แมงหมี่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 586

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 10:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

บทที่ 3

20:45 น.

ติ๋งหน่อง ติ๋งหน่อง

“เซเว่นสวัสดีครับ~”

เมื่อเสียงสัญญาณบ่งบอกว่าลูกค้าเข้ามา…ตามฉบับของร้านก็ต้องพูดต้อนรับโดยอัตโนมัติ…วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมเข้ามาดูแลร้านสาขาแถวมอ.ตัวเอง…หลังจากที่ผมซ้อมสแตนเสร็จก็ตรงดิ่งมาที่นี่เพื่อปิดงบของวันนี้ให้ม๊า…ถึงผมจะยุ่งแค่ไหนยังไงผมก็ต้องเข้ามาปิดงบอยู่ดี…จะให้ม๊ามาก็กลัวจะลำบาก…เพราะบ้านจากที่ร้านก็ไม่ได้อะไรแต่ตอนกลางคืนรถมันติดไง…อยู่ใจกลางกรุงเทพฯอีกด้วย…ผมก็เลยต้องปิดคนดูแลสาขานี้เองเลย…จะได้แบ่งเบามาด้วยอีกแรง…

“อิมยอดทั้งหมดแสนสี่หมื่น”

“…”

“แต่พี่นับแล้วมันขาดไปห้าร้อย”

“จริงหรอพี่”

ผมยืนงบอยู่กับเคาน์เตอร์เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงโมงได้…หลังจากที่นับเงินวนไปจะสองรอบก็ยังไม่ครบอยู่ดี…แล้วคือวันนี้ผมไม่หด้เข้ามาช่วยงานด้วย…น้องๆในร้านต้องทำเงินหายแน่นอน…ผมเตือนพวกน้องแล้วให้ระวังเวลาคิดเงิน…เพราะถ้าหายคนที่ซวยคือคนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์…เพราะต้องควักเงินตัวเองให้ครบตามยอด…

“ใครดูแลตรงนี้”

ผมถามอิมน้องในร้านเพราะร้านผมเปลี่ยนเวรสามกันกะ…กะเช้ากะบ่ายและก็กะดึก…แล้วตอนนี้มันยุในช่วงกะบ่ายอยู่…ปัญหาพวกนี้มันมีบ่อยแล้วผมก็จะไม่ค่อยให้น้องมันควักออกกัน…เพราะส่วนใหญ่สาขาผมก็มีแต่เด็กมัธยมปลายกับน้องที่ทำงานพิเศษที่กำลังรอเข้าช่วงมหาลัยฯ…

“ฟางกับอิมเองพี่เอิร์ธ”

“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูดีๆ”

“…”

“ที่อื่นเขาไม่ได้ใจแบบพี่นะอิม”

อิมที่ยืนข้างๆผมถึงกับเงียบ…ส่วนฟางน้องมันเข้ากะเช้า…แล้วทั้งสองก็เป็นเด็กที่ทำงานรอเข้ามหาลัยฯทั้งนั้น…ผมส่ายหัวให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า…การทำงานมันต้องรอบคอบแล้วยิ่งส่วนของแคชเชียร์มันก็ต้องระมัดระวังให้มาก…

“พี่ยังจะไม่หักเงินเพราะถือว่าครั้งแรก”

“ขอบคุณค่ะพี่”

“ยังไงก็รอบคอบกว่านี่…บอกฟางด้วย”

”ค่ะ”

ผมมัดเงินรวมกันใส่ถุงข้าวแกงแล้วยัดใส่ในกระเป๋าที่เอาไว้ใส่เงินให้ม๊าทุกครั้ง…ผมวุ่นอยู่กับตัวเลขนานพอสมควรจนเสร็จ…แล้วหันหน้าที่ไปเช็คสต๊อกพวกของว่าขาดอะไรบ้างจะได้โทรไปสั่งของในวันพรุ่งนี้…หน้าที่ผมอาจจะหนักในแต่ละวัน…แต่ผมชอบนะสนุกดีผมว่า…ในระหว่างที่ผมเดินไปเช็คของในร้าน…ลูกค้าก็เข้ามาไม่สาย…ด้วยความที่มันใกล้มหาลัยฯผม…และบวกกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ทำกิจกรรมกัน…นักศึกษาก็เลยเยอะเป็นพิเศษ…เลยทำให้พนักงานกะดึกมันไม่พอผมเลยต้องมาช่วยอีกแรง…ส่วนไอ้เจเจผมสงสารมันครับเลยไม่ได้ให้มันมาช่วยวันนี้…

“ลูกค้าเชิญช่องนี้ได้นะครับ”

ระหว่างที่เช็คของผมก็มองไปหน้าเคาน์เตอร์เห็นมีเปิดอยู่สองช่อง…กับจำนวนลูกค้าที่ต่อแถวยาวจนผมต้องละจากการเช็คของไปทำหน้าที่คิดเงินแทน…ผมเดินไปเปิดเคาน์เตอร์ช่องเพื่อที่จะไม่ให้ลูกค้าเสียเวลา…แล้วส่วนใหญ่เวลาผมคิดเงินผมจะไม่ค่อยเงยหันมองลูกค้า…เงยหน้าอีกทีก็ตอนรับเงินกับทอนเงิน…

“มาโบโร่ด้วยสาม”

เสียงที่คุ้นหูเป็นพิเศษ…จำได้เป็นพิเศษ…และไอ้เจ้าของเสียงมันก็กวนตีนเป็นพิเศษ…มันจะเป็นใครถ้าไม่ใช่ไอ้พี่ว๊ากขวัญใจสาวๆ…ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับพี่มันด้วยความรู้สึกเซ็งๆ…แล้วกลัวคนอื่นไม่รู้หรอว่ะว่าเรียนวิศวะ…แดดก็ไม่มีทำเป็นในแจ็คเก็ตคณะมา…หล่อตายอะไอ้สัส…

“มึงๆพี่เต้…หล่อว่ะ”

“เบาๆอีดอก…เดี๋ยวพี่เขาได้ยิน”

ดังขนาดนั้นคงไม่ได้ยินหรอกมั้งครับ…สองสาวที่กำลังคิดเงินอีกช่องหนึ่งหันมามองไอ้พี่เต้มันที่กำลังคิดเงินช่องผมอยู่…ผมก็ออกจะหล่อไม่กรี๊ดผมบ้างวะ…

ผมหันไปหยิบมาโบโร่มาสองกล่องแล้วคิดเงินจำนวนชิ้นที่อยู่หน้า…และก็พยายามจะไม่คิดว่าคนที่ผมซื้อเป็นใคร…เพราะกลัวจะพ่นปากหมาๆใส่พี่มันไม่ได้…

“กูสั่งสามไม่ได้สั่งสอง”

“ลืม”

ผมเงยหน้าแล้วพูดกวนตีนพร้อมกับหันไปหยิบเพิ่มอีกหนึ่ง…

“เดี๋ยวเถอะมึง”

เสียงเข้มของไอ้พี่เต้พูดขัดขึ้นในระหว่างที่ผมคิดอยู่…สูบเหี้ยอะไรตั้งสามกล่องเป็นมะเร็งตายผมนี่จะเป็นเจ้าภาพงานให้สามวันสามคืนเลย…

“ทั้งหมดห้าร้อยสี่สิบห้าบาทครับ”

ผมบอกราคาทั้งหมดให้กับคนตรงหน้า…ลูกค้าคนอื่นก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ…ก็ดีครับจะได้อยู่เจอหน้าพี่มันน้อยกว่าเดิมเพราะต้องรีบคิดเงินให้ทันตามจำนวนลูกค้าที่มี…

“ลูกค้ามีออเม็มเบอร์ไหมครับ”

“ไม่มี”

“ลูกค้าสนใจสมัครไหมครับ…ไม่มีค่าใช่จ่ายนะครับ”

ได้ยินตัวเองพูดเพราะกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าแล้วขนลุกว่ะเอาจริง…

“ไม่มี…เร็วกูรีบ”

ต้องเป็นคนแบบไหนถึงพูดออกมาแบบนี้ว่ะ…จบคำพูดของไอ้พี่เต้ผมได้แต่ระงับอารมณ์ไว้ถึงแม้อยากจะเขวี้ยงของใส่ก็เถอะ…เย็นไว้ไอ้เอิร์ธ…ลูกค้าคือพระเจ้า…

“เงินทอนห้าสิบห้าบาทครับ”

ผมยื่นเงินทอนไปให้พี่เต้มัน…ส่วนเจ้าตัวก็รับจากมือผมไป…แถมมีการยกยิ้มให้ผมอีกต่างหาก…จังหวะที่พี่มันยกยิ้มให้สาวๆที่ยืนคิดเงินก็กรี๊ดกันอย่างกับโดนของใส่…ผมรู้ว่าพี่มันจงใจปั่นประสาทผมอยู่…

“ลูกค้าเชิญคิดเงินด้านนี้ได้นะครับ”

หลังพ้นจากการคิดเงินของไอ้พี่เต้ผมก็เรียกลูกค้าต่อทันที…แต่สายตาผมก็ดันไปมองตามไอ้พี่เต้ที่กำลังขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์อยู่ข้างหน้าร้าน…

บรื้นๆ บรื้นๆ

เสียงบิ๊กไบค์อะทุกคน…แค่สตาร์เสียงก็ดังไปทั่วแล้ว…ยิ่งคนขับมันคนดังด้วยเลยทำให้คนในระแวกนั้นหันมาสนใจกันใหญ่…ส่วนผมก็ไม่ได้สนใจต่อเพราะยังแค้นกับวันนั้นไม่หาย…ก็วันที่ผมเกือบชนรถพี่มันไง…คิดละเจ็บใจฉิบหาย….

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

23:50 น.

“พี่ไปแล้วนะ…ผมไปแล้วนะครับพี่ตา…ฝากร้านด้วยนะทุกคน”

ผมบอกกับทุกคนในร้านก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถตัวเองเพื่อที่จะกลับบ้าน…วันนี้ผมกลับบ้านดึกเพราะว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ไม่มีเรียนและรุ่นพี่ก็ไม่ได้นัดซ้อม…เลยอยู่ดึกไปเลย…ไม่ใช่อะไรหรอกครับเพื่อม๊าจะได้ให้ทิปพิเศษ…ลูกที่ดีในประเทศไทยแล้วผมอ่ะ…

Rrrrrr

‘ MUM ‘

“ฮัลโหลม๊า”

ผมกดรับสายม๊าสลับกับเปิดประตูรถไปด้วย…ก่อนที่จะสตาร์ทรถทันที…คือตอนนี้ตาผมนี่จะหลับให้ได้…โครตเหนื่อยเลยวันนี้…ถ้าถึงบ้านผมคงนอนตายแน่ๆ…

“กลับรึยังลูก”

“กำลังจะขับรถกลับม๊า”

“ขับรถไม่ต้องรีบนะเอิร์ธ…คอยๆขับมานะลูก”

“รับทราบครับม๊า”

ความเป็นห่วงของม๊าผม…คนรอบข้างผมมีแต่บอกว่าผมขับรถเร็ว…เวลากลับดึกเลยมีแต่คนเป็นห่วง…ผมคุยกับมาอีกสองสามประโยคก็วาง…แล้วขับรถออกจากซอยเพื่อที่จะตรงเข้าไปในมอ.ตัวเองเพื่อที่จะออกประตูใหญ่หน้ามหาลัยฯ…ประเด็นคือมันเป็นทางลัดที่ผมรู้สึกว่าขับไปแปปเดียวก็ถึงถนนใหญ่แล้ว…

ผมเลี้ยวตรงเข้าประตูหลับมอ.ซึ่งนักศึกษาก็ยังคงมีอยู่ไม่ได้เงียบเท่าที่คิดไว้…ในระหว่างที่ผมขับผ่านหอในก็สะดุดกับรถคู่ใจของไอ้พี่เต้มัน…ส่วนเจ้าตัวกำลังยืนเถียงกับผู้หญิงอยู่ตรงป้ายรถเมล์หน้าหอใน…ด้วยความที่เป็นคนขี้เสือกผมเลยเนียนๆตบท้ายรถยนต์ดูสักพัก…

จากสถานการณ์ที่ผมกำลังจะวิเคราะห์พี่มันคงจะทะเลาะเรื่องอะไรสักอย่าง…คงเรื่องเรื่องใหญ่แน่นอนเพราะดูจากสีหน้าผูหญิงแล้วยืนร้องไห้ด้วยอะดิ…

ผู้หญิงคนนั้นยืนคุยได้สักพักก็วิ่งกลับเข้าไปหอใน…แล้วปล่อยในไอ้พี่เต้ยืนเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่คนเดียว…ผมที่คิดได้ว่าจอดนานเกินไปก็กำลังจะตบไฟขับออกไปจากตรงนั้น…แต่ด้วยความบังเอิญอีกแหละ…ไอ้พี่เต้แม่งหันมามองรถผม…เหมือนพี่มันจะรู้ตัวว่าคันนี้มันคันผม…ไอ้เหี้ย…เวรแล้วไงกู…

จังหวะที่จะหักพวงมาลัยเลี้ยวขาวเพื่อออกตัวขับตรงไป…ก็มีรถยนต์ขับผ่านมาพอดีจึงทำให้จังหวะที่ไอ้พี่เต้มันข้ามถนนแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงข้างกระจกรถผมพอดี….เป็นไงหล่ะไอ้เอิร์ธขี้เสือกจนได้เรื่อง…

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงเคาะกระจกแค่สี่ทีเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ตัวผมสะดุ้งได้ดีเลยทีเดียว…

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงเคาะจากนอกตัวรถยังคงเคาะอย่างไม่ยอมแพ้…ถ้าผมเลื่อนลงแล้วจะตอบว่ายังไงละวะ…จอดรถยนต์เสือกเรื่องชาวบ้านเนี่ยนะ…เสียฟอร์มหมดป่ะ….

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“มึงจะเปิดเอง”

“…”

“หรือให้กูทุบ”

“…”

เสียงลอดผ่านจากข้างนอกทำให้ผมค่อยๆตั้งสติ…ใจเย็นๆดิว่ะไอ้เอิร์ธ…อาการมึงจะออกแบบนี้ไม่ได้นะไอ้เอิร์ธ…เดี๋ยวพี่มันรู้ว่าจอดเพราะอยากเสือกเรื่องของมัน…

คลืด คลืด

ผมตั้งตัวพร้อมกับตั้งสติสักพัก…แล้วคอยๆลดกระจกลง…ผมพยายามทำหน้าปกติที่สุด…เพราะแม้ในใจจะเต้นเหมือนคนหนีความผิดก็ตาม…

“มารยาทสะกดไม่เป็นรึไง”

“…”

“เดินมาเคาะรถยนต์คนอื่นยามวิกาล”

ด้วยความปากไวของผมเอง…ที่เปิดประเด็นเหน็บพี่มันไป…ไม่ได้หรอกครับก็อย่างที่เขาว่ากันว่าเปิดก่อนได้เปรียบไง…

“มึงจอดรถยนต์ดูกู?”

คราวนี้พี่มันไม่กวนตีนผมกลับว่ะ…แต่เข้าประเด็นหลักเลยไอ้สัส…

“ใครเขาดูมึงพี่”

“….”

“ร้อนตัวไปเองป่าวว่ะ”

ไอ้พี่เต้ที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งมาที่ผม…จ้องแบบนี้มึงสิงร่างกูเถอะ…แล้วไอ้ผมทำไม่ต้องมีปฏิกิริยาร้อนรนตามคำถามพี่มันด้วยว่ะ…ใจเย็นไอ้สัสเอิร์ธ…ทำการใหญ่ใจมึงต้องนิ่ง…

พรึ่บ!

“แล้วมึงจอดรถยนต์ทำไม”

อยู่ๆพี่เต้มันก็ก้มลงมาท้าวแขนลงกับช่องกระจกรถยนต์ผม…ยืนท่านี้พี่มันก็ยิ่งเห็นหน้าผมชัดขึ้นไปอีก…ผมผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ…

“กูมารอเพื่อน”

ผมตอบส่งๆไปที…มีหรอที่พี่เต้มันจะไม่ถามต่อ…

“ไหนอะเพื่อนมึง”

มึงเกิดว่าเป็นอีลูกชั่งถามรึไงว่ะ…ผมหันไปมองบนใส่พี่มันไปที…และสิ่งที่ได้ตอบกลับจากไอ้พี่เต้คือ…พี่มันยกยิ้มมุมปาก…ที่กวนส้นตีนผมที่สุด…

“แล้วมึงจะยุ่งอะไรกับกูว่ะ!”

เหมือนพี่มันจะพอใจที่ทำให้ผมหงุดหงิดได้…ก็ดูตอนนี้ดิ…พี่มันแม่งทำหน้าเหมือนสะใจผมอ่ะ…แล้วทำไมกูต้องเข้ามาเสือกเรื่องของพี่มันด้วยว่ะ…ขับรถยนต์ผ่านก็จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาคุยกับพี่เต้มันแบบนี้…มึงก็โง่นะไอ้เอิร์ธ…

“หึ…ตอแหลฉิบหาย”

“อ้าว!...นั่นปากหรอว่ะ”

“เออปากกู…ทำไม”

“นึกว่าปากหมา!”

พูดจบผมก็รีบเลื่อนกระจกขึ้น…ซึ่งไม่ได้สนใจว่าจะหนีบแขนพี่เต้มันรึเปล่า…ได้จังหวะก็เร่งเครื่องขับรถยนต์ออกจากตรงนั้นทันที…ผมมองกระจกรถยนต์ด้านข้างก็เห็นพี่เต้มันยืนมองดูรถยนต์ผมอยู่ที่เดิม…สะใจฉิบหายไอ้ด่าคนก่อนนอน…ทำไมผมรู้สึกดีที่ได้กวนตีนแบบพี่มันเอาคืนผมไม่ได้จังว่ะทุกคน…

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

วันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดของผมที่ผมควรจะได้นอนตีไข่เล่นอยู่บ้าน…แต่ทุกอย่างก็พังหมด…เพราะอะไร…เพราะตอนนี้ผมนั่งหาวอยู่หน้าร้านอะไหล่รถยนต์แทนป๊า!...ป๊านะป๊า…หนีออกไปเที่ยวกับม๊าแล้วให้ลูกนั่งเฝ้าร้าน…ไม่เห็นใจลูกบ้างเลย…

“ทั้งหมดสี่พันสามร้อยบาทครับ”

ลูกน้องในร้านยื่นเงินมาให้ผมที่ทำหน้าที่เป็นคนดูแลเรื่องเงินเหมือนเดิม…ผมรับเงินมาแล้วทอนไปให้ตามจำนวนที่ต้องทอนลูกค้า…คือผมก็มีหน้าที่แค่นี้แหละครับเวลามาช่วยป๋า…เพราะจะให้ผมไปช่วยพวกเรื่องอะไหล่รถยนต์ผมตายพอดี…มันไม่ใช่แนวผมอ่ะ…ที่ร้านป๊าผมก็อยู่แถวๆแยกสาธร…เป็นร้านอะไหล่บวกกับร้านซ่อมรถยนต์ทุกประเภท…ก็ถ้าผ่านแยกสาธรก็จะเห็นร้านป๊าผมเด่นเลยครับ…เพราะเป็นร้านประจำของลูกค้าในระแวกแถวนี้…ก็ที่นี่แหละครับที่ป๊าผมมาเปิดสาขาเพิ่มจากเชียงใหม่…

จะว่าไปนี่ก็จะเที่ยงแล้วผมรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วดิ…นึกขึ้นได้ว่าตัวเองหิวก็คว้าโทรศัพท์กดโทรไลน์ไปหาไอ้เจเจ…หวังว่าจะชวนมันไปหาอะไรกินที่สยาม…ผมรอสายสักพักมันก็รับผม…

“ตื่นยัง”

ผมกรอกเสียงไป…แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบ…

“…”

“ไอ้เจเจ…ฮัลโหล!”

ผมกรอกเสียงดังไปอีกรอบ…ดูจากสถานการณ์แล้วยังไม่ตื่นชัวร์…ไอ้นี่มันยิ่งเป็นคนนอนเร็วแต่ตื่นสาย…แปลกไหมทุกคน…มันคือเรื่องจริงของไอ้เจเจเลยหล่ะ…

“อือ”

“ตื่นไอ้สัส…จะเที่ยงแล้ว”

“ว่าไง…มีไร”

ผมตอบกลับผมมาด้วยเสียงคนที่พึ่งตื่นนอนยังไม่เต็มที่…

“ลุก…เดี๋ยวกูไปรับ”

จากร้านไปหอมันก็ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่…สำหรับผมนะ…ถ้ารถมันไม่ติดก็ยิ่งเร็ว…คือผมไม่ค่อยชอบนั่งบีทีเอสเท่าไหร่…คือถ้าไม่รีบจริงและรถไม่ติดจริงผมก็จะไม่นั่ง…คือชินกับการขี่รถยนต์ไปแล้ว…

“ไปไหนของมึง”

“กูหิวข้าว…จะไปหาไรกินแถวสยาม”

“ไอ้สัส…กูไม่มีเงิน”

กูว่าแล้วไง…สเต็ปไอ้เจเจมันมีไม่เยอะหรอกครับ…ผมเป็นเพื่อนมันทำไมจะไม่รู้…

“กูเลี้ยงจบไหม…ลุกอาบน้ำ”

“เออๆ”

ตี๊ด!

เลี้ยงแดกฟรีคนอย่างไอ้เจเจนี่ลุกให้ไว…ผมวางสายจากมันแล้วหันมาเช็คบัญชีนิดหน่อยก่อนที่จะออกไปหาอะไรกินกับไอ้เจเจ…แต่นั่งทำไปสักพักเสียงรถไอติมก็ดังมาจากนอกร้าน…ผมที่อยากกินอะไรเย็นๆก็รีบวิ่งไปซื้อทันที…ผมกวักมือเรียกลุงให้จอดแล้วไม่ลืมที่จะสั่งให้ลูกน้องป๊าคนละแท่ง…พอซื้อเสร็จผมก็จ่ายเงินแล้วหันหลังเตรียมเข้าร้าน…แต่สายตผมาก็ดันไปสะดุดเข้ากับสายตาไอ้คนที่นั่งอยู่โซนรองรับลูกค้า…เพื่อเอาไว้ให้ลูกค้าที่รอรับรถยนต์ได้นั่งรอ…มันจะเป็นใครถ้าไม่ใช่ไอ้พี่เต้…

พี่มันเห็นผมยืนถือไอติมกินอยู่ข้างนอก…ก็เดินออกมาแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ…ผมหน้าหงิกทันทีที่ได้เจอพี่มัน…ดูเหมือนช่วงนี้พี่เต้กับผมจะเจอกันบ่อยนะ…ไม่ดีเลยว่ะ…เหม็นขี้หน้า…

“แค่กๆ แค่กๆ…เหม็น!”

ควันบุหรี่ลอยขึ้นแตะจมูกผม…ผมเป็นคนไม่ชอบบุหรี่ไง…เวลาได้กลิ่นแล้วมันจะหายใจไม่ค่อยออก…ไอ้พี่เต้ที่เห็นผมเป็นอย่างนี้มันยิ่งเดินเข้ามาหาผมใกล้ๆ…แล้วพ่นควันใส่ตรงหน้าผมกว่าเดิม…

“ไอ้เหี้ยนี่!...แค่กๆ แค่กๆ!”

“หึ…”

ชีวิตนี้มันกวนตีนป่ะถามหน่อยเถอะ…ไอก็จะไอ…ไอติมที่อยู่ในมือก็จะละลาย…จนทำให้ผมต้องรีบเลียไอติมที่เลอะมือสลับกับไอควันบุหรี่ของไอ้เหี้ยพี่เต้…

“มึงไปสูบที่อื่นดิ!”

“ไม่ได้มีป้ายบอกนิว่าห้ามกูสูบ”

“มึงจะกวนตีนกูไปถึงไหน!”

“ถึงวันที่กูพอใจ”

ผมถอยหลังไปสองก้าวเพื่อที่จะหลับควันที่ยังลอยฟรุ้งกลางอากาศ…ต้องเป็นคนที่มีจิตใจเหี้ยแบบไหนถึงพ้นควันบุหรี่ใส่คนอื่นอ่ะ…ตายก็ควรตายคนเดียวป่ะ…จะพาคนอื่นที่ไม่ได้ตายไปด้วยทำไม…

“เป็นเหี้ยไรมากป่าวพี่!”

“…”

“สูบอัดเข้าปอดตายไปคนเดียวดิว่ะ”

“...”

“มึงจะพ่นให้คนอื่นได้กลิ่นทำเหี้ยอะไร!”

กูโมโหสุดตีนเลยตอนนี้…เล่นเหี้ยอะไรไม่เข้าเรื่อง…แล้วหน้าร้านผมมันมีแก๊สอะไรต่อมิอะไรทั้งเยอะ…ถึงจะออกมาสูบนอกร้านแล้วก็เถอะ…ผมก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน…

“ปากดี”

“…”

“น่าเอาตีนยัดปาก”

“โอ๊ย…กลัวจังเลยครับไอ้สัส!”

ผมใช่ไอ้ติมที่อยู่ในมือตัวเองชี้ไปที่ไอ้พี่เต้…ไม่กินแม่งหล่ะไอ้สัส…ละลายจนเป็นน้ำแล้วไอ้เหี้ย…เพราะใครที่ทำให้ผมไม่ได้แดก…ก็เพราะมันที่ยืนอยู่ข้างหน้าผมนี่ไง…

แล้วมันจะเป็นเรื่องบังเอิญไปไหมที่พี่มันจะมาใช้ลริการร้านของบ้านผม…ถ้าใช่ความบังเอิญมันคงจะเป็นการที่นรกลิข้จใฟ้พี่มันมากวนประสาทผมแต่เช้า…

“ถ้ามึงยังกวนประสาทกูไม่เลิกนะพี่”

“…”

“กูจะให้ลูกน้องไม่ทำรถยนต์คันของมึง!”

ผมพูดอย่างดูเหนือใส่พี่เต้มันไป…

“ใหญ่?”

“ก็พอตัวอ่ะ”

พี่มันเดินเข้ามาใกล้ผมจนผมต้องเป็นคนถอยหลังไปเอง…พี่มันแม่งเล่นแบบนี้กับผมอีกแล้ว…ทำไมผมรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาสะเลยว่ะ…

“ควยอะนะ”

“…!”

“ดูจากทรงแล้ว”

“อะไร!!!”

“โดนของกูเข้าไป”

“…!”

“มีร้องว่ะ”

“…!!!”

พี่มันพูดจบก็ทิ้งบุหรี่ลงบนไอติมโคลนที่อยู่ในมือของผม…แล้วเดินหันหลังเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขมาก…ทุเรศ…คนอย่างพี่มันแม่งทุเรศฉิบหาย!!...ร้องแม่มึงดิไอ้เหี้ย!!!...

.

.

.

.

.

.

.

TBC.

 

เม้นให้ไรต์หน่อยครับบบบบ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น