จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม้ตายลับของสองคู่ศึก

ชื่อตอน : ไม้ตายลับของสองคู่ศึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2562 13:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม้ตายลับของสองคู่ศึก
แบบอักษร

 

ยามนี่ มุกดาราได้รับการถ่ายทอดยอดวิชา เก่งขึ้นกว่าเดิมทั้งรบ และ…รัก

…………………

ถ้ำของท่านผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุหรือผู้เฒ่าไร้ตัวตน..เวลานี้..สามเจ้าหญิงและสองปีศาจแห่งอนันตกาลนั่งที่พื้นอยู่ตรงหน้าเจ้าของถ้ำ..รวมทั้งองครักษ์แห่งตำหนักชิงพลบ..สางฟ้า..

และใครคนหนึ่งซึ่งนั่งขัดสมาธิอย่างสง่าผ่าเผย..

นางเป็นสตรีวัยกลางคนที่ผ่าเผยกว่าบุรุษเสียอีก..

ผู้เฒ่าไร้ตัวตนวางแก้วผลึกชิ้นหนึ่งลงตรงหน้า..

“..สิ่งที่ทำให้แคว้นสนธยาต่างจากแคว้นอื่น..เพราะถ้ำนี้แหละ..อำนาจพลังแห่งสนธยาทั้งหลายรวมถึงวิชาอากาศมนตราที่ทุกคนยกย่อง..ก็มาจากถ้ำนี้..มันเหมือนชีวิตจิตใจของแคว้น..ทุกอย่างของแคว้น..”

จินดาพิสุทธิ์ปรายตามองภรรยาทั้งสองที่มีอาการง่วงนอน..เพื่อปรามไม่ให้เสียมารยาท..อดนึกในใจไม่ได้ว่า..สงสัยกินกันหนักไปหน่อย..

“..ริต้า..”เสียงท่านผู้เฒ่าพูด..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว.. “..ท่านเป็นคนเดียวที่ฝึกวิชาอากาศมนตราถึงขั้นสูงสุดได้สำเร็จมาแล้ว..ท่านเข้าใจในพลังอากาศมนตรามากน้อยประการใด..”

คำว่าริต้าทำให้จินดาพิสุทธิ์อดเลื่อมใสไม่ได้..

“..ท่านผู้เฒ่าทราบนามเดิมของข้า..”

ท่านผู้เฒ่ายิ้มไม่ตอบคำ..แต่หญิงกลางคนที่สง่างามคนนั้นหัวเราะ..

“..คงไม่มีอันใดลอดหูตาท่านผู้เฒ่าไปได้..ข้าแม่ทัพแมวหลวงเลื่อมใสนัก..”

ที่แท้หญิงกลางคนคนนี้.ก็คือแม่ทัพแมวหลวง..นายแม่ของจินดาพิสุทธิ์นั่นเอง..

“..อากาศธาตุคือความว่างเปล่า..และความว่างนั้นมีพลังไม่รู้จบสิ้น..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

“..สำหรับผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..ย่อมจะใช้พลังแห่งความว่างได้อย่างไร้ขอบเขต..แต่สำหรับเวลานี้..หากจะฝึกปรือแบบเร่งรัด..ก็คงจะได้ใช้เฉพาะคุณสมบัติของอากาศธาตุ..ไม่อาจจะใช้พลังของอากาศธาตุได้..”

ท่านผลักก้อนผลึกประหลาดให้แม่ทัพแมวหลวง..

“..ท่านเป็นเทวีแห่งสงครามจุติ..ขอมอบผลึกที่ใช้ทำลูกแก้วมนตราไว้ให้เป็นที่ระลึก..หวังว่าคงไม่ปฏิเสธ..”

แม่ทัพแมวหลวงหยิบก้อนผลึกนั้นขึ้น..

“..ดูคล้ายผลึกอนันตรังสีของแคว้นมิลินทระนัก..”

“..เรื่องราวมีความซับซ้อน..ในอาณาจักรของเทพอสูรเบญจอังคะ..นับว่า..แคว้นสนธยากับแคว้นมิลินทระมีสิ่งเชื่อมโยงกันอยู่..ผลึกอนันตรังสีใช้ดึงพลังธาตุทั้งสี่ได้..แต่ผลึกแห่งอากาศธาตุก้อนนี้กลับดึงพลังธาตุสูงสุด..คือ พลังแห่งอากาศธาตุได้เช่นกัน ..และด้วยผลึกอากาศธาตุ..ทำให้สถานที่แห่งนี้..มีพลังที่แม้แต่เทพแห่งปีศาจทั้งหลายก็ไม่อาจกล้ำกลาย..ผู้บงการกับเทวีแห่งปีศาจ..ไม่อาจจะเข้ามาอาละวาดที่นี่..แต่เสียที่ข้าเองก็ไม่อาจจะออกไปจากที่นี่เช่นกัน..”

มุกดาราที่เหมือนง่วงนอน..ตากระจ่างในบัดดลเมื่อท่านผู้เฒ่าเอ่ยถึงแคว้นตนเอง..

“..ท่านผู้เฒ่า..แคว้นมิลินทระข้า..เกี่ยวพันอันใดกับแคว้นสนธยา..ว่าแต่ในชั้นแรก..ข้าก็สงสัยกับถ้ำของท่านและผลึกใสในถ้ำเหล่านี้แล้ว..เพราะมันมีลักษณะคล้ายคลึงกับผลึกอนันตรังสียิ่งนัก..”

“..หากจะพูดกันในเรื่องนี้..ต้องเท้าความตั้งแต่ต้น..ท่านเทพอสูรเบญจอังคะเป็นผู้เจนจบในพลังแห่งธาตุ..แบ่งอาณาจักรเป็นห้าแคว้นตามวิถีธาตุ..แต่ข้อเท็จจริง..ธาตุทั้งหลายไม่ได้มีแค่ห้า..แต่มีถึงหก..”

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..

“..ก็คล้ายกับปรัชญาของสำนักสูญญตาเช่นกัน..”

“..วิถีทางธรรมชาติย่อมไม่แตกต่างกันในแต่ละภพ..ธาตุทั้งหก..ประกอบด้วย..ดิน..น้ำ..ลม..ไฟ..วิญญาณ..และอากาศ..เพียงแต่อากาศเป็นธาตุที่ว่างเปล่า..ไม่อาจจะอยู่ร่วมกับธาตุอีกห้าธาตุ..แต่ก็ไม่อาจจะแยกจากห้าธาตุได้เช่นกัน..ซึ่งก็เหมือนกับแคว้นสนธยาที่ยังคงมีแต่ไม่ปรากฏในแผ่นดินห้าแคว้น..ดังนั้น..แคว้นนี้จึงเป็นตัวแทนของอากาศธาตุที่มีพลังสูงสุดในธาตุทั้งหก..”

อจินไตยตากระจ่าง..

“..พลังของชาวสนธยาจึงมีส่วนใกล้เคียงกับพลังของอากาศมนตราสินะ..”

“..ใช่..แต่ก็เป็นพลังของวิชาอากาศมนตราที่ปรับปรุงแล้ว..เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้คุณสมบัติของอากาศธาตุได้..แต่หากจะถึงขั้นใช้พลังของอากาศธาตุ..ต้องเป็นอีกขั้นหนึ่ง..”

ท่านผู้เฒ่าพูดอีกว่า..

“..วิญญาณและอากาศเป็นสิ่งที่ทั้งเป็นมิตรและศัตรู..ขัดแย้งและหลอมรวมได้ทั้งคู่..จะว่าไป..หากแบ่งโลกออกเป็นสองซีก..โลกทั่วไป..จะมีแคว้นมิลินทระเป็นประธาน..และโลกเร้นลับซึ่งมีอยู่แต่แคว้นสนธยาเท่านั้น..แต่ทั้งสองแคว้นล้วนแต่เป็นที่รวมอำนาจของทั้งสองโลก..ผลึกอนันตรังสีของแคว้นมิลินทระ..กับผลึกแห่งอากาศธาตุจึงเหมือนกับการรวบรวมพลังธาตุมาใช้งานตามรูปแบบของตนเอง..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

“..ข้าเองนับว่าเข้าใจความเป็นไปของโลกแห่งเทพอสูรมากขึ้นแล้ว..”

“..การจะยึดครองแคว้นทั้งหก..ล้วนแต่มีข้อจำกัดที่ควรจะคำนึงทั้งสิ้น..แต่ก็มีวิธีจะทะลุขอบเขตแห่งข้อจำกัดเช่นเดียวกัน..ซึ่งเวลานี้..คนบงการและเทวีปีศาจกำลังจะหาทางทะลุข้อจำกัดอยู่..”

“..ทหารของแคว้นสนธยามีอำนาจพลังที่เป็นคุณสมบัติของชาวแคว้น..ทำให้แข็งแกร่งเหนือทุกทัพ..แต่เพราะพลังนี้จึงทำให้ควบคุมได้ไม่ง่าย..เทวีแวมไพร์กลับใช้วิธีแห่งปีศาจ..ดูดเลือดแพร่เชื้อไวรัสแวมไพร์ครอบงำควบคุมกำลังทหารได้..แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องที่ไม่อาจจะส่งทหารที่ถูกทำเป็นแวมไพร์..รุกรานแคว้นอื่นเช่นกัน..นางต้องใช้เมฆปีศาจเพื่อกระทำการ..แต่..เหมือนนางไม่พร้อมจะทำเช่นนั้น.”

แม่ทัพแมวหลวงสรุปเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว..

ผู้เฒ่าไร้ตัวตนพยักหน้า..

“..เพียงแค่ใช้เมฆปีศาจครอบคลุมดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..ก็ทำให้นางหมดเรี่ยวแรงแล้ว..ยิ่งถ้าจะไปสร้างเมฆปีศาจในอาณาจักรของเทพอสูรทั้งห้า..ยิ่งไม่มีทางเลย..แต่หากมีหนทางแก้ไข..และนำทัพของแคว้นสนธยาเข้าไปในอาณาจักรแห่งแคว้นทั้งห้าได้..เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนก็เพียงพอ..ก็สามารถยึดแผ่นดินทั้งหลายได้แล้ว..”

“.ในช่วงระหว่างที่พวกมันกำลังค้นคว้าหาวิธีการ..ก็ต้องรีบชิงแคว้นคืนมาให้ได้ก่อน..”

“..ปัญหาคือ..มันไม่ง่าย..”ท่านผู้เฒ่ากล่าว.. “..ก่อนหน้านี้..เจ้าหญิงทั้งสามบุกเข้าไปครั้งหนึ่ง..แม้จะได้ต่อสู้กับผู้บงการได้..แต่สุดท้ายก็ต้องล่าถอยออกมา..เพราะไม่สามารถปล่อยเจ้าแคว้นและเจ้าตำหนักชิงพลบ..และไม่อาจจะทำใจสังหารทหารของแคว้นซึ่งตกเป็นของเทวีปีศาจ..เราไม่อาจจะชนะโดยไม่สูญเสีย.แต่การสูญเสียกลับหนักหนาเกินกว่าจะทำใจ..ได้แต่หวังพึ่งท่านแม่ทัพว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร..”

แม่ทัพแมวหลวงสีหน้าเคร่งขรึม..ล้วงมือไปในอกเสื้อ..หยิบตำราขึ้นมาเล่มหนึ่ง..

ท่านผู้เฒ่าหรี่ตา..

“..นี่เป็น..”

“..ตำราของราชาแวมไพร์รุ่นที่สาม..นามสิตา..เทพอสูรบีบบังคับให้เขาเขียนตำราวิชาการเทคโนโลยีของแวมไพร์ออกมา..ซึ่งมีสี่เล่ม..และนี่คือเล่มที่สอง..และมันไม่เคยไปปรากฏที่ไหนมาก่อน..นี่คือไม้ตายลับของเรา…”

แพคเกจนึกขึ้นได้..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ตำราเล่มที่หนึ่งกับสอง..พี่ป้อนกับอาจารย์สองหามาได้จากแหล่งเดิมโดยตรง..และมอบให้แคว้นจันทราไว้..ส่วนเล่มที่สามสี่..ริต้ากับพวกเรารวมถึงแพคไปค้นหามาจนได้..แต่มันก็ถูกพวกแคว้นอุตระและแคว้นสนธยาบางคนเปิดอ่านแล้ว..”

“..ตำราเล่มที่สามกับสี่ก็บันทึกเทคโนโลยีหลากหลาย..เช่น..วิธีสร้างไฮยีน่าแวมไพร์..การโคลนนิ่ง..และอีกหลายเรื่อง..แต่เล่มที่หนึ่งกับเล่มที่สองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน..โดยเฉพาะเล่มนี้..บ่งบอกถึงสิ่งที่ฉันเองก็เพิ่งจะทราบ..คนที่โดนแวมไพร์แพร่เชื้อ..จะสามารถรักษาได้อย่างไร..”

แพคเกจชะงัก..

“..มันมีวิธีรักษาอาการเป็นแวมไพร์ด้วยหรือคะ..”

“..รักษาแวมไพร์ที่เป็นมาตั้งแต่เกิดอย่างเธอหรือพวกระดับสูง ๆ ไม่ได้หรอก..ได้แต่พวกที่ถูกกัดแพร่เชื้อเท่านั้น..”

จินดาพิสุทธิ์ตาลุก..

“..นายแม่มันเป็นไปได้หรือนี่..”

“..ความรู้ของพวกเรายังคงจำกัดนักนะริต้า..แต่สำหรับพวกแวมไพร์..มีความรู้และเทคโนโลยีที่สูงมากทีเดียว..”

แล้วแม่ทัพแมวหลวงก็หันมามองศศินา..

“..สิ่งสำคัญที่จะรักษาอาการที่ถูกไวรัสแวมไพร์..คือเลือดของชนเผ่าหมาป่า..ซึ่งในที่นี้..มีแต่เธอคนเดียว..”

ศศินาถอนหายใจ..

“..จะใช้เลือดนาก็ได้เลยนะคะอาแคท..”

“..เลือดของเผ่าหมาป่าที่รู้ก็คือจะมีพิษต่อแวมไพร์..แต่พวกมันก็วิจัยจนทราบว่า..หากจะใช้ในปริมาณเหมาะสม..จะทำลายไวรัสแวมไพร์ได้โดยที่ร่างกายส่วนอื่นไม่เป็นอันตรายได้ด้วย..เราเพียงแค่สร้างยากำจัดไวรัสแวมไพร์..และพ่นใส่กองทหารทั้งหมด..เพียงเล็กน้อยก็สามารถแก้ไขทุกคนที่เป็นบริวารของเทวีแวมไพร์ให้กลับคืนเป็นตัวของตัวเองได้..”

จินดาพิสุทธิ์แทบจะโห่ร้องออกมา..

“..แบบนี้..อจินไตย..เราก็ชิงแคว้นคืนได้แล้ว..”

“..นายแม่..”อจินไตยร้องถาม.. “..เราต้องทำยารักษามากมายประมาณไหน..หากจะต้องใช้เลือดของท่านพี่หมาป่า..คงไม่ทำให้ท่านพี่เป็นอันตรายใช่หรือไม่..”

ศศินาเหลือบมองเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..

แม้เรืองนี้จะเร่งร้อนเร่งรัดปานไหน..แต่ความเป็นห่วงพวกพ้องยังคงมาเป็นอันดับแรกเสมอ..

..สมกับเป็นคนรักของริต้านัก..

คนเช่นนี้แหละ..ที่ศศินาจะถวายชีวิตให้..

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ..

“..อจินไตย..วางใจเถิด..ศศินาเป็นหลานฉัน..นางจะไม่เป็นอันตราย..เพียงแค่ให้เราใช้เลือดของนางในระดับหนึ่งเท่านั้น..”

อจินไตยเหมือนโล่งใจ..ศศินายิ้มเล็กน้อย..

“..ดูท่า..อาแคทคงจะเหมาะจะเป็นคู่ต่อสู้กับพวกมันมากที่สุดแล้ว..”

.......

ในระหว่างที่พักเตรียมตัวกับศึกใหญ่..

สางฟ้าได้รับบัญชาให้เกณฑ์ไพร่พลมาช่วยกันจัดทำยาแก้ไวรัสแวมไพร์..ศศินาเสียเลือดไปส่วนหนึ่ง..แต่สามารถใช้เป็นองค์ประกอบในการทำยาได้อย่างมากมาย..

ถ้ำของผู้เฒ่าไร้ตัวตนกลายเป็นแหล่งสำคัญไปแล้ว..

แม่ทัพแมวหลวงวางแผนในการศึก..ตำราพิชัยสงครามที่ตกทอดจากบรรพบุรุษของสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดง..เจ้าสำนักอย่างแม่ทัพแมวหลวงเจนจบอย่างขึ้นใจ..ดังนั้น..นางจึงสมกับเป็นเทวีแห่งสงคราม..เพราะเด่นล้ำทั้งวิชาการต่อสู้..และวิธีรบทัพจับศึก..เหมาะอย่างยิ่งในการเป็นแม่ทัพแมวหลวงแห่งแคว้นจันทราอย่างแท้จริง..

ระหว่างที่ประชุมแผนการรบ..จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“..นายแม่..คนบงการชุดม่วงคนนั้น..ร้ายกาจมากนัก..สามารถควบคุมบงการเทวีแวมไพร์เรนี่หรือพิรุณเลือดได้..ข้าเกรงว่า..การชิงแคว้นสนธยาครั้งนี้..คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก..”

เพราะอยู่ในท่ามกลางที่ประชุม..การเรียกหาสนทนาระหว่างนายแม่กับลูกสาว..จึงเป็นไปตามมารยาท..ไม่ใช้สำนวนที่คุ้นเคยสนทนากัน..

อจินไตยพยักหน้า..

“..คน ๆ นี้..ฟังว่า..เคยเป็นหนึ่งในยอดปราชญ์แห่งแคว้นมิลินทระ..มีอำนาจในการล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง..คาดว่า..ที่นายแม่ปรากฏตัวที่แคว้นแห่งนี้..เขาน่าจะล่วงรู้แล้ว..”

ผู้เฒ่าไร้ตัวตนพูดขึ้นว่า..

“..คน.ๆ นี้มีอำนาจแห่งยอดปราชญ์แคว้นมิลินทระ..และอำนาจของชาวมิติสนธยา..ยังโชคดีที่เขาไม่สามารถฝึกวิชาอากาศมนตรา..พิจารณาเพียงนี้เหมือนไม่ได้เก่งกาจอันใด..แต่แท้จริง..คน ๆ นี้กลับร้ายกาจที่สุด..”

แม่ทัพแมวหลวงได้แต่ยิ้ม..

“..อจินไตย..ริต้า..ข้าทราบว่าเขาเป็นใครแล้ว..”

ทั้งสองเจ้าหญิงมองหน้ากัน..

“..นายแม่ทราบด้วยหรือ..”เสียงจินดาพิสุทธิ์ตื่นเต้น..

“..ถ้าเป็นคน ๆ นั้นจริง..เห็นที..ข้าสมควรจะจัดการเขาได้..”

“..เขาเป็นใครกัน..”จินดาพิสุทธิ์อดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้..

“..บอกไปเจ้าก็อาจจะไม่อินสักเท่าไหร่..เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก..แต่ข้าว่า..เขากับเทวีแวมไพร์คงมีไม้เด็ดรอเราอยู่..ซึ่งหากเจ้าทำตามที่ข้าวางแผน..รับรอง..พวกเขาจะทำอันใดไม่ได้แน่..”

แม่ทัพแมวหลวงลุกขึ้นจากนั่งขัดสมาธิ..

“..เราประชุมวางแผนกันเรียบร้อย..ระหว่างรอเวลา..ข้าอยากจะสอนลูกศิษย์ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ข้า..พวกท่านจะชมดูก็ได้ตามสะดวก..”

มุกดาราได้ฟังก็ตื่นเต้นกระตือรือร้นยิ่งนัก..เพราะแม่ทัพแมวหลวงหมายถึงนางนั่นเอง..

การเป็นลูกศิษย์ของร่างจุติแห่งเทวีสงคราม..นับว่ามีวาสนายิ่ง..

ผู้เฒ่าไร้ตัวตนหัวเราะ..

“..ท่านแม่ทัพเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริง..ขอเพียงใช้เวลาสักนิด..ท่านคงสามารถฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุดสำเร็จ..แม่นางหมาป่านำพาท่านมาหาข้า..ลูกเล่นในการใช้อากาศธาตุพรางกาย..กลับทำอันใดท่านไม่ได้..ท่านโค้งคารวะข้าในทันทีที่เข้ามาในถ้ำแห่งนี้..แปลว่า..ท่านสามารถฝึกวิชาอากาศมนตราในระดับเดียวกับที่บุตรีและคนอื่น ๆ ที่มาก่อนหน้านี้..ได้รับไปในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งลมปราณ..หาได้ยากยิ่ง..”

ทุกคนแตกตื่น..ไม่คาดคิดว่า..แม่ทัพแมวหลวงจะมีความสามารถระดับนี้..

จินดาพิสุทธิ์ยิ่งภาคภูมิใจในตัวนายแม่..ก่อนหน้าที่จะพบเห็นท่านผู้เฒ่า..ยังต้องชวนทุกคนนั่งกรรมฐานหนึ่งชั่วยามเพื่อคุ้นเคยกับพลังอากาศมนตา..ถึงจะสามารถพบเห็นท่านผู้เฒ่าที่แท้จริง..แต่สำหรับนายแม่กลับทำได้แทบจะทันที

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ..

“..วิชาอากาศมนตราไม่ใช่ของ ๆ ข้า..แต่เป็นของริต้า..นางจะต้องได้มันคืนอย่างครบถ้วนในสักวันหนึ่ง..แต่บัดนี้..ข้าอยากจะสอนวิชาให้ลูกสะใภ้สักเล็กน้อย..”

พูดจบก็ดึงมุกดาราไปยังที่ว่างของถ้ำ..และสอนเคล็ดลับของวิชาหมัดสูญญตาให้..

หมกมุ่นกับเคล็ดลับและท่ารำสองชั่วยาม..มุกดาราก็เข้าใจหมัดสนธยาทั้งหมดอย่างง่ายดาย..

แต่เหมือนมุกดาราจะมีพรสวรรค์ด้านอาวุธมากเป็นพิเศษ..แม่ทัพแมวหลวงจึงสอนวิชามีดเจ็ดสนธยา..และพลองเก้าศอกให้อีกสองวิชา..

แพคเกจอดอุทานไม่ได้..

“..มุกดารายอดเยี่ยมจริง ๆ ..”

เพียงแค่รำให้ดูหนึ่งเที่ยว..มุกดาราก็จดจำวิชามีดเจ็ดสนธยาได้..สำหรับพลองเก้าศอก..เพียงรำให้ดูสองรอบเท่านั้น.

ทั้งหมัดสูญญตา..มีดเจ็ดสนธยา..และพลองเก้าศอก..มุกดาราเจนจบโดยใช้เวลาร่ำเรียนเพียงแค่สามชั่วยามเท่านั้น..

แต่เรื่องนี้ไม่ประหลาด..แม้แต่ท่านผู้เฒ่านกคุ้มที่ครั้งกระโน้นเป็นนักฆ่า..ปะทะกับแคทหรือแม่ทัพแมวหลวงในปัจจุบัน..ได้รับการชี้แนะ..ช่วยชีวิต..และถ่ายทอดเพลงดาบสายธาราเพียงแค่รำให้ดูพร้อมบอกเคล็ดลับรอบเดียวเท่านั้น..ก็สามารถตั้งตนเป็นปรมาจารย์เลื่องชื่อได้..

นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้..ผู้เฒ่านกคุ้มเคยเป็นยอดฝีมือ..มีเพลงดาบที่ใช้ดาบแคบเรียวอย่างลือลั่นมาก่อน..พื้นฐานที่ใกล้เคียง..แต่หนักแน่นสมกับเป็นยอดฝีมือ..เพียงแค่ได้รับการชี้แนะเพียงเล็กน้อย..ก็ทะลุกระจ่าง..เข้าใจโดยไม่ต้องจดจำ..เหมือนเขี่ยผงที่บังตาให้สำเร็จ..

มุกดาราก็เช่นกัน..นางความจริงฉลาดปราดเปรื่องอยู่แล้วโดยธรรมชาติ..แต่เหนืออื่นใด..นางฝึกวิชาการต่อสู้มาอย่างหนักมาก่อน..พื้นฐานของนางคือวิชาหมัดปัญญาบารมี..ซึ่งสามารถหลอมรวมวิชาฝีมือที่พบเห็นเข้ากับเพลงหมัดของตัวเองได้อย่างง่ายดาย..

เมื่อมีพื้นฐานที่มั่นคงแน่นหนา..การจะฝึกเพลงหมัดสูญญตาเพิ่มเติมก็ไม่ใช่เรื่องยาก..แถมยังสามารถเรียนรู้มีดเจ็ดสนธยากับพลองเก้าศอกได้อีก..นั่นเป็นเพราะนางเป็นคนที่ฝึกวิชามาอย่างโชกโชนนั่นเอง..

แม่ทัพแมวหลวงอดชมเชยลูกสะใภ้คนนี้ไม่ได้..

ท้ายสุด..เมื่อแม่ทัพแมวหลวงฟาดพลองใส่..และมุกดาราตั้งพลองรับ..ซึ่งเป็นอันจบกระบวนท่าทั้งหมดของวิชาพลองเก้าศอก..แม่ทัพแมวหลวงก็รั้งพลองและหัวเราะอย่างยินดี..

มุกดารายิ้มรับ..คุกเข่าคารวะ..ก้มศีรษะให้..

แม่ทัพแมวหลวงพูดว่า..

“..มุกดารา..ข้าไม่เคยพบเห็นคนอย่างเจ้ามาก่อน..สามารถเรียนสามยอดวิชาในเวลาสามชั่วยาม..ช่างเก่งกาจนัก..ห้ามทำร้ายริต้าลูกข้าล่ะ..เข้าใจไหม..”

มุกดารายิ้มเขิน ๆ ..

“..เป็นเพราะท่านอาจารย์หลักแหลมยิ่งนัก..ข้าเป็นเพียงเด็กโง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น..”

แม่ทัพแมวหลวงหัวร่ออีก..

แต่แล้ว..ทุกคนก็ได้ยินเสียงครืน ๆ ลั่นไปทั่ว..คล้ายฟ้าร้องคำรามอย่างน่ากลัว..

ท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตนพูดขึ้นว่า..

“..นางปีศาจมีความสำเร็จในการสร้างเมฆปีศาจได้มากขึ้น..และนางทดลองใช้เมฆปีศาจรุกรานดินแดนแห่งอากาศธาตุของข้า..แต่วางใจเถิด..นางไม่มีทางรุกรานที่นี่ได้..”

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..ผละจากมุกดารา..เข้ามาหาท่านผู้เฒ่า..

“..แต่ข้าว่า..อีกไม่นาน..นางคงพร้อมที่จะส่งทหารไปรุกรานดินแดนแห่งห้าแคว้นแล้ว..”

“..ท่านทราบได้อย่างไร..”

“..นางมีปัญหาคือไม่อาจจะสร้างเมฆปีศาจในดินแดนห้าแคว้นของเทพอสูรเบญจอังคะ..แต่ก็มีหลายสถานที่ซึ่งอำนาจขององค์เทพอสูรไปไม่ถึง..”

“..มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ..”

“..หากท่านตรวจสอบดี ๆ ท่านจะทราบ..อย่างน้อย..สถานที่ที่ราชาแวมไพร์ใช้เก็บซ่อนตำรา..ก็เป็นสถานที่ที่เทพอสูรไม่มีอำนาจ..ยอดเขามัชฌิชาบนเทือกเขาปัญจาแคว้นอุตระ..ก็เป็นอีกสถานที่หนี่ง..หากเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดร่วมกับผู้บงการชุดม่วง..หาปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์เทพอสูรไม่อาจจะใช้อำนาจได้..แล้วสร้างปัจจัยนั้นขึ้นมาก่อนป้องกันไม่ให้องค์เทพอสูรกล้ำกลาย..เพื่อจะได้จัดสร้างเมฆปีศาจขึ้นทีหลัง..ก็เท่ากับการเคลื่อนย้ายกำลังทหารของนางไม่มีอุปสรรคอันใดแล้ว..”

อจินไตยเป่าปาก..

“..นายแม่..นี่หมายความว่า..”

“..เราต้องยึดแคว้นสนธยาคืนให้เร็วที่สุด..หาบิดาและลุงของท่านให้พบ..ก่อนที่พิรุณเลือดจะสามารถค้นพบปัจจัยที่สามารถป้องกันอำนาจแห่งองค์เทพอสูรได้อย่างสมบูรณ์..ริต้า..สอบถามไปยังท่านสางฟ้า..พวกเขาช่วยกันทำยาจากเลือดศศินาได้มากน้อยประการใดแล้ว..เราต้องรีบบุกตามแผนโดยเร็ว..ช้าไม่ได้ล่ะ..”

.......

แผนการเข้าชิงแคว้นคืนแม่ทัพแมวหลวงกำหนดเวลาเป็นวันรุ่งขึ้น..

เนื่องเพราะถ้าเป็นกลางวัน..จะได้เปรียบเชิงกาลเวลา..

ดังนั้น.คืนก่อนหน้า..จึงต้องพักผ่อนให้ได้มากที่สุด.

เจ้าหญิงทั้งสามถูกจัดให้นอนในถ้ำ..มีเครื่องนอนพร้อมสรรพที่ติดมาจากรถ..สำหรับการพักแรมตามป่าเขาอยู่แล้ว..รถม้าที่เตรียมมาจากแคว้นมิลินทระ..มีข้าวของมากมาย..ทั้งเสบียงอาหาร..อาวุธ..เครื่องใช้ที่จำเป็น..

อจินไตยดูจะเครียดกับเรื่องราวในวันพรุ่งนี้มากที่สุด..เพราะศึกนี้..เป็นศึกสำคัญของนาง..เพราะเป็นการชิงแคว้นที่นางเป็นเจ้าหญิงอยู่..

จินดาพิสุทธิ์โอบร่างนางไว้..

“..อจินไตย..พรุ่งนี้เราต้องทำสำเร็จ.”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยายิ้มฝืน ๆ

“..ริต้า..ฉันสังหรณ์ใจ..”

“..ฉันก็เหมือนกัน..”จินดาพิสุทธิ์พูด.. “..ทุกอย่างไม่ควรง่ายขนาดนั้น..”

มุกดาราพูดขึ้นว่า..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..ไม่ว่าจะเกิดอะไร..ข้าพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างท่านพี่ตลอดเวลา..”

อจินไตยโอบศีรษะมุกดารา..

“..เด็กน้อย..จำไว้นะ..หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นในแบบที่ไม่คาดฝัน..ท่านต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน...”

มุกดารายิ้มเล็กน้อย.

“..ข้าไม่มีวันทิ้งท่านพี่..ข้ารักท่านพี่..รักทั้งสองคน..”

“..มุกดารา..หากเกิดเหตุไม่คาดคิด..ถ้าท่านเป็นอันใดไป..ข้าจะเจ็บปวดมาก..เพราะข้ารักท่าน..รักยิ่ง..รักเช่นเดียวกับริต้า..”

“..หากท่านคิดจะตายพร้อมท่านพี่ริต้า..ข้าจะไม่มีวันยอม..หากต้องตาย..เราสามต้องตายด้วยกัน..”

“..อย่าพูดในสิ่งอัปมงคลเลย..”

“.ท่านพี่..ข้าทราบถึงความกังวลของท่าน..แผนการของนายแม่ไม่ควรมีช่องโหว่..แต่ไม่ทราบเป็นเช่นไร..ข้ากลับสังหรณ์แปลก ๆ ..”

สบตากับจินดาพิสุทธิ์..มุกดาราอดถามไม่ได้..

“..แปลก..ท่านก็เหมือนจะสังหรณ์เช่นเดียวกับทุกคน..แต่ไฉนถึงไร้กังวลโดยสิ้นเชิง..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..พวกท่านยังไม่เคยใกล้ชิดกับนายแม่..ย่อมไม่ทราบถึงสิ่งที่ข้ารับรู้และมั่นใจ..”

“..ท่านมีความมั่นใจนัก..”

“..นายแม่ไม่เคยแพ้..เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่นางไม่เคยแพ้..ตลอดมานับแต่เด็ก..หากมีนายแม่..ข้าไม่เคยกังวลอันใด..แม้ข้าจะสังหรณ์..แต่ข้าก็เชื่อมั่น.”

อจินไตยถอนหายใจ..

“..ข้ามีความรู้สึกว่า..เรากำลังเดินเข้าสู่กับดักของผู้บงการชุดม่วงคนนั้น..”

แม้แต่มุกดาราก็ยังไม่ทราบความนัยอันใด..ทั้งที่ในแง่การรบ..นางจะฝึกมามากกว่าทุกคน..

อจินไตยโอบรัดร่างเจ้าหญิงที่ดูน่ารักสดใสไว้..

“..มุกดารา..เราปล่อยวางทุกเรื่องไปก่อนเถิด..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..อีกแล้วหรือนี่..คราวนี้..ต้องใช้สามีหรือไม่..”

“..ริต้า..ครั้งนี้เราจะใช้สามีสองคน..”

“..ทุกทีก็สามีสองคนนี่..”

“..ใช่.แต่ครั้งนี้..ฉันกับมุกดาราตกลงใจจะเป็นสามีเธอบ้าง..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมา..

“..บ้า..เล่นอะไรบ้า ๆ ..”

แทนคำพูด..มุกดารากลับเป็นฝ่ายรุก..ผลักร่างของจินดาพิสุทธิ์นอนราบลง..

“..ท่านพี่ริต้า..ข้าจะกินท่านล่ะ..”มุกดาราพูด..

จินดาพิสุทธิ์ร้องเฮ้ย..แต่ก็ถูกรุกไล่แล้ว..

“...มุกดารา..เธอ..”ทำไมชำนาญขนาดนี้..นี่คือคำที่อยากถาม..

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก.เพราะมุกดาราชาญฉลาด..เรียนรู้วิชาของสำนักสูญญตาสามวิชาในสามชั่วยามเท่านั้น..

เมื่อคืน..นางอยู่กับอจินไตยสองคน..คงสอนอะไรกันบ้างแหละ..

แล้วอจินไตยล่ะ..

นัยน์ตาที่มองคล้ายงู..มีประกายเหมือนยินดีประหลาด..และกระหายแปลก ๆ ..

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก..

“..อจินไตย..เธอโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย..”

“..ไม่รู้ล่ะ..วันนี้อยากกินเธอแก้เครียด..แต่ก็อยากให้มุกน้อยกินเธอให้สุขสมก่อน..”

“.เฮ้ย..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..อยากดูเธอสุขสมเพราะมุกน้อย..ฉันคงหื่นเธอมากขึ้นกว่าเดิม..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่ทันได้ตั้งตัว..เสื้อผ้าก็หลุดออกแล้ว..มุกดาราเหมือนเป็นลูกสมุนอจินไตย..ที่ทำตามคำสั่ง..

ยิ่งเครียดยิ่งระบายเครียดได้อย่างพิสดารนัก..อจินไตย..

.......

ในขณะเดียวกัน...

เวียงวังอันมืดมิด...

เทวีแวมไพร์เรนี่หรือพิรุณเลือดกำลังเครียด...

และไม่ห่างจากนางคนชุดม่วงผู้ลึกลับยังคงนั่งนิ่ง...

พิรุณเลือดเคยเป็นใหญ่..แข็งแกร่งไม่มีใครต้าน..แต่ครั้งนี้กลับขาดความมั่นใจ..

“..เวลานี้..ดูเหมือนพวกมันจะนำเอาแม่ทัพแมวหลวงมาแล้ว..”พิรุณเลือดพูดอย่างหวาดหวั่น.. “..ในแผ่นดินนี้..ข้าไม่มีความมั่นใจจะสู้กับนางแม้แต่น้อย..”

คนชุดม่วงแม้จะดึกดื่นไร้แสง..แต่ก็ยังคงสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้าตลอดเวลา..

“..ท่านแม้จะมีอำนาจยิ่งใหญ่..กระทั่งเกือบจะครองโลกของท่านได้..เพียงแต่มีแค่พลังอันยิ่งใหญ่..ถือว่ายังไม่เพียงพอ..ท่านพ่ายแพ้แม่ทัพแมวหลวงครั้งแล้วครั้งเล่า..นั่นเพราะนางมีพรสวรรค์ของการรบเนื่องจากนางคือเทวีแห่งสงครามจุติ..แต่เท่าที่ข้าทราบ..นางทิ้งจิตแห่งเทวีสงครามไปแล้ว..”

แต่พิรุณเลือดก็ยังขาดความมั่นใจอยู่ดี..เพราะนางไม่เคยเอาชนะแม่ทัพแมวหลวงเลยสักครั้ง..กระทั่งครั้งที่แม่ทัพแมวหลวงหรือแคททิ้งจิตแห่งเทวีสงคราม..นางก็ยังต้องพ่ายแพ้.ถูกส่งมายังมิติที่นางไม่อาจจะใช้พลังเต็มที่ได้..

หากไม่ใช่เพราะการช่วยเหลือของเจ้าชายอนันตรัย..นางคงติดอยู่ที่มิติลักษณ์เร้น..ไม่อาจจะหลุดออกมาได้เลย..

คนชุดม่วงหัวเราะ..

“...ท่านเหมือนดังกวางขยาดเสือ..แม้ว่าเสือตัวนั้นจะหมดเขี้ยวเล็บแล้ว.ก็ยังขยาดอยู่..”

“..หากมองว่าแม่ทัพแมวหลวงเป็นเสือที่หมดเขี้ยวเล็บ..เกรงว่า..ท่านคงจะคิดผิดแล้ว.”

“..การที่นางทิ้งจิตแห่งเทวีสงคราม..นางก็เท่ากับไม่มีพรสวรรค์ที่ต่อสู้ทุกศึกโดยไร้พ่ายอีก..นั่นคือ..นางสามารถพ่ายแพ้ได้แล้ว..”

คนชุดม่วงพูดอีกว่า..

“..และนางก็ควรจะพ่ายแพ้..เพราะนางขาดความเป็นเทวีแห่งสงครามแต่เดิม..กระทั่งแผนการรบ..ข้าก็เชื่อว่า..นางจะรบอย่างไร..ข้าอ่านกลยุทธของนางออก..และหากคาดเดาไม่ผิด..นางต้องกระทำการใดในช่วงพรุ่งนี้แน่นอน..”

พิรุณเลือดครางออกมา..

“..ท่านดูมีความมั่นใจนัก..”

“..ในด้านการรบทัพจับศึก..หากมีกองทหารที่สั่งการได้ดังใจและแข็งแกร่งเกินมนุษย์เช่นนี้..รวมกับความรู้ที่ข้าได้ชื่อว่าเป็นยอดปราชญ์คนที่แปดแห่งแคว้นมิลินทระ..ท่านว่า..ข้ายังจะพ่ายแพ้อีกหรือ..”

พิรุณเลือดไม่อยากจะเชื่อถือเท่าใดนัก.แต่นางก็ไม่ได้กล่าวอันใด..

“..อีกประการ..ข้ามีบางอย่างที่พวกมันไม่อาจจะมีได้..”

คนชุดม่วงหัวเราะ..ล้วงมือหยิบบางอย่างออกมา.สวมกับนิ้วมือ..

“..แหวนเจ้าแคว้นสนธยา..”

พิรุณเลือดอุทานออกมา..

“..ท่านเสาะหามาได้อย่างไร..

“..ด้วยแหวนแห่งเจ้าแคว้น..จะสามารถเปลี่ยนกำหนดกฎเกณฑ์ของแคว้นที่มีอยู่เดิม..และเพราะสิ่งนี้..เดิมที่ปีศาจไม่อาจจะมีอำนาจเหนือใครในแคว้นสนธยา..กลับกลายเป็นว่า..ปีศาจอย่างเจ้า..มีอำนาจสูงอย่างไม่น่าเชื่อ..”

คนชุดม่วงถอนหายใจ

“..น่าเสียดาย..มันมีอำนาจเฉพาะในดินแดนแถบที่วังสนธยากับตำหนักชิงพลบมีอำนาจเท่านั้น..หาใช่อาณาเขตของผู้เฒ่าไร้ตัวตนที่เรายังไม่สามารถทำอะไรได้..”

พิรุณเลือดทราบดี..ด้วยแหวนแห่งเจ้าแคว้นสนธยา...ทำให้นางต้องอยู่ในอาณัติของคนชุดม่วง..นอกเหนือจากการที่ต้องติดหนี้บุญคุณในการช่วยเหลือให้ออกมาจากมิติลักษณ์เร้น..

ในเมื่อมีแหวนเช่นนี้อยู่..แม่ทัพแมวหลวงยังจะเป็นคู่มืออีกหรือ...

คนชุดม่วงหมุนแหวน..

“..และข้าได้เปลี่ยนกฏเกณฑ์ของแคว้นไปเรื่องหนึ่งแล้ว..ในอาณาเขตที่แหวนมีอำนาจ..ใครก็ตามที่มาจากดินแดนคนละมิติอันไกลโพ้นและเป็นมนุษย์..ต้องอ่อนแอ..ไร้พลังใด ๆ จะต่อกรโดยสิ้นเชิง..”

พิรุณเลือดอุทานออกมา..

คนชุดม่วงหัวเราะ..

“.นี่จะทำให้แม่ทัพแมวหลวงกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ไม่อาจจะต่อสู้อันใดได้อีก..พวกมันก็เหลือเพียงสองปีศาจแห่งอนันตกาลเท่านั้น..ข้าไม่อาจจะใช้คำสั่งที่มีผลกระทบต่อตัวท่าน..ดังนั้น..คงต้องเหนื่อยแรงบ้างเล็กน้อย..”

ถ้าหากจะใช้คำสั่งว่า..ผู้มาจากมิติอันไกลโพ้นเพียงอย่างเดียว..พิรุณเลือดจะได้รับผลกระทบด้วย..

เหลือเพียงแค่สองปีศาจแห่งอนันตกาล..อจินไตย..องครักษ์สางฟ้า..การจะจัดการกับคนเหล่านี้..ย่อมง่ายดายกว่าจะสู้กับแม่ทัพแมวหลวงหรือจินดาพิสุทธิ์มากนัก..

คนชุดม่วงรู้สึกประหลาดแต่ยังไม่ทราบว่าประหลาดอะไร..แม้แต่พิรุณเลือดก็รู้สึกเช่นนั้นด้วย..

ในความคิดคำนึงของคนทั้งสอง..ไม่ได้มีอะไรประหลาด..นอกจาก..

ทั้งสองลืมนึกถึงคน ๆ หนึ่งไปเท่านั้น..

เจ้าหญิงมุกดารา.....

.......

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น