธีกรรมบนดินแดนแห่งคำสาป และพรวิเศษ โลกที่เหมือนดำรงในเส้นทางเดียวกัน กระนั้นกลับถูกปิดกั้นด้วยหมอกมายาที่คนธรรมดามองมิเห็น

         “เจ้าอาจไม่รู้นะ แต่ที่จริงแผ่นดินเมืองซีเคร็ทออฟวอร์น่ะตั้งอยู่บนแดนต้องห้าม”

         “อะไรคือแดนต้องห้าม”

         “ใต้เท้าเรามีขุมพลังธรรมจักรไหลเลียนเหมือนเมืองหลวงแคว้นแมรี่ ขนาดเส้นชีพจรใหญ่มาก..มากเท่างูอดาคอนด้า ส่วนว่าทำไมเรียกแดนต้องห้าม เพราะเส้นชีพจรที่นี้มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นซึ่งส่งผลในทางร้ายมากกว่าทางดี”

         “อือ”

         ปักษาน้อยเข้าใจห้าส่วนพลางมือเล่นปอยผมฟังหมอผีน้อยอธิบาย จำว่าเรื่องเกี่ยวกับหมอผี หมอผีทุกนางอาศัยขุมพลังธรรมจักรเพื่อเพิ่ม เสริมพลังให้อาคม เรื่องที่เมรัยกล่าวใช่ว่าเรไรมิเข้าใจ กระนั้นแล้วมันเกี่ยวโยงอะไรกับแดนต้องสาปหรือ ฟังแล้วสยองชะมัด

         “เห็นแก่ที่เจ้ายอมฟัง ข้าจะไม่เล่าละกัน”

         สุรเสียงยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างลอยล่องสะกิดหูเรไร ครั้นเมรัยหยุดเขียน และยกอุ้งมือตบบ่าปักษาน้อยแปะๆ “ก็ดี” เรไรเบ้ปาก ยืนเท้าเอวท่าทางปานคุณหนูเอาใจยาก วันนี้เมรัยลากเรไรออกจากคฤหาสน์ตั้งแต่ไก่ขัน หลังปรนนิบัติไดอาเรียเข้านอน หมอผีน้อยสบจังหวะก็กระโจนใส่ปักษาน้อย จับมัดมือมัดเท้า ยัดใส่กระสอบ และโยนใส่หลังกระบะ ไม่ใช่สิ ปักษาน้อยแค่โดนหมอผีน้อยลากมาแต่ไกล ออกจากคฤหาสน์ เดิน และเดิน และเมรัยก็หมดแรง หอบปานคนวิ่งมาราธอน ยังดีที่เรไรช่วยดูแลใกล้ๆไม่เช่นนั้นเมรัยอาจเป็นลมแดด ตายกลางถนน และกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ น่าสังเวชแท้

         ยามนี้ลำแสงตะวันส่องสว่างลอดแมงไม้บริเวณถนนคนเดินที่แลเงียบงันอย่างยิ่ง ดีแล้วที่รอบด้านไม่มีใคร เพราะหากมีคนเห็นพฤติกรรมพวกเมรัยยามนี้ต้องโทรเรียกเจ้าหน้าที่แน่ๆ พวกนางยืน และเหมือนกำลังประกอบพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่แน่นอนว่าคนส่วนมากต้องคิดว่าพวกนางกำลังประกอบพิธีศาสตร์มืด เรียกผีวิญญาณหรือกำลังร่ายคำสาปให้ศัตรูท้องเสีย ไม่ก็มองเป็นคนบ้าต้องการการรักษาโดยด่วน

         “เวลาสร้างเมืองย่อมต้องดูว่าแผ่นดินนั้นมีเส้นชีพจรธรรมจักรหรือไม่ หากมีเส้นใหญ่ก็ดีไปเลย แต่ถ้าเส้นเล็ก..ก็หาเส้นใหญ่ๆซะนะ”

         เมรัยแบมือ หลับตาข้างขวา โยกพุงพลิ้ว นางเคยบอกว่าเส้นชีพจรธรรมจักรที่ใหญ่เรียกว่าเส้นชีพจรมังกร เมืองที่ตั้งบนเส้นชีพจรมังกรจะได้รับการเสริมพลังมงคลทำให้เมืองสงบสุข เจริญรุ่งเรือง ชาวเมืองยิ้มแย้มแจ่มใส สภาพอากาศดีฟ้าปลอดโปร่ง ทำงานใดล้วนดีเลิศมีโชคหนุน รวย รวย รวย แต่พลังที่ยิ่งใหญ่มักเป็นดาบสองคมซึ่งนอกจากมันมอบโชคดีมากๆแล้ว บางครั้งมันก็นำพาโชคร้ายมาด้วยเช่นกัน แถมซวยสุดๆด้วย ดังนั้นการตั้งเมืองบนเส้นชีพจรมังกรถือเป็นการรับความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงซึ่งมันอันตรายมาก แต่ก็นั้นแหละ มนุษย์ชอบเสี่ยงตายอยู่แล้วมิใช่หรือ เรื่องดวง เรื่องโชคก็ยากมีคนเชื่อด้วยสิ

         สมัยก่อนจะมีหมูน้อยตัวไหนรู้บ้างว่าเวลาสร้างเมืองจำเป็นต้องพึ่งหมอผีน่ะ ให้หมอผีน้อยงมหาเส้นชีพจรธรรมจักร งานนี้สำคัญมากรู้หรือไม่ เมรัยไม่เคยทำงานแบบนี้หรอก เพราะส่วนมากเขาให้หมอผีระดับจอมอาคมทำ หากให้เมรัยน่ามึนๆชี้จุดตั้งเมือง มีหวังราชาจับนางโยนทิ้ให้จระเข้กินแน่ๆ

         “ถ้าข้ามีความขี้คร้านน้อยกว่านี้ คงรวยไปแล้ว”

         เมรัยถอนหายใจอย่างเสียใจสี่ส่วน ยังดีที่นางหาเมียรวยๆได้ ไม่งั้นชีวิตที่ไม่เจอนารี มีหวังเมรัยเป็นยาจกตลอดชีพ

         “อือๆแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ต้องลากข้ามาดูเจ้าแต่เช้าด้วยเล่า”

         “สัญญาแล้วมิใช่หรือจะมากับข้าน่ะ”

         เมรัยแย่งเขี้ยวใส่เรไร หากปักษาน้อยกล้าผิดสัญญา หมอผีน้อยจับทุ่มลงคลองแน่ บอกไว้เลย

         “รู้แล้วๆ สรุปเจ้าทำอะไรเนี่ย”

         “ถามได้ดี เรื่องนี้เจ้าอย่าเอาไปบอกใครนะ”

         “ทำไม”

         ปักษาน้อยยกคิ้ว สีหน้าฉงนงงงวย หมอผีน้อยกอดไม้เท้ามังกร ตอบเสียงราบเรียบ “ถือซะว่ามันเป็นกฎของที่นี้ละกัน”

         เมรัยไม่ใช่สภาสูงผู้ปกครองเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ และยิ่งไม่ใช่คนที่แบกรับชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ของเมืองแห่งความลับ นางก็แค่หมอผีน้อยตัวเล็กๆอวบๆน่ารักน่าชัง น่ากระโดดถีบหลังหักเท่านั้น ไม่ใช่ใครอื่น แมวก็ไม่ หมาก็อย่าคิดไปไกล  

         “อย่างที่รู้กันไม่ว่าใครที่ออกจากเมืองนี้ต้องสูญเสียความทรงจำ และหลักฐานความจริงเกือบทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้านในกำแพง”

         “อือ”

         “เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมเป็นเช่นนั้น”

         “ทำไม”

         เมรัยหรี่ตา เอ่ยเสียงขรึมปานปีศาจ

         “ที่จริงข้า..ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

         เรไรต้องการพัดกระดาษ!!! นารีอยู่ไหนนิ!!

         “LOL”

         เมรัยขำ “ถ้าให้ข้าเล่านะ เรื่องง่ายๆจะกลายเป็นเรื่องยากๆทันที เพราะฉะนั้นข้าจะบอกสาเหตุที่เมืองซีเคร็ทออฟวอร์พิเศษ มิใช่เพราะมันมีเรื่องราวตำนานสุดแสนพิเศษเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีเรื่องวิญญาณเกี่ยวด้วย”

         “เกี่ยวอะไรกับวิญญาณ”

         “อือ นั้นสินะ จะว่าเพราะวิญญาณเชื่อมโยงกับความทรงจำก็ได้ ต่อให้สูญเสียร่างกายสังขาร แต่วิญญาณก็ยังอยู่ใช่ไหม”

         “อือ”

         “นั้นแหละ ความจริงที่ถูกปิดซ่อนมานานเพราะว่าเมืองแห่งความลับนี้ไม่เคยให้กำเนิดคนที่มีพลังวิญญาณสูงเลย สาเหตุหนึ่งเพราะว่าเมืองนี้ทำให้ไม่เกิดคนอย่างว่า ต่อด้วยเหตุนั้นจึงไม่มีคนเข้าใจเรื่องไสยศาสตรต์สักคน ทำให้ไม่มีนักวิทยาศาสตร์หรือใครก็ตามเข้าใจว่าทุกอย่างที่นี้มันเกิดเพราะชีพจรมังกรเป็นเหตุ”

         ตำนานส่วนหนึ่ง เรื่องเส้นชีพจรมังกรส่วนหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้คนสูญเสียความทรงจำเมื่อออกนอกกำแพงนั้นเกิดจากที่วิญญาณของพวกเขามีปัญหา และปัญหาที่ว่ามันเกิดจากเส้นชีพจรมังกรที่อยู่ใต้เท้าพวกเขา ลึกลงไปใต้เมืองดาว์ซิวเวียด้วยซ้ำ ด้านใต้พิภพนั้นแน่นอนว่าเส้นชีพรจรมังกร เส้นถนนที่กำเนิดขึ้นจากขุมพลังธรรมจักรมหาศาล ความแปลกประหลาดของมันทำให้ “ความทรงจำ และความจริง” บนแผ่นดินนี้ประหลาด

         “ลองนึกภาพง่ายๆว่ามีมังกรร้ายกำลังกินความทรงจำของเจ้าสิ”

         “ว่าไงนะ มังกรรึ!!”

         เรไรแตกตะลึง มังกรกินความทรงจำ? ถึงโลกนี้จะมีตำนานบ้าๆเยอะก็เถอะ แต่ปักษาน้อยไม่เคยยินเรื่องมังกรกินความทรงจำเลยนะ “ก็ข้าแค่เปรียบเปรยเฉยๆ” เมรัยทำหน้าตายด้าน นางจะบอกว่าเส้นชีพจรมังกรใต้เมืองซีเคร็ทออฟวอร์กำลังกินกลืน กลืนกินความทรงจำ และความจริง

         “หากอยู่ร่วมกับเมืองแห่งนี้ก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับนักเดินทางหรือคนอย่างเราๆจะมีปัญหามากเลยละ”

         เพราะต่อให้เมรัย นารี เรไร แคทเธอรีน พี่ลีโอน่า พักอาศัยในกำแพงนานสิบปียี่สิบปี แต่หากพวกนางก้าวออกจากกำแพง ทุกๆอย่างเกี่ยวกับพวกเราและเรื่องราวในกำแพงก็จะหายไป ไม่มีเหลือ ความทรงจำเกี่ยวกับที่นี้ ความจริงเกี่ยวกับที่นี้จะพร่ามัวเหมือนมีหมอกปิดกั้นเหมือนพวกเราไม่เคยมีตัวตนอยู่ในเมืองนี้ตั้งแต่แรก “เพื่อปกป้องความทรงจำของพวกเราตอนอยู่ในเมืองนี้ไม่ให้หายเมื่อพวกเราออกไป ข้าเลยต้องสละเวลานอนอันแสนล้ำค่าลากเจ้ามาสร้างหินอาคมไงละ”

         “ทำได้หรือ?”

         ปักษาน้อยเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง เรื่องพวกนี้ถือเป็นสิ่งพิเศษของเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ และเรื่องใหญ่มากหากมีคนค้นพบวิธีรักษาความทรงจำ และความจริง แบบนี้..

         “ประเดี๋ยวนะ!!”

         ตอนแรกยังสับสนคำพูดเมรัย แต่พอลองคิดตามแล้วพบว่าเรื่องที่เมรัยกำลังทำมันใหญ่มากๆไม่ใช่รึ!! ถ้าทำสำเร็จ ไม่ใช่ทุกเรื่อง ทุกความจริงเกี่ยวกับโลกหลังกำแพงจะสามารถเปิดเผยออกสู่โลกภายนอกน่ะสิ!! “ใช่”

         เมรัยกอดอก ดันนม ตอบเรไรพร้อมย้ำหนักหนา “เพราะงั้นเจ้าห้ามบอกใครนะ”

         “แต่..”

         เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ชาวเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ทุกคนเฝ้าหวังหรือ ความฝัน ความหวังที่จะออกสู่โลกภายนอกกำแพง อิสรภาพที่ไม่มีอะไรผูกมัด

         “ข้ารู้”

         เมรัยก้มหน้าเขียนต่อ “เหตุผลที่ข้าไม่บอกใครก็เพราะข้ากลัว กลัวสิ่งที่อยู่ในนี้ กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ข้าไม่อยากเป็นคนกุมชะตากรรมของคนนับหมื่น ข้า..ไม่เข้มแข็งขนาดนั้น”

         หมอผีน้อยเพียงอยากปกป้องคนที่นางรัก นางไม่ใช่ผู้กล้าหรือนักบุญที่พร้อมสละชีพเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

         “เข้าใจ”

         เรไรหลุบตา มือไขว้หลัง ละเงยหน้ามองฟ้า พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งสินะ เมรัยตอนนี้ต่อให้มีพลัง แต่นางก็ไม่พร้อมรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น นางไม่อยากเป็นฮีโร่หรือคนพิเศษ นางอยากเป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รัก ปักษาน้อยเคารพการตัดสินใจของหมอผีน้อย “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ประเดี๋ยวไม่นานเกินรอ พ่อหนุ่มอีธานของเราคงค้นพบคำตอบเองนั้นแหละ”

         หวังว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ชาวโลกนอกกำแพงจะอ้าแขนต้อนรับชาวโลกหลังกำแพง และหวังว่าชาวโลกหลังกำแพงจะมี..ใจรักสันติ 

         “เรียบร้อย”

         เมรัยเขียนอักขระอาคมสำหรับประสานอาคมเข้ากับมณีที่ซื้อจากร้านค้าในราคาถูกๆ “มั่นใจหรือมณีพวกนี้ใช้ได้น่ะ” เรไรไม่อยากเชื่อเลยว่าแค่ใช้มณีราคาเท่ามันบดจะสามารถแก้ไขปัญหาระดับชาติ เมรัยหยักยิ้มพราย แววตาสีส้มเปลวเพลิงปรากฏประกายแพรวพราว “เพราะทำให้เมียรัก ข้าอุสาซื้อมณีนะขอบอก เพราะที่จริงตอนแรกข้ากะใช้ก้อนหินริมถนน” “ขอบคุณที่รัก ขอบคุณมาก” เรไรหนาดำทะมึน กัดฟันเดือดดาล นี่กะไม่เสียเงินเพื่อเรไร และนารีเลยใช่ไหม เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ทำงานแล้วยังแบมือขอเงินเมียอีก บัดซบจริงๆ

         “ที่จริงพิธีกรรมนี้มีขั้นตอนเยอะนะ แต่พอดีข้าขี้เกียจทำหลายขั้นตอนเลยตัดขั้นตอนเล็กๆน้อยๆออก แล้วเน้นส่วนสำคัญแทน ทว่าเพราะตัดส่วนปลีกย่อยออกมันเลยมีปัญหาเรื่องความสอดประสานระหว่างประกอบพิธีผสานอาคม ก็ อือ นะ เอ่อ คือ..”

         เมรัยแสร้งกระแอม กลอกตามองรอบด้านแปดทิศ ทำมือลุกลี้ลุกลน เรไรเห็นแล้วหงุดหงิด “มีปัญหาอะไร ฮึ” เห็นหมอผีน้อยวางตัวขวยเขิน ปักษาน้อยสังหรณ์ใจไม่ดีทันใด “ก็..อะนะ” เมรัยกระซิบหูเรไร ครั้นปักษาน้อยผงกหัวเข้าใจ เข้า.. “ห๊ะ เจ้าจะให้ข้าทำอะไรนะ!” “อย่างที่บอก” “ไม่มีทาง!” ให้ตายเถอะ เมรัยล้อเล่นใช่รึเปล่า ปักษาน้อยหน้าแดงเถือก แก้มไหม้ นางไม่ทำแน่ “ตีให้ตายข้าก็ไม่ทำ!!”

         “..”

         เมรัยปิดปากเงียบกริบ เครื่องหมายกากบาทเด้งเหนือผมสีเงิน มองเรไรโวยวายเหวี่ยงแขน หมอผีน้อยมองเห็นยางอายยังหลงเหลือในตัวเรไร ความจริงแล้วเมรัยไม่อยากทำเช่นนี้เลย นางเสียใจ เศร้าใจไม่น้อยหากเรไรตอบตกลง ผิดแล้วจ้า ที่จริงเมรัยอยากให้เรไรตอบตกลงนะ หมอผีน้อยรอดูอย่างตั้งใจแน่วแน่

         แต่เห็นเรไรดื้อรั้นหัวแข็ง บอกไม่ทำก็ไม่ทำ เมรัยหรี่ตาต่ำสาดประกายคุกคาม สีหน้าเริ่มฉายแววมืดทะมึน

         “จะทำดีๆหรือให้ข้าช่วย หา”

         อย่าให้สาวน้อยอวบอ้วนอารมณ์เสียนะ ประเดี๋ยวจับทุ่ม

         “ไม่ทำ ต่อให้ฟ้าผ่าข้าก็ไม่ทำหรอก!!”

         “ขัดขืนได้ดีนิ”

         เมรัยยิ้มทะมึน แววตาปรากฏแววชั่วช้า เรไรหดหัวเก็บหางตัวสั่นเทิ้ม นางไม่คิดอันใดรีบสะบัดก้นเผ่นทันที!! “อย่าหนีนะ” เมรัยจ้องสะโพกเรไรที่วิ่งไปไกล หมอผีน้อยคว้าไม้เท้าอาคมพลางขว้างใส่ปักษาน้อย ผัวะ

         “โอ้ย”

         เรไรโดนไม้เท้ากระแทงอัดหลังศีรษะจนสะดุดพื้นล้มหัวทิ่ม เมรัยรีบหอบพุงมาลากขาเรไรไม่ให้หนีอีก “บอกดีๆไม่ชอบ พวกเจ้านี่ชอบให้ข้าใช้กำลังบังคับซะจริง” “ปล่อย!!ปล่อยนะเมรัย” เรไรดิ้นรนพยายามเกาะพื้น แต่ไม่ไหว แรงเมรัยเยอะเหลือเกิน “เจ้ามันปีศาจ!!ผีทะเล!!ปล่อยข้า” “รีบทำรีบจบไม่ดีรึ หรืออยากให้มีคนผ่านมาแถวนี้ก่อน”

         เมรัยลากเรไรเข้าหลังพงไม้ดอกเข็ม ครั้นพงไม้สั่นไหวพร้อมแว่วเสียงครวญครางเล็ดลอดเป็นจังหวะ “ยอมแล้วๆอย่ากัด” “เจ้าพยศเช่นนี้ข้าชอบนะ” “อ๊ะ” หลังผ่านศึกแม่เสืออวบขย้ำปักษาอวบ เมรัยลากเรไรไปประกอบพิธีกรรมยามเช้าที่ยังดีแถวนั้นไม่มีใครเดินสัญจร “น่าอายที่สุด” เรไรน้ำตาคลออยากมุดแผ่นดินหนีซะตอนนี้ แต่โดนเมรัยล่ามปลอกคอทำให้หนีไม่พ้น “เจ้าเซ็กซี่จะตาย ภูมิใจหน่อยสิอุสาเกิดเป็นคนสวย แม่ยอดรัก” เมรัยเฉยคางเรไร และจูบเบาๆปลอบประโลมปักษาน้อยในชุดวันเกิด พวกนางจักประกอบพิธีทั้งอย่างนี้จริงๆหรือ เรไรน้ำตานองหน้า หากมีใครเห็นสภาพเรไรกับเมรัยตอนนี้.. อึก หากเป็นเมืองอื่นคงโดนทหารจับติดคุกสิบปี แต่สำหรับเมืองแห่งความลับที่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่แทนทหาร พวกเขาคงจับพวกเมรัยข้อหาอนาจารกลางที่สาธารณะ ติดคุกตลอดชีวิต

         “ยังดีกว่าโดนยิงเป้านะ”

         “ไม่ต่างกันเลย!!”

         เมรัยกระชับเอวเรไร กอดสะโพก “ถ้าหนาวก็กอดข้าไว้” ร่างกายอบอุ่นปานกองเพลิง ปักษาน้อยหน้าแดงจำใจโอบรัดพุงเมรัยขอไออุ่นสักเล็กน้อยปกปิดความอาย

         “สักสามสิบนาที”

         เมรัยบอกเวลาพลันก้มหน้าก้มตาทำพิธีอย่างตั้งใจ เรไรจะตายแล้วค่ะ.. สามสิบนาที!! เอาจริงสิ

         สองสาวน้อยอวบอ้วนน้ำหนักเยอะประกอบพิธีประสานอาคมมณีบริเวณถนนที่ยังไม่มีใครเดินผ่านสักคน ยามเช้าตรู่มีเสียงนกกางเขนร้องขานเรียกพวกเพื่อนๆมาดูสองสาวน้อย กระรอกปีนป่านต้นไม้ แม้ความจริงเห็นว่าไม่มีเงาใครรอบด้าน กระนั้นยังมีสองสามชีวิตแอบเห็นพฤติกรรมไร้ยางอายของพวกเมรัยที่ช่างกล้าทำ สองคนเป็นสาวอ้วนที่แค่ผ่านแล้วก็ยิ้มผ่านไป อีกหนึ่งเป็นสาวน้อยตัวจิ๋วที่..ซุ่มเงียบกริบ ตุ๊กตาแมวถูกกอดรัดแนบเนินอกจะขาดอากาศตายแล้ว อึก อึก

         “พี่เมรัย..บ้า..บ้าที่สุด!!”

         โซฟีอยากหักคอเมรัยซะเดี๋ยวนี้ นักเชิดหุ่นน้อยหลงผิดจริงๆอุสานับถือเมรัย!! นางอุสาเฝ้ารออยากเจอพี่สาว แต่พอเจอแล้วดันเจอในสถานการณ์ชวนเสียววาบเช่นนี้ นักเชิดหุ่นน้อยคิดจะสะบัดหลังหนี กระนั้นทำใจไม่ได้ต้องนั่งมองพวกเมรัยจนจบพิธี.. มองอย่างใจจดใจจ่อพลันอดอิจฉา ริษยาเรไรไม่ได้ ถ้าไม่ติดหมอผีน้อยมากับปักษาน้อยนะ นักเชิดหุ่นน้อยคงพุ่งไปกอด เอาอุ้งมือแคนดี้ชกหน้าเมรัยแล้ว

         “ยัยนกน้ำแข็ง..คอยดูเถอะ”

         รอโซฟีแข็งแกร่งกว่านี้ก่อนเถอะ!! เจอกันคราหน้าจะกระทืบให้จมดินเลย!!

         อีกด้านหนึ่ง

         “อือ”

         “เป็นอะไรหรือ”

         เห็นจู่ๆเรไรสะดุ้งปานโดนแทงด้านหลัง ปักษาน้อยบอกไม่เป็นไร เมื่อครู่นางแค่..รู้สึกเสียวสันหลังเหมือนมีคนอยากแทง “ใจคอไม่ดี” ปักษาน้อยปากยุ่งไมรู้เพราะยืนโป๊อาบแดดหรือเพราะมีคนอยากแจ้งตำรวจจับนางกันแน่ เฮ้อ นางถอนหายใจ ไม่รู้เลยว่าลึกๆแล้วคิดว่าทำแบบนี้..ก็ไม่เลว

         ไม่เลว..เลย ///

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น