จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สองศึกข้ามมิติ..ป่าแดงสิบลี้

ชื่อตอน : สองศึกข้ามมิติ..ป่าแดงสิบลี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2562 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สองศึกข้ามมิติ..ป่าแดงสิบลี้
แบบอักษร

 

 

 

 

วันรุ่งขึ้น... 

 

แดนดินแห่งแคว้นสนธยาเวลานี้..ยากนักหนาจะทราบว่า..นี่คือกลางวันหรือกลางคืน..เพราะเมฆปีศาจที่ปกคลุม..ทำให้สภาพแห่งแคว้นสนธยาไม่เห็นเดือนเห็นตะวันตลอดกาล.. 

 

แดนดินแถบอาณาเขตแว่นแคว้นบริเวณนอกเหนือจากเขาเคียงเดือน..ล้วนแต่เป็นอาณาเขตของวังสนธยาและตำหนักชิงพลบทั้งสิ้น.. 

 

นอกเขาเคียงเดือน..นั่นคืออาณาเขตของเฒ่าแห่งอากาศธาตุแล้ว.. 

 

ภายในห้องมืดมิด.. 

 

ผู้บงการชุดม่วงยังคงสวมหมวกปีกกว้าง..เคียงข้างด้วยเทวีแวมไพร์เรนี่..หรือพิรุณเลือดในพิภพแห่งนี้.. 

 

คลื่นกระเพื่อมตรงหน้า..ร่างของเฒ่าไร้การุณบริวารของเขาปรากฏขึ้น..นี่เป็นวิธีเคลื่อนผ่านมิติที่เขาอนุญาติให้เฒ่าไร้การุณกระทำได้ในแว่นแคว้นนี้.. 

 

“..นายท่าน..พวกมันใกล้จะถึงทิวเขาเคียงเดือนแล้ว..” 

 

“..ประเสริฐ..”.คนชุดม่วงยิ้มร่า.. “..เมื่อเข้ามาในอาณาเขตเรา..พวกเจ้าก็ปล่อยให้พวกมันเข้ามา..จนถึงเนินพรางแสง..จากนั้นก็รายล้อมจู่โจม..และเจ้าต้องมุ่งไปต่อสู้กับแม่ทัพแมวหลวงกับจินดาพิสุทธิ์..คร่ากุมมาให้ได้..” 

 

เฒ่าไร้การุณนิ่งคิด.. 

 

“..แม่ทัพแมวหลวงไหนเลยจะจับกุมได้โดยง่าย..” 

 

“..พวกมันคงไม่ทราบ..ว่า..ในดินแดนนี้..พวกที่มาจากมิติอันไกลโพ้นและเป็นมนุษย์..จะอ่อนแอถึงที่สุด..” 

 

เฒ่าไร้การุณกระหยิ่มยินดี.. 

 

“..นั่นหมายถึงแม่ทัพแมวหลวงกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..” 

 

“..พวกนางคงยังไม่ทราบ..แต่ต่อให้ทราบ..ก็ไม่ทันการแล้ว..เจ้าต้องประชิดตัว..คร่ากุมให้ได้..หากพลาดพลั้งจะฆ่าบ้างก็ไม่มีปัญหาอะไร..แต่คร่ากุมได้เป็นดีที่สุด..ข้าจะให้พิรุณเลือดสังหารนางกับมือ..” 

 

พิรุณเลือดกลับรู้สึกแปลก ๆ ...แต่หากจะสังหารแม่ทัพแมวหลวงกับจินดาพิสุทธิ์..ก็คงเป็นที่น่ายินดี.. 

 

เฒ่าไร้การุณรู้สึกประหลาดเช่นกัน.. 

 

“..ตามที่ข้าสังเกตการณ์..ข้ายังไม่เห็นแม่ทัพแมวหลวงกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..น่าจะมีอะไรผิดแผก..” 

 

คนชุดม่วงผู้บงการกลับขมวดคิ้ว.. 

 

“..เป็นไปไม่ได้..ศึกสำคัญเช่นนี้..ใยสองคนนั้นถึงไม่ปรากฏตัว..” 

 

แต่เขาก็ยิ้มเล็กน้อย.. 

 

“..อำนาจลึกลับของเฒ่าไร้ตัวตนอาจจะบดบังอำพรางไว้ก็ได้..เฒ่าผู้นี้เจนจบพลังแห่งอากาศธาตุ..เป็นผู้สร้างลูกแก้วมนตราเพื่อฝึกวิชาอากาศมนตรา..แต่มันก็ออกมาจากที่ของมันไม่ได้..น่าแค้นที่พลังของมันสามารถบดบังอำนาจการรับรู้ของข้า..แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวล..ศึกที่จะเกิดในแดนดินที่เราควบคุม..ไหนเลยที่พวกมันจะเอาชนะ..ยิ่งแม่ทัพแมวหลวงหากย่างกรายเข้ามา..จะอ่อนแอยิ่งกว่าคนชราไร้พิษสง..จินดาพิสุทธิ์ที่ชื่อเลื่องแผ่นดิน..อาจจะสิ้นชื่อในครานี้..” 

 

เฒ่าไร้การุณครางอือม์.. 

 

“..นายท่าน..ไฉนไม่เร่งรัดจู่โจมในทันที..” 

 

“..เนินพรางแสงจะทำให้เราได้เปรียบ..เพราะมันจะอยู่ตำแหน่งที่ทำให้สังเกตการณ์ผิดพลาด..แต่เราจะเห็นพวกมันได้ชัดเจน..และระยะทางก็ลึกเข้ามาในแดนดินของเราพอสมควร..แม่ทัพแมวหลวงกับจินดาพิสุทธิ์กว่าจะรู้ตัว.ก็คงหมดเรี่ยวแรงหมดท่าให้เราเชือด..กำลังทหารที่สางฟ้านำพาออกไปยังมีไม่มากพอจะคุ้มกันอันตรายให้สองคนนั่นได้..แถมจะหนีก็ไม่ทันท่วงทีเพราะถลำลึกเข้ามามากแล้ว..” 

 

เฒ่าไร้การุณครางอือม์.. 

 

“..ข้ายังแปลกใจที่ไม่พบเห็นคนทั้งสอง..” 

 

“..การศึกในที่แห่งนี้..จิตสูญญตาของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์มีความสำคัญในการสู้กับทหารของเรา..จากที่เคยสู้กันมาแล้ว..ทำให้รู้ว่า..การใช้จิตสูญญตานำหน้า..ย่อมได้เปรียบในการต่อสู้..พวกมันไม่ว่าอย่างไร..ก็ต้องมาแน่นอน..” 

 

เฒ่าไร้การุณเริ่มใจชื้น.. 

 

ไม่มีเหตุผลที่แม่ทัพแมวหลวงกับจินดาพิสุทธิ์จะไม่ออกศึกในครั้งนี้... 

 

...... 

 

ศึกสำคัญยิ่งยวดปานนี้..ไหนเลยที่จินดาพิสุทธิ์จะไม่เข้าร่วมได้..เพราะนี่คือการชิงแคว้นคืนของอจินไตย..ภรรยารัก..และสำคัญมากสำหรับการนำทัพบุกรุกยึดห้าแคว้น.. 

 

แต่ไหนเลยใครจะทราบว่า..จินดาพิสุทธิ์กลับนอนอืดราวกับสุกรตัวเมีย.. 

 

และนางก็พลิกกายโอบกอดภรรยาที่รักอย่างอจินไตย.. 

 

แต่แล้วนางก็ตกใจตื่น..เพราะที่นางโอบ..คือความว่างเปล่า.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..ภรรยาทั้งสองหายไปไหน.. 

 

ตัวเองเหลียวซ้ายขวา..คว้าเสื้อผ้าปิดกาย..สวมใส่หลวม ๆ .. 

 

ให้ตายสิ..เมื่อคืน.. 

 

เมื่อคืน..อจินไตยเล่นอะไรของนาง..ให้มุกดารารุกไล่เรา..ซึ่งเรายังตื่นตะลึงที่นางเปลี่ยนจากเด็กไร้เดียงสาเป็นฝ่ายรับตลอดกาล..มาเป็นฝ่ายรุกอย่างชำนาญการได้อย่างไร.. 

 

แต่นางเก่งเหลือเกิน..เก่งจนเราแทบร้องขอชีวิต.. 

 

พอเราอ่อนแรงกับรสสวาทที่มุกดารามอบให้..อจินไตยก็เข้ามารุกไล่เราต่อเนื่อง.. 

 

ทำจนเราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ.. 

 

แต่รู้แค่ว่า..เรามีความสุขล้นเหลือ..มากมายจนแทบตาย..สิ้นเรี่ยวแรงจนฟ้าแทบเหลือง.. 

 

นางรู้จุด..รู้ใจ..พลอยทำให้มุกน้อยรู้วิธีปรนนิบัติเราไปด้วย.. 

 

สองคนช่วยกันทำให้เรา..จนเราเนื้อตัวผ่าวร้อน..ตัวเบาหวิว..ล่องลอย..เหนื่อยอ่อน..สิ้นแรง..เราหลับไปอย่างไม่รู้ตัว..ไม่เคยสุขสมเช่นนี้.. 

 

เพียงเพื่อจะตื่นขึ้นมาและไม่เห็นพวกนาง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ร่ำร้องในใจ..อจินไตย..มุกดารา..พวกเธออยู่ไหน.. 

 

โซเซออกมาจากด้านในถ้ำ..แทบจะล้มเมื่อเดินแบบขาอ่อนเรี่ยวแรง.. 

 

ท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตนกำลังนั่งหลับตา..ถึงกับหัวเราะ.. 

 

“..องค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..เมื่อคืนถึงกับเข่าอ่อนเลยหรือ..” 

 

จินดาพิสุทธิ์เหลียวซ้ายแลขวา..ก้มลงคารวะ.. 

 

“..ท่านผู้เฒ่า..นี่เวลาใดแล้ว..อจินไตยกับมุกดาราเล่า..” 

 

“..พวกนางเคลื่อนทัพไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ..ตั้งแต่รุ่งสาง..แต่นี่ก็สายมากเข้ายามที่สี่แล้ว..” 

 

ยามที่สี่..หากจะนับตามเวลาปัจจุบัน..คือช่วงเวลาราว ๆ สิบโมงครึ่งถึงเที่ยง... 

 

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย.. 

 

“..ทำไมข้า..” 

 

“..เจ้าหญิง..ท่านถูกปรนนิบัติจนอ่อนระโหยขนาดนี้..ท่านไม่นึกสงสัยบ้างหรือ..ว่าทำไม..” 

 

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก.. 

 

“..อจินไตย..นางไม่ให้ข้าไป..เพราะนางไม่อยากให้ข้าเป็นอันตราย..” 

 

“..คนที่ไมได้ไปร่วมทัพ..ไม่ได้มีแต่ท่าน..” 

 

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก.. 

 

เสียงหัวเราะดังขึ้น.. 

 

“..ริต้า..โดนซะแล้วนะ..อจินไตยกับมุกดาราทำลูกซะฟ้าเหลืองเลย..ฮ่าฮ่าฮ่า..” 

 

นั่นคือเสียงสดใสของนายแม่ของนางเอง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กลืนน้ำลาย..อ้าปากหอบหายใจ..นั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง.. 

 

นายแม่แมวหลวงเดินเข้ามาใกล้..หัวเราะฮาฮา.. 

 

“..สั่งอจินไตยไว้..ไม่เสียหลาย..ฟินล่ะสิ..ริต้า..” 

 

“..นายแม่..เล่นอะไรกัน..ท่านไม่ได้ไปร่วมศึกชิงแคว้นกับคนอื่น ๆ ..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. 

 

“..ไม่จำเป็นหรอก..ถ้าทำตามแผน..แม้ว่านายแม่กับเธอไม่ได้ไปด้วย..ก็ไม่มีปัญหา..” 

 

พลางล้วงแก้วผลึกที่ท่านผู้เฒ่าให้ไว้..มากระเดาะเล่น.. 

 

“..ริต้า..เวลานี้..เหลือเพียงสามคนอยู่ในบริเวณนี้..เธอไปล้างหน้าอาบน้ำแปรงฟันกินอาหารก่อน..แล้วมาหานายแม่..นานแล้วที่นายแม่ไม่ได้อยู่กับลูกตามลำพัง..วันนี้..ถือว่าอยากจะทบทวนและฝึกวิชาให้..จะได้ทัดเทียมกับมุกดารา..ดีหรือเปล่าล่ะ..” 

 

จินดาพิสุทธิ์กลับไม่เข้าใจนายแม่.. 

 

แต่นายแม่กลับไม่นำพาอันใด..ทำราวกับว่า..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกเรื่องราว.. 

 

นางทำตัวคล้ายหญิงกลางคน..พักผ่อนตากอากาศในต่างจังหวัด..พักรีสอร์ทไหนสักที่..สำราญบานใจนัก.. 

 

....... 

 

ทหารของสางฟ้า..องครักษ์อันดับหนึ่งแห่งตำหนักชิงพลบ..มีจำนวนคนประมาณสองพันกว่าคน.. 

 

สองพันกว่าคนนี้..จะทำการใหญ่..ชิงแคว้นคืนจากผู้บงการชุดม่วง..กับพิรุณเลือด..ช่างน่าชังในความอวดดีถือดีนัก..คนเพียงนี้..ไหนเลยจะทำอย่างไรได้.. 

 

อจินไตยนำทหารพร้อมกับสองปีศาจแห่งอนันตกาล..และสางฟ้าเอง..มีเพียงเท่านี้ก็เพียงพอ.. 

 

ทหารของสางฟ้า..เดินทางพ้นอาณาเขตทิวเขาเคียงเดือน..เข้าสู่อาณาเขตที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกของแคว้นสนธยา..ซึ่งเดิมไม่เป็นเช่นนั้น.. 

 

แต่เพราะอำนาจเมฆปีศาจ..ถึงทำให้เกิดสภาวะเช่นนี้ขึ้น.. 

 

เดิมที..อจินไตยกับมุกดาราอยู่ด้วยกัน..แต่บัดนี้..เหลือเพียงอจินไตยเท่านั้น.. 

 

ไม่มีใครเห็นว่ามุกดาราไปทางไหน.. 

 

ดินแดนที่เร้นลับ..ค่อย ๆ มืดครึ้มราวกับเย็นและค่ำทั้งที่เป็นเวลาใกล้เที่ยง.. 

 

ทุกคนเดินทางอย่างใจจดจ่อ.. 

 

สางฟ้ายกมือขึ้น.. 

 

“..ทุกคน..ใกล้ถึงเนินพรางแสงแล้ว..” 

 

อจินไตยแค่นเสียง.. 

 

“..เนินพรางแสงแล้วอย่างไร..ท่านสางฟ้า..ในที่สุดแล้ว..เราต้องเดินทางผ่านเนินนี้....” 

 

“..เรียนองค์หญิง..เนินพรางแสง..เป็นเนินที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ในการตั้งรับ..เพราะภูมิประเทศพิสดารทำให้ผู้รุกรานไม่อาจจะมองเห็นอันใดได้ถนัด..แต่ตรงข้ามกับทหารฝ่ายที่ตั้งรับ..จะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดจน..แคว้นสนธยาเราใช้เป็นแนวต้านรับศัตรูที่สำคัญ..ยากจะตีหักได้..” 

 

อจินไตยเม้มปาก..ใช่..มันคือแนวต้านรับศัตรูที่ดีของแคว้นสนธยา.. 

 

แต่ไหนเลย..จะคาดคิด..มันจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของฝ่ายกอบกู้แคว้น.. 

 

อจินไตยจะอ้าปากพูดอะไร..สางฟ้ากลับพูดขึ้นว่า.. 

 

“..แต่ท่านแม่ทัพวางแผนให้เราเข้าไปที่นั่นตามปรกติ..เราก็ควรจะต้องทำตามกลยุทธของท่าน..ที่ข้าให้สัญญาณ..ก็เพราะ..มันใกล้ถึงเวลาที่แผนการท่านแม่ทัพจะบรรลุผลแล้ว..” 

 

อจินไตยไม่ว่ากระไร..ศศินากับแพคเกจจับบ่าเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา.. 

 

ศศินาพูดว่า.. 

 

“..เชื่อมั่นในตัวนายแม่ของริต้าเถอะ..อจินไตย..” 

 

แพคเกจนิ่งเล็กน้อย..อดถามองครักษ์สางฟ้าไม่ได้.. 

 

“..ท่านสางฟ้า..อะไรคือกลยุทธ..” 

 

“..เราเพียงแค่อย่าเพิ่งรีบเข้าไป..ถ้ายังไม่เห็นสิ่งหนึ่ง..ก็ไม่ควรจะเคลื่อนไหวโดยพละการ..”สางฟ้าพูด.. 

 

พูดจบก็หันหลังไปยังยอดเขายอดหนึ่งในทิวเขาเคียงเดือน.. 

 

แพคเกจขมวดคิ้ว.. 

 

แล้วองครักษ์สางฟ้าก็หัวเราะ.. 

 

“..ข้าเห็นสิ่งนั้นแล้ว..” 

 

สิ่งที่องครักษ์สางฟ้าเห็น..คือประกายแวววาวจากยอดเขา..แม้แผ่นดินแคว้นสนธยาบริเวณนี้จะขะมุขะมัวมืดครึ้ม..แต่ยอดเขาเคียงเดือนเป็นรอยต่อระหว่างดินแดนของแคว้นสนธยาและตำหนักชิงพลบ..กับแดนดินของเฒ่าไร้ตัวตนหรือเฒ่าแห่งอากาศธาตุ..ดังนั้น..เมื่อมองย้อนออกไป..จึงเห็นประกายแวววาวชัดเจน.. 

 

แพคเกจกับศศินาตากระจ่าง.. 

 

“..เราไปยังเนินพรางแสงได้แล้ว..”ศศินาพยักหน้า.. 

 

ทั้งสี่คือสางฟ้า..แพคเกจศศินา..และอจินไตย..ต่างก็นำทหารไปยังเนินพรางแสง.. 

 

และเมื่อเข้ามาในอาณาบริเวณนั้น..เหมือนทุกคนจะมองสภาพแวดล้อมภายนอกแทบไม่เห็น..กลายเป็นนกฮูกยามกลางวันไปเลย.. 

 

เสียงโห่ร้องและคำรามดังขึ้น.. 

 

แต่รอบข้างยังยากจะจับตำแหน่งอันใดได้.. 

 

สางฟ้าพูดขึ้นว่า.. 

 

“..องค์หญิงอจินไตย..ทำตามแผนเถิด..” 

 

อจินไตยพยักหน้า..ลมวูบหนึ่งปรากฏ.. 

 

หน้าที่ของนางคือเรียกลมจากพลังแห่งวาโยธาตุที่ได้มาจากสายรัดเอว.. 

 

ทิศทางลมมีการเปลี่ยนแปลง.. 

 

เดิมลมพัดออกมาจากอาณาจักรแคว้นสนธยา..แต่เวลานี้ลมกลับหวน..พัดจากด้านทิวเขาเข้ามา.. 

 

เสียงโห่ร้อง..และคำราม.. 

 

ทหารของแคว้นสนธยาที่ถูกอำนาจของเทวีแวมไพร์กลายเป็นปีศาจ..รุกกรูเข้ามา..ทั้งมือถือดาบ..และอาวุธ..ทั้งหน้าตาแววตาเหมือนไร้จิตใจ.. 

 

แพคเกจก้มลงใช้หูแนบพื้น.. 

 

“..ให้ตายเถอะ..คะเนแล้วมีกันแปดพันคน..” 

 

“..เรามีกันสองพันคนเท่านั้น..”สางฟ้าฝืนยิ้ม.. “..ทหารของเราเป็นชาวสนธยา..แต่ที่กำลังบุกมาฆ่าเรา..คือปีศาจ” 

 

อจินไตยแค่นเสียง.. 

 

“..ปีศาจที่เคยเป็นทหารของเรามาก่อน..” 

 

“..ถ้าต้องปะทะ..เราคงย่อยยับ..ตายหมดแน่นอน..”ศศินาพูด.. 

 

“..แต่ท่านแม่ทัพ..ให้เราทำตามแผนที่นางวางไว้..” 

 

“..ทุกท่าน..โปรดยืนยันแผนเดิม..”ศศินาพูด.. “..อาแคทไม่เคยคิดอะไรพลาด..” 

 

พูดจบก็ดึงมีดเสี้ยวจันทร์คู่ออกมา.. 

 

แพคเกจอดถามไม่ได้.. 

 

“..พี่นา..นี่..” 

 

“..ถึงจะเชื่อมั่น..แต่ขอดึงอาวุธพร้อมสู้ไว้ก่อนไม่ได้หรือไง..”ศศินาขมวดคิ้ว.. 

 

ถ้าสู้ในเวลานี้..คล้ายกับตาบอดกันทุกคน..เพราะมองไม่เห็นสภาพรอบบริเวณ.. 

 

.... 

 

ยอดเขาเคียงเดือน.. 

 

มุกดาราและทหารของแคว้นสนธยาหลายสิบคน..ต่างก็เพ่งมองไปเบื้องหน้า.. 

 

คนข้าง ๆ กาย..พูดขึ้นว่า.. 

 

“..องค์หญิง..ลมมาแล้ว..” 

 

“..ท่านพี่อจินไตยแม้จะไม่มีพลังแห่งวาโยธาตุที่ฝึกด้วยตนเอง..แต่นางก็ใช้พลังได้เฉกเช่นท่านพี่ริต้าของข้า..” 

 

นางยิ้มแย้ม.. 

 

“..เมื่อลมมา..ก็เทละอองยาเลย..” 

 

ทหารรับคำ.. 

 

พวกเขามีถังใหญ่ใส่ยาที่ทำพิเศษ..สามารถเปิดเทให้ยากลายเป็นละอองคล้ายละอองฝน.. 

 

นี่คือยาที่ทำกันทั้งวันทั้งคืน..เพื่อล้างอำนาจของไวรัสแวมไพร์.. 

 

ละอองยาจะไม่อาจทำอย่างไรได้..หากไม่มีลมหอบพาไปยังจุดที่ต้องการ.. 

 

แต่อจินไตยเป็นคนที่ทำให้เกิดลมเช่นนั้นได้.. 

 

นี่คือแผนลับของแม่ทัพแมวหลวง.. 

 

...... 

 

ในถ้ำแห่งอากาศธาตุ.. 

 

จินดาพิสุทธิ์จัดการตัวเองเรียบร้อย..อาบน้ำ..ล้างหน้า..สวมเสื้อผ้า..สางผมเผ้าเสร็จสรรพ.. 

 

แต่พอมาหานายแม่ที่รออยู่..นายแม่กลับยู่จมูก..รวบผมถักเปียน้อย ๆ ให้หลายเส้น.. 

 

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกมีความสุข.. 

 

อย่างน้อย..การดูแลจากบุพการี..ลูกทุกคนย่อมรู้สึกอบอุ่นอยู่แล้ว.. 

 

ริต้าจำไม่ได้แล้วว่า..นายแม่เคยทำอะไรแบบนี่ให้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่.. 

 

แต่มันแสนจะอบอุ่น.. 

 

“..นายแม่..”จินดาพิสุทธิ์คราง.. “..ริต้าอยากจะร้องไห้..” 

 

“..ร้องไห้ก็ร้องได้..นี่เราอยู่กันสองคนเองนะ..ท่านผู้เฒ่าเข้ากรรมฐานอยู่อีกทาง..คงไม่มายุ่งอะไรกับพวกเราหรอก..”แม่ทัพแมวหลวงพูดพลางถักเปียน้อยพลาง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์หันขวับ..ผวาเข้ากอดนายแม่.. 

 

ตั้งแต่เกิด..แม้จะรู้สึกว่า..นายแม่ตึกแดงจะดูแลน้อยกว่า..เพราะถือว่ามอบตัวริต้าให้นายแม่อารามขาวไปแล้ว..แต่ครั้งใดที่นายแม่ตึกแดงเข้ามาเอาอกเอาใจคอยดูแล..ริต้าจะรู้สึกอบอุ่นอย่างมากมาย.. 

 

โดยเฉพาะยามที่นายแม่ตึกแดงเจ็บปวดเพราะคิตตี้ลูกสาวคนโปรดไม่เข้าใจ..หลายครั้ง..จะหาทางระบายด้วยการเรียกริต้ามาหวีสางผม..ทำกับข้าวให้กิน..ดูแลริต้าเหมือนอยากเอาสิ่งนี้มาทดแทนความรู้สึกที่ผิดหวังเสียใจ.. 

 

ริต้าไม่เคยมีปมด้อยเรื่องที่เกิดมาจากผู้หญิงสองคนเหมือนคิตตี้..นายแม่อารามขาวพูดให้ฟังเสมอ..จะมากจะน้อย..นายแม่ตึกแดงคือบุพการีแท้ ๆ ..หากทำให้ท่านมีความสุขได้บ้าง..ก็สมควรจะกระทำ.. 

 

แต่หลังจากที่ริต้าตายจากมา..จวบจนนายแม่ปรากฏกาย..ไม่น่าเชื่อว่า..การทำแบบนี้..จะกลับมาอีก..นึกว่าจะไม่ได้ทำแบบนี้อีกแล้ว.. 

 

จินดาพิสุทธิ์สะอื้น..เวลานี้ตนเองไม่ใช่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ของใครอีก..แต่เป็นริต้าของนายแม่ตึกแดงเท่านั้น.. 

 

“..นายแม่..”ริต้าพูด.. “..ทำไมคิดถึงสมัยก่อนเหลือเกิน..” 

 

นายแม่แมวหลวงก็หัวเราะ.. 

 

“..ท้ายสุด..คนที่นายแม่มอบให้นายแม่อารามขาว..กลับเป็นคิตตี้แทน..ริต้าก็มาอยู่กับนายแม่จนได้..” 

 

ชะตากรรมใช้ไหม.. 

 

นายแม่ตึกแดงแมวหลวงเด็ดเดี่ยว..ไม่ยอมแพ้..ลักษณะไม่ยอมแพ้..ถ่ายทอดไปสู่คิตตี้.. 

 

แต่คนที่ปล่อยวางไม่เครียดกับทุกเรื่องราวเหมือนกับนายแม่อารามขาว..กลับถ่ายทอดมาสู่ริต้า.. 

 

“..เคยสงสัยไหม..ทำไมเรื่องราวบางเรื่องในดินแดนห้าแคว้นของเทพอสูร..กับแคว้นสนธยาถึงแตกต่าง..เช่น..อำนาจการเป็นอมตะของแพคเกจกับศศินา..ตลอดจนอำนาจของเทวีแวมไพร์ในเวลานี้..แต่ก่อนเท่าที่ฟังมา..แวมไพร์ที่เคยเป็นบริวารของราชาแวมไพร์สิตา..จะมีสภาพคล้ายเป็นสัตว์เลี้ยงเท่านั้น..แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดุร้ายไปบ้าง..แต่พวกมันก็กลายเป็นเช่นนั้นไปแล้ว..แต่ทำไม..เทวีแวมไพร์ที่ดูจะไร้ค่าไปแล้ว..กลับมีอำนาจใหญ่หลวงขึ้นมาอีก..” 

 

นายแม่เปลี่ยนเรื่อง..แต่ก็เป็นเรื่องที่ชวนให้สนใจยิ่งนัก.. 

 

ริต้าดูงุนงง..คิดตาม..ก่อนจะพูดว่า.. 

 

“..นายแม่..กำลังจะบอกอะไร..” 

 

“..ถ้านายแม่เดาไม่ผิด..พวกมันต้องควบคุมสิ่งที่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ปรกติของแคว้นได้..” 

 

ริต้าตากระจ่าง.. 

 

“..นี่หมายความว่า..” 

 

“..หากไม่แน่ใจก็ไม่ควรประมาท..กฎเกณพวกนี้..ไม่ควรจะมีผลต่อชาวแคว้นสนธยาทั่วไปอย่างอจินไตย..หรือชาวแคว้นอื่น ๆ ของเทพอสูร..แต่ควรจะมีผลต่อคนที่ไม่เกี่ยวกับมิตินี้แต่แรก..ทีนี้..หากจะนับกันตรง ๆ ..หากมันจะวางกฎเกณณ์ที่มีผลต่อแพคเกจหรือศศินา..ควรจะมีบางส่วนส่งผลกระทบต่อเทวีแวมไพร์เอง..เราสองคนคือสองคนที่มีคุณสมบัติที่นอกเหนือจากชาวแคว้นแต่เดิมและปีศาจ..เพราะเราเป็นมนุษย์..” 

 

จินดาพิสุทธิ์ตากระจ่าง.. 

 

“..นายแม่ก็เลยวางแผน..แต่ไม่ลงมือเอง..” 

 

“..เดิมทีก็ยังแค่สงสัย..สังหรณ์..แต่พอได้คุยกับท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตน..ท่านก็ให้ความกระจ่าง..เพราะเจ้าแคว้นสนธยาจะมีแหวนแห่งสนธยา..เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ของแคว้นสนธยาให้เป็นไปตามระบบระเบียบที่ต้องการ.ไม่ใช่แค่กฎหมายที่ทำให้คนปฏิบัติตามอย่างเดียว..ยังสามารถกำหนดลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ได้เลย..” 

 

ริต้าครางอือม์.. 

 

“..น่าจะมีสักวงนะคะ..ใช้ในโลกของเรา..” 

 

“..นั่นสินะ..สมมติออกกฎว่า..ห้ามขับมอร์เตอร์ไซด์บนทางเท้า..แม้จะอยากขับมอร์เตอร์ไซด์บนทางเท้าใจแทบขาด..ก็ทำไม่ได้..แบบนี้นายแม่ว่าดีเหมือนกันแฮะ..” 

 

ริต้าหัวเราะ..นายแม่ตลกแตกต่างจากเดิมมากมายนัก.. 

 

นายแม่แมวหลวงพูดอีกว่า.. 

 

“..นายแม่คิดอยู่นานว่าทำไม..เทวีแวมไพร์ถึงได้เปลี่ยนแคว้นสนธยาได้..นั่นเพราะคนบงการชุดม่วงคนนั้น..ได้แหวนแห่งสนธยาจากเจ้าแคว้นมาแล้วนั่นเอง..เขาจึงสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของแคว้นให้เป็นไปตามที่เขาต้องการได้.” 

 

ริต้าครางอือม์.. 

 

“..และที่เทวีแวมไพร์ต้องยินยอมเขา..ก็เพราะหากเขากำหนดกฎเกณฑ์ให้แวมไพร์ทุกตัวที่อยู่ในแคว้นต้องตาย..นางก็คงรอดไปไมได้เช่นกัน.” 

 

นายแม่แมวหลวงพูดพลางก็ยิ้ม.. 

 

“..กฎเกณฑ์เหล่านี้..จะต้องไม่กระทบต่อชาวแคว้นส่วนใหญ่..แหวนถึงจะอนุญาต..การมีอำนาจของเทวีแวมไพร์ไม่ได้ส่งผลต่อชาวแคว้นโดยตรง..แต่เทวีแวมไพร์จะกระทำสิ่งที่ตนเองมีอำนาจออกมาเอง..คนบงการชุดม่วงจะใช้ความสามารถเช่นนี้ของเทวีแวมไพร์..เลยกำหนดกฎเกณฑ์ให้แวมไพร์มีพลังอำนาจในแคว้นเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อเขาคนเดียว..” 

 

ริต้าเป่าปาก.. 

 

“..เข้าใจแล้ว..ทีนี้..หากเราร่วมทางไปด้วย..เราก็เสียเปรียบคนบงการชุดม่วงคนนั้นใช่ไหม..เพราะเขาย่อมออกกฏเกณฑ์ทำอย่างไรกับเราที่แตกต่างจากชาวสนธยาทั่วไป..หรือแม้แต่ชาวห้าแคว้นแต่เดิม..นายแม่เลยชวนลูกพักผ่อนอยู่ที่นี่..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า.. 

 

“..เชื่อว่า..กลยุทธของอีกฝ่าย..จะอยู่ตรงนี้..พวกเขาถึงมั่นใจนัก..แต่หากเราอยู่แต่ในดินแดนที่อำนาจของแคว้นสนธยากับตึกชิงพลบไม่มีผลอย่างดินแดนของท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตน..พวกเขาก็จะใช้อำนาจแห่งแหวนสนธยากับเราไม่ได้เลย..แผนการของนายแม่..จึงไม่ยินยอมให้พวกเราเดินทางไปยังจุดที่เสียเปรียบ..แม้กระทั่งมุกดารา..ก็ให้ไปทำภารกิจบนเทือกเขาเคียงเดือน..ซึ่งอิทธิพลของแหวนสนธยามาไม่ถึง..” 

 

“..แต่มุกดาราเป็นชาวแคว้นมิลินทระ..” 

 

“..หากเขาเกิดออกคำสั่งสร้างกฎเกณฑ์ให้คนจากแคว้นมิลินทระต้องตายทุกคนเมื่อเหยียบย่างเข้าวังสนธยา..มุกน้อยของลูกก็คงไม่รอดเช่นกัน..” 

 

ริต้าอดชื่นชมนายแม่ในใจไม่ได้.. 

 

นายแม่ฉลาดมาก..นี่สิสมกับการเป็นเทวีแห่งสงครามจุติ.. 

 

ไม่ทราบว่า..ป่านนี้..เรื่องราวจะไปถึงไหนกันแล้ว.. 

 

..... 

 

ในขณะเดียวกัน.. 

 

ร่างของทหารแคว้นสนธยาที่เป็นแวมไพร์..ล้มลงคนแล้วคนเล่า..ร่างบิดกระตุก..โดยที่ทหารของสางฟ้ายังไม่ทันทำอะไรเลย.. 

 

แพคเกจอดโห่ร้องไม่ได้.. 

 

“..ได้ผลแล้ว..” 

 

ทหารแวมไพร์แปดพันคน..กลายมาเป็นทหารสนธยาที่มีสติสัมปชัญญะอีกครั้งแล้ว.. 

 

เฒ่าไร้การุณใจหาย..เขาเป็นคนนำกำลังทหารด้วยตัวเอง.. 

 

และเมื่อทหารที่ได้สติเห็นเขา..ต่างก็รีบไล่ล่ากำจัด.. 

 

เฒ่าไร้การุณเห็นท่าไม่ดี..รีบมุดมิติเตรียมหนี.. 

 

แต่แล้วฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง..ร่างของเฒ่าไร้การุณถูกฟ้าผ่าแทบวายปราณ..ไม่ทันได้มุดมิติไปไหน.. 

 

นี่เป็นวิธีการของอจินไตยที่คิดค้นขึ้นได้..จัดการกับเจ้าชายอนันตรัยมาแล้ว.. 

 

มิติเบื้องหน้าแปรปรวนอีก.. 

 

อจินไตยตามมาถึง..ก็ร้องว่า.. 

 

“..มุกดารา..ช่วยหน่อย..เราจะจับเฒ่าไร้การุณให้ได้..” 

 

เนื่องเพราะกำลังจะมีการฆ่าปิดปากอีกครั้ง.. 

 

มิติกระเพื่อม..มีดสังหารฟ้าพุ่งจากม่านมิติ.. 

 

แต่เหตุการณ์ครั้งที่แล้ว..ทำให้รู้วิธีแก้ทางมีดสังหารฟ้าพุ่งผ่านมิติในครั้งนี้.. 

 

เพราะธนูดอกหนึ่ง..ก็พุ่งผ่านมิติ..ปะทะกับมีดสังหารฟ้าอย่างทันท่วงที.. 

 

มุกดาราก็มีความสามารถของธาตุอากาศและใช้งานมันได้ราวกับมนตรา.. 

 

นี่คือวิชาอากาศมนตรา..ซึ่งได้เพียงระดับใช้การได้เท่านั้น.. 

 

ม่านมิติกระเพื่อมหายไปแล้ว.. 

 

อจินไตยแค่นเสียง..ให้คนจับเฒ่าไร้การุณมัดเสีย.. 

 

สางฟ้าเข้ามาคุกเข่า.. 

 

“..องค์หญิง..ขณะนี้..คนของปีศาจทั้งแปดพันคนหลุดจากการควบคุมของนาง..กลับมาเป็นทหารของแคว้นสนธยาตามเดิมแล้ว..เรามีกำลังเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นคน..” 

 

“..ดี..บุกเข้าวังสนธยาตามแผนเดิม..”อจินไตยสั่งการ.. 

 

แผนของแม่ทัพแมวหลวงเลิศล้ำนัก.. 

 

หากทำตามแผนไปเรื่อย ๆ ..ต้องยึดแคว้นคืนได้แน่นอน.. 

 

โดยที่แม่ทัพแมวหลวงกับจินดาพิสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องปรากฏกายด้วยซ้ำ.. 

 

...... 

 

ในถ้ำแห่งอากาศธาตุ.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงนิ่ง..คนที่ฝึกวิชาอากาศมนตรา..สามารถสื่อสารถึงกันได้..แม้จะไม่ถึงระดับสุดยอดก็ทำได้แล้ว 

 

และเวลานี้..นางกำลังได้รับการติดต่อจากอจินไตย.. 

 

หลังจากติดต่อจนสิ้นกระบวนความ..แม่ทัพแมวหลวงก็นิ่งคิด.. 

 

ริต้าของนายแม่เห็นเข้าก็ถามว่า.. 

 

“..นายแม่..เป็นอย่างไรบ้าง..” 

 

“..ศึกแรกเราชนะ..” 

 

เหมือนริต้าจะเป่าปาก.. 

 

แต่ริต้าก็ยังเป็นคนช่างสังเกต.. 

 

“..ดูนายแม่ไม่ดีใจเท่าไหร่..” 

 

“..เพราะมันเป็นแค่ศึกแรกน่ะสิ..ครั้งนี้..คนบงการชุดม่วงกับเทวีแวมไพร์ทราบแล้วว่าไม้ตายของเราคืออะไร..พวกเขาต้องหาทางแก้ไขแน่นอน..” 

 

ริต้านิ่งคิด.. 

 

“..นายแม่หมายถึงยาที่เราใช้แก้อำนาจแวมไพร์..” 

 

“..ใช่..” 

 

นายแม่แมวหลวงถอนหายใจ..พูดอีกว่า.. 

 

“..จุดปะทะจุดแรกคือ..เนินพรางแสง..เรายังสามารถให้มุกดาราสนับสนุนโดยการโปรยยาผ่านยอดทิวเขาเคียงเดือน..และให้อจินไตยใช้ลมบังคับเพื่อให้เป็นประโยชน์กับทางเรา..แต่ก็น่าห่วงที่จุดปะทะที่สอง..” 

 

“..จุดปะทะที่สองคือ..” 

 

“..ป่าแดง..”นายแม่พูด.. “..ห่างจากจุดปะทะแรกราวหนึ่งกิโลเมตร..ก็ประมาณสิบลี้จีน..” 

 

ริต้าดูจะสยองพิกล.. 

 

“.ป่าแดงควรมีสัตว์ร้าย..” 

 

“..ใช่..ต่อให้มีกองทัพแวมไพร์..แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับคน ๆ นี้ที่คาดว่าควรจะคุมป่าแดงอยู่..” 

 

“..ควรจะเป็นนาคาเกล็ดทอง..”ริต้าสยิวกายเมื่อนึกถึงงู.. 

 

“..นายแม่ยังหาวิธีใช้การโปรยยาจากเบื้องบนคอยสนับสนุนไม่ได้..มุกดาราก็ไม่ควรจะเข้าไปในด่านที่ลึกระดับนี้..และข้อสำคัญ..เขาควรจะใช้วิชาการควบคุมงูของนาคาเกล็ดทองให้เป็นประโยชน์ในการปะทะในป่า..” 

 

นายแม่แมวหลวงถอนหายใจ.. 

 

“..หากผ่านด่านนี้ได้..เราก็สามารถเข้าถึงวังสนธยาและตำหนักชิงพลบได้..เพียงแต่วิธีผ่านเท่านั้น..เรายังไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร..” 

 

เหมือนด่านนี้..จะต้องพึ่งพาไหวพริบของคนหน้างานอย่างแท้จริง.. 

 

....... 

 

หมายเหตุ..ที่ครั้งนี้เปลี่ยนไปเรียกริต้ามากขึ้น..เพราะจะให้เห็นว่า..เมื่ออยู่ลำพังกับนายแม่..นางคือริต้าของนายแม่เสมอ..เดี๋ยวพอมีคนเยอะๆ. ..จะกลับมาเรียกจินดาพิสุทธิ์อีกครั้ง 

 

ปล.ตอนนี้ล้อสามชาติสามภพ..ป่าท้อสิบลี้..ด้วยชื่อตอนนะคะไม่ได้มีอะไร..แค่ตั้งชื่อล้อแค่นั้น.. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น