marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2562 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

บทที่ 3

 

 

กรุงปารีส, ฝรั่งเศส

ณ ห้องเสื้อ Lanvin

 

“ฉันจะทำชุดแต่งงานของพวกเขาทั้งคู่ออกมาให้สวยที่สุดค่ะ” ฉันยืนมองลิต้าคุยกับดีไซเนอร์ชื่อดังเจ้าของห้องเสื้อแห่งนี้อย่างเป็นกันเองข้างๆก็มีแม็กยืนอยู่ส่วนฉันก็นั่งอยู่กับหย่งสือด้วยสีหน้าไม่ตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น!!!! แต่ลูกพี่ลูกน้องคนรอบตัวเพื่อนสนิททุกคนต่างดีใจกันยกใหญ่ที่รู้ว่าฉันจะแต่งงานหลังเห็นข่าวที่ฉันไปทานข้าวกับหมอนั่นก็ทำให้ทุกคนอยากรู้ฉันจึงเล่าให้ฟังแล้วยัยลิสก็ลากฉันมาตัดชุดแต่งงานด้วยตัวเองหลังจากที่คิดว่าจะใส่อะไรก็ได้แต่ไม่จ้า!!! ทุกคนเห็นดีที่จะให้ฉันมาตัดชุด!!! งานแต่งของฉันจัดขึ้นสองที่ทั้งจัดที่บ้านฉันแล้วค่อยไผจัดตามประเพณีของจีนอีก =_=!!!!!! อีกแค่สองอาทิตย์ก็ถึงละ!!!!

“ขอบคุณมากนะคะเบลล่า”

“ค่ะ ประมาณอาทิตย์หน้าฉันจะเรียกมาลองชุดอีกทีนะคะในขณะที่พวกคุณยังอยู่ที่นี่ฉันจะพยายามทำให้เสร็จได้เร็วที่สุด” ฉันนั่งมองทั้งคู่คุยกันอย่างคนไร้วิญญาณจนทุกอย่างเรียบร้อยลิต้สจึงเดินมาหาฉัน

“อะไรเนี่ยจะถึงงานแต่งตัวเองแท้ๆยังทำหน้ามุ้ยแบบนี้ลุกไปยัยเรนัดช่างภาพไว้แล้วไปถ่ายรูปกัน” ทำไมฉันต้องมาวุ่นวายอะไรแบบนี้ด้วยแต่แต่งๆจบๆไปไม่ได้เลยไม่เห็นต้องมีพิธีอะไรเลย!!!

“ทั้งสองคนช่วยทำหน้าเหมือนคนมีความสุขจะได้มั้ยแค่แต่งงานมันไม่ได้เลวร้ายแบบนั่นสักหน่อย” แบบแม็กก็พูดขึ้นฉันกับหย่งสือหันไปมองหน้าหมอนั่นพร้อมกันด้วยแววตาที่ไม่ชอบใจ

“แต่ไม่ใช่กับหมอนี่/แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้!!!” เราสองคนพูดออกมาพร้อมกับจนฉันต้องหันไปมองหน้าหมอนั่นอีกครั้ง

“แค่เห็นหน้าก็รู้สึกจะอ้วกให้ตายสิ”

“ผมแค่เห็นหน้าคุณผมก็รู้สึกเหมือนสมรรถภาพทางเพศของผมก็จะเสื่อมเหมือนกันไม่มีเสน่ห์สักนิด!!!” ฉันกำมือแน่นมองหน้าหมอนั่นอย่างเอาเรื่องก่อนยัยลิสจะเข้ามาห้ามเรา

“อย่าพึ่งเถียงกันเลยฉันว่าเราไปถ่ายรูปกันเถอะ” เธอเดินมาดึงแขนฉันให้ลุดตามเธอไปฉันจำใจลุกอย่างเลี่ยงไม่ได้ให้ตายสิพอเดินออกมาข้างนอกก็เจอกับทีมงานถ่ายภาพพรีเวดดิ้งประมาณสิบกว่าคนที่รออยู่พร้อมกับยับเรที่กำลังตั้งท้องอยู่ห้าเดือนกว่าละ

“เรจะมายืนรอแบบนี้ทำไม” ฉันเดินเข้าไปหาลูกพี่ลูกน้องพร้อมกับส่งสายตาตำหนิเล็กน้อยเพราะเป็นห่วงเธอ

“ก็รอโซไงละนี่คือทีมงานที่จะมาถ่ายรูปให้โซกับคุณหย่งสือทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิโซคุณหย่งสือนะเหมาะกับโซแล้วจริงๆนะ” เรดาร์มองหน้าฉันพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยทำไมทุกคนถึงคิดว่าผู้ชายคนนั้นเหมาะกับฉันกันนะ

“ใช่ ฉันเห็นด้วยกับที่ยัยเรพูดคนอย่างแกนะต้องได้อย่างคุณหย่งนั้นแหละมวยถูกคู่กันสุดๆ”

“งั้นพวกแกแต่งเองมั้ย” เหมาะบ้าอะไรชอบกัดฉันตลอดหมอนั่นเป็นหมาหรือไงนะ!!! เฮ้อ!! คิดละคนสวยเซ็งนอกจากหมอนั่นยังมีเพื่อนสาวตัวร้ายที่ตีสองหน้าเนียนสุดที่ฉันต้องรับมือ และ ที่หนักสุดดูท่าคุณแม่ผัวจะไม่ปลื้มจ้าาาา!! โอ๊ยอยากจะตะโกนบอกพวกนั้นจริงๆว่าฉันไม่ได้อยากแต่งด้วยชักนิด!!!!

“แต่งบ้านแกสิฉันมีผัวแล้วย่ะ!!!” ยัยลิสสวนขึ้นทันทีโอ๊ยแม่คุณ!!! รักสามีมากจ้าทำหน้าปลื้มใจมาก!!!!

“ใช่...เรก็แต่งงานแล้วพี่นิคเขาน่ารักๆๆๆสุดๆไปเลยละ” ฉันมองหน้าลูกพี่ลูกน้องที่ทำหน้าเขินเล็กน้อยเวลาพูดถึงสามีเฮ้อ!!! ถ้าจะขนาดนั้นไม่ต้องมาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง

“จ้าาา!!!! เอาที่สบายใจเถอะ” ฉันกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายให้ตายสิทั้งคู่ไม่พูดอะไรเพียงแต่มองฉันอย่างยิ้มก่อนจะลากแขนฉันไปทำความรู้จักจับช่างภาพที่ยัยเรหามาให้แล้วก็คุยกับเขาเกี่ยวกับรายละเอียดที่ต้องถ่ายปกติให้ตายสิการแต่งงานครั้งแรกในชีวิตฉันต้องมาหน้าหงิกงอถ่ายรูปแบบนี้เหรอ

 

2 ชั่วโมงต่อมา

สะพาน Alexandre III

 

 

“ทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากันหน่อยครับ” ฉันจำใจหันหน้าไปหาหนอนั่นหลังจากที่เราอยู่ตรงนี้มาเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว!!!! สายตาของคนรอบข้างเริ่มมองแรงมาทางฉันกับไอ้บ้าหย่งสือที่ระหองระแหงกันจนไม่ได้สักรูป

“รีบๆหันมาถ่ายให้มันเสร็จสักที” จนความอดทนของฉันตอนนี้ใกล้จะหมดลงแล้ว

“วุ่นวายชะมัด” หมอนั่นพึมพำออกมาอย่างรำคาญก่อนจะหันมาฉันด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว!!! ไอ้บ้าแกนั่นแหละวุ่นวาย!!!!

“อย่างนั้นแหละครับช่วยมองตากันแบบหวานๆได้มั้ยครับ!!!” คำพูดของอาเล็กช่างถ่ายรูปชื่อดังทำให้เราสองคนทำตามที่เขาบอกเพราะน้ำเสียงของเขาตอนนี้เหมือนกำลังโมโหที่ไม่สามารถถ่ายรูปได้แม้แต่รูปเดียว

“สวยครับ...คุณเจ้าบ่าวช่วยกอดคุณเจ้าสาวแน่นขึ้นอีกหน่อยครับ” ไอ้บ้าหย่งสือกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกสายตาของเราประสานกัน

“มองกันแบบนั้นแหละครับ...ได้ๆ...” เนิ่นนานที่เรามองหน้ากันฉันเผลอมองสำรวจใบหน้าของหมอนั่นทุกอย่างมันดูดีมีเสน่ห์ชวนมองแต่ทำไมเวลาที่เขาพูดมันเหมือนมีหมาออกมาจากปากเขากันนะ...

“โอเคเสร็จแล้ว!!! สวยครับ!!!” เสียงของอาเล็กดังขึ้นเหมือนเป็นระฆังทำให้เราสองคนรีบผละออกจากกันขืนเผลอมองไปมากกว่านี่ฉันคงคิดอะไรบ้าๆแน่!!!

พรึบ!

“รูปเมื่อกี้สวยมากเลยอยากดูหน่อยมั้ย”

“ไม่/ไม่!!!!” เราสองคนหันไปปฏิเสธเรดาร์พร้อมกันจนเรดาร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อารมณ์คนท้องช่างแปรปรวนจริงๆแล้วพี่นิคหันมามองหน้าฉันอย่างตำหนิฉันจึงเดินเข้าไปหาเร

“เรคือว่าโซไม่อยากดูเอาไว้วันหลังก็ได้ตอนนี้โซเหนื่อยๆขอไผพักก่อนนะ” เรเงยหน้ามองฉันอย่างยิ้มทันทีที่เห็นฉันพูดแบบนี้

“โอเคจ๊ะ งั้นโซไปพักเถอะเพราะอีกเดี๋ยวเรายังไปต้องหลายที่” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะมองหน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างยิ้ม

“จ้าาาา”

หลังจากที่พักได้ไม่นานเราทั้งหมดก็พากันเดินทางไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆหลายครั้งที่ฉันกับไอ้บ้านี่ต้องอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นมีนก็ช่างอึดอัดจริงๆให้ตายเถอะแล้วทุกอย่างวันนี้ก็จบลงหลังจากถ่ายภาพสุดท้ายของวันที่หอไอเฟลในยามค่ำคืน.....

‘มันช่างเป็นวันที่ยาวนานและทรมานจริงๆ!!!!’

 

 

สองอาทิตย์ต่อมา

เซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน

 

 

“วันนี้ฉันได้ยกสินสอดท้องหมั้นมาสู่ขอหนูโซราตามประเพณีของทางฝั่งเราในนั้นรวมมี ทองคำแท่ง 8 บาท พร้อมกับเครื่องประดับอีกชุดหนึ่ง แหวนเพชร 8 กะรัต เงินสด 88 ล้านหยวนเท่านี้คงพอที่นายยกลูกสาวของนายให้กับลูกชายของฉันนะแจฮา” ฉันนั่งอยู่บนพื้นต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งงสองฝ่ายในชุดกี่เพ้าสีแดงที่ถูกตัดเย็บด้วยดีไซเนอร์ชื่อดัง ปกติจะต้องจัดสองงานแต่แลดูจะวุ่นวายไปทางผู้ใหญ่เลยให้จัดตามประเพณีของทางบ้านเขาไปเลย

“แน่นอนอยู่แล้วหย่งฮั้ว” พ่อพูดพร้อมกับยิ้มตอบรับสินสอดมากมายที่ทางป๊าท่านเสนอมาให้ใครไม่รับก็บ้าละ

“เอาละหย่งสือสวมแหวนพร้อมกับเครื่องประดับให้หนูโซได้แล้ว” หย่งสือที่นั่งข้างหน้าฉันก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆวันนี้หมอนั่นก็อยู่ในชุดกี่เพ้าที่ถูกตัดคู่กับฉันมันช่างดูเข้ากับเขามาก เราสองคนมองหน้ากันเล็กน้อยแต่ก็ไม่ช่วยให้ความจริงเลื่อนหายไปว่าเรากำลังจะแต่งงานกันเขาค่อยๆบรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดใหญ่ลงบนนิ้วนางข้างชายของฉันตามด้วยเครื่องประดับที่เป็นทองหนึ่งชุดผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็ถูกสวมอยู่บนตัวของฉัน....

เสียงชื่นชมมากมายจากคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงดังขึ้นแต่นั้นไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขสักนิดพอเสร็จพิธีเราทั้งสองคนก็รับประทานขนมอี้พร้อมกับแขกในงาน หลังจากนั่นก็แบ่งให้กับทางญาติเราทั้งสองฝ่าย....

งานวันนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้พรุ่งนี้จะเป็นงานสู่ขอตามประเพณีของเขาชึ่งมีหลายขั้นตอนมากแต่ทางป๊าก็จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้อย่างพร้อมเพรียง

22:00PM

“ยัยโซแกใส่ชุดกี่เพ้าสวยมากอ่ะ!!!!” ฉันมองไปยังยัยลิสมี่ตอนนี้ยังทำหน้าเพ้อฝันมองชุดของพรุ่งนี้อยู่

“ใส่เองมั้ย” พอฉันพูดแบบนี้ยัยเพื่อนตัวแสบก็หันมามองแรง

“ฉันมีของฉันแล้วจ้าาา แกรีบนอนได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สวย” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายพร้อมกับมองไปยังชุดกี่เพ้าสีทองที่สวยมากแต่ทำไมมันช่างทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยใจยังไงไม่รู้ถ้าจะหนีไปตอนนี้จะทันหรือเปล่านะ

“เลิกถอนหายใจได้แล้วแกหนีไปตอนนี้ก็ไม่ได้หรอกเพราะข้างนอกถูกเฝ้าอย่างแน่นหนาอย่าคิดมากพรุ่งนี้มันก็จบแล้ว”

“ใช่พรุ่งนี้ก็จบแล้ว!! ชีวิตฉันนี่แหละจบ!!! บ้าเอ๊ย!!!”

“เอาน่า...เดี๋ยวพอแกอยู่กับเขาไปทั้งคู่ก็จะเข้ากันได้ดีเอง” ฉันหันไปมองหน้ายัยลิสทันที

“เข้าได้กับผีนะสิ!!! อย่าหวังเถอะแกไปนอนได้แล้วลิสฉันง่วงละ”

“งั้นฝันดีนะคะคุณเจ้าสาวป้ายแดง” ฉันหันไปมองเพื่อนอย่างหมั่นไส้งานหล่อนพึ่งผ่านมาสองเดือนเองนะย่ะ!!!

“จ้าาา ไปได้แล้วแม่คุณ” ยัยลิสหันมาขำฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปฉันนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างเหนื่อยล้า อยากจะถอนตัวตอนนี้จริงๆให้ตายสิ...

 

วันต่อมา

 

“ว้าววว...สวยมากเลยยัยโซ” ฉันนั่งอยู่หน้ากระจกพร้อมกับสวมชุดแต่งงานที่ถูกจัดไว้ให้อย่างเต็มยศทุกอย่างถูกบรรจงลงตัวฉันอย่างสวยงาม..ใช่ฉันสวยแต่ทำไมฉันไม่มีความสุขพอคิดถึงหน้าเจ้าบ่าว!!!!

“วันนี้จะต้องเป็นวันที่ดีมากแน่ๆเลยโซ” แม่พูดออกมาอย่างยิ้มๆพร้อมกับสายตาที่ชื่นชมฉัน

“ยิ้มหน่อยโซเดี๋ยวเรจะถ่ายรูปไว้” ทุกคนมองมาทางฉันอย่างมีความสุขแต่มีฉันคนเดียวที่ไม่มีความสุขให้ตายเถอะแตาก็ทำได้เพียงปั้นหน้ายิ้มอย่างพอใจจนไม่นานงานก็เริ่มขึ้น....

งานวันนี้ก็เป็นอีกวันที่มีขั้นตอนพิธีต่างๆเยอะมากกกกก!!!!! ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีรอยยิ้มถูกประดับบนหน้าของฉันทั้งวันคนอื่นอาจมองว่าเราเป็นคู่ที่เหมาะสม และ สมบูรณ์แบบแต่ให้ตายเถอะหลายครั้งที่เรากัดฟันเถียงกันมันก็เหนื่อยเอาเรื่องนะ!!!!

‘เมื่อไหร่จะเสร็จสักทีเหนื่อยจะตายแล้ว!!!!’

 

 

หย่งสือ

 

 

“เฮียผมดีใจด้วยนะครับหวังว่าจะได้เห็นหน้าลูกเฮียเร็วๆนะ” ผมมองหน้าเหว่ยอันรุ่นน้องผมอย่างเหนื่อยหน่ายให้ตายเถอะทุกคนที่มางานแต่งงานของผมวีนนี้ไม่มีใครรู้ว่าผมกับเมียผมเนี่ยไม่ลงรอยกัน!!! ผมจำเป็นต้องฝืนยิ้มอย่างมีความสุขให้ตายเถอะ

“ขอบใจมากเหว่ยอัน” ตอนนี้ผมเดินมาหากลุ่มเพื่อนกับรุ่นน้องที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่

“ใช่ว่ะ เมียแกสวยจริงๆให้ตายเถอะอยากได้เมียแบบนั่นชะมัดราวกับหลุดมาจากหนังสือ” ผมมองหน้าวั่งชูที่ทำหน้าชื่นชมยัยตัวแสบเหลือเกิน

“ก็คงงั้น” เพราะเธอสวยจริงๆสวยน่ามองจริงๆนั่นแหละ หลังจากนั่นงานแต่งของเราก็ดำเนินไปเรื่อยด้วยความรื่นรมยทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจนถึงเวลาเข้าหอที่สุดท้ายเหลือเพียงเราสองคนในห้องนอนของผมที่ถูกตกแต่งใหม่หมดให้กลายเป็นห้องหอของเรา....

“เฮ้อออท!!! เหนื่อยยยยยยยย” เธอถอนหายใจออกมาก่แนจะเดินอย่างเหนื่อยล้าไปที่เตียงผมก็เดินตามหลังเธอไปเพราะสภาพผมไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่

“นี่!!! นายจะตามฉันมาทำไม” แต่ยัยตัวแสบก็หันมามองผมอย่างจับผิด

“ก็ไปนอนนะสิคุณจะให้ผมทำอะไร”

“เดี๋ยวนะ!! นี่นายคิดจะนอนเตียงเดียวกันฉัน!?” ผมมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ

“ใช่”

“นายจะบ้าเหรอ!!! ออกไปนอนบนโซฟาไป๋!!!”

“อะไรนะ??” ผมหูฝาดหรือเปล่าที่ได้ยินอะไรโซฟา

“นายไปนอนที่โซฟาส่วนฉันจะนอนในห้องจบ!!!” ผมอ้าปากค้างมองหน้าเธออย่างไม่เชื่อหูก่อนจะขำออกมา

“ฮ่าๆๆ นี่คุณเล่นมุกใช่ไหม”

“ฉันพูดจริง” คำตอบของเธอทำให้ผมหัวเราะออกมาอย่างบ้าครั่ง

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ไม่!!! ผมจะนอนในห้องถ้าอยากแยกนอนเชิญไปนอนที่โซฟาเองนี่มันห้องผม!!!” พูดจบผมก็วิ่งไปที่ห้องแต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้ทันก็วิ่งตามผมมาจนมาถึงประตูห้องนอนเราสองคนเบียดกันเข้าไปในห้องจนเราสองคนเข้ามาถึงข้างในด้วยกันทั้งคู่

“ออกไป!!”

“ไม่!!!”

“ออกไปเลยไอ้บ้า!!!”

“ก็บอกว่าไม่!! ไปนอนเองเลยโซฟานะผมไม่ไป!!!” เราสองคนยืนเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใครเธอจะบ้าหรือไงจะให้ผมไปนอนโซฟานี่ห้องผมนี่บ้านผมถึงตอนนี้จะเป็นของเธอครึ่งหนึ่งแต่ยังไงผมก็มีสิทธิ์จะนอนที่เตียง

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกให้ตายสิไม่มีอะไรที่ทำให้ผมอยากทำอะไรกับคุณด้วยช้ำ” ถึงอันที่จริงทุกอย่างมันจะทำให้ผมอยากทำเธอจริงๆก็เถอะ!!! ให้ตายสิผมเป็นผู้ชายนะแถมตอนนี้เธอเป็นเมียผมด้วย

“ฉันจะเชื่อนายได้ไงละ” ผมถอนหายใจมองเธออย่างเซ็งๆ

“ไม่เชื่อก็ตามใจอยากทำอะไรก็ทำผมจะไปอาบน้ำละเหนื่อย!!! เสียเวลาชะมัดที่ต้องมายืนเถียงกับคุณเนี่ย” พูดจบผมก็เดินหันหลังเข้าไปที่ห้องน้ำทันทีโดยไมสนใจว่าเธอจะพูดอะไรเพราะตอนนี้ผมเหนื่อยผมอยากนอน!!!!

ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานผมก็ออกมาในสภาพผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้ผืนเดียวตามความเคยชิน

“อร้ายยยยย!!! ไอ้บ้า!!! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าออกมาห้ะ!!!!” แต่ทันทีที่เธอหันมาเห็นก็กรีดร้องออกมาราวกับชีวิตนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเธอเป็นบ้าหรือไง

“ก็ไม่ได้เอาเข้าไปจะให้ใส่อะไรละมีสมองคิดหรือเปล่า” คำพูดของผมทำให้เธอเบิกตากว้างก่อนจะลุกขึ้นมามองหน้าผมอย่างไม่ชอบใจแต่พอเห็นร่างกายผใเผะอก็หน้าแดงแปร๊ดทันทีตลกชะมัด

“นี่!!! ไอ้บ้า!!! ฮึ่ย!! รีบไปใส่เสื้อผ้าสักทีให้ตายสิ!!!”

“แล้วใครชวนผมเถียงด้วยละ” เธอทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจแต่ผมก็ไม่สนใจอะไรเดินไปที่ห้องแต่งตัวอย่างสบายใจก่อนจะได้ยินเสียงเธอเดินไปที่ห้องน้ำสงสัยจะไปอาบน้ำมั้ง

พอใส่ชุดนอนเสร็จผมก็เดินออกมาเดินไปล้มตัวนอนลงที่เตียงอย่างเหนื่อยล้าวันนี้ช่างยาวนานจริงๆดวงตาของผมค่อยๆปิดลอย่างช้าๆ....แต่ในขณะที่กำลังจะหลับลงนั่นจู่ๆผมก็เห็นร่างของบางคนเดินมายืนมองผมจากด้านข้างของเตียง...

“นี่!! นายหลับแล้วเหรอ” ผมจงใจไม่ตอบเธอเพราะขี้เกียจเถียงด้วยมุมที่เธอยืนอยู่มันมืดมากผมเห็นแค่เงาลางๆ

“สงสัยจะหลับแล้ว...โล่งอกไปนึกว่าจะต้องใส่ชุดบ้านี้ต่อหน้าหมอนี่ชะแล้ว”

 

 

 

 

เอาละตอนนี้ไรท์แค่อธิบายคร่าวๆเฉยๆนะบางข้อมูลที่ไรท์ผิดพลาดไรท์ก็ขอโทษด้วยจริงๆเพราะตามพิธีงานแต่งของคนจีนคือหลายขั้นตอนมากๆๆไรท์ไม่สามารถหยิบขึ้นมาเขียนได้ทุกอย่างเพียงแต่เขียนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นตอนนี้ผิดพลาดตรงไหนต้องขอโทษด้วยจริงๆ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น