วันละหน้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทำงานวันแรก

คำค้น : NC ฟิน คาร์ลอส มาเฟีย หล่อ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 299

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2562 11:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำงานวันแรก
แบบอักษร

กริ๊งงงงงงงง 

“โอ๊ยยยยย ใครมาตั้งปลุกอะไรกันตอนนี้” ไอริณโวยวายภายในคอนโดมิเนี่ยมใจกลางกรุงเทพ ด้วยเพราะความเคยชินตอนที่อยู่มาเก๊า ไอริณไม่เคยต้องตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อน ไอริณเอื้อมมือจะไปปิดนาฬิกาปลุก แต่ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าที่ตัวเองตั้งปลุกก็เพราะต้องออกไปทำงานที่เจสสิก้าได้ฝากฝังไว้ต่างหาก 

“กรี๊ดดดด นี่ชั้นลืมไปได้ยังไง กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย” ไอริณรีบลุกออกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัวด้วยความไวแสง โชคดีที่ไอริณเป็นคนง่ายๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเลือกชุดนานนัก อีกอย่างไอริณเป็นคนที่สวยมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะแต่งชุดไหนก็ดูดีและน่ารักไปหมด 

เมื่อไอริณถึงบริษัทก็ถึงกับอึ้งถึงความใหญ่โตของบริษัท ไอริณพอจะทราบว่าบริษัทนี้ถือเป็นบริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของโลก หลังจากที่บริษัทนี้ขยายกิจการมาที่ไทยก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะมีโอกาสทำงานในบริษัทที่ใหญ่ขนาดนี้ 

‘พี่เจสจะให้ชั้นมาทำงานแทนพี่ในบริษัทที่ใหญ่ขนาดนี้เชียวหรอ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน เพื่อแกลลอรี่ที่รักของชั้น’ ไอริณคิดในใจด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนกังวลเล็กน้อย 

ไอริณก้มมองนาฬิกา ก็พบว่าเหลือเวลาอีก 10 นาที จะถึงเวลานัดหมายเพื่อนของพี่เจส 

“ตายแล้ววว สิบนาที!! ไอบ้าริณเอ้ย แค่วันแรกก็สายแล้วหรอเนี่ย” ไอริณไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าตึกเพื่อไปให้ทันเวลาเข้างานให้ได้ 

“ขอโทษนะคะ ฝ่ายจัดการบุคคลไปทางไหนคะ” ไอรินถามเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้านหน้าบริษัท  

“ขึ้นไปชั้นสามสิบสามนะคะ”  

“ขอบคุณค่ะ” ไอรินรีบเดินไปโซนลิฟต์เพื่อหาทางขึ้นไปชั้นสามสิบสาม  

กริ๊ง 

เสียงลิฟต์เปิดได้ทันจังหวะพอดิบพอดี ไอริณรีบวิ่งเข้าประตูลิฟต์ที่เปิดทันที โดยไม่รู้เลยว่าลิฟต์นั้นเป็นลิฟต์เฉพาะของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ซึ่งมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถใช้ลิฟต์นี้ได้ พนักงานระดับอื่นต้องใช้ลิฟต์อีกโซนนึง ไม่เคยมีใครกล้าแตะต้องลิฟต์ตัวนี้หรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงเลย 

“ไหนปุ่มกดชั้นกันเนี่ย” ไอริณโวยวายปนตกใจที่ไม่เห็นปุ่มกดชั้นในลิฟต์ ก็เพราะว่าลิฟต์ตัวนี้มุ่งตรงไปยังชั้น ๆ เดียวเท่านั้น นั่นก็คือชั้นที่ผู้บริหารระดับสูงอยู่นั่นเอง 

‘แต่ช่างมันก็ได้ ขึ้นไปก่อนละกัน’  

ไอริณเหลือบดูนาฬิกา เหลืออีก 5 นาที!!! ไอริณกระวนกระวายใจเพราะแค่วันแรกก็จะสายเสียแล้ว 

กริ๊ง 

เสียงประตูลิฟต์เปิดขึ้น ไอริณก้าวออกจากลิฟต์ด้วยความสงสัย เพราะที่นี่ดูสวยหรูเกินกว่าจะเป็นที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศทั่ว ๆ ไป ตามทางเดินถูกปูด้วยพรมสีแดงกำมะหยี่ หน้าต่างรอบชั้นนี้ล้วนเป็นกระจกไร้ขอบ เด็กอนุบาลเข้ามาดูก็คงรู้ว่าราคานั้นแพงหูฉี่เป็นแน่ ในมุมที่เธอยืนอยู่ มองเห็นแค่โซนห้องทำงานอันกว้างใหญ่ โต๊ะสนุ๊กที่ตอนนี้ยังไม่มีใครแตะต้อง โซฟาตัวกว้างเกินกว่าจะเป็นแค่โซฟาไว้สำหรับนั่งพักผ่อน กลิ่นน้ำหอมเบาๆ ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มได้ง่าย พร้อมทั้งแสงสว่างภายในที่ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไปราวกับได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจ 

‘ใครดีไซน์เนี่ย สุดจะเพอร์เฟกต์’ ไอริณพึมพำด้วยน้ำเสียงชื่นชมและตื่นตาตื่นใจ เพราะเธอนั้นมองว่าการดีไซน์ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในศิลปะเช่นกัน และคนอย่างเธอก็รักและศิลปะอย่างหัวปักหัวปำ 

ไอริณเดินตามทางเดินที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงไปเรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเจอใครสักคนที่พอจะให้เธอถามทางได้ ทันใดนั้นเธอก็พบรูปวาดหนึ่งในซีรี่ย์ภาพวาด The card players  ของปอล เซซาน ศิลปินยุค 19’s ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านการใช้สีน้ำมันวางอยู่ภายในกระจกเพื่อป้องกันความเสียหายจากฝุ่นและสภาพอากาศภายนอก ไอริณไม่อยากจะเชื่อว่ารูปวาดที่เธอฝันใฝ่อยากจะเห็นสักครั้งในชีวิต เธอจะได้บังเอิญมาเห็นในสถานที่แบบนี้ ที่ออฟฟิศเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว บ้ามาก ๆ เธอทั้งทึ่งในเทคนิคที่ผู้วาดใช้ ทั้งทึ่งกับอารมณ์ที่ผู้วาดสื่อออกมา ไอริณยืนมองรูปวาดนี้อย่างไม่ลดละสายตา ราวกับว่าทั้งชีวิตนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้มองรูปภาพใดแล้ว 

“เธอเป็นใคร” ไอริณถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงอันเกรี้ยวกราดมาจากทางด้านหลังของเธอ เมื่อเธอหันกลับไปมองทางต้นเสียง ก็พบกับสายตาคาดโทษและสีหน้าที่ไม่พอใจกับผู้ชายตรงหน้า 

“นี่เธอ!!” 

“นาย!!”  

ไอริณร้องเสียงดังเพราะผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เธอเข้ามาชนเธอที่สนามบิน 

“เธอมาทำอะไรที่นี่” คาร์ลอสถามด้วยความสงสัย เพราะชั้นนี้เป็นชั้นของผู้บริหารระดับสูงอย่างเขาเท่านั้น พนักงานทั่วไปไม่สามารถขึ้นมาได้อย่างแน่นอน แล้วอีกอย่างเธอน่ะหรอที่เป็นพนักงานบริษัทเขา 

“เอ่อ...ชั้น” ชั้นถึงกับพูดไม่ออก ก็จริงของเขา ชั้นมาทำอะไรที่นี่เนี่ย 

“ว่าไง แม่สาวน้อย ถ้าเธอตอบไม่ได้ ชั้นคงต้องลงโทษเธอฐานะบุกรุกความเป็นส่วนตัว” คาร์ลอสพูดพร้อมยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์ จริงอยู่ที่เขาไม่ชอบใจให้ใครมายุ่มย่ามกับพื้นที่ส่วนตัว แต่สำหรับคนนี้ความรู้สึกมันต่างออกไป 

“คุณจะลงโทษอะไรชั้นคะ ชั้นแค่เดินหลงขึ้นลิฟต์มาชั้นนี้ก็เท่านั้นเอง” ชั้นตอบไปด้วยความมั่นใจและบริสุทธิ์ใจ แต่คาร์ลอสก็ดูเหมือนจะไม่เชื่อชั้น 

“หึ มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ไหมครับ” คาร์ลอสตอบกลับด้วยความท้าทาย 

“มะ ไม่มี” ชั้นเริ่มกลัวเขาขึ้นมาทันใด เพราะเขาเริ่มเดินเข้ามาใกล้ชั้นเรื่อย ๆ ทำให้ชั้นต้องถอยหลังตาม 

“หรือว่าคุณแค่หลงใหลผม จนต้องตามผมมาถึงที่ทำงานแบบนี้” 

“หลงตัวเอง” ชั้นรีบชิ่งพูดก่อนที่เขาจะเข้าใจผิดชั้นไปมากกว่านี้ ก็จริงอยู่ที่หน้าตาเขาหล่อเหลาแบบไม่มีที่ติ แต่คนอย่างไอริณน่ะหรอ จะมาตามผู้ชาย ฝันไปเหอะ คนอย่างไอริณแค่กระพริบหางตาก็มีผู้ชายตามมาเป็นพรวนแล้ว 

“ก็ได้ครับ ไม่ยอมรับว่าหลงผมก็ได้ ละไหนหลักฐานล่ะครับว่าคุณเดินหลงเข้ามา” 

“ก็คนเดินหลง ใครเขาจะมาหาหลักฐานกันได้เล่า บ้าหรือเปล่า” ชั้นพูดท้วงก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา ก็มันจริงไหมล่ะ ชั้นมันก็แค่คนเดินหลงเอง 

“งั้นคุณเป็นใครครับ เข้ามาที่บริษัทนี้ทำไม” คาร์ลอสถามพร้อมกับเดินเข้ามาหาชั้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด 

“ชั้นชื่อไอริณ ชั้นมา...” 

เพล้งงงงง!!!! 

เมื่อชั้นเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนหลังชั้นเหมือนจะชนเข้ากับของแข็งอะไรสักอย่าง ไม่นานนักก็มีเสียงดังเหมือนเสียงกระจกแตก ใช่ เสียงกระจกแตก!! กระจกที่ไหนกันนะ ในห้องนี้ก็มีแค่กระจกที่เป็นหน้าต่างกับ ... ตายแล้ววว ไอ้ริณ!!! ขอให้เป็นกระจกอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กระจกใส่รูปวาดนั้นด้วย ชั้นภาวนาในใจ พร้อม ๆ กับค่อ ยๆ หันหลังกลับไปก็ต้องเจอกับความหายนะตรงหน้า กระจกพร้อมกับรูปวาดอันล้ำค่านั้นหล่นลงมากองรวมกันที่พื้น ใต้เท้าชั้นนี่เลย ไม่ทันที่ชั้นจะได้ทำอะไรทั้งนั้น ผู้ชายที่อยู่ห้องเดียวกับชั้นถึงกับยืนนิ่งด้วยสีหน้าเย็นชา 

“ชั้นขอโทษ เอ่อออ เดี๊ยวชั้นซื้อกระจกให้ใหม่ นายไม่ต้องห่วงนะ ส่วนรูปนี้ก็...เอ่อออ” ชั้นพูดตะกุกตะกะขึ้นมาทันที เพราะชั้นไม่รู้จะทำยังไงกับรูปวาดนี้ดี ถ้ารูปนี้เสียหายขึ้นมาละก็ ชั้นชดใช้ไม่หมดแน่ ๆ คุณพระคุณเจ้าช่วยริณด้วย

“สิบล้าน” น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังขึ้นมาสยบความคิดอันกระวนกระวายของชั้น

“สิบล้าน!!!”

“ใช่ สิบล้าน”

“ค่าชดใช้กระจกกับรูปนี่อะนะ” ชั้นถามเขาไปงั้นแหละ เพราะจริง ๆ ชั้นก็พอจะเดาได้ว่าราคาของรูปนี้เฉียดสิบล้านแน่ ๆ ฮือออ ๆ ซวยแล้วริณเอ๋ยยย

“ใช่” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเงินสิบล้านเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายๆ แค่ดีดนิ้วเท่านั้นแหละ

“ละนายเป็นใคร ชะ..ชั้นจะไปคุยกับเจ้าของรูปนี่เอง ถ้านายไม่เกี่ยวก็หลบไปซะ”

“ก็ชั้นนี่แหละ เจ้าของรูปนั่น”

“นายเนี่ยนะ เจ้าของรูป นายได้รูปมาได้ยังไง ซื้อมาจากไหน นายรู้ไหมมันหายากมาก ๆ เลยนะ แล้วนายรู้จักคนดูแลรูปวาดนี้เป็นการส่วนตัวหรอ แล้ว...” ชั้นพูดพร่ำไม่หยุด เพราะมีคำถามเกิดขึ้นในหัวสมองชั้นเต็มไปหมด

“ถ้าเธอไม่มีเงินจ่าย เธอจะจ่ายเป็นอย่างอื่นชั้นก็ไม่ว่าหรอกนะ” คาร์ลอสพูดพร้อมทั้งดันตัวชั้นให้ชิดกับกำแพงห้อง ตอนนี้ร่างกายเราสองคนใกล้ชิดขนาดที่ชั้นได้กลิ่นน้ำหอมของเขาชัดเจนมาก

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Write's talk คาร์ลอสของเราจะให้ริณจ่ายเป็นอะไรกันนะ อิอิ 

ไรท์ขอแทรกรูปประกอบนะคะ อันนี้เป็นรูปวาดที่ริณทำแตกค่ะ สวยงามขนาดนี้ ทำแตกต่อหน้าต่อตาเจ้าของรูป แบบนี้จะรอดไหมริณณณ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น