I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ก้องภพ/ใต้หล้า]

ชื่อตอน : เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ก้องภพ/ใต้หล้า]

คำค้น : ก้องภพ ใต้หล้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 980
× 12,500
แชร์ :
เรื่องเล่าจากฝาแฝด [ก้องภพ/ใต้หล้า]
แบบอักษร

เรื่องเล่าจากฝาแฝด 1 (ก้องภพ/ใต้หล้า) 

 

ใต้หล้า 

ผมชื่อใต้หล้า ตะวันจันทร์ ผมเป็นพี่คนที่สองของบ้านตะวันจันทร์ แต่ถ้านับรวมคิงผมเป็นคนที่สาม แต่...เฮียก้องไม่ให้ผมนับคิงน่ะซิ ไม่รู้ว่าอคติอะไรนักหนา ....เป็นว่าพอเรื่องศักดิ์ความเป็นพี่เป็นน้องก่อนดีกว่า มาเข้าเรื่องของผมกัน ผมคิดว่าทุกคนคงอยากจะรู้จักผมบ้างแล้วใช่ไหมละ ผมน่ะ....เป็นสายติสของบ้านตะวันจันทร์แหละ.... 

ใครๆก็เรียกผมว่า ‘เจ้าใต้หล้าสุดเซอร์’ อ้ะแน่นอน....ผมน่ะผู้ชายแมนๆนะคร้าบ เรื่องสกปรกซกมกไว้ใจไอ้ใต้คนนี้ได้เสมอ ฮ่าๆๆๆ แฮ่ม แต่ถึงอย่างนั้นห้องของผมจะมีแม่บ้านดูแลทุกๆสามเวลา ห้องที่ควรจะเละไปมากกว่านี้ของผมจึงแทนที่ด้วยความสะอาดเอี่ยมอ่องทุกครั้ง หากคุณสงสัยว่าทำไมผมคงต้องบอกว่าผมมีโรคประจำตัว นั่นคือ โรคภูมิแพ้=___= และเป็นสิ่งเดียวที่ผมไม่ปลื้มที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชายแมนๆคนนี้  

ผมน่ะป่วยบ่อยสุดในบ้าน ถ้าไม่นับเรื่องโรคประจำตัวของไออุ่นมันนะ =___=  และผมสุดจะเซ็งที่ผู้ชายเข้มๆอย่างผมดันมาเป็นโรคสำออยอย่างผู้หญิง เพราะแบบนั้นผมถึงตั้งใจฝึกร่างกายเป็นประจำตามคำแนะนำของลุงมังกร พวกเราพี่น้องจึงชอบตื่นเช้ามาออกกำลังกาย (วิ่งไล่กัน) และเล่นมวยปล้ำอยู่เสมอ จนกระทั่งอาตะวันคิดว่าเราควรจะมีโรงซ้อมมวยในบ้านก็น่าจะดี ผมตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วกดโทรศัพท์หาตี้  

(ฮัลโหล) 

“ตี้! ใต้นะอยากได้โรงซ้อมมวย”  

(หะ? อะไรนะ?) 

“ใช่ มันต้องสนุกมากแน่”  

(หืมมมมม ไหนวันก่อนจะไม่คุยไม่ขออะไรตี้ไง ยังงอนตี้เรื่องไม่ไปหาอยู่ไม่ใช่หรอ....) 

“ไม่ๆ ใต้ไม่งอน” อันนี้มันเมื่อสามวันที่แล้ว ไม่เกี่ยวกัน วันนี้ก็ส่วนของวันนี้ จริงไหมฮะ? 

(เปลี่ยนไวนะเจ้าแสบ เรื่องที่ต้องใช้เงินๆทองๆนี่เร็วนัก) 

“ตี้มีเงินเยอะไม่ใช่หรอ ตี้เคยบอกหนิ” ใต้หล้ามุ่ยปากใช้นิ้วชี้เล็กผอมเขี่ยบนโต๊ะวางโทรศัพท์แล้วยืนบิดไปบิดมาเพราะเริ่มเมื่อย  

ตกลงสักทีเถอะตี้ แค่โรงซ้อมมวยเอง  

(ก็จริงอยู่ แต่ว่า....) 

“อาตะวันบอกมันจะดีมากถ้าเรามี เราจะได้แข็งแรง แถมเก่งสู้ด้วยนะตี้”  

(ขอหนานหนานหรือยังเถอะ...) คนตัดสินใจจริงๆมันคือคนนี้เฟ้ย 

“โด่ววว ตี้” 

(....แน่นอนว่ายังไม่ขอ) 

“ตี้ขอให้หน่อยซิ”  

(ม่ายยยย เรื่องอะไรที่ฉันจะขอให้โดนด่า) 

“นะๆตี้ ถ้าตี้มาคราวหน้านะ ใต้กับก้องจะไม่กวนกินจุ๊บจิ๊บเลย”  

(หืม...ข้อเสนอน่าสน...มีอีกไหม...) 

ใต้หล้ากลอกตาขึ้นมองบนก่อนจะยิ้มออกมา “ใต้กับก้องนะ จะกล่อมหนานหนานให้มีน้องด้วยดีไหมตี้”  

(หืมมมม มันก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นะ) 

“จะให้หนานหนานจุ๊บจิ๊บกับตี้นานๆเลย” ใต้รู้หรอกว่าตี้อยากจะครองหนานหนานคนเดียวน่ะ ใต้รู้ ใต้หล้าคิดในใจพลางย่นจมูกไปด้วย  

(นั่นก็ข้อเดิมอีกนั่นแหละ) แต่คำตอบของเจ้าลูกชายตัวแสบก็พอจะทำให้คนเป็นพ่อรู้ว่าลูกมองตัวเองเช่นไร ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแฮะ 

ใต้หล้ามุ่ยปาก “ข้อเดิมตรงไหนตี้ มันคนละข้อกันชัดๆ” ใต้หล้าพูดด้วยเสียงกระเง้ากระงอด  

ปลายสายกรอกตามองบน พึมพำกับตัวเองว่ามันก็ความหมายเดียวกันหรือเปล่าละฟะ=___= กุมขมับ... 

“นะตี้....” เสียงออดอ้อน  

(โอเค จะลองพูด แต่ว่า...ใต้ต้องพูดกับหนานหนานด้วยตัวเองด้วยนะลูก) 

“ครับ!” ใต้หล้าตอบรับตาเป็นประกาย ฉีกยิ้มกว้างซุกซน  

(แค่นี้นะ ตี้จะทำงาน) 

“ครับ!”  

ติ๊ด!  

ใต้หล้าวางโทรศัพท์ลงบนแป้น แล้วฮัมเพลงในลำคอกระโดดโลดเต้นดีใจอยู่คนเดียวและเดินเลี้ยวเข้ามาในห้องอาหารเพื่อไปหาอะไรกินในครับกลับต้องชะงักเมื่อเห็นหนานหนานยืดกอดอกจ้องตนตาเขม็ง  

“นะ...หนานหนาน...”  

“หืม โรงซ้อมมวย?”  

“คะ...ครับ”  

หนานหนานสาวเท้าเข้ามาหาใต้หล้า เจ้าตัวก้าวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติก่อนจะมองหาลู่ทางหนีจากฝามือพิฆาตของหนานหนาน แต่ทว่าพลันจะก้าวเท้าวิ่งหูด้านซ้ายของตนดันถูกดึงเอาไว้เสียก่อน ผมจำได้หนานหนานดึงหูผมแทบหลุดแล้วใช้มือตีก้นผมแรงๆสองสามที ก่อนจะบ่นยืดยาวตั้งแต่เที่ยงจดเย็นเรื่องการใช้เงินทำอะไรไร้สาระของผม และไม่วายโทรไปบ่นกับตี้ด้วย แต่ท้ายที่สุดเรื่องนั้นก็จบลงด้วยการที่หนานหนานยอมให้มีโรงฝึกซ้อมมวยจริงๆ พร้อมกับบ่นทิ้งท้ายว่าขืนไม่ทำตามใจใต้หล้าตัวป่วน มีหวังหนานหนานจะต้องทนฟังผมออดอ้อนเป็นอาทิตย์แน่ๆ หึๆๆ ความจริงแล้วไม่ใช่หรอกหนานหนานรักผมมากต่างหากถึงตามใจผมน่ะ  

การมีโรงฝึกซ้อมมวยถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก อาตะวันมักเปรยพูดอยู่บ่อยๆ เพราะหลังจากมีโรงฝึกซ้อมมวย พวกเราก็ชอบวิ่งเข้าเล่นในนั้น และจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ลุงมังกรเข้ามาช่วยฝึกด้วย ลุงมังกรเก่งมาก บางครั้งนะหนานหนานยังลงมาสู้กับลุงมังกรให้เห็นด้วย ผมอยากเก่งแบบนั้นจึงตั้งใจฝึก พวกเราทุกคนอยากเท่แบบหนานหนานและลุงมังกร แถมลุงมังกรบอกว่าถ้าโตขึ้นกว่านี้จะสอนยิงปืนด้วย โห สุดยอด แต่เรื่องนี้ลุงมังกรบอกว่าให้เก็บเป็นความลับระหว่างเรา  

“ฮัดชิ่ว”  

ผมจามออกมาเสียงดังขณะที่กำลังเดินลงบันไดไปทานอาหารเช้า ก้องภพที่ยืนกอดตุ๊กตาอยู่ด้านหน้าผมหันขวับกลับมามองแล้วเดินกลับขึ้นมาหาผมก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาสาเหตุที่ทำให้ผมจาม เขามักเป็นอย่างนี้เสมอเวลาที่ผมจาม  

“มีใครอยู่แถวนี้บ้าง ป้าวันครับ!” ก้องภพตะโกนเรียกแม่บ้าน ส่วนผมหายใจฟึดฟัดกับตัวเอง แล้วถูจมูกตัวเองไปมา  

“คะ คะคุณหนู” ป้าวันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มองก้องภพอย่างกลัวๆ ผมสังเกตนะแม่บ้าน คนสวน หรือคนงานในไร่จะเกรงก้องภพเอามากๆไม่รู้ทำไม  

“ให้คนมาเช็ดบันไดด้วยครับ มันมีฝุ่นเกาะอยู่”  

“ค่ะ ได้ค่ะ ป้าจะให้คนมาเช็ดให้ใหม่”  

ป้าวันรับคำเสียงขรึมแล้วเดินผละออกไปตำหนิแม่บ้านอายุน้อยอีกคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องรับแขก ดูเหมือนว่าจะเป็นเธอที่ทำงานตรงนี้ได้ไม่เรียบร้อย เป็นไงละ แค่ผมจามก็สามารถตรวจจับการทำงานของแม่บ้านได้แล้ว แต่เรื่องฝุ่นในบ้านไม่ใช่ก้องภพที่เข้มงวดนะ ตี้กับหนานหนานหรือแม้แต่อาตะวันจะเข้มงวดมากๆในเรื่องนี้ เพราะผมค่อนข้างแพ้ฝุ่นรุนแรงจึงต้องระวังในเรื่องนี้เป็นพิเศษและน้องๆของผมรวมถึงคิง ทุกคนรู้ในเรื่องนี้ เพราะงั้นเวลาวิ่งเล่นกันพวกเราจะเลี่ยงไปในที่ที่มีฝุ่นเยอะ หรือไม่สะอาดนั่นเอง ส่วนผมก็ระวังตัวเองในเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะมันคงจะไม่แมนที่จะต้องจามอยู่บ่อยๆ เสียลุคหมดครับ=__= 

นอกจากชีวิตแพ้ฝุ่นของผมแล้ว วันๆหนึ่งของผมมักจะหมดไปกับการวิ่งไล่แกล้งคนอื่นและทะเลาะกับหนานหนาน แบบว่าหนานหนานจะดุมากกว่านะที่ผมชอบเจ้าอุ่น และอำคนงานในไร่ รวมไปถึงคนในไร่ข้างเคียงกัน อำจนเขาร้องไห้เลยแหละ แต่พออำเสร็จทำไมผมถึงไม่สบายใจเลยนะ 

“เฮียใต้ใจร้ายที่สุด พี่หงุ่นวิ่งร้องไห้กลับบ้านเลย” ไออุ่นว่าขณะสาวเท้าเดินตามผมกลับบ้าน  

“แค่นิดๆหน่อยๆเอง ไม่รู้จะร้องไห้ทำไม เฮ้อ”  

“แกล้งเขาแล้วไม่สบายใจก็ยังจะแกล้งอีกนะ” คิงพูดขณะเดินจูงมือน้องน้อยของเราเดินตามไม่ห่าง  

ก้องภพหันมามองผม แล้วเอ่ยถามผมเสียงดังฟังชัด “ใต้ชอบองุ่นหรอ”  

“......” ผมเงียบไม่ตอบ 

“ชอบแน่” ไอเย็นพูดขึ้นเสียงเรียบ  

“เปล่า” ผมตอบเสียงแผ่วก้มหน้ามองพื้นในหัวพลางคิดว่าจะทำอย่างไรดีในการทำให้องุ่นหายโกรธ แต่เดินคิดไปคนเดียวสักพักผมก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาของก้องภพ เราเป็นแฝดกัน เรื่องบางอย่างแค่มองตาก็รู้ซึ่งความรู้สึกของอีกฝ่ายแล้ว แต่สายตาคมเข้มวาววับแบบนั้นของก้องภพทำให้ผมไม่สบายใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา  

“หมอนั่นไม่เหมาะกับใต้หรอก”  

“ก็บอกว่าไม่ได้ชอบไง” ผมปฏิเสธย้ำก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำคนอื่นๆกลับบ้าน แต่ถึงให้ชอบยังไงผมก็ไม่สามารถพูดออกไปได้อยู่ดี ผมรู้ดีว่าพี่ชายฝาแฝดของผมคงไม่ยอมแน่ ถ้าผมจะชอบใครมากกว่าเขา....ผมกลัวเขาจะหาวิธีจัดการเหมือนกับที่เขาทำกับคนงาน และคนรับใช้ในบ้านคนก่อนหน้านี้...แบบนั้นไม่เท่ากับว่าผมทำร้ายองุ่นจริงๆหรอ.... 

ผ่านเรื่องวันนั้นมาได้สองอาทิตย์พวกเราก็กลับมาเล่นด้วยกัน เด็กน่ะลืมง่าย อาตะวันชอบบอกอย่างนั้น แต่เชื่อเถอะว่าอาตะวันเข้าใจไปอย่างนั้นเอง ความจริงพวกเขาไม่ลืมอะไรง่ายๆหรอก จำได้แม่นทีเดียวละ อย่างตอนนี้ที่ไออุ่นกำลังโวยวายผมที่ครั้งนี้ผมเอาสีของน้องมาใช้ จนคิงต้องเข้ามากล่อมแล้วพาจอมโวยวายของบ้านเดินไปนั่งระบายสีที่มุมห้องแทน เฮอะ พอเป็นคิงนะอะไรๆก็ดูง่ายสำหรับเจ้าอุ่นขึ้นทันที เห็นแบบนั้นแล้วหมั่นไส้ครับ ไออุ่นมันส่ายก้นดุ๊กดิ๊กฮัมเพลงอารมณ์ดีที่คิงหยิบสีให้ทีละสีระบายอย่างใจเย็น เห็นแล้วขวางหูขวางตา ผมจึงจัดการโยนหมอนใส่น้องน้อยของเราจนเจ้าตัวหันมาเบะปากใส่ผมแล้วสะบัดหนีไปอย่างไม่สนใจใยดี=___=  

“น่าเบื่อ” ก้องภพบ่นขณะนั่งกดรีโมทหาช่องรายการสนุกๆดู แต่ก็ไม่เจอที่ถูกใจเสียที  

“จริงๆ” น่าเบื่อจริงๆวันฝนตกนี่น่าเบื่อสุดๆครับออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้ด้วย  

“ทำอะไรกันอยู่เด็กๆ มากินของว่างกันมา” อาตะวันเดินถือคุกกี้เข้ามาห้องนั่งก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ ตามมาด้วยหนานหนานเดินถือนมสนหอมกรุ่นตามมาเข้ามา พวกเราเห็นอย่างนั้นจึงรีบตะกายเข้าไปหาของว่างสุดหอมกรุ่นแล้วกินอย่างตะกละตะกรามโดนหนานหนานยีหัวว่านิดหน่อยที่กินเยอะกว่าใคร อ้ะก็ช่วยไม่ได้ ผมวัยกำลังโตนี่นา พอกินอิ่มแล้ว พวกเราก็นั่งดูรายการทีวีไปด้วยกันเงียบๆโดยมีเสียงงุ้งงิ้งของเจ้าอุ่นที่คุยกับคิงดังประกอบ ส่วนไอเย็นนั่งอ่านการ์ตูนภาพสีไปเงียบๆบนเก้าอี้นุ่ม 

ขณะที่ผมกับก้องภพทำหน้าเบื่อหน่าย อาตะวันจึงยื่นมือมาลูบผมผมที่นอนอยู่บนตัก พลางบ่นว่าคิดถึงสมัยก่อนตอนที่พวกเรายังเด็ก หลังจากนั้นผมจึงลืมตาโพลงขอร้องให้อาตะวันเล่าเรื่องตอนยังเด็กให้ฟัง ผมอยากรู้ว่าหนานหนานกับตี้ตี้ดูแลพวกเรายังไงตอนเด็กๆ หนานหนานที่นั่งอยู่ข้างอาตะวันถลึงตาใส่ผมนิดหน่อย ส่วนก้องภพที่นอนอยู่บนตักหนานหนานก็รีบผงกหัวขึ้นมาขอร้องด้วยคน ว่าอยากฟังเรื่องราวความรักของหนานหนานกับตี้ตี้ อาตะวันหัวเราะแล้วเริ่มเล่าให้เราฟัง ไออุ่นที่ระบายสีอยู่บนพื้นพรมหันมาหาแล้วเดินมานั่งฟังด้วย เช่นกันกับไอเย็นที่ปิดหนังสือแล้วนั่งฟังอย่างเงียบๆในที่ของตน พวกเราฟังเรื่องราวความรักของหนานหนานกับตี้ตี้อย่างตื่นเต้น และผมจับใจความได้เพียงว่าก่อนที่ตี้กับหนานหนานจะรักกันพวกเขาทะเลาะกันมาก่อน เอ๋.....แต่ฟังไปฟังมาทำไมถึงมีแต่ฉากทะเลาะกันนะ??? เป็นงงแฮะ.... 

“หลับกันแล้ว”  

“งืม”  

เหมือนได้ยินเสียงอาตะวันพูดแฮะ หลับอะไรกัน คนแมนๆเขาไม่มาหลับบนโซฟาหรอก อาตะวันมั่วแล้ว ว่าแต่ฝามือที่ลูบหัวอยู่นี่นุ่มจังเหมือนจะเป็นมือของหนานหนาน ผมจำกลิ่นได้...ไหนจะสัมผัสชื้นแฉะบนหน้าผากอีก นี่ไง ตำแหน่งนี้หนานหนานชอบจุ๊บเป็นประจำ  

“กินอิ่ม นอนหลับ เด็กหนอเด็ก”  

“ไปกันเถอะ”  

เพราะอากาศเย็นจากข้างนอกทำให้ข้างในอุ่นกำลังดี เด็กๆที่นั่งฟังนิทานของผู้ใหญ่จึงผล็อยหลับไปด้วยความง่วง....ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกไปตะวันกับซื่อหนานยืนมองเหล่าลูกๆของพวกเขาที่นอนหลับใหลด้วยรอยยิ้มเป็นสุขหากสามารถหยุดให้พวกเขาเติบโตได้เพียงเท่านี้ก็คงจะดี....  

คร่อกกกก ฟี้  

ใต้นะ....โตขึ้นจะเป็นผู้ชายแมนๆ....แล้วกินได้เยอะๆ....เลย..... 

 

ชื่อเล่น ก้องภพ 

ชื่อจริง ก้องภพ ตะวันจันทร์ แต่ตี้บอกว่าผมน่าจะมีอีกชื่อเป็นชื่อจีน ตี้บอกจะตั้งให้ เอาชื่อคล้ายๆตี้กับหนานหนาน แต่เรื่องจะตั้งชื่อเป็นชื่อจีน ตี้บอกต้องขอหนานหนานก่อน แต่ผ่านไปหลายปีแล้ว ตี้ยังขอหนานหนานไม่ได้สักที...-___-^^^^  

ผมมีงานอดิเรกอยู่สองอย่างคือเล่นกับกระต่ายที่ชื่อบิชอบ (ตัวผู้) และคุณบิ้วตี้ (ตัวเมีย) และอ่านหนังสือ ผมเป็นคนไม่ชอบพูดถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่สนิท ใครๆก็บอกว่าผมเหมือนลุงมังกร (เต๋อหัว) กับลุงเซน (เซบาสเตียน) ผสมกัน ตี้ชอบบ่นว่าผมไม่น่าเกิดมานิสัยแบบนี้ พอตี้พูดแบบนั้นผมจำได้ว่าผมร้องไห้จ้าทันที หนานหนานวิ่งเข้ามากอดและว่าตี้ยกใหญ่ที่พูดแบบนั้น ส่วนผมก็น้อยใจทำไมตี้ไม่รัก เลยยิ่งร้องหนักกว่าเดิม จำได้ว่าตอนนั้นใต้หล้าวิ่งเข้ามาตีขาตี้ด้วย (ตัวสูงยังไม่พ้นเข่าตี้เลยตีได้แค่นั้น=__=) ทั้งหนานหนานและใต้หล้าตีตี้ไม่หยุด จนตี้ต้องรีบเอาผมไปอุ้มแล้วบอกรักผม บอกว่าไม่ว่าผมจะเป็นแบบไหนตี้รักทั้งนั้น ผมถึงหยุดร้อง แล้วหนานหนานกับใต้หล้าถึงหยุดตี พออยู่ในอ้อมกอดของตี้ผมรีบยกมือกอดคอตี้แล้วซุกหน้าลงบนอกอุ่นๆของตี้อย่างพอใจ....ไม่ว่ายังไงตี้ก็ต้องรักก้อง กับใต้ กับหนานหนานที่สุด... 

นอกจากงานอดิเรกที่ชอบแล้วชีวิตนี้ผมมีสิ่งที่ไม่ชอบอยู่สองอย่าง คือ การมีคนมาแย่งความรักจากคนที่ผมรักไป กับ มีคนมาทำร้ายสิ่งที่ผมชอบ (ยู้ยี้กับกระต่ายของผม) ผมจะโกรธมากๆถ้ามีคนมาทำมันทั้งสองอย่าง ผมเคยโกรธมากๆตอนที่เจ้าอุ่นน้องน้อยของเราปีนขึ้นไปขี่หลังไอ้เด็กผมทองนั่นแล้วหอมแก้มมัน ผมดึงอุ่นลงจากหลังคิง แต่ดึงแรงไปหน่อยน้องเลยตกลงมาแล้วร้องไห้ พอน้องร้องไห้ผมเลยรีบไปผลักคิงออกแล้วอุ้มน้องขึ้นมาในอ้อมกอดของตัวเอง ก่อนจะโอ๋น้องแล้วบอกกับป้าวันว่าคิงเป็นคนทำ....และนั่น...ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการทำเรื่องร้ายๆของผม....หรอกแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่อุ่นไม่ชอบมายุ่งกับผม ถึงอย่างนั้นเวลาเจ้าตัวอยากได้อะไรก็มักจะเข้ามาออดอ้อนเสมอ...  

ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนดีอะไร...ไม่ใช่แค่ผมที่รู้ ทุกคนในครอบครัวรู้และเข้าใจดี ผมรู้ว่าผมแตกต่างจากคนอื่นในครอบครัว บางครั้งผมชอบทำอะไรแปลกๆเพราะผมต้องการทดลองบางอย่างที่เคยอ่านเจอในหนังสือ แต่ก็ถูกอาตะวันดุเสียงเครียดอยู่ร่ำไป ทั้งที่ผมอยากลองทำตามสิ่งที่ผมคิดเท่านั้นเอง...  

เวลาที่ผมดื้อหรือต่อต้านไม่ทำตามที่ตี้กับหนานหนานบอก....พวกเขาจะบอกว่าผมเป็นพี่ใหญ่ควรทำตัวให้สมกับเป็นพี่... 

...เอาเป็นว่าใครๆก็บอกว่าผมเป็นพี่ใหญ่และควรจะทำตัวให้น่าเชื่อถือ เป็นที่พึ่งให้น้อง  

เพราะแบบนั้นไออุ่นกับใต้หล้าถึงชอบว่าผมลับหลังเสมอว่าเจ้าคำสั่ง...ผมรู้สึกแย่นิดหน่อยที่น้องพูดแบบนั้น แต่ผมก็แอบภูมิใจนิดๆที่อย่างน้อยน้องก็ฟังผมบ้าง โดยเฉพาะไอเย็น...เธอค่อนข้างเชื่อฟังผมมากทีเดียว  

การใช้ชีวิตในไร่ตะวันจันทร์ของผมมีความสุขและสนุกมาก โดยเฉพาะการได้อยู่กับน้องๆ เว้นไว้คนหนึ่งคือไอ้คิงที่ชอบขวางหูขวางตาผม แบบว่ามาเกาะแกะเจ้าอุ่นบ่อยๆ แถมใต้หล้ายังชอบออกตัวแทนมัน ผมเลยเกลียดมันเข้าไส้....สัญญาไว้กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสจะกำจัดมันทิ้ง......เหมือนพวกคนงานบางคนที่ขวางหูขวางตาผม แค่ผมร้องแอะไม่พอใจแล้วโทษพวกมัน ตี้กับหนานหนานก็พร้อมจะทำตามที่ผมต้องการแล้ว  

ชีวิตวัยเด็ก...กับเหล่าน้องๆและคำตวาดว่าของซื่อหนานมันเป็นอะไรที่พิเศษสำหรับผม และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่เกิดเหตุซะก่อน เหตุที่ทำให้ผมโกรธจนขาดสติและทำอะไรบ้าๆไปจนทำให้หนานหนานร้องไห้..... 

“อาคิดว่ามันดีแล้วหรอที่ผมจะไป”  

ตะวันกล้ากลั้นน้ำตามองหลานชายวัย 14 ปีก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดเด็กชายแน่น “ไม่ดี....”  

“อาก็รู้ว่าผมไม่ผิด ผมไม่ได้ทำผิด พวกมันเกือบทำใต้ตาย” ก้องภพปฏิเสธเสียงแข็งกร้าว นัยน์ตาแดงกล่ำฉ่ำวาวด้วยน้ำใส 

“ไม่มีใครอยากให้ก้องไป แต่ก้องต้องไปเพราะพวกเขาจะไม่หยุดสืบเรื่องของก้อง ถึงตอนนั้นก้องจะแย่ แล้วสิ่งที่พวกเราปกปิดมาตลอดจะเสียเปล่า หลังจากนั้นเราจะไม่ปลอดภัยเหมือนตอนนั้น....” 

“....ตอนที่พวกเราถูกพาตัวไป...” 

“ใช่”  

ก้องภพรู้และเข้าใจดีในความหมายที่อาตะวันพยายามจะบอก เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำสักวันมันจะส่งผลต่อคนในครอบครัวอย่างไร เพราะแบบนั้น...ตี้ถึงได้ตัดสินใจพาเขากลับฮ่องกงไปด้วยและให้ไปอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์... 

วันนั้นผมถูกใต้หล้าชวนไปนอนกับซื่อหนาน เราสามคนรู้และเข้าใจตรงกันดีว่าต่อจากนี้ไปพวกเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตี้ปลอบว่าอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีให้เรื่องมันซา.... 

เป็นครั้งแรกที่ผมอยู่ห่างจากคู่แฝดของตัวเอง ห่างจากใต้หล้าครั้งแรก และผมไม่สบายใจแม้ใต้หล้าจะให้คำสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ส่วนหนานหนานบอกว่าแม้เราจะห่างกันแต่เราจะทำให้มันง่ายขึ้นในการใกล้กัน และใช่...หนานหนานทำอย่างนั้นจริงๆ แบบว่า...ไปหาผมแทบทุกเดือน อันที่จริงไม่ใช่ผมที่ต้นคิดในการให้หนานหนานมาหาที่ฮ่องกงทุกเดือนหรอก เป็นตี้ต่างหากที่ยิ้มหน้าระรื่นเตรียมการเรื่องนี้ พลางบอกว่าต้องขอบคุณผมที่มาอยู่ด้วย เพราะตัวเองจะมีโอกาสกินจุ๊บจิ๊บกับหนานหนาน=___= เฮอะๆ  

(ฮัลโหลก้อง...ทำไมคราวนี้หนานหนานกลับช้าวะ) 

“ตี้ไม่ให้กลับ”  

(ไรว้า แล้วใต้ก็อยู่คนเดียวดิ เนี่ย หนวกหูตายชักเลย เพราะอาตะวันต้องให้เจ้าอุ่นมาอยู่ด้วยแน่)  

“หึ...” 

ผมฟังใต้หล้าบ่นสลับกับฟังเสียงก่นด่าของเจ้าอุ่นที่แทรกเข้ามาในบทสนทนาเป็นระยะ ผมคิดถึงพวกเขาชะมัด...ถึงแม้จะกลับไปที่นั่นทุกๆวันสำคัญ หรือวันหยุดยาวแต่นั่นไม่พอที่จะชดเชยความรู้สึกคิดถึงได้เลย  

(โหลลๆ ทำไมเงียบวะ) 

“ไม่มีไร” 

(น่าๆเดี๋ยวเดือนหน้าก็เจอกันแล้ว)  

“อื้ม แค่นี้ก่อนนะ ต้องไปเข้าเรียนแล้ว” 

(ไรว้า ยังคุยไม่หายคิดถึงเลย) 

ผมยิ้ม “ไว้ตอนเย็นก้องโทรกลับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้มกว้างรอให้ใต้หล้าวางสายแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขา....เป็นคนที่ตี้กับหนานหนานกันให้ห่างจากผมมากที่สุด  

“ลุงเซน...ลุงมาทำอะไรที่นี่”  

“แค่อยากจะมาคุยกับหลานที่ชนะเลิศการแข่งขันเคมีเทสระดับประเทศ....”  

ผมหรี่ตามองชายตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ ผู้ชายคนนี้นอกจากสีตาของเราที่เหมือนกันแล้ว ก็แทบจะไม่มีส่วนไหนบนร่างกายของเขาที่เหมือนกับเรา และเขาเป็นบุคคลต้องห้ามที่ตะวันจันทร์ไม่ให้เข้าไปยุ่งด้วยมากที่สุด ส่วนเรื่องที่มาหาผมเพราะการที่ผมชนะการแข่งขันในวิชาเคมีนั้น ผมคิดว่าเขาคงอยากจะให้ผมร่วมทำงานอะไรบางอย่างกับเขา เพราะตอนนี้องค์กรของเขากำลังเป็นที่เลื่องชื่อในท้องตลาดทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แน่นอนว่าเขาคงถูกตาต้องใจโครงการวิจัยเล็กๆของผมที่ร่วมทำกับเพื่อนๆในคลาส  

“ลุงมีอะไรพูดมาตามตรงดีกว่า”  

หมับ!  

ผมเผยสีหน้าขัดใจนิดหน่อยตอนที่ลุงดึงผมเข้ากอดคอจนน่าอึดอัด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ผลักออก  

“ดี เข้าเรื่องเร็วดี จะได้ไม่เสียเวลา ที่ฉันมาหาก็แค่อยากจะมาชวนนายเข้าร่วมโครงการทดลองยาของดีโอเอส”  

“โครงการทดลองยา?” 

“ใช่...ยาสูตรพิเศษที่ฉันกับนักวิจัยของฉันกำลังร่วมกันทำ”  

“........” 

“ฉันรู้ว่านายสนใจ และนายก็มีพรสวรรค์ นายสนใจเรื่องปรุงยามาไหนแต่ไร ฉันรู้มาตลอดนั่นแหละ”  

ผมขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจนักที่ลุงพูดเหมือนกับว่ารู้จักผมดีและจับตาดูเราตลอด อันที่จริง...ก็จับตาดูตลอดนั่นแหละ  

ผมถอนหายใจสะบัดตัวออกห่างแล้วตอบเสียงเรียบ “ผมขอคิดดูก่อน”  

“อ่า ฉันรู้ว่านายห่วงเรื่องอะไร” 

“ขอเตือนว่าเรื่องนี้จะไม่มีการโกหกใดๆกับตี้และหนานหนาน” 

ลุงเซนเบ้ปากแล้วยักไหล่ “ถ้าคิดว่าพวกเขาจะโอเคก็บอกไปตรงๆซิ” เขาท้า  

“ถึงโกหก ลุงก็ไม่มีทางปิดเรื่องนี้กับตี้ได้นานหรอก” 

“แต่ตลอดระยะเวลาที่เราปิดบังพวกเขา ช่วงเวลานั้นนายก็พอจะมีเวลาดำเนินงานร่วมกับเรา....ซึ่งฉันคิดว่ามันก็เป็นประสบการณ์การทำงานที่ดีก่อนที่นายจะไม่ได้มีโอกาสอีก รู้ใช่ไหมว่าทำไม...”  

“........” 

“พ่อของนายคงบอกนายไปบ้างแล้วเรื่องที่อยากให้นายกับน้องของนายดูแลกิจการต่อ สมาคมอี้หลานต้องการคนควบคุมดูแลต่อจนกว่าจะเสถียรภาพมากกว่านี้”  

“........” 

“และใต้หล้าคงจะไม่ยอมจากไร่แสนสวยนั่นมาแน่ จะเป็นใครได้นอกจากนายที่ต้องดูแลมันต่อจากพ่อนาย เชื่อฉันเถอะว่านอกจากฮั้นตี้ที่คิดเรื่องนี้แล้ว ก็มีหนานหนานของนายที่คิดเหมือนกัน....”  

“.......” 

“โอกาสมันไม่ได้มีมาง่ายๆนะหลานชาย....”  

โอเค....ลุงเซนพูดได้ตรงจุดผมเป๊ะ แทงใจดำจนเป็นหลุมใหญ่เลยละ เรื่องที่พวกเขาส่งผมมาที่นี่แทนที่จะไปรักษากับหมอทางยุโรปตะวันกลับส่งมาอยู่ที่นี่กับตี้เพราะเขาคิดจะให้ผมสืบทอดกิจการต่อจริงๆ แรกๆผมโกรธอยู่บ้างที่พวกเขาคิดจะมัดมือชกผม แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้เพราะผมเองก็มีคดีติดตัวที่ไทย มันเลยลงล็อคพอดีที่จะจัดการเตรียมตัวผมให้พร้อมกับธุรกิจของตี้ในฮ่องกง...แหละนี่คงจะเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของพี่ใหญ่ตะวันจันทร์ที่ผมควรทำ...แต่ว่า...ความฝันโดยส่วนตัวของผมเองมันก็พอจะมีอยู่บ้าง.... 

....ความฝันที่อยากจะเข้าร่วมโครงการใหญ่ๆ เช่น ผลิตยา... 

“ฉันรู้ว่านายลังเล แต่รู้อะไรไหม ต้นตระกูลฝั่งย่าทวดของนาย เบอร์นาร์ด เป็นตระกูลที่มีความพิเศษเหมือนกันอย่างหนึ่งนั่นคือมันสมอง เราเกิดมาเพื่อใช้มันอย่างแท้จริง พวกเราได้รับยีนเด่นนั่นมา โดยดูได้จากสีตา เรามีความพิเศษที่ใครๆต่างอิจฉา และฉันหวังว่านายจะตัดสินใจใช้พรสวรรค์นี้......ร่วมทำงานกับฉัน” 

ผมเหยียดยิ้ม “หึ...ถึงกับยกต้นตระกูลมาเลยหรอครับ เอาเถอะ ที่ลุงพูดมามันถูกทุกอย่าง และที่ผมลังเลไม่สบายใจที่จะตกลงเพราะผมห่วงความรู้สึกของหนานหนานมาก ทว่า.....ลุงพูดถูก ผมควรจะลอง...ใช้มันดูสักครั้ง.....” 

“ดีจริง.........” 

“แค่ครั้งนี้เท่านั้นที่ผมจะยอมร่วมด้วย.....จนกว่า....จนกว่าจะถูกจับได้”......จนกว่าตี้กับหนานหนานจะจับผิดโกหกของเขาได้ ตามจริงผมคิดว่าคนที่จะรู้เรื่องนี้เร็วกว่าใครน่าจะเป็นใต้หล้าน้องชายฝาแฝดของผมมากกว่า ถึงอย่างนั้นเขาก็คงจะไม่บอกใคร ผมมั่นใจ... 

“ตกลง...หลานชาย...”  

ทั้งคู่จับมือเช็คแฮนด์กันก่อนจะแยกกันเดินไปคนละทางเพราะก้องภพต้องออกไปรอรถที่หน้าโรงเรียน ส่วนเซบาสเตียนเองก็ต้องหลบให้พ้นสายตาสอดแนมของคนของฮั้นตี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าในฮ่องกงตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลและกูตากว้างขวาง ฉะนั้นต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้ถูกจับได้จะดีกว่า ไม่งั้น....ก้องภพคงไม่ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของเขา และใช่...งานนี้ขาดผู้ช่วยจากเบอร์นาร์ดไม่ได้....โดยเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์เรื่องยา....... 

ผมตกลงไปแล้ว อาฮะ ตกลงที่จะเข้าร่วมโครงการวิจัยกับลุงเซนบุคคลอันตรายติดแบล็กลิสต์ของตี้นั่นเอง รู้สึกผิดนิดหน่อยแฮะ...แต่นอกจากความรู้สึกผิดแล้วยังมีความรู้สึกตื่นเต้นดีใจด้วย ผมอมยิ้มกับตัวเอง มองออกไปนอกรถแล้วลิสต์รายการที่จะทำ อ่า ถ้าผมได้มีโอกาสไปเยือนห้องแลปใหญ่ๆก็ดีซิ ผมจะเอายู้ยี้ (ตุ๊กตานุ่ม) คุณบิชอป และคุณบิ้วตี้ไปด้วย พวกมันจะต้องชอบแน่....ฮึ 

 

=========================================== 

มีแอบสปอย์นิดๆเเฮะ :p ยังไงก็รอติดตามเรื่องราวของพวกเจ้าแฝดน้าาา รอ...รอฉันรอไปก่อนนะจ๊ะ^^  

อ้ะๆๆ ยังมีของแถมมาฝากนิดๆเป็น End Credit ด้วยนะ^__< ฝากคอมเม้นกันเยอะๆด้วยนะจ๊ะ  

 

 

[บทสนทนาระหว่างใต้กับฮั้นตี้] 

“ตี้!!!”  

ตุบ!  

กระโดดกอด (เกาะ) 

“พ่อมึงนับวันมีแต่จะแก่ลง กระดูกกระเดี้ยวจะไม่ไหวแล้วมึงยังจะมากระโดดเกาะกูทำไมใต้” 

“คิดถึงมั้วๆ-3-“  

“=___=” 

ตกดึก  

“ตี้...ตี้เกาตูดให้หน่อย”  

“มึงโตจนอายุสิบแปดแล้วนะใต้=___=”  

“ฮื้อออ เกาดิตี้...ง่วงแล้ว”  

“ให้หนานหนานเกาไป” 

“ไม่เอา หนานหนานจะตี”  

ต้องตีแน่อยู่แล้ว มันโตเป็นควายแล้ว ยังอยากกระเกาะแกะนอนกับเขาและซื่อหนาน แถมยังนอนคั้นกลางเก้งก้างน่าหงุดหงิด กูจะสวีทวี๊ดวิ้วกับหนานหนานมึงนี่ไม่ได้เลย อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงกำลังกันท่ากูอยู่ลูกเวร  

“เกา....”  

มันว่าพลางซุกหน้ามาที่ไหล่เขาแล้วยกแขนขึ้นมาเร่งยิกๆ  

“กูเห็นว่ามึงเป็นลูกหรอกนะ” ฮั้นตี้ว่าอย่างปลงๆก่อนจะยื่นมือไปเกาตูดไอ้ลูกชายที่สูงจนเลยเขาไปโขแต่ยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต  

“ฉบายยย ฮิฮิ”  

มันโตแต่ตัวจริงๆ-____- 

 

ความคิดเห็น