ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 1 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 1 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 114.4k

ความคิดเห็น : 721

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 3,600
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 1 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 1 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

“อุ๊ยๆๆๆๆๆ โอ๊ะๆๆๆโอ้ว”  

“อิ๊ๆๆๆๆ อ้ายๆๆๆๆ” 

.. 

.. 

//“นัน! มึงปิดเพลงนี้สักทีเหอะ เดี๋ยวไอ้โอมมันได้ยินจะตกใจ”// เสียงของแม็คโวยขึ้น ขณะที่นันกำลังคอลคุยกับแม็ค ในช่วงเช้าของวัน ส่วนทางฝั่งที่แม็คอยู่ก็ประมาณหัวค่ำ  

นันกำลังออกกำลังกายในห้องฟิตเนตของตัวเอง โดยตั้งมือถือเอาไว้ให้เห็นหน้าจอ ส่วนแม็คก็กำลังเก็บของบางส่วนใส่กระเป๋า โดยตั้งมือถือไว้ใกล้ๆเช่นเดียวกัน เสียงโวยของแม็ค ทำให้นันยกยิ้มขำเล็กน้อย เพราะเสียงที่แม็คได้ยินนั้น เป็นเสียงเพลง ครางชื่ออ้ายแน ซึ่งค่อนข้างมีเนื้อร้องบางช่วงติดเรทอยู่บ้าง 

“กูเปิดบิ้วท์อารมณ์ตอนออกกำลังกาย” นันตอบกลับไป แม็คทำหน้าบึ้งทันทีเมื่อได้ยิน

(“มึงมันโรคจิตมากกว่า มีใครที่ไหนเค้าเปิดเพลงแบบนี้ในฟิตเนต”) แม็คถามกลับมาด้วยความอ่อนใจ แม็ครู้ดีว่านันเปิดเพื่อกวนประสาทเขาเท่านั้น

( “มึงเปิดเพราะอยากแกล้งกูเท่านั้นแหละ”) แม็คบ่นกลับไปอีก นันก็หัวเราะขำออกมา

“เสือกทำตัวให้น่าแกล้งเอง แล้วนี่จะไปสนามบินยังไง” นันถามต่อ เพราะแม็คกำลังจะเดินทางกลับมาไทย ในช่วงปิดเทอม

(“ไอ้โอมมันบอกให้เรียกแท็กซี่”) แม็คตอบกลับไป เพราะเขาเดินทางกลับไทยพร้อมกับเพื่อนอีกคน

“เออ ก่อนขึ้นเครื่องโทรมาบอกกูด้วย” นันพูดพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วย โดยมีแม็คนั่งมองผ่านจอมือถือ

(“แล้วใครจะมารับกูที่สนามบิน”) แม็คถามกลับไปบ้าง จริงๆแม็คก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่จะมารับเขาก็คือนัน

“กลับเองดิ จำทางกลับบ้านไม่ได้รึไง” นันถามกลับไป

(“จำได้ งั้นเดี๋ยวกูกลับบ้านพ่อละกัน เพราะกูจำทางกลับบ้านพ่อกูได้ทางเดียว”) เมื่อนันกวนประสาทกลับมา แม็คก็กวนกลับไปเช่นเดียวกัน

“อยากโดนตีน?” นันแกล้งว่าเสียงดุ

(“แล้วใครกวนกูก่อน”) แม็คก็เถียงกลับมา นันยกยิ้มนิดๆ

“มึงก็ถามแปลกๆ ถ้ากูไม่ไปรับมึง แล้วจะให้หมาที่ไหนไปรับ ถ้ากูไม่ไปรับเดี๋ยวมึงก็งอแงอีก” นันแกล้งแซวกลับไป

(“กูไม่เคยงอแงเลยเหอะ”) แม็คเถียงกลับมาอย่างไม่ยอม ก่อนที่นันกับแม็คจะได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งของแม็ค ตามด้วยโอมที่เปิดประตูเข้ามา

(“อ่อ คุยกับไอ้นันนี่เอง กูก็ว่าเสียงมึงเถียงกับใคร”) โอมเพื่อนร่วมบ้านของแม็คทักขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะโบกมือให้นัน

(“ไงมึง ฟิตแต่เช้าเลยนะ”) โอมทักขึ้น เมื่อเห็นนันกำลังออกกำลังกายอยู่ และรู้ว่าที่ไทยเป็นช่วงเช้า

“ฟิตรอเด็กกลับบ้าน กะว่ามาถึงจะจัดหนักสักหน่อย” นันพูดกลับไปอย่างไม่อาย แต่กลายเป็นแม็คก็หน้าร้อนผ่าว และขึ้นสี

(“จัดหนักบ้าอะไรล่ะ มึงแม่งหน้าด้าน”) แม็คโวยใส่นันทันที ที่มาพูดเรื่องน่าอายต่อหน้าเพื่อนของเขา ส่วนโอมก็หัวเราะขำ เพราะชินแล้วกับคำพูดตรงๆของนัน

“ฝากดูมันด้วยนะไอ้โอม” นันอดไม่ได้ที่จะฝากฝังแม็คให้โอมช่วยดูแล เพราะนันเชื่อใจโอม

(“เออ ไม่ต้องห่วง เมียมึงกลับถึงไทยอย่างปลอดภัยแน่นอน..โอ๊ย”) โอมตอบนันกลับ ก่อนจะร้องออกมาเพราะโดนแม็คถีบ โทษฐานที่เรียกแม็คว่าเมีย ไม่ใช่ไม่ยอมรับ แต่แม็ครู้สึกเขินมากกว่า

“หึหึ งั้นกูไม่กวนละ มึงเก็บของให้เสร็จเหอะ แล้วค่อยคุยกัน กูจะไปอาบน้ำละ” นันพูดขึ้น เพราะอยากให้แม็คจัดกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน แม็คพยักหน้ารับ ก่อนที่แม็คจะเป็นคนตัดสายไปก่อน นันหยิบมือถือของตัวเองแล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอนทันที เพื่ออาบน้ำและออกไปทำธุระ

..

..

“อารมณ์ดีนะเฮีย” เสียงของไวทักขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของนันฮัมเพลงขณะลงมาจากชั้นบนของบ้าน นันเลิกคิ้วนิดๆ

“หรือมึงอยากให้กูอารมณ์เสีย” นันถามกลับไป

“อารมณ์ดีก็ดีแล้วเฮีย อย่าอารมณ์เสียเลย ว่าแต่...แม็คมันกลับมาถึงพรุ่งนี้ใช่มั้ยครับ” ไวถามกลับมายิ้มๆ เพราะเขารู้ดีว่าที่นันอารมณ์ดีก็เพราะแม็คจะกลับมาไทย

“เออ น่าจะถึงไทยตอน 10 โมงกว่าๆ ยังไงตอน 8 โมงเช้ามึงเรียกกูด้วย เผื่อกูหลับเพลิน” นันกำชับไวไว้ก่อน

“ได้ครับเฮีย แล้วคืนนี้เฮียจะเข้าสนามมั้ย” ไวถามถึงสนามแข่งรถของนัน

“เข้า แต่อาจจะอยู่ไม่ดึกนัก” นันตอบกลับไป

“แล้วนี่มึงโทรบอกทางนั้นยัง ว่าเรากำลังจะเข้าไป” นันถามถึงคนที่เขานัดเอาไว้ในวันนี้

“เรียบร้อยแล้วเฮีย เฮียจะกินข้าวก่อนมั้ย หรือจะไปกินข้างนอกทีเดียว” ไวถามขึ้น เพราะเขาเองก็เตรียมข้าวเช้าให้นันไว้แล้วเหมือนกัน

“ไปกินข้างนอกละกัน กูว่าจะแวะตลาดสดตอนขากลับ อ่อ เตรียมกล่องโฟมไปด้วย” นันตอบ พร้อมกับเดินนำออกไปจากบ้าน นันเดินไปเรียกลูกน้องอีกสองคนให้เตรียมตัวไปด้วยกัน จนไวเดินออกมาพร้อมกับกล่องโฟม พวกเขาจึงพากันขึ้นรถ

“เฮียจะเอาสองคันเลยเหรอ” ไวถามขึ้น ขณะขับรถพานันไปยังบ้านของคนรู้จักคนหนึ่งที่เป็นคนประมูลรถมาขายต่อ แล้วเอามาเสนอขายให้นันในราคาพิเศษ เพราะนันชอบจับรถมือสองมาแต่งขาย และมีโครงการจะทำเต็นท์รถมือสองด้วย

“ดูก่อน ถ้าสภาพดีก็จะเอา” นันตอบกลับ พร้อมกับเปิดเวปประมูลรถดูไปด้วย

“เฮียจะทำเต็นท์รถจริงดิ” ไวถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ

“อืม อย่างน้อยก็มีรายได้เข้ามาอีกทาง กูว่าจะจับมอไซค์เก่าๆมาแต่งขายเล่น หาค่าขนมขำๆด้วย” นันพูดโครงการที่เขาคิดไว้

“แล้วไอ้แม็คมันรู้ยังครับ” ไวถามไปเรื่อยๆ

“ยัง เอาไว้กลับมาแล้วค่อยบอก” นันตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติ ส่วนหนึ่งที่เขาจะทำธุรกิจอื่นๆเพิ่ม ก็เพราะอยากหารายได้มาเสริมเพื่อส่งแม็คเรียน เขารู้ดีว่าลำพังรายรับถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาใช้คนเดียวและจ่ายให้กับลูกน้องในการดูแลมันเหลือใช้ด้วยซ้ำ แต่พอเขาต้องมาส่งแม็คเรียนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย มันเลยทำให้มีติดขัดบ้างเป็นบางช่วง แต่ใช่ว่านันจะจัดการไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาด เขาจึงพยายามหาทางเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นก็เท่านั้นเอง

ไวใช้เวลาขับรถสักพักก็มาถึงบ้านสวนของคนที่เขานัดเอาไว้ ซึ่งเป็นบ้านสวนแถวนครชัยศรี ทันทีที่รถจอดลันลงจากรถ เจ้าของบ้านก็เดินออกมาต้อนรับ

“สวัสดีครับคุณวิเชียร” นันส่งเสียงทักทาย พร้อมกับยกมือไหว้อีกฝ่าย เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าเขา เผลอๆก็รุ่นเดียวกับพ่อของเขาด้วยซ้ำ

“สวัสดีๆเชิญเข้ามาก่อนสิ” วิเชียรพูดเชื้อเชิญให้ไปนั่งที่โต๊ะไม้หน้าบ้านนันก็เดินเข้าไป ตามด้วยไวและลูกน้องอีกสองคน นันมองไปที่โรงรถ ก็เห็นรถสองคันที่เขาสนใจจอดอยู่

“สองคันนั่นใช่มั้ยครับ” นันถามขึ้น อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

“งั้นผมขอให้ลูกน้องผม เช็ครถสักหน่อยได้มั้ย แล้วเดี๋ยวผมจะตัดสินใจอีกทีว่าจะรับไว้มั้ย” นันพูดเรื่องงานขึ้นมาทันที วิเชียรยิ้มนิดๆ

“ได้สิครับ เชิญเลย นี่กุญแจของทั้งสองคัน” วิเชียรส่งกุญแจรถให้นัน นันก็ส่งให้ไว เพื่อพาลูกน้องอีกสองคนไปถอยรถออกมาเช็คสภาพคร่าวๆ ส่วนนันก็ยังนั่งอยู่กับวิเชียร เพื่อพูดคุยเรื่องการประมูลรถ จนหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน พร้อมกับนำน้ำมาเสริฟ นันยอมรับว่าหญิงสาวหน้าตาดี หุ่นดี เป็นแบบที่เขาชอบควงไปนอนด้วยบ่อยๆ แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้สนใจอะไร

“น้ำค่ะ” หญิงสาววางแก้วน้ำให้นันพร้อมกับส่งยิ้มให้

“นี่ผึ้ง ลูกสาวผมเอง น่าจะรุ่นน้องคุณ เพราะยังเรียนมหาลัยอยู่ ผึ้ง นี่นัน เจ้าของสนามแข่งรถตรง...” วิเชียรแนะนำขึ้นมา

“อ่อ เพื่อนผึ้งเคยไปแข่งรถที่นั่นด้วยค่ะ เห็นว่าปลอดภัยดี ถึงแม้ว่าจะเป็นสนามเถื่อนก็เถอะ” หญิงสาวตอบกลับมา นันยิ้มรับนิดๆ

“นี่นันเค้ากำลังจะทำเต็นท์รถมือสองด้วยนะ” พ่อของหญิงสาวพูดขึ้นมาอีก เพราะนันเคยพูดเกริ่นๆกับเขาเอาไว้ นันไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจำได้ด้วย หญิงสาวส่งยิ้มให้นันทันที

“พี่นันเก่งจังเลยนะคะ สร้างธุรกิจด้วยตัวเอง” หญิงสาวพูดชมขึ้น

“ไม่ได้เก่งหรอกครับ ผมก็แค่คนหาเช้ากินค่ำ” นันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ เขาพอจะมองออกว่าหญิงสาวเริ่มสนใจเขา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจกลับไป

Tru...Tru..Tru

เสียงมือถือของนันดังขึ้น เขาหยิบมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นแม็คที่วิดิโอคอลเข้ามาหา

“ผมขอคุยสายสักครู่นะครับ” นันพูดกับวิเชียรและลูกสาว ก่อนจะลุกเดินห่างออกมา พร้อมกับกดรับสายของแม็ค

“ไง ไปสนามบินรึยัง” นันทักขึ้น

(“อยู่บนแท็กซี่แล้ว ไอ้โอมก็อยู่ด้วย”) แม็คแพลนกล้องไปที่เพื่อน โอมก็พยักหน้าให้นัน

(“มึงอยู่ไหนน่ะ ไม่ได้อยู่บ้านเหรอ”) แม็คถามขึ้น เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมด้านหลังนันไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

“กูมาทำธุระเรื่องรถที่นครชัยศรี” นันตอบกลับไป

(“อ่อ งั้นกูไม่กวนมึงแล้ว แค่จะโทรมาบอกว่าขึ้นรถแล้ว เดี๋ยวถ้าขึ้นเครื่องเรียบร้อย จะส่งข้อความบอกอีกทีนะ อาจจะไม่โทรแล้วล่ะ”) แม็คบอกนันไว้ก่อน

“ได้ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” นันพูดเสียงจริงจัง พร้อมกับมองหน้าของคนรักผ่านทางหน้าจอ ด้วยสายตาที่ทำให้แม็ครู้สึกร้อนหน้าวูบวาบได้

(“อืม แล้วเจอกัน”) แม็คตอบกลับแล้วยิ้มอ่อนๆออกมา ก่อนที่แม็คจะเป็นฝ่ายตัดสายไป นันก็เดินกลับมาหาวิเชียรอีกครั้ง แต่นันไม่ได้นั่งลง เขาขอแยกไปดูรถด้วย วิเชียรกับลูกสาวก็เดินตามมาด้วยเหมือนกัน

“เป็นไงบ้าง” นันถามไวที่เช็ครถคันแรกอยู่

“โอเคเลยเฮีย รถบ้านวิ่งไม่ถึง 8 หมื่นโลเลย เครื่องยนต์ดีอยู่” ไวตอบกลับมา นันยกยิ้มอย่างพอใจ แล้วเขาก็ให้ไวเช็คอีกคัน ซึ่งเป็นที่น่าพอใจสำหรับเขาเหมือนกัน จึงได้ทำเรื่องซื้อขายกันทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะนันจะให้ลูกน้องสองคนที่เขาพามาด้วย ขับรถทั้งสองคันกลับไปที่บ้าน

“พี่นันไปไหนต่อรึเปล่าคะ” หญิงสาวถามขึ้นทันที เมื่อนันทำเรื่องซื้อขายเรียบร้อยแล้ว

“ทำไมเหรอครับ” นันถามกลับไป

“พอดีลูกสาวผมเค้าจะเข้าครัวทำอาหารกลางวันน่ะ ผมเลยอยากจะชวนให้กินข้าวกลางวันด้วยกัน เผื่อติดใจฝีมือลูกสาวผม” วิเชียรพูดขึ้น ไวที่นั่งอยู่ข้างๆนัน รับรู้ได้ทันทีว่าวิเชียรอยากให้นันสนิทกับลูกสาวของตัวเอง นันยกยิ้มนิดๆ

“ขอบคุณที่ชวนนะครับ แต่ผมคงต้องขอตัวก่อน เพราะจะไปตลาดสดต่อน่ะครับ พอดีว่าแฟนผมเค้ากำลังกลับมาจากต่างประเทศ ผมเลยว่าจะไปหาซื้อของสดไปเตรียมทำให้เค้าน่ะ” นันตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทำให้สองพ่อลูกชะงักไปนิด เมื่อรู้ว่านันมีคนรักแล้ว ส่วนไวก็แอบหันไปยิ้มขำอีกทาง พอรู้ว่านันมีคนรักแล้ว สองพ่อลูกก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก นันจึงขอตัวกลับ โดยให้ลูกน้องสองคนขับรถกลับไป ส่วนเขากับไวก็ไปด้วยกัน

“รีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเลยนะเฮีย” ไวแกล้งแซวเมื่อขึ้นรถมาแล้ว

“กูมีเฮียเดย์เป็นไอดอลเว้ย อีกอย่างกูไม่อยากให้ครอบครัวกูร้าวฉาน” นันตอบกลับมาอย่างขำๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++

“แหมเฮีย ถ้าไอ้แม็คได้ยิน คงดีใจ ที่เฮียรักเดียวใจเดียวแบบนี้” ไวแกล้งแซวนันขึ้นมาอย่างขำๆ

“ไม่ต้องไปเล่าให้มันฟังล่ะ เดี๋ยวเหลิง” นันตอบพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะให้ไวแวะตลาดสด เพื่อหาซื้อของสดมาอาหารให้แม็คในวันพรุ่งนี้ นันคิดเมนูและหาซื้อของด้วยตัวเอง โดยมีไวช่วยยกไปใส่ท้ายรถ จนได้ของทุกอย่างมาพร้อมแล้ว เขาก็แวะหาข้าวกลางวันกินกับไวใกล้ๆตลาดสด

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของนันดังขึ้น เขาหยิบมาดูก่อนจะทำหน้าเหม็นเบื่อ เมื่อคนที่โทรเข้ามาคือลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง

“ว่าไง” นันรับสายด้วยน้ำเสียงติดห้วนนิดๆ ซึ่งปลายสายก็ชินเสียแล้ว

(“คุยได้รึเปล่า”) เสียงของเอื้อ พี่ชายของนันดังขึ้น

“ถ้าคุยไม่ได้ก็ไม่รับสายหรอก มีอะไร กูกำลังกินข้าว” นันตอบกลับไป

(“พรุ่งนี้แม็คจะกลับมาถึงกี่โมง”) เอื้อถามกลับมาอีก นันขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

“มึงรู้ได้ไง ใครบอกมึง” นันถามกลับ เพราะเขาไม่ได้คุยกับเอื้อเรื่องที่แม็คจะกลับไทยเลย

(“พอดีชั้นทักไลน์แม็คไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เห็นบอกว่าจะกลับมาพรุ่งนี้”) เอื้อตอบกลับมา

“แล้วมึงเป็นเหี้ยอะไรต้องทักหาเมียกูวะเอื้อ”นันถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่รู้ว่าพี่ชายตัวเองทักไลน์หาคนรักของเขา แถมแม็คก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟังเลย

(“อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิไอ้น้องชาย ชั้นทักไปฝากซื้อของต่างหากล่ะ ก็เลยอยากรู้ว่าจะกลับตอนไหน จะได้หาเวลาเข้าไปเอาของที่บ้านแก”) เอื้อตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ กับความขี้หวงของน้องชาย

“แล้วทำไมมึงไม่บินไปซื้อเอง ลำบากเมียกูอีก” นันบ่นไปพร้อมกับทานข้าวไปด้วย ส่วนไวก็นั่งกินเงียบๆ

(“ก็ยังไม่มีแพลนบินไปนอกเร็วๆนี้นี่หว่า เอาน่า เดี๋ยวให้ค่าหิ้วด้วย ตกลงว่าแม็คกลับมาตอนไหน”) เอื้อถามกลับมาต่อ

“น่าจะถึงไทย เกือบๆ 11 โมง มึงเข้ามาเอาวันมะรืนไปเลย พรุ่งนี้รับมันกลับจากสนามบินจะให้มันพักก่อน” นันตอบกลับไป ไวแอบยิ้มนิดๆ ถึงแม้ว่านันจะกวนประสาทและโหดใส่แม็คยังไง แต่นันก็ห่วงแม็คเป็นอันดับแรกอยู่ดี

(“ได้ๆ งั้นฝากบอกแม็คด้วยละกัน ว่ามะรืนจะเข้าไป”) เอื้อตอบกลับมา นันรับคำก่อนจะวางสาย

“วุ่นวายกับเมียกูจัง” นันบ่นโดยไม่ได้คิดอะไร เขาแค่บ่นไปด้วยความหมั่นไส้เท่านั้นเอง เพราะรู้ว่าเอื้อไม่ได้คิดเกินเลยกับแม็คอยู่แล้ว

“พรุ่งนี้เฮียจะให้ผมขับรถไปรับเมียเฮียด้วยมั้ย” ไวถามขึ้น แต่นันส่ายหน้าไปมา

“ไม่เป็นไร กูขับไปเอง กูจะให้มึงไปเตรียมซื้อของ กะว่าตอนเย็นพรุ่งนี้จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับมันสักหน่อย” นันตอบกลับไป ไวก็พยักหน้ารับ พอกินข้าวเสร็จเขาสองคนก็ตรงกลับบ้านทันที

..

..

พอตกกลางคืน นันก็ไปดูสนามแข่งรถตามปกติ เขาเดินทักทายคนรู้จักเรื่อยๆ พร้อมกับสอดส่องความเรียบร้อย มีหญิงสาวและหนุ่มน้อยมาอ่อยบ้าง นันพูดคุยกับทุกคนก็จริง แต่ไม่ได้เล่นด้วยหรือให้ความหวังกับใคร

“เฮีย คืนนี้ดื่มกันหน่อยมั้ย” เสียงลูกค้าที่สนิทกันชักชวนขึ้นมา

“ขอบายว่ะ เดี๋ยวเที่ยงคืนกูจะกลับเข้าบ้านละ” นันตอบกลับไป ลูกค้าคนที่ถามก็ทำหน้าสงสัย

“พอดีพรุ่งนี้เมียเฮียกลับ เฮียต้องไปรับที่สนามบิน” ลูกน้องอีกคนของนันพูดขึ้นยิ้มๆ เพื่อแซวนันด้วย บรรดาลูกน้องที่อยู่กับนัน รู้ดีว่านันคิดถึงแม็คมากแค่ไหน เพราะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่แตกต่างของนัน เวลาที่แม็คอยู่ต่างประเทศกับตอนกลับไทยได้เป็นอย่างดี

“อ่า เฮียแม็คกลับมาแล้วเหรอ มิน่าล่ะ เฮียถึงได้ดูอารมณ์ดี” ลูกค้าที่สนิทกันแซวกลับมาบ้าง

“กูดูออกขนาดนั้นเลยรึไง ว่าอารมณ์ดีน่ะ” นันถามขึ้นอย่างขำๆ

“ใช่!!” เสียงตอบรับของทุกคนที่ยืนอยู่กับนันดังขึ้นมาพร้อมกัน นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ เขาไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะเขาอารมณ์ดีจริงๆที่แม็คกำลังเดินทางกลับมาไทย นันอยู่คุยกับทุกคนสักพัก เขาก็แยกกลับมาบ้าน เพื่อพักผ่อน และรอเวลาที่จะได้เจอหน้าคนรักในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“สรุปนันมันมารับมึงใช่มั้ย” โอมเพื่อนของแม็คถามขึ้น แม็คพยักหน้ารับ ตอนนี้เครื่องบินกำลังจะลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะกลับมาไทยเป็นระยะ แต่แม็คก็ยังรู้สึกถึงความตื่นเต้นในใจอยู่ดี ที่จะได้กลับมาเจอนัน และพ่อของตนเอง

“เดี๋ยวกูบอกมันให้ว่าไปส่งมึงที่คอนโดพี่มึงก่อน” แม็คพูดขึ้น เพราะตอนแรกโอมจะกลับไปคอนโดพี่ชายตัวเองด้วยแท็กซี่ แต่แม็คบอกว่าจะให้นันไปส่งให้

“ไอ้นันจะไม่แหกอกกูก่อนเหรอวะ มันอาจจะอยากพามึงกลับบ้านเร็วๆก็ได้” โอมแซวขึ้นมายิ้มๆ

“แหกอกบ้าอะไร คอนโดพี่มึงก็ทางผ่านไปบ้านมันอยู่แล้ว” แม็คเถียงกลับด้วยใบหน้าร้อนผ่าว โอมยิ้มขำนิดๆ ก่อนที่พวกเขาจะเตรียมตัวลงจากเครื่องบิน แม็คกับโอม ไปรอรับกระเป๋าของตัวเอง แล้วเดินตรงไปยังทางออก แม็คลากกระเป๋าของตัวเองด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ยิ่งคิดว่านันกำลังยืนรออยู่เขาก็ยิ่งใจเต้นแรง

(ทำไมจะต้องตื่นเต้นด้วยวะ ทำยังกับไม่เคยเจอกันมาก่อน) แม็คบ่นตัวเองในใจ พร้อมกับกวาดสายตามองหาคนรักของตัวเอง

“หึหึ ผัวมึงนี่เถื่อนเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ” โอมพูดขึ้นอย่างขำๆ พร้อมกับพยักหน้าไปอีกทาง แม็คหันไปมอง ก่อนจะกัดปากตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมา เมื่อเห็นนันในชุดกางเกงยีนส์สีซีดขาดๆ กับเสื้อสีขาวตาห่านคู่คอย้วยๆ รองเท้าผ้าใบสีขาวมอมๆ ผมของนันยาวระต้นคอ จนต้องมัดครึ่งหัว มีไรหนวดขึ้นมารำไร แต่ไม่รู้ทำไมในสายตาของแม็ค นันดูดีมาก นันเองก็ยกยิ้มมุมปากนิดๆเมื่อเห็นแม็ค แม็คกับโอมจังเดินเข้ามาหานัน นันพยักหน้าให้โอมเป็นการทักทาย โอมก็พยักหน้ารับ

“ไง ไม่วิ่งเข้ามากอดกูเหรอวะ” นันแกล้งอ้าแขนให้แม็ค แม็คกลั้นยิ้มเอาไว้

“ทำไมต้องวิ่งเข้าไปกอดด้วย ไม่ใช่เด็กๆ” แม็คตอบกลับไปด้วยท่าทีที่พยายามเก๊กหน้าให้นิ่ง จริงๆ เขาก็อยากกอดนัน แต่ไม่อยากโดนเพื่อนตัวเองแซว

“ปากให้ตรงกับใจหน่อยคุณชาย” นันแซวคนรักของตัวเอง

“ทีมึงยังปากไม่ตรงกับใจเลย” แม็คเถียงกลับไป โอมได้แต่ยืนยิ้มขำให้กับนันและแม็ค ที่เจอหน้ากันก็เถียงกันตลอด แต่โอมก็มองออกว่าทั้งสองคนคิดถึงและรักกันมากแค่ไหน โอมยอมรับเลยว่า ระยะทางไม่มีผลกับคนทั้งสองนี้เลย

“อ่อ อยากให้กูปากตรงกับใจสินะ ได้” นันพูดจบก็ดึงแม็คเข้าหาตนเอง พร้อมกับจูบลงบนริมฝีปากของแม็คแรงๆ โดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปแต่อย่างไร แม็คตาโตด้วยความตกใจและเขินเป็นอย่างมาก คนรอบข้างหันมามองด้วยรอยยิ้ม บางคนก็ตกใจบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะยิ้มเสียมากกว่า โอมก็หัวเราะในลำคอเบาๆ

“ไอ้นัน มึงทำบ้าอะไรเนี่ย อายคนอื่นเค้าบ้างเหอะ” แม็คว่าออกมากลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง

“เอ้า ก็มึงบอกให้กูปากตรงกับใจ นี่ไง ใจกูอยากให้ทำอะไร ปากกูก็ทำไปแล้ว” นันตอบกลับด้วยท่าทีกวนๆ ทำให้แม็คเม้มปากกลั้นเขิน ก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวเองตาขวาง โอมยกมือขึ้นมาสองข้างทำท่าเหมือนยอม

“กูไม่รู้ กูไม่เห็น กูอยากกลับแล้ว” โอมรีบแก้ตัวออกมาก่อน

“นัน เดี๋ยวไปส่งไอ้โอมที่คอนโดพี่มันก่อนได้มั้ย ยังไงก็ทางผ่านไปบ้านอยู่แล้ว” แม็คพูดขึ้น เพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย

“ได้ งั้นไปกันเลย” นันพูดขึ้นพร้อมกับกอดคอแม็คเพื่อพาเดินนำ

“ไม่ช่วยไอ้แม็คมันลากกระเป๋าหน่อยเหรอวะ” โอมแกล้งถามขึ้นมา เพราะนันเดินกอดคอแม็คอยู่ทางด้านซ้าย แล้วทางด้านขวาของแม็คก็ลากกระเป๋าไปด้วย

“แค่ใบเดียว ลากเองได้ ไม่ใช่เด็กๆ” นันพูดยิ้มๆ แม็คกลอกตาไปมา เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงนันก็ไม่ช่วยเขาแน่นอน โอมยิ้มขำให้กับการแสดงออกของทั้งสองคน จนเดินมาถึงรถก็เอากระเป๋าไปเก็บท้ายรถ และขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน

“เย็นนี้ถ้ามึงว่าง แวะเข้าไปที่บ้านกูได้นะไอ้โอม ไปดื่มกันหน่อย” นันพูดขึ้น ขณะขับรถออกจากสนามบิน

“เลี้ยงฉลองที่ไอ้แม็คกลับไทยรึไง” โอมถามขึ้น ส่วนแม็คก็นั่งฟังเงียบๆ

“เปล่า กูแค่อยากแดก” นันพูดพร้อมกับเหลือบมองแม็คนิดๆ

“เออ เดี๋ยวถ้าจะเข้าไปจะโทรบอกละกัน” โอมตอบกลับ ก่อนจะคุยเรื่องทั่วๆไป จนถึงคอนโดพี่ชายของโอม

“ขอบใจมึงมาก ไว้เจอกันตอนเย็น” โอมพูดขึ้น เมื่อเอาของลงจากรถของนันเรียบร้อยแล้ว และทันทีที่โอมเข้าคอนโดไป นันก็ขับรถพาแม็คตรงกลับบ้านตัวเองทันที

“เจ็ทแล็ครึเปล่า” นันถามขึ้น เมื่อหันไปเห็นแม็คหาวออกมา

“อืม นิดหน่อย ง่วงอยากนอน” แม็คตอบกลับตรงๆ

“แล้วกินอะไรรึยัง” นันถามต่อ

“กินบนเครื่องมาแล้ว” แม็คตอบกลับไปตามตรง

“งั้นเดี๋ยวถึงบ้านก็นอนพักสักหน่อย ตอนเย็นค่อยตื่นมาหาอะไรกิน” นันตอบกลับ แม็คก็พยักหน้ารับ พร้อมกับหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนรัก ที่กำลังขับรถอยู่ นันหันมามองแม็คเล็กน้อย

“มองอะไร” นันถามกลับไป แม็คเอื้อมมือไปลูบไรเคราของนัน

“ทำไมไม่โกนออกวะ” แม็คถามขึ้น นันยกยิ้มนิดๆ

“รอมึงมาโกนให้ สลับกันไง” นันตอบกลับ แม็คทำหน้างง

“กูไม่มีหนวดไม่มีเครา จะสลับกันโกนได้ไง” แม็คถามกลับไปอย่างสงสัย

“กูไม่ได้หมายถึงเครามึง กูหมายถึง...” นันพูดพร้อมกับเหลือบมองตรงกลางกายของแม็คยิ้มๆ ทำให้แม็คหน้าร้อนวาบ

“ไอ้นัน อย่าแม้แต่จะคิด มึงแม่งโรคจิต” แม็คโวยวายขึ้นมาด้วยใบหน้าร้อนผ่าวๆ เพราะเข้าใจความหมายในสายตาและความคิดของนันได้ดี ว่านันหมายถึงตรงไหนที่อยากจะโกนให้เขา

“หึหึ กูหมายถึงขนหน้าแข้ง มึงคิดไปถึงไหนวะ” นันพูดพร้อมกับหัวเราะขำเบาๆ

“มึงไม่ต้องมากวนตีนเลย หน้าอย่างมึงอ่ะ คิดดีได้ที่ไหน” แม็คโวยกลับไป นันก็หัวเราะขำเบาๆ ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายจับมือแม็คข้างหนึ่งมากุมเอาไว้แล้วบีบเบาๆ และยกขึ้นมาจูบที่หลังมือ โดยไม่ได้พูดอะไร แค่นี้ก็ทำให้แม็คชะงักปากที่จะโวยวายใส่นันได้ทันที

“มึงแม่งก็ชอบทำแบบนี้” แม็คบ่นเสียงอุบอิบ เมื่อนันมักจะทำให้เขาไปต่อไม่ถูก ไม่ว่าจะโวยวายหรืออะไรก็ตาม เจอนันเล่นบทหวานเล็กๆน้อยๆก็ทำให้แม็คแพ้ทางได้อยู่ดี

“หึหึ ไม่งั้นจะเป็นผัวมึงได้ไง” นันพูดกลับมา แม็คเม้มปากนิดๆ และไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาปล่อยให้นันกุมมืออยู่อย่างนั้น จนถึงบ้าน แม็คมองบ้านของนันด้วยความคิดถึง พอรถจอดและลงจากรถ ลูกน้องของนันก็ส่งเสียงทักทาย แม็คก็ส่งยิ้มอ่อนๆให้ทุกคน

“ไงมึง” ไวทักขึ้นมา

“โคตรเมื่อย” แม็คตอบกลับไปสั้นๆ ก่อนที่จะยกกระเป๋าลงจากรถด้วยตัวเอง เพราะยังไงนันก็ไม่ให้คนอื่นมาช่วยอยู่แล้ว แม็คต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

“งั้นไปนอนพักก่อน ตอนเย็นจัดเต็ม” ไวพูดขึ้นยิ้มๆ แม็คก็ยิ้มรับ ก่อนที่เขากับนันจะเดินขึ้นไปบนห้องด้วยกัน

“เออ เอื้อมันฝากซื้อของรึไง” นันถามขึ้นเมื่อนึกได้ แม็คลากกระเป๋าไปไว้หน้าตู้เสื้อผ้า

“อืม อยู่ในกระเป๋า” แม็คตอบกลับ

“พรุ่งนี้มันมาเอา ส่วนมึงมานี่เลย” พูดจบนันก็ดึงแม็คเข้ามากอดแล้วดันตัวของแม็คให้ล้มลงไปนอนบนเตียง โดยที่นันก็คร่อมทับอยู่ด้านบน

“มาให้กูลงโทษซะดีๆฎ นันตอบกลับพร้อมกับยกยิ้มมุมปากนิดๆ แม็ครับรู้ได้ถึงไออุ่นจากตัวของนัน ซึ่งเป็นไออุ่นที่เขาโหยหาตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++100%++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ความนัน..

ฮ่าๆๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น