Butterfly 8ffect

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : White Lily :: Eleven :: 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 598

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2562 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
White Lily :: Eleven :: 100%
แบบอักษร

 

 

 

 

White Lily  

:: Eleven :: 

 

 

       เสียงสายฝนเงียบไปแล้ว 

  

            และความเงียบนี้เองที่เป็นนาฬิกาปลุกให้คริสตื่นขึ้น ดวงตาเรียวคมกวาดมองรอบตัว แสงสว่างจาง ๆ ที่รอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบอกได้ดีว่ากำลังรุ่งสาง 

  

            ถ้าดูจากปริมาณฝนที่กระหน่ำเทมาทั้งวันทั้งคืนแล้ว ตอนนี้ที่บ้านหลังนี้ไม่โดนน้ำป่าหลากมาท่วมก็ดูจะเป็นโชคดีอย่างหนึ่ง 

  

            พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ทำให้คิดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ 

  

            รอยยิ้มของคริสระบายกว้างขึ้นเมื่อมองสิ่งที่ทำให้หน้าตักของตนรู้สึกอบอุ่น มองใบหน้างดงามของลิลลี่แสนสวยที่นอนซบอยู่บนตักตัวเอง 

  

            เมื่อคืนคริสยังจำได้ดีหลังจากที่เขาร้องไห้ได้สักพัก พอน้ำตาแห้งหมาดดีเขาก็ให้อี้ชิงนอน ส่วนตัวเองจะอยู่เฝ้าดูตรงหน้าประตู แต่อี้ชิงยืนยันว่าจะช่วยเฝ้าด้วย แต่สุดท้ายร่างน้อยที่ร่างกายกำลังฟูมฟักสิ่งมีชีวิตใหม่ก็ผล็อยหลับไป 

  

            คริสเลยอุ้มลิลลี่ทั้งขยับผ้าปูพื้นไปชิดผนังให้ลิลลี่ได้นอนซบส่วนเขาก็นั่งพิงกำแพงไป มองหน้าขาวนวลกับแก้มนิ่ม ๆ ที่เมื่อใดอี้ชิงขยับริมฝีปากมันก็จมลงเป็นลักยิ้ม 

  

            มองไปมองมาตนก็เผลอไปหลับเช่นกัน 

  

            คริสจ้องมองลิลลี่ที่ยังคงมีความสุขดีในห้วงฝัน แล้วก็คิดว่าตอนนี้โชคดีเสียยิ่งกว่าที่น้ำป่าไม่หลากเมื่อคืนเสียอีก 

  

            "อี้ชิง อี้ชิง" 

  

            "หือ" 

  

            "ตื่นเถอะ ลิลลี่ เดี๋ยวเราจะออกจากที่นี่กัน" แต่เช่นไรก็ต้องกลับคืนสู่ความจริง 

  

            ถ้ายังไม่ได้ออกจากป่า พบปะคนสกุลอู๋ กลับถึงบ้านปลอดภัยคริสก็ยังไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่กำลังโดนตามล่าอยู่นี้ 

  

            "อื้ออ น... นายแม่ต้องตื่น แล้วเหรอครับ" มือขาวขยี้ตามบิดตัวไปมาเสียงหวานแหบพึมพำ คริสฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มกว้าง ปกติอี้ชิงตื่นก่อนเขาเสมอนั่นแหละช่วงที่เขายังไม่ถีบตัวเองกระเด็นออกจากการได้นอนร่วมเตียงกับอี้ชิง 

  

            นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้ตื่นก่อนแล้วปลุกคนขยันตื่นเช้าแบบนี้ ถ้าทุกเช้าได้เห็นท่าทางอ้อน ๆ เหมือนเด็กเพราะอีกฝ่ายยังติดในความง่วงมึนงงก็คงจะเติมพลังก่อนไปทำงานได้ดีไม่น้อย 

  

            "ต้องตื่นแล้วครับ" คริสกระซิบเสียงแหบแผ่วชิดใบหูขาว ใกล้เพียงนี้ก็ได้กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่คู่เนื้อตัวบุตรชายสกุลหยินมาลึกลงปอด 

  

            ตอนนี้อี้ชิงกำลังงัวเงีย ปลายจมูกโด่งก็ของกดฝังสูดกลิ่นหอม ๆ จากแก้มนิ่มให้ชื่นใจสักที 

  

            คริสขอหน่อยเถอะ กำไรชีวิต 

  

            "อืออ อะ คุณคริส" จากที่ยังงง ๆ เพราะเพิ่งตื่นทั้งที่กำลังหลับลึก แต่พอดวงตาวาวเปิดมาเจอใบหน้าของคริสใกล้ชิดลมหายใจปทะกันแบบนี้ก็ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ คริสขยับตัวถอยออกห่างอย่างที่ควรโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก 

  

            "ผมขอไปล้างหน้าไล่ความง่วงหน่อย แล้วจะรีบมาครับ" ร่างน้อยเอ่ยบอกพลางยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปฉวยชุดตัวเองที่เอาตากไว้ไม่ไกลฮีทเตอร์ มันไม่แห้งสนิท แต่ก็พอใส่ได้ดีกว่าสวมชุดโคร่งเดินลำบากลุยป่า 

  

            คริสมองตามแผ่นหลังบางหายเข้าไปในประตูห้องน้ำแล้วก็ยิ้มจาง ๆ กับตัวเอง ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นหยิบปืนมาตรวจสอบดูเมื่อเห็นว่ามันยังปกติดีก็ฉวยหยิบเป้ใบโปรดของอี้ชิงขึ้นสะพายพร้อมที่จะออกจากที่นี่เสียที 

  

 

  

            แต่ดูเหมือนอะไรก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด 

  

            "มึงคิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ ห๊ะ" เสียงขู่กรรโชกดังขึ้นตั้งแต่ที่คริสกับอี้ชิงเดินออกมาจากที่หลบฝนได้ไม่กี่ก้าว มีปืนหนึ่งกระบอกจ่อรออยู่ในมือของชายผิวขาวเหลืองที่เตี้ยกว่าคริสเล็กน้อย จากสภาพชุดที่ยังเปียกแฉะบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายคงหลบฝนอยู่ในป่านี้แล้วก็เปียกชื้นมาทั้งคืน 

  

            ทว่ากลับประคองปืนในมือจ่อตรงมาได้อย่างมั่นคง 

  

            "ถ้ามึงยิง กูก็ยิง" คริสจ่อปืนในมือตัวเองตรงไปหาคนร้าย สภาพของคริสดีกว่ามาก ชุดเครื่องแบบสีแดงเข้มของสกุลอู๋ที่แห้งสนิทดูสบายตัวมากกว่าชุดสูทดำเปียก ๆ สีหน้าอิดโรยของอีกฝ่าย 

  

            คริสมีความหวังว่าตนจะชนะมากพอดู 

  

            "หึ มึงคิดว่าจะยิงแม่นกว่ากูเหรอ ถ้ามึงให้กูจบธุระของสกุลเยี่ยง่าย ๆ ให้คุณเดฟเจ้านายกูพอใจสักที กูจะไม่ยิงคนข้าง ๆ มึงดีไหม" คนร้ายพูดออกมาเสียงฉะฉาน คริสมุ่นคิ้วเมื่อได้ฟัง ยังไงเขาก็ไม่ยอมตามมันหรอก เอาอะไรมารับประกันว่ามันจะไม่ทำอะไรอี้ชิง ในเมื่อเราต่างเห็นหน้ามันแล้ว 

  

            และเขาก็ต้องได้อุ้มลูกของเขา ไอ้คนร้ายนี่มันคิดว่าเขาโง่ หรือจริง ๆ มันเองนั่นแหละที่โง่ ปืนก็มีคริสจะไปยอมแพ้ ไม่สู้มันทำไม 

  

            เหมือนคำด่าทอจะสะท้อนผ่านมาจากแววตาเรียวคม คริสยังคงจ้องเขม็ง ไม่มีท่าทีลดการระวังตัวลง แม้ไม่เคยจับปืนหันใส่คนจริง ๆ เพื่อมุ่งคร่าชีวิตมาก่อน ทว่าคริสก็ทำมันได้อย่างมั่นคงในตอนนี้ 

  

             ต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิงระหว่างกัน 

  

            แกบ แกบ 

  

            "เฮ้ยย มาทางนี้ด้วย คุณคริสอาจอยู่ทางนี้" เสียงการเคลื่อนที่และเสียงตะโกนพูดคุยกันดังลั่น ตรงมาจากทางเขตโรงงานของสกุลอู๋ คริสยิ้มกว้างรู้สึกได้ถึงแต้มต่อของตัวเองที่มากขึ้น คนร้ายเองก็คงรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบ 

  

            ฟุบ 

            มันเตะกองใบไม้ที่ชุมน้ำกองใหญ่ตรงหน้าเข้าใส่คริส ก่อนจะรีบวิ่งหนีจากไป มือใหญ่ปัดใบไม้ที่ติดตามเหนือตัวตัวเอง โดยมีอี้ชิงรีบมาช่วยด้วยเช่นกัน 

  

            "ตอนนี้กำลังมีคนมาช่วยเราแล้ว มันไปแล้ว เราปลอดภัยแล้วนะครับคุณคริส" อี้ชิงบอกเสียงสั่นไม่น้อยเช่นกัน 

  

            คริสพยักหน้ารับ บีบมือน้อยไว้ให้เบาใจ ตะโกนเรียกนำทางให้ทีมที่ออกตามหาตรงมาหาพวกตน สถานการณ์นี้ดูคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว 

  

            ทว่าคริสก็กำลังขบคิด ต่อให้มีคนกำลังตรงมาแต่ก็ห่างไกลมากพอควร ถ้าคนร้ายนั่นบุกบั่นตามล่าตนขนาดนี้แล้ว ทำไมมันล่าถอยไปง่าย ๆ รอยยิ้มที่มันยิ้มเมื่อครู่ก็ด้วย เหมือนกับว่าเป้าหมายมันสำเร็จไปแล้วสักอย่าง 

  

            ถ้าชีวิตของคริสไม่ใช่เป้าหมายหลักเดียวของมัน แล้วคืออะไรล่ะ 

  

 

 

  

            "สกุลเยี่ยอย่างนั้นเหรอเฮีย" 

  

            "อื้ม ไอ้เวรนั่นมันบอกแบบนั้น" คริสตอบกลับจงเหรินไปในเรื่องที่ตนกำลังขบคิดไม่ตก เป็นข้อมูลที่ตนเองก็บอกอี้ชิงว่าไม่ต้องบอกเรื่องนี้กบใครแม้แต่พี่อี้เฟยก็ตาม 

  

            ตนขบคิดมันมาตลอดหลายวัน 

  

            รู้สึกไม่ชอบมาพากลอย่างไรก็ไม่รู้ 

  

            "สกุลเยี่ย แล้วมันบอกว่าชื่อเดฟ ก็คนนั้นเหรอที่จะขึ้นมาคุมสกุลเยี่ยแทนตา ที่ลูกสาวคนโตของสกุลเยี่ยไปแต่งงานกับคนเกาหลี คิม ไดนาดิน ไอ้ที่ชื่อเดฟโซลนั่นน่ะนะ" จงเหรินพูดข้อมูลในหัวที่ตนรู้ออกมาเรื่อย ๆ ข้อมูลเดียวกับที่คริสรู้เช่นกัน 

  

            "แต่เฮียคริส พวกเราไม่เคยมีเรื่องอะไรกับเดฟโซลนั่นเป็นการส่วนตัว หรือจะบอกว่าสกุลอู๋ไปทำอะไรให้สกุลเยี่ยก็ยิ่งแล้วใหญ่" จงเหรินคิดตามแล้วก็ยิ่งคิดไม่ตก สกุลเยี่ยธุรกิจหลักก็คือพวกเรื่องเงินกู้ทั้งบนดินใต้ดิน ไปจนถึงบ่อนการพนันทั้งในจีนและเกาหลีใต้ เป็นธุรกิจสีเทา ๆ กว่าสกุลอู๋อยู่มาก 

  

            "ถ้าพวกที่ตามไล่ล่าจะฆ่าเฮียตลอดในช่วงนี้เป็นคนสกุลเยี่ยแล้วพวกที่ทำร้ายพี่อี้เฟยเมื่อหลายปีก่อนล่ะจะใช่พวกสกุลเยี่ยด้วยไหม หรือว่าที่เราคิดว่าเป็นพวกเค่อ หลันซิงเราเข้าใจผิดมาตลอด" จงเหรินคาดคะเนออกมา ก่อนที่จะชะงักไปมองพี่ชายคนสนิทหน้าตาเลิ่กลั่ก 

  

            "ผมขอโทษนะเฮีย" รีบขอโทษคริสที่เอ่ยชื่อที่จะทำให้อีกฝ่ายโมโหทุกครั้ง 

  

คนรอบตัวคริสรู้ดีว่าชื่อเค่อ หลันซิงเป็นเหมือนไฟร้อนที่คริสได้ยินทีไรก็ต้องเดือดจนควันอกหู เพราะความโกรธเกลียดในฐานที่มันทำร้ายพี่สาวของตนจนขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้ 

  

            "ช่างมันเถอะ พูดถึงเรื่องนี้จะเลี่ยงไม่พูดชื่อไอ้เหี้ยนั่นก็คงไม่ได้" คริสผ่อนลมหายใจทึบกำปั้นลงบนพนักวางแขนหนังสีดำของโซฟาเป็นจังหวะซ้ำ ๆ ยามที่ใช้ความคิด 

  

            "แต่ยังไงเฮียก็มั่นใจว่าเรื่องพี่อี้เฟยเราเข้าใจไม่ผิด ตอนนี้ไอ้หลันซิงเป็นคนเดียวที่สกุลอู๋มีปัญหาด้วยเรื่องแย่งที่ดินกัน แถมมันยังโทรมาเย้ยตอนที่ทีมกู้ซากกู้รถของพี่อี้เฟยขึ้นมาและพาไปโรงพยาบาล ทั้งที่ข่าวยังไม่ออกมาด้วยซ้ำ และเฮียจำได้ดีมันพูดเกี่ยวกับรายละเอียดของพี่อี้เฟยที่สื่อไม่รู้ ถูกต้องทั้งหมด มันไม่ปิดบังด้วยซ้ำว่ามันทำ แต่ตำรวจนั่นล่ะที่เอาผิดมันไม่ได้" น้ำเสียงคริสต่ำแหบลงเรื่อย ๆ ก่อนจะกัดฟันกรอด ตอนแรกว่าจะไม่โมโหพอคิดแล้วก็ยิ่งอารมณ์เดือดใหญ่ 

  

            นี่ถ้าไม่ใช่ว่ามีลิลลี่นอนหลับอยู่ในห้องนอนที่ซ่อนไว้หลังผนังห้องทำงานนี้คริสคงปาแก้วตรงหน้าไปสักใบสองใบให้หายหงุดหงิด แต่เสียงดังแบบนั้นลิลลี่คงได้ตื่นมาดูแน่ ๆ 

  

            หลังจากรอดจากการไล่ตามนั้นกลับมาคริสพักไปได้แค่สองวัน แล้วก็ต้องเร่งกลับมาทำงานอีก ส่วนอี้ชิงสุดท้าย คริสก็ทนน้ำตาพี่อี้เฟยที่รอบนี้ร้องห่มร้องไห้หนักไม่ไหว ต้องพามาทำงานด้วยกัน 

  

            "และครั้งนี้เฮียก็ยังคิดนะว่าเป็นไอ้หลันซิงที่อยู่เบื้องหลัง หลังจากวันนั้นที่โรงงานเขตที่5มา พวกที่ไล่ตามก็หายไปหมด พี่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันกลัวจะถูกจับได้หรือมันทำภารกิจสำเร็จแล้วไปหนึ่งอย่าง" คริสพูดเสียงหนัก มือหนาดันรูปในมือตนให้กับรุ่นน้องคนสนิทอย่างจงเหรินดูอีกครั้ง 

  

            มันคือรูปถ่ายจากกระโปรงรถของคริสที่ถูกยิงยางแตก เมื่อส่งทีมไปเอารถคืนหลังจากปลอดภัยแล้ว ก็เจอตัวรถถูกขูดเป็นรูปสัญลักษณ์ตระกูลของสกุลเยี่ย พร้อมตัวอักษรDตัวโตด้านล่าง 

  

            "เฮียว่ามันไม่ชอบมาพากลว่ะ มันดูจงใจจะประกาศศักดาว่าเบื้องหลังเรื่องนี้คือเดฟโซล ก็ใช่ ที่ไอ้หมอนั่นมีชื่อเสียงเรื่องจัดการเสี้ยนหนามเด็ดขาด แต่อย่างที่แกบอกจงเหริน เราไม่ได้มีปัญหากับพวกนั้นสักหน่อย" คริสพูดอย่างใช้เหตุผล ที่จริงถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ใจร้อนหนัก ๆ ก็คงท้าตีท้าต่อยกับพวกสกุลเยี่ยเหมือนตอนที่เป็นกับเค่อ หลันซิงแล้ว แต่นี่มันดูเชื้อชวนเกินไป 

  

            และพอคริสคิดดูว่าหากตนถูกจัดการได้และโดนยิงตายไปจริง ๆ สกุลอู๋ต้องเอาเรื่องสกุลเยี่ยแน่ ๆ ถึงสกุลอู๋จะพยายามทำตัวให้มือสะอาดอยู่เสมอ แต่ก็มีอำนาจพอตัว ตอนเรื่องพี่อี้เฟย ถึงจับเค่อ หลันซิงเข้าคุกไม่ได้ แต่ก็ใช้อำนาจทางธุรกิจเล่นงานสกุลเค่อไปหนักแทบสิ้นเนื้อประดาตัว 

  

            "พี่กำลังคิดว่าไอ้หลันซิงมันจงใจจัดฉาก ใช้สกุลเยี่ยมารับบาปเรื่องทำร้ายสกุลอู๋แทนมันเหรอ" 

  

            "หรือไม่ก็ใช้สกุลอู๋เป็นหมากในการหาเรื่องสกุลเยี่ย" คริสเปรยความคิดตนในอีกทางหนึ่ง 

  

            ไม่ว่าจะทางไหนก็อันตรายทั้งนั้นกับสกุลอู๋ 

  

            "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็โคตรเกลียดมันแม่งเลยว่ะพี่ ไม่เลิกไม่ลา มันน่าแช่งให้ฟ้าฝ่าหัว" จงเหรินพูดเสียงเขียวยกน้ำขึ้นมาจิบดับอารมณ์ร้อน ส่วนคริสกับหัวเราะหึ ขำรับเพราะนึกว่ารุ่นน้องเล่นมุขตลกใส่ 

  

            เสียงหัวเราะที่ทำให้หนุ่มอารมณ์ดีและหน้าตาดียิ่งกว่าอารมณ์อย่างจงเหรินมองหน้าคริสไม่วางตา 

  

            "ช่วงนี้เฮียไปหาเฮียเฉินมาเหรอ" 

  

            "ก็เจอมันตลอด" 

  

            "ไม่ดิ ไปหาในฐานะของคนไข้เฮียเฉินอ่ะ เฮียรู้เปล่าว่าผมนึกว่าผีหลอกเลยนะ เมื่อกี้นี้ที่เฮียยิ้มตอนคุยกันโดยมีเรื่องไอ้หลันซิงมาเกี่ยวข้อง เนี่ยขนลุกแล้วเนี่ย" จงเหรินถลกแขนเสื้อโชว์แขนสีแทนให้รุ่นพี่ดูว่าขนลุกจริง ๆ แล้วอะไรมันจะทำให้คนอย่างเฮียคริสดูสุขภาพจิตดีขึ้นมากไปกว่าได้ไปพบกับจิตแพทย์ประจำตัวอย่างพี่เฉิน รุ่นพี่อีกคนที่สนิทกันอีก 

  

            ถึงเฮียเฉินจะบอกตลอดว่า เพื่อนกันไม่ควรจะรักษากันเพราะเฮียคริสแม่งไม่เชื่ออะไรเลยก็เถอะ แต่เหตุผลทางภาพลักษณ์และสารพัดร้อยแปด สุดท้ายเฮียเฉินก็ต้องรับรักษาคนไข้คนนี้โดยปริยาย แล้วเฮียคริสก็โดดการรักษาเสียจนโดนด่าไม่รู้กี่ที 

  

            "เออ ฉลาดดีเหมือนเดิมนะจงเหริน ใช่ ช่วงนี้ไปหาเฉินมันตามนัดตลอด มันให้ทำไรก็ไม่ค่อยดื้อแล้ว อยากหายว่ะพูดจริง เวลาโมโหมาก ๆ แล้วเหนื่อย แก่แล้ว" คริสบอกแบบนั้น แต่จงเหรินฟังแล้วเบ้ปากอย่างไม่ซ่อนท่าที 

  

            ทำมาบอกโมโหแล้วเหนื่อย หลังจากพี่อี้เฟยต้องนั่งรถเข็นตั้งแต่ตอนนั้นมาก็อารมณ์ไม่เคยจะปกติ เวลาเดือดจัด ขว้างแฟ้มปลิวให้คุณแมร์รี่วิ่งตามไปเก็บอยู่ก็หลายหน มาตอนนี้ละทำมาบอกเหนื่อย 

  

            มีอะไรที่ทำใจปฏิเสธไม่ลงมาดัดนิสัยล่ะสิไม่ว่า 

  

            "ไม่ได้เกี่ยวกับคนที่เพิ่งเดินออกไปหยิบขนมตรงนู้นเลยใช่ไหมพี่" นิ้วเรียวยาวชี้ไปด้านหลัง คริสก็หันขวับไปมองเห็นร่างน้อยผิวขาวจัดของอี้ชิงแวบ ๆ อยู่ด้านนอกจริง ๆ 

  

            ตื่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ ต่อไปเขาไม่นั่งโซฟาฝั่งนี้แล้วจะนั่งอีกฝั่งแทนจะได้เห็นตอนที่เปิดประตูห้องนอนออกมา 

  

            "แล้วทำไมไม่บอกเฮียว่าอี้ชิงตื่นแล้ว" 

  

            "เอ้า ต้องบอกด้วยหรือไงล่ะ จะไปรู้เหรอเฮีย" จงเหรินบอกกลับตาใส 

  

            "เออ รอบหน้าบอกด้วย" คริสถอนหายใจอย่างระอา "ส่วนเรื่องสกุลเยี่ย กับเดฟโซล และไอ้หลันซิงคอยดูความเคลื่อนไหวก่อน เฮียคิดว่ามันน่าจะนิ่งไปอีกนาน เราก็นิ่งด้วยคอยระวัง คอยดูว่าจะยังไงต่อไป" ข้อสรุปของคริสจงเหรินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย 

  

            แกรก 

  

            ชายหนุ่มรูปร่างดียันตัวลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเปิดอีกรอบ มันดังกว่าปกติเพราะคนเปิดมือไม่ค่อยว่างนักจากถาดขนมที่หอบหิ้วเข้ามา 

  

            "ผมไปละ เดี๋ยวอยู่ต่อจะโดนหาว่าเป็นก้างขวางคอ" จงเหรินยักคิ้วพลางหัวเราะอารมณ์เดินออกไป และใช้รอยยิ้มปฏิเสธคำชวนทานขนมที่อี้ชิงยกมาให้ 

  

            "จงเหรินมันไปทำงานต่อ มานี่มาฉันกินเอง" คริสเดินไปหยิบถาดจากมืออี้ชิงมาวางบนโต๊ะตรงหน้าแทน ไม่พอยังย้อนไปดึงมือคนตัวขาวให้มานั่งที่โซฟาตัวยาวข้าง ๆ กันด้วย 

  

            อี้ชิงนั่งเอนหลังลงกับเบาะนุ่มนิ่ม มือน้อยวางลงบนหน้าท้องอย่างเคยชิน ตอนนี้เจ้าตัวเล็กได้ 17สัปดาห์แล้ว แต่เพราะเป็นท้องแรก อี้ชิงดูไม่ได้ท้องนูนโตอะไรมากขึ้นกว่าปกตินัก ตอนนี้ก็แค่คล้ายคนที่กินเก่งจนท้องตึงขึ้นมาเท่านั้น 

  

            "อื้ม อร่อยนะ ชงกาแฟถูกใจฉันตลอดเลย ลิลลี่" คริสเอ่ยก่อนจะจิบกาแฟไปอีกอึก อี้ชิงมองใบหน้าคมคายของคริสจากด้านข้าง 

  

            ตอนที่คริสคุยกับจงเหรินอี้ชิงตื่นมาได้ฟังทันอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของเค่อ หลันซิง ความจริงแล้วตัวอี้ชิงเองก็คงจำไม่ได้ หากไม่ใช่ว่ามีชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งในคืนที่คริสกับอี้ชิงทะเลาะกันหนักจนเช้ามาอี้ชิงถูกพบที่นอกระเบียง 

  

            ผู้ชายคนนี้ที่ทำให้คริสหงุดหงิดตั้งแต่งานเลี้ยงจนดื่มหนัก ส่วนอี้ชิงซึ่งคืนนี้ก็ดื่มเข้าไปเช่นกันพูดออกมาว่าเค่อ หลันซิงนิสัยดีกว่าจนคุณชายสกุลอู๋โมโห อี้ชิงเข้าใจคริสมากขึ้นอีกนิดแล้ว ว่าทำไมถึงได้โกรธจัดจนขาดสตินัก ในเมื่อหลันซิงเป็นคนทำร้ายพี่อี้เฟยแบบนี้ 

  

            "ฉันหล่อเหรอก็เลยมองนาน" แค่ถามไม่พอทายาทสกุลอู๋ยังหันมายักคิ้วให้อีก อี้ชิงหลุดยิ้มออกมาแทบทันที 

  

            "ก็หล่อดีครับ คงดีถ้าลูกได้หน้าตาคุณคริสมา ใช่ ขอขาด้วยครับ เอามาเยอะ ๆ เลย" อี้ชิงพูดไปยิ้มไปจนลักยิ้มจมลึก แบบนั้นคนตัวโตก็เปลี่ยนท่านั่งหันได้มองหน้าอี้ชิงถนัด ๆ ไปเลย 

  

            "แต่ฉันอยากให้ลูกเหมือนนายนะอี้ชิง ต้องเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักที่สุดในโลก เจ้าหญิงน้อยของปะป๊า"  คริสพูดแล้วก็หุบยิ้มไม่อยู่ ต้องเป็นยัยหนูน่ารักแน่ ๆ คิดดูสิหลังจากวันที่โดนไล่ล่าวันนั้นมาคริสแทบจะไม่แพ้ท้องแทนอี้ชิงแล้ว จากที่อ้วกจนเข่าไม่ห่างพื้นห้องน้ำได้นาน ก็เหลืออ้วกสักวันละหนเท่านั้น ละสองวันมาแล้วที่เหลือแค่เวียนหัวตอนเช้านิดหน่อย 

  

            "คุณคริสอยากได้ลูกสาวเหรอครับ" 

  

            "ใช่แล้วล่ะ ลูกชายนี่ไม่ไหวนะ นายคิดดูสิมีหน้าตาแบบฉันอีกคนบนโลกก็คงเป็นเรื่องดี ๆ แต่พอคิดว่าฉันจะต้องรับมือกับเด็กผู้ชายที่นิสัยเหมือนตัวเองแล้ว ฉันกับนายต้องเหนื่อยแน่ ๆ " พอคริสว่าแบบนั้นอี้ชิงก็คิดตาม ก็คงจะป่วนไม่น้อยจริง ๆ นั่นแหละ 

  

            "อีกสามวันก็จะรู้แล้วนะครับ" ตามกำหนดที่หมอนัดเพื่อตรวจเพศของเจ้าตัวเล็กในท้องอี้ชิง 

  

            "ฉันเตรียมตัวแล้วนะ ลิลลี่ วันนั้นฉันจะลางาน" 

  

            "ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ คุณหมอบอกว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง คุณคริสงานยุ่งผมไม่อยากกวนมากขนาดนั้น" 

  

            "พอเรารู้เพศรู้แล้วก็ต้องไปซื้อของรอสิ เนี่ยฉันให้ทีมออกแบบสินค้าเตรียมทำเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กคอลเลคชั่นใหม่แล้วนะ เราก็ไปซื้อชุดกระโปรงฟู่ ๆ ให้เจ้าหญิงน้อยลูกเรากัน" มือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องของอี้ชิง พอแม่ของลูกไม่ว่าอะไรคริสก็วางไปทั้งสองมือจนโอบได้รอบท้องนูนน้อย ๆ ของลิลลี่ 

  

            "แต่ผมสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้นะครับว่าคุณคริสได้ลูกชายคนโตแน่ ๆ " 

  

            "งั้นมาพนันกันไหมล่ะ ถ้านายชนะนะอี้ชิงนายขออะไรจากฉันก็ได้ ได้ทั้งหมดเลย" คริสออกปากลั่นวาจาอย่างมั่นใจมาก 

  

            "จะเอาแบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ" อี้ชิงยิ้มจนตาหยี 

  

            "แล้วถ้าคุณคริสชนะล่ะครับ อยากได้อะไร" 

  

            "อะไรที่ฉันขอ นายให้ฉันได้แน่ ๆ อี้ชิง" เขาคิดไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ 

  

ถ้าเขาชนะล่ะก็จะขอกอดอี้ชิงวันละสองครั้ง แค่คิดก็มีความสุขแล้วเนี่ย 

  

 

 

❀❀❀ 

  

            "ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อคุณแม่" 

  

            "....." 

  

            "น้องเป็นเด็กผู้ชายค่ะ แข็งแรง พัฒนาการสมบูรณ์ค่ะ" คุณหมอสาวบอกด้วยรอยยิ้มหวาน ในขณะที่ปฏิกิริยาตอบรับของคุณพ่อคุณแม่นั้นต่างกัน แต่เธอไม่แปลกใจอะไรนัก คุณพ่อเวลารู้เพศลูกก็มีทั้งจะอ้าปากค้าง เบิกตาโพลง แล้วที่ถึงขั้นขยับมาดูใกล้ ๆ แบบนี้ก็มีไม่น้อย 

  

            ส่วนคุณแม่ แม้รายนี้จะเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอได้ดูแล แต่รอยยิ้มกว้าง ๆ แทนความดีใจนั้นไม่ได้แตกต่างกันในเพศที่ต่างไปเลยแม้แต่น้อย 

  

            "ผู้ชายจริง ๆ เหรอครับ คุณหมอดูไม่ผิดใช่ไหมครับ" 

  

            "ไม่ค่ะ ผู้ชายแน่นอน น้องอ้าขาให้ดูแบบไม่เขินเลยล่ะค่ะ ไม่ผิดแน่" คุณหมอสาวตอบด้วยรอยยิ้มหวาน คุณพ่อตัวสูงหน้าตาหล่อเหลานิ่งไปครู่ใหญ่ 

  

            อี้ชิงมองพ่อของลูกที่ตอนนี้ยืนนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง อ้าปากค้างมองไปที่ภาพบนจอฉาย ส่วนมือใหญ่ที่ตนจับอยู่นั้นก็เย็นเฉียบลงฉับพลันจนรู้สึกได้ 

  

            คริสดูจะช็อคไปแล้วจริง ๆ 

  

            อี้ชิงทั้งขบขันในท่าทีตอบรับของคนตัวโตแต่ก็เห็นใจเหมือนกัน เมื่อเช้ายังพูดไม่หยุดเลย ถึงขั้นวางแผนจะพาเจ้าหญิงน้อยไปเรียนบัลเล่ห์แล้วด้วยซ้ำ 

  

            "คุณคริสครับ เด็กผู้ชายก็น่ารักนะครับ" อี้ชิงดึงมือใหญ่ที่จับไว้เข้าหาตัว คนตัวโตนั่งลงที่เก้าอี้ หน้าหล่อ ๆ หงอยไม่น้อย 

  

            "อย่าเข้าใจผิดนะว่าฉันจะไม่รักลูก เป็นผู้ชายฉันก็รัก แต่แค่ เฮ้อ ลิตเติ้ลอู๋ อี้ฟานเหรอ แบบฉันอีกคนอย่างนี้เหรอ บ้านแตกแน่ ๆ " คริสคอตกจนมือน้อยทั้งสองข้างต้องเชยใบหน้าคมขึ้นมาสบตามอง อี้ชิงไม่แน่ใจนักแต่รู้สึกคาดเดาความกังวลในใจของคริสได้ 

  

            "ผมรู้ว่าคุณคริสกำลังรู้สึกผิด และผมดีใจนะครับที่คุณคริสรู้ว่าการกระทำไหนที่ไม่ควรทำซ้ำอีก แต่ผมไม่อยากให้คุณคริสเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่ดี หรือการที่ลูกเรานิสัยเหมือนคุณคริสจะไม่ดีไปเสียหมด ทุกคนมีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ผมก็มีข้อเสียตั้งหลายอย่าง คุณคริสก็มีข้อดีตั้งมากมาย" อี้ชิงบอกน้ำเสียงอ่อนโยน ตนเชื่อว่าคริสรักลูกแน่ไม่ว่าจะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย แต่ที่กังวลเมื่อรู้เป็นผู้ชายก็คงเพราะเหตุนี้ 

  

            "....." 

  

            "คุณคริสจะต้องเป็นปะป๊าที่ดีให้กับลูกได้แน่นอนครับ เชื่อผมนะ" อี้ชิงบอกย้ำไปอีกครั้ง คนตัวโตพยักหน้ารับจมูกโด่งกดไปกับฝ่ามือนิ่มกลิ่นหอม ๆ ชวนสบายใจจากเนื้อตัวของลิลลี่แห่งสกุลหยินทำให้คริสดีขึ้นได้เสมอ 

  

            คริสรู้สึกขอบคุณอี้ชิงมากเหลือเกิน ทุกคำที่อีกฝ่ายเอ่ยมันเข้าไปขัดเกลาความรู้สึกผิดที่เกาะแน่นรอบหัวใจคริสจนโค้งมนและเข้ารูปเข้ารอยมากกว่าเดิม 

  

            "ฉันเชื่อนาย อี้ชิง ฉันเชื่อนาย" เสียงทุ้มแหบพึมพำตอบตามสิ่งที่ตนคิด 

  

            ถ้าอี้ชิงเชื่อว่าคริสจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้ เขาก็จะเชื่อในตัวเองเช่นกัน 

  

 

 

 

  

  

 

ยินดีกับเฮียคริสและลิลลี่ด้วยจ้าที่ได้ลูกชาย5555555555555

พูดถึงเรื่องนี้อย่าลืมติดแท็ก #ลิลลี่ชิงชิง ให้น้องลิลลี่คนน่ารักนะคะ =]

 

#ลิลลี่ชิงชิง 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น