เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 82 ใต้แม่น้ำหมินเจียง

ชื่อตอน : บทที่ 82 ใต้แม่น้ำหมินเจียง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 250

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 10:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 82 ใต้แม่น้ำหมินเจียง
แบบอักษร

“ในที่สุดเหยื่อสำหรับตกปลาก็มาแล้ว…เอาละพี่น้องทุกท่าน! เรามาจัดการไอ้ปลาทะเลพวกนี้กันเถอะ!!!” ต๊กโกวฉิวหลงกล่าวออกมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่คนของโรงเตี๊ยมประตูมังกรได้ขนร่างของวัวมังกรเพลิงมาจนเสร็จสิ้น

ต๊กโกวฉิวหลงหันหลังกลับไปพร้อมกับวาดกระบี่พิฆาตอาชาในมือออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ลมปราณวายุหอบใหญ่พุ่งออกไปราวกับใบมีดที่พุ่งแหวกห้วงอากาศออกไป กระบี่สายลมเฉือนร่างของวัวมังกรเพลิงขาดออกจากกันในทันที

ร่างของวัวมังกรถูกผ่าแยกออกจากกัน เลือดจำนวนมากล้นทะลักออกมาจากร่างที่แยกออกและไหลลงสู่แม่น้ำหมินเจียง ในตอนที่เลือดสีแดงเข้มเหล่านั้นผสมเข้ากับน้ำ พวกเหล่าปลาปีศาจทะเลใต้เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดซึ่งปรากฏขึ้นในแม่น้ำหมินเจียง ดวงตาของพวกมันต่างเต็มไปด้วยความกระหายเลือด

แม่น้ำหมินเจียงได้ปรากฏระลอกคลื่นผันผวน ยิ่งมายิ่งรุนแรง ยิ่งมายิ่งหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆราวกับเกิดมรสุมขึ้นภายในแม่น้ำ เป็นพวกปลาปีศาจนั่นเองที่ทำให้เกิดขึ้น พวกมันบังเกิดปฏิกิริยาต่อกลิ่นคาวเลือดอย่างรุนแรง พวกมันหิวกระหายราวกับปีศาจจากขุมนรก พวกมันว่ายเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเพื่อหาต้นตอของกลิ่นคาวเลือดนั้น

ในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงยกกระบี่พิฆาตอาชาขึ้นมาและชี้ไปยังเบื้องหน้าของตนเพื่อเป็นการส่งสัญญาณ ศิษย์ของสำนักแปดดาราพยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นต่างก็วาดฝ่ามืออัดลมปราณกระแทกร่างของวัวมังกรเพลิงให้หล่นลงไปในแม่น้ำหมินเจียงที่อยู่ตรงหน้าในทันที!

และเมื่อก้อนเนื้อขนาดมหึมาของศพวัวมังกรเพลิงได้ตกลงสู่แม่น้ำ ความโกลาหลที่แท้จริงพึ่งเริ่มขึ้น! เหล่าปลาปีศาจได้พุ่งกระโจนขึ้นจากน้ำและเข้ากัดกินเนื้อวัวมังกรเพลิงซึ่งเหม็นกลิ่นคาวเลือด แม่น้ำหมินเจียงที่เคยเงียบสงบมาโดยตลอดราวกับกลายเป็นแดนมิคสัญญีก็ไม่ปาน

“จัดการพวกมันเสีย!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมาพร้อมกับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเช่นนั้นคนทั้งหมดของกองกำลังสองสำนักจึงได้เริ่มเคลื่อนไหวโดยพร้อมเพรียง ที่ด้านหลังสุดของกองกำลลังนั้นคือเหล่าศิษย์สำนักเสียงสวรรค์ที่ชำนาญในศาสตร์ของดนตรีอย่างลึกซึ้ง

นิ้วของบรรดาคนเหล่านั้นได้ขยับโดยพร้อมเพรียง ราวกับบังเกิดภาพมายาที่พลิ้วไหว นิ้วของแต่ละคนต่างบรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีของตนเอง ในตอนนั้นเองที่ได้บังเกิดท่วงทำนองอันไพเราะของเครื่องดนตรีต่างชนิดบังเกิดขึ้นและผสมผสานกันอย่างลงตัว เสียงเหล่านั้นปรากฏระลอกปราณกระจายออกและครอบคลุมทั้งกองกำลังไว้

กองกำลังของทั้งสองสำนักได้บังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นกับร่างกายของตนเอง พวกเขาราวกับม้าศึกที่พร้อมพุ่งทะยานออกไป ราวกับขุนพลที่พร้อมจะกรีธาทัพเข้าต่อกรกับศัตรู!

“ฆ่าพวกมัน!” หนึ่งในศิษย์สำนักแปดดาราได้กล่าวขึ้นด้วยความฮึกเหิมและหัวใจที่พองโต คนจำนวนมากในกองกำลังโจมตีหลักพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์สำนักแปดดาราคนนั้นกระโจนขึ้นจากพื้นและพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศ เขารวบรวมปราณจากภายในและได้รวบรวมพวกมันเข้าสู่ฝ่ามือทั้งสองข้าง

ปราณดาราเคลื่อน ฝ่ามือสุริยันผลาญดารา ทวิดาราหลอมดาว!!

กระแสลมปราณสีดำดุจห้วงราตรีได้ขับเคลื่อนออกจากร่างกายของศิษย์สำนักแปดดาราผู้นั้นอย่างเกรี้ยวกราด กระแสลมปราณที่รวบรวมในฝ่ามือทั้งสองข้างถูกควบแน่นจนบังเกิดขึ้นกลายเป็นดวงดาราประกายแสงสีดำบนฝ่ามือทั้งสอง

“ฆ่า!!!” ศิษย์สำนักแปดดาราตะโกนออกมา ฝ่ามือทั้งสองข้างกดจากบนลงล่างประกายดวงดาราสีดำทั้งสองถูกประทับลงมาจากเบื้องบน ดวงดาราทั้งสองราวกับถูกจุดประกายแห่งความร้อนแรงจนบังเกิดขึ้นมา ดวงดาราร้อนแรงดุจดั่งดาวฤกษ์ทั้งสองพุ่งลงสู่แม่น้ำหมินเจียงไปทั้งอย่างนั้น ปลาปีศาจทะเลใต้ที่กำลังกัดกินเนื้อเปื้อนเลือดอย่างโหดเหี้ยมรู้สึกถึงความเจ็บปวดบางประเภท เป็นความปวดแสบปวดร้อนที่กระทบต่อผิวหนังของพวกมัน!

เมื่อปลาปีศาจทะเลใต้ได้มองขึ้นไปด้านบนก็พบกับก้อนลมปราณสุดร้อนแรงกระแทกลงมาอย่างรวดเร็วโดยที่มันไม่อาจทำอันใดได้! ทวิดาราหลอมดาวได้เข้าโจมตีกับร่างของปลาปีศาจอย่างถนัดถนี่ ในตอนนั้นเองที่ปลาปีศาจตนอื่นเริ่มรู้ตัว ดวงตาของพวกมันต่างเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว!

แต่ในพริบตานั้นเองที่ฝ่ามือจำนวนมากของศิษย์สำนักแปดดาราโหมกระหน่ำลงมาดุจดั่งสายฝนสีดำ ปลาปีศาจทะเลใต้จำนวนมากต่างบาดเจ็บกันไปเป็นแถบ แต่พวกมันก็ไม่ยินยอมโดยง่ายเพียงแค่นั้น!

ปลาปีศาจทะเลใต้ทั้งหลายเร่งรีบแหวกว่ายหนีให้พ้นห่าฝนดาราสุดร้อนแรงเหล่านั้น แต่ที่รอพวกมันอยู่กลับเป็นศิษย์สำนักเสียงสวรรค์แทน! พวกเขาต่างใช้ท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมพุ่งตามไปในทันที แต่ละคนต่างใช้ปราณสายลมและอาวุธของตนเองเข้าฟาดฟันเหล่าปลาปีศาจ!

ฉัวะ!!

บาดแผลจำนวนมากเกิดขึ้นบนร่างกายของปลาปีศาจ พวกมันต่างร้องออกมากันอย่างเจ็บปวด ดวงตาของพวกมันยิ่งเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว! แต่ในตอนนั้นเองที่มีสายลมโหมกระหน่ำมาจากทิศทางบนฝั่ง!

สายลมหอมนั้นที่แท้ก็คือต๊กโกวฉิวหลง! เขาพุ่งไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระบี่พิฆาตอาชาในมือ! กระบี่เล่มยาวนั้นถูกต๊กโกวฉิวหลงฟาดไว้ด้านหลังก่อนที่จะฟันกระบี่ยาวเล่มนั้นออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน! ร่างทั้งร่างของเขาราวกับจะลอยออกไปตามแรงการเหวี่ยงกระบี่นั้น

ตู้มมมม!!

ร่างของปลาปีศาจตัวที่โดยกระบี่ของเขากลับขาดออกจากกันในทันที! ศพของปลาปีศาจกระจายเกลื่อนกราดไปทั่วแม่น้ำ ศิษย์สำนักทั้งสองที่มีหน้าที่โจมตีพริ้วร่างลงไปยืนบนศพของปลาปีศาจทะเลใต้และซากที่เหลือของวัวมังกรเพลิง การโจมตีของพวกเขายังไม่จบเพียงเท่านั้น พวกเขาแต่ละคนที่ถูกหนุนเสริมความสามารถด้วยศาสตร์ดนตรีต่างฆ่าปลาทะเลเหล่านั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ครืนนนนน

ในตอนนั้นเองที่แม่น้ำหมินเจียงบังเกิดคลื่นลมอันไม่สงบขึ้น ฟองอากาศผุดขึ้นมาจากผิวน้ำจำนวนมาก และในที่สุดตอนนั้นเองที่ได้มีเงาดำหมุนเวียนไปโดยรอบภายใต้แม่น้ำหมินเจียง เป็นพวกปลาปีศาจที่ยิ่งมายิ่งมากกว่าเดิม!

ต๊กโกวฉิวหลงที่ยืนอยู่บนศพของปลาปีศาจทะเลใต้ที่ลอยอยู่บนน้ำ เขาจับจ้องไปทางพวกมันและกระชับกระบี่พิฆาตอาชาในมือ เขาหันกลับไปบนฝั่งและตะโกนสั่งออกไปในฐานะผู้นำ “ผู้มีหน้าที่ก่อกวนฝูงสัตว์อสูร ลงมือได้แล้ว!”

สิ้นเสียงของต๊กโกวฉิวหลง เหล่าศิษย์ที่เหลือบนฝั่งต่างก็เริ่มขยับตัวกันแล้ว รวมถึงถังเฟยหู่เองด้วย ร่างกายของชายหนุ่มได้กระตุ้นปราณวายุออกมาอย่างรวดเร็ว สายลมอ่อนได้บังเกิดขึ้นรอบกายของเขา

ปราณเจ็ดสำเนียง ท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลม!!

ฟิ้วววว!!

ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปตามๆกัน ในตอนนั้นเองที่แต่ละคนต่างงัดเครื่องดนตรีของตนออกมา ถังเฟยหู่หันกลับไปมองผู้อื่นในกลุ่มของตนเองและจับจ้องมองพวกเขา สังเกตถึงการกระทำของผู้อื่นเพื่อเรียนรู้ว่าพวกเขาจะเล่นบทเพลงไหนออกมา

“ใช้เสียงกระแทก” ศิษย์พี่หญิงผู้หนึ่งในกลุ่มของเขาได้กล่าวขึ้นมา นางได้ยกขลุ่ยเหล็กของตนเองขึ้นและประทับเข้ากับปากของตนเองเมื่อลอยอยู่กลางอากาศ คนอื่นที่ตามมาภายหลังรวมถึงถังเฟยหู่เองก็ได้กระทำตามในทันที วิชาเสียงกระแทกเป็นวิชาพื้นฐานที่สุดของสำนักและไม่ใช้พลังปราณมากมายเท่าใดนัก

วี๊!!

เสียงเหล็กแหลมจำนวนมากดังขึ้นพร้อมกัน! คลื่นเสียงโหมกระหน่ำดุจห้วงพายุได้พุ่งออกไปใส่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว! ในตอนนั้นเองที่เหล่าปลาปีศาจทะเลใต้ได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แม้พวกมันจะหลบซ่อนอยู่ภายใต้แม้น้ำ แต่คลื่นเสียงของวิชาเสียงกระแทกย่อมสามารถโจมตีผ่านห้วงแม่น้ำเหล่านี้ได้อยู่แล้ว แม้จะไม่รุนแรงมากมายจนถึงกับฆ่าพวกมันได้แต่ก็สามารถทำให้มันมึนงงได้เช่นกัน

“ตอนนี้แหละจัดการมัน!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมา!

ในชั่วเวลาเดียวกันนั้นเองที่ศิษย์สำนักแปดดาราต่างซัดฝ่ามือของพวกตนใส่ผืนน้ำของแม่น้ำหมินเจียง ฝ่ามือปราณจำนวนมากระเบิดแม่น้ำนั้นออกจนร่างจำนวนมากของเหล่าปลาปีศาจทะเลใต้ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ

ผู้คนในกองกำลังโจมตีหลักต่างดวงตาแววโรจน์ด้วยความฮึกเหิม พวกเขาต่างระดมโจมตีอย่างสุดกำลังใส่พวกปลาเหล่านั้นในขณะที่พวกมันกำลังมึนงงอยู่ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับกองกำลังสนับสนุนด้านหลังได้เปลี่ยนบทเพลงที่เล่นออกมาเพื่อสนับสนุนตามสถานการณ์

ติ๊ง…

เสียงสายพิณโบราณหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่เครื่องดนตรีอื่นจะขับขานบทเพลงและเล่นตามท่วงทำนองนั้นอย่างรวดเร็วจนบังเกิดเป็นเสียงประสานของบทเพลงชนิดหนึ่ง ที่ศิษย์สำนักเสียงสวรรค์กำลังบรรเลงอยู่นั้นคือบทเพลงวายุสลาตัน บทเพลงที่รวดเร็วดุจวายุโหมกระหน่ำ มีผลสนับสนุนให้การเคลื่อนไหวของกองกำลังหลักรวดเร็วขึ้น

เมื่อได้การสนับสนุนจากบทเพลงวายุสลาตัน ต๊กโกวฉิวหลงได้วาดกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็วและปลิดชีวิตของปลาปีศาจไปจำนวนมาก ศพของปลาปีศาจต่างร่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับห่าฝน

ส่วนกลุ่มของถังเฟยหู่เองก็มิได้อยู่นิ่งเฉย พวกเขาใช้ความเร็วที่ได้เปรียบในการสนับสนุนและโจมตีปลาปีศาจที่ลอยอยู่กลางอากาศ ถังเฟยหู่กระโดดและเหยียบลงบนศพของปลาปีศาจก่อนที่จะออกและถีบส่งร่างของตนเองให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ มือข้างที่ไม่ได้ถือขลุ่ยหยกของเขาได้ออกแรงชกออกไปและทะลุเข้าไปในร่างของปลาปีศาจตนหนึ่งที่อยู่กลางอากาศในทันทีด้วยแรงอันมหาศาล

‘ตอนนี้แหละ!’ ถังเฟยหู่เดินลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อฝึกขั้นที่สามของวิชาปราณลึกลับนี้ในทันที เคล็ดกายหยาบมารถูกโคจรออกไปอย่างรวดเร็ว เขาสามารถรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่างผ่านทางมือที่ทะลวงเข้าไปในร่างของปลาปีศาจ เขารู้สึกราวกับกำลังมีอะไรบางอย่างซึมซับเข้ามาในร่างของเขา แต่ยังไม่ทันทำอะไรร่างของเขาและปลาปีศาจตนนั้นก็ร่วงหล่นจากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ตู้มมมม!

ร่างของเขาและเจ้าปลาปีศาจได้ตกลงสู่แม่น้ำหมินเจียงพร้อมๆกัน ถังเฟยหู่ที่ได้สติเขาก็รีบว่ายขึ้นมาและโผล่ขึ้นเหนือน้ำในทันที แต่ในตอนนั้นเองที่เจ้าปลาปีศาจตนหนึ่งได้ว่ายขึ้นมาและกระโจนขึ้นกลางอากาศ ปากอันกว้างใหญ่และฟันอันแหลมคมของมันกำลังเข้าใกล้ร่างของเขาเรื่อยๆ

ถังเฟยหู่สลายขลุ่ยหยกในมือทิ้งและเปลี่ยนมันให้กลับเป็นอสรพิษน้อยที่พันอยู่รอบคอ มือซ้ายและขวาของเขาจับไปยังฟันอันแหลมคมของปลาปีศาจทะเลใต้ทั้งบนและล่างของปากมันไว้ มือของเขากำแน่นและออกแรงดันไม่ให้มันกัดลงมายังร่างของเขา แต่ในตอนนั้นเองที่ปลาปีศาจอีกตนว่ายมาด้านหลังของเขา

“บ้าเอ๊ย! มากันเยอะเสียจริง” ถังเฟยหู่ออกเตะออกไป เท้าของเขาเข้ากระแทกด้านข้างของปลาปีศาจทะเลใต้ในมือ ทันทีที่มันโดนเตะไป กระดูกทั่วร่างของมันก็ได้แตกหักในทันที ฟันของมันที่ถูกจับอยู่ในมือของเขาได้หักออกพร้อมกับร่างของมันที่ถูกส่งลอยออกไปไกลในชั่วพริบตา

ถังเฟยหู่รีบพลิกร่างกลับมาพร้อมกับปลาปีศาจทะเลใต้ที่พุ่งเข้ามา ฟันอันแหลมคมในมือของเขาถูกถังเฟยหู่ซัดออกไปด้วยกระบวนท่าหนึ่งเข็มทะลวงฟ้า! เขี้ยวอันแหลมคมนั้นพุ่งออกไปและแทงเข้าไปในตาข้างหนึ่งของปลาปีศาจตนนั้นในทันที

ปลาปีศาจร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้นำเขี้ยวที่เหลืออีกหนึ่งอันในมือแทงเข้าไปยังกลางหัวของปลาปีศาจอย่างโหดเหี้ยม เขี้ยวในมือของเขาแทงลึกเข้าไปในหัวของมัน เขาเร่งรีบโคจรเคล็ดกายหยาบมารในทันที ความรู้สึกเหมือนเมื่อกี้กลับมาอีกครั้ง

ถังเฟยหู่เผยรอยยิ้มออกมา เป็นดั่งที่เขาคาดดูเหมือนความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาได้รับจะเป็นผลจากการใช้กายหยาบมารได้สำเร็จ ไม่เหมือนกับตอนที่เขากินเนื้อสัตว์อสูรปรุงสุก แต่นับว่าผลของมันน้อยกว่าตอนที่เขาดูดกลืนราชาค้างคาวปีกม่วงเข้ามาในร่างมากมายนัก เขาคิดว่าตัวแปรสำคัญของสิ่งที่แตกต่างกันก็คงจะเป็นจิตวิญญาณอสูรทมิฬมากกว่า หากเขาสามารถใช้รูปแบบของอสูรทมิฬที่เหมือนก่อนหน้านี้ก็คงสามารถฝึกกายหยาบมารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อสรพิษมรกตเลื่อยจากคอของเขากลับไปยังมือของเขา เขาเปลี่ยนมันให้กลับเป็นขลุ่ยหยกอีกครั้งก่อนที่จะเร่งรีบพุ่งทะยานกลับไปรวมกับกลุ่มของตัวเองอีกครั้ง โดยแต่ละคนต่างยื่นกับอยู่บนศพขของเหล่าปลาปีศาจที่ลอยกันอยู่บนแม่น้ำหมินเจียง ในตอนนั้นเองที่ทุกคนได้บรรเลงบทเพลงอัสนีฟ้าคำรามออกมา ซึ่งถังเฟยหู่ก็บรรเลงเพลงนี้ไปพร้อมกับคนอื่นด้วยเช่นกัน

เมื่อบทเพลงอัสนีฟ้าคำรามถูกขับขานออกมาก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ปลาทะเลปีศาจพุ่งทะยานขึ้นจากใต้แม่น้ำหมินเจียงอีกเป็นเท่าทวี จำนวนของพวกมันมากมายเสียจนจนน่าตกใจ กลุ่มของนักดนตรีในทัพหน้าต่างก็แสดงสีหน้าซีดเซียวออกมากันเป็นแถบ พวกเขาหยุดเล่นดนตรีในทันที

ศิษย์พี่หญิงผู้หนึ่งที่ใช้ขลุ่ยเป็นอาวุธมองไปรอบๆ “กระจายกำลังออกไปและเล่นเพลงภูติหิมะร่ำไห้จากรอบนอกเพื่อทำให้พวกมันเคลื่อนไหวช้าลง” นางกระโดดขึ้นกลางอากาศพร้อมกับเรียกทาสอสูรปักษาตนหนึ่งออกมา “ใครมีทาสอสูรประเภทบินก็จงพาคนที่ไม่มีไปด้วย พวกเราต้องทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด”

ในตอนนั้นเองที่แต่ละคนได้เรียกทาสอสูรของตนออกมา ซึ่งมีศิษย์ชายคนหนึ่งสังเกตว่าถังเฟยหู่ไม่ได้เรียกออกมาจึงได้ออกปากเชื้อเชิญเขาให้ไปด้วยกัน ชายคนนั้นเรียกทาสอสูรเหยี่ยววายุออกมา เขาและถังเฟยหู่กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันพร้อมกับที่เหยี่ยววายุกระพือปีกออกไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้าชื่ออะไรงั้นเหรอ” ชายเจ้าของเหยี่ยววายุกล่าวถาม เขามีท่าทางที่สุภาพและใบหน้าที่อ่อนโยน ในมือของเขาคือซอเอ้อหูตัวหนึ่งที่มีสีขาว ซึ่งคาดว่าน่าจะทำมาจากกระดูกของสัตว์อสูรประเภทหนึ่ง ซึ่งถังเฟยหู่มองไม่ออกว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องดนตรีธรรมดาหรือว่าเป็นอาวุธจิตวิญญาณกันแน่

“เรียนศิษย์พี่ ศิษย์น้องชื่อว่าถังเฟยหู่” เขากล่าวตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่โดยดีซึ่งอีกฝ่านก็หันกลับมามองหน้าเขาอย่างงุนงงพร้อมกับสำรวจโดยละเอียด จากนั้นเขาจึงได้กล่าวออกมา “ศิษย์พี่อันใด ศิษย์น้องอันใด เจ้าเห็นว่าหน้าข้าแก่มากหรืออย่างไร อย่างมากข้าก็เกิดก่อนเจ้าสักปีสองปีเองละมั้ง เพ้ยๆๆ น่าเกลียดที่สุดมาเรียกข้าว่าศิษย์พี่ พวกเราอายุไล่เลี่ยกันชัดๆ เรียกข้าว่าลู่ชิง จากนี้เราคือสหายกัน!”

ลู่ชิงกล่าวรวบรัดตัดตอนแต่เพียงผู้เดียว ถังเฟยหู่ได้แต่ทำสีหน้าไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกเช่นใดดี ในตอนที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเองที่เหยี่ยววายุได้นำพาพวกเขามาจนถึงอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำหมินเจียง เบื้องล่างของพวกเขาคือเหล่าศิษย์พี่น้องที่พยายามเข้าต่อสู้กับปลาปีศาจที่ดูไม่ลดจำนวนลงแม้แต่น้อย

ลู่ชิงและถังเฟยหู่หันกลับไปดูศิษย์พี่หญิงที่เป็นผู้นำ และในตอนนั้นเองที่นางได้ทำสัญลักษณ์มือให้พวกเขาทั้งหมดในกลุ่มทราบว่าสามารถลงมือได้เลย กลุ่มของพวกเขาที่อยู่บนหลังทาสอสูรและสัตว์อสูรประเภทบินต่างก็เริ่มบรรเลงบทเพลงของตนออกมา จังหวะที่เชื่องช้าและเศร้าสร้อยถูกเล่นออกมา

วรยุทธ์ศาสตร์ดนตรี บทเพลงภูติหิมะร่ำไห้!

เพลงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาดูรได้ถูกบีบอัดและพุ่งเป้าไปยังเหล่าสัตว์ปีศาจแห่งทะเลเหล่านั้น พวกมันแต่ละตัวราวกับรู้สึกบีบคั้นที่หัวใจ ราวกับพวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในธารน้ำที่หนืดข้นและขยับตัวได้ยากเป็นอย่างมาก

ในตอนนั้นเองที่กลุ่มโจมตีหลักเริ่มโจมตีอีกครั้งหนึ่ง แม่น้ำหมินเจียงที่เคยเงียบสงบราวกับกลายเป็นลานประหารที่เต็มไปด้วยเลือด การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งฝูงของสัตว์อสูรทะเลได้แตกพ่ายไปและลดจำนวนลงเรื่อยๆ

ฝ่ายหนึ่งถูกหนุนเสริมจากบทเพลง อีกฝ่ายถูกลดความสามารถลงด้วยบทเพลง การต่อสู้นี้ช่างไม่ยุติธรรม แต่เช่นนั้นคงไม่สลักสำคัญเพราะปลาปีศาจเหล่านี้คงไม่อาจเรียกร้องความเป็นธรรมที่ไหนในสนามรบได้

ศิษย์พี่หญิงที่ใช้ขลุ่ยมองดูภาพด้านล่างเพื่อประเมิณสถานการณ์ “พวกเราลงไปจัดการมันเถอะ ตอนนี้พวกมันลดจำนวนไปมากแล้ว คิดว่าแบบนี้จะทำให้พวกมันพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และหากเห็นท่าไม่ดีก็จงถอยฉากออกมาและให้กลุ่มโจมตีหลักจัดการแทนโดยพวกเจ้าใช้ศาสตร์ดนตรีช่วยสนับสนุนพวกเขา”

กลุ่มคนบนหลังสัตว์อสูรพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขาต่างก็กระโดดลงไปพร้อมกับทาสอสูรของตน ถังเฟยหู่เองก็กระโดดลงไปในทันทีพร้อมกับม้วนตัวเตะเข้าใส่ปลาปีศาจตนหนึ่งอย่างแรงจนกระดูกของมันแตกร้าวไปหมด ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังชุลมุนอยู่นั้นในการลากปลาปีศาตลงใต้แม่น้ำ

เมื่อจากสายตาของทุกคนแล้วเขาทดลองเรียกจิตวิญญาณอสูรทมิฬออกมา เขาจัดการโคจรเคล็ดกายหยาบมารในทันที โชคดีที่เขาเคยผ่านการฝึกที่โหดร้ายภายใต้น้ำตกจนสามารถหายใจจากภายใน แม้อยู่ใต้น้ำก็ไม่จำเป็นต้องหายใจแต่ใช้ลมปราณหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในร่างกายของตนแทน

ถังเฟยหู่ค้นเข้าไปในห้วงความทรงจำของตนเองเพื่อพยายามจะทำสิ่งที่อสูรทมิฬได้ทำกับราชาค้างคาวปีกม่วงออกมาอีกครั้ง เขาเลียบแบบทุกความรู้สึกที่เหมือนกับตอนนั้น เลียนแบบแม้กระทั่วจังหวะการเต้นของหัวใจ เขาส่งความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันกับตอนนั้นไปหาอสูรทมิฬ

เขาใช้เวลาอยู่นานจนในที่สุดอสูรทมิฬก็ได้ตอบสนองต่อความต้องการของเขา มันได้สลายหายไปและหลอมรวมเข้ากับร่างของเขาจนกลายเป็นรอยสักรูปหัวกะโหลกบนหน้าอกของเขาอีกครั้งหนึ่ง

ถังเฟยหู่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ‘ข้าทำมันได้แล้ว! ต่อไปก็ลองใช้เคล็ดกายหยาบมารอีกครั้ง ไม่ทราบว่าครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จหรือไม่’ เขาหันกลับมาสนใจร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ตรงหน้าอีกครั้ง ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาประทับลงไปบนร่างของมันจากนั้นจึงได้โคจรลมปราณมรณะออกมา

ปราณมารไร้ลักษณ์ กายหยาบมาร!!

ดวงตาสีม่วงดำของเขาเปล่งประกายแห่งความเป็นมารออกมา รอยสักรูปกะโหลกบนหน้าอกของเขาเกิดการเคลื่อนไหว มุกมารทั้งสามเองก็ขยับเคลื่อนไหว พวกมันส่งพลังดูดกลืนอันแปลกประหลาดออกมา ในตอนนั้นเองที่ร่างของปลาปีศาจเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น!

ร่างวิญญาณของมันได้หลุดลอยออกมาจากร่างและถูกรอยสักดูดกลืนเข้าไปให้แก่มุกมารทั้งสามก่อนที่จะบดขยี้วิญญาณดวงนั้นและกระจายไปหล่อเลี้ยงทั่วทั้งร่างกายของเขาแทน จากนั้นเมื่อวิญญาณของปลาปีศาจถูกร่างกายของเขาดูดซับไปแล้ว รอยสักนั้นก็ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง มันได้ดูดกลืนร่างของปลาปีศาจทะเลใต้ตรงหน้าเขาไปในร่างของเขาในชั่วพริบตาเดียว

ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นมา ‘ครั้งนี้สำเร็จด้วยดี ดูเหมือนว่าอสูรทมิฬจะเป็นกุญแจสำคัญในการฝึกกายหยาบมาร’ เขาหันไปมองโดยรอบตัว เขายังสามารถมองเห็นร่างของปลาปีศาจที่แหวกว่ายไปมาอยู่ภายใต้แม่น้ำหมินเจียงแห่งนี้ เขาเผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะพุ่งทะยานไปหาพวกมัน!

ตู้มมมม!!

หมัดของเขาต่อยออกไปใส่ปลาปีศาจตนหนึ่งอย่างถนัดถนี่ จากนั้นก็ใช้เคล็ดกายหยาบมารดูดกลืนวิญญาณและร่างกายของปลาปีศาจไป เขาทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนจำนวนของปลาปีศาจจำนวนมากถูกร่างกายของเขาดูดกลืนไปและเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมาการใช้เคล็ดวิชายิ่งรวดเร็วมากขึ้น

แม้พลังปราณโดยรวมจะไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าไหรจนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับกลายเป็นร่างกายของเขาที่ดูจะปราดเปรียวยิ่งขึ้นภายใต้แม่น้ำสายนี้ ซึ่งถังเฟยหู่เองก็สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้

ในตอนนั้นเองที่ราวกับเขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ‘หรือว่าจะเป็นเหมือนกับตอนที่พวกฝูงค้างคาวให้ความเคารพในตัวข้าหลังจากกลืนกินราชาของพวกมันไป ไม่แน่ว่า…ความสามารถที่แท้จริงของเคล็ดกายหยาบมารก็คือการดูดกลืนความสามารถและความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร! นี่เหรอคือกายหยาบมาร!’

ความรู้สึกของเขาในตอนนี้กลับตื่นเต้นจนแทบบ้า! เช่นนี้หากเขากลืนกินพวกสัตว์อสูรจำนวนมากเข้าไป ความสามารถโดยรวมของร่างกายเขาไม่ทราบว่าจะพัฒนาจนไปถึงระดับไหนกันแน่ ลมปราณมารไร้ลักษณ์นี่คือวิชาใดกันแน่ วิชานี้ราวกับมิใช่วิชาที่อยู่บนโลกราวกับมันหลุดออกมาจากตำนาน

ถังเฟยหู่ยิ้มอย่างลำพองใจ เขาเร่งรีบว่ายน้ำต่อไปเรื่อยๆและเข้าฟาดฟันกับปลาปีศาจทะเลใต้จำนวนนับไม่ถ้วน เขาดูดกลืนร่างสัตว์อสูรปลาปีศาจทะเลใต้ต่อไปเรื่อยๆราวกับตัวเขากลายเป็นปีศาจที่หิวกระหายและไม่รู้จักพอ แต่การกระทำของเขากลับอยู่ในสายตาของใครบางคน…ไม่สิ ของบางสิ่ง มีบางสิ่งบางอย่างกำลังจับจ้องมายังถังเฟยหู่ที่ดูดกลืนปลาปีศาตอย่างตระกละ

ครืนนน ในตอนนั้นเองที่ภายใต้แม่น้ำหมินเจียงได้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น และในชั่วพริบตานั้นเองที่วัตถุขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งแหวกห้วงน้ำใต้ทะเลและฟาดเข้าใส่ร่างของถังเฟยหู่อย่างเกรี้ยวกราด!!

ตู้มมมมม!!

 

=============================================

มาแล้วครับตอนใหม่ ขอโทษที่หายไปนาน ช่วงนี้ที่โรงบาลของไรท์มีประชุมบ่อยมาก กำลังวุ่นๆเลยแหละ วันนี้มีประชุมเต็มวันทั้งสัปดาห์เลย น่าจะหายไปอีกสักหลายวัน ขอโทษล่วงหน้านะครับบบบ

ความคิดเห็น