เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 2

ชื่อตอน : Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 868

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 10:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 04 : ทอฝันของภาคิณ 2
แบบอักษร

“พี่อินคะ เพื่อนคอลมา” สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจปลุกพี่อินให้รับสาย ซึ่งเขาก็ตื่นง่ายเหมือนกัน ฉันจึงยื่นโทรศัพท์ให้และคอยสังเกตว่าพี่อินจะทำยังไง

เขากดรับแล้วก็ยกขึ้นแนบหู โดยที่ตัวเองยังนอนอยู่

(! @#%^$#&%^%^*&*) ปลายสายพูดอะไรไม่รู้นะ เพราะฉันไม่ได้อยู่ใกล้พอที่จะได้ยิน แต่ครู่เดียวพี่อินก็ยกโทรศัพท์ออกจากหู เขาเคาะตรงหน้าจอหนึ่งทีแล้วก็กดวางไปเลย

“อ๋อ คุยกันแบบนี้นี่เอง” ฉันว่า และพี่อินก็ส่งยิ้มให้ฉัน เขายืนมือมาลูบหัวและขยับเว้นที่ว่างให้อีกนิด

“ฝันไม่ได้ตัวโตขนาดนั้น แล้วเพื่อนโทรมาเรื่องอะไรคะ”

ZzzZZ นั่นไง นึกอยู่แล้วเชียวว่าพี่อินต้องไม่บอก แถมยังรีบหลับตาปิดประเด็นเรื่องนี้อีก แต่ทอฝันไม่ยอมหรอกค่ะ

“ถ้าไม่บอก ฝันนอนไม่หลับนะ” เชื่อสิ พี่อินต้องแพ้ความขี้อ้อนของฉัน เขาต้องยอมบอกหลังจากนี้ “อยากฝันหวานแล้วค่ะ เร็วๆ”

ฉันโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูคนที่แกล้งหลับตา กลั้นหายใจรอไม่กี่วินาทีพี่อินก็ยอมแพ้ เขาคว้าโทรศัพท์มาพิมพ์อีกรอบแล้วยื่นให้ฉัน

‘เพื่อนถามว่า เราคบกันเหรอ’

นึกแล้วต้องเป็นคำถามนี้ แล้วคำตอบจากพี่อินคืออะไรล่ะ

“ที่พี่ตอบเพื่อนด้วยการเคาะหนึ่งที หมายความว่ายังไงคะ” ถามเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ให้เขาบอกความหมาย แต่คราวนี้พี่อินใจร้าย เขาแค่ยิ้มให้ฉัน ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว คว้าหมอนข้างมากอดแล้วนอนฝันหวานแค่นั้น

“ไม่บอกไม่เป็นไร แต่อย่าให้ฝันรู้นะ พี่อินจะโดนทำโทษให้หนัก”

ไม่ใช่แค่คำขู่เพราะฉันเอาจริง แอบสืบดูหน้าโปรไฟล์เพื่อนพี่อินแล้วด้วย เผื่อว่าพี่เขาจะโพสต์อะไรที่เป็นคำตอบของเรื่องที่ฉันถาม

แล้วก็มีจริงๆ แต่มันยังไม่ชัดเจนแค่นั้นเอง

Number1 with Winner : ตามคาดครับเพื่อน

ไม่กี่วินาทีที่แล้ว

“แค่อยากรู้เองว่าเราคบกันหรือยัง” ฉันพูดเสียงเบาหลังจากอ่านโพสต์จบ ไม่ได้มีอารมณ์เศร้าใจอะไรหรอก ลึกๆ ก็อยากรู้ว่าพี่อินตอบเพื่อนว่ายังไง แต่มาคิดดูอีกทีเราก็ไม่ได้คบกันนะ แค่มาเที่ยวด้วยกันเฉยๆ แล้วฉันจะร้อนใจทำไมเนี่ย

เฮ้อ เลิกคิด เลิกฟุ้งซ่าน นอนได้แล้วทอฝัน

“ไม่อยากรู้แล้ว” ตุบ! พูดจบก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างแรง ทว่า...พรึบ! O-O ฉันต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพี่อินจับปลายผ้าห่มของตัวเองแล้วเลื่อนมาคลุมตัวฉันด้วย เขาพาดท่อนแขนเหนือหน้าอกฉันค้างไว้ประมาณสามวินาที ก่อนที่จะดึงมือกลับไปเหลือแค่ผ้าห่มผืนเดียวกันที่คลุมตัวเราสองคนอยู่

บ้าจริง! พี่อินทำเหมือนฉันเป็นบ้าอยู่คนเดียวเลย ไม่พูด ไม่ตอบ แต่บอกให้ฉันสงบสติอารมณ์ด้วยการกระทำใช่ไหม

“โอเค นอนก็นอน ฝันดีค่ะ”

ไม่มีการตอบรับหรือบทสนทนาใดๆ ต่อจากนั้น มีเพียงแค่การพลิกตัวหันหน้าเข้าหากันและหลับตาลงช้าๆ คืนนี้ฉันคงมีความสุขที่สุด อย่างน้อยก็ได้นอนใกล้กับผู้ชายที่อบอุ่นและแสนดีคนนี้

บทบรรยาย พี่อิน

เช้าวันต่อมา...

‘แค่อยากรู้เองว่าเราคบกันหรือยัง’

คำถามนี้ของฝันยังคงวนเวียนในหัวตั้งแต่ก่อนหลับตาลงจนถึงตอนนี้ ที่ผมไม่ตอบ ใช่ว่าผมไม่อยากคบหรืออยากให้คลุมเครือนะ แต่ผมกำลังคิดว่าจะขอฝันคบจริงจังยังไงดี ถึงแม้ผมจะแอบบอกเพื่อนว่าคบกับฝันไปแล้วก็ตาม

ถามว่าผมบอกแบบนั้นทำไม ก็แอบหวงครับ อาจดูไม่ดีที่บอกคนอื่นไปก่อน แต่ลองคิดดูว่าเจอคำถามนี้แล้ว ผมยังจะกล้าตอบว่าไม่คบอีกหรือไง

ย้อนไปเมื่อคืน

(เฮ้ย! มึงคบกับน้องฝันแผนกประชาสัมพันธ์ชั้นหนึ่งเหรอวะ เห็นรุ่นพี่แผนกกูตามจีบเหมือนกัน)

ได้ฟังคำถามและการบอกของเพื่อนตอนเรียนแล้ว ผมก็ตอบโดยการเคาะหน้าจอหนึ่งทีเพื่อบอกว่าคบ แล้วก็กดวางไปเลย

ต้องบอกก่อนว่าเพื่อนผมที่ชื่อหนึ่งกับวินเนอร์ ทำงานบริษัทเดียวกับฝันนั่นแหละครับ ซึ่งผมรู้คนเดียว แต่ฝันกับเพื่อนผมไม่รู้ จนวันนี้ที่ฝันโพสต์รูปนั่นแหละ พวกมันถึงได้ทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตราวกับปัญหาระดับชาติ

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ผมหึงเรื่องมีคนมาจีบฝันมากกว่าเรื่องอื่นเสียอีก

‘ขอคบตอนนี้เลยดีไหมนะ จะได้แสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องปิดสักที’

‘หรือรอไปเจอบรรยากาศดีๆ ก่อน ฝันน่าจะชอบแบบนั้นมากกว่า’

‘ขอหรือไม่ขอ ตอนนี้หรือใจเย็น ตกลงหรือปฏิเสธ’

‘หึง คำเดียวสั้นๆ แต่แก้ปัญหายากเหมือนกันนะ’

“พี่อินคะ” ขวับ! ผมรีบหันหลังกลับไปเมื่อมีเสียงน่ารักเรียกสติให้คืนมาจากทางด้านหลัง แต่ก็ต้องลากสายตามองฝันตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อดูการแต่งตัวของเธอในวันนี้

โอเค ‘พี่ผิดเองฝัน ที่ไม่ได้บอกว่าวันนี้จะพาไปเที่ยวที่ไหน’

เสื้อที่สวมอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่กางเกงไม่ผ่านแน่นอนเพราะเป็นขาสั้น ขืนผมปล่อยให้ใส่ไป อนาคตคงไม่ต้องเดาเลยว่าจะมีเด็กยืนร้องไห้งอแงขอกลับห้องไหม

“มองทำไมคะ ฝันแต่งตัวแบบนี้น่ารักล่ะสิ”

‘อาการหลงตัวเองไม่หายสักทีนะ’ ผมส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ รอบนี้ขอขัดใจเธอเพราะยอมให้ใส่ไม่ได้จริงๆ

“ฝันไม่กลัวดำหรอก ทาครีมกันแดดแล้ว”

‘ครีมกันแดดก็ช่วยไม่ได้นะ’ เพราะไม่อยากให้เสียเวลาเดินทางไปมากกว่านี้ ผมจึงพิมพ์บอกเธอและเปิดลิงก์สถานที่ที่จะไปเที่ยวกันให้ฝันอ่านไปพลางๆ จากนั้นก็ไปค้นดูในตู้เสื้อผ้าเองเลยว่าฝันเอากางเกงยีนกับเสื้อคลุมมาด้วยไหม

“น้ำตกทอฝัน ระยะทาง 7 กิโลเมตรจากศูนย์วิจัย การเดินทาง..รถไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องเดินตามแนวเขาโดยมีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว ราคาคนละ 450 บาท รวมค่าอาหารกลางวันแบบชาวทริปและค่าแบกหามอุปกรณ์”

ได้ยินชื่อน้ำตกไหมครับ นั่นแหละที่ทำให้ผมอยากไป

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}