โซซอล
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6-2 ความอยากที่อันตราย

ชื่อตอน : บทที่ 6-2 ความอยากที่อันตราย

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6-2 ความอยากที่อันตราย
แบบอักษร

 

ตรงแก้มชินที่โดนมือมาดามจองตบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง และจากขอบตามีเลือดเส้นบางๆ คล้ายด้ายไหลลงมาด้วย มาดามจองเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เขาชี้ไปที่ร่องรอยสีแดงที่เกิดบนอกข้างหนึ่งแล้วพูดขึ้น

“แผลนี้ นายเป็นคนทำให้เกิดแผลนี้บนร่างกายฉัน!”

เป็นงานเลี้ยงที่หาได้ยาก งานเลี้ยงที่รวมเอาลูกสาวของผู้มีอิทธิพลต่อแวดวงเศรษฐกิจมาไว้ในที่เดียวกัน

คิมชิน เพื่อให้ได้ครอบครองเขาที่ถูกเรียกว่านักแสดงแห่งชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสร่างกายของเขา เพื่อให้ได้สนุกกับเขาเพียงคืนเดียว พวกหล่อนไม่ลังเลที่จะจ่ายแม้มีราคาค่อนข้างสูง พวกเธอรอคอยการมาของชินเท่านั้น และเวลาก็ผ่านไป น้ำเสียงของบรรดาหญิงสาวเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นโมโห ลูกค้าที่รอเขาถึงสามชั่วโมงเริ่มออกมาด่ามาดามจองทีละคน ผู้หญิงบางคนก็ถ่มน้ำลายใส่ก็มี

‘แค่นี้ก็ทำไม่ได้’

พอพวกหล่อนออกไป ซังชอลเข้ามาแล้วเริ่มตบตีเขา

ถึงแม้จะเทียบกับชินไม่ได้ แต่สำหรับเขาเองที่ใช้ร่างกายหาเงินเป็นอาชีพ เขาเคยเป็นโฮสต์ที่ขายดีที่สุดในวงการนี้ การถูกตีอย่างทารุณสร้างบาดแผลบนร่างกายนี้ไปตลอดชีวิต

“เอาบุหรี่มา!”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเพราะความทรงจำในตอนนั้นลอดผ่านพื้นที่แคบๆ ออกมา

“ถ้ามีรอยพวกนี้บนร่างกายของฉันคนเดียว มันจะไม่ยุติธรรมหน่อยเหรอ”

รอยยิ้มจางๆ พาดผ่านใบหน้าของเขาที่ยังคงโมโหอยู่

“ว่ากันว่านี่เป็นร่างกายที่เทพเจ้าสร้างให้สินะ เลยชื่อชินใช่ไหม น่าขำ ตลกจริงๆ ร่างกายที่เทพเจ้าสร้าง... ถ้าร่างกายสวยๆ นี้มีรอยแผลจะเป็นอย่างไรนะ นายยังจะได้รับความรักอยู่ไหม ยังเป็นเทพเจ้าอยู่หรือเปล่า”

ปลายนิ้วของมาดามจองดันคางของชินขึ้น

มาถึงขั้นนี้ตัวน่าจะสั่นเพราะความกลัว แต่ชินกลับไม่แม้แต่หลบสายตาและจ้องมองกลับไป

“มาดูกันไหมว่าจะแน่ถึงแค่ไหน”

เขายิ้มบางๆ

“มาแล้วครับ”

“จุดไฟ”

ชายคนนั้นจุดไฟที่บุหรี่ตามคำสั่งของมาดามจอง เขาจุดไฟตรงบุหรี่พร้อมกับเสียงดังพรึ่บ และตอนนั้นเองที่ควันซึ่งถูกสูบเข้าไปข้างในย้อนออกมาข้างนอกอีกครั้ง

“เป็นไง ตอนนี้กลัวขึ้นมาหน่อยแล้วใช่ไหมล่ะ ลองตะโกนสิ แต่ต่อให้ตะโกนให้คนช่วยก็คงไม่มีใครได้ยิน”

มาดามจองพูดกับชิน

“ทำไมน่ะเหรอ เพราะที่นี่เป็นห้องลับไง ไม่ว่าใครก็เข้ามาไม่ได้”

บุหรี่ที่ถูกถืออยู่ในมือเขากำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ขาของชินเริ่มสั่นเทาเหมือนจะเป็นลม เจ็บตรงแขนที่ถูกจับไว้แน่นจนไม่สามารถขยับได้

แต่ว่า...

ชินลืมตาขึ้น

เขาไม่อยากแสดงท่าทางอ่อนแอให้คนพวกนั้นเห็น

อาจจะเป็นความโชคดีก็ได้

ให้มันมีแผลไปเลยเสียดีกว่า

ถ้าร่างกายนี้มีแผลไม่น่ามองขึ้นมา

ทุกอย่างมันจะจบลงไหมนะ

ชินมองมาดามจองที่ยืนนิ่งอยู่ ร่างกายของเขาค่อยๆ หมดแรงลงทีละนิด ความกังวลทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านผิดกับความตั้งใจของตัวเอง และขณะที่ความร้อนกำลังจะสัมผัสลงบนหน้าอก

“หยุด”

เสียงของผู้หญิงลอยมา เจ้าของเสียงที่ดังกังวานยิ่งกว่ามาดามจอง ก็คือมาดามตู ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในวงการนี้ เดิมทีเธอทำหน้าที่เป็นนายหน้าให้กับลูกๆ พวกคนรวยชนชั้นสูง การที่หล่อนยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้อย่างลับๆ เป็นเพราะความต้องการของเหล่าบรรดาผู้หญิงในตัวชินมีสูงมาก ค่าตอบแทนกับการที่จะได้รู้จักชินหนึ่งคืนมันสูงกว่าที่คาดไว้เยอะ

เพียะ

มือของหล่อนฟาดลงไปที่แก้มของมาดามจอง และอาจจะเป็นเพราะแหวนที่เจ้าหล่อนสวมอยู่จึงทำให้เกิดรอยแผลเล็กๆ บนใบหน้าของมาดามจอง

“ใครบอกให้มายุ่งกับของของฉันตามใจชอบ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงกดดัน

“คือว่า...”

“ทั้งที่รู้อยู่ว่าร่างกายเด็กนั่นคนเดียวก็มีลูกค้ามายืนต่อแถวอยู่หลายคน ก็ยังกล้าทำแบบนี้”

มือของหล่อนลอยไปทางมาดามจองอีกครั้ง จนเกิดรอยมือสีแดงประทับอยู่ตรงกระดูกแก้มของมาดามจอง

“พาตัวไป”

พอหล่อนพูดจบ ชายสองคนก็เข้าไปจับแขนชินแล้วพาตัวชินที่ขัดขืนไปทางห้องลับ

 

*** 

“หลบไป”

มินฮยองขวางรถของยอนโฮที่ตามหลังรถคันที่ชินนั่งมา ยอนโฮเปิดประตูรถก้าวลงมาช้าๆ เพื่อเปิดประตูที่นั่งคนขับของรถที่ขวางเขาอยู่ แล้วมินฮยองก็เปิดประตูรถ จากนั้นก็ลงจากรถมา

“ขอโทษครับ”

เขาโค้งตัวไปทางยอนโฮแล้วพูดขึ้น

อดีตที่ปิดซ่อนไว้ด้วยความยากลำบาก เขาไม่สามารถปล่อยไว้แบบนี้ได้อีกต่อไป เขารู้ดีกว่าสถานที่ที่ยอนโฮจะไปคือที่ที่ฮันแซอยู่

“ฉันเตือนนายแล้วนะ”

ยอนโฮถอดเสื้อนอกขว้างทิ้งไป เขาคิดไม่ถึงว่ามินฮยองที่มักจะทำตามคำพูดของเขาชนิดที่ว่าสามารถทิ้งลมหายใจของตัวเองได้ง่ายๆ จะทำแบบนี้

“ยกโทษให้ด้วย... ฮึก”

หมัดของยอนโฮพุ่งไปที่ท้องของมินฮยอง

แค่จู่โจมครั้งเดียวความเจ็บปวดที่เหมือนถูกฆ่าให้ตายลงตรงนี้ก็มาเยือน หมัดของยอนโฮลอยไปทางคางอีกครั้ง หัวเข่าของมินฮยองทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น

อึก

เฮือก

ยอนโฮมองมินฮยองที่ใช้มือกุมท้องและส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

“ไปไม่ได้นะครับ หัวหน้า”

ยอนโฮทิ้งมินฮยองที่พยายามห้ามเขาไว้ แล้วขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว

 

*** 

[ชินจริงๆ เหรอ จับได้ไหม]

[ฮ่าๆ]

ได้ยินเสียงหัวเราะของพวกผู้หญิง

[เสร็จไปสองครั้งแล้วใช่ไหม ดูท่าต้องให้กินยาอีกหน่อย]

[พรุ่งนี้มะรืนชินมีงานแจกลายเซ็นที่โรงแรมไม่ใช่เหรอ ฉันลองไปขอลายเซ็นแล้วบอกว่าเป็นแฟนคลับดูดีไหมนะ ถ้าลองเข้าไปจับมือก็คงจำความรู้สึกได้สินะ ชินจะประหม่าไหม จะจำฉันหรือเปล่า]

เสียงหัวเราะคิกคักของพวกผู้หญิง แสดงให้เห็นว่าพวกเธออยู่ใกล้ๆ ชิน

[ฮึก ขอร้อง]

[อย่า... ฮึก]

เสียงของชินที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังลอยเข้ามาให้ได้ยิน

[จองอู...]

ยอนโฮเม้มปากแน่นแล้วรีบบึ่งรถไปที่ที่ชินอยู่

 

*** 

“กรี๊ด!”

เสียงเย้ยหยันของพวกผู้หญิงเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง

เมื่อจู่ๆ มีผู้ชายคนหนึ่งถีบประตูเข้ามา พวกหล่อนกรีดร้องแล้วพยายามปิดบังร่างกายตัวเอง ยอนโฮเดินตรงไปหาพวกเธอที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเปลือยกาย แล้วล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมากด จากนั้นก็เริ่มถ่ายวีดิโอเอาไว้

“ถ้าไม่อยากให้ภาพพวกนี้หลุดออกไป อย่ามายุ่งกับชินอีก”

“ฮือ”

ผู้หญิงคนหนึ่งระเบิดเสียงร้องไห้โฮออกมา พวกผู้หญิงที่ล่อลวงร่างกายของชิน พอเห็นภาพตัวเองเปลือยก็ตัวสั่นเทาด้วยความอาย และพากันตกใจตะโกนเรียกมาดามจองเนื่องจากการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของชายคนนี้ บางคนก็ถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้น

ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น ยอนโฮจึงได้หันกลับไปมอง แล้วก็พบชินที่ดิ้นพราดเหมือนปลาที่ออกมาจากน้ำดูน่าสงสาร ไม่อยากจะเชื่อเลย มือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดในสภาพถูกปิดตา ยอนโฮประคองชินที่หมดสติราวกับคนตาย และตบแก้มเบาๆ เพื่อปลุกชิน

“ตั้งสติหน่อย ชิน ตั้งสติหน่อย!”

ร่างของชินร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนดอกไม้ไฟที่ลุกโชน สติกำลังเลือนหายไปพร้อมกับเรี่ยวแรง ยอนโฮรีบอุ้มชินขึ้นมา

“รีบจับไอ้หมอนั่นไว้!”

ขณะที่เขาอุ้มร่างของชินยกขึ้น ชายฉกรรจ์ก็วิ่งเข้ามาในห้องลับ บางคนก็ถือขวดแก้วไว้ในมือและบางคนก็ถือไม้ท่อนใหญ่และวิ่งกรูกันเข้ามาหายอนโฮ ยอนโฮวางชินลงบนเตียงแข็งอีกครั้งแล้วกระโจนเข้าใส่พวกนั้น

“ไม่มีเวลาแล้ว รุมมันเลย”

เขาแกะกระดุมตรงปลายแขนเสื้ออย่างสบายๆ แล้วก้มหัวลงเพื่อหลบการจู่โจมของผู้ชายที่กรูเข้ามา สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก ชินนอนอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ อีกทั้งพื้นที่คับแคบมากทำให้ยากที่จะขยับตัวได้อย่างอิสระ เขาพยายามเก็บซ่อนความสามารถของตัวเองให้ได้มากที่สุดและเผชิญหน้ากับพวกนั้นอย่างพอเหมาะ แต่ก็ไม่รู้เลยว่าพวกผู้ชายที่วิ่งเข้ามาจากทางประตูนั้นมีเยอะขนาดไหน ยิ่งไปกว่านั้นสภาพของชินนั้นน่าเป็นห่วงมาก

ทันทีที่ผู้ชายคนหนึ่งล้มลง ยอนโฮก็ใช้เท้าเตะ แล้วกวักมือเรียกผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้เข้ามา คนพวกนั้นชะงักเล็กน้อยกับสัญญาณที่บอกให้เข้ามาเร็วๆ ของยอนโฮ จากนั้นก็พากันวิ่งกรูเข้าไปหายอนโฮ

ฟิ้ว

เกิดเสียงลมพัดผ่านไป มือของยอนโฮเข้าประชิดส่วนท้องของผู้ชายที่วิ่งกรูเข้ามา ขณะที่ยอนโฮจู่โจม เขาก็เอี้ยวตัวหลบการจู่โจมจากทางอื่นไปพร้อมกันด้วย ส่วนเท้าของยอนโฮก็ทำให้ชายอีกคนล้มลงไป

เขาจู่โจมโดยต่อยเข้าไปเต็มแรงอีกครั้งเพื่อไม่ให้ชายที่ล้มลงไปลุกขึ้นมาได้อีก

อึก

ผู้ชายเหล่านั้นล้มลงทีละคนสองคน พอเห็นคนพวกนั้นล้มลงและบิดตัวด้วยความเจ็บปวด ยอนโฮก็อุ้มร่างของชินขึ้น ยังมีผู้ชายอยู่ตรงทางเข้าอีกสองคนแต่ไม่มีเวลามารีรอแล้ว

“หลบไปน่าจะดีกว่านะ ต่อให้มือไม่ว่าง แต่ก็ล้มพวกแกได้แน่”

ยอนโฮเขม้นมองอย่างน่ากลัว คนพวกนั้นจึงลังเลแล้วก็มองหน้ากันและกัน ก่อนจะพยักหน้า แต่ก็ไม่มีใครกล้าโจมตีเข้ามาก่อน

“หลบไป!”

พอยอนโฮตะโกนเสียงดังลั่น พวกเขาจึงเปิดทางให้ พอมองพวกเดียวกันที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น ดูเหมือนสติในการต่อสู้จะหดหายไปจนหมด

แต่สักพักก็รู้สึกตัวและนึกได้ว่าไม่สามารถปล่อยยอนโฮไปทั้งอย่างนั้นได้ ผู้ชายคนนั้นจึงได้วิ่งเข้าหายอนโฮ

ที่เดินไปอย่างช้าๆ ไม่มีแม้แต่สักคนที่กล้าวิ่งเข้าหายอนโฮ แต่ตอนนั้นเองก็มีชายหนึ่งคนวิ่งไปทางยอนโฮ

พลั่ก

เท้าข้างหนึ่งของยอนโฮตวดไปทางหมอนั่นอย่างไม่ลังเลเลยสักนิดเดียว ตอนที่ชายคนนั้นล้มลงบนพื้น เขาส่งเสียงร้องและกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด ตอนนั้นเองร่างกายของชินขยับเขยื้อนเล็กน้อย

“ชิน ฟื้นแล้วเหรอ”

ยอนโฮถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

แม้จะมีคนเห็นยอนโฮล้มเหล่าผู้ชายหลายคนแล้วเดินออกมาทางประตูอย่างอาจหาญ แต่ไม่มีใครสักคนที่กล้าวิ่งเข้าไปขัดขวางเขา แม้แต่พวกนักเลงหัวไม้ยังขัดขวางเขาไม่ได้ แล้วพวกโฮสต์จะไปขัดขวางยอนโฮได้อย่างไรกัน ทันทีที่เขาอุ้มชินออกมาจากห้องลับและออกมานอกคลับ คนที่อยู่ในนั้นได้แต่มองดูด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ

ขณะที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ใบหน้าของมาดามจองที่ต่อโทรศัพท์ไปหาใครสักที่ก็หมองคล้ำลง เพราะคิดไม่ถึงเลยว่าการต่อสู้จะจบลงในชั่วพริบตาแบบนี้ ก่อนหน้าที่พวกผู้ช่วยจะเข้ามาเสียอีก

มีปัญหาอีกแล้ว

พวกผู้หญิงที่กรีดร้องวิ่งออกไปข้างนอกพากันโทรศัพท์ไปที่ไหนสักที่พร้อมๆ กัน แล้วขบวนรถที่พวกผู้หญิงพวกนั้นนั่งมาก็ทยอยขับออกไป....

สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงความโกรธแค้นดั่งไฟของซังชอล

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}