เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 3 อัพครบ (แก้ไขคำผิด)

ชื่อตอน : Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 3 อัพครบ (แก้ไขคำผิด)

คำค้น : Warm Heart, พี่อิน,ทอฝัน,รัก,ฟิน,ไม่ดราม่า,แม่ผัว,ลูกสะใภ้,

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2562 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 3 อัพครบ (แก้ไขคำผิด)
แบบอักษร

“น้ำตกทอฝัน ระยะทาง 7 กิโลเมตรจากศูนย์วิจัย การเดินทาง..รถไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องเดินตามแนวเขาโดยมีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว ราคาคนละ 450 บาท รวมค่าอาหารกลางวันแบบชาวทริปและค่าแบกหามอุปกรณ์”  

ได้ยินชื่อน้ำตกไหมครับ นั่นแหละที่ทำให้ผมอยากไป 

“สถานที่แรกของฝันก็จัดหนักกันเลยนะ” ไม่พูดเปล่า ฝันยังเบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่เธอก็ยอมเดินมาหยิบกางเกงยีนไปเปลี่ยนแต่โดยดี ผมจึงรีบเก็บของที่จำเป็นต้องใช้ใส่กระเป๋าและกล้องถ่ายรูปคู่ใจเตรียมออกเดินทางตั้งแต่เช้า 

ยืนรอหน้าห้องไม่นานฝันก็ออกมา คราวนี้เธอแต่งตัวมิดชิดมากซะจนผมรู้สึกผิดเลยที่กำลังจะพาเธอไปลำบาก แทนที่จะได้ชมดอกไม้สวยๆ  

“ถ้าวันนี้ฝันรอดกลับมา ทริปต่อไปต้องชิวๆ แล้วนะ”  

ผมพยักหน้าและช่วยสวมหมวกให้ จากนั้นก็พาเธอไปเติมพลังด้วยการทานข้าวอร่อยๆ และรอไกด์ท้องถิ่นที่ผมนัดไว้ด้วย 

แต่ให้ตายสิ! ผมแทบทานข้าวไม่ลงเลย เมื่อนั่งใกล้ๆ ฝันแล้วเห็นความน่ารักของเธอจากมุมด้านข้าง ชอบแม้กระทั่งตอนฝันหยิบข้าวเหนียวมาจิ้มน้ำพริก 

‘สงสัยทริปนี้จะมีแต่รูปคน’ แอบว่าตัวเองเสร็จแล้วก็ต้องหยิบกล้องขึ้นมากดถ่ายอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าผมคงถ่ายเพลินไปหน่อยมั้ง ฝันถึงได้หันมามองค้อนแล้วยึดกล้องถ่ายรูปผมไปวางไว้อีกฝั่งเฉยเลย 

“ทานข้าวก่อนสิ อย่าพึ่งถ่าย”  

‘ดุพี่ก็เป็นนะเดี๋ยวนี้' 

“ถ้าฝันเดินไม่ไหวพี่อินต้องแบกฝัน เพราะฉะนั้นพี่อินต้องทานเยอะๆ ค่ะ” ไม่พูดเปล่า ฝันยังบังคับให้ผมทานด้วยการป้อนเองซะเลย แล้วแบบนี้ผมจะขัดใจได้ยังไงนอกจากนั่งทานไปเรื่อยๆ  

‘บางทีก็อยากสลับให้มือใช้งานไม่ได้แทนเสียงนะ ชอบเวลาที่มีคนป้อนไป ทำหน้าดุไปด้วย’  

‘ไม่โหดเลย แต่น่ารัก’ ก็ได้แต่นั่งคิดในใจไปเรื่อยเปื่อย  

“มีความสุขเหลือเกินจ้า ไม่ยอมกินเองเลย”  

ผมไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ คว้าแก้วน้ำมาดื่มจนหมด เป็นจังหวะเดียวกับที่ไกด์มาพอดี ผมจึงรีบจ่ายเงินค่าข้าวและเอาสัมภาระไปให้คนแบกหาม เหลือไว้แค่กล้องถ่ายรูปและของสำคัญติดตัว 

พอเสร็จก็เริ่มออกเดินทางทันที โดยที่ไกด์จะเดินนำไปก่อนและให้เราเดินตาม ระหว่างทางผมก็มีหยุดถ่ายต้นไม้ ดอกไม้หรือถ่ายตอนฝันเผลอบ้าง กระทั่งถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ไกด์ก็ให้พักและชมวิวธรรมชาติกันตรงนี้  

พูดได้เลยว่าสวยงามสมกับที่ออกแรงเดินมาจริงๆ ทั้งหมอกจางๆ และพระอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงยามเช้า โชคดีที่ผมวางแผนการเดินทางมาดีก็เลยถึงทันเวลา ทว่าหันไปมองฝันอีกทีเป็นอันต้องละทิ้งธรรมชาติตรงหน้าไว้แล้วรีบไปดูเธอ ก่อนที่จะมีฉากอารมณ์รุนแรงเกิดขึ้น 

‘งอนพี่เรื่องอะไรนะ’  

“มาก็เหมือนไม่ได้มาด้วยกัน เดินคนเดียวสนุกเลย รอก็ไม่รอ”  

แชะ! ผมกดถ่ายรูปตอนฝันทำท่าทุบขาตัวเองและบ่นผมไปด้วย แล้วพอเธอเห็นว่าผมยังสนุกกับการบ่นของเธอ ก็มองค้อนผมยกใหญ่ 

‘ขอโทษ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันนะ’ ดึงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง พิมพ์ให้คนขี้งอนอ่านเสร็จก็จับท่อนแขนและดึงให้เธอลุกขึ้น แม้ว่าอาการงอนยังไม่หายก็ตาม  

“ชิ”  

‘โมโหรุนแรงจริงๆ’  

“ชินกับการเที่ยวคนเดียวล่ะสิ เดินไม่ดูฝันสักนิดเลยอะ”  

ก็ถูกของเธอ ผมอาจจะผิดที่เพลินกับสิ่งที่ชอบจนลืมไปว่าพามาด้วย แต่สัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ให้ตัวห่างกันเลย  

คิดแล้วก็ขยับเข้าใกล้ฝันอีกนิด พอเธอกอดอกและมองผมตาขวางก็ค่อยๆ ยื่นท่อนแขนไปทางด้านหลังเพื่อโอบตัวเธอไว้ โดยที่มือจับกับราวกั้นเหมือนขังไว้ในอ้อมกอด 

“แค่นี้ฝันไม่หายงอนหรอกนะ”  

แชะ!  

“อีกสักรูปก็ได้ค่ะ”  

หึ นึกอยู่แล้วว่าวิธีนี้ต้องหาย เพียงแค่ผมยื่นโทรศัพท์ไปด้านหน้าและกดถ่ายรูปคู่รูปแรกของเรา ฝันก็เปลี่ยนจากหน้าบึ้งเป็นยิ้มหวานให้กล้องทันที ผู้หญิงแบบทอฝัน เธอกลัวตัวเองไม่สวยจะตายไป 

“อยากได้ตอนพระอาทิตย์ขึ้นด้วยอะ”  

‘เริ่มสนุกแล้วสินะ’  

“ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปคู่ แล้วก็ใช้กล้องพี่อินถ่ายรูปเดี่ยวให้ฝันนะคะ”  

ผมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจและเปลี่ยนลักษณะการยืนใหม่เพื่อให้เห็นตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น ซึ่งมันคงเป็นภาพธรรมดามากถ้าหากฝันไม่ทำแบบนี้เสียก่อน 

“ซารางเฮโย” ไม่พูดเปล่า เธอยังยกมือทั้งสองข้างขึ้นและทำเป็นรูปหัวใจแบบเอียงมาด้านข้าง โดยให้ใบหน้าผมอยู่ในช่องนั้นพอดี 

ให้ตายสิ! ตั้งแต่ถ่ายรูปมาก็ไม่เคยรู้สึกเขินตัวเองบนหน้าจอขนาดนี้ มือสั่นจนโฟกัสลำบากกันเลยทีเดียว 

“รูปนี้พี่อินห้ามโพสต์นะ”  

ผมชะงักมือที่กำลังจะเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วมองหน้าฝันด้วยความไม่เข้าใจ ทว่าเธอกลับยิ้มปนขำแล้วเดินมายืนซ้อนข้างหน้า เอนตัวพิงกับอกผมและจับกล้องขึ้นมากดดู ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่แบบนั้น 

“ตอนพี่อินนิ่งๆ ฝันรู้นะว่าแอบคิดในใจ ก็แค่อยากโพสต์เองค่ะ” ฝันพูดและเหลือบมองหน้าผมครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจกล้องถ่ายรูปของผมต่อ “สอนฝันถ่ายได้ไหม พี่อินจะได้มีรูปฝีมือฝันบ้าง”  

ผมพยักหน้าตกลง แต่ไม่ใช่กล้องนี้นะ ถ้าอยากสนุกและลุ้นตั้งแต่ตอนถ่ายจนถึงตอนที่ได้เห็นรูป ก็ต้องเป็นกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง  

“หืม พี่อินพกกล้องมากี่อันเนี่ย แล้วมันใช้ยังไง” เมื่อเห็นว่าผมล้วงเอากล้องออกจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ฝันก็เอ่ยปากถามทันที “กล้องฟิล์มเหรอคะ เอางานยากมาให้ฝันเลยนะ”  

ถ้ารู้ตั้งแต่ยังไม่ได้แกะออกมาแบบนี้ แสดงว่าเธอคงรู้จักมาบ้างแล้ว ผมจึงแนะนำแค่ขึ้นตอนการถ่ายที่เขียนติดไว้ที่ตัวกล้องอยู่แล้ว ซึ่งไม่ยากเท่าไหร่  

“ถ่ายได้ 39 รูป แต่ทุกรูปต้องมีความหมายแน่นอน”  

‘อ่านใจพี่เก่งจังนะ’ ผมลูบหัวฝันเบาๆ และขยับถอยออกห่างให้ได้ระยะที่กล้องจะโฟกัสเพื่อให้ฝันลองถ่าย แต่ให้ตายสิ! ปกติเป็นคนถ่าย พอโดนถ่ายเองทำไมผมจัดท่าทางตัวเองไม่เป็นแบบนี้นะ อะไรก็ดูเกะกะไปหมด 

“ว้าว ภาพแรกในฟิล์มเป็นคนพิเศษเสียด้วย”  

‘....’  

“เอ่อ ไปต่อกันเถอะค่ะ ไกด์เรียกแล้ว”  

ผมได้ยินนะที่ฝันพูดเมื่อกี้ ‘คนพิเศษ’ พูดแล้วก็ทำเนียนเดินหนีเก่งจริงๆ มิหนำซ้ำรอบนี้ยังเดินนำหน้าผมแล้วด้วย  

“ถ้าพี่อินไม่เดินต่อ ฝันจะไปก่อนแล้วนะ”  

‘ใครจะให้เดินไปก่อนล่ะ อย่างน้อยเราก็ต้องเดินไปพร้อมกันสิทอฝัน’  

ถึงจะเป็นทริปที่ผมวางแผนเพื่อมาเที่ยวคนเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเที่ยวด้วยกันแบบคนพิเศษไม่ได้ ขึ้นเขานิดๆ ลุยป่าหน่อยๆ แต่ถ้าผ่านมันไปได้ ทุกอย่างจะเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างเรา 

‘มากับพี่ลำบากหน่อย แต่ปลายทางสวยงามแน่นอน’  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}