ป้าลูกหนึ่ง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ในน้ำตาคือความยินดีที่ต่างกัน1

ชื่อตอน : ในน้ำตาคือความยินดีที่ต่างกัน1

คำค้น : วาย พี่น้อง ไร้สาระ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 866

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 13:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในน้ำตาคือความยินดีที่ต่างกัน1
แบบอักษร

 

 

 

ฮ่องเต้ยั่วหลงชิง 

 

 

ชินอ๋องยั่วฟงหลาง 

 

 

อ๋องสามยั่วเมิงหลาง 

 

 

อ๋องสี่ยั่วเมิงหลง 

 

 

อ๋องห้ายั่วชิงหลง 

 

 

อ๋องหกยั่วซานหลาง 

 

 

อ๋องเจ็ดยั่วหยางหลง 

 

 

อ๋องแปดยั่วเยี่ยหลาง 

 

 

อ๋องเก้ายั่วหยวนเหยา 

 

 

 

แล้วก็มาถึงวันที่ขบวนของเหล่าราชวงค์ออกเดินทางสู่ลานล่าสัตว์ ขบวนอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ชาวเมืองต่างออกมาชื่นชมบารมีของฮ่องเต้และบรรดาท่านอ๋อง 

รวมไปถึงฮองเฮาและบรรดาสนมวังหลังที่กล่าวดันว่างดงามแม้แต่บุบผายังอายที่บานสู้ มัจฉายังว่ายหนีจมหายในสายน้ำ  

ในขบวนที่นำโดยท่านอ๋องแม่ทัพยั่วเมิงหลงในชุดเกราะดูสง่างามยิ่งนัก บรรดาสาวๆแทบจะลมจับกับออร่าความสง่างามที่ทะลุออกมา ท่านอ่องทุกองค์สง่างามในชุดสีขาวดูสง่างามและเจิดจ้ามีเพียงอ๋องเก้ายั่วหยวนเหยาเท่านั้นที่ใส่ชุดสีดำปักลอดลายด้วยทองเป็นรูปพยักฆ์ห้าเล็บ อยู่รั้งท้ายขบวนด้วยสภาพอิดโรยเหมือนกับคนไม่สบายแล้วมิได้พักผ่อน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตามก็ยังคงความงามดังอิสตรีเหมือนกับเหล่าพี่น้องทั้งที่งดงามและสง่าแบบบุรุษเพศ 

"ท่านอ๋อง ไหวไหมพะยะค่ะ" 

"ยังไหว ข้าจะไม่พลาด ข้ารอเวลานี้มานาน หากว่าพวกเจ้าจะถอยตอนนี้ยังทัน ข้าไม่อยากทำให้พวกเจ้าเดือนร้อน" 

หยวนเหยาไม่อยากให้องค์รักษ์ที่คอยดูแลกันมาตั้งแต่เด็ก ต้องเดือดร้อนอย่างน้อยๆโม่งอิงก็คือเพื่อนที่ดีและองค์รักษ์ที่ซื่อสัตย์ ถึงแม้ตัวของโม่งอิงจะเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงเพื่อให้เป็นตัวตายตัวแทนก็ตาม 

"ท่านอ๋องกระหม่อมจะติดตามท่านไปทุกที ต่อให้ท่านอ๋องจะไปจะลำบากหรือว่าทางข้างหน้าจะมีเหรือไม่ กระหม่อมยินดีด้วยชีวิตของกระหม่อมเอง" 

"โม่งอิง ขอบใจนะ อึก อ๊าาา" 

"ท่านอ๋อง!" 

โม่งอิงตกใจที่อยู่ท่านอ๋องเก้าร้องออกมาเบาๆมือกุมแผงคอม้าแน่น เหงื่อซึมตามขมับใบหน้าขาวซีด แม้จะพยายามฝืนนั่งบนหลังม้าให้ตั้งตรงสง่างาม แต่มันช่างยากเย็น ในเมื่อรู้สึกมวนในท้อง ในขณะที่ทั้งสองกำลังชุลมุนอย่างเงียบๆอยู่ท้ายขบวน 

"ท่านอ๋องเก้า เพียงเท่านี้ก็ไม่ไหวเสียแล้ว ไม่ทราบว่าต้องการแสดงให้ใครดูกัน อย่างน้อยที่นี่เป็นภายนอกวัง มิใช่เรือนเหมยแดง" 

เสียงเย้ยหยันกับคำพูดที่เสียดสี น้อยคนนักที่คนภายนอกจะเข้าใจ แต่ถ้าเป็นคนภายในบางคนเรื่องนี้เป็นที่รู้กันถึงความลับดำมืด  

ฮองเฮาสวี่เจาเปิดม่านบางขึ้นเล็กน้อย รถม้าที่นางนั่งมานั้นยิ่งใหญ่สมฐานะแม่ของแผ่นดิน แม้แต่ล้อที่ใช้ ยังหุ้มด้วยผ้ายัดนุ่นเพื่อไม่ให้รถม้ากระเทือนคนที่นั่งด้านในไม่สบายกาย 

ยั่วเหยาเค้นยิ้มก้มศีรษะทำความเคารพตามฐานะที่อีกคนสูงกว่า 

"ขอบพระทัยฮองเฮาที่เป็นห่วงกระหม่อม แต่อยากทรงกังวลไปเลยถึงจะไม่ใช่เรือนเหมยแดง ข้าก็ยังคงอยู่ในสายตาของคนผู้นั้นอยู่ดี ว่าแต่ฮองเฮารู้สึกอย่างไรที่ไม่เคยอยู่ในสายตาคนผู้นั้น น่าเสียดายที่กระหม่อมไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นสักครั้ง" 

"เจ้า! เจ้ามันก็แค่หมูโสโครก" 

"หึ หึ ถึงกระหม่อมจะเป็นหมูโสโครก ฮองเฮาเองก็ไม่ต่างกัน พระองค์คงยังไม่ลืมคืนนั้นที่เรือนเหมยแดงกระมัง" 

ฮองเฮาสวี่เจาชี้หน้าท่านอ๋องแล้วสะบัดหน้าหนีปิดหน้าต่างรถม้า ส่วนหยวนเหยาไม่่ได้อยากถือสาฮองเฮาสวี่เจา นางเป็นคนน่าสงสารคนหนึ่งเป็นเพียงหมากที่พี่ชายคนโตใช้ทางการเมือง  

นางหลงรักพี่ชายคนโตมากแต่กลับโดนทำเรื่องต่ำช้าแล้วต้องจำทนอยู่. บากหน้าตัวเองเอาไว้เพื่อตระกูลอีก....ถือว่าเป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกระมัง 

"เรียนท่านอ๋อง ฝ่าบาทรับสั่งให้เข้าเฝ้าตอนนี้พะยะค่ะ" 

"อืม เรารู้แล้ว" 

องค์รักษ์เสื้อแพรที่คอยอารักขาฮ่องเต้กระชากม้ามาเทียบม้าของท่านอ๋องเก้าที่วิ่งเหยาะๆบอกจุดประสงค์แล้วถอยออกไปยังขบวนด้านหน้าเหมือนเดิม  

โม่งอิงมองท่านอ๋องเก้าชักม้าไปด้านหน้าขบวน ก่อนที่ขบวนจะหยุด แล้วท่านอ๋องเก้าก็ย่างเท้าขึ้นไปด้านในรถม้าคันใหญ่ ด้านในคือบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินประทับอยู่ ขบวนจึงเคลื่อนต่อไปเพียงแต่เหล่าทหารและองค์รักษ์ที่รายล้อม ค่อยๆถอยห่างจากรถม้าออกมาเล็กน้อยอย่างเงียบๆ 

ภายในรถม้าหยวนเหยาที่ใบหน้าซีดเซียวกำลังนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าฮ่องเต้ ด้านข้างคือสนมนางหนึ่งที่มียศกุ้ยเฟย นามหวงกุ้ยเฟย  

กำลังปรนนิบัติรินน้ำชาอยู่ข้างๆใบหน้าของนางออกไปทางชาวเปอร์เซีย นางเป็นลูกพ่อค้าใหญ่ที่มีอิทธิพลพอสมควรในแถบการค้าที่สำคัญ เมื่อนางได้ถวายตัวฮ่องเต้ถึงกับเลื่อนให้นางเป็นกุ้ยเฟยทันทีตั้งแต่การถวายตัวครั้งแรกเรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในท้ิงพระโรงอยู่พักมหญ่ถึงความไม่เหมาะสม แต่คำค้านก็ตกไปในเมื่อคนที่ใหญ่ที่สุดปัดเรื่องนี้ทิ้งอย่างง่ายดาย 

"ถวายบังคมฝ่าบาท ถวายพระพรหวงกุ้ยเฟย" 

"หยวนเหยาคนกันเองทั้งนั้น จริงหรือไม่หวงกุ้ยเฟย" 

"เพค่ะ คนกันเองทั้งนั้น" 

ฮ่องเต้ยั่วหลงชิงในชุดสีทองอร่ามมักกรทะยานฟ้านั่งอิงหมอนนุ่มด้วยท่าทางสบายๆพระพักประดับรอยยิ้มที่มักจะใช้เวลาที่สวมหน้ากาก รอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา 

"มานี่สิ น้องเก้า มาให้ข้าดูหน่อยดูใบหน้าเจ้าซีดขาวบิ่งนัก" 

"ขอบพระทัยฝ่าบาท แต่กระหม่อมไม่เป็นอะไรพะยะค่ะ" 

หยวนเหยาไม่อยากเข้าใกล้คนผู้นี้นัก ต่อให้อยู่ในรถม้าแต่ทว่าความกว้างที่ขนาดให้คนสิบคนอยู่ได้อย่างสบายก็ช่วยให้ระยะของตนกับฮ่องเต้ห่างกันพอสมควร 

"เด็กดื้อ..หวงกุ้ยเฟย..เจ้าเตรียมมาด้วยหรือไม่สิ่งที่ข้าสั่งไป" 

"เพค่ะ หม่อมฉันย่อมเตรียมเอาไว้อย่างดี เหลือเพียงแบบของสิ่งที่จะให้หม่อมชั้นวาดเท่านั้นเอง" 

"ฮ่า ฮ่า ดียิ่งนักเจิ้นถึงได้ชอบเจ้านักที่รู้จักวางตัวเองในที่ควรจะอยู่ และรู้จักปรับตัวมิเสียแรงที่เจิ้นเสียสละสาวน้อยในวังหลายคนให้ไปอยู่ในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย" 

"เพค่ะ หม่อมฉันและพระองค์ชมชอบสิ่งสวยงามถึงจะเป็นเรื่องที่ขัดต่อขนบทำเนียมหรือศีลธรรมแต่ทว่ามิมีผู้ใดเดือดร้อนไม่มีคนรู้เห็นจะเป็นไรไปเล่า จริงหรือไม่เพค่ะท่านอ๋องเก้า" 

อะไรคือชื่มชมสิ่งสวยงาม สาวน้อยในตำหนัก ผิดประเพณีและศีลธรรม หรือว่าหวงกุ้ยเฟย 

กว่าจะรู้ตัวหยวนเหยาก็ได้ยินเสียงลงกลอน โดยมีหวงกุ้ยเฟยนั่งขวางเไว้ นางตั้งขาวางแผ่นกระดาษเตรียมฝนหมึกสำหรับวาดภาพ ในหน้าของนางเปื้อนยิ้มตลอดเวลา  

หยวนเหยาสัมผัสได้ถึงสิ่งไม่ชอบมาพากลได้ในทันทีแต่กว่าจะรู้ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไป ฮ่องเต้ประชิดด้านหลัง แผ่นอกร้อนแนบชิดแผ่นหลังบางที่ชื้นเหงื่อ เอวบางถูกรวบกอดในวงแขนกว้าง ริมฝีปากจรดใบหูข่วกระชิบเสียงพร่า 

"เจิ้นอยากได้รูปหยวนเหยาเวลาที่เบ่งบานอยู่ใต้ร่างกายของเจิ้น ตอนที่ส่วนนั้นกำลังสอดแทรกและเจ้าร้องครวญครางอ้อนวอน" 

หยวนเหยาตะลึงงันเมื่อเสียงตอบรับของหวงกุ้ยเฟยดังขึ้นขานเบาๆ 

"เพค่ะ กว่าจะถึงที่พักแรมหม่อมฉันคิดว่าน่าจะได้หลายแผ่นเพค่ะฝ่าบาท พร้อมฉันพร้อมแล้วเพค่ะ" 

ความคิดเห็น