เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 2

ชื่อตอน : (ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 2
แบบอักษร

-๒- 

“วันนี้องครักษ์ส่วนตัวยังคงตามติดเหมือนเดิมเลยนะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” เสียงเอ่ยแซวดังขึ้นเมื่อองค์ชายมิลินเข้ามาในห้องชมรม โดยมีอีริคตามมาเช่นทุกครั้ง การถูกเอ่ยเย้าแหย่เล็กๆน้อยๆโดยพระสหายนั้นเป็นเรื่องปกติที่องค์ชายมิลินไม่ถือสาหาความอะไรมาก และนั่นก็ทำให้องค์ชายมิลินค่อนข้างเป็นกันเองกับเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น 

“ยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิมด้วยนะ” องค์ชายมิลินพูดบ้าง ก่อนจะหันไปมองคนหน้าเข้มที่ไม่ยอมทำหน้าอย่างอื่นนอกจากจะนิ่ง แล้วค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ที่ห่างจากเขาไม่มาก  

อีริคเรียนอยู่ชั้นปีที่สามแล้วก็จริง แต่เมื่อไม่อยู่ในเวลาเรียน องครักษ์หนุ่มจะมาติดตามองค์ชายมิลินเสมอ สลับหน้าที่กับองครักษ์อีกคนที่เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกันกับองค์ชายมิลิน แต่ส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะเห็นหน้าอีริคมากกว่า ซึ่งเป็นภาพเคยชินของทุกคนไปเสียแล้ว 

“อีริค ทำหน้าแบบนั้นตลอดเวลาไม่เมื่อยบ้างเหรอ อันนี้ถามจริงๆ ทำไมต้องเครียดตลอดเวลาแบบนั้นด้วย” พระสหายขององค์ชายมิลินถามขึ้น องค์ชายน้อยหัวเราะคิกกับคำถามนั้น เขาเองก็เพิ่งถามอีริคไปเหมือนกัน 

แน่นอนว่าอีริคไม่ได้ตอบแต่อย่างใด เขามักไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ พูดเท่าที่จำเป็น นั่นคือความเป็นอีริคที่ทุกคนเข้าใจดี ส่วนองค์ชายมิลินก็ยังไม่หยุดยิ้ม อีริคอาจจะดูน่ากลัว หรือไม่น่าคบสำหรับคนอื่นเสียเท่าไหร่ คงมีแต่เขาและพี่วาลิชเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้อีริคพูดประโยคยาวๆได้ 

อีริคนั่งมององค์ชายมิลินตัวน้อยที่คุยกับเพื่อนด้วยรอยยิ้ม นั่นคือสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ และไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีโอกาสมานั่งมององค์ชายมิลินแบบนี้อีกหรือเปล่า เมื่อองค์ชายวาลิชกลับมา เขาอาจจะไม่ได้มาดูแลองค์ชายมิลินแบบนี้แล้วก็ได้ 

“อีริคใช่มั้ย นั่งนิ่งเชียว ขอนั่งด้วยได้มั้ย” เสียงหวานใสของสาวน้อยหน้าตาน่ารัก ผมของเธอดำขลับ และผิวขาวนวลไม่เหมือนคนมิลาเดเนียแท้ อีริคหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความแปลกใจ เพราะปกติแล้วแม้จะมีคนพูดคุยกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้ามาทักทายโดยตรงอย่างเป็นมิตรแบบนี้ 

องค์ชายมิลินหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นเพื่อนในชมรมคนหนึ่งมานั่งข้างอีริค เธอชื่อเอลล่า เป็นลูกครึ่งมิลาเดเนียกับฮ่องกง ไม่แปลกที่เธอจะอยู่ที่นี่ เพราะชมรมของเขาคือชมรมวัฒนธรรมตะวันออก และเอลล่าก็เป็นตัวตั้งตัวตีในหลายๆกิจกรรม เธอเข้ากับคนได้เก่ง และเพื่อนเยอะ องค์ชายมิลินไม่ได้สนิทด้วยเท่าไหร่ เพราะอยู่คนละคณะ แต่ก็คุยกันบ้าง ทำไมวันนี้เธอถึงได้เข้ามาทักอีริค องค์ชายมิลินไม่เข้าใจเท่าไหร่ 

“ฉันเห็นนายนั่งนิ่งตลอด ถ้ารู้สึกเบื่อๆก็มาร่วมกิจกรรมของชมรมเราได้นะ เดือนหน้าจะมีงานวัฒนธรรมด้วยล่ะ อยากลองแต่งตัวแบบจีนๆดูมั้ย อย่างอีริคต้องเท่เป็นพระเอกหนังฮ่องกงแน่นอน” เอลล่ายังคงพูดต่อ แม้อีริคจะไม่ตอบกลับไปเลยแม้แต่น้อยก็ตาม ต้องยอมรับว่าเธอสดใส และมีความพยายามที่จะละลายน้ำแข็งของอีริคนั้นให้ได้  

“เจ้าแม่พระอาทิตย์คุยกับราชาน้ำแข็งซะแล้ว ดูไปดูมาก็เหมาะกันดีนะ” เพื่อนคนหนึ่งขององค์ชายมิลินพูดขึ้น องค์ชายหนุ่มถึงกับหันมามองด้วยสายตาที่เป็นกังวลอย่างไม่รู้ตัว ในหัวเริ่มว้าวุ่น 

เหมาะสมกันอย่างนั้นเหรอ อีริคกับเอลล่า... นั่นสินะ เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย คิดว่าอีริคอยู่กับเขาตลอดเวลา คิดว่าอีริคยังไงก็ต้องมีแค่เขา แต่นั่นมันก็แค่หน้าที่เท่านั้น ถ้าหากวันหนึ่งอีริคจะมีคนรักหรือแต่งงาน มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เมื่อตอนนั้นมาถึง เขาจะทำยังไงดี 

“อีริคมีแฟนก็ดีเหมือนกัน จะได้เป็นคนปกติแบบคนอื่นเค้าบ้าง ไม่ใช่นิ่งเป็นหินแบบนี้ อีกอย่างองค์ชายมิลินจะได้แอบเที่ยวสะดวกด้วยไง คิคิ เอลล่าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่นา หรือเราจะเชียร์เอลล่ากันดีนะ” เพื่อนในชมรมเริ่มหันมาคุยกันทีเล่นทีจริง องค์ชายมิลินยังคงนิ่งเงียบ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไป  

เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยสักนิด เมื่อคิดไปไกลว่าวันหนึ่งอีริคจะต้องมีคนรัก แล้วเขาจะเป็นเพียงแค่คนนอก เป็นเพียงแค่เจ้านายหรืออะไรก็ตามที่อีริคปกป้องและอยู่ด้วยเพียงเพราะหน้าที่ 

องค์ชายมิลินจะกลายนิสัยไม่ดีอีกรึเปล่านะ หากจะหวงและไม่ทำให้อีริคไม่ต้องยุ่งกับคนอื่น และอีริคต้องอยู่กับเขาคนเดียวเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด เขาจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับอีริค  

“อีริคตกลงแล้วนะ ยังไงก็มาช่วยกันวันงาน” เอลล่ายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สดใส 

“ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ” อีริคทำหน้างง เขาไปตอบตกลงเธอคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าจะมาร่วมกิจกรรมอะไรนั่น เธอเอาแต่พูดเองเออเองคนเดียวทั้งนั้น 

“การเงียบก็ถือว่าเป็นการตกลงไง ใช่มั้ยเพคะองค์ชายมิลิน ถ้าจะขอยืมตัวองครักษ์มาซักวันคงไม่เป็นอะไรใช่มั้ยเพคะ” เอลล่ายังคงมัดมือชกต่อและยังหันไปถามคนที่ยังนั่งนิ่งด้วย 

องค์ชายมิลินหันไปตามเสียงนั้น เขามองหน้าเอลล่าก่อนจะหันไปมองอีริคเล็กน้อย องครักษ์หนุ่มถึงกับทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่ออยู่ๆอีกคนก็มองค้อนเหมือนไม่พอใจ 

เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ 

“เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าองครักษ์ของเราสามารถไปทำกิจกรรมอื่นๆนอกจากที่แจ้งไว้กับทางวังได้รึเปล่า ถ้าเอลล่าอยากยืมตัวพี่อีริค ก็คงต้องไปคุยเรื่องนี้ที่กรมองครักษ์ เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้หรอก” ยิ้มให้เพื่อนในชมรมด้วยความสดใสเหมือนทุกครั้ง  

“ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไร เสียดายจังเลยเนอะอีริค” เอลล่าพูด ก่อนจะหันไปทำหน้าเสียดายกับอีริคที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วแน่น 

ต้องไปคุยที่กรมองครักษ์อย่างนั้นเหรอ มันมีซะที่ไหนกันไอ้การที่ต้องไปขออนุญาตให้เขาทำกิจกรรมในมหาลัยน่ะ ความจริงแล้วอีริคไม่ต้องแจ้งอะไรทั้งนั้น และเขาสามารถทำอะไรได้ตามที่ต้องการ เขาเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยออกจะบ่อย ไม่เห็นต้องผ่านระเบียบองครักษ์เลย แล้วทำไมองค์มิลินถึงบอกกับเอลล่าแบบนั้นกัน 

ไม่ต้องการให้เขาไปร่วมงานกับเอลล่าเหรอ? 

องครักษ์หนุ่มยังคงเก็บความสงสัยไว้เหมือนเดิม จนองค์ชายมิลินจะกลับ คนตัวเล็กยังคงสดใสและยิ้มแย้มให้กับเพื่อนทุกคนเหมือนเดิม แม้กระทั่งเอลล่า ทั้งๆที่องค์ชายน้อยของเขาเพิ่งจะโกหกเธอไป ปกติแล้วองค์ชายมิลินไม่ใช่คนแบบนี้ซักหน่อย แล้วการทำตัวน่ารักกลบเกลื่อนนั่น ใช้ได้ผลซะจริง 

“องค์ชายบอกแบบนั้นกับเอลล่าทำไมพ่ะย่ะค่ะ ทั้งๆที่กระหม่อมไม่ต้องไปแจ้งที่กรมองครักษ์” ใช่ว่าเขาจะอยากไปร่วมกิจกรรมของชมรม อีริคตั้งใจจะปฏิเสธอยู่แล้ว แต่แค่ไม่เข้าใจองค์ชายมิลินเท่านั้น 

“พูดแบบนี้แสดงว่าอยากไปกับเอลล่าเหรอ ใช่สิ มีคนน่ารักๆมาคุยด้วย พี่อีริคก็คงชอบ” ทำหน้างอ แล้วก็นึกถึงคำพูดของเพื่อนๆ ที่ว่าอีริคจะมีแฟน และยังพากันเชียร์เอลล่าด้วย นึกแล้วก็หงุดหงิด มาหงุดหงิดยิ่งกว่าเมื่ออีริคพูดเหมือนอยากไปทำกิจกรรมนั่น อยากสนิทกับเอลล่ารึไง  

องค์ชายมิลินรู้สึกว่าตัวเองนิสัยไม่ดีอีกแล้วที่คิดไม่พอใจเอลล่า แต่ในใจเขาไม่พอใจมากๆ ไม่อยากให้อีริคไปยุ่งกับใครทั้งนั้น  

“ไม่ใช่อย่างนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่สงสัยว่าองค์ชายพูดแบบนั้นทำไมทั้งๆที่ไม่ใช่ความจริง” ทำไมอีกคนถึงทำหน้างอใส่เขาแบบนั้นกันนะ แต่ก็น่ารักจนอีริคเผลอยิ้มออกมา ทั้งๆที่รู้ว่าองค์ชายมิลินกำลังไม่พอใจ 

“ก็เพราะมิลไม่อยากให้พี่อีริคไปยุ่งกับเอลล่า ไม่อยากให้คุย ไม่อยากให้สนิท เข้าใจมั้ย” พูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อม เพราเขาต้องการแบบนั้นจริงๆ แต่คนฟังถึงกับนิ่งไป พร้อมกับคิ้วขมวดเล็กน้อย 

“องค์ชายไม่อยากให้กระหม่อมยุ่งกับเอลล่า? ถ้าเป็นเรื่องหน้าที่ พระองค์ไม่ต้องเป็นกังวลพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำหน้าที่องครักษ์ให้เต็มความสามารถ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวแน่นอน” แล้วทำไมองค์ชายมิลินไม่อยากให้เขายุ่งกับเอลล่าล่ะ หรือองค์ชายมิลินกลัวว่าจะกระทบกับงาน อีริคคิดแบบนั้น เลยพูดออกไปเพื่อไม่ให้อีกคนกังวลใจ 

“หน้าที่อีกแล้วเหรอ ตกลงพี่อีริคมาตามมิล มาอยู่กับมิลตลอดแบบนี้ก็เพราะแค่หน้าที่จริงๆสินะ” องค์ชายมิลินรู้สึกเหมือนในใจมันหน่วงหนักอึ้ง  

นั่นสิ เขากำลังหวังอะไรอยู่นะ ที่อีริคมาอยู่กับเขาตลอดเวลาแบบนี้ก็เพราะหน้าที่ และการที่เขาไม่อยากให้อีริคไปยุ่งกับคนอื่น มันก็คือการยุ่งเรื่องส่วนตัวของอีกคนมากเกินไป  

“มิลคงยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่อีริคมากเกินไป” พูดแค่นั้นก่อนจะเดิมยิ้มฝืนๆไปที่รถ องค์ชายมิลินชินเสียแล้ว กับการที่อีกคนย้ำเสมอว่าทำเพราะหน้าที่ หน้าที่ขององครักษ์ แล้วหน้าที่มันสำคัญมากรึไง  

อีริคอาจจะอยากอยู่กับเขา ดูแลเขาเพราะหน้าที่ แต่องค์ชายมิลินอยากอยู่ใกล้อีริคตลอดเวลานั่นไม่ใช่เพราะความเป็นองค์ชายกับองครักษ์ แต่เพราะเขารักอีริคต่างหากล่ะ 

ความรักของเขา มันสวนทางกับหน้าที่ของอีริคมากเกินไปอย่างนั้นเหรอ 

อีริคได้แต่มองตามอีกคน ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย เขาอยากจะบอกว่าหน้าที่นั่นมันก็คือข้ออ้างที่เพื่อบังหน้า ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดออกไปว่าตัวเองต้องการอยู่ใกล้องค์ชายมิลินเพราะความรัก  

อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ทำไมมันยากเกินที่จะบอกอีกคนออกไปแบบนั้น  

 

 

 

“พี่มิลินก็ร้ายเป็นเหมือนกันแฮะ” องค์ชายซานเลิกคิ้วขึ้นเมื่อมานั่งทำหน้างอที่วังของเสด็จย่าวันนี้ เจ้าตัวทำหน้าเบื่อหน่ายจนองค์เยียร่าต้องถามหลายครั้ง แต่องค์ชายมิลินก็ไม่ยอมบอกอะไรไป จนองค์ชายซานพาพี่ชายออกมาคุยข้างนอก องค์ชายมิลินพอเจอคนที่รับฟังได้ ก็แอบระบายออกไป เพราะองค์ชายซานก็รู้ว่าเขาคิดยังไงกับอีริค  

ตอนแรกองค์ชายมิลินก็ตกใจมากเหมือนกันที่น้องชายรู้ความลับนี้ แต่เมื่อซานไม่คิดจะบอกใคร หรือแม้แต่อีริค องค์ชายมิลินก็ไม่กังวลว่าความรุ้สึกของตัวเองจะรั่วไหล และใช้ซานเป็นที่ปรึกษา 

“กันคนอื่นออกไป มันจะมีความหมายอะไรในเมื่อพี่อีริคไม่ได้คิดอะไรกับพี่เลย เอาแต่บอกว่าทำเพื่อหน้าที่ การรักใครซักคนมันยากขนาดนี้เลยเหรอซาน” มันจะดีกว่านี้หากอีริคคิดแบบเดียวกับเขา ส่วนเรื่องความเหมาะสมอื่นๆนั่น องค์ชายมิลินไม่เคยสนใจมันเลยสักนิด  

องค์ชายซานกลอกตาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย การที่พี่มิลินมองไม่ออกว่าอีริคคิดยังไงนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอีริคเก็บอารมณ์และความรู้สึกค่อนข้างเก่ง แต่องค์ชายซานไม่เข้าใจที่สุดคือ ทำไมอีริคถึงเดาความรู้สึกของพี่มิลินไม่ได้ ทั้งๆที่พี่ชายของเขาชัดเจนถึงขั้นนี้แล้ว หรือเพราะมัวแต่กดตัวเองว่าไม่คู่ควร ไม่เหมาะสม เลยไม่ยอมเปิดใจมองออกมา  

แล้วทำไมเขาต้องมาอยู่ตรงกลางเรื่องของสองคนนี้ด้วย องค์ชายซานอาจจะสนุกก็จริง แต่บางครั้งก็ระอากับความซื่อบื้อของทั้งคู่ กว่าจะรักกันได้ พี่วาลิชคงจะกลับมาก่อน  

หรือเขาจะใช้พี่วาลิชเป็นตัวกระตุ้นดีนะ...  

องค์ชายซานคิดพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะหันมามองหน้าองค์ชายมิลินที่ยังคงทำหน้าเศร้าเพราะคิดว่าเขาไม่รัก องค์ชายซานอยากจะโกนออกไปเหลือเกิน ว่าหมอนั่นแทบจะถวายชีวิตให้พี่มิลินแล้ว 

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องทำให้เค้าหันมาสนใจเราสิ” องค์ชานซานแนะนำ  

“หมายความว่ายังไงเหรอ” องค์ชายมิลินขมวดคิ้วแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ 

“รุกไง เหมือนเกมหมากรุก ในเมื่ออยากได้มา ก็ต้องเข้าไป” องค์รัชทายาทหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย ในเมื่ออีริคไม่กล้าที่จะพุ่งเข้าหาพี่มิลิน ก็ให้พี่มิลินเป็นคนเริ่มก่อน  

องค์ชายมิลินมองหน้าองค์ชายซานอย่างไม่เข้าใจ เหมือนเกมหมากรุกอย่างนั้นเหรอ แล้วเรื่องความรักมันจะไปเกี่ยวกับเกมหมากรุกได้ยังไง มิลินไม่เข้าใจเลย 

 

 

 

(มิลินเป็นไงบ้าง) เสียงที่คุ้นเคยขององค์ชายวาลิชมันทำให้เขารู้สึกผวาใจทุกครั้งเมื่อได้ยิน ทั้งๆที่ไม่เคยต้องกังวลมาก่อน จนมาคิดไม่ซื่อกับองค์ชายมิลิน  

“ช่วงนี้ใกล้สอบพ่ะย่ะค่ะ เลยอาจจะเครียดๆหน่อย” หลังจากเรื่องวันนั้น องค์ชายมิลินก็ยังทำตัวปกติเหมือนเดิม ยังคงน่ารักและทำให้ใจของเขาสั่นได้เหมือนทุกครั้ง 

(ก็ดี อีกสองปี ถ้าบอริสเรียนจบ ฉันก็จะกลับแล้ว ขอบคุณทุกช่วยดูแลน้องฉันให้ช่วงที่ฉันไม่อยู่) คำพูดนั้นทำให้อีริคสะอึกเล็กน้อย อีกแค่สองปีแล้วสินะ ความรักที่เป็นไปไม่ได้ของเขา มันจะยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม เพราะรู้ว่าองค์ชายวาลิชคงไม่ชอบใจนักหากใครจะยุ่งกับองค์ชายมิลิน ยิ่งคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจกันมาตั้งแต่เด็ก มันคงจะเหมือนถูกหักหลังรึเปล่า ความรู้สึกของเขาคงต้องตอกตะปูปิดตาย  

“พ่ะย่ะค่ะ” ตอบเสียงแผ่ว 

(นายไม่คิดจะสารภาพหน่อยอีริค ฉันอุตส่าห์รอให้นายพูดเองแล้วนะ) คำพูดนั้นทำให้อีริคชาวาบขึ้นมาอย่างนึกกังวลใจ เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ 

“หมายความว่ายังไงพ่ะย่ะค่ะ” กำโทรศัพท์แน่นและตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ 

(ซานบอกฉันแล้ว ฉันไม่คิดว่านายจะหักหลังฉัน กล้าทำลายความเชื่อใจที่ฉันมีให้ กลับไปมิลาเดเนียเราคงต้องคุยกัน) เสียงปลายสายพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะติดสายทิ้งไป อีริคยืนนิ่ง โทรศัพท์แทบจะร่วงลงจากมือ  

องค์ชายวาลิชรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ รู้เรื่องอะไร เรื่องที่เขาชอบองค์ชายมิลิน ทั้งๆที่ไม่ควรคิดแบบนั้นกับเชื้อพระวงศ์อย่างนั้นน่ะเหรอ! 

 

 

 

*****************************************************

ตอนนี้มาแล้ววววววววววววววว หายไปนานเพราะไปรื้อทั้งเรื่องแล้วเขียนใหม่ทั้งหมดค่ะ T-T นั่นเลยทำให้เล่ม 3 ล่าช้าไปด้วย ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งมิลินน๊าาาาาาา อีกไม่นานได้อ่านเต็มๆในเล่ม 3 แน่นอนค่ะ ^^

ปล. เล่ม 1 และเล่ม 2 มีแบบ EPUB แล้วนะคะ ไปหาซื้อหาอ่านกันได้เล๊ยยยยย ^0^

ความคิดเห็น