ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 35 : ใจหาย

ชื่อตอน : บทที่ 35 : ใจหาย

คำค้น : ดีแล่น , กะเพรา , ไอ้ยักษ์เถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 23:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 35 : ใจหาย
แบบอักษร

ดีแล่น Talk

แกร็ก~

      "ฮึกๆ ฮื้อๆๆๆ" เพียงแค่ประตูห้องปิดลง เสียงสะอื้นร้องไห้ของกะเพราก็ดังขึ้นอีกครั้ง ผมยืนอยู่ที่หน้าห้องเธออย่างเจ็บปวดหัวใจไม่ต่างจากที่เธอเป็นอยู่ ผมไม่น่าเผลอตัวไปกับแหวนเพชรขนาดนี้เลย ตอนนั้นผมแทบไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำที่ตอบรับข้อข้อเสนอของแหวนเพชรออกไป เพราะผมกลัว กลัวว่ายัยบ้านั้นจะทำจริงๆ อย่างที่ขู่ผมเอาไว้ ผมไม่อยากให้กะเพราต้องเสียใจ ผมถึงยอมรับข้อตกลงบ้าๆ ของแหวนเพชรไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่ว่าสิ่งที่แหวนเพชรกำลังใช้บีบบังคับผมอยู่ เธอจะทำจริงหรือไม่ทำจริงก็แล้วแต่! ผมจะไม่สนใจอีกแล้ว ผมแค่ต้องหาวิธีป้องกันมัน ผมก็แค่อยากปกป้องยัยลูกหมาผู้หญิงที่ผมรักแต่สิ่งที่ผมเลือกทำมันกลับทำให้เธอเจ็บปวดแบบนี้!!! ผมโกรธตัวเอง! ผมผิดเอง!

วันรุ่งขึ้น

      "วันนี้จัดโต๊ะให้ผมคนเดียวนะครับป้ามล และผมขอกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลด่วนๆ ก่อนเลย" ผมบอกป้ามลก่อนที่จะพยายามมองหาร่างเล็กแสนคิดถึงของยัยลูกหมา

       "แล้วคุณแหวนเพชรละคะ หรือให้ป้าจัดไปเสิร์ฟบนห้องนอน" ป้ามลถามอย่างสงสัย ใช่ครับ! เมื่อว่านทุกคนในบ้านรู้ดีว่าแหวนเพชรมาที่นี้และเธอนอนค้างกับผม

       "อย่าพูดชื่อยัยนั้นอีก" ผมบอกป้ามลเสียงต่ำ แค่ได้ยินชื่อก็หงุดหงิดแล้ววะ!

       "ป้าขอโทษค่ะ" ป้ามลบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว แอบรู้สึกผิดเล็กๆ แต่ ก็นั้นแหละใครใช้ให้พูดชื่อยัยโรคจิตนั้นขึ้นมา

       "มองหาอะไรค่ะคุณดีแล่น" ป้ามลถามผมตอนที่ป้าเดินเอากาแฟเข้ามาเสิร์ฟผมที่โต๊ะ

       "กะเพราตื่นหรือยังครับ" ผมถามป้ามลออกไป ป้ามลมองหน้าผมเล็กน้อย ป้าแอบถอนหายใจก่อนจะตอบผมกลับมา

        "นั่งทานข้าวอยู่ในครัวค่ะ จะให้ตามไหมค่ะ" ผมส่ายหน้า ไม่นานเด็กในบ้านก็เอาอาหารเช้ามาเสริฟ อาหารเช้าวันนี้เป็นพวกไข่ดาว ไส้กรอกและเบคอน ผมชอบเบคอนแต่วันนี้เบคอนที่ผมชอบมันกับมีกลิ่นเหม็นแปลกๆ ผมมองมันและก็รู้สึกอยากจะอ้วกๆ ขึ้นมา คลื่นไส้ชะมัด

       "คุณดีแล่นเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ" เสียงแม่บ้านคนหนึ่งเอ่ยถาม ที่เห็นผมทำท่าพะอืดพะอม

       "เปล่า!" ผมตอบเสียงหงุดหงิดกลับไปพรางหันไส้กรอกเข้าปาก แต่เมื่อผมกลืนไส้กรอกลงไปในลำคอ อยู่ๆ ไส้กรอกที่ผมกินลงไปมันตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง

คลืน~ ( เสียงเลื่อนเก้าอี้ )

       ผมรีบยกมือขึ้นปิดปากและลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำทันที ผมเจอกะเพราที่ยกเสื้อขึ้นเช็ดปากเดินออกมาจากห้องน้ำเราสองคนสบตากันสักครู่ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีผมและเดินจากไป ผมอยากตามไปคุยกับเธอนะแต่ผมอยากอ้วกมากกว่า.......

        "แหวะ! โอกกก! อากกกก!" ผมนั่งลงบนชักโครกที่ดึงฝากมาปิดอย่างหมดแรง สงสัยผมต้องเครียดลงกะเพาะแน่เลยวะถึงมีอาการแบบนี้

       ผมเดินกลับเข้ามาที่ห้องอาหารอีกครั้ง พอป้ามลเห็นผมท่านก็รีบเดินเข้ามาหาผมทันทีอย่างเป็นห่วง

       "เป็นอะไรไปค่ะคุณดีแล่น" ป้ามลถามผมอย่างห่วงใย

       "ไม่เป็นอะไรครับ" ผมบอกก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้ง แหวะ! ขมปี๋! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย! กินอะไรก็ไม่ถูกปากไปหมด!! เซ็งโว้ย! ผมวางแก้วกาแฟลงอย่าหงุดหงิด ก่อนจะหันไปบอกป้ามลว่าผมจะไปทำงานแล้ว

      ผมชั่งใจอยู่นานหลายนาทีที่หน้าห้องอาหารว่าผมควรเข้าไปหายัยลูกหมาที่ห้องครัวดีหรือเปล่าหรือค่อยกลับมาคุยกับเธอตอนเย็นที่เดียวดี แต่จังหวะนั้นอยู่ๆ ยัยลูกหมาก็เดินมาทางผมพอดี เธอเห็นผมและก็ตกใจ รีบหันหลังเดินกลับไปในทางที่เธอมา ไวเท่าความคิด! ผมรีบวิ่งไปคว้าร่างเล็กนั้นเอาไว้ในอ้อมกอด

       "รีบไปไหน" ผมกอกร่างเล็กที่ดิ้นอยู่ภายในอ้อมกอดของผม พร้อมก้มลงไปกระซิบที่ข้างใบหูเธอ

       "ไม่อยากเห็นหน้า" คำพูดเรียบๆ ที่เธอพูดออกมาทำผมใจเสียทันที กะเพราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน......

        "แต่ฉันอยากเห็นหน้าเธอ ฉันอยากคุยด้วย" ผมบอกเสียงจริงจัง

        "หนูไม่มีอะไรจะคุยค่ะ!" เธอบอกผมก่อนที่จะหยุดดิ้นและยืนนิ่งๆ ให้ผมกอด

        "กะเพรา ฟังฉันหน่อยนะ ฉันขอโทษ มันจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว ให้ฉันได้อธิบายอะไรหน่อยเถอะ" ผมบอกเธอเสียงอ่อน ก่อนจะเอาคางเกยที่ไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อน

        "หนูอึดอัด ปล่อยหนูได้ไหมค่ะ อย่ากอดแบบนี้!" กะเพราพูดจบก็ใช่จังหวะที่ผมยืนช็อกกับคำพูดห่างเหินที่เธอใช่กับผมดันตัวเองออกจากออมกอดผมอย่างง่ายดาย

        "กะเพราทำไมพูดกับฉันแบบนี้!" ผมถามออกไปพรางดึงแขนเธอให้เข้ามาประชิดตัวผม

        "ขอโทษค่ะ" เธอบอกผมเสียงอ่อนลง เหมือนนึกได้ว่าเธออยู่กับผมในฐานะอะไร

        "ช่างมัน ฉันไปทำงานก่อนกลับมาค่อยคุยกัน" ผมพูดจบก็ปล่อยแขนเธอทันที ผมรู้ว่าเธอโกรธเรื่องเมื่อคืนนี้อยู่ แต่ผมไม่ชอบที่เธอต่อต้านผมแบบนี้เลย

        "ค่ะ" เธอตอบผมมาแค่นั้นก่อนจะเดินหายขึ้นห้องไป ผมได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังเล็กนั่นของเธอ เฮ้อออออ ฉันจะให้เวลาเธอนะยัยลูกหมา ต่อไปนี้ฉันจะชัดเจนกับเธอ ฉันขอเวลาแค่วันนี้เท่านั้น ผมคิดในใจก่อนจะออกไปทำงาน

เวลา 16.40 น.

        ผมขับรถกลับมาบ้านอย่างเหนื่อยล้า เหนื่อยจากการทำงานไม่เท่าไหร่ เหนื่อยทะเลาะกับผู้หญิงโรคจิตอย่างแหวนเพชรนี้เปลืองทั้งพลังงานเปบืองทั้งน้ำลาย เฮ้อออ เครียดโว้ยยย จะทำยังไงกับอีหมาบ้าแหวนเพชรดีว่ะ! อ็อก! ฉิบหาย!! จะมาอ้วกอะไรอีกตอนนี้ ผมรีบลงจากรถและหามุมยืนอ้วกทันที วันนี้ทั้งวันผมมีอาการคลื่นไส้ชวนอ้วกทั้งวัน เบื่ออาหารอีกต่างหาก ไม่ชอบอาการแบบนี้เลยวะ!!! ผมนั่งพักที่หน้าประตูบ้านอย่างหมดแรง หมดแรงจริงๆ เหนื่อยไปทุกอย่างทั้งงานทั้งหัวใจ ผมจะทำไงดีวะเนี่ย! คิดไม่ออกโว้ย! เมียก็เสียใจจนไม่ยอมคุยกับผม! อีบ้าแหวนเพชรก็จ้องแต่ขู่ผมว่าจะทำจริงถ้าผมไม่กลับไปหาเธอ! ประสาท! สติแตก! ไอ้ห่าไอก็ติดแต่เมียไม่สนใจเพื่อนเลยจะชวนไปดื่มก็ไม่ไป! ไอ้ดาเรนก็ไม่อยู่! พวกไอ้ไฟ ไอ้อลันก็ติดเมียอย่างกับปลิง ผมต้องการระบายกับใครสักคน! ระบายปัญหาชีวิตไม่ใช่ระบายความใคร่!!! อย่าคิดทะลึ่ง! แต่ทุกคนทิ้งผม!! พระเจ้ากำลังลงโทษคนบาปอย่าผมใช่ไหม!!!

         ผมเดินกลับขึ้นมาบนห้องนอนอย่างเพลียๆ ผมคิดว่ายังไงยัยลูกหมาก็ต้องนอนหลับอยู่ในห้องแน่ๆ และผมก็จะใช้จังหวะนี้ออดอ้อนเธอและขอโทษเธอ แล้วผมจะอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง แล้วที่สำคัญผมจะขอเธอคบอย่างจริงจังและยกเลิกสัญญาสวาททั้งหมดยัยแหวนเพชรจะได้เลิกบ้าสักที!! แต่สิ่งที่พบเห็นกลับเป็นห้องที่ว่างเปล่าไร้ร่างของยัยลูกหมานอนอยู่ สงสัยอาจจะไปอยู่ข้างล่างก็ได้ช่วยป้ามลทำอะไรอยู่ในครัวอย่างงี้เนอะ! ผมคิดอย่างผู้ชายโลกสวย! ผมลงไปหาเธอดีกว่าแต่จังหวะนั้นสายตาผมเหลือบไปเห็นที่โต๊ะเครื่องแป้ง เดี๋ยววว!!! ครีมบำรุงของยัยลูกหมาหายไปไหนหมด!!! ตอนนั้นผมถึงกับใจสั่นและใจหายวับทันที ผมวิ่งไปที่ห้องแต่งตัวและเปิดตู้เสื้อผ้าออกดู! ไม่จริง! ผมถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งลงตรงหน้าตู้เสื้อผ้าอย่างนั้น ก้อนเนื้อใต้อกบีบรัดตัวแน่น! เสื้อผ้าของยัยลูกหมาหายไปไหน!!! ยัยบ้าเอ่ย! นี่ยัยลูกหมาคิดหนีผมหรอเนี่ย.......

🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ความคิดเห็น