marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32
แบบอักษร

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

 

“เป็นไงบ้างค่ะคุณแม็กอยากได้อะไรอีกหรือเปล่า” ฉันนั่งข้างคนเจ็บตรงหน้าที่ตอนนี้ไม่ได้มีผ้าพันแผลเต็มตัวเหมือนตอนแรกแล้วแถมยังคุยได้ปกติแล้วด้วย

“อยากรักเธอจัง” และที่สำคัญเขาขี้อ้อนมากๆเลยตอนนี้

“อะแฮ่ม...จะพูดอะไรแกช่วยเกรงใจพี่น้องที่นั่งหัวโด่อยู่นี่หน่อยไอ้แม็กและที่สำคัญคงอีกนานกว่าจะรักเมียได้เพราะตรงนั้นของแกโดนทรมานมาสินะถึงได้....”

“หุบปากเลยไอ้ซา!!! เมื่อไหร่จะหายว่ะอยากออกจากห้องนี้เต็มทนแล้วโว้ย!!!!” และเมื่อไม่ได้ดั้งใจเขาก็โวยวายแบบนี้ทุกวันมาตลอดตั้งแต่รู้สึกตัวขึ้นมา

“อดทนหน่อยสิค่ะเดี๋ยวหายแล้ว...บาดแผลภายนอกไม่เท่าไหร่แต่ข้างในนะสิน่าเป็นห่วงอยู่นะ” เขาหันมามองหน้าฉันพร้อมกับแววตาเศร้าๆ

“ก็อยากกอดเธอนี่น่า” เขาพูดพร้อมกับทำหน้าหงอยๆ

“งั้นเดี๋ยวฉันกอดแทนเองแกจะได้รู้สึกเหมือนแกกอดลิต้า” แต่แอลที่พึ่งเข้ามาก็พูดขึ้น

“อยากตายหรือไงไอ้แอล..” ขนาดนอนเป็นผักแบบนี้ยังปากดีจริงๆพ่อคุณ

“ตาแม็ก!! พูดอะไรต่อหน้าหนูลิต้าห้ะ!!!” ฉันหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นคุณแม่ของเขาเดินเข้ามาพร้อมคุณพ่อของเขาโอ๊ยคนบ้านนี้หน้าตาดียกบ้านจริงๆเลย

“สวัสดีค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะคุณพ่อ” พวกท่านทั้งสองมองฉันอย่างเอ็นดูแถมยังยัดเยียดให้ฉันเรียกว่าพ่อกับแม่อีกด้วย

“สวัสดีจ๊ะหนูลิส”

“สวัสดีลูก”

“ก็มันจะมากอดเมียผมนิผมไม่ยอมหรอกนะแถมไอ้เวรนี้ยังเคยขโมยลิต้าไปตั้งอาทิตย์หนึ่ง” แต่คนที่นอนเป็นผักก็ยังโวยวายขึ้นเขายังขยับตัวไม่ได้เท่าไหร่เพราะเหมือนร่างกายเขาจะโดนกระทบกับของแข็งมากนะแต่ถามเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมพูดว่ายัยนั้นทำอะไรเขา

“ตาแอลบอกแม่แล้วใครบอกแกปากแข็งเองละอย่ามาโทษน้องเลยนี่ขนาดนอนเป็นผักแบบนี้ยังจะกล้าเถียงคนนู้นคนนี้ไปเรื่อยอีก” คุณแม่หันไปดุเขานิดหน่อยเจ้าตัวก็หันมาทำหน้าตาออดอ้อนฉัน

“ลิสดูสิแม่ดุฉันอ่ะ”

“โอ๊ยเป็นการอ้อนที่หน้าไม่ให้เลยพี่แม็กถ้าฉันเป็นยัยลิสนะคงกระโดดถีบพี่ช้ำละ” ยัยเรพูดขึ้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องขำขึ้นแต่คนที่นอนอยู่ยังคงทำหน้างอแงอยู่บรรยากาศในห้องจึงเต็มไปด้วยการหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานพอทุกคนเห็นว่าเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกไม่มีใครขุดคุ้ยขึ้นมาอีก...

“คุณลิต้าครับผมเจอแล้วครับ” เวลาผ่านไปเรื่อยๆทุกคนยังคงนั่งคุยกันอยู่แต่แล้วแจอันก็เดินเข้ามากระซิบฉันทำให้ทั้งห้องเริ่มหันมาทางฉันพร้อมกับเขาที่ทำหน้าอยากรู้สุดๆว่าแจอันพูดอะไร

“พอดีฉันให้แจอันทำธุระเรื่องบริษัทของคุณพ่อให้นะคะเดี๋ยวทุกคนคุยกันต่อเลยนะคะเดี๋ยวมา” พอฉันพูดแบบนั้นทุกคนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนฉันจะขอตัวออกมาหาแจอันที่ออกมารอข้างนอกแล้ว

แอ๊ดดดด

ปัง!

“ลงไปคุยกันที่ร้านกาแฟเถอะ” เพราะตอนนี้มันเสี่ยงเกิดขึ้นเดี๋ยวคนอื่นได้ยินแถมยังมีเฝ้าหน้าห้องอีกตั้งสี่คน

“ครับ” แจอันพูดพร้อมกับเดินตามฉันมาตอนนี้ฉันไม่กล้ามองหน้าเขานานเพราะความรู้สึกผิดที่ทำกับเขาฉันได้แต่ขอโทษเขาในใจเท่านั้นที่ทำแบบนั้นกับน้องสาวของเขาเพราะผู้หญิงคนนั้นเลือกที่จะมีจุดจบแบบนั้นเอง....

“ว่ามาเลยค่ะ” พอมาถึงร้านเราก็เลือกมานั่งตรงมุมอับคนก่อนฉันจะเข้าเรื่องทันที

“นี่ครับภาพจากการค้นบ้านผมพบร่องรอยที่น่าสงสัยหลายอย่างเหมือนจะมีคนเข้าไปแถมเรายังพบกล้องที่มีคนติดตั้งแอบถ่ายไว้ที่ห้องของคุณแม็กและห้องแลปจำนวนหนึ่งครับนี่คงเป็นเหตุผลที่พวกนั้นรู้แผนของเรา” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ฝีมือของแจอีสินะ” พอฉันพูดไปแบบนี้สีหน้าของเขาก็ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

“แจอันอย่าคิดมากเลยค่ะมันผ่านมาแล้วแต่ตอนนี้เราต้องจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ก่อนเรื่องของผู้หญิงคนนั้นที่คุณบอกฉันตอนนี้ตามตัวเธอได้หรือยังค่ะ” หลังจากที่จัดการกับแจอีเสร็จพอกลับมาที่โรงพยาบาลฉันก็รู้สึกเหมือนมีคนคอยตามตลอดเลยเลยตัดสินใจบอกแจอันกลับมาทำงานในขณะที่เขาพักได้แค่สองวันเขาจึงยอมเล่าเรื่องที่คุณแม็กไม่ได้บอกฉันให้ฟังเพราะมีความน่าจะเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นเธอ...

“ตอนนี้ผมยังตามตัวเธอไม่เจอครับยังไงคุณลิต้าก็ระวังตัวด้วยนะครับยิ่งคุณแม็กนอนเป็นผักแบบนั้นอีกด้วยเพราะผมรู้สึกว่าเธอไม่ธรรมดาสักนิดตอนเธอโดดสะพานถ้าเป็นคนปกติคงตายไปแล้วแต่นี่เธอกลับไม่เป็นไรสักนิดเธอคงมีฝีมือพอตัวเพราะเท่าที่ทราบข้อมูลมาจากคุณแอลคือเธอเป็นนักฆ่าของมิสเตอร์เบลนเดอร์ครับ” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะแจอันพยายามบอกเรื่องนี้ฉันมาหลายรอบแล้วเขาย้ำตลอดว่าให้ระวัง

“เข้าใจแล้ว...ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นนักฆ่าจริงๆอีกไม่นานเธอคงลงมือแน่ๆเพราะฉันแน่ใจว่าถึงหมอนั่นจะตายไปแต่ยังคงมีคนที่ออกคำสั่งกับเธอได้อยู่ไม่งั้นเธอคงไม่ตามฉันแบบนี้”

“เรื่องนั้นผมก็ไม่แน่ใจครับแต่ผมจะพยายามตามเธอให้พบให้ได้ครับ”

“ฝากด้วยนะคะ...” เขาลุกขึ้นก้มหัวให้ฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินหันหลังออกไปแจอันเขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากจริงๆถึงจะสงสารแตฉันก็ไม่สามารถให้อภัยแจอีได้...คนที่ทำให้คุณแม็กไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ตัวเองถูกกระทำได้แบบนั้นมันยิ่งทำให้ฉันไม่สามารถให้อภัยได้จริงๆ

“ขอโทษด้วยนะแจอัน....ที่ฉันไม่สามารถปล่อยน้องสาวของคุณได้” ฉันลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องพักของคุณแม็กที่ตอนนี้ทุกคนกลับกันหมดแล้วเหลือเพียงเขาที่นอนหน้างออยู่บนเตียง

“เป็นอะไรไปค่ะ...ทำหน้างอแบบนี้โกรธอะไรฉันเหรอ” ฉันเดินไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆเตียงมองหน้าตาหล่อเหลาของเขาที่ตอนนี้ยังคงมารอยฟกช้ำอยู่บ้าง

“ไปไหนมาคุยกับแจอันต้องนานขนาดนั้นเหรอ”

“ก็ไปคุยธุระนิก็ต้องนานอยู่แล้ว”

“ธุระอะไรทำไมไม่ยอมบอกฉันละ”

“ให้คุณหายดีก่อนฉันถึงจะบอกโอเคมั้ย...เจ็บจนเดินไม่ได้แบบนี้ยังจะอยากรู้อยู่อีกรีบรักษาตัวให้หายเถอะค่ะ อย่าพึ่งห่วงอะไรเลยตอนนี้ฉันให้แจอันจัดการให้อยู่ส่วนเรื่องน้องสาวของเขา...” ฉันรู้ว่าเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แต่ว่า...ตั้งแต่เขาหื้นขึ้นมาเขาก็ไม่ยอมเรียกหาแจอันจนฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าเขากำลังคิดอะไร

“ฉันไม่โทษแจอันหรอกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะฉันเป็นคนผิดเองที่เห็นน้องสาวของหมอนั่นเป็นแค่ที่ระบายมันคงสาสมแล้วกับสิ่งเลวร้ายที่ฉันเคยทำมาในอดีตตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าไม่ควรไปเล่นกับความรู้สึกของใคร....ฉันนะอดทนต่อความเจ็บปวดเหล่านั้นมาเพื่อบอกเธอว่าเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฉันจะรักฉันเคยเข้าใกล้ความตายมาแล้วนั้นมันทำให้ฉันกลัวมากที่จะตื่นมาแล้วไม่เจอเธอฉันกลัวว่าถ้าฉันตายไปเธอจะต้องร้องไห้เสียใจมากแน่ๆฉันจึงอดทนรออย่างมีความหวัง...ลิสฉันรักเธอนะรักเธอยิ่งกว่าชีวิต” เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาเผยความในใจออกมาอย่างมากมายแบบนี้ปกติเขาไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้อยู่แล้วแต่วันนี้สิ่งที่เขาพูดมันทำให้ฉันยิ่งหลงรักเขามากขึ้นอีก

“ขอบคุณนะคะที่อดทนต่อความเจ็บปวดเหล่านั้นขอบคุณที่ไม่จากไปไหนคะ...ฉันก็รักคุณมากเหมือนกันรักคุณมากจริงๆ”

“แหม๋ๆช่างเป็นบทสนทนาของคู่รักที่น้ำเน่าจริงๆเลยนะ” แต่แล้วสิ่งที่ฉันคิดไว้ก็มาถึงผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาจากสวยด้านนอกเธอค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมปืนในมือฉันรู้ว่าเธอต้องมาแต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้

“เยริน...นี่เธอ” คุณแม็กดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอส่วนฉันนะไม่ตกใจสักนิดเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอแอบตามฉัน

“สวัสดีแม็กนายยังไม่ยอมตายอีกเหรอนายควรจะตายๆไปชะมันจะได้ไม่ลำบากฉันแบบนี้เนี่ย”เธอหันไปพูดกับคุณแม็กแต่ฉันก็พูดแทรกขึ้น

“ใครส่งเธอมา...คนของพวกนั้นตายหมดแล้วนิ” คำพูดของฉันทำให้เธอหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ใช้พวกนั้นตายไปหมดแล้วแต่ฉันยังไม่ตายนิฉันก็จะมาแก้แค้นให้ลุงของฉันยังไงละพวกแกทุกคนต้องตาย!!!”

ปัง!

“ไม่นะ!!!!” ฉันลุกขึ้นมาบังกระสุนให้คุณแม็กพร้อมกับหลับตาปี๋

อั๊ก!

ฉันได้ยินเสียงคนกระอักแต่ทำไมฉันไม่รู้สึกเจ็บละฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เห็นแอลฟ่าที่ยืนถือปืนเล็งไปทางเยรินพร้อมกับแววตาเหี้ยมโหดเสียงปืนที่ดังเมื่อกี้มันของแอลงั้นเหรอ...

“คนที่ต้องตายคือเธอต่างหากละเยริน...กลับมาทำไมกันนะทั้งที่ฉันให้โอกาสเธอแล้วแท้ๆแต่เธอก็ยังรนมาหาความตายจากฉันอีกครั้ง” เยรินหันไปมองหน้าแอลช้าๆด้วยแววตาตกใจเล็กน้อย

“นาย..อึก...นายรู้”

“ใช่ฉันรู้ว่าเธอยังไม่ตายแต่ฉันคิดว่าเธอคงจะคิดได้แล้วกลับตัวกลับใจแต่ไม่เลยเธอยังพยายามเข้าหาพี่ชายของฉันอีกครั้งเธอหมดโอกาสครั้งที่สองแล้วเยริน...เธอตักตวงความสุขมาพอแล้วตอนนี้ไปชดใช้กรรมที่นรกสะ” แอลฟ่าพูดพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้หมอนั่นเลือกที่จะยิงไปยังจุดตายนั้นคือหัว

ปัง!

ร่างของเยรินทรุดลงพื้นช้าๆพร้อมกับแววตาที่มองไปยังแอลอย่างอาฆาตแค้นฉันยืนมองเหตุการณ์อย่างหัวใจแทบหยุดเต้นให้ตายสิ!!!!

“เยริน...เธอ....” คุณแม็กยังคงนอนอ้าปากค้างอย่างไม่เข้าใจเขาฉลาดนะแต่บางทีเขาก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงเท่าไหร่แต่ช่างเถอะเพราะนับจากนี้เขาจะไม่สามารถทำแบบเดิมได้อีกเพราะฉันจะทำให้เขาหลงฉันจนหัวปักหัวปำแค่คนเดียว...

“ไอ้แอลอย่าพึ่งไปแก่มาพูดอะไรก่อนสิ” แอลฟ่าเดินยักไหล่หันหลังออกไปอย่างไม่สนใจเขาจึงหันมามองฉันแทนฉันก็ยักไหล่แทนคำตอบว่าฉันก็ไม่รู้...ถึงรู้ก็ไม่พูดหรอก

“โว้ย!!! นี่มันอะไรกันเนี่ยฉันเกือบโดนฆ่าอีกครั้งแต่ไม่มีใครบอกอะไร!!!” เสียงโวยวายของเขาดังทั่วห้องแต่ฉันยังคงยืนนิ่งไม่ยอมตอบอะไร...ปล่อยไปสักพักคงดรขึ้นเอง

 

สองอาทิตย์ต่อมา

 

“ค่อยๆเดินค่ะ....ใช่ค่ะแบบนั้นแหละเก่งมากเลยคุณแม็ก” ฉันยืนมองเขาที่กำลังฝึกกายภาพบำบัดอาการของเขาค่อยๆดีขึ้นสภาพจิตใจก็เช่นกันเดี๋ยวนี้เขาเปิดใจพูดคุยกับฉันมากขึ้นเมื่อก่อนเขาจะคิดแล้วตัดสินใจเองแต่เดี๋ยวนี้คือเขาจะถามฉันก่อน...

Rrrrrrr Rrrr

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูสายที่โทรเข้ามาเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย

“ว่าไงโซ...มีอะไรเหรอ”

‘ฉันจัดการเรื่องที่แกบอกให้แล้วตอนนี้อันแจอีตายไปจากโลกนี้แล้ว’

“เคร...เข้าใจแล้วขอบคุณที่จัดการให้นะ”

‘ไม่เป็นไรหรอกคนที่กล้าทำกับพี่น้องของฉันแบบนั้นก็สมควรจะได้รับความตายอย่างทรมานแบบนี้แหละ’

“อื้องั้นไว้เจอกันนะตอนนี้ฉันอยู่กับคุณแม็ก” พูดจบฉันก็กดวางสายก่อนจะหันเงยหน้าไปดูเขาที่กำลังพยายามเดินอย่างทุลักทุเลก็อยากเข้าไปช่วยแล้วพาเขาทำนะแต่พอเป็นฉันละก็เขาชอบสำออยจนไม่ได้ทำตลอดฉันจึงมานั่งดูแทนใบหน้าของเขากลับมาหล่อเหลาแบบเดิมแล้วอาการดีขึ้นมากบาดแผลค่อยๆหายไปเหลือเพียงรอยบนตัว และ ที่ข้อมือข้อเท้าของเขาที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ดูต่างหน้า....

“ฉันทำให้เธอได้รับสิ่งที่เธอทำกับคุณแล้วนะคะคุณแม็ก...ต่อจากนี้ฉันจะคอยซัพพอร์ตคุณอยู่ข้างๆเอง” นับตั้งแต่วันที่เห็นเขาเจ็บฉันไม่อาจอยู่เฉยได้อีกสิ่งที่เจอตอนนั้นมันตอกย้ำฉันถึงสถานะของเขาตั้งแต่นั้นมาฉันคอยไผฝึกการป้องกันตัวกับแอลบ่อยๆแถมยังเรียนยิงปืนอย่างหนักเพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันต้องใช้ในอนาคต....

“ตอนนี้ ลลิตา เจนเนอร์ คนเดิมได้ตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว....จากนี้ฉันคือ ลลิตา เคนดริก”

 

 

 

จากที่คิดว่านางเอกจะมาเปลี่ยนพระเอกตอนนี้กลายเป็นพระเอกเปลี่ยนนางเอกของเราแทนฮ่าๆอะไรกเกิดขึ้นได้กับนิยายของไรท์ฮ่าๆๆๆขำตัวเองชะมัดเอาละตอนหน้าจะถึงบทสรุปของเรื่องแล้วนะจ๊ะชอบไม่ชอบคอมเมนท์บอกกันได้นะจะได้มีกำลังใจพัฒนาฝีมือต่อไปอิอิ

 

 

ความคิดเห็น