email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หมดเวลา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมดเวลา 100%
แบบอักษร

“มาแล้วเหรอไอ้หนู”ฉันหัวเราะเบาๆ เมื่อผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาเราที่ห้องรับแขก น่าจะเป็นม๊าของเต้ ท่านเรียกเต้เหมือนที่ป๊าเรียกไม่มีผิด เต้กลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ

“ม๊ากับป๊าอ่ะ เมื่อไหร่จะเลิกเรียกเต้แบบนี้ซะที”เขาพูดอย่างงอนๆ

“เอ้า ก็ไอ้หนูเป็นไอ้หนูของป๊ากับม๊านิหรือมีแฟนแล้วอายแฟน”ม๊าชำเลืองมามองทางฉัน ฉันยิ้มรับแล้วยกมือไหว้ท่าน

“สวัสดีค่ะ”

“ก็ต้องอายไหมล่ะ นี่อิงครับ พามาแล้ว ต้องเอ็นดูมากๆนะ ลูกสะไภ้ม๊าเลยนะ”เต้แนะนำฉันพร้อมกับฝากฝั่ง

“ยะ เจอตัวตัวจริงซะทีนะ มีแต่ไอ้หนู เออๆๆ มีแต่เต้เล่าให้ฟัง หน้าตาน่ารักเหมือนที่พ่อคุณบรรยายไว้จริงๆ”ท่านหันมาพูดกับฉัน เผลอปากที่จะเรียกลูกชายว่าไอ้หนู แต่โดนสายตางอนๆเข้าซะก่อนเลยเปลี่ยนคำพูด ฉันอมยิ้มหน่อยๆ

“ขอบคุณค่ะ”ฉันไหว้ขอบคุณท่าน ฉันไม่รู้หรอกว่าเต้บรรยายสรรพคุณฉันไว้มากแค่ไหน แต่ฟังจากที่ท่านพูดน่าจะเยอะอยู่

“กับข้าวเสร็จยังครับ ตุลหิวแล้ว”อยู่ๆพี่ตุลก็ขัดการสนทนาของเรา ม๊าตวัดสายตาไปมอง

“มารยาทหน่อยเจ้านี่ เห็นไหมว่าเขาคุยกันอยู่”

“ก็ตุลหิว ไม่ได้กินข้าวเที่ยง คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องรักษามากก็ได้มารยาทอ่ะ จริงไหมครับน้องอิง”เขาพูดกับม๊าแล้ววนกลับมาหาฉัน ฉันได้แต่ส่งยิ้มแหย่ๆให้

“โอ๊ย ม๊าอ่ะ ใช่สิ ตุลไม่ใช่ลูกรักนิ”ม๊าตีแขนพี่ตุลหนึ่งที เขาก็โอดโอ้ย

“มึงอยากเป็นลูกรักไหมล่ะ ป๊ากับม๊าเรียกตุลว่าไอ้หนูเลย เต้ยกให้”พี่ตุลทำหน้าขยาด

“กูยอมเป็นลูกชังดีกว่า”พี่ตุลรีบพูด

“เด็กพวกนี่นิ”ม๊าเอ็ด

“อยู่ด้วยกันที่ไรเป็นอย่างนี้ทุกที หนูอิงอย่าถือสาเลยนะ ไปๆกินข้าว”ม๊าหันมาชวนฉัน ฉันยิ้มรับ อดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่ท่านเอ็นดู ความตื่นเต้นก่อนหน้านี้หายลงไปเกือบครึ่งมีแต่ความรู้สึกดีๆเข้ามาแทนที่

“มีอะไรให้อิงช่วยไหมคะ”ฉันเอ่ยถามอย่างมีมารยาท ท่านหันมายิ้ม

“ไม่มีหรอกจ๊ะ ปล่อยให้เป็นหน้าทีของเด็กๆไป ทุกครั้งม๊าก็ไม่ได้เข้ามาจัดการเองหรอก แต่วันนี้พิเศษหน่อยอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยอยากทำอะไรที่เจ้าพวกนี้ชอบ แล้วก็มีของชอบของหนูด้วยนะ เต้ไลน์มาบอกม๊าแล้วว่าหนูชอบไม่ชอบอะไร”

“ความจริงไม่ต้องมีอะไรพิเศษอะไรก็ได้ค่ะ อิงทานได้หมด”

“ได้ไง หนูจะเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันกับม๊า ม๊าก็ต้องรักเท่าๆกัน ทำของชอบพวกนั้นแล้วก็ต้องทำของหนูด้วย เดี๋ยวน้อยใจเย้”ฉันรู้สึกตื่นตันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้รับความเอ็นดูขนาดนี้

“ขอบคุณนะคะ”ฉันไหว้ขอบคุณท่านอีกรอบ รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะฉันไม่มีแม่มาตั้งแต่เด็ก พอมาเจออะไรแบบนี้อยากร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ

“คุยอะไรกันครับ ทำไมอิงทำหน้าอย่างนั้น ม๊ารังแกแฟนเต้หรอก”เต้ที่เดินเข้ามาทัก ฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้ายังไง แต่ที่เขาพูดนี่ไม่ดูอะไรเลย

“นี่ เห็นม๊าเป็นยักเป็นมารรึไง”

“โอ๊ย เต้แค่พูดเล่นเอง ว่าแต่อิงเป็นอะไรครับ”เต้โดนม๊าตีไปหนึ่งทีลูบแขนตัวเองปรอยๆแล้วหันมาถามฉัน ฉันส่ายหน้า

“เปล่า แค่รู้สึกดี”ฉันกระซิบบอกเขา เขาก็พยักหน้า

พวกนั่งมานั่งรวมกันที่โต๊ะอาหาร

“วาว มีของโปรดตุลด้วย”พี่ตุลตาวาว

“ทานล่ะนะครับ”ดูเหมือนจะหิวจริงๆ เพราะลงมือทานเป็นคนแรก

“เชิญจ๊ะตามสบายไม่ต้องเกรงใจ ทานเสร็จเราค่อยไปนั่งคุยกัน”ฉันก้มหัวให้ท่าน

“บ้านเต้ไม่ชอบคุยกันตอนกินข้าว ป๊ากับม๊าไม่ชอบ”ฉันพยักหน้าเข้าใจ แต่เต้คงไม่ได้มารยาทที่ม๊าสอนไปเพราะฉันเห็นเขาคุยตลอดตอนกินข้าว

พอทานอาหารไปสักพัก เสียงโทรศัพท์ของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น ทุกคนมองหาต้นเสียง

ฉันหันไปมองเต้

“ของเต้เองครับ”ฉันยกขึ้นมา เขาขมวดคิ้วมองมัน ใครโทรมาทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยนะ

“เต้ขอตัวสักครู่นะครับเต้ต้องรับสายนี้”พูดจบเขาก็ลุกออกไปเลย ฉันมองตาม ใครโทรมาคงจะสำคัญมาก คงไม่ใช่เพื่อนแน่ เพราะถ้าเป็นเพื่อนเขา เขาต้องพูดมันออกมา

ฉันเก็บความจริงสงสัยเอาไว้ จนกระทั้งเต้วิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“อิง”

 

“มีอะไรรึเปล่า”ฉันเห็นท่าทางร้อนรนของเขาเลยรีบถาม

“เราต้องไปโรงบาลตอนนี้”

โรงบาล ไปทำไมมีใครเป็นอะไร

“ใครเป็นอะไร”เต้ท่าทางลำบากใจที่จะพูด

“คุณพ่อ อิงคุณพ่อเข้าโรงบาล”เต้พูดเสียงแผ่ว

ฉันขมวดคิ้ว แต่พอสมองเริ่มประมวลผลได้ฉันก็เบิงตาโผล่ง

“พ่อ พ่อเป็นอะไรเต้”ฉันแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ 

“เราต้องรีบไป ท่านกำลังจะเข้าห้องผ่าตัด”ยิ่งได้ยินสิ่งที่เต้พูด หัวใจฉันยิ่งเต้นแรง มือไม้สั่นไปหมด

“ทำไม..”

“มีอะไรกันลูก”

“เดี๋ยวผมจะกลับมาเล่าให้ฟังครับ ผมกับอิงต้องขอตัวก่อน อิงไปกัน ไหวไหม”เต้เข้ามาประคองฉันลุกขึ้นฉันก้าวขาแทบไม่ออกกับสิ่งที่ได้รู้

“ทำไม ทำไมอิงไม่รู้”

มันเป็นคำถามที่โง่มาก และฉันก็โง่จริงๆ ฉันไม่รู้เลยว่าพ่อตัวเองกำลังป่วย

“ท่านไม่ได้บอกใคร ไม่แปลกที่จะไม่รู้”เขาพาฉันเดินมาที่รถ และออกรถไปอย่างรวดเร็ว พอมาถึงโรงพยาบาลเราก็วิ่งไปที่ห้องพักที่นมสายโทรมาแจ้งเต้

พอมาถึงหน้าห้องฉันยืนนิ่ง มองประตูเงียบๆ จนเต้เข้ามาวางมือบนบ่า

“เข้าไปเถอะครับ ตอนนี้ท่านต้องการกำลังใจจากอิงมากนะ”ฉันพยักหน้า ถึงฉันจะโกรธท่านแค่ไหน แต่เรื่องแบบนี้ฉันก็รับไม่ไหวเหมือนกัน ฉันยังอยากมีท่านอยู่ด้วยในช่วงเวลาของชีวิตนานๆ

เต้ค่อยๆเปิดประตูฉันค่อยๆก้าวเข้าไปข้างใน นมตาโตทันทีที่เห็นฉัน ฉันเบนสายตามองไปที่ร่างใหญ่หนานอนอยู่บนเตียงโดยมีออกซิเจนครอบอยู่ หางตาฉันร้อนผ่าวทันที

“ท่านต้องไม่เป็นอะไร”เต้ดึงฉันเข้าไปกอดแนบอก ฉันร้องไห้สะอื้นออกมาโดยกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่

“พ่อเป็นอะไรคะนม”ฉันผละออกจากเต้เดินไปข้างเตียง กุมมือมือใหญ่ที่เริ่มเหี่ยวย่นไว้แผ่วเบา

“ท่านเป็นโรคหัวใจค่ะ นมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณหนู เพราะท่านห้ามไว้”นมสายเดินเข้ามากอดฉัน

“หนูเป็นลูกที่แย่มากเลยใช่ไหมคะนม”ฉันไม่รู้อะไรเลย มัวแต่เอาความเสียใจความเกลียดมาบดบังความรู้สึกที่แท้จริง ถ้าฉันรู้ช้าเกิดไปในวันที่ท่านไม่อยู่แล้วฉันจะทำยังไง

“ไม่จริงหรอกค่ะ คุณหนูเป็นเด็กดี ท่านภูมิใจในตัวคุณหนูมาก ตั้งแต่เกิดเรื่องท่านก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่โทษตัวเอง ทำให้อาการกำเริบ แต่เรื่องนี้นมอยากให้คุณหนูฟังคุณพ่อสักนิดนะคะ”

ก๊อกๆ

“คนไหนเป็นญาติคนไข้ครับ”คุณหมอเดินเข้ามา

“หนูค่ะ”

“เชิญทางนี้กับหมอหน่อยครับ”

ฉันเดินตามหมอไปเงียบๆโดยมีเต้ไปเป็นเพื่อน เขาจับมือฉันไว้ตลอดทาง บีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ

หลังจากที่ได้เข้าไปฟังคุณหมอชี้แจ้งอาการของคุณพ่อ สมองฉันเหมือนอื่อไปหมด พ่อต้องเข้าผ่าตัด แต่คุณหมอก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งมันก็ทำให้ฉันเบาใจได้บ้าง

หลังจากนั้นหมอก็มาพอพ่อเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งฉันก็นั่งกุมมืออยู่หน้าห้องผ่าตัด ฉันยังไม่ได้พูดกับท่านสักคำเพราะหมอไล่ออกมาก่อน

“อยากกินอะไรไหม อยู่บ้านเต้ก็ไม่ได้กินอะไรเลยนิ”ฉันเงยหน้าขึ้นมองเต้ เขายังไมได้ไปไหน ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆฉันตลอด ฉันกลืนน้ำลายลงคอ

“ไม่หิวอ่ะ”

“ไม่หิวก็ต้องกินครับ สักหน่อยนะ เต้ออกไปหาอะไรมาให้กิน”ฉันพยักนหน้าอย่างจำยอม  

ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับของกิน เขามีน้ำใจแบ่งให้นมด้วย

“นมกลับบ้านไปพักเถอะค่ะอิงจะอยู่กับพ่อเอง”ฉันสงสารนม ท่านเองก็แก่แล้วยังต้องมาดูแลพ่อดูแลฉันอีก ส่วนฉันเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่องจริงๆที่ไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นอะไร

ถึงฉันจะโกรธท่านแค่ไหน ไม่อยากเห็นหน้าท่านแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

เป็นอย่างที่เต้บอกจริงๆ ว่าเวลามันไม่เคยคอยใคร อยากทำอะไรก็รีบทำ ไม่งั้นจะมาเสียใจทีหลัง ซึ่งตอนนี้ฉันกำลังเป็นอยู่ ฉันเสียใจที่ไม่ฟังท่านตั้งแต่แรก มัวแต่ทำใจบ้าบออะไรกัน

“เอางั้นเหรอคะ”

“ค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้นมจะมาใหม่ ฝากดูแลคุณหนูด้วยนะคะคุณ”นมหันไปฝากฝังฉันไว้กับเต้

“ครับ ไม่ต้องห่วงครับ”

พอนมกลับไปทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหมือนเดิม เต้นั่งอยู่ข้างๆฉัน ทำไมเวลามันเดินช้าแบบนี้ก็ไม่รู้

ผ่านไปสามชั่วโมง ฉันเห็นประตูห้องเปิดออกฉันก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นทันที

“คุณหมอคะ”ฉันเรียกหมอเสียงแผ่ว

“ปลอยภัยแล้วครับ หมอจะย้ายผู้ป่วยไปห้องดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่ยังไม่ให้เข้าเยี่ยมนะครับพรุ่งนี้ถึงอนุญาติให้เยี่ยมครับ หมอว่ากลับไปพักก่อนเถอะครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”ฉันยิ้มขอบคุณคุณหมอ

“กลับไปพักไหม พรุ่งนี้ค่อยมาแต่เช้า”ฉันพยักหน้าให้เต้

 

พอกลับมาถึงผมก็บอกให้อิงไปอาบน้ำ ส่วนผมก็กลับมาอาบที่ห้องของตัวเองเพื่อที่จะได้เข้านอนพร้อมเธอ พวกเพื่อนผมและเพื่อนเธอแชทกันมาถามเต็มไปหมด ถามว่ารู้ได้ยังไงก็เพราะผมนี่แหละบอก ก็ไอ้พัตเตอร์มันไลน์เข้ามาถามในไลน์กลุ่ม ผมเลยบอกไป

ตอนนี้พวกเรามีไลน์กลุ่มของเพื่อนผมและเพื่อนอิงแล้วนะ เรียกได้ว่าสนิทกันขึ้นเยอะเลย พวกเพื่อนผมก็คุยใหญ่ว่าพี่เพื่อนเป็นรุ่นพี่สาวสวยทั้งนั้น

นอกเรื่องแระ

อาบน้ำเสร็จผมก็กลับมาที่ห้องของอิง ก็เห็นเธอนอนเหม่ออยู่บนเตียงผมก็ขึ้นไปนอนด้วย

“คิดอะไรอยู่ครับ คุณพ่อปลอดภัยแล้ว”

“อิงผิดไหมที่ทำอะไรช้าไป”ผมว่าแล้วเธอต้องคิดเรื่องนี้

“คนเรามีเหตุผลของตัวเองครับ”

“อิงน่าจะไปคุยกับท่านให้เร็วกว่านี้ ถ้าอิงปรับความเข้าใจไวกว่านี้พ่อคงไม่..”

“ตอนนี้ท่านปลอดภัยแล้วไม่เป็นอะไรแล้ว พอท่านฟื้นปุบอิงก็ยิ้มกว้างๆให้ท่าน ดูแลท่าน แค่นี้เต้ก็เชื่อแล้วว่าท่านต้องกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม”ผมลูบผมอิงเบาๆ

“ขอบคุณนะ”น้ำเสียงขอบคุณแผ่วเบา ทำให้ผมก้มลงมอง ดวงตากลมโตค่อยๆปรือและหลบลง  ผมเองก็ค่อยๆหลับไปกับเธอด้วย

 

ตื่นเช้ามาเราก็รีบไปโรงพยาบาล พอไปถึงก็เจอกับนมสาย หมอย้ายคุณพ่อออกมาอยู่ที่ห้องพักพื้นแล้ว ช่วงเช้ามืดท่านรู้สึกตัวไปแล้วหนึ่งรอบและตอนนี้ก็หลับไปแล้ว

อิงมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อได้ยินอย่างนั้นเธอไม่ยอมไปไหนเลย นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอด

“เต้ นายไปเรียนเถอะ”อิงหันมาบอกผม เธอบอกให้ผมไปเรียนตั้งแต่ออกมาจากคอนโด ไม่อยากให้ผมเสียการเรียนให้เธอหยุดคนเดียวก็พอ ผมก็ไม่ได้ขัดใจเธอ

“ครับ เดี๋ยวไป”

“มาทานข้าวก่อนค่ะ นมทำข้าวต้มมาให้”เป็นนมสายที่เรียกพวกเรา            

พวกเราทานข้าวกัน พอทานเสร็จผมก็ไปเรียน ตอนที่เดินออกมาจากห้องเหมือนผมจะเห็นใครคนหนึ่งที่หายหน้าไปหลายอาทิตย์

ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่แน่ใจว่าใช่คนที่ผมคิดหรือเปล่าผมควรกลับไปดูไหมนะ จะเกิดเรื่องอะไรรึเปล่า  แต่ยังไม่ทันได้หันหลังกลับโทรศัพท์ก็ดังขึ้นสะก่อน ผมกดรับ

(มึงอยู่ไหน อาจารย์เข้าแล้ว)ไอ้พัตเตอร์โทรมาตาม

“กำลังไป”

(เร็วมึง มึงมาช้าโดนเชือดแน่)ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งทันที

ความคิดเห็น