พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คู่หมั้น (200%)...ดุ เด็ด เผ็ด มัน

ชื่อตอน : คู่หมั้น (200%)...ดุ เด็ด เผ็ด มัน

คำค้น : จอมโอหังเผด็จรัก , พราวนภา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2562 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คู่หมั้น (200%)...ดุ เด็ด เผ็ด มัน
แบบอักษร

 

 

 

 

 

“คุณดูดาวเป็นด้วยเหรอคะ” อารดาอดที่จะหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ไม่ได้ 

“อือฮึ…” เจ้าพ่อหนุ่มกอดอกพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ    

“ไม่น่าเชื่อ ว่าคนอย่างคุณจะมีอารมณ์สุนทรีย์จนถึงขั้นดูดาวเป็นกับเขาด้วย” สาวแสบแขวะเบาๆ ทำให้ผู้อาวุโสทั้งคู่ต่างพากันลอบอมยิ้มกับวาจาหยิกแกมหยอก      

“ผมยังทำอะไรที่คุณไม่คาดคิดได้อีกหลายอย่างเชียวละเบบี๋” เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากเซ็กซี่ ก่อนจะจงใจยื่นใบหน้าหล่อลากไส้มากระซิบกระซาบข้างใบหูน้อย จนเธอต้องผงะ แล้วเผลอมองค้อน      

“เอาเป็นว่า หนูดาด้าตกลงจะค้างที่นี่นะจ๊ะ ป้าจะได้ให้คนไปจัดห้องนอนให้” นางดาเลียจัดการรวบรัดตัดตอนอย่างกระชับฉับไว จนอารดาไปต่อไม่เป็น          

“เอ่อ…ค่ะ” สุดท้ายคนโดนต้อนเข้ามุมก็มิอาจปฏิเสธได้ ซึ่งคำตอบที่หลุดออกมาจากปากอวบอิ่มนั้นทำให้สองสามีภรรยาต่างคลี่ยิ้มด้วยความสมใจ ก่อนที่มาดามดาเลียจะเรียกหาสาวใช้ แล้วสั่งให้อีกฝ่ายไปจัดห้องนอนให้อารดา จากนั้นนางก็หันมาพูดคุยกับว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างออกรส  

 

ท่าทางผิดสังเกตของเดเรคที่อารดาสัมผัสได้จากสัญชาตญาณอันแรงกล้า ตั้งแต่ช่วงทานข้าวเย็นจวบจนกระทั่งเข้ามานั่งในห้องรับแขก ทำให้เธอต้องตามมายืนแอบฟังเขาคุยกับลูกน้อง จนได้รู้ว่าอีกฝ่ายสั่งให้ลูกน้องเตรียมรถให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาจะออกไปข้างนอก ก่อนที่เจ้าพ่อหนุ่มจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน  

“นี่เขาจะออกไปไหนของเขากันนะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาราวกระซิบ ขณะที่หัวสมองน้อยๆ ทว่าแสนชาญฉลาดจะพยายามครุ่นคิด       

“ไม่ว่าคุณจะไปไหน ฉันก็จะไปด้วย เพื่อจะไปดูให้เห็นกับตาว่าคุณไปทำเรื่องดีๆ หรือเรื่องเลวๆ กันแน่” สาวแสบขยับกลีบปากสีกุหลาบกล่าวอย่างแน่วแน่ เพราะมั่นใจว่าพ่อหนุ่มเจ้าสำราญไม่ได้ออกไปท่องราตรีอย่างแน่นอน

ทนายความสาวดูลาดเลาอยู่สักพักก็เห็นว่าชายร่างยักษ์ถอยรถหรูคันหนึ่งออกมาจากโรงจอดรถ และถ้าเธอเดาไม่ผิดก็คงเป็นรถที่เดเรคจะขับมันออกไปข้างนอกเพื่อไปทำอะไรบางอย่าง

“คุณคะ คุณ” ทันทีที่ลูกน้องของเจ้าพ่อหนุ่มก้าวลงมาจากรถที่สตาร์ตเครื่องไว้เพื่อให้พร้อมใช้งาน อารดาก็ออกมาจากที่ซ่อน แล้วเดินรี่ไปหาอีกฝ่ายทันที      

“เอ่อ…คุณผู้หญิงมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยถามอย่างนอบน้อม เพราะรู้มาบ้างแล้วว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้นของเจ้านายหนุ่ม

“ป้าดาเลียเรียกคุณไปพบค่ะ” หญิงสาวปดคำโตด้วยท่าทางหน้าซื่อตาใส 

“นายหญิงเรียกผมไปพบ” เสียงขรึมทวนคำอย่างไม่อยากจะเชื่อ พลางขมวดคิ้วมุ่น

“อือฮึ…เห็นท่านบอกว่าจะให้คุณไปยกอะไรให้สักอย่าง เพราะหาบอดี้การ์ดไม่พบสักคนเลย ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากสาวเจ้าดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที เพราะชายร่างยักษ์รู้ดีว่าบอดี้การ์ดคนอื่นๆ กำลังไปฟังคำสั่งจากวิกเตอร์ถึงแผนการที่จะต้องจัดการในคืนนี้  

“งั้นผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” ขาดคำเขาก็ค้อมหัวให้หญิงสาวอย่างสุภาพ แล้วก้าวจากไปทันที ประจวบเหมาะกับเดเรคที่เดินออกมาจากในบ้าน   

ทั้งเจ้านายและลูกน้องหยุดคุยกันสักพัก ซึ่งนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้อารดาถือวิสาสะพาตัวเองเข้าไปหลบอยู่ในรถที่เดเรคจะนำออกไปใช้งาน ร่างอ้อนแอ้นลงไปนอนตรงที่วางเท้าในตอนท้ายของรถยนต์คันหรู แล้วพยายามทำตัวลีบด้วยหัวใจเต้นระทึก เพราะกลัวจะโดนจับได้ ดีที่ก่อนออกมาอารดาบอกมาดามดาเลียแล้วว่าขอตัวไปอาบน้ำ ไม่อย่างนั้นคนแก่ได้เป็นห่วง หรือไม่ก็สงสัยแน่ๆ ว่าเธอหายตัวไปไหน         

ถึงแม้จะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ทว่าตึกร้างในแถบชานเมืองแห่งนี้ก็ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์พากันทำงานอย่างขะมักเขม้น ด้วยความใจร้อนและบ้าดีเดือดถึงแก่น เดเรคจึงแฝงตัวเข้ามาที่นี่ในคราบของคนงานเพียงลำพัง โดยไม่คิดจะรอลูกน้องซึ่งนัดแนะกันไว้ในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า เพราะเกรงว่าหากชักช้ามันอาจจะไม่ทันการณ์ แต่ทุกอย่างกลับเดินไปตามเกมที่คู่อริวางไว้เสียอย่างนั้น       

“ปล่อยสิวะ ไอ้พวกหมาหมู่!” คนที่ถูกหลอกให้มาติดกับสบถลั่นด้วยความเดือดดาลสุดขีด พลางพยายามขืนกายให้หลุดพ้นจากการจับกุม โดยไม่แยแสว่าจะมีปืนจี้อยู่ตรงเอวสอบ   

“ในเมื่อมึงกล้าเสนอหน้ามาถึงถิ่นกู ก็อย่าหวังเลยว่ามึงจะมีเงาหัวกลับไปได้ง่ายๆ” ชายหน้าเหี้ยมที่เป็นมือขวาของเซอร์เก เคอร์ซาน็อฟ แสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจ        

“จะทำอะไรก็ทำสักทีสิโว้ย พล่ามอยู่ได้ เหม็นขี้ฟัน!” เดเรคเค้นเสียงห้าวกระด้างติดจะดุดันออกมาท้าทายโดยไม่นึกครั่นคร้ามสักกระผีก 

“ว้าย!!!” ทันใดนั้นเสียงอุทานก็ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด คนที่หลบมุมแอบดูเหตุกาณ์สุดระทึก รีบยกมือขึ้นอุดปาก ความเจ็บแปลบที่ลื่นไถลลงไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้นแข็งๆ ทำให้เธอถึงกับน้ำตาเล็ด

“เฮ้ย…พวกมึงไปดูสิ ว่าใครอยู่ตรงนั้น แล้วลากคอมันมา” เสียงเหี้ยมเกรียมออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด หญิงสาวเบิกตากว้าง พยุงกายลุกขึ้น แล้วหันหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต        

“ถ้าไม่อยากโดนยิงไส้แตก ก็ไปกับเราเสียดีๆ” เสียงดังกริ๊กของการขึ้นนกทำให้ร่างบางตัวแข็งทื่อ ขาเรียวที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าพลันหยุดกึก        

“ปล่อยฉันนะ ไอ้เลว!” อารดากรีดร้องลั่นด้วยความคับข้องใจ เมื่อโดนชายร่างยักษ์จับตัวได้ เสียงหัวเราะหึๆ อย่างผู้กำชัยที่ดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้แม่สาวแสบดิ้นรนขัดขืนอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนที่เธอจะถูกผลักแรงๆ จนล้มลงไปกองอยู่แทบเท้าของหัวหน้าคนเลว   

“เฮ้ย! คุณมาได้ยังไงเนี่ยดาด้า” เสียงตุ้บที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำให้เดเรคเงยหน้าขึ้นมอง แล้วอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกคุมตัวมาคือใคร  

“คุณคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่หรือไง ถึงได้ฉายเดี่ยวแบบนี้” เธอไม่ตอบแต่ตำหนิเขาด้วยเสียงดุๆ ขณะกวาดสายตามองกลุ่มชายชั่วอย่างนับจำนวนในใจ     

“แล้วคุณล่ะเป็นบ้าหรือยังไง ถึงได้ทะเล่อทะล่าตามผมมาแบบนี้” เดเรคสวนกลับอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน จากที่คิดจะทำอะไรบ้าบิ่น กลายเป็นว่าเขาอาจจะต้องคอยคุ้มภัยให้เธอด้วย  

“ช่างปะไร ฉันไม่กลัว!” แม่สาวใจเด็ดไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ซึ่งวาจาที่หลุดออกมาจากกลีบปากสีระเรื่อก็ทำให้เจ้าพ่อหนุ่มจ้องหน้าสาวน้อยเขม็ง ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินเธอต่ำไปอีกแล้ว        

“คุณมันผู้หญิงประหลาด!” เขาเค้นเสียงคำรามลั่นด้วยความไม่สบอารมณ์ พร้อมมองอีกฝ่ายอย่างดุๆ แต่อารดาหาได้กริ่งเกรงไม่      

“ถ้าฉันประหลาด คุณมันก็บ้าดีเดือดพอกัน” เธอลอยหน้าสวนกลับทันควัน  

“ถามจริงเถอะแม่คุณ คิดยังไงถึงได้ตามผมมา” หลังจากกลอกตาไปมา ชายหนุ่มก็เอ่ยอย่างแปลกใจในความกล้าบ้าบิ่นของเธอ     

“ฉันเห็นคุณทำท่ามีลับลมคมใน ก็เลยอยากรู้ว่าคุณมาทำอะไรที่นี่” แม่สาวแสบตอบหน้าตาย 

“โอ๊ย! ผมอยากจะบ้าตาย มันไม่ใช่เรื่องสนุกนะเบบี๋ คุณไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายมากแค่ไหน” เจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่โวยลั่นด้วยความหัวเสียสุดๆ      

“รู้ แต่ฉันไม่กลัว อย่างมากก็แค่ตาย” อารดาย้อนกลับอย่างฉะฉานเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“นังนี่มันใจเด็ดดีว่ะไอ้เดเรค แต่มาตรฐานการเลือกผู้หญิงของมึงมันห่วยแตกเสียจริงว่ะ” คนที่เพิ่งกลับมาจากคุยโทรศัพท์กับเจ้านายโพล่งขึ้น แล้วแค่นยิ้มหยัน     

“นั่นสิวะ ถามจริงเถอะว่ะ มึงไปลากตัวมันมาจากสำนักชีไหนวะ” ลูกกระจ๊อกร่างเตี้ยล่ำกล่าวเสริมลูกพี่ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนคนที่โดนปรามาสแบบซึ่งๆ หน้าต้องกัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโหสุดขีด   

“หยุดพล่าม! แล้วปล่อยเธอไปซะ เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” เดเรคตวาดลั่นอย่างเหลืออด ถึงแม้จะตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่มีอาวุธในมือครบครันเขาก็ไม่นึกประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด  

“จะปล่อยไปทำไมวะ ในเมื่อนังนี่มันแส่หาเรื่องดีนัก กูก็จะจัดการส่งมันไปลงนรกพร้อมมึงนี่แหละ ดีเสียอีก ตายแบบหมู่คณะ วิญญาณมึงจะได้ไม่เหงาไง”          

“ไอ้หน้าตัวเมีย! แม้แต่ผู้หญิงมึงก็ยังไม่เว้น” เดเรคประณามเสียงขุ่นคลั่ก นัยน์ตาวาวโรจน์   

“ปล่อยฉันนะ!” เสียงหวานตะโกนลั่น เมื่อถูกกดให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิตหากแต่ก็ต้องถูกมัดมือไพล่หลังติดกับเก้าอี้          

“เอาเป็นว่า กูจะเชือดนังนี่ให้มึงดูเป็นบุญตาก่อนแล้วกัน” อารดาจ้องปลายกระบอกปืนที่เล็งมายังเธอเขม็ง เพียงชั่วพริบตาแม่สาวใจเด็ดก็ยกเท้าเตะปืนออกจากมือสาก แล้วใช้เท้าอีกข้างเตะผ่าหมากคนใจทรามจนมันร้องโหยหวน ส่วนเจ้าพ่อหนุ่มก็อาศัยช่วงชุลมุนสับศอกเข้าตรงชายโครงของคนที่เอาปืนจี้เอวเขาอยู่เต็มเหนี่ยว

“เก่งนักนะมึง” ชายร่างเตี้ยล่ำแผดเสียงลั่น พร้อมเดินรี่เข้าหาหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง แต่อารดาหาได้ประหวั่นพรั่นพรึงไม่ เธอออกแรงยันให้เก้าอี้ซึ่งมีล้อเลื่อนเคลื่อนตัวมาข้างหน้า จากนั้นก็ใช้เท้าเสยปลายคางอีกฝ่ายเต็มแรง  

หลังจากเดเรคจัดการกับชายชั่วที่เหลือได้อย่างราบคาบ เขาก็รีบมาแก้มัดให้เธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งมายังรถของเขาซึ่งจอดซุ่มอยู่ห่างออกไปประมาณสองร้อยเมตร         

“เร็วคุณ! ขึ้นรถ!” ทันทีที่อีกฝ่ายกดสัญญาณปลดล็อก อารดาก็รีบเปิดประตูรถยนต์คันหรู ขณะตะโกนเร่งเขาด้วยท่าทางร้อนรน    

“อ้าว! แล้วรถบุโรทั่งของคุณล่ะ” เดเรคถามขณะเลิกคิ้วหนาเหนือดวงตาสีเฮเซล จนคนตัวเล็กต้องกระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด   

“มันใช่เวลามาทำตัวขี้สงสัยไหมฮะ!” เธอเท้าสะเอวสวนกลับอย่างฉุนๆ  

“คุณก็ตอบมาก่อนสิ” พ่อเจ้าประคุณยังไม่วายเล่นแง่จนน่าหมั่นไส้

“ฉันไม่ได้เอามา ชัดไหม?” อารดาเอ่ยเสียงแข็ง พร้อมมองเขาด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่ใช่ในเวลาคับขันเช่นนี้สาบานได้เลยว่าเธอจะหาโอกาสซัดปากคนกวนประสาทสักหมัดแน่      

“หมายความว่า คุณไม่ได้ขับรถมา”

“เริ่มฉลาดขึ้นแล้วนี่” สาวแสบเหน็บแนมอย่างหน้าซื่อตาใส จนเขานึกอยากจะกระชากเจ้าของปากรั้นๆ นั่นมากระหน่ำจูบให้ขาดใจกันไปข้าง    

“แล้วคุณตามผมมาได้ยังไง” คราวนี้เขาเริ่มซักไซ้อย่างจริงจัง   

“ฉันก็แอบนอนมาในท้ายรถคุณนั่นแหละ โอ๊ย! แล้วจะสงสัยอะไรนักหนาเนี่ย เดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมารุมสกรัมหรอก” ท้ายประโยคเจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็ปรี๊ดแตกที่อีกฝ่ายกำลังทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ    

“ผมว่าคุณไปขับรถดีกว่า ผมจะยิงสกัดพวกมันให้” เห็นเธอตั้งท่าจะก้าวขาขึ้นไปนั่งประจำที่ข้างคนขับเขาก็เอ่ยเป็นเชิงห้ามปราม เพราะหากขับรถไปโดยไม่ได้ยิงสกัดเห็นทีทั้งสองคงไม่รอดพ้นจากดงกระสุนแน่         

“ไม่เป็นไร ส่งปืนมานี่” อารดากล่าวพลางแบมือยื่นออกมา โดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา เพราะดวงตากลมโตทั้งสองข้างมัวแต่จ้องไปยังเบื้องหลัง ที่เธอตัดสินใจเป็นฝ่ายยิงสกัด เพราะไม่ชินกับการขับรถเร็ว

“คุณแน่ใจนะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างลังเล อีกทั้งนึกว่าเมื่อกี้ตัวเองแค่หูฝาดไปเท่านั้น

“แน่สิ ส่งปืนมาเร็ว” 

 

 แจ้งด่วน!!! 

E-BOOK…จอมโอหังเผด็จรัก วางขายใน www.mebmarket.com แล้วนะคะ เอฝากเดเรคกับอารดาด้วยจ้า ^^  

ตามไปสอยตามลิ้งค์นี้เลยจ้า  

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTAyOTI2NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijk0MjY0Ijt9  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น