ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 :: เรื่องเยอะ [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 :: เรื่องเยอะ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 113.5k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2558 06:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 :: เรื่องเยอะ [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 14 เรื่องเยอะ

 

 

 

            เรา ไม่สิ!ต้องบอกว่าผมคนเดียว ตื่นมาอีกทีก็ตอนหกโมงครึ่งครับ เสือบอกให้ผมรีบอาบน้ำเพราะวันนี้เราจะต้องถ่ายรูปบนเรือครับ ส่วนรายนั้นตื่นก่อนอาบก่อนแต่งตัวเสร็จรีบร้อนแล้ว สิงห์ก็เหมือนกันเสร็จตั้งแต่ที่ผมยังไม่ตื่น สรุปคือผมตื่นสายสุดในห้อง

            พออาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัวครับ เสือให้ผมใส่เสื้อเชิ้ตสีเหลืองเข้มกับกางเกงสีดำเขาบอกถ้าจะเล่นน้ำไม่ให้ใส่เสื้อกับกางเกงที่มันเป็นผ้าสีอ่อนเพราะมันจะเห็นเอ่ออันนั้นแหละ อ้อ! มันเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าให้ผมด้วยครับ บอกให้เอาไปด้วยจะเล่นน้ำจริงๆจะได้เอาไปเปลี่ยน เพราะผมชอบเป็นหวัดนิดๆหน่อยๆประมาณว่าถูกน้ำเย็นแช่นานๆก็เป็นหวัดแล้วครับ ถ้าไม่เปลี่ยนชุดเสือบอกกลัวไข้ขึ้น

            ผมไม่ได้ถามเรื่องที่ได้ยินเมื่อคืน ขี้เกียจคิดคิดไปก็ปวดสมองเปล่าๆ แถมเสือหรือสิงห์ก็ไม่ได้เล่าให้ฟังด้วยอยากให้เป็นความลับกันสองคนก็ได้ ธามไม่เสือกขี้เกียจเสือกด้วย

            “ทาครีมกันแดดหรือยัง”

            “ทาแล้ว”

            “ยาแก้ไข้กับยากันเมาเรือ”

            “ทานแล้ว”

            “เอาของครบยัง”

            “ครบแล้ว”

            เสือพยักหน้าแล้วมองห่วงยางลายเป็ดที่ผมตั้งใจว่าจะถือไปด้วย “ไม่ได้เอาห่วงยางไปก็ได้มั้ง เขาคงจะมีเสื้อชูชีพให้”

            ผมส่ายหน้าไม่มีเป็ดไม่ได้นะอุตส่าห์หอบมาจากกรุงเทพฯ

            “ไม่เอาอ่ะ อยากเอาเป็ดไปด้วย”

            “ครับ” เห็นว่าทักท้วงแล้วไม่ได้ผลเสือจึงยอมให้ผมเอาเป็ดไป หลังจากนั้นเราจึงออกจากห้องนอนพร้อมกันทั้งสามคน ลงมาทานอาหารเช้าที่หน้าโรงแรมดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลพร้อมกับเหล่าพี่ๆคนอื่นๆ กิ้งมันก็ลงมาพร้อมผม(เจอกันในลิฟต์)แต่กลับไม่มาทานกับผม ไม่ใช่อะไรมันบอกเจอรุ่นพี่คนหนึ่งหน้าตาตรงสเปคดีเลยอยากกะหรี่ขึ้นมา

เสือบอกให้ผมไปนั่งรอเขาจะไปตักอาหารมาให้ ผมจึงเลือกโต๊ะตรงบริเวณใต้ต้นมะพร้าวไกลจากคนอื่นนิดหน่อยแล้วเปิดโคนันดูรอ รอไม่นานนักถ้วยข้ามต้มทะเลร้อนๆก็ถูกนำมาวางอยู่ตรงหน้า ร่างสูงนั่งลงข้างผมแล้วหยิบโทรศัพท์ที่ผมกำลังเล่นอยู่ออกจากมือบังคับให้ทานก่อนค่อยเล่น “โคนันยังไม่จบแลยดูด้วยทานไปด้วยได้ไหม”

“รีบทานเดี๋ยวสาย”

“พี่เสือ” ผมทำเสียงเง้างอนแต่มันไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้ครับ ไม่หันมามองผมเลยด้วยซ้ำ “ใจร้าย”

“ตี้”

“ก็มันจริงไหม”

“รีบทาน”

“ขอดูโคนัน”

“ตี้”

ผมเบ้ปากเมื่อเสือเรียกชื่อแล้วทำหน้าโหดมาให้ ถึงโหดแต่ก็ยังหล่อว่ะ

พอทานเสร็จผมก็ลากเสือไปถ่ายรูปริมทะเลครับ ถึงคราวที่กล้องโปรที่อุดอู้อยู่ในกระเป๋ามานานจะถึงเวลาออกโรงซะที(กล้องโพรารี่หลบไป) ส่วนมากแล้วเสือจะเป็นคนถ่ายให้ผมซะมากกว่าเขาไม่ชอบถ่ายรูป

“ไหนขอดูบ้าง” ผมตะโกนบอกแล้ววิ่งเข้าไปหาอีกคนที่กำลังดูรูปอยู่ เสือพยักหน้าแล้วโอบเอวให้เข้ามาดูใกล้ๆ โหฝีมือมันโปรเฟสชันนอลมากครับ ภาพที่ออกมาสวยมากเลย “สวยอ่ะกูหล่อมาก”

“มึงน่ารัก”

“หล่อดิยังอยากหล่ออยู่นะ”

เขาไม่ตอบแต่ก้มลงจูบที่จมูกแล้วเลื่อนไปริมฝีปาก ผมโต้ตอบเบาๆแต่สุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าเสือปล่อยมือจากกล้อง Nikon ให้มันห้อยโต่งเต่งเพราะมีสายพาดคออยู่ ผมเอื้อมมือไปขย้ำหัวอีกคนเล่นแล้วละออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงแสงแฟลตจากการกดชัตเตอร์มาจากใครสักคน พวกผมหันไปมองปรากฏว่าปลายทางมีพี่ๆมองเต็มเลยครับ ส่วนคนที่ถือกล้องอยู่เป็นพี่พล  พี่แกตะโกนมาว่า

“ขอโทษทีน้องลืมปิดแฟลต”

อ่อแท้จริงตั้งใจแอบถ่ายกูสินะ

เสือจับผมจูบเบาๆที่ริมฝีปากอีกรอบก่อนโอบเอวเดินไปหาพวกพี่ๆเพราะอีกไม่นานเราก็ต้องขึ้นเรือยอร์ชกันแล้ว

 

 

การถ่ายภาพครั้งนี้เพื่อเป็นการถ่ายภาพลงหนังสือเพื่อขายเป็นเงินทุนให้กับกิจกรรมของมหาลัย แต่ผมกับรู้สึกว่างบประมาณในการถ่ายครั้งนี้เยอะชิบหาย! คิดดูครับจ่ายทั้งค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเรือยอร์ชลำมหึมากับหลายต่อหลายอย่าง เอาเงินส่วนนี้ไปเป็นทุนไม่ดีกว่าหรือวะ

“เสือถอดเสื้อหน่อยได้ไหม” เสียงของพี่พลที่กำลังควบคุมการถ่ายทำให้ผมหลุดจากความคิดหันไปมองนายแบบและนางแบบที่กำลังสวมบิกินี่เหมือนเมื่อวานแต่เปลี่ยนเป็นสีแสดรับผิวขาวแทน ผมกระหย่อมยิ้มย่องในใจ มึงถอดสิ ถอดเสื้อออกเลยเสือ!! ถอดเลย!!

เสือพยักหน้าแล้วเริ่มปลดกระดุมเหมือนทุกคนเผลอกลั้นหายใจก่อนเสียงฮือฮาจะตามมาเมื่อร่างสูงถอดออกเผยซิกแพคน่าซบแต่คราวนี้มีคิสมาร์กเต็มตัวแถมมาด้วย ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วงุนงงก่อนมองมาทางผมแล้วยิ้มแบบหัวเราะหน่อยๆมาให้ ก็มันไม่รู้ว่าผมทำคิสมาร์กให้มันนี้หว่า

 

“กรี๊ดดดดร้อนแรงอ่า รอยจูบเต็มตัวเลย”

“ดูดตรงอกด้วย สะโพกด้วย อื้อหือตรงท้องน้อยก็มี อิจฉาเมียเขาอ่ะ”

“น้องธามแม่งเมียหลวงจริงๆ กูได้ยินมาว่าคนที่เคยเป็นแค่คู่ควงน่ะ รอยจูบพี่แกยังไม่ให้ทำเลยนะเว้ย”

“หล่ออ่ะถึงมีเมียก็ยังหล่อ รอยจูบเต็มตัวแบบนี้จะร้อนแรงกันขนาดไหนอร๊ายย”

 

          “งั้นมึงใส่เสื้อเหมือนเดิมเถอะ” พี่พลบอกพยายามหลบสายตาไม่มอง เสือร้องหึจ้องตามาทางผมแล้วหยิบเสื้อมาใส่เหมือนเดิม ผมมองการถ่ายทำอยู่สักพักมันตาก็เหมือนเดิมมีอ่อยบ้างแต่ตอนนี้ผมวางใจได้ระดับหนึ่งแล้ว อ่อยยังไงก็ไม่ได้ผลหรอกเจ้!!

            “น้องธามกระโดดน้ำลงมาเล่นกันเร็ว” เสียงเรียกจากพี่ๆด้านล่างที่พากันกระโดดตู้มลงน้ำไปหลายคนแล้ว ผมพยักหน้าแล้วโดดน้ำลงเล่นตาม แกว่งขาไปมาในน้ำที่มองไม่เห็นพื้นผมเผลอนึกถึงปลาปิรันย่าขึ้นมาคิดภาพน้ำนองไปด้วยเลือดแล้วขนลุก จึงสะบัดความคิดออกแล้วว่ายไปเล่นกับคนอื่นเขา

            แต่โชคร้ายดันไปว่ายเข้าใกล้แก็งมันตาแถมพอพวกเธอเห็นผมก็ต่างเข้ามารุมล้อมทันที

            “ธามไปเล่นน้ำกันไหม” เสียงหว๊านหวานแต่สายตานี้ไม่หวานไปตามเสียงเลยนะ ผมปฏิเสธไม่ทันก็โดนฉุดให้ว่ายมาแถบห่างไกลผู้คน พอพ้นสายตาคนอื่นผู้หญิงสองคนในกลุ่มก็จัดการกดหน้าผมลงกับน้ำแบบไม่บอกไม่กล่าวทันที

            “อื้อ!!!” ผมดิ้นไปมามือพยายามจับมือของสองคนนั้นออกจากหัว แต่กลับมีใครสักคนมารวบแขนยึดเอาไว้ทำให้ขยับไม่ได้

          หายใจไม่ออก

          “อย่าให้มันตาย” เสียงของใครสักคนดังขึ้นทันใดนั้นใบหน้าของผมก็ถูกจับขึ้นพ้นน้ำ ร่างบางกระเสือกกระสนไปมาพยายามสูดอากาศให้ได้มากที่สุดแต่หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกสองมือกดลงน้ำอีกรอบ ทรมานใจจะขาดผมดิ้นจนหมดแรงดิ้น ฟองอากาศเริ่มหมดคราวนี้พวกเธอจับกดนานกว่าเดิมด้วย

            ซ่า!

            ใบหน้าของผมถูกจับขึ้นอีกครั้งก่อนจะถูกกดลงไปอีก

            เป็นแบบนี้ซ้ำๆหลายครั้ง

            ผมหมดแรงหายใจไม่ออก พยายามดิ้นแต่ขยับตัวไม่ได้

            ทรมานจนน้ำตาไหล หากเหนือหัวกลับได้ยินเสียงน้ำเราะสะใจดังมา

          เสือ

ช่วยกูด้วย

 

          ตู้ม! ตู้ม!

ม่านน้ำแตกกระเซ็นเมื่อหนึ่งร่างสูงกระโดดลงมาจากเรือยอร์ช ตามด้วยร่างสูงอีกคนในเวลาติดๆกัน เสียงกรีดร้องดังระงมขึ้นความชลมุนวุ่นวายประดังเข้าใส่ราวพายุโทนาโด เสือโผล่หน้าขึ้นจากน้ำว่ายไปยังทิศทางที่มีร่างเล็กกำลังก้มหน้าลงน้ำแน่นิ่งอยู่ มือหนารีบคว้าเอวบางมาแนบอกจับใบหน้าอันคุ้นตาขึ้นสำรวจก่อนเบิกตากว้าง

มันซีด ซีดจนน่าใจหาย

"มึงทำเหี้ยอะไรกัน!!" เสือได้ยินเสียงน้องชายที่ปกติแล้วจะสุภาพยิ่งกว่าอะไรตวาดใส่กลุ่มผู้หญิงที่เหมือนจะเป็นต้นเหตุของเรื่อง ร่างสูงไม่สนใจรีบนำร่างเล็กขึ้นเรือโดยมีเพื่อนคณะแพทย์คอยรอรับอยู่แล้ว

พลสั่งให้ทุกคนขึ้นเรือด่วนเพื่อจะขับเข้าฝั่ง

"ชีพจรอ่อนมาก ใครก็ได้ปั้มหัวใจน้องหน่อย"

เพื่อนร่วมคณะที่อยู่ใกล้ๆรีบลงมาจัดการทันที ก่อนมันจะเบิกตากว้างแล้วหันหน้ามาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่น

"เสือ"

"..."

ร่างสูงแทบพยุงตัวเองไม่อยู่เมื่อได้ยินประโยคถัดมา

"น้องหัวใจหยุดเต้นว่ะ"

 

 

 

'ตื่นครับ'

'อื้อ เสือขออีกห้านาที'

เดี๋ยวสายตื่นมาดื่มนมก่อน

ไม่เอาขออีกห้านาที สองนาทีก็ได้

พูดยาวขนาดนี้แล้วตื่นเถอะ

‘…’

ตื่นได้แล้ว

 

ผมลืมตาขึ้น

แล้วก็เจอกับความมืดมีแสงไฟจากสลัวๆลอดมาจากม่านหน้าต่างบ่งว่าตอนนี้พระอาทิตย์คงจะตกลับขอบฟ้าและพระจันทร์ขึ้นมาแทนที่เรียบร้อยแล้ว

สายระโยงระยางทั้งเครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจบอกได้ดีว่าผม... ยังไม่ตาย

หากขยับตัวไม่ได้ ร่างกายประหนึ่งโดนง่อยแดก มันอ่อนแรงไปหมดทุกส่วน ผมกลืนน้ำลายรู้สึกถึงลำคอที่แห้งผาก นี้ผมหลับไปกี่วันกันว่าแต่หิวน้ำชะมัดที่นี้ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ

ผมเหล่ตาเห็นขวดน้ำพร้อมแก้ววางอยู่บนตัวเตียง

"อึก!"

"..."

"อื้อ!"

พยายามขยับตัวเพื่อเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำ แต่ผลก็เหมือนเดิมตัวไม่เคลื่อนสักนิดสงสัยจะเจอง่อยจริงๆแล้ว

"อึก!"

ขยับไปนิดละ

"อือ!"

อีกนิดเดียว

"อื้อ!"

จะถึงแล้ว...

ตุบ!

"โอ๊ย!!" ...กูเจ็บ

ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

ปัง!!

ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาทันทีเมื่อร่างผมตกจากเตียง เป็นผลให้สายน้ำเกลือที่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดหลุด แสบสะท้านแถมเครื่องช่วยหายใจยังตกไปที่คอ สายที่ติดอยู่ตรงหัวใจหลุดออกเป็นผลให้ตัวเครื่องส่งเสียงติ๊ดๆดังก้องไปทั่วห้อง แต่ร่างตกทีเดียวนี้อาการง่อยหายเป็นปลิดทิ้งเลย

"ตี้" ยังไม่ทันเงยหน้าขึ้นมอง อยู่ๆร่างตัวเองก็โดนอุ้มกลับไปที่เตียงอีกครั้ง ผมได้กลิ่นกายที่คุ้นเคยเลยกอดเขาเอาไว้แน่นแนบชิดใบหน้าเข้ากับอกของอีกฝ่ายแล้วขยุ้มเสื้อเขาจากทางด้านหลัง "เสือ"

ร่างสูงกอดผมกลับแล้วปล่อยให้เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจดังต่อไปจนกระทั่งคุณหมอกับพยาบาลวิ่งเข้ามาดู เสือจึงละออกจากอ้อมกอดผมไปปิดเครื่องก่อนจะไล่คุณหมอที่อุตส่าห์หวังดีออกไปจนหมด ผมจึงดึงเขามากอดอีกรอบแล้วให้ร่างสูงล้มตัวลงมานอนบนเตียงด้วยกัน

เพราะเสือคร่อมอยู่บนตัวผมจึงจับใบหน้าของเขาขึ้นมอง สำรวจโครงหน้าหล่อเหลาที่ไม่ว่ามองกี่ทีก็ชวนหลงใหล ผมหรี่ตาลงเม้มปากแน่นแต่แล้วจู่ๆน้ำตาก็ไหลออกจากเบ้า

เกือบ เกือบไม่ได้เจอหน้าตลอดชีวิตแล้ว

"เสือ! เสือ! เสือ! ฮือ เสือ! เสือ! กู! อึก!" ผมร้องเรียกหามันเหมือนคนบ้า เสือกอดผมแน่นกว่า เดิมลูบหัวแล้วปลอบประโลมว่า

"ใจเย็นๆ"

"เสือ! เสือ! อึก กูเจ็บ..."

ผมร้องไห้น้ำตาไหลลงมาเหมือนน้ำตก หากยิ่งร้องก็ยิ่งเจ็บตรงหน้าอก เจ็นจนสะอื้นเหมือนโดนเข็มแทงที่หัวใจ ผมมองหน้ามัน เจ้าของนัยน์ตาสีครามเข้มกำลังเม้มปากแน่นเขาพยายามจับตัวผมที่ดิ้นเอาไว้

"เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เสือ! อ้ากกกก!!!" ผมแหกปากลั่นคุณหมอกับพยาบาลวิ่งกรูเข้ามากันอีกรอบ

"ไม่ต้องมา!!!" หากเสือตะโกนบอกเอาไว้ก่อน ผมร้องหนักกว่าเดิม ความเจ็บปวดที่หน้าอกประดังเข้าใส่จนทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ ร่างสูงผละออกไปผมตาเบิกกว้างพยายามคว้าเขาเอาไว้แต่คว้าไม่ทัน เสือเดินออกไปหยิบอะไรบางอย่างที่ข้างเตียง ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมเข็มฉีดยาในมือ ผมรีบพลิกตัวหนีแต่เขากักเอาไว้ได้ น้ำตาไหลราวเขื่อนแตก หัวใจเจ็บสะท้านไปหมด

"ปล่อยกู อึก!อ้ากก"

"นิ่งๆ" มันบอกแต่ผมไม่ สองมือทุบตีอกแกร่งไปมือจนร่างสูงต้องจัดการรวบมือผมขึ้นเหนือหัวด้วยมือเดียว แต่ยังไม่สามารถบังคับร่างกายของผมให้อยู่นิ่งได้ "เข้ามาจับเอาไว้"

ไม่นะเสือ

ทันทีที่เขาสั่งพยาบาลที่ยืนรออยู่หน้าประตูทั้งหมดก็วิ่งเข้ามาจับตัวผมเอาไว้กดทุกส่วนของร่างกายให้นิ่งงันไร้แรงต่อต้าน ทำได้เพียงส่งสายตาขอความเห็นใจพร้อมกับส่ายหน้าให้กับอีกคนที่กำลังชูเข็มในมือขึ้นมา

ไม่นะเสือ ไม่!

มึงก็รู้ว่ากูกลัวเข็มขนาดไหน!!!

ผมร้องหนักกว่าเดิม แหกปากดังลั่นห้องจนกระทั่งมือหนาเลื่อนมาปิดปากผมเอาไว้ขณะเดียวกันที่ปลายเข็มแหลมถูกทิ่มลงที่ต้นแขน อาการเจ็บจี๊ดๆตามมาพร้อมบางอย่างที่ถูกฉีดเข้ากระแสเลือดแต่สามารถทำให้ผมสลบลงได้อย่างน่าประหลาด ทันทีที่เข็มถูกถอนออกไปทุกคนก็ปล่อยมือจากตัวผม ก่อนเสือจะไล่พวกเขาออกไป

ร่างสูงหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาอีกครั้ง ผมหวาดกลัวแต่กลับไม่หนี รวมถึงประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยิน

"หลับไปก่อนนะคนดี"

ก่อนที่มันจะทิ่มเข้าสู่ลำแขนผมอีกครา

 

 

หลับไปแล้ว...

ร่างสูงวางเข็มฉีดยาลงกับถาดอุปกรณ์ก่อนกำหมัดแน่น เขากะเอาไว้แล้วว่าต้องมีอาการตื่นตระหนักหลังจากพึ่งรอดชีวิต ร่างเล็กหัวใจหยุดเต้นไปรอบหนึ่งโชคดีที่ซีพีอาร์ทันไม่งั้นคงกู่ไม่กลับ ถึงกระนั้นอัตราการเต้นของหัวใจก็ยังไม่คงที่ มีโอกาสที่หัวใจจะกลับไปไม่เต้นอีกครั้ง เสือกดโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงรอจนปลายสายรับจึงบอกคำสั่ง "ปิดชั้นบนสุดทั้งหมด แล้วย้ายไปห้องใหญ่ ห้ามให้ใครขึ้นมา จัดหมอเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ฉันจะออกไปทำธุระระหว่างที่ไม่อยู่ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเกิดอาการอีกให้ฉีดยาระงับเลย แต่อย่าให้หัวใจหยุดเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด"

ว่าจบก็วางสาย ก้มลงจูบที่หน้าผากมนอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องก่อนควาญหาโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกง กดเบอร์ต่อสายแล้วกรอกเสียงเรียบใส่ด้วยอารมณ์เย็นยะเยือก

"ผู้หญิงพวกนั้น จะทำอะไรก็ทำ”

          คนที่มันทำอะไรเอาไว้ อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข!!

 

 

2 วันต่อมา

“อีธามมมมมม” เสียงตะโกนความรุนแรงระดับสิบแปดริกเตอร์ดังมาแต่ไกลทำเอาแอปเปิ้ลในมือผมหล่นกลิ้งตกเตียง ผมเบ้ปากเมื่อประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างล่ำๆของกิ้งที่วิ่งเข้ามาฟาดกระดาษอะไรบางอย่างลงบนตักผมเป็นปึก “อะไรของมึงเนี่ย”

“นี้ไงๆ” มันชี้ชีทหลายชีทบนตักให้ผมดูครับ แต่ผมยังไม่เก็ทมันเลยด่าแทน “โอ๊ยย อีนี้ ก็กูอุตส่าห์เก็บชีทช็อตโน้ตเอาไว้ให้มึงกลัวมึงเรียนไม่ทันไง หัดสำนึกบุญคุณกันบ้างสิยะ!

ผมกะพริบตามองมันพอสมองประมวลผลเข้าใจแล้วจึงร้องว่า “อ๋อเฮ้ย! ขอบใจมาก”

“แน่นอนย่ะ กิ้งซะอย่างสวยและรวยมากกับฉลาดด้วย”

“จ้าแม่คนสวย” ผมชมมันบ้างเป็นการขอบใจที่อุตส่าห์ช็อตโน้ตมาให้ผม เพราะบทนี้ยากครับ(สำหรับผมนะ)ไม่ได้เรียนไม่รู้เรื่องแน่ ก้มลงอ่านแต่สักพักก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาเพราะบังเกิดความสงสัยในสมอง “เออกิ้งตอนนี้กูอยู่ที่ไหนวะ”

สองวันหลังจากตื่นไม่ได้ออกไปไหนเลยครับ ไม่แน่ใจว่าจะใช่โรงพยาบาลหรือเปล่าเพราะห้องมันก็ไม่เหมือนโรงพยาบาลสักเท่าไหร่ ห้องที่ผมอยู่เป็นห้องขนาดใหญ่มากๆครับ ทีวีจอแบนติดผนังขนาดใหญ่ครบชุด แถมเตียงนอนผู้ป่วยเป็นเตียงนอนแบบคิงไซต์ มีตู้หนังสือ ตู้เสื้อนั้นนู้นนี้เยอะแยะมากมาย โทนผนังภายในห้องก็เป็นสีดำออกทะมึน ถ้าไม่มีสายน้ำเกลือที่ต่อแขนกับพี่พยาบาลที่เข้ามาตรวจทุกวันผมคงนึกว่าตัวเองถูกส่งมาอยู่คอนโดหรูที่ไหนสักแห่งแล้ว อ้อ! อีกอย่างคือตอนนี้เรากลับมาที่กรุงเทพฯแล้วนะครับ กิ้งบอกว่าผมถูกหามขึ้นเครื่องบินพร้อมทั้งสายน้ำเหลือ การถ่ายทำต้องหยุดชะงักลงก่อนเพราะตอนนั้นเหมือนเสือจะอารมณ์ฉุนมาก และทุกๆอย่างก็วุ่นวายมากๆด้วย

“ก็โรงพยาบาลนั้นแหละ” กิ้งตอบ “โรงพยาบาลผัวมึงไง”

อื้อหือหรูเชี่ยๆ

ผมไม่เคยมาโรงพยาบาลเสือนะ นี้ครั้งแรกเลย แหมมาครั้งแรกก็ได้ค้างคืนเลยด้วย

“โคตรหรูอ่ะ แมลงวันแมลงหวี่นี้ไม่มีสักตัว แถมกูแอบไปส่องราคาห้องที่มึงนอนอยู่นะ” มันก้มหน้าต่ำหันมากระซิบกระซาบที่ข้างหูผม “คืนละหลักแสน”

“แพง!!!!

“ใช่ไหม”

มันสมทบผมพยักหน้าตาม โรงบาลห่าไรแพงชิบหายเลย กิ้งว่าต่อ “แต่บริการโคตรหรูอ่ะมึง ไฮโซดูดีมีระดับมาก สำคัญคือหมอหล่อมากเว้ยย กูว่าที่นี้เขาคัดหน้าตาเข้าทำงานด้วยแน่เลย มองไปทางไหนก็เจอแต่คนหล่อเป็นไปได้อยากอยู่นานๆถ้าไม่ติดว่าราคามันแพงลากเลือด” ว่าจบมันก็ทำหน้าเสียดายเล็กน้อยพอกระแดะ

“แล้วเสือไปไหน”

ตื่นมาวันนี้ยังไม่เห็นมันเลยครับนี้ก็บ่ายสองแล้ว ไม่มาหากันเลย

“พี่เสือมีโปรเจคเลยให้กูมาดูแลมึงนี้ไง แต่มึงไม่ต้องห่วงเพราะอีกเดี๋ยวมึงก็มี โปรเจคร่วมกับคณะบริหาร”

“อ๋อ” ผมลากเสียงพยักหน้าเข้าใจ “แล้วการถ่ายทำเป็นไงบ้าง”

“ต้องหยุดลงก่อนเสือไม่ยอมให้ถ่าย ถ่ายที่ภูเก็ตก็ยังไม่เสร็จพี่พลเลยว่าต้องไปหาสถานที่สวยๆในกรุงเทพถ่ายแทน”

“งั้นก็แย่ดิ” ผมว่าถ้าต้องหาที่ถ่ายใหม่ ก็เสียเงินใหม่อีก กิ้งส่ายหน้า

“พี่เสือน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับสถานที่หรอกนะแต่มีปัญหากับคนที่ถ่ายด้วยต่างหาก”

ผมเลิกคิ้วขึ้นมันอธิบายต่อ

“มันตาไงยะ พี่เสือรู้ว่าคนที่กดมึงจมน้ำน่ะคือเพื่อนของมันตา เลยพลอยเกลียดนางนั้นไปด้วย”

“แล้วเพื่อนมันตาเป็นยังไงบ้าง” นึกถึงเรื่องนี้ทีไรปวดใจทุกที กิ้งทำหน้าเหยเกแล้วตอบ

“มันทำมึงขนาดนี้ คิดว่าผัวมึงจะเอาไว้ไหมละ”

“เสือทำอะไร!!

กระเทยส่ายหน้า “กูไม่รู้ ไม่มีใครรู้แต่ทุกคนไม่เห็นแก็งนั้นยกเว้นมันตาได้เกือบอาทิตย์ละ”

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ”

“กูไม่รู้ไปถามผัวมึงเอาเอง” ผมเบะปาก

“เลิกคิดเรื่องนี้เถอะ เลิกๆ” ผมบอกพร้อมปัดมือไล่ไปมา “จริงสิ”

กิ้งเลิกคิ้วเป็นเชิงว่ามีอะไรอีก

“ใครเป็นคนช่วยกู”อย่าว่าแต่ออกไปข้างนออกเลยครับ แต่เรื่องราวข่าวสารใดๆในโลกก็ไม่รู้เรื่อง โทรศัพท์ผมก็หายไปไหนไม่รู้ ได้แต่ดูโทรทัศน์กับอ่านหนังสือ ว่างๆก็มีกิ้งอยู่เป็นเพื่อนเพราะเสือมักจะเข้ามาตอนบ่ายๆหรือเย็นๆ

กิ้งเอื้อมมือไปหยิบผลส้มที่หัวเตียงมาปลอกเปลือกแล้วตอบ

“พี่เสือ” ผมร้องอ๋อในใจ “กับสิงห์”

“หือ” เบิกตาตกใจกับคำตอบที่ได้รับนิดๆ “สิงห์ด้วย”

“เออแปลกใช่ไหม กูว่ามันแปลกๆที่สิงห์นี้แหละ” ผมพยักหน้าเห็นตาม “ถ้าเอาตรงๆก็ไม่แปลกเพราะมีเป้าหมายไปช่วยมึงเหมือนกัน พี่เสือน่ะห่วงมึงจนไม่ใส่เสื้อชูชีพให้ตัวเอง น้ำโคตรลึกแต่กระโดดลงเรือแบบไม่ลังเลเลย ส่วนสิงห์ปกติแล้วเป็นคนสุภาพจะตายวันนั้นเขาตวาดคำหยาบใส่พวกเพื่อนนังมันตาเลยนะเว้ย แถมเป็นเพศแม่อีก จะโกรธแทนอะไรขนาดนั้น”

พอบรรยากาศแปลกๆลอยเข้ามาในอากาศ ผมถอนหายใจเงียบ

            “เลิกพูดๆ พูดเรื่องไหนก็มีแต่ปวดสมองไปหมด”

“เออกูก็ไม่อยากจะพูดหรอก

แอดด

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง ผมชะโงกหน้ามองผู้มาเยือนก่อนจะยิ้มออกเมื่อเป็นคนรู้จักกันดี บรรยากาศแปลกๆเมื่อสักครู่จางหายแทนที่ด้วยความรู้สึกตกใจ ดีใจเมื่อได้พบกับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นชาติแล้ว “ไอ้เมฆ!!!!!!!!

เมฆไงครับเมฆ เพื่อนสนิทของผมอีกคนน่ะ มันเดินควงกุญแจรถมาทางผม ไม่ได้เจอกันนานก็ยังหล่อและดูดีเหมือนเดิม

“ว่าไงมึง ไหนคนอื่นบอกว่าตายแล้ว”

มาปุ๊บก็ปากหมาใส่ปั๊บ แต่ไม่เป็นไรครับถือซะว่าให้มันปากหมาไปเป็นรางวัลที่มาเยี่ยม

“เออ เกือบตายไงมึงนั้นแหละจะมาหากูก็แค่ตอนใกล้จะตายใช่ไหม วันปกติไม่มานะสัส”

“มึงว่ากูมึงถามผัวมึงด้วย” ผัวกูเกี่ยวอะไร มันว่าต่อ“คณะกูงานเยอะก็จริงแต่ช่วงแรกที่มึงคบกับมันกูก็เทียวไปหาปกติแค่ไม่เจอมึงเหมือนเมื่อก่อน พอนานวันเข้าพวกเพื่อนวิศวะของมันบอกให้กูอย่าเข้าใกล้มึงมาก แม่งหวงมึงโคตร แค่เพื่อนยังห้าม อีกอย่างกว่ากูจะขึ้นมาเยี่ยมได้นั่งทะเลาะกับพยาบาลหน้าประตูตั้งนาน”

หา อะไรทำไมกูไม่รู้เรื่อง ผมหันไปมองกิ้งหวังได้รับความกระจ่าง

“มันไม่รู้เรื่องหรอก ดูหน้ามันดิ เอ๋อซะขนาดนั้น”

“อะไรอ่ะ กูไม่รู้เรื่อง ไม่ได้มาเยี่ยมกูได้ทุกคนเหรอ”

“ก็ไม่ดิ มึงคิดว่าระหว่างที่มึงนอนอยู่โรงพยาบาลนี้มาแล้วเกือบหนึ่งอาทิตย์มึงจะเห็นแต่หน้ากูกับพี่เสือของมึงหรือไง”

เออว่ะจริงด้วย ผมเห็นแต่หน้าเสือกับกิ้งจริงๆครับ ไม่รวมพยาบาลกับหมอ

“แต่แม่งโคตรหวงเลยวะ กูว่านะถ้ากิ้งไม่ได้อยู่คณะเดียวกันกับมึงก็คงโดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้เหมือนกัน”

ผมหันไปมองกระเทยร่างโตมันเลยว่าต่อ “กูก็โดนนะ แต่โดนพี่เสือส่งข้อความมาให้ดูแลมึงดีๆชนิดที่ในสามสิบนาทีได้รับหนึ่งข้อความ”

โอโห้ นี้ข่าวใหม่เลยนะกูพึ่งรู้ว่าผัวกูทำแบบนี้

“ระหว่างที่เดินมาทั้งชั้นก็ไม่มีใครอยู่สักคนเดียว เอาง่ายๆเลยนะธามพี่เสือของมึงอ่ะ ปิดชั้นนี้ไว้ให้มึงคนเดียวเลยเว้ย”

เชรดดดด ใจปล้ำเชี่ย

ผมอ้าปากค้างสักพักเสียงของประตูก็ถูกเปิดอีกครั้งคราวนี้เป็นพี่พยาบาลครับ

“หมดเวลาเยี่ยมคนไข้แล้วนะคะ คุณเสือสั่งเอาไว้ว่าให้เลยได้แค่ห้านาทีเท่านั้นค่ะ หากครบห้านาทีรบกวนออกจากห้องด้วยนะคะ” พอบอกเสร็จพี่แกก็ออกไปครับ

“กูมายังไม่ถึงหนึ่งนาทีเลยด้วยซ้ำ”

เมฆมันบ่นครับก่อนจะยื่นกล่องอะไรบางอย่างให้ผม ว่าต่อ “เอ้า! คิทแคทรสชาเขียวเฮียทอสฝากมาเยี่ยม”

            ผมรับมาแล้วยิ้มร่า “ฝากขอบคุณเฮียแกด้วยนะ เตือนด้วยว่าอย่ามัวแต่เล่นสาวระวังเอดส์มาเยือน”

            “ไม่ต้องห่วงคงไม่เล่นสาวแล้วล่ะเหมือนจะหันไปเล่นเด็กหนุ่มแทนล่ะ” เมฆว่าขำๆ ผมหัวเราะตามเล็กน้อยเชื่อกึ่งไม่เชื่ออัตราส่วนห้าสิบห้าสิบ คุยกันอีกสักพักได้ไม่นานประตูก็ถูกเปิดอีกรอบ

            “หมดเวลาแล้วค่ะ กรุณาออกจากห้องพักด้วยค่ะ”

            “จะเคร่งอะไรกันขนาดนั้น เออๆงั้นพวกกูไปล่ะ บายธาม”

            “บายธาม” กิ้งว่าแล้วโบกมือให้ผม ผมโบกมือลาทั้งสองมองแผ่นหลังของพวกมันจนลับสายตาถึงล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง พอไม่มีอะไรทำจึงแกะคิทแคทชาเขียวที่ได้มาทานพร้อมทีวีดูหนังเล่น จนกระทั่งตกดึกผมถึงได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครั้ง เงาคุ้นตาทำให้สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เสือเดินเขามาใกล้ๆปลดเนคไทออกแล้วล้มตัวเข้ามากอดผม พลันจมูกได้กลิ่นแปลกๆจากร่างสูง “ดื่มมาเหรอ”

            “อือหึ”

            ผมพยักหน้าไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ ผมเป็นพวกหวงแฟนนะแต่หวงในขอบเขต เป็นผู้ชายเลยเข้าใจว่ามันจะมีอารมณ์ที่อยากสังสรรค์อยู่บ้าง อีกอย่างก่อนเจอเสือผมมั่นใจว่าผมเที่ยวบ่อยว่ามันมาก

            เขาอุ้มผมนั่งตักแล้วบรรจงจูบที่ศีรษะแผ่วเบา ผมเริ่มประเด็นคำถามก่อนมันทันที

            “เสือมึงทำอะไรกับพวกผู้หญิงที่ทำกู” ริมฝีปากอยู่จูบอยู่ชะงักไป มันละออกจากหน้าผากหยิบมือติดสายน้ำเกลือไปจูบแทน ไม่ตอบ

            “

            “ตอบกันก่อน”

            “ทำแบบที่มันทำมึง”

            ผมหน้าเครียดทันที รู้ว่าเสือทำได้ วงการธุรกิจที่ครอบครัวของเขาตั้งอยู่ แม้ผมไม่ได้รู้ลึกแต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้โปร่งใสเสมือนไป มันยังมีอีกด้านที่เรียกว่าด้านมืดอยู่ ไม่อย่างนั้นเสือก็คงไม่มีชายชุดดำที่มักเดินตามเป็นกระบุง เป็นด้านมืดที่สามารถฆ่าคนได้อย่างง่ายๆ หากทว่า

            “จะทำอะไรต้องเอากฎหมายเป็นหลักสิ นั้นเพศแม่ด้วยนะ”

           

            “ทำไมเงียบละ”        

ประโยคต่อมาทำให้ผมสะดุดกึก

            “เรื่องนี้อย่ายุ่งได้ไหม”

            นัยน์ตาคมสบตากับผมตรงๆ จนในที่สุดผมก็ต้องเป็นคนถอนสายตาออกมาก่อนผมพยักหน้าเบาๆ

            “แต่ขออย่างหนึ่งได้ไหม”

            “

            “อย่าให้พวกเธอหมดอนาคต”

            “

            “พวกเธอคงไม่ตั้งใจให้กูถึงตายหรอก”

            มันจูบที่ขมับผมแทนคำตอบ ต่อจากนี้จะทำอะไรก็ยกให้เป็นเรื่องของเสือก็แล้วกัน จบเรื่องเก่าผมก็เริ่มคำถามใหม่ทันที

            “มึงให้คนกันเมฆออกจากกู ส่งข้อความเป็นร้อยๆข้อความให้กิ้งบอกให้ดูแลกูดีๆ จริงหรือเปล่าเสือ”

            “กูหวงมึง”

            “เสือนี้เพื่อน”

            “เพื่อนนั้นแหละยิ่งอันตราย”

            “ตรงไหน”

“เหงาไหม” แน่เปลี่ยนประเด็นแถมผมยังบ้าจี้ตอบกลับ

            “เหงา”

            “อยากได้อะไรเพิ่มไหม”

            “อยากออกจากโรงบาล”

            “รอให้ตรวจให้ละเอียดกว่านี้ก่อนถึงออกได้”

            “งั้นบอกสิว่าเพื่อนมันทำไม”

            เสือเงียบไป “เพื่อนมึงหล่อไป กูไม่ชอบให้อยู่ใกล้”

            บร๊ะเจ้า!!! เสือชมคนอื่นว่าหล่อ ใครมีที่อัดเสียงกูขอด่วน ว้อนท์มาก!

            “ส่วนกิ้งกูอนุญาตตราบใดที่ดูแลมึงได้ดี”

            “ขี้หวงจังเลยเนาะ” โดนนิ้วเรียวดีดหน้าผาก ผมว่าต่อ

            “แล้วน้องมึงอ่ะ หล่อขนาดนั้นไม่ห้ามให้อยู่กับกูบ้าง ไม่หวง?”

            “

            “

            อ้าว เงียบทำไมละผัว

            “ไม่ใช่ไม่ห้าม”

            “

          “แต่ห้ามไม่ได้”

            “อือ” ผมตอบรับเบาๆ คิดหาคำพูดทำลายบรรยากาศชวนอึดอัด(อีกแล้ว) “อยากออกจากโรงบาล”

            เสือส่ายหน้า “บอกแล้วว่ายังไม่ได้”

“แต่

            “ไม่ดื้อนะ”

            ผมเบ้ปากยื่นมือมาดึงสายน้ำเกลือของตัวเองออก แสบจนเลือดไหล เสือรีบจับขึ้นมาดูทันที

            “เจ็บ” ผมว่า

            “ตี้” ใบหน้าหล่อเหลาถอนหายใจเหมือนเป็นการบอกทางอ้อมว่าผมดื้ออีกแล้ว

            “ก็ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลนี้ มันเบื่อ”

            “ตี้”

          ไม่เอาไม่ดื้อ

          “พี่เสือ” ผมแหงนหน้าขึ้นมองคางของอีกฝ่ายแล้วว่าเสียงอ่อย “จะไม่ให้ธามออกไปจริงๆเหรอ” พลิกคร่อมตัวมันด้วย

            “ให้หมอตรวจอีกรอบ

          “งั้นมึงก็ตรวจให้กูเลยสิ” ยิ้มอ่อนใส่จับมืออีกฝ่ายวางที่สะโพกตัวเอง แล้วก้มกระซิบที่ข้างหู “เป็นหมอไม่ใช่เหรอ”

            ผมประสานตากับอีกฝ่าย รู้สึกถึงแรงขย้ำที่บั้นท้ายกับแรงขยี้ที่อก

            “ค่าตัวกูแพงนะ”

            “ไม่จ่าย” เสือเลิกคิ้วและประโยคถัดมาของผมทำให้เขาต้องตีมือลงสะโพกบางแรงๆ “ให้ผัวจ่าย”

          “มึงได้โดนตรวจทุกซอกทุกมุมแน่”

เสือว่า ก่อนจะทำอย่างที่มันว่าจริงๆ

           

ปล.ผลจากคืนนั้นนอกจากจะออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ ยังได้รับสะโพกครากมาเป็นของแถม อีกด้วย!!

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น