Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4 50%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, ใจดีสายเปย์, ลุงดุนะหนูไหวเหรอ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 738

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2562 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 50%
แบบอักษร

 บทที่ 4  

บริเวณถนนที่ขึ้นชื่อด้านสถานบันเทิงที่ผู้ชายชอบไปเที่ยว อาคารใหญ่สูงสามชั้นถูกตกแต่งให้ดูโอ่อ่าติดถนนใหญ่ ศรุตเลี้ยวรถเข้าไปจอดด้านหน้าอาคาร เขาพาเพื่อนชาวต่างชาติที่มาเมืองไทย และอยากลองเที่ยวหาความสำราญแบบผู้ชายสักครั้ง แต่เขาไม่ถนัดเรื่องแบบนี้ จึงแค่แสดงน้ำใจด้วยการขับรถพามาส่งให้ถึงที่ ตามที่อีกฝ่ายระบุสถานที่ที่อยากมาเท่านั้น  

ชายหนุ่มเดินเข้าไปส่งเพื่อนถึงด้านในล็อบบี ก่อนจะกลับออกมาที่ลานจอดรถด้านหน้าอาคาร แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าอาคารเยื้องไปด้านข้างที่มีสวนหย่อมเล็กๆ ทำไว้ให้ดูร่มรื่น  

แต่ดูเหมือนเจ้าตัวกำลังหลบใครอยู่ ท่าทางคงอยากให้ผู้คนเห็นตนเองได้น้อยที่สุด ในมือถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไว้ ท่าทางเหมือนรอใครอยู่ แต่ถึงหล่อนจะยืนหันข้างให้ เขาก็จำหล่อนได้อยู่ดี 

“แสนรัก” 

เขาร้องทักขณะเดินเข้าไปหา คนถูกทักหันขวับมา พอเห็นว่าใครเรียกก็หน้าเบ้ทันที 

“คุณศรุต...” 

แสนรักครางเรียกชื่อพลางทำหน้าเบ้ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ แล้วทำเป็นใจดีสู้เสือ แต่ความจริงแล้วหัวใจหล่นลงไปกองที่ตาตุ่มแล้วเรียบร้อย  

‘อะไรมันจะซวยปานนี้ ทำไมถึงได้เจอเขาเร็วเกินคาดขนาดนี้!’ 

“นึกว่าจะทำเป็นไม่รู้จักกันอีก” 

“แสนรักจะทำอย่างนั้นทำไมล่ะคะ” หล่อนทำเฉไฉ 

“งั้นเหรอ” เขาทำเป็นยอมเชื่อก่อนจะถามต่อ “เธอมาทำอะไรที่นี่ วันก่อนอยู่ที่ผับไฮโซ วันนี้มาอยู่แถวนี้ แล้วอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าจะไปฝึกงานที่โรงแรมของฉัน ตกลงแล้วเธอทำอะไรอยู่กันแน่” 

“แสนรัก คือ...แค่มา เอ่อ มีธุระแถวนี้นิดหน่อย” 

“ธุระ?” 

“แสนรักเอาโทรศัพท์มือถือมาให้เจ้าของ คือพี่ผึ้งที่อาศัยอยู่ข้างห้องทำโทรศัพท์ตกหน้าห้องแสนรัก กว่าจะรู้ตัวก็มาถึงที่ทำงานแล้วและจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ แสนรักก็เลยมีน้ำใจเอามาให้” 

หญิงสาวตอบแล้วยกโทรศัพท์มือถือในมือให้เขาดูว่าหล่อนพูดความจริง แต่ศรุตกลับคิดว่าไอ้ความจริงของหล่อนนี่แหละมันอาจทำให้หล่อนเดือดร้อน จึงเดินเข้าไปใกล้แล้วดึงตัวหล่อนให้ยืนหลบข้างๆ กระถางต้นไม้ประดับที่ค่อนข้างใหญ่ พอจะให้พ้นจากสายตาผู้คนได้มากขึ้นอีกนิดก่อนจะถามตรงๆ 

“รู้ไหมว่าที่นี่มันเป็นสถานที่แบบไหน” 

“ตอนแรกไม่รู้ แต่ตอนนี้...รู้แล้วค่ะ” 

หล่อนทำหน้าเหยเกก่อนจะชี้ไปด้านบนเพื่อให้เขารู้ว่าหล่อนได้คำตอบจากป้ายชื่อสถานที่ที่ติดอยู่ด้านบนซึ่งมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษเล็กๆ เขียนกำกับไว้ข้างใต้และมันแปลว่าการนวด 

ตอนที่คุยกับพี่ผึ้งทางโทรศัพท์ หล่อนไม่ได้เอะใจเลยว่าทำไมพี่ผึ้งถึงบอกว่า ถ้ามาถึงแล้วให้รออยู่ที่หน้าอาคาร อย่าเข้ามา เดี๋ยวจะออกมาหาเอง แต่ตอนนี้คิดว่ารู้แล้วว่าทำไม เพราะถ้าหล่อนเข้าไปอาจจะมีคนเข้าใจผิดได้  

แล้วที่หล่อนไม่เคยเอะใจในอาชีพของเพื่อนบ้านสาวเลย ก็เพราะว่าพี่ผึ้งที่อยู่ข้างห้องนั้นบอกแค่ว่าตัวเองทำงานที่สปา แต่งตัวดี วางตัวดี ไม่เคยแต่งตัวเซ็กซี่หรือโป๊ แถมยังเป็นคนสวยมากๆ หล่อนก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นระดับหัวหน้าในสปาแผนไทย ไม่ได้คิดเลยว่าจะหมายถึงแบบนี้  

แต่ตอนนี้หล่อนอยากเอาโทรศัพท์ให้แล้วรีบออกไปจากที่นี่เร็วๆ เพราะถ้าขืนมีคนรู้จักมาเจอเข้าโดยบังเอิญเหมือนอย่างที่ศรุตมาเจอหล่อน มีหวังได้โดนเฉ่งตามหลังยาวแน่นอน 

“แล้วต้องรออีกนานไหม กว่าเจ้าของเขาจะออกมา” 

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” 

แสนรักตอบ พอดีกับที่หางตาเห็นรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้าประตูมาและตรงเข้าไปจอด ตอนแรกหล่อนก็ไม่ได้คิดจะสนใจ แต่พอสายตาปะทะกับเลขทะเบียนรถเท่านั้น หัวสมองก็เหมือนกับมึนไปชั่วครู่ เพราะเลขทะเบียนนั้นมันเหมือนเลขทะเบียนรถของพ่อ ที่ตอนนี้กลายเป็นของภูวนัย 

‘ไม่จริง พี่ภูมาที่นี่เหรอ อะไรมันจะซวยปานนี้ ไอ้แสนรัก’ 

หญิงสาวคิดแล้วมองไปยังประตูหน้าของอาคาร แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาว่าพี่ผึ้งจะมาออกมาเสียที จึงเริ่มกระสับกระส่ายมากขึ้น ยิ่งพอหางตาเห็นว่าเจ้าของรถลงมาจากรถแล้วพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง หล่อนก็ยิ่งกลัวว่าจะถูกเห็นเข้าไปใหญ่ แล้วก็นึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่เคยดูเมื่อไม่นานมานี้ ที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเอามาฉาย 

เรื่องนั้นคู่หูสาวแนะนำให้พระเอกจูบกันบนบันไดเลื่อน เพื่อตบตาไม่ให้กลุ่มตัวร้ายที่ตามมาจับรู้ว่าทั้งสองคนอยู่ใกล้พวกมันแค่ไหน โดยคู่หูสาวบอกว่า ‘จูบกันโจ่งครึ่มคนจะกระดากและทำเป็นไม่มอง’  

ก็หวังว่าวิธีนี้จะใช้ได้จริงนะ! 

หล่อนคิดแล้วก็ตัดสินใจที่จะทำ เพราะภูวนัยกำลังเดินตรงมาทางนี้เพื่อเข้าไปในตัวอาคาร แน่นอนว่าเขาต้องเห็นหล่อนกับศรุตแน่ แต่ถ้าเห็นว่ามีคนกำลังจูบกันอยู่ คนอย่างเขาก็คงจะเบนสายตาหันไปมองทางอื่นแทน 

ฝ่ายศรุตที่รู้สึกว่าหล่อนลนลานแปลกๆ เหมือนเห็นใครเข้าก็ทำท่าจะหันไปมองด้านหลัง แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างนั้น จู่ๆ แม่สาวตรงหน้าก็ใช้มือสองข้างจับใบหน้าบริเวณแนวกรามของเขาแล้วบังคับให้หันมาทางหล่อน แล้วยังไม่ทันที่เขาจะถาม หล่อนก็บังคับให้เขาก้มหน้าลงมาอีกนิด ส่วนตนเองก็เขย่งปลายเท้าขึ้นเพิ่มความสูงอีกนิดก่อนจะประทับจูบลงบนเรียวปากของเขา 

ศรุตตกใจ แต่เพราะไม่ได้มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มจึงไม่ได้หลับตาและดื่มด่ำไปกับรสจูบ อีกทั้งการที่หล่อนเอาปากมาแตะปากเขา เหมือนเอาหน้ามาชนกันแค่นั้น มันไม่ใช่การจูบจริงๆ เลยแม้แต่น้อย  

และเพราะเขาไม่ได้หลับตาดื่มด่ำไปกับมัน จึงเห็นว่าหล่อนเองก็ไม่ได้สนใจกับจูบที่ตนเองเป็นคนเริ่มเหมือนกัน แต่มองไปทางด้านหลังของเขาแทน นั่นทำให้เขาเดาได้ทันทีว่าหล่อนใช้การจูบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา แล้วก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของใครบางคนที่หล่อนไม่อยากเจอในตอนนี้ 

แต่ว่า ใครล่ะที่หล่อนไม่อยากให้เขาหันไปเห็น 

ชายหนุ่มจึงขืนกายผงกศีรษะเพื่อจะหันไปมอง แต่หล่อนกลับไม่ยอมและบังคับจูบเขาต่ออยู่อีกอึดใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูปิดลงแล้วนั่นแหละ หล่อนถึงยอมปล่อยเขาพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ภูวนัยเข้าไปในอาคารแล้วเรียบร้อย 

ทว่าโล่งอกยังไม่ทันไรก็ต้องหนักใจต่อ เพราะตอนนี้ศรุตกำลังจ้องหน้าหล่อนอยู่ ท่าทางบอกชัดว่าจะเอาเรื่องที่หล่อนกล้าขโมยจูบเขา ทั้งที่หล่อนทำลงไปก็เพียงเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอันจวนตัว ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่พอทำไปแล้วก็ดันรู้สึกเขินอายขึ้นมา ถึงขั้นยกสองมือที่มือข้างหนึ่งมีโทรศัพท์มือถืออยู่ขึ้นปิดหน้า เพราะนั่นมันจูบแรกในชีวิตของหล่อนเลยก็ว่าได้ 

 

 

**************************** 

 

น้องอายช้าไปไหมลูกกกกกกกกกกกกกกกก  

ก่อนหน้านี้หลอก ตอนนี้ขโมยจูบอีก ความผิดกี่กระทงเข้าไปแล้วจ๊ะน้องแสน 555555  

แล้วจะรอดไหมละลูก ทำแบบนี้ อิๆๆๆๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น