วันทาวารี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 หากตอนนี้เธอยังไม่เกิด ฉันคงไม่มาตอแย

ชื่อตอน : บทที่ 1 หากตอนนี้เธอยังไม่เกิด ฉันคงไม่มาตอแย

คำค้น : #ดิษย์เลิฟ, ดิษย์เลิฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 04:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 หากตอนนี้เธอยังไม่เกิด ฉันคงไม่มาตอแย
แบบอักษร

บทที่ 1 หากตอนนี้เธอยังไม่เกิด ฉันคงไม่มาตอแย 

 

อะแฮ่ม แฮ่มๆ สวัสดีทุกๆคนมากๆค่ะ ดิฉัน น.ส.มุนินทร์ ลิขิตตระการ ชื่อเล่น นิน มีแฟนแล้ว รักแฟนมาก แฟน... เอ๊ะ! ฉันต้องพรีเซนต์ตัวเองสิ ไม่ใช่แฟน 

ต่อนะคะ อะแฮ่ม! แค่กๆๆ เป็นหวัดซะแล้วสิ โทรหาหมอประจำตัวดีกว่า อิอิ 

“ตัวเอง...ง โทรมาตอนเค้าว่างพอดีเลย คิดถึงนะครับ” แมน แฟนฉันเอง 

“ค่ะ ตัวเองเป็นไงบ้าง แพทย์คงเรียนหนักน่าดู” โทรหาแฟน ก็ต้องถามถึงแฟนก่อนล่ะนะ

“ช่วงนี้จำอย่างเดียวเลย แต่ก็สนุกดีนะ เดี๋ยวต้องเตรียมสอบใบประกอบรอบแรกด้วย” ใช่ค่ะ แมนเรียนแพทย์ปี 3 

“เป็นกำลังใจให้นะคะ เกือบลืม แด๊ดโม่ฝากมาถามว่า วันพรุ่งนี้แมนจะประชุมด้วยกันไหม?”

“ช่วงเช้า KA หมายถึง ทำแบบฝึกหัดส่งท้ายคาบเฉยๆ อาจารย์ให้ช่วยกันได้ น่าจะว่างอยู่ แต่อาจจะอยู่ไม่ครบ” 

“ถ้างั้นพรุ่งนี้ช่วงเช้า ว่างตอนไหนก็คอลมานะคะ เค้ากับดินจะไปร้าน Reddish Yellow ของแด๊ดโม่ อยากเจอตัวจริงของมัมกวาด้วย พอดีดินตามหลวงตาเข้ากรุงเทพฯ เค้าจะได้ขับรถพาน้องเที่ยวด้วย” 

“ยังไงก็ถ่ายรูปมาให้เค้าดูด้วยนะ ...เออ ขอลาแฟนแป๊บ... ตัวเอง เพื่อนมาตามเค้าแล้ว แค่นี้ก่อนนะครับ” 

“เค้าก็ต้องไปดูซีรีย์สมัยอยุธยาต่อแล้ว งั้นแค่นี้เหมือนกันนะคะ บายค่ะ” แล้วฉันก็วางสาย 

อ้าว นี้ฉันไม่ได้ถามเรื่องอาการไอเลยนี่นา เดี๋ยวถามพี่แตงกวาก็ได้ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเตรียมชุดใส่ไปวันพรุ่งนี้ดีกว่า 

พรุ่งนี้เป็นการประชุมตัวแทนกามเทพของประเทศไทยประจำเดือน ตัวแทนกามเทพบางคนก็ชอบลุยเดี่ยว แต่อย่างฉันนั้นชอบเป็นคู่หรือเป็นทีมมากกว่า เพราะลดความผิดพลาดได้ ถึงแม้ว่าท่านกามเทพจะมอบภารกิจให้คนเดียว แต่คนอื่นสามารถช่วยได้ 

รางวัลตอบแทนเมื่อทำภารกิจสำเร็จคือแต้มบุญในส่วนของการจับคู่ แต่คนที่ช่วยตัวแทนกามเทพคนอื่นจะได้แต้มบุญในส่วนของการมีน้ำใจค่ะ แต้มบุญเหล่านี้เอาไว้ใช้ขอพรค่ะ แต่ก็ควรถามท่านกามเทพก่อนนะคะว่าจะขอสิ่งนั้นได้ไหม เพราะบางสิ่งก็เกินความสามารถของท่าน บางสิ่งต้องอาศัยบารมีของเราเองด้วย 

กลุ่มของฉันชื่อกลุ่ม กามเทพฟรีแลนซ์ สไตล์การจับคู่เหมือนฟรีแลนซ์ตามชื่อ เรียงตามวันเป็นกามเทพนะคะ 

ฉัน เป็นตัวแทนกามเทพมาตั้งแต่ ม.4 ก็ 5 ปีได้ เพราะคุณป้าหมอดูแนะนำมา คุยและควบคุมสัตว์ฟันแทะได้ 

แมน เป็นตัวแทนกามเทพมาตั้งแต่ ม.5 ก็ 4 ปีได้ เพราะคุณป้าหมอดูแนะนำมา สัมผัสสายใยความรัก รับรู้ความปรารถนา 

แด๊ดโม่หรือพี่ลูกโม่ เป็นตัวแทนกามเทพมา 3 ปีได้ แต่ก่อนหน้านั้นก็ค่อยช่วยตัวแทนกามเทพตลอด เห็นสายใยความรัก 

ดิน เป็นตัวแทนกามเทพมาตั้งแต่ ม.2 ก็ 2 ปีได้ เพราะแด๊ดโม่แนะนำมา เห็นอดีตของผู้ที่ต้องทำภารกิจโดยการสัมผัส 

มัมกวาหรือพี่แตงกวา เป็นตัวแทนกามเทพมา 1 ปีได้ เพราะคุณป้าหมอดูแนะนำมา ได้ยินเสียงสายใยความรัก 

ฉัน แมน และดิน จะเรียกพี่ลูกโม่ว่าแด๊ด เรียกพี่แตงกวาว่ามัม แต่เพื่อกันความสับสนจึงเป็น แด๊ดโม่ และ มัมกวา พวกเรารู้ดีว่าแด๊ดโม่เป็นพวกชอบรักเขาข้างเดียว พอเขารักตอบก็ทิ้ง เลยพากันทำใจเรื่องคู่จิ้นโม่กวา แต่พอมัมกวาสารภาพว่าตัวเองเป็นพวกไม่สามารถรักใครแบบคู่รักได้ พวกเราจึงมีความหวังว่าพี่ๆจะกลายเป็นคู่จริงได้แน่ๆ 

อยู่ดีๆ โทรศัพท์ก็ดัง ฉันดูชื่อ Diss แล้วกดรับ 

ห้ามใช้คำหยาบคายเกี่ยวกับการทำกิจกรรมทางเพศ อวัยวะเพศ และกามอารมณ์ หรือเนื้อหาที่ผิดศีลธรรมต่อสถาบันครอบครัว ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้ใช่ไหมว่าพูดกับผู้หญิงอยู่?” กวนสักหน่อย แต่ก็เตือนไปในตัวด้วย 

“รู้แล้วน่า เราจำข้อตกลงการแชทได้... คือว่า วันพรุ่งนี้ถึงวันจันทร์เราติดถ่ายละครที่ภูเก็ต เลยจะมาขอ-” 

“เออ ถ้ามีงานกลุ่มก็ให้อยู่กลุ่มเดียวกับเรา เรื่องงานต่างๆ กลุ่มเราก็ช่วยอยู่แล้ว” ก็แค่นี้ “แล้วของขวัญไปไหม?” 

“ไปสิ เราติดหนี้บุญคุณนินอีกแล้ว ถ้าจีบของขวัญติด อยากได้อะไรหรือให้ทำอะไรก็บอกพี่มาเลยจ้ะหนู” 

“คุยกับเลิฟ” แซวซะหน่อย 

“ไม่! ไม่คุย ไม่มีวัน แค่เห็นหน้ากันแล้วเดินสวนกันในระยะเมตรครึ่งก็ผิดผีแค่ไหนแล้ว” 

“ผิดผีก็แต่งงานเลยสิ” มันวัดระยะตอนนั้นด้วยเหรอเนี่ย 

“ไอ่นิน” ดีที่ไม่เรียกไอ้ “กลับไปดูซีรีย์สมัยอยุธยาต่อไป เพื่อทุกคน” 

“โธ่ถัง! แกเกลียดการจิ้น แกชอบผู้หญิง แกจีบของขวัญอยู่ เราเข้าใจ แต่แกอย่ารังเกียจเลิฟได้ไหม?” 

“เรารู้ว่าเลิฟไม่ได้ชอบเรา เราไม่ได้รังเกียจเลิฟ เลิฟไม่อะไรกับกระแสคู่จิ้น เราก็ไม่อยากได้กระแสคู่จิ้น” 

“แต่แกก็รู้ใช่ปะ? ว่าเลิฟเป็นญาติทางแม่ของแมน แฟนเรา” ทบทวนซะหน่อย 

“เออ แล้วก็รู้ด้วยว่าเลิฟนิสัยดี น่ารัก ยิ้มทีโลกสดใส ซึ่งกู โทษที ซึ่งเราก็งงว่าเหมาะกับเรายังไง” 

“ความสดใสกับความเกรี้ยวกราด ก็เป็นอะไรที่แตกต่างลงตัวดีนะ” ฉันพูดตามที่ชาวเรือบอกนะ 

“แต่ก็ผู้ชายทั้งคู่ปะวะ? โทษที ขึ้นอีกแล้ว” 

“เข้าใจ แต่ระวังไปเกรี้ยวกราดต่อหน้าของขวัญด้วย เดี๋ยวเสียคะแนนหมด” 

“โอเค แต่เรายังไม่พร้อมจะคุยกับเลิฟแบบตัวต่อตัว แกช่วยเราทีนะ” นี่ฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของมันอีกคนหรือนี่? 

“ฉันรู้แล้วน่า เอาเป็นว่าถ้าฉันเห็นแกกับเลิฟกำลังจะเจอกัน ฉันจะส่งซิกให้ โอเคไหม?”

“โอเคมากจ้า เดี๋ยวซื้อของมาฝาก ขอตัวไปจัดชุดที่เสริมความหล่อก่อนนะ แค่นี้ก่อนนะ ฝันดี” 

“เออๆ ฝันดี” แล้วฉันก็วางสาย 

ทุกคนอาจจะงงกัน เดี๊ยนขออธิบายความสัมพันธ์แป๊บนะฮะ อิอิ เริ่มจาก 

เลิฟ พรหมมิตร วรวิสุทธิ์ เน็ตไอดอลฉายาแมวเลิฟ ยายของแมนเป็นน้องสาวของตาของเลิฟ เลิฟอายุมากกว่าแมนปีกว่า แต่เลิฟไม่อยากให้เรียกพี่ สุดท้ายเลยเป็นเพื่อนกัน พาลให้ฉันไม่เรียกพี่ไปด้วย เลิฟเรียนแพทย์ปี 4 ที่เมืองกรุง แมนเรียนแพทย์ปี 3 ณ สงขลา แมนเขาไม่อยากดังเลยไม่ยอมประกวดหรือลงเพจอะไรทั้งนั้น ยังดีที่ยอมให้ฉันลงรูปคู่ ส่วนเลิฟก็ได้ลงเพจ Cute Boy ของมหาวิทยาลัย มีงานโชว์ตัว เดินแบบ เป็นครั้งคราว  

ดิษย์ นรดิษย์ วัฒนภูมิ ดาราดาวรุ่ง สังกัดเดียวกับพี่ฟิวส์ซึ่งเรียนปริญญาโทคณะบริหาร พี่ฟิวส์เป็นสามีแห่งชาติจากเรื่อง ‘เมียสหัสวรรษใหม่’ ดิษย์ซิ่วตามคำแนะนำของพี่ฟิวส์มาเรียนคณะนิเทศ ภาคบรอด (สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) แต่อายุเท่าฉันเลยถือว่าเป็นเพื่อนค่ะ ดิษย์อยู่กลุ่มฮาโลเจนกับฉันด้วยค่ะ ที่มีชื่อกลุ่มแนวเคมีแบบนี้เพราะดันเรียนสายวิทย์ตอน ม.ปลาย ทั้งกลุ่ม 

ฮาโลเจน (Halogen อ่านแบบอังกฤษ) คือ อนุกรมเคมีของกลุ่มธาตุหมู่ 7 ของตารางธาตุ มี 6 ตัว ซึ่งบังเอิญดิษย์เข้ามาเรียนเลยพอดีกับกลุ่มเรา 6 คน คือ 

ดราฟท์ รหัส F หรือ ฟลูออรีน มาจาก Draft เรียนสาย วิทย์-คณิต มา เป็นคนอัธยาศัยดี ไม่ชอบทะเลาะกับใคร ดูเป็นเด็กเรียนที่สุดในกลุ่ม ว่าที่เกียรตินิยมอันดับ 1 รูมเมทไบรท์ เป็นกัปตันเรือดราฟท์ไบรท์โดยไม่ตั้งใจ 

โคลอี้ รหัส Cl หรือ คลอรีน มาจาก Chloe เรียนสาย วิทย์-คอมฯ มา เป็นเจ๊ของกลุ่ม สาวมั่น ดูแรงๆ แต่ความจริงสุดแสนจะติงต๊อง เป็นหนึ่งในหัวเรือดิษย์เลิฟด้วย มีแฟนเรียนบริหาร ปี 4 น้องรหัสพี่ฟิวส์นั่นเองค่ะ 

ไบรท์ รหัส Br หรือ โบรมีน มาจาก Bright เรียนสาย วิทย์-คอมฯ มา เป็นผู้ชายตัวเล็กหน้าหวาน ตากล้องของกลุ่ม ชอบถ่ายรูป เล่นกล้อง เข้ามาเรียนสาขานี้เพราะสมัครผิด โถ...ตะไบ ออเจ้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก อุปส์! ไบรท์ค่ะ มันชื่อไบรท์ 

นิน รหัส I หรือ ไอโอดีน มาจาก Nin เรียนสาย วิทย์-คณิต มา ฉันเองค่ะทุกคน ผู้เป็น(ปาน)กลางของกลุ่ม ในที่นี้คือ การเรียนระดับปานกลาง ฐานะปานกลาง ความสามารถต่างๆอยู่ในระดับปานกลาง ขนาดส่วนสูงยังอยู่กลางกลุ่มอีก เฮ้อ! 

สมาร์ท รหัส At หรือ แอสทาทีน มาจาก Smart เรียนสาย วิทย์-คอมฯ มา เป็นเดือนภาค มันสมองของกลุ่ม ฉลาดทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเรียน แต่ก็ไม่เคยตก รวยที่สุดในกลุ่ม เปย์ทุกคนจนโคลอี้ด่า เลยเปย์เฉพาะในกลุ่ม แฟน และครอบครัว 

และ ดิษย์ รหัส Ts หรือ เทนเนสซีน มาจาก This ซึ่งล้อกับชื่อเล่นคือ Diss เรียนสาย วิทย์-คณิต มา เป็นคนดังที่สุดของกลุ่ม ปกติดูหยิ่ง พอยิ้มก็หล่อ เพื่อนๆเรียกว่า คุณนอ เพื่อลดความเกรี้ยวกราดและเพราะในคณะมีอีกคนชื่อดิศด้วยค่ะ 

เทียบระดับความสูงของคนในกลุ่ม(ซม.) คือ โคลอี้(160) < ไบรท์(164) < ฉัน(168) < ดราฟท์(181) < ดิษย์(185) < สมาร์ท(188.5) เลยได้ทีมย่อยคือ ทีมเสาไฟฟ้า และ ทีมหลักกิโล แน่นอนค่ะ ฉันอยูทีมหลักกิโล ลองนึกถึงตอนทีมหลักกิโลยืนคุยกับทีมเสาไฟฟ้าสิคะ พวกเราคอแทบเคล็ด พวกมันต้องยืนห่างออกไปสัก 2 เมตร เราถึงได้ไม่ต้องเงยหน้าเท่าไหร่

พล่ามมาเยอะแล้ว ฉันก็ต้องไปเตรียมชุดเหมือนกัน

 

---------------------------

 

 วันรุ่งขึ้น ฉันดื่นเช้าด้วยความตื่นเต้น ขับรถไปรับดินที่วัด แล้วเดินทางไปร้าน Reddish Yellow วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันและดินจะได้เจอมัมกวาตัวจริง พวกเราซ้อมเรียกว่าพี่แตงกวาไว้ เพราะถ้าเผลอเรียกมัมกวาต่อหน้าคนอื่นเข้า คนอื่นจะมองไม่ดีได้

เมื่อถึงร้าน Reddish Yellow ฉันก็เคาะประตู แล้วเข้าไปในร้าน

“สวัสดีคร้าบ!!! มีใครอยู่ไหมครับ!” ดินตะโกนเสียงดัง แต่ก็ยังไม่เจอใคร

สักพัก พวกเราได้ยินเสียงลิฟต์เปิด และเห็นแด๊ดโม่เดินมาหาพวกเรา

“มาเช้าเกินไหมพวกมึง? มาก่อนประชุมตั้งชั่วโมงกว่า” จะมีสักวันไหมที่แด๊ดโม่จะพูดเพราะๆกับพวกเรา

“ก็พวกผมคิดถึงแด๊ดนี่ครับ” ดินเริ่มอ้อนแล้วค่ะ แสดงว่าพูดกันปกติได้เพราะไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่

“กูรู้ว่าพวกมึงยังไม่กินอะไรมาเลย ไปนั่งไป กูอุ่นข้าวแป๊บ” แด๊ดโม่ใจดีที่สุดเลย

“ขอบคุณ ค่ะ/ครับ แด๊ด” แล้วพวกเราก็ไปนั่งรอทันที

ประมาณ 10 นาทีได้ แด๊ดโม่ก็วางจานอาหารตรงหน้า น่าอร่อยทั้งนั้น

“ผัดวุ้นเส้น ไข่พะโล้ ให้ดิน ส่วนผัดเผ็ดปลาดุก ต้มยำทะเลน้ำข้น ให้นิน” มีทั้งของโปรดฉันและดินด้วย

“พี่ลูกโม่!” มีเสียงผู้หญิงออกมาจากลิฟต์ ผู้หญิงคนนั้นวิ่งมาหาแด๊ดโม่ “พี่เอากระเป๋าเครื่องสำอางลงมาทำไม?”

“ก็ผมอยากให้คุณโชว์หน้าสดนี่ครับ” แด๊ดโม่พูดตอบ

“กรี๊ด!” มัมกวาจริงๆด้วย ตอนเห็นรูปก็มีแต่แต่งหน้า พอเห็นหน้าสดแล้ว “มัมกวาหน้าเด็กจัง”

“อะ เอ่อ นี่นินกับดินใช่ไหม?” มัมกวาชะงักไปเล็กน้อย

“ใช่แล้วครับผม แล้วเมื่อคืน มัมนอนกับแด๊ดเหรอฮะ?” กรี๊ดๆๆ ทำดีมากค่ะน้องดิน

“ไม่ใช่ๆ เมื่อคืนพี่นอนห้องหนังสือ” มัมกวาแก้ตัวทันที

“อ๋อ... ไม่ใช่ๆ” แล้วดินก็ร้องเพลงค่ะ “ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่มีอะไรจริงๆนะ”

“ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่ใช่” ฉันก็ร้องต่อสิ “ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ได้เป็นแฟนจริงๆนะ”

“ไม่ใช่ ไม่ใช่” มัมกวาตบมุกค่ะ “เล่นร้องท่อนสุดท้าย พี่ก็ได้ร้องแค่ไม่ใช่ไม่ใช่น่ะสิ”

“ล่อเพลงยุค 90 เลยนะ” แด๊ดโม่งงนิดหน่อย

“ช่วงนี้หนูติ่งพี่นิโคลค่ะ” ฉันชี้แจง

“ลูกชายเขาก็รุ่นเดียวกับผม ผมเลยกลับไปฟังเพลงเขาดู” ดินเสริม

“ก็ดี” แด๊ดโม่หันไปคุยกับมัมกวา “แล้วแตงกินขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก ได้ไหม?”

“ขอข้าวต้มด้วยค่ะ เมื่อคืนพี่ลูกโม่บอกว่าจะกินข้าวต้มนี่คะ” พี่แตงกวายิ้มให้พี่ลูกโม่

“ชะ ใช่ๆ แต่มันเป็นข้าวที่เหลือจาก-” แด๊ดโม่ยังพูดไม่จบ

“เมื่อคืนคุณบอกไปแล้ว” มัมกวาเหวี่ยงเล็กน้อย แล้วเดินนำแด๊ดโม่ไปที่ครัว

“พี่นินเห็นปะ? พอมัมมา แด๊ดก็ไม่พูดคำหยาบเลย” ดินพูดขึ้น

“เหมือนกันดิน แค่มัมกวาเหวี่ยงนิดเดียว แด๊ดโม่ก็ยอมแล้ว ได้มาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้... ดี๊ดี” ฉันสบทบ

“โด่! ไอ้เราก็นึกว่าจะอิจฉาหรือคิดถึงพี่แมนซะอีก” ดินแซวฉัน

“พี่ไม่อิจฉาหรอก แล้วก็ค่อยคอลหาแมนก็ได้ ว่าแต่คุณเถอะค่ะ คุณไอดิน ได้ข่าวว่าเสน่ห์แรงนะคะ” ฉันแซวกลับ

“แต่ก็ไม่ใช่เนื้อคู่ผมสักคน พี่พอจะมีทางไหนให้ผมได้รู้ว่าใครเป็นเนื้อคู่ไหมฮะ? ผมอยากมีแฟน” ดินโอดครวญ

“งั้นไปหาคุณป้าหมอดูไหม? ลืมไป ป้าเขาเลิกดูดวงแล้ว คงต้องหาตัวแทนกามเทพที่ขอพรให้รับรู้เนื้อคู่ของตัวแทนกามเทพได้ ว่าแต่ใครกันนะ?” คิดไม่ออก

“เนื้อคู่ผมคงอยู่อนุบาล ถ้าผมเจอแล้วจีบเขา มันคงดูไม่ดี งั้นผมก็ต้องทนรอต่อไป ทนไอ้พวกที่มาจีบผมทุกเพศด้วย แถมเนื้อคู่ผมเป็นเพศไหนก็ไม่รู้ เฮ้อ!” ห๊ะ!

“ดินเป็น Panromantic หรือว่า Pansexual เนี่ย? พี่งงไปหมดแล้วนะ” ล่าสุดคือดินก็ยังเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงนี่นา

“โห่พี่ ผมยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ ยังมีเวลาเปลี่ยนอะไรอีกเยอะ แล้วความรักก็ไม่จำกัดเพศด้วยนี่ครับ คนที่ผมจับคู่ให้ล่าสุดก็เป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชายทั้งคู่ด้วย” ดินยิ้มอธิบาย

“พวกมึงรีบกินสิวะ!” เสียงแด๊ดโม่ตะโกนมาจากครัว “ค่อยคุยกันหลังประชุมโน่น!”

“ครับ/ค่ะ” แล้วพวกเราก็ลงกินข้าวอย่างเงียบๆ

สรุปคือ มัมกวาก็กลับมาพร้อมกับขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก และข้าวต้ม เรือแล่นอีกแล้วค่ะคู้ณ! โม่กวาอีสเรียล ฉันต้องชิปคนที่เป็นแฟนกันไหมเนี่ย? แต่มันก็ดีนะ เพื่อรู้กเรือทู๊กโคน ...แต่ตอนนี้ ขอรายงานสถานการณ์ให้แมนทราบแป๊บ

 

-----------------------------

 

มาถึงการประชุมค่ะ เนื้อหาการประชุมวันนี้เกี่ยวกับ ความรักของเนื้อคู่ที่ไม่ใช่คนรัก กล่าวถึงกรณีที่คนสองคนเป็นเนื้อคู่กันแต่ไม่ได้คู่กัน ก็จะกลายเป็นเพื่อน ที่ปรึกษา ซึ่งต้องระวังการเป็นมือที่สามให้มาก ให้ตัวแทนกามเทพทั้งหลายช่วยคนเหล่านั้นไม่ให้ทำผิดศีลด้วย เนื้อหามันก็วนๆกันไปเรื่อยค่ะ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเคยพูดถึงประเด็นนี้เมื่อปีที่แล้วด้วย

เมื่อจบการประชุม ฉันพาดินไปเที่ยวแล้วส่งดินแล้วกลับบ้าน พอถึงบ้าน ฉันก็เห็นแมนส่งข้อความมาบอกว่าท่านกามเทพจะมาหาฉัน ให้ฉันคอลหาด้วย จะได้มอบหมายภารกิจพร้อมกัน

ฉันเข้ามาในบ้าน ดีที่ไม่มีใคร ท่านกามเทพปรากฏตัว ฉันจึงคอลหาแมน เห็นแมนใส่หูฟังแล้วนั่งม้านั่งหน้าตึกเรียน

แมน : “อาจารย์ปล่อยกลุ่มที่ทำแบบฝึกหัดเสร็จก่อน พอดีเลย ตอนนี้ก็ว่างแล้วครับ”

นิน : “วันนี้ตัวเองไม่มีเรียนแล้วใช่ไหมคะ?”

แมน : “ใช่ครับ แล้วท่านกามเทพมีภารกิจอะไรให้เราทำครับ?”

ท่านกามเทพ : “เมืองแมนเอ๋ย มุนินเอ๋ย เจ้าทั้งสองได้ผูกชะตากันมาหลายชาติแล้ว จักต้องช่วยกันจับคู่ผู้คนแล้วแล”

แมน : “ท่านจะบอกว่าเรามีงานจับคู่เหรอครับ?”

ท่านกามเทพ : “ดิษย์ นรดิษย์ วัฒนภูมิ เพื่อนของร่วมชั้นปีเดียวกับนิน แล เลิฟ พรหมมิตร วรวิสุทธิ์ ญาติทางแม่ของแมน 

นิน : “ท่านจะบอกเราว่า ภารกิจของเราคือ ดิษย์เลิฟ นี่นะคะ!” 

ท่านกามเทพ : “เมืองแมนเอ๋ย มุนินเอ๋ย จงใช้ความรักแห่งคู่เจ้ายังให้คู่นั้นรักกันเถิด” 

แมน : “มันเป็นไปไม่ได้! เห็นยิ้มแบบนั้น เลิฟมันไม่เคยคิดจะทำความรู้จักดิษย์เลยนะท่าน” 

นิน : “ดิษย์เกลียดกระแสคู่จิ้นจะตาย พาลจะเหวี่ยงทุกคนที่พูดถึงเลิฟด้วยซ้ำ แถมมันกำลังจีบของขวัญอยู่ด้วยนะคะ” 

ท่านกามเทพ : “ข้าหาได้หมายความเยี่ยงนั้นไม่ แค่คู่นั้นมีความรักและหวังดีให้กัน จักเป็นฐานะใดก็ได้” 

แมน : “หมายถึงรักและหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมโลกได้ใช่ไหมครับ?” 

ท่านกามเทพ : “ใช่แล้วหนา” 

นิน : “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เราสองคนรับภารกิจนี้ค่ะ” 

ท่านกามเทพ : “ดีมาก ได้เพลาข้าต้องจากแล้วหนา ขอให้ความดีที่พวกท่านทำนำพาท่านประสพสิ่งนั้นดังหวังเทอญ” 

แล้วท่านกามเทพก็หายตัวไป ก็นี่ไง ท่านกามเทพพูดผสมคำโบราณอยู่นั่น แถมตอนนี้ฉันก็ติดซีรีย์สมัยอยุธยาด้วย เกือบไปออเจ้ากับเพื่อนแล้วไหมล่ะ ฉันอยู่คุยกับแมนต่อดีกว่า 

“เท่าที่เค้าคุยกับดิษย์ ดิษย์ไม่ได้เกลียดเลิฟ มันแค่ไม่ชอบที่คนจิ้นตัวเองกับผู้ชาย” เพิ่งคุยกันเมื่อวาน 

“เลิฟบอกว่าเลิฟไม่ได้เกลียดดิษย์ และเลิฟก็รู้ว่าดิษย์ไม่ได้เกลียดเลิฟ แต่ดิษย์ไม่ชอบการจิ้นชายชาย ดิษย์ไม่เคยทัก ไม่เคยคุยกับเลิฟ เลิฟก็ไม่จำเป็นต้องคุยด้วย” แมนบอกฉัน 

“มันยากตรงที่จะทำยังไงให้เขารู้จักกันจริงๆ ถึงดิษย์จะอยากทำความรู้จักเลิฟแค่ไหน แต่ถ้าเลิฟไม่มองมาเลย ก็ไม่มีประโยชน์นะ” ฉันอ่อนใจ 

“นั่นแหละครับ เห็นเลิฟยิ้ม ทักทายแฟนคลับอย่างเป็นกันเองแบบนั้น ถ้าเลิฟจะมองข้ามใครคือไม่เห็นเขาเลยนะ ที่เลิฟบอกว่าไม่เห็นดิษย์คือไม่เห็นดิษย์จริงๆ ไม่ได้แอบมองแล้วเขินเหมือนที่ลูกเรือดิษย์เลิฟเข้าใจ”  

“ฮือ... เอาไงดีตัวเอง ตอนนี้ดิษย์ก็จีบของขวัญอยู่ ลูกเรือดิษย์ขวัญก็เยอะมาก เค้าสัญญาว่าจะช่วยดิษย์จีบขวัญด้วย” จะบ้าตายค่ะทุกคน 

“เอาอย่างนี้ เราต้องก่อนหาข้อมูลก่อน ว่าเรือนี้เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วค่อยคุยกับชาวเรือดิษย์เลิฟ จากนั้นค่อยมาคิดกันว่าจะทำยังไงต่อไป” แมนตั้งสติแล้วบอกแผนการ 

“โอเคค่ะ งั้นเค้าขอพักแป๊บนึงค่อยหาข้อมูลละกัน แค่นี้ก่อนนะคะ” 

“ครับผม” แล้วพวกเราก็วางสาย 

ยังไงก็เถอะ ขอพักก่อนละกัน นอนสักงีบดีไหมนะ แต่ก็ยังไม่ได้พักเพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พี่ริชชี่นี่นา พี่ริชชี่เป็นหัวเรือดิษย์เลิฟและเป็นพี่ข้างบ้านฉันเองค่ะ น่าจะรุ่นเดียวกับมัมกวา 

“สวัสดีค่ะพี่” ทักทายสักหน่อย 

“แก! โคลอี้อยู่กับแกไหม?” ถามแบบนี้ มีโมเมนต์ล่ะสิ 

“ไม่พี่ พรุ่งนี้วันหยุด คืนนี้มันคงไปนอนคอนโดผัวมันแหละค่ะ” กับพี่ริชชี่ พูดหยาบก็ไม่เป็นไรหรอก 

“มิน่าล่ะ ฉันโทรไปก็ไม่รับสาย งั้นแค่นี้นะจ๊ะ ฉันจะคุยกับแม่ยายแล้ว” 

“หมายถึงแอดมินเพจ Cute Boy ของมหาวิทยาลัยของเลิฟน่ะเหรอคะ?” 

“จ้ะ แค่นี้นะหนู บายค่ะ” แล้วพี่ริชชี่ก็วางสายไป 

จะไงเนี่ย ไม่มีอารมณ์นอนแล้ว! ดูจอยบุ๊ค ก็ไม่มีใครโพสต์อะไรที่น่าใส่ใจ(เสือก) จวิตเตอร์ก็มีแต่เรื่องที่เราไม่สนใจตอนนี้ เข้าจอยสตาแกรมดีกว่า เฮ้ย! ดิษย์กับเลิฟลงรูปตัวเองใส่เสื้อขาว กางเกงขาว หมวกขาว ถึงจะคนละยี่ห้อ ถึงจะลงต่างกัน ๔ ชั่วโมงก็เถอะ ฉันโพสต์ในจอยสตาแกรมของดิษย์ละกัน 

‘มึงชอบสีขาวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?’ แซวแบบหยาบคายหน่อย อิอิ 

‘กรุณาพิมพ์สุภาพขึ้นอีกนิดนึงครับ คุณไอโอดีน’ มันตอบกลับฉัน 

‘ข้าพเจ้าขอประทานอภัยเจ้าค่ะ ท่านเทนเนสซีน’ กวนต่อค่ะ 

‘อีนินมันเป็นไรวะ? ผัวไม่คุยด้วยหรา?’ โคลอี้แซวฉัน 

‘เจ๊โคลอี้โทรหาพี่ริชชี่ยังคะ? พี่ริชชี่บอกว่าติดต่อเจ๊ไม่ได้เลยค่ะ’ ฉันถาม 

‘กู เอ้ย! เราเห็นคลอรีนอยู่กับผัว เอ้ย! แฟน ในร้านไอศกรีมที่สยาม’ สมาร์ทบอกฉัน 

‘กระผม ฟลูออรีน สงสัยว่า ตอนนี้แอสทาทีนอยู่สยามด้วยเหรอ?’ ดราฟท์ถามสมาร์ท 

‘กระผมมารับประทานอาหารกับครอบครัว ก็ได้เห็นทั้งคลอรีนที่มากับแฟน และก็ฟลูออรีนที่มากับโบรมีนด้วยครับ เอ...ปกติเวลาแบบนี้ควรเป็นเวลาของครอบครัวและคนรักนะครับ’ สมาร์ททิ้งระเบิดไว้ 

‘อะไรเล่า! ก็เราหิวนี่ เห็นโบรมีนว่างๆ เลยให้มาด้วยกันเฉยๆ’ ดราฟท์แก้ตัว 

‘เราก็หิวพอดี เลยมาด้วย ก็เป็นเมทกัน มากินข้าวด้วยกันจะเป็นไรไป ดราฟท์เลี้ยงด้วยนี่นา’ ไบรท์เสริม 

‘กรี๊ด! กัปตันเดินเรือค่ะทุกคน ดราฟท์ไบรท์ยืนหนึ่ง ฟินนนน’ ชาวเรือดราฟท์ไบรท์เริ่มหวีดแล้วค่ะ 

‘จะหวีดก็ไปที่อื่นครับ แล้วนี่ก็ JG ของผม!!! ไม่ใช่ของนนน’ ไอ้ดิษย์! กวนได้อีกนะแก 

‘ขอโทษค่ะพี่มึง ไม่หวีดดราฟท์ไบรท์แล้วค่ะ หวีดดิษย์เลิฟแทนก็ได้ รูปนี้ก็เหมือนพี่เลิฟอยู่นะคะ เนื้อคู่แน่เลย’ จ้ะ 

‘มาค่ะลูก เดี๋ยวกลับหอก่อนแล้วเจ๊จะไปร่วมหวีดในแฮทแท็กนะคะ’ โคลอี้บอกน้องเขา 

‘กรี๊ด!!! ฟหกด่าสวงไอย่ำพทาอบ่ไทดาบรืเหกาฟทงฟห’ จ้ะอีกรอบ 

‘เป็นเอามาก แค่แม่อยากให้ใส่ก็เลยใส่ แค่นั้นเอง’ จ้ะ ได้ข่าวว่าแม่แกก็กดไลค์รูปใน JG ของเลิฟด้วยนะยะดิษย์ 

ฉันลองกดอ่านคอมเมนต์ของ 50% ชมดิษย์ 20% อยากได้หมวก 10% หวีดดิษย์ของขวัญ 20% หวีดดิษย์เลิฟ 

จะว่าไป ของขวัญก็ไม่ใช่สเปคดิษย์นะ หน้าของขวัญออกไปทางยุโรป แต่ดิษย์ชอบหมวยๆ และความจริงคือ ถ้าเลิฟเป็นผู้หญิง คงใช่สเปคดิษย์ ดิษย์คงตามจีบได้ไม่ยาก ติดแค่เลิฟเป็นผู้ชายไง ถึงสมัยนี้จะยอมรับคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น แต่ในทางปฎิบัติก็ยังมีคนที่ไม่ชอบอยู่ ตอนที่แม่ของดิษย์กดไลค์รูปเลิฟ ก็เป็นแค่รูปเดียว ท่านไม่ได้กดไลค์รูปเลิฟอีกเลย ไม่รู้ว่าท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้กันแน่ 

จำได้ว่าเมื่อครั้งมีกระแสดิษย์เลิฟแรกๆ ดิษย์มันปฎิเสธเสียงแข็งเรื่องออกงานคู่กับเลิฟ เพราะมันห่วงความรู้สึกของแฟนมัน ต่อมามันก็เลิกกับแฟนคนแรก หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็คบกับแฟนคนที่สอง เมื่อเลิฟเห็นว่าดิษย์ตัดขาดขนาดนั้น เลยเฉยๆกับดิษย์ ไม่ได้สนใจดิษย์อีก 

แมนบอกฉันว่าเลิฟก็เป็นผู้ชายทั่วไป ไม่ได้เป็นเกย์ แถมยังเป็นสุภาพบุรุษด้วยซ้ำ มันทำให้ฉันนึกถึงคู่จิ้นไม้หมอน ไม้กับหมอนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถมจนปัจจุบันอยู่ปี 4 แล้ว เรียนห้องเดียวกันมาตลอด เรียนคณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน ทำให้ความสัมพันธ์พิเศษขึ้นไปอีก ไม้ดูเป็นผู้ใหญ่คอยปกป้องหมอน หมอนก็สดใสและสร้างบรรยากาศเป็นกันเองให้กับคนรอบข้าง ก็เลยดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน แต่ความจริงนั้น หมอนมีแฟนอยู่แล้ว และแฟนหมอนก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก ถึงจะเป็นแบบนั้น ชาวเรือยังเข้าใจและชิปในจินตนาการต่อไปโดยไม่ไปรบกวนชีวิตส่วนตัวของหมอนและแฟน 

ปัจจุบันนี้ การมีคู่จิ้นก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่นา อย่างว่าแหละค่ะ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่ตอนนี้ดิษย์กับเลิฟเป็นเนื้อคู่กัน และน่าจะส่งเสริมกันและกันด้วย เฮ้อ! แค่จะให้คุยกันก็ยังไม่รู้จะทำยังไงเลยเนี่ย! 

 

--------------------------- 

 

วันต่อมา 

ฉันยังคิดไม่ตก ถ้าฉันบอกโคลอี้หรือพี่ริชชี้ให้เล่าเรื่องการจิ้นดิษย์เลิฟ มันจะเหมือนฉันเป็นชิปเปอร์ด้วย แต่ถ้าไม่ถามจากชาวเรือก็ไม่รู้เรื่องสิ โอ้ย! จะทำยังไงดีเนี่ย! โคลอี้โทรมาพอดี รับก่อนนะคะ 

“อีมุนอา! เข้าแท็กดิษย์เลิฟเดี๋ยวนี้ย่ะ” โทรผิดสินะ 

“ฉันมุนิน ไม่ใช่มุนอาจ้ะ นึกว่าจะบันทึกว่าไอโอดีนซะอีก” แล้วบันทึกชื่อจริงนี่นะ 

“ก็ตอนนั้นฉันหวีด มุนิน-มุตตา อยู่อะ เลยเซฟไปแบบนั้น ขนาดไอ้วียังเป็นวีกิจเลยแก” จ้า แม่ติ่งไปทั่ว 

“แล้วแท็กดิษย์เลิฟมีอะไรเหรอ?” สืบจากแท็กก็ได้นี่นา 

“ว้าย! อยากลงเรือเหรอจ๊ะ? แต่แกคอยช่วยกันเลิฟให้ดิษย์ไม่ใช่เหรอวะ?” งงล่ะสิ 

“ฉันก็ถามไปงั้นแหละ ช่วงนี้เครียดๆเลยอยากหาอะไรทำหน่อยอ” เครียดเรื่องจับคู่นี่แหละ 

“จะว่าไปมันมีเพจแมวที่ลงคลิปตลกๆ ดิษย์เลิฟตามเพจทั้งคู่ด้วยนะ แกลองดูคลิปสิ เผื่อจะคลายเครียดได้บ้าง” 

“เหรอ ดีๆ ส่งเพจมาให้หน่อยนะ” ฉันคุยสักพักก็วางสาย 

โคลอี้ส่งเว็บเพจมาให้ฉัน ฉันกดเข้าไปดู ก็ตลกจริงๆ การตามเพจเดียวกันก็เป็นโมเมนต์ได้เหรอ? เลิฟน่ะชอบแมวอยู่แล้ว เห็นแมนบอกว่าแม่ของเลิฟแพ้ขนแมวเลยเลี้ยงแมวไม่ได้ จึงได้แต่ไปคาเฟ่แมวแทน ตอนไปเยี่ยมครอบครัวแมนที่ภูเก็ตก็มีแต่ขอให้แมนพาไปคาเฟ่แมว ส่วนดิษย์ก็ชอบแมวอยู่นะ แต่พ่อมันไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ สุดท้ายมันก็เลยได้กระรอกมาเลี้ยง แล้วตั้งชื่อว่าจัสติน มันดูแลจัสตินอย่างกับลูก ไม่สิ อย่างกับน้องแท้ๆ พูดกับจัสตินเสียงอ่อนเสียงหวาน พอมันรู้ว่าฉันคุยกับจัสตินรู้เรื่อง มันเลยสนิทกับฉันมากที่สุดในกลุ่มฮาโลเจน 

จะว่าไป จัสตินก็เป็นเด็ก เอ่อ กระรอกเรียบร้อย เชื่อฟังดิษย์เป็นอย่างดี ตกใจง่าย ชอบบรรยากาศเงียบสงบ รักความสะอาดและเป็นระเบียบตามเจ้าของมันด้วย กรงจัสตินสะอาดกว่าบ้านแมวของสมาร์ทอีกค่ะ อุ้ย! อย่าบอกสมาร์ทนะคะ ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ค่ะ โคลอี้เคยเอารูปเลิฟให้จัสตินดูแล้วถามว่าถ้าเลิฟจะมาเป็นพี่สะใภ้จะโอเคไหม จัสตินหันมาตอบฉันว่า “ถ้าพี่ดิษย์รักใคร ผมก็รักครับ” ฉันล่ะดีใจแทนดิษย์จริงๆ 

ฉันเข้าแท็กดิษย์เลิฟในจวิตเตอร์ โอโห! ด้อมนี้ตัดต่อเนียนใช้ได้ ดูๆไป ไม่นึกว่าแค่ดิษย์ถ่ายรูปแมว ดิษย์กับเลิฟแต่งตัวคล้ายกันแต่คนละวัน ดิษย์ถ่ายรูปโทนสีเดียวกัน ดิษย์กับเลิฟกดไลค์เพจเดียวกัน ดิษย์กับเลิฟโพสต์ข้อความในเวลาใกล้กัน ล้วนนับเป็นโมเมนต์ ยิ่งตอนแฟนคลับอัดคลิปจับมือดิษย์แล้ววิ่งไปจับเลิฟคือทุ่มทุนมาก นี่ถ้าแฟนด้อมนี้ต่อแถวกันทำแบบนี้คงน่ารักมากเลย ที่บอกว่าถ้าอยู่เรือดิษย์เลิฟได้ อยู่เรืออื่นก็สบายนี่น่าจะจริง แค่ดิษย์ไม่คว่ำเรือก็ดีเท่าไหร่แล้ว อ๋อ... ฉันเห็นแล้ว ดิษย์โพสต์ว่ามีงานต้นเดือนหน้า แต่เลิฟไม่ได้โพสต์อะไร ชาวเรือเลยลุ้นให้เลิฟมีงานที่เดียวกับดิษย์ 

โคลอี้โพสต์นี่นา อ่านซะหน่อย 

‘#ไม้ไนท์ เรือในตำนาน เดินแบบด้วยกันแล้วมาถ่ายรูปคู่ #ต่อแตน เขาไลฟ์ด้วยกันทั้งที่เรือนี้เกิดได้ไม่ถึง 2 เดือน แล้วพอมองเรือตัวเอง 3 ปี... เอาน่า #ดิษย์เลิฟ ได้ร่วมเฟรมกันแล้วนี่ ถึงจะอยู่คนละมุมของภาพก็เถอะ แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องมีวันนั้น วันที่ฉันได้จะแก้บนอีกครั้ง’ ตลกจัง โพสต์ให้โคลอี้หน่อยละกัน 

‘แตนแว่นเป็นเพื่อนของแตนน่ารักที่เป็นน้องของต่อ พอมีแฮชเท็กต่อแตน ต่อก็คิดว่าเป็นเรือบาป แต่แตนน้องของต่อก็บอกต่อว่าแตนที่ว่าเป็นเพื่อนแตนชื่อแตนเหมือนกัน คือแตนแว่น พอต่อรู้ว่าแตนแว่นคือเพื่อนแตนน่ารัก ก็เลยทำความรู้จักกันในที่สุด’ ฉันโพสต์กวนโคลอี้ 

‘งงในงงอะไอโอดีน ขออ่านอีกรอบแป๊บ’ 

‘คลอรีนบนว่าอะไรเหรอ? ถ้าน่าสนใจจะรับไว้พิจารณา’ ฉันโพสต์จริงจังนะ ยังไงก็ต้องจับคู่ให้อยู่แล้ว 

‘กรี๊ด!!! ฉันบนว่า ถ้าดิษย์เลิฟสบตากัน ฉันจะไปบริจาคเลือดภายในเดือนนั้น ถ้าดิษย์เลิฟกดไลค์โพสต์กัน ฉันจะบริจาคเลือดเพิ่ม 1 ครั้ง ถ้าดิษย์เลิฟฟอลกันฉันจะบริจาคเลือดเพิ่ม 1 ครั้ง ถ้าดิษย์เลิฟมีโมเมนต์หน้าหรือหลังกล้อง ฉันจะบริจาคเลือดเพิ่ม 1 ครั้ง’ โคลอี้โพสต์อย่างรวดเร็ว 

‘บริจาคเลือดเหรอ? แล้วถ้าสมมุติว่ามีมากกว่านั้นล่ะ’ เดินเรือให้หน่อยละกัน 

‘ถ้าความสัมพันธ์ดิษย์เลิฟเป็นแบบไม้หมอน ฉันจะไปบริจาคเลือดให้ใบแจ้งบริจาคสะสมครบ 24 ครั้ง เลยจ้า’ 

‘ชักอยากบริจาคเลือดซะแล้วสิ ไปคุยกับแมนดีกว่า เดี๋ยวมาคอยดูกันว่าแกจะได้แก้บนไหม’ 

‘กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ พี่นินเดินเรือ ฉันจะไปแก้บน’ ใครก็ไม่รู้โพสต์ต่อ 

‘มึงบนอะไรอีวีวี่ เดี๋ยวคุยจวิตกูดีกว่า คุยในนี้มันดูไม่ดี’ ใครก็ไม่รู้อีกคนโพสต์ต่อ 

นี่เห็นฉันเป็นคนยังไงยะ เกริ่นมาแบบนี้ ฉันก็ตามไปอ่านสิ (แกเป็นคนแบบนี้เอง) อ๋อ! บนว่า ถ้าฉันเดินเรือดิษย์เลิฟ เขาจะแต่งฟิคดราฟท์ไบรท์ เพราะบนเรื่องแต่งฟิคดิษย์เลิฟไปแล้ว แต่ก็ดีนะ ฉันไม่ค่อยเห็นฟิคดราฟท์ไบรท์เท่าไหร่ 

วันนี้วันอาทิตย์ เป็นวันเข้ายิมประจำสัปดาห์ของฉัน ฉันแต่งตัวไปยิมก่อนดีกว่า 

 

---------------------------  

 

ฉันมาถึงยิมแล้วค่ะ กำลังปั่นจักรยานอยู่ สักพักก็มีคนปั่นจักรยานข้างๆสะกิดฉัน เลิฟนี่นา 

“สวัสดีครับนิน” เลิฟทักฉัน 

“สวัสดีค่ะ” ฉันไหว้เลิฟ 

“ไม่ต้องไหว้ก็ได้ครับ ถือว่าเป็นเพื่อนกันนะ” ก็ต้องไหว้สิจ๊ะ ญาติแฟนทั้งคน อิอิ 

“ไม่ยักกะรู้ว่าเลิฟเข้ายิมด้วย” ตีสนิทหน่อยละกันค่ะ 

“ผมออกกำลังกายเบาๆเท่านั้นแหละครับ ไม่ได้เล่นหนักเหมือนคนอื่นเขา” ยิ้มน่ารักสดใสมากค่ะ 

“เหมือนกันค่ะ เน้นนานไม่เน้นหนัก” มีคนโทรเข้าเครื่องฉัน ฉันจึงหยุดเล่น “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” 

“ครับ” เลิฟยิ้มให้ฉันแล้วหันไปปั่นจักรยานต่อ 

“เฮ้ย!” ดิษย์โทรมา ฉันใส่หูฟังแล้วปั่นต่อ ขี้เกียจเดินไปคุยที่อื่น “ไงมึง” 

“ทำไมพูดคำหยาบวะ? ห้วนผิดปกติด้วย” ดิษย์ถามฉัน เลิฟก็มองฉันงงๆ 

“เอ่อ” ก็ไม่อยากให้เลิฟรู้ว่าคุยกับมึงไงดิษย์ อ้างแมนละกัน “วันนี้ยังไม่ได้คุยกับแมน เลยหงุดหงิดน่ะ”

“งั้นกูพูดคำหยาบเลยละกัน มึง!... กูเพิ่งรู้ว่าของขวัญเป็นลูกเรือดิษย์เลิฟ” ดิษย์คร่ำครวญ

“อะไรนะ!” ฉันทำเลิฟตกใจเลยค่ะ “โทษที แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”

“คือตอนแรกของขวัญก็บอกว่ากูเหมาะสมกับมึง น่าจะคบมึงไรงี้” เพ้อเจ้อมากของขวัญ 

“กูมีแฟนแล้ว กูรักแฟนมาก ไม่มีวันเลิกแน่นอน ถ้าจะจิ้นกูกับมึง จิ้นกูกับสมาร์ทไม่ดีกว่ารึไง แต่สมาร์ทมันเสี่ยเกิน กูก็ไม่ไหวว่ะ” พอนึกถึงตอนที่มีคนจิ้นฉันกับสมาร์ทแล้ว ไม่ไหวค่ะ ฉันเลยรีบมีแฟนนี่ไงคะ 

“กูเลยพูดเคลียร์กับของขวัญว่ากูกับมึงเป็นเพื่อนกันจริงๆ บอกว่าไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงแบบมึงหรือแบบโคลอี้ก็ไม่ใช่ที่กูต้องการ... พอกูกำลังจะบอกว่ากูชอบผู้หญิงแบบเขามากกว่า เขาก็พูดแทรกว่ากูควรจะชอบผู้ชายแบบเลิฟ แย่ว่ะ” 

“เอ่อ” เลิฟอยู่ตรงนี้ด้วยสิ “เขาคงล้อเล่นมั้ง เดี๋ยวเจอกันค่อยคุยอีกทีนะ” 

ฉันคุยกับดิษย์สักพักก็วางสาย แล้วคุยเล่นกับเลิฟต่อ หลังจากออกกำลังกายก็ไปกินข้าวกับเลิฟ เลิฟคอลหาแมนแล้วไลฟ์ให้ฉันคุยด้วยกันตอนกินข้าว เพื่อให้ฉันหายหงุดหงิดเรื่องแมน เลิฟดีกับฉันขนาดนี้ ความจริงก็เหมาะสมกับดิษย์อยู่นะ ถ้าดิษย์ชอบเลิฟก็ดีสิ แต่มันยากเหลือเกินที่จะมีวันนั้น 

เอาเถอะ ยังไงฉันก็ต้องจับคู่ให้ดิษย์กับเลิฟอยู่แล้ว ญาติดีกับชาวเรือสักหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นะ ยังไงก็ขอตัวไปก่อนนะคะทุกคน บ๊ายบาย (^_^) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น