หมอนข้างขวา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ><

เล่นรอบที่ 52 ปล่อยมือ

ชื่อตอน : เล่นรอบที่ 52 ปล่อยมือ

คำค้น : ของเล่นฆ่าอารมณ์,โชติก้อง,หนึ่งชิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 169

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เล่นรอบที่ 52 ปล่อยมือ
แบบอักษร

เล่นรอบที่ 52 ปล่อยมือ

 

สายตาหลายคู่ในร้านทั้งพนักงานและลูกค้าต่างแอบลอบมองมาทางชายหนุ่มคู่หนึ่งที่นั่งรับประทานอาหารอยู่โดยเฉพาะชายที่ดูภูมิฐานใบหน้าอันหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆยิ่งทำให้คนที่แอบมองรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด ส่วนชายคนที่อายุน้อยกว่าก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารด้วยใบหน้าชมพูระเรื่อ

 

“อร่อยไหม” เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ

 

“ครับ” ก้องพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ” พูดจบโชติก็ตักอาหารมาใส่ในจานของชายหนุ่ม

 

ก้องเงยหน้าขึ้นมามองโชติด้วยความแปลกใจกับการกระทำเมื่อครู่ ก่อนที่ก้องจะรู้สึกตัวว่าคิดผิดที่เงยหน้าขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งสติให้ดี เพราะตอนนี้รอยยิ้มของอีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนใบหน้าของเขาให้แดงมากขึ้นกว่าเก่า

 

“ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงแบบนั้น” โชติยื่นหน้าเข้ามาใกล้และถามด้วยความเป็นห่วงแม้ว่าตัวเขาเองก็พอจะรู้ว่าก้องหน้าแดงเพราะอะไร

 

“เปล่าครับ” ก้องรีบตอบและขยับใบหน้าออกห่างอย่างอัตโนมัติและพยายามควบคุมสติตัวเองให้เป็นปกติที่สุด

 

“หรือว่าเขิน หึหึ”

 

“ทำไมผมต้องเขินด้วยครับ หน้าคุณโชติผมก็เห็นทุกวันจนเบื่อแล้ว” ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมาช้าๆเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 

“แต่วันนี้กูหล่อเป็นพิเศษเพื่อเดทแรกของเราเลยนะก้อง เบื่อกูจริงเหรอ” 

 

“บะ...เบื่อครับ” ก้องตอบออกมาเสียสั่น แม้ว่าจะพยายามควบคุมแล้วก็ตามแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะตอนนี้หัวใจของเขากำลังโดนทั้งรอยยิ้ม ทรงหน้าได้รูปและคำว่า เดทแรกของเรา เล่นงานอย่างหนักหน่วง

 

“เสียงสั่นเลยนะ หึหึ” โชติหัวเราะเบาๆและลงมือทานอาหารต่อ เพราะเขาคิดว่าควรจะหยุดแกล้งอีกฝ่ายได้แล้วก่อนที่ความน่ารักของคนตรงหน้าจะทำให้เขาห้ามใจตัวเองไม่ไหวจนกระชากอีกฝ่ายมาจูบกลางร้านอาหาร

 

ไม่นานของหวานที่สั่งไว้ก็ถูกยกมาเสริฟบนโต๊ะ ไอศกรีมหลากหลายสีถูกจัดวางบนวาฟเฟิลอุ่นๆที่ส่งกลิ่นหอมชวนกิน

 

ไอศกรีมนมถูกช้อนคันเล็กๆของชายหนุ่มตักเข้าไปในปากอย่างช้าๆ คาบสีขาวจางๆที่ติดอยู่บนริมฝีปากชมพูนั้นทำให้โชติได้แต่นั่งมองด้วยแววตาวาวโรจน์และใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้น

 

“คุณโชติไม่ทานเหรอครับ” ก้องถามออกไปเมื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายนั่งมองเขากินมาสักพักแล้ว

 

“แค่เห็นมึงกินกูก็อิ่มแล้ว” โชติตอบอีกฝ่ายแต่สายตายังคงจับจ้องก้องตาไม่กระพริบ คราบสีขาวที่ตัดกับริมฝีปากสีชมพูตรงหน้าทำให้โชติเริ่มคิดไปไกลเรื่อยๆ พร้อมกับบางอย่างข้างล่างที่รับรู้ถึงความรู้สึกและเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตอบสนอง แต่ก่อนที่มันจะมากไปกว่านี้ โชติก็รีบหยิบกระดาษเช็ดปากส่งให้อีกฝ่าย

 

“เช็ดปากซะบ้าง กินเลอะเป็นเด็กๆไปได้”

 

ก้องรู้สึกอายไม่น้อยที่อีกฝ่ายว่าเขาเป็นเด็กแต่ก็ยอมรับกระดาษที่อีกฝ่ายยื่นให้มาเช็ดปากเอาคราบไอศกรีมออกไป

 

“ผมอิ่มแล้วครับ” ก้องพูดพร้อมกับวางช้อนลง

 

โชติพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน

 

“ทั้งหมด ห้าร้อยหกสิบห้าบาทค่ะ” พนักงานสาวพูดเสียงหวานพอๆกับดวงตาที่กำลังมองไปยังใบหน้าคมเข้ม

 

โชติล่วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวาก่อนที่จะพบกับความว่างเปล่า เขาจึงล่วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงอีกข้างก็พบกับความว่างเปล่าไม่ต่างกัน

 

บัตรเครดิตที่มันควรจะอยู่ในกระเป๋าตอนนี้กลับหายสาบสูญ ก่อนที่โชติจะกำหมัดตัวเองไว้แน่นเมื่อคิดได้ว่าเขาลืมหยิบมันติดตัวมาด้วย

 

ก้องที่สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของอีกฝ่ายจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาและหยิบแบงค์พันยื่นให้กับพนักงานสาวที่จนตอนนี้ก็ยังคงมองคุณโชติไม่เลิก

 

“น้องครับ” ก้องส่งเสียงเรียกพนักงานสาวก่อนที่เธอจะสะดุ้งเล็กน้อยรีบรับเงินจากชายหนุ่มก้มศีรษะเป็นเชิงขอโทษและรีบเดินออกไป

 

โชติได้แต่โมโหตัวเองทั้งๆที่เขาวางแผนทุกอย่างมาเป็นอย่างดี แต่ด้วยความเคยชินที่เขาไม่เคยพกเงินหรือบัตรเครดิตติดตัวทำให้เขาลืมไปเสียสนิท

 

“คุณโชติครับ” ก้องยื่นแบงค์ร้อยหนึ่งใบไปตรงหน้าอีกฝ่าย

 

โชติมองแบงค์สีแดงตรงหน้าสลับกับใบหน้าของก้องด้วยความสงสัย

 

“ผมให้ครับ เผื่อเวลาคุณโชติอยากกินขนมจะได้มีเงินซื้อไงครับ” ก้องยิ้มออกมานิดๆอย่างผู้ชนะและถือว่าเป็นการแก้แค้นเรื่องที่คุณโชติว่าเขาเป็นเด็กเมื่อครู่นี้ด้วย

 

โชติจ้องมองหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้านิ่งๆ ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ

 

“พูดแบบนี้กับผู้ใหญ่ไม่น่ารักเลย” ประโยคสั้นๆที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากชายเบื้องหน้า ทำให้รอยยิ้มอย่างผู้ชนะของก้องจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามา

 

ก้องเกือบจะลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร คนที่มีอำนาจมากมาย คนที่ใครๆก็พากันเกรงกลัว คนที่ไม่เคยมีใครเอาชนะได้ คนที่ไม่มีใครกล้าต่อต้าน คนที่ไม่เคยมีใครกล้าดูหมิ่นหรือหยามเกียรติ

 

ในสายตาของก้องรู้สึกว่าคุณโชติเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก ก้องไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเหตุผลก็คือตัวเขาเองที่ทำให้คุณโชติเปลี่ยนไป แต่ว่าการที่อีกฝ่ายทำดีกับเขาและยอมเขาทุกอย่างทำให้เขาคิดว่าทำอะไรไปอีกฝ่ายก็คงไม่โกรธ โดยที่เขาลืมนึกไปว่าคนๆนี้กับเขาแตกต่างกันขนาดไหนและอย่างน้อยที่สุดอีกฝ่ายก็อายุมากกว่า เขาไม่ควรทำพฤติกรรมแบบนั้นเลย

 

“ผมขอโทษครับ” ก้องก้มหน้าเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวก่อนที่จะดึงแขนตัวเองกลับไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ภายในแต่ในวินาทีนั้นข้อมือของเขาก็ถูกจับเอาไว้แน่น

 

โชติมองดูใบหน้าที่ค่อยๆเงยขึ้นมาสบตาเขาอย่างช้าๆ ใบหน้าที่ดูเศร้าแต่ดวงตากลับดูเศร้ายิ่งกว่า ภาพตรงหน้าทำเอาโชติใจหายวาบ

 

ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดและแสดงพฤติกรรมดูถูกแบบนี้เขาคงโกรธมากแต่พอเป็นก้องเขาไม่มีความรู้สึกโกรธเลยสักนิดและยังอยากจะแกล้งให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดซะด้วยซ้ำแต่ก็คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงขนาดนี้

 

“จะเอาไปไหน เงินนี้ก้องให้พี่แล้วไม่ใช่หรือไง” โชติยิ้มออกมาก่อนจะใช้มืออีกข้างหยิบธนบัตรสีแดงในมือของก้องเก็บใส่กระเป๋ากางเกง ส่วนมืออีกข้างก็ยังจับข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น

 

“ผะ....ผมขอโทษครับคุณโชติ” ใบหน้าที่เคยเศร้าเปลี่ยนเป็นร้อนวูบวาบอีกครั้งเมื่อได้ยินสรรพนามใหม่ที่คุณโชติใช้เรียกแทนตัวเองว่าพี่

 

“ไม่ยกโทษให้จนกว่าก้องจะเรียกพี่ว่าพี่โชติ” โชติยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นก้องที่กำลังอายจนหน้าแดงคนเดิมกลับมา

 

ชายหนุ่มดูจะอึ้งไปมากกว่าเดิมจนทำตัวไม่ถูกได้แต่อ้าปากค้างมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มมาให้ไม่หยุด

 

“เรียกพี่สิ น้องก้อง” เสียงทุ้มน่าฟังดังขึ้นเหมือนกำลังสะกดจิตให้ชายหนุ่มพูดสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ

 

“พะ..พี่...ชะ”

 

“เงินทอนค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ” เสียงของพนักงานสาวดังขึ้นทำให้คำพูดที่ก้องกำลังจะพูดออกมาต้องถูกเก็บไว้ที่เดิม

 

ชายหนุ่มรีบใช้จังหวะนั้นดึงแขนของตัวเองให้เป็นอิสระและลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านทันที

 

“หึหึ” โชติส่ายศีรษะไปมาเบาๆและรับเงินทอนจากพนักงานก่อนจะเดินยิ้มตามชายหนุ่มออกไป

 

โชติไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายเรียกเขาว่าพี่เลยสักนิดเพราะมันฟังดูแปลกๆและไม่เข้าหูสักเท่าไรนักแต่ที่ทำไปเมื่อครู่เพราะเขาต้องการแกล้งก้องก็เท่านั้น แต่โชติเองก็ยอมรับว่าวินาทีที่ก้องจะพูดคำนั้นออกมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นเหมือนกัน

 

“จะรีบไปไหน เงินทอนไม่เอาเหรอไง หึหึ” โชติหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นสภาพก้องตอนนี้ เพราะอีกฝ่ายกำลังสวมหมวกกันน็อคเพื่อปิดบังใบหน้าแดงๆของตัวเองอยู่

 

ก้องยื่นมือไปหยิบเงินที่โชติยื่นมาให้อย่างรวดเร็วก่อนจะรีบหันหนีไปอีกทาง

 

.........................................................................................

 

เสียงของเครื่องยนต์ดังผสมไปกับเสียงของล้อรถที่บดไปบนพื้นถนนเป็นจังหวะ บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์เริ่มหายไปจากสายตาเรื่อยๆ เมื่อรถเริ่มเคลื่อนที่ไปบนทางลาดชันขึ้นลงไปมาของภูเขา ต้นไม้เขียวครึ้มปกคลุมไปทั่วทั้งสองข้างทาง ต้นเล็กบ้างใหญ่บ้างสลับกันไป สัตว์ป่าที่ออกมาหาอาหารก็มีให้เห็นบ้างเป็นระยะ แสงแดดอบอุ่นถูกผสมผสานเข้ากับไอเย็นที่พัดพามาพร้อมกับลมที่ปะทะผิวกายทำให้ก้องรู้สึกหนาวขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ผ่อนคลายเป็นอย่างมากจนเผลอกอดคนขับที่นั่งอยู่ด้านหน้าไว้แน่นกว่าเดิม

 

ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานมาอย่างมีประสิทธิภาพก็ดับลงเมื่อนำพาเจ้าของมาถึงจุดมุ่งหมาย ป้ายไฟดิจิตอลขนาดไม่ใหญ่มากนักแสดงอุณหภูมิไม่ถึงยี่สิบองศาเซลเซียส

 

ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่คุณโชติพาเขามาเที่ยวที่นี้ อุทยานที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายในเมืองมาสัมผัสกับธรรมชาติ และถึงแม้จะเป็นวันหยุดแต่วันนี้ก็มีนักท่องเที่ยวไม่มากนักเมื่อสังเกตจากรถที่จอดอยู่และผู้คนที่เดินไปมาผิดกับตอนวันหยุดเทศกาลที่เคยเห็นในข่าวลิบลับ

 

“ใส่ซะ” เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำที่โชติใส่อยู่ถูกถอดออกและยื่นมาให้ชายหนุ่มที่สวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเนื้อบาง

 

ก้องส่ายหน้าปฏิเสธ ทำให้โชติต้องจ้องมองอีกฝ่ายเป็นเชิงบังคับอยู่สักพักจนสุดท้ายเป็นเขาเองที่เลือกจะยอมแพ้ให้กับชายหนุ่มตรงหน้าเพราะไม่อยากจะขัดใจ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ไปกัน” โชติพูดจบกับถือโอกาสจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้แต่แน่นอนว่าก้องรีบสะบัดออกทันที

 

“คิดจะทำอะไรครับคุณโชติ” ก้องพูดออกไปด้วยความตกใจ น้ำเสียงเจือปนด้วยความโกรธเล็กน้อยที่อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็มาจับมือเขาอย่างถือวิสาสะในที่สาธารณะ

 

“แค่จับมือก็ไม่ได้สินะ เฮ้อ” เสียงถอนหายใจเบาๆของโชติดังขึ้น แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความสุขก่อนหน้านี้ดูเศร้าหมองลงไปอย่างน่าประหลาด

 

ก้องมองอีกฝ่ายที่กำลังหันหลังให้เขาและเริ่มเดินห่างออกไปช้าๆด้วยความรู้สึกหน่วงๆในอก ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นคนผิดแต่ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย

 

ชายหนุ่มไล่ความคิดแปลกๆในหัวออกไปก่อนที่จะรีบเดินไปอยู่ข้างๆอีกฝ่ายที่ตอนนี้เอาแต่เดินตรงไปข้างหน้าไม่สนใจแม้แต่จะหันมามองเขาเลยสักนิด

 

เสียงของนกตัวเล็กๆยังคงร้องให้ได้ยินเป็นระยะๆ ทิวทัศน์รอบด้านที่เคยเป็นบ้านพักและสิ่งก่อสร้างถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ใหญ่ ผู้คนรอบๆหายไปเหลือไว้เพียงแค่ชายทั้งสองที่ยังคงเดินไปตามเส้นทางโดยปราศจากบทสนทนาใดๆ

 

ก้องแอบหันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างๆหลายครั้ง ผู้ชายที่ทำหน้าตานิ่งๆและแผ่รังสีเย็นชาออกมาตลอดเวลาจนเขาเองรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อยที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

 

“อากาศดีจังเลยนะครับ” หลังจากชายหนุ่มรวบรวมความกล้าอยู่สักพักก็ตัดสินใจพูดออกไปเพื่อทำลายความเงียบ

 

“อืม” มีเพียงเสียงตอบเบาๆในลำคอโดยที่ใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงมองตรงไปด้านหน้า

 

ก้องเม้มปากแน่นด้วยความเครียดที่เริ่มมากขึ้นเพราะเขาไม่เคยเจอคุณโชติในโหมดนี้มาก่อน เขาเลยไม่รู้ว่าควรจะรับมือยังไงดี

 

“คุณโชติครับ ดูโน้นสิครับ นกตัวนั้นสวยดีนะครับ” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังนกที่ดูธรรมดาๆตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ข้างทางเพื่อหวังว่าจะเรียกความสนใจจากอีกฝ่ายได้บ้าง แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็มีเพียงเสียง “อืม” เบาๆและท่าทีที่ไม่ต่างจากเดิม

 

“เฮ้อ” ครั้งนี้เป็นก้องที่ต้องถอนหายใจออกมาเมื่อความพยายามทั้งสองครั้งถูกอีกฝ่ายเมิน เขาจึงได้แต่เดินตามสิงโตที่กำลังงอนไปเรื่อยๆท่ามกลางบรรยากาศเย็นยะเยือกของคนข้างๆที่ทำลายบรรยากาศอันงดงามของธรรมชาติไปอย่างไม่มีชิ้นดี

 

“ซ่าาาาาาาาา” เสียงกระทบของน้ำดังให้ได้ยินชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อทั้งสองคนเดินไปตามทางเดินที่เริ่มลาดชันและบันไดที่ทอดตัวยาวลงไปด้านล่างเรื่อยๆ

 

“อะ.....ขะ ขอบคุณครับ” ก้องหันไปพูดกับอีกฝ่ายเมื่อเขาเอาแต่คิดกังวลเรื่องคนข้างๆจนเดินสะดุดรากไม้ แต่อีกฝ่ายเอื้อมมือมาประคองเขาไว้ได้ทัน

 

“อืม” ดวงตาของทั้งสองประสานกันอยู่สักครู่ก่อนที่โชติจะปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระและหันไปมองทางอื่น

 

“พูดเป็นคำเดียวใช่ไหมครับ ได้...ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย” เหมือนขีดความอัดอั้นของก้องจะระเบิดออกมา หลังจากพูดจบชายหนุ่มก็เดินดุ่มๆไปตามทางอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจจะรออีกคนที่เดินตามมาติดๆ

 

“ก้อง เดินช้าๆเดี๋ยวล้ม” เสียงจากด้านหลังดังขึ้นแต่ก้องยังคงไม่หยุดฝีเท้าจนกระทั่งไปจนสุดทางเดิน

 

“ซู่ ๆ” เสียงของน้ำที่กระทบดังเข้ามาในโสตประสาท ธารน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาผ่านทางช่องหินและตกลงมากระทบกับพื้นน้ำเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำเย็นๆฟุ้งกระจายไปทั่ว แสงแดดอ่อนๆที่ส่องเล็ดลอดผ่านยอดไม้ลงมาเปลี่ยนละอองน้ำให้กลายเป็นสายรุ้งจางๆ สายตาของก้องจับจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าที่ทำให้เขาถึงกับลืมเรื่องที่ทำให้เขาเกิดอารมณ์เมื่อสักครู่

 

“สวยดีเนอะ” เสียงทุ้มของคนที่เข้ามายืนอยู่ข้างๆดังขึ้น

 

“พูดคำอื่นเป็นด้วยเหรอครับ” ก้องหันไปพูดกับโชติพูดจบก็เป็นเขาเองที่เดินออกไปสำรวจรอบๆ

 

โชติลอบยิ้มกว้างออกมาเมื่ออีกฝ่ายหันหน้าไปอีกทางก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งบนก้อนหินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ติดกับริมน้ำตกโดยที่สายตายังคงจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่เดินเล่นไปเรื่อยๆและยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ

 

เขากับก้องก็อยู่ด้วยกันมานานพอสมควรแต่เขาแทบจะไม่เคยเห็นก้องในมุมต่างๆมากมายนัก สิ่งที่เคยเห็นส่วนมากก็จะเป็นอีกฝ่ายในโหมดจริงจัง ชอบดื้อ รักศักดิ์ศรี บ้างาน แต่วันนี้เขาได้เห็นก้องที่กำลังพยายามง้อเขาอยู่ซึ่งสำหรับโชติแล้วรู้สึกว่าน่ารักมากๆและมันคุ้มอย่างที่สุดที่เขาต้องลงทุนทำเป็นงอนอีกฝ่ายเรื่องที่ไม่ให้จับมือ และมันก็ยังคุ้มอยู่ดีแม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นฝ่ายที่โดนงอนเข้าเอง

 

ก้องทิ้งตัวนั่งลงบนหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากอีกฝ่ายพอสมควรหลังจากที่เขาถ่ายรูปไปหลายสิบรูปและสำรวจมานานพอสมควร

 

ทุกอย่างตอนนี้ทำให้ก้องรู้สึกดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เย็นสบาย เสียงของน้ำตกและสีเขียวจากไม้นานาพรรณ ยกเว้นเพียงสองอย่างเท่านั้นที่กำลังกวนใจของเขาอยู่ อย่างแรกคือคุณโชติที่ไม่ว่าเขาจะหันกลับมามองกี่ครั้งอีกฝ่ายก็ยังคงนั่งทำหน้านิ่งมองไปที่น้ำตกเฉยๆ และอย่างที่สองคือนักท่องเที่ยวสาวสวยกลุ่มหนึ่งที่มาถึงน้ำตกได้สักพักแล้ว และพวกเธอก็กำลังคุยกันเรื่องคุณโชติแถมยังมีแอบถ่ายรูปด้วยซ้ำโดยที่คนโดนถ่ายก็มัวแต่นั่งนิ่งให้เขาถ่ายกันอยู่อย่างนั้น

 

“แกๆ งานดีมากเลยอะ ฉันขอนะ”

 

“ได้ไงย่ะ ฉันเห็นก่อนนะ”

 

“ไม่ต้องเถียงกัน เขาให้เบอร์ใครคนนั้นก็เอาไป”

 

คำพูดของผู้หญิงกลุ่มนั้นก้องได้ยินชัดเจนทุกคำพูดและได้ยินคำพูดแนวนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วแม้ว่าเขาพยายามจะไม่สนใจแล้วก็ตามแต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือทำไมเขาถึงต้องรู้สึกไม่ชอบใจผู้หญิงกลุ่มนี้ด้วยนะ

 

หลังจากกลุ่มหญิงสาวพูดคุยตกลงกันสักพัก สาวคนหนึ่งที่ดูสวยโดนเด่นที่สุดในกลุ่มก็ค่อยๆเดินไปทางโชติและนั่งลงข้างๆบนหินก้อนเดียวกัน ทั้งสองคนพูดคุยอะไรกันบางอย่างแต่ด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควรและเสียงที่ดังของน้ำตกทำให้ก้องไม่ได้ยินอะไรเลยสักนิด ทำได้เพียงนั่งมองชายหญิงทั้งสองที่นั่งตัวแทบจะเกยกันอยู่แล้ว

 

“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานดังขึ้นใกล้ๆโดยที่ก้องไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่แอบมองใครบางคนอยู่

 

“สะ สวัสดีครับ” ชายหนุ่มละสายตาจากภาพตรงหน้าไปมองหญิงสาวผมยาวที่เขาจำได้ดีว่าเป็นหนึ่งในหญิงสาวกลุ่มนั้น

 

“มาคนเดียวเหรอคะ ขอมายด์นั่งด้วยคนได้ไหมคะ”

 

“เออ คือ...” ก้องตอบอึกอักเพราะตอนนี้เขาหันไปมองคุณโชติที่กำลังรับโทรศัพท์มือถือของหญิงคนนั้นไปกดอะไรบางอย่าง

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มรีบตอบก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปทางโชติทันทีด้วยความรู้สึกร้อนลุ่มในใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“เดี๋ยวคืนนี้โทรหานะคะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่กับโชติรับมือถือคืนมา

 

โชติพยักหน้าให้เบาๆก่อนจะฉีกยิ้มทรงเสน่ห์จนหญิงสาวตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะลุกขึ้นและเดินสวนกับก้องกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนของเธอ

 

แค่ไม่กี่วินาทีที่เดินสวนทางกันก้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนั้นสวยไม่ใช่เล่น สวยพอที่จะเป็นนางเอกได้สบายๆแถมขนาดหน้าอกหน้าใจก็ไม่ธรรมดาเลยสักนิด เขาได้แต่กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นโชติส่งรอยยิ้มแบบนั้นให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขาก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกับชายที่ทำให้เขารู้สึกอารมณ์เสียอย่างที่สุด

 

“ไม่ชอบที่นี้หรือไง ถึงได้ทำหน้าบึ้งขนาดนั้น” โชติถามขึ้นก่อนที่จะหันหน้าไปมองน้ำตกโดยพยายามจะไม่มองหน้าคนข้างๆเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะกลั้นยิ้มไม่ได้แน่ๆเพราะหน้างอๆของก้องตอนนี้มันน่าฟัดสุดๆ

 

“เมื่อกี้นี้คุณโชติทำอะไรครับ” ก้องถามออกมาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

 

“หมายถึงอะไร”

 

“อย่าทำเป็นไม่รู้ครับ แล้วเวลาพูดกับผมมองหน้าผมด้วยครับ” ก้องพูดเสียงแข็งอย่างเหลืออด

 

“โมโหอะไรมาหืม” โชติหันมาสบตากับชายหนุ่มที่ตอนนี้ดูอารมณ์เสียมากๆ

 

“คุณโชติไปหลอกลวงอะไรผู้หญิงคนนั้นครับ”

 

“หึหึ หึงกูหรือไง” โชติหัวเราะเบาๆและฉีกยิ้มออกมาเพราะทนกับความน่าฟัดของอีกฝ่ายไม่ไหวแล้ว

 

“ไม่ต้องยิ้มเลยครับ บอกมาครับ ว่าคุยอะไรกันบ้าง”

 

“หึงชัดๆ หึหึ”

 

“มะ ไม่ได้หึงครับ พูดมาครับ ถ้าไม่พูดผมจะถือว่าคุณโชติขัดคำสั่งผม” อารมณ์ของชายหนุ่มตอนนี้โดนรอยยิ้มของอีกฝ่ายทำแปรปรวนไปหมดจนเขาเองทั้งเขิน ทั้งอาย ทั้งโกรธไปในเวลาเดียวกัน

 

“เขามาถามว่ากูโสดไหม แล้วก็ขอเบอร์”

 

“แล้วยังไงต่อครับ”

 

“กูก็เลยบอกไปว่ามีเมียแล้ว” โชติพูดจบใบหน้าของก้องก็เริ่มร้อนวูบแปลกๆ

 

“แต่ก็ให้เบอร์เขาไปใช่ไหมครับ”

 

“อืม” โชติตอบสั้นๆและยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อตอนนี้หน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนกลับมางอกว่าเดิมอีกเท่าตัว

 

“แต่ว่ากูให้เบอร์มั่วๆไป เพราะอยากจะแกล้งใครบางคนให้หึงเล่น” โชติตอบก่อนที่จะคว้าเอามือของคนข้างๆมากุมไว้แน่น

 

“ปล่อยครับ” ก้องพยายามดึงมือของตัวเองให้เป็นอิสระ

 

“ไม่ปล่อย แล้วก็เลิกโกรธได้แล้ว มึงก็น่าจะรู้ว่ากูจำเบอร์ตัวเองได้ที่ไหน เบอร์เดียวที่จำได้ก็มีแต่เบอร์ของเมียคนเดียว” พูดจบโชติก็ถือโอกาสกดจูบลงไปบนหลังมือของอีกฝ่ายทันที

 

“กรี๊ดดดด อ้ายยย...” เสียงร้องดังขึ้นทันทีจนก้องต้องหันกลับไปดูหญิงสาวกลุ่มเดิมที่อยู่ไม่ไกลมากนักกำลังยืนกรี๊ดและมองมาทางพวกเขาสองคนอย่างตกตะลึง

 

“จุ๊บ” ริมฝีปากหนากดจูบลงบนข้างแก้มของชายหนุ่มอย่างเน้นๆเรียกเสียงกรีดร้องอย่างไม่พอใจของหญิงสาวกลุ่มนั้นให้ดังขึ้นกว่าเดิม ส่วนผู้หญิงคนที่มาขอเบอร์คุณโชติตอนนี้เธอดูเหมือนจะสติหลุดจนทำมือถือที่อยู่ในมือตกพื้นจนหน้าจอแตก

 

หญิงสาวที่ตอนแรกคิดจะจีบคุณโชติแค่เล่นๆแต่พอได้เห็นรอยยิ้มนั้นก็ตกหลุมรักหมดใจ เธอมองชายหนุ่มที่โดนหอมแก้มด้วยความแค้นก่อนจะรีบเดินไปอีกทางอย่างรวดเร็วจนเพื่อนๆของเธอต้องรีบวิ่งตามไป

 

“ทะ ทำอะไรครับคุณโชติ” ก้องรีบผลักอีกฝ่ายออกพร้อมกับขยับตัวหนีก่อนที่จะหันไปมองซ้ายทีขวาทีเพื่อดูว่ามีใครเห็นการกระทำเมื่อครู่นี้อีกเหรอไม่ แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจอย่างมากเมื่อมองไม่เห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นและโล่งใจอย่างประหลาดที่คุณโชติไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไปจริงๆ

 

“หายหึงเหรอยัง หืม” โชติถามพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่าย

 

“ก็บอกแล้วไงครับว่าไม่ได้หึง” พูดไปชายหนุ่มก็ขยับตัวหนีไปด้วย

 

“ปากแข็งแบบนี้ต้องจูบให้เข็ด” โชติตีไปเบาๆที่ริมฝีปากของก้อง

 

“ถ้ากล้าก็ลองดูสิครับ” ก้องหันไปท้าทายแม้ว่าอีกใจหนึ่งก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำจริง

 

“ท้าผิดคนเหรอเปล่า” โชติแสยะยิ้มก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ทีละนิด

 

“อะแฮ่ม” ก้องส่งเสียงในลำคอเบาๆก่อนจะรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเมื่อรอยยิ้มนั้นเข้ามาใกล้เกินไป

 

“หึหึ” เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของโชติดังขึ้นก่อนที่ฝามือหนาจะคว้าไปจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ

 

ก้องรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากฝามือของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมาแต่น่าแปลกที่ความอบอุ่นนั้นมันไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ฝามือแต่มันกำลังไหลเข้าไปถึงข้างในของหัวใจ มันไม่มีเหตุผลเหรอข้ออ้างที่เหมาะสมใดเลยๆที่จะทำให้เขาต้องปล่อยมือของอีกฝ่ายไปอีกครั้ง

 

โชติยิ้มกว้างเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงบีบเบาๆที่อีกฝ่ายส่งกลับมา เขาหันไปมองใบหน้าด้านข้างของก้องที่ตอนนี้กำลังมองตรงไปที่น้ำตกเบื้องหน้า คนเพียงคนเดียวที่ทำให้ผู้ชายไร้รอยยิ้มอย่างเขาต้องยิ้มจนปวดแก้ม และหัวใจที่เคยเย็นชากลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้รู้จัก

 

ละอองน้ำเย็นๆที่ฟุ้งกระจายมาสัมผัสผิว สีเขียวของไม้นานาพรรณ บรรยากาศที่เงียบสงบ และกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยของอีกฝ่ายทำให้ก้องค่อยๆหลับตาลงช้าๆเพื่อคิดเรื่องสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับคนข้างๆ ก่อนที่ศีรษะของเขาจะค่อยๆเอนลงไปพิงอยู่บนไหล่กว้างและเข้าสู่ห่วงนิทราโดยไม่รู้ตัว

 

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น

ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกันนะครับ

 

หายไปหลายเดือนมาก และรู้สึกผิดมากๆที่ให้รอนาน

 

ต้องขอบคุณหลายๆท่านที่เข้าไปให้กำลังใจในเพจและในคอมเมนต์เป็นระยะๆต้องขอโทษที่ไม่ค่อยได้ตอบกลับนะครับ

 

อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่ก็ขอบคุณที่ยังรอนะครับ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}