Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP : 11 โรงประมูล

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 966

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2562 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 11 โรงประมูล
แบบอักษร

EP : 11 โรงประมูล 

  

 

 

 

 

“รอนานหรือเปล่าซู่เออร์”

“ไม่เลยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบกลับไปเพราะหลังจากจัดการธุระบอกเลิกกับฉางโจเสร็จ เธอก็มารอได้นิดเดียวท่านพ่อของเธอก็มาแล้วและหวางชูก็เดินตามหลังพ่อของเธอมา

“เราไปกันเลยเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ลูกรู้สึกตื่นเต้น” หรงซู่จินที่เห็นว่าหรงจินเฉินมองไปยังฉางโจเพราะเห็นว่าเป็นคนรักของลูกสาวของเขา ก็เลยมองเขม้นเพราะไม่ชอบใจที่มีชายหนุ่มที่ไหนมาเกาะแกะลูกสาวของเขา และยิ่งไม่ชอบใจใหญ่เมื่อฉางโจพาหญิงสาวอื่นมานั่งท่านอาหารในโรงเตี๊ยมของเขา

“ลูกไม่เห็นหรือว่า…”

“เราเพิ่งเลิกกันแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่างลูกไม่สนใจชายที่ไหนหรอกเจ้าค่ะ ท่านพ่อสบายใจได้ เพราะลูกจะอยู่กวนใจท่านพ่อไปอีกนานเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดด้วยรอยยิ้มจนหรงจินเฉินต้องยอม ถ้าฉางโจทำให้หรงซู่จินลูกสาวของเขาต้องเสียน้ำตารับรองได้เลยว่าตระกูลฉางต้องหายไปทั้งตระกูลแน่

“ไปเถอะ นางไม่สนใจชายใดนอกจากท่านหรอก” น้ำเสียงเรียบๆ เอื่อยๆ ของหวางชูพูดขึ้นเมื่อหรงจินเฉินยังมองไปที่ฉางโจไม่เลิก

จนเด็กหนุ่มนั้นนั่งตัวเกร็งด้วยความกลัวเพราะรู้ดีว่าหรงจินเฉินนั้นหวงหรงซู่จินมากขนาดไหน พอหรงจินเฉินได้ยินหวางชูแบบั้นก็เบาใจ แถมยังรู้สึกวางใจหวางชูขึ้นมาระดับหนึ่ง

“เราไปกันเถอะ” หรงจินเฉินพูดขึ้น แขกในโรงเตี๊ยมวันนี้เยอะมากคงเพราะมีแขกจากเมืองและแคว้นอื่นๆ คงเพราะจะมารวมงานประมูลคืนนี้เป็นแน่ 

หรงซู่จินมองรถม้าที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้อยู่หน้าโรงเตี๊ยมก่อนจะขึ้นไปเป็นคนแรกแล้วก็ตามด้วยท่านพ่อของเธอก่อนจะปิดท้ายด้วยหวางชู พอขึ้นหมดทุกคนแล้วรถม้าก็ออกตัวทันที เพราะหรงซู่จินนั้นไม่อยากจะใช้ลมปราณตอนนั้น เธอนั่งรถมาไม่นานโรงประมูล

ทั้งสามลงจากรถม้าก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เมื่อทุกคนที่อยู่ภายในโรงประมูลเห็นบุคคลทั้งสามที่เข้ามาใหม่ต่างก็หยุดนิ่งทันที ไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร ทั้งชายหนุ่มรูปกับหญิงงามต่างพากันให้ความสนใจยิ่งนักโดยเฉพาะหรงซู่จินที่ตกเป้าสายตาของเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายส่วนอีกชายหนุ่มทั้งสองนั้นก็ตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวเช่นกัน

“เอ่อ ไม่ทราบว่าท่านหรงจินเฉินกับคุณหนูหรงซู่จินต้องการอะไรหรือเจ้าค่ะ บอกข้าได้นะเจ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อหญิงคนหนึ่ง เดินมาหาทั้งสามก่อนจะพูดขึ้นอย่างเกรงใจเพราะรู้จักพ่อหม้ายรูปงามอย่างหรงจินเฉินดี เพราะเป็นลูกค้าประจำทำการค้าขายกับท่านผู้นำมานาน

“พอดีข้าจะเอาของมาประมูลนะ” หรงซู่จินยิ้มหวานไปให้เสี่ยวเอ้อที่ดูเกรงใจพวกเธอ

“งั้น เชิญไปที่ห้องท่านโจโฉเหวยเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อหญิงบอกพร้อมกับเดินนำทางไปยังห้องของท่านพูดนำของโรงประมูลแห่งนี้

“ท่านโจโฉเหวยเจ้าคะ ท่านหรงจินเฉินนำของมาประมูลเจ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อหญิงร้องบอก ก่อนจะเปิดประตูให้เมื่อโจโฉเหวยตอบกลับมา

“เข้ามาๆ” น้ำเสียงที่ดูมีความสุขที่จะได้พบหน้าของสหายก็พูดขึ้นมาทันที เมื่อเสี่ยวเอ้อหญิงคนนั้นเปิดประตูให้หรงจินเฉินก็เดินนำเข้าไปเป็นคนแรกก่อนจะตามด้วยหรงซู่จินแล้วก็หวางชูเปิดท้าย พอเห็นทุกคนเข้าไปหมดแล้วเสี่ยวเอ้อหญิงก็ปิดประตูทันที พร้อมกับยืนรออยู่หน้าเพื่อจะถูกเรียกใช้

“คารวะท่านโจโฉเหวยเจ้าค่ะ”

“ซู่เออร์! เจ้ากลับมาตอนไหนแล้วเจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่าลุงเป็นห่วงหลานมากเลยนะ” โจโฉเหวยที่เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงที่เขาจำได้ดีว่าเป็นลูกสาวของสหายของเขาก็ร้องถามขึ้นมาทันที เพราะได้ข่าวว่าหายตัวไป

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบพร้อมกับส่งยิ้มไปให้โจโฉเหวยที่มองมาอย่างเป็นห่วง ก่อนจะมองไปที่ท่านพ่อของเธอนิดหน่อยแล้วพยักหน้าให้กัน ก่อนจะมองไปที่หวางชูที่โจโฉเหวยหยุดมองอยู่นานเหมือนตรวจสอบระดับลมปราณของหวางชู

“แล้วคนผู้นี้คือใคร” โจโฉเหวยที่ตรวจจับระดับลมปราณของอีกฝ่ายไม่ได้ก็หันมาถามหรงจินเฉินทันทีอย่างสงสัยใคร่รู้

“เอ่อ” หรงจินเฉินที่ยังหาตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าไม่รู้จะบอกคนอื่นดีหรือไม่ เขาก็เลยมองไปหาลูกสาวของเขาอย่างขอความคิดเห็น แต่โจโฉเหวยที่เห็นท่าทางแบบนั้นของหรงจินเฉินก็เลยพูดออกมาทันที

“อา ชายหนุ่มผู้คือคนรักของเจ้าหรอกรึ ซู่เออร์” โจโฉเหวยพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้หรงจินเฉินผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าพ่อหม้ายลูกติดแถมยังหวงลูกสาวมากๆ อีกด้วย

“ไม่ใช่เจ้าค่ะๆ” หรงซู่จินรีบปฏิเสธทันที

“ไม่ต้องเขินหรอกน่า เจ้านี้ตาดีจริงๆ ได้ชายหนุ่มรูปงามมาเป็นคนรักไม่พอยังมีระดับสูงส่งยิ่งนัก” โจโฉเหวยที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดว่าหรงซู่จินนั้นเขินและกลัวว่าท่านพ่อของตัวเองจะโกรธจนเขม้นคนรักตัวเองเป็นแน่เลยปฏิเสธเขา แต่ก็แปลกที่หรงจินเฉินยอมให้ชายหนุ่มผู้ตามมาด้วย

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ท่านผู้นี้คือคนที่ช่วยข้าเอาไว้นะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบบอกก่อนที่โจโฉเหวยจะเข้าใจผิดมากกว่านี้ แถมดูเหมือนท่านพ่อของเธอที่เห็นว่านั่งเงียบๆ อยู่นั้นกำลังเก็บอาการหวงลูกสาวสุดๆ

“ข้าเป็นอาจารย์ของนางหนูนี่” หวางชูพูดขึ้นพร้อมกับเน้นย้ำว่านางหนูบอกให้รู้เอาไว้ว่าอายุต่างกันขนาดไหน และดูเหมือนชายคนนี้จะมองเขาเป็นเหมือนเด็กหนุ่มรุ่นลูกของตัวเองเสียอย่างนั้น

“อะ…อาจารย์ นะหรือ” โจโฉเหวยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ แถมคำพูดก็ยังดูเหมือนจะเป็นพวกผู้สูงอายุ

หวางชูที่ได้ยินความคิดของโจโฉเหวยก็คิ้วกระตุกนิด บังอาจนัก มนุษย์ผู้นี้บังอาจมากเรียกเขาว่าผู้สูงอายุอย่างนั้นหรือ

“เจ้าค่ะ ท่านหวางชูเป็นอาจารย์ของข้าเองเจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกเพื่อยืนยันว่ามันคือเรื่องจริง

“งั้นเจ้าก็คิดจะเป็นจอมยุทธ์สินะ”

“เจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อลำบากคอยปกป้องข้าไปตลอดหรอกเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดพร้อมกับกอดแขนผู้เป็นพ่อที่นั่งนิ่งพยายามจะข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้สุดๆ

“เอาละๆ ข้าดีใจกับเจ้าด้วยที่กลับมาอย่างปลอดภัย แล้วนี่เจ้าจะเอาอะไรมากประมูลกันละ”

“พอดีท่านอาจารย์ของข้าอยากเอาน้ำวารีสวรรค์กับผลึกแก้ววารีสวรรค์มาประมูลนะเจ้าค่ะ” ที่หรงซู่จินพูดแบบนั้นเพราะกว่าถ้าใครมารู้ว่าคนไม่มีลมปราณอย่างเธอแต่กับมีของล้ำค่าแบบนี้คงต้องมีคนสงสัยเป็นแน่ เธอเลยต้องให้หวางชูออกหน้าให้เธอแทน เพราะดูจากรูปการแล้วหวางชูน่าจะเหมาะกับการเป็นนายหน้ามากที่สุดในตอนนี้

“อืม” หวางชูสะมือเบาๆ ก็มีน้ำวารสวรรค์ที่ถูกใส่ขวดเอาไว้ห้าขวดแล้วก็ผลึกแก้ววารีสวรรค์อีกห้าผลึก

โจโฉเหวยและหรงจินเฉินที่เห็นของทั้งสองสิ่งนั้นก็ตกใจยิ่งก็ว่าตอนที่ได้ยินที่หรงซู่จินพูดมากนัก นี่มันสามารถทำให้เกิดสงครามกันได้เลยนะเนี่ย

“มันพอจะเข้าประมูลได้หรือไม่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามเมื่อเห็นทั้งท่านพ่อและโจโฉเหวยมองตาค้างไม่เก็บอาการกันเลยสักคน ก็เลยต้องพูดขึ้น ทั้งๆ ที่เธอก็รู้มาว่าสองสิ่งนี้เป็นของหายาก

“ดะ…ได้สิ แต่แค่มีส่วนแบ่งให้โรงประมูลแค่หนึ่งส่วนสิบ ข้าลดให้เจ้าเป็นพิเศษเพราะเจ้าเป็นหลานรักข้าเลยนะซู่เออร์” โจโอเหวยที่เพิ่งตั้งสติได้ก็รีบพูดขึ้นเพราะไม่คิดว่าวันนี้หลานรักจะพาของมีค่ามาประมูลที่นี่

“ทำเป็นพูดนะโจโฉเหวย เจ้านะได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยนะสิ”

“เอาน่าๆ พวกเจ้าไปรอห้องพิเศษได้เลยเดี๋ยวน้ำของสิ่งนี้ไปลงทะเบียนเอง เพราะถ้าเกิดให้เด็กในร้านทำ ข้าก็ไม่ไว้ใจใคร เจ้าไปห้องประจำของเจ้าเถอะ หวังว่าเจ้าจะทำได้นะหรงจินเฉิน” โจโฉเหวยพูดขึ้นอย่างดีใจแกมตื่นเต้นเพราะมีของล้ำค่าแบบนี้มากประมูลวันนี้โรงประมูลของเขาจะต้องได้กำไรมากแน่ๆ

“ท่านจะไม่ทำสัญญาณซื้อขายก่อนหรือ” หวางชูพูดขึ้น นั้นทำให้โจเฉินที่ดีใจจนลืมเรื่องนี้ไปก็ได้แต่หันไปยิ้มให้กับหวางชูแล้วนำใบสัญญาณมาทำกับการซื้อการอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้มีการโกงกันเกิดขึ้น

“ข้าต้องขอโทษท่านด้วย พอดีข้าดีใจไปหน่อยก็เลยลืมไป” โจโฉเหวยบอกพร้อมกับรีบออจากห้องไปเพื่อนำของไปลงทะเบียนเอง ได้ปล่อยแขกทั้งสามไว้ในห้องของตัวเอง

“เอาละ เราไปนั่งรอที่ห้องประมูลดีกว่า ลูกหิวอะไรหรือพ่อจะได้สั่งอะไรมากให้ท่าน” หรงจินเฉินที่มองตามสหายของตัวเองไปก็ได้แต่สายหน้าไปมาทันที เขาเห็นท่าทางแบบนี้บ่อยจนชินแล้วละ ดีใจจนลืมทุกอย่างที่สำคัญไป ดีที่โจโฉเหวยยังมีมือขวาค่อยช่วยงานต่างๆ ไม่งั้นสหายคนนี้ของเขาไม่รอดแน่ๆ

“นิดหน่อยเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ท่านหิวหรือไม่” หรงซู่จินส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันไปถามหวางชูที่เดินตามมาเงียบๆ

“เนื้อย่าง” เอาละ เธอรู้ทันทีว่าเขาอยากทานอะไรและดูเหมือนจะท้วงคำพูดที่เธอเคยให้เอาไว้เมื่อตอนนั้น

“เอาไว้วันหลังนะเจ้าค่ะ วันนี้เราทานเป็ดย่างกันดีกว่า” หวางชูพยักหน้าอย่างไม่เรื่องมากเดี๋ยวเข้าไปในมิติให้หรงซู่จินทำให้ท่านก็ได้เขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ตอนนี้เขาก็แค่ทานอะไรรองท้องรอไปก่อนก็เท่านั้นเอง

“ท่านอยากทานเนื้อย่างรึ” หรงจินเฉินถามหวางชูพยักหน้ารับ

“ที่นี่มีหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“มีสี เจ้าอยากจะท่านเนื้ออะไรละ สั่งได้เลยนะ อร่อยไม่แพ้โรงเตี๊ยมเราหรอก”

“งั้นเอาเนื้อกวางสองที่เจ้าค่ะ แล้วก็อย่าลืมเป็ดย่างด้วยนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินสั่งอาหารให้หวางชูไปด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายสั่งไม่เป็น

“ได้ยินแล้วใช่หรือไม่เอาตามนั้นเลย แล้วก็เอาน้ำชามาด้วยหนึ่งกา” หรงจินเฉินหันไปมองเสี่ยวเอ้อหญิงที่เดินตามมาตั้งแต่ออกจากห้องของโจโฉเหวยแล้ว

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อหญิงรับคำพร้อมกับรีบออกไปจากห้องทันที เพื่อที่จะรีบไปสั่งอาหารให้แก่ลูกค้าพิเศษทั้งสามแต่ด้วยความที่วันนี้คนเยอะมาก ก็เลยนานหน่อย

“ไหนลูกบอกว่าจะนำของมาประมูล แล้วทำไมลูกถึง…” หรงจินเฉินที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ก็ถามขึ้นมาทันทีอย่างสงสัยเพราะลูกสาวของเขานั้นบอกว่าต้องการจะนำของมาประมูลแต่ก็ไม่เห็นมีเลย จะเห็นก็แต่หวางชูเท่านั้น ที่มีของล้ำค่าแบบนั้นอยู่กับตัวตั้งมากมาย

“เอ่อ อันนี้จริงแล้วของเมื่อกี้เป็นของลูกนะเจ้าค่ะ ลูกก็แค่ให้ท่านอาจารย์เป็นนายหน้าให้ลูกก็เท่านั้นเอง เพราะลูกไม่ไว้ใจใครเลยเจ้าค่ะ อีกอย่างถ้าใครรู้ว่าเด็กสาวที่ไม่มีลมปราณแต่กับมีของล้ำค่าแบบนี้เอาไว้กับตัวมันคงจะไม่ดีแน่เจ้าค่ะ ให้ท่านอาจารย์รับหน้าแทนนั้นแหละเหมาะสมที่สุดแล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบอธิบายบอกอย่างใจเย็นทำเอาคนเป็นพ่อนั้นอึ้งไปเลยกับความคิดของลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขา

“พ่อเข้าใจแล้ว ลูกสาวของพ่อเก่งที่สุด” หรงจินเฉินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจพร้อมกับชมหรงซู่จินอย่างเอาใจ รอไม่นานอาหารและน้ำชาที่สั่งไปก็มานำมาส่งถึงห้องพร้อมกับเริ่มการประมูล

“สวัสดีทุกท่านเจ้าค่ะ วันนี้เรามีของหายากมากๆ เพื่อทำมาให้ทุกท่านประมูลกลับไปนะเจ้าค่ะ อีกอย่างเรายังมีของที่เชื่อว่าทุกรู้แล้วจะต้องอยากได้เป็นแน่ๆ แต่ของสิ่งนำจะนำมาเปิดประมูลในตอนท้ายนะ รับรองว่าไม่ผิดกับการรอคอยแน่นนอนเจ้าค่ะ” หญิงงามที่ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรทุกครั้งเมื่อจัดงานก็พูดขึ้นอย่างรู้หน้าที่ตัวเอง ทุกคนที่พากันมาเพื่อประมูลต่างพากันส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น

“เฮ้!”

“ทุกท่านคงอย่างจะทราบกันแล้วใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”

“ใช่!” เสียงของผู้ด้านล่างที่ไม่ได้อยู่ในห้องพิเศษต่างพากันเสียงตอบรับ ถึงแม้เขาจะไม่มีรวยมากเท่าไร แต่ว่ามาดูของเฉยๆ ก็ไม่เสียหายอะไร

“งั้นก็มาพบกับของชิ้นที่หนึ่งกันเลยเจ้าค่ะ”

พรึบ!

ทันทีทุกคนที่เห็นของชิ้นก็พากันมองตาลุกแววอย่างอยากจะได้เอามาเป็นของตัวเองทันที หรงซู่จินมองกระบี่เล่มอย่างเฉยๆ เพราะกระบี่ที่องค์รัชทายาทให้เธอนั้นมันระดับสูงกว่ากระบี่เล่มนั้นมาก

“นี่คือกระบี่วายุระดับสวรรค์ ราคาประมูลเริ่มตั้งแต่100เหรียญเริ่มการประมูลได้” ทันทีที่หญิงสาวที่ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรพูดขึ้น เหล่าผู้ที่หมายตาอาวุธชิ้นนี้ต่างพากันชูป้ายพร้อมทั้งตะโกนกันไปทั่วโรงประมูลเลยที่เดียว

“200เหรียญทอง”

“300เหรียญทอง”

“500เหรียญทอง”

“ข้าจากสำนักกิเลนวายุ ขอประมูล 1,000เหรียญทอง หวังว่าทุกคงจะไม่ว่าข้านะขอรับ” สำนักกิเลนวายุพูดขึ้นพร้อมกับเสนอราคาที่สูงกว่าเดิม จนคนอื่นยอมแพ้ เพราะยังประมูลต่อเกรงว่าจะไม่คุ้ม

“งั้นก็กระบี่วายุระดับสวรรค์เล่มนี้ก็เป็นของสำนักกิเลนวายุนะเจ้าค่ะ รอรับของกลังจากจบการประมูลได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวพิธีกรพูดพร้อมกับเดินไปเปิดของชิ้นต่อไปที่จะเปิดประมูลต่อ

พรึบ!

เพียงแค่เห็นทุกคนต่างก็พากันส่งเสียงอย่างเต้นตื่นเมื่อได้เห็นเต็มๆ ตา เมื่อเห็นแบบนั้นหญิงสาวผู้เป็นพิธีกรก็ยิ้มหวานให้กับทุกคนพร้อมกับพูดขึ้น

“ของชิ้นนี้ก็ชุกเกาะเหล็กระดับราชันย์เจ้าค่ะ เริ่มต้นที่1,000เหรียญทองเจ้าค่ะ เริ่มการประมูลได้”

“1,200เหรียญทอง”

“1,500เหรียญทอง”

“2,000เหรียญทอง”

 

“ลูกถูกใจอะไรบ้างหรือไม่” หรงจินเฉินพูดพร้อมกับมองลูกสาวตัวน้อยของตัวเองที่ดูจะไม่ได้สนใจของที่นำมาประมูลเท่าไร มองบ้างเป็นบางครั้งแต่ก็ไม่ได้จะประมูลอะไร นั่งดื่มชาเงียบๆ จนเขาแปลกใจ

“ยังเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ” หรงซู่จินถามเป้าหมายที่เธอจะมาตอนแรกนั้นก็เพราะจะเอาของมาประมูลไม่ได้จะมาประมูลเสียเมื่อไรละ

“ถ้าลูกอยากได้บอกพ่อได้เลยนะ” หรงจินเฉินพูดพร้อมกับมองที่นำมาประมูลอย่างตกใจนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่รวมการประมูลอะไร แต่นั่งมองเพื่อจะมีของที่เขาสนใจอยู่บ้าง

“ได้เลยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินหันไปยิ้มให้กับท่านพ่อขอเธอก่อนจะนั่งจิบชาเงียบๆ สายตาก็มองสังเกตไปทั่ว ไม่ค่อยได้สนใจของที่นำมาประมูลนักเพราะหวางชูบอกกับเธอว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร

 

ถ้าใครถามว่าตกลงใครเป็นพระเอกกันแน่ระหว่างองค์รัชทายาทกับหวางชู อันนี้ก็ตอบไม่ได้เพราะเราชอบทั้งสองคนเลย รอลุ้นดีกว่าว่าใครจะเป็นพระเอก จะเม้นจะให้กำลังใจเราก็ได้หมด 

 

 

ความคิดเห็น