ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ยืดความสนุก

คำค้น : คดีลับอำพรางรัก, สืบสวน สอบสวน, นิยายชุดสืบรัก, โรมานซ์, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2562 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยืดความสนุก
แบบอักษร

อีกฝากหนึ่งของเกาะหินงาม

            พลั่ก! ตั่บ! ปึก!

       “พวกมึงทำงานกันประสาอะไร ตัวโตอย่างกับควาย แถมมีกันตั้งหลายคน ยังปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หนีไปได้” ปลั่ก!

            กำปั้น เท้า และฝ่ามือ ส่งมอบให้กับลูกน้องเป็นการตอบแทนความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมกับเสียงดุดันเกรี้ยวกราดของผู้เป็นนาย

            “ผมขอโทษครับนาย พวกผมพยายามตามหากันจนทั่ว...”

            พลั่ก!  กำปั้นถูกประเคนให้กับนายศักดิ์ที่กำลังอธิบาย

            “ก็เพราะพวกมึงมันโง่ไง นี่กูเลี้ยงตัวอะไรไว้วะ ควายมันยังไถนาได้ พวกมึงนี่มีประโยชน์อะไรบ้างไหมเนี่ย พวกมึงกำลังจะทำให้กูเสียแผนใหญ่ มันน่าฆ่าให้ตายจริง ๆ พวกมึงนี่”

            “แต่พวกผมก็ปูพรมหากันจนทั่วท่าเรือแล้วนะครับ มันไม่น่าจะรอดสายตาไปได้” นายศักดิ์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

            “ก็ถ้ามันอยู่ให้พวกมึงหาก็คงเจอไง แต่ที่หาไม่เจอเพราะมันไม่อยู่ให้มึงหาแล้วน่ะสิ แล้วยังไง...มันติดปีกบินหนี หรือว่ามันขับเรือหนีไปล่ะ” ผู้เป็นเจ้านายเอ่ยถามเสียงเข้ม

            “เออพี่! ตอนนั้นมันมีเรือออกจากท่าไปลำหนึ่งด้วยนะพี่” หนึ่งในลูกน้องเอ่ยขึ้นตามที่นึกออก

            “เรือใครวะ?” ผู้เป็นนายตวาดถามเสียงกร้าว

            “ผมไม่รู้ครับ”

            พลั่ก!

            “ไม่รู้ ก็ไปถามมาให้รู้สิวะ!”

           

       ลมเย็น ๆ พัดโชยสัมผัสกายหนาที่นอนอยู่บนเก้าอี้ปรับระดับเอนหลังได้อยู่ที่หน้าบ้าน ข้างขวาเป็นโต๊ะเล็กตั้งเบียร์เย็น ๆ พร้อมหยิบขึ้นดื่มได้ทุกเมื่อ อามันต์ที่อาบน้ำมาใหม่ อยู่ในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนลายใบไม้ กางเกงสีน้ำตาลเข้มขาสามส่วน เอนหลังใส่แว่นตาดำ   แบรนด์ดัง ปล่อยกายใจให้เอิบอิ่มไปกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่เขาโหยหา เนื่องจากสามเดือนมานี้เขายุ่งอยู่กับการปรับปรุงกิจการของสายการบินขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่เขาเทคโอเวอร์มา จึงไม่ได้มาที่นี่นานกว่าปกติ

            “คุณอาร์มครับ เธอคือ คุณปรรณพัชร์ รักษ์แผ่นดิน ลูกสาวคนเดียวของท่านนายกฯ ปรัชญา รักษ์แผ่นดิน จริง ๆ ครับ เธอโดนไอ้พวกนั้นจับตัวมาจากสนามบินครับ” แจ็คเดินเข้ามารายงานเจ้านายของตน หลังจากที่ได้ข้อมูลมาจากนักสืบที่อยู่ทางฝั่งโน้น

            “มันจับเธอมาทำไม?”

            “ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ แต่ถ้าจะให้เดา ก็น่าจะเป็นเรื่องสัมปทานคาสิโน นายกำพลอาจจะเอาเธอมาต่อรองให้พ่อของเธอเซ็นอนุมัติเรื่องนี้ก็เป็นได้นะครับ”

            “คนอย่างนายกำพล มันจะโง่ทำให้ทุกอย่างพุ่งมาที่ตัวมันเชียวเหรอ? ฉันว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น” อามันต์พูดจบก็ยกเบียร์เย็น ๆ ขึ้นมาจิบ และยังอยู่ในท่าสบายที่สุดของเขาเช่นเดิม

            “อันนี้ผมก็คิดเหมือนคุณอาร์ม แต่ถึงจะมีอะไรมากกว่านั้น มันก็ไม่เกี่ยวกับเรา แค่เราส่งคุณปรรณพัชร์คืนให้ท่านนายกฯ ก็จบแล้ว”

            “อย่างนั้นมันก็จบง่าย ๆ น่ะสิ แล้วจะไปสนุกอะไรล่ะ” อามันต์ยกยิ้มมุมปาก และหากว่าแว่นตาดำไม่บดบังดวงตาของเขาเอาไว้ ก็จะเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังเจิดจรัสอยู่ในขณะนี้

            “คุณอาร์ม...นี่คุณอาร์มคิดจะทำอะไรครับ ผมว่าเราอย่าเอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องนี้ดีกว่านะครับ” ลูกน้องคนสนิทรีบเตือนเจ้านาย เพราะอยู่ด้วยกันมานาน อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แจ็ครู้ว่าเจ้านายเขากำลังคิดอะไรแผลง ๆ อยู่อีกแน่นอน

            “เราก็แค่ยืดเกมนี้ให้มันยาวขึ้นไปอีกหน่อยก็แค่นั้นเอง”

            “แต่ถ้าเราเก็บคุณปรรณพัชร์ไว้ เรื่องมันจะมาหาเราด้วยน่ะสิครับ” แจ็คยังคงพยายามแย้ง ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเจ้านาย

            “นายกลัวเหรอแจ็ค”

            “ผมไม่กลัวตาย คุณอาร์มก็รู้ ถ้าผมตายแล้วให้คุณอาร์มมีชีวิตอยู่ได้ ผมก็ยินดี แต่ที่กลัวคือ ไม่ตายแล้วยังต้องไปตอบคำถามของ     มาดามนี่สิครับ น่ากลัวกว่ากันเยอะ” มาดามที่แจ็คพูดถึงก็คือ            คุณกฤตติกา แม่ของอามันต์ และเป็นผู้มีพระคุณของเขานั่นเอง หากเขาไม่ได้มาดามผู้นี้รับมาอุปการะ เลี้ยงดูคู่มากับอามันต์ เขาคงตายไปตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว

            แจ็คในวัยห้าขวบ เป็นเด็กขี้โรค ทั้งลมชัก ทั้งหอบหืด บ่อยครั้งที่อาการกำเริบ และยายที่เลี้ยงดูก็ไม่มีเงินพาไปหาหมอ พ่อแม่ก็แยกทางทิ้งเขาเอาไว้กับยายที่หาเช้ากินค่ำ ครั้งหนึ่งที่อาการกำเริบและดูท่าว่าจะหนักกว่าที่ผ่านมา จนยายของแจ็คต้องวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่ผ่านไปมา ซึ่งก็นับเป็นความโชคดีของเขาที่ได้เจอกับคุณกฤตติกา เธอได้พาเด็กชายแจ็คไปส่งโรงพยาบาลและรับเป็นเจ้าของไข้ ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็รับเขามาเลี้ยงเป็นเพื่อนกับอามันต์ เนื่องจากอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน และหอบหิ้วกันไปไหนมาไหนด้วยตลอด

            “ฮ่ะฮ่ะฮ่า อันนั้นไม่ใช่ปัญหาของฉัน ฉันรอดูเรื่องสนุก ๆ ดีกว่า”

            “ผมถามจริง ๆ เถอะ คุณอาร์มจะเก็บตัวคุณปรรณพัชร์ไว้ทำไมครับ ทำไมไม่ส่งคืนให้พ่อของเธอไป” แจ็คนั่งลงที่เก้าอี้เอนหลังอีกตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่คู่กัน ตั้งใจปักหลักคุยกับเจ้านายของตนให้รู้เรื่อง เขารู้ดีว่าเจ้านายของตนจะต้องมีแผนอะไรสักอย่าง คนอย่างอามันต์ ไม่เคยทำอะไรแล้วไม่ได้ผลประโยชน์ เพียงแต่เขาต้องการรู้ว่าครั้งนี้ เจ้านายของเขามีวัตถุประสงค์อะไร

            “ส่งสิ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าฉันช่วยขนาดนี้แล้ว แผนของพวกมันจะสำเร็จไหม ถ้าโครงการสัมปทานคาสิโนอนุมัติก็ดี ฉันก็อยากจะลงทุนธุรกิจนี้ดูบ้างเหมือนกัน” อามันต์ยกเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง อย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนไปกับใครทั้งนั้น

            “แต่ผมว่าป่านนี้ท่านนายกฯ คงส่งคนหาตัวคุณปรรณพัชร์กันให้วุ่นแล้วนะครับ แล้วถ้ามาเจอว่าอยู่กับเรา จะไม่กลายเป็นว่าเรา...”       แจ็คพูดมาได้แค่นี้ เสียงเข้มจากอามันต์ก็ดังขึ้นขัดไว้เสียก่อน

            “ก็เป็นคนช่วยเธอมาน่ะสิ ในเมื่อเธอเองที่เลือกจะไม่บอกว่าตัวเองเป็นใคร เพราะฉะนั้นพวกเราก็ไม่รู้ไง รู้แค่ว่านายไตรส่งผู้หญิงคนนี้มาให้ฉันก็พอแล้ว” อามันต์พูดจบก็ยักไหล่อย่างไม่แยแสว่าสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทกังวลจะเป็นปัญหาสำคัญ เขารินเบียร์ใส่แก้ว แล้วยกขึ้นดื่มอย่างสบายใจ

            “ถ้าอย่างนั้นผมว่า ผมโทรหาคุณไตรให้ส่งคนมาก่อนเลยดีกว่าครับ ถ้าเกิดคนของเกาะหินงามมาทวงของของมันคืนตอนนี้ละก็ งามไส้” แจ็คพูดจบก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจะจัดการตามที่พูด งานนี้ได้กลิ่นคาวเลือดรอยมาแต่ไกล

            แต่แค่จิ้มเบอร์ ยังไม่ทันได้โทรออก ก็ได้ยินเสียงใบพัดเครื่องบินดังเข้ามาในหู  เงยขึ้นไปดูบนฟ้า ก็เห็นว่ามีเครื่องบินลำเล็กกำลังบินตรงมาที่เกาะถ้ำแห่งนี้ แจ็ครู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของผู้เป็นนาย ชายหนุ่มได้แต่หันมาบ่นพึมพำ อย่างตั้งใจให้ผู้เป็นนายของตนได้ยิน

            “โทรไปแล้วก็ไม่บอก” แจ็คส่ายหัวให้กับเจ้านายของตน ก่อนจะหันไปเห็นป้าวาสที่เดินออกมาจากบ้าน จึงได้เอ่ยถาม “อ้าวป้า! ลงมาทำไมล่ะ คุณเขาตื่นแล้วเหรอ?”

            “ตื่นแล้ว ป้าจะลงมาบอกคุณอาร์มนี่แหละ” เสียงของป้าวาส สามารถทำให้อามันต์ที่นั่งเอนหลังอยู่กระดกขึ้นมานั่งตัวตรงได้

            “เธอเป็นยังไงบ้างป้า ได้นอนพักแล้วดีขึ้นหรือยัง” อามันต์เอ่ยถามด้วยความสนใจ แววตาฉายชัดถึงความเป็นห่วงเป็นใย

            “ก็ดีขึ้นนะคะ หน้าตาค่อยมีสีขึ้นมาหน่อย ตอนแรกซีดมากเลย ตอนนี้ค่อยสดใสหน่อยแล้วค่ะ เหลือแต่รอยช้ำที่ท้อง ต้องใช้เวลาหน่อย ไม่รู้ว่าไปกระแทกอะไรมานะคะ เขียวเป็นวงเท่ากำปั้นเลย โดนเข้าไปขนาดนั้นคงจุกน่าดูละค่ะ” ป้าวาสเอ่ยตอบเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ แข่งกับเสียงใบพัดของเครื่องบินที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

            “หึ! ไอ้พวกระยำ กะผู้หญิงตัวเล็ก ๆ พวกมันยังทำได้” อามันต์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือที่จับแก้วเบียร์อยู่บีบแน่น หากว่าเป็นแก้วที่บางเสียหน่อย คงได้แตกคามือเขาไปแล้ว

            ดีที่เสียงใบพัดของเครื่องบินส่วนตัวที่บินขึ้นมาจอดอยู่บนดาดฟ้าของบ้านพัก ดังจนกลบน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของอามันต์ พร้อมกับดึงความสนใจของป้าวาสให้หันไปมองที่ต้นกำเนิดเสียง ไม่เช่นนั้นป้าวาสคงได้ตกใจกับเวอร์ชันขึงขังเบอร์สุดของเจ้านายหนุ่มเป็นแน่ ทว่าคนที่เห็นเป็นแจ็ค ที่กำลังนึกสงสัยอยู่ว่า ทำไมเจ้านายเขาจะต้องโกรธถึงเพียงนี้ แต่ไหนแต่ไร ไม่เห็นจะเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของคนอื่นสักที แต่นี่นอกจากจะเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว ยังมีความรู้สึกร่วมด้วยขนาดนี้ มันชักจะยังไงแล้วสิ...

            เครื่องบินเล็กมาจอดอยู่บนดาดฟ้า ไม่นานก็บินกลับ ทิ้งไว้แต่คนและสิ่งของที่ขนมา ภาคภูมิเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดที่นำลูกน้องฝีมือดีมาแทนไตรทศ เจ้าของบริษัทบอดี้การ์ดเอกชน เพราะตอนนี้ตัวไตรทศนั้นติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ จำนวนคนไม่ต้องมาก หากแต่ฝีมือและอาวุธนั้นสามารถสู้กับกองทัพที่จะมาบุกรุกเกาะถ้ำแห่งนี้ได้อย่างสบาย

            ภาคภูมิเดินนำลูกน้องลงมาจากดาดฟ้า โดยใช้บันไดข้างตึก    ป้าวาสเห็นแล้วจึงเอ่ยขอตัว ไม่อยากยุ่งกับกิจกรรมของหนุ่ม ๆ

            “ป้าขอตัวไปทำข้าวต้มให้คุณเธอทานก่อนดีกว่าค่ะ ป่านนี้คงหิวแย่แล้ว” ป้าวาสเอ่ยจบก็เดินเข้าบ้านไป

            “มาเร็วดีนี่ ช่วงนี้ไม่มีงานหรือไง” อามันต์เอ่ยถามภาคภูมิอย่างเป็นกันเอง

            “มีครับ แต่ว่าถ้ามาช้าแล้วคุณอาร์มเกิดเป็นอะไรไป คุณไตรก็เอาผมตายสิครับ โทษฐานทำให้เสียลูกค้ารายใหญ่”

            “หึหึ ก็ดี แล้วนายขนอะไรมาบ้าง ลังใหญ่เลย ไหนดูหน่อยซิ”   อามันต์ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินตรงเข้าไปดูในลังใบใหญ่ที่ลูกน้องของภาคภูมิหามกันลงมาจากดาดฟ้า

            ภายในลังบรรจุอาวุธมาเต็ม มีทั้งระเบิด มีดพก หน้าไม้ และปืนจำนวนมาก มีหลายรุ่นหลายขนาดให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

            “โอ้โห! จัดเต็มขนาดนี้ ใครหลงมาก็ปลากลางทะเลอิ่มละงานนี้”

            แน่ละ ถ้าเจอเข้าไปขนาดนี้ คงมีแต่ตายกับตาย กลายไปเป็นอาหารให้ปลาที่กลางทะเลแน่นอน เพราะคนอย่างอามันต์คงไม่คิดที่จะเก็บซากไอ้พวกบุกรุกเอาไว้ดูเล่นหรอก

----------------------------------- 

ไปฟินต่อกันยาว ๆ แบบไม่ต้องสะดุดอารมณ์กันได้ในอีบุ๊คนะคะ 

สำหรับคนที่สนใจเล่ม ตอนนี้เปิดให้จองหนังสืออยู่ค่ะ  

สนใจสอบถามได้ที่ เพจ : นามปากกา ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา 

ความคิดเห็น