matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2558 02:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 25
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

25 -

 

            งานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและเงียบเหงา แขกที่มาร่วมงานก็มีไม่กี่คนเพราะทั้งตัวแม่และเลิฟเองก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่กันแค่สองคนแม่ลูก จะยุ่งเกี่ยวและข้องแวะกับคนรอบข้างเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น คนที่สนิทด้วยและรู้จักมักคุ้นกันจริงๆเลยมีแค่ครอบครัวของนาวกับคนในไร่ดอกไม้ไม่กี่คน ส่วนญาตฝั่งแม่ก็ไม่มีใครมาร่วมงานสักคนเพราะได้ตัดขาดกันไปแล้วร่วมสิบปีได้

 

            ตั้งแต่วันที่แม่จากไปจนถึงวันนี้ก็รวมกันได้ วันแล้ว เลิฟยังคงไม่ยอมอ้าปากคุยกับใครสักคนแม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างนาว เลิฟเอาแต่นั่งร้องไห้มองรูปแม่เงียบๆคนเดียว ใช้ชีวิตไปวันๆเหมือนมันเป็นหน้าที่ที่ตัวเองต้องมีชีวิตอยู่ ในตอนนี้เลิฟไม่ต่างอะไรกับนกปีกหัก ทั้งชีวิตของเลิฟไม่มีใครเลยนอกจากแม่ การจากไปกระทันหันของรินทำให้หลายคนเป็นห่วงเลิฟว่าจะอยู่ยังไง ถึงแม้ว่าครอบครัวของนาวจะไม่ทอดทิ้งเลิฟแต่ยังไงมันคงทดแทนในสิ่งที่เลิฟขาดไม่ได้

            จนถึงวันเผาท่ากลางความโศกเศร้า และการพยายามหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเลิฟ ก็ได้เกิดเรื่องไม่คาดฝันและสร้างความแปลกใจให้ทุกคนไม่น้อย เพราะการปรากฎตัวอย่างกระทันของคนที่ใครๆก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอรวมทั้งตัวเลิฟเอง การปรากฎตัวของคนที่ได้ชื่อว่า พ่อ

            พ่อของเลิฟรู้ข่าวการจากไปของภรรยาอีกคนและรับรู้ว่าตัวเองมีลูกชาย เพราะวาดจันทร์ลงทุนส่งคนไปพบท่านถึงบ้าน แต่ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะหมอทำให้เขาไม่สามารถมาร่วมงานศพได้ในทันที กว่าจะลาหยุดได้ก็ถึงวันที่ต้องเผาแล้ว และแน่นอนว่าทันทีที่มาถึงท่านก็แจ้งจุดประสงค์ของตัวเอง นั้นคือการรับเลิฟไปดูแลซึ่งวาดจันทร์ในฐานะคนดูแลชั่วคราวก็ไม่ได้ขัดข้อง รวมถึงตัวเลิฟเองก็เต็มใจจะไปอยู่กับพ่อแม้ว่าจะไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นคิดอะไร

 

            หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เลิฟในวัย 12 ปีก็ได้ย้ายจากบ้านเกิดของแม่ มาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯภายใต้การดูแลของพ่อ พร้อมๆกับการเผชิญหน้าของภรรยาพ่อและลูกชายอีกคนที่อายุเยอะกว่าเขา

 

            “สวัสดีครับคุณแม่” เลิฟยกมือไหว้หญิงวัยกลางคน ที่ดูยังสาวและสวยกว่าวัยอยู่มากอย่างนอบน้อม และเรียกว่าแม่ตามที่พ่อบอกมา

            “อย่าเรียกฉันว่าแม่ ฉันมีลูกแค่คนเดียว” หญิงกลางคนเอ่ยเสียงแข็ง และมองมาที่เลิฟด้วยสายตาเย็นชาจนเลิฟรู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตร

 

            “ขอโทษครับ” เลิฟว่าเสียงแผ่วและก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าสบตาดุๆคู่นั้น

 

            หญิงกลางคนจ้องไปที่เลิฟเขม็งก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ โดยที่พ่อของเลิฟก็ลุกเดินตามกันออกไปอีกคน ระหว่างที่เลิฟมัวแต่ก้มหน้าทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น ก็มีเสียงๆนึงทักเขาขึ้นมา

 

            “นายหรอที่เป็นลูกของแม่เล็ก” เสียงที่ดังขึ้นเหนือหัวทำให้เลิฟเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย ก่อนจะปะทะเข้ากับใบหน้าอ่อนโยนแววตาใจดีของคนๆนึงเข้า

 

            “แม่เล็ก?” เลิฟถามกลับด้วยความสงสัยเพราะไม่รู้ว่าแม่เล็กคือใคร

 

            “แม่ของนายนั้นแหละ พ่อให้เราเรียกแบบนั้น” คนตรงหน้าตอบและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

            “ครับ” เลิฟตอบเสียงแผ่วๆจนต้องเงี่ยหูฟังถึงจะได้ยินเพราะความประหม่า ก่อนจะพยักหน้างึกงักตอบรับ

 

            “เราชื่อรุตอายุเยอะกว่านาย 1 ปีต่อไปนี้เรียกเราว่าพี่รุตนะน้องเลิฟ” รุตส่งยิ้มกว้างให้กับคนที่เป็นน้องชาย แม้จะตกใจอยู่บ้างที่จู่ๆพ่อก็บอกว่าเขามีน้อง แต่ด้วยความที่เป็นเด็กจิตใจดีเขาจึงยอมรับเลิฟได้ง่ายๆ

 

            “ครับพี่รุต” เลิฟยิ้มกว้างตอบกลับ พร้อมกับความดีใจที่ได้มีพี่ชายใจดี และรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก

 

            ...

            ...

 

            “เลิฟนี่เอยนะเพื่อนสนิทเราที่นี่” นาวแนะนำเพื่อนใหม่ให้เลิฟรู้จักหลังจากได้มาเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน แถมไม่รู้ว่าโลกกลมหรือฟ้าลิขิตข้างๆบ้านของพ่อคือบ้านของนาวเพื่อนสนิทเขาเอง

 

            “เราเอยนะ” เด็กผู้ชายตัวสูงพอๆกับเลิฟเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง และใบหน้าน่ารักเหมือนตุ๊กตานั้นก็ส่งยิ้มกว้างให้เลิฟอย่างยินดี

            “เราเลิฟ” เลิฟเองก็ยิ้มกว้างส่งกลับไป  

 

            นี้คือการพบกันครั้งแรกของเอยกับเลิฟ และหลังจากนั้นคนอื่นๆในห้องและโรงเรียนก็ต่างพากันมาทำความรู้จักเลิฟ ทำให้ความเศร้าจาการที่ต้องเสียแม่ไปของเลิฟค่อยๆดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นความเศร้าในใจก็ไม่ได้หมดไป กับคนเป็นพ่อเลิฟแทบจะไม่ได้เจอหน้าเพราะพ่องานยุ่ง และบางทีก็ต้องเดินทางไปศึกษาเรื่องการแพทย์ที่ต่างประเทศบ่อยๆ ระยะห่างที่มีระหว่างสองพ่อลูกไม่เคยได้ขยับเข้ามาใกล้กันเลยสักนิด

 

 

            ทุกครั้งเวลาที่เลิฟไปหา พ่อจะไม่ยอมสบตาและไม่คุยด้วย แต่เขายังคงพยายามต่อไปจนสุดท้ายความพยายามก็ไม่เคยส่งผลอะไรเลย เขาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่มีคนเต็มบ้านแต่เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ถึงเขาจะมีเพื่อนแสนดีแบบนาวและเพื่อนที่น่ารักแบบเอยมันกไม่ได้ทำให้ความเหงานในใจลดลง

 

            ...

            ...       

 

            ปังปังปัง!

 

            “ฮึก...เปิดประตูให้หน่อย...ฮึก...เปิดประตูให้เลิฟหน่อย...ฮึก...เลิฟสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน” มือเล็กกระหน่ำทุบลงประตูเสียงดังสนั่น ปากก็ตะโกนขอร้องให้คนที่อยู่ด้านนอกช่วยเปิดประตูให้

 

            เลิฟถูกจับขังอยู่ในห้องเก็บของและจะโดนขังอย่างนี้ทุกครั้งที่ทำอะไรผิด ครั้งนี้ก็เหมือนกันเลิฟโดนขังทเพราะผลการเรียนแย่ คุณท่านหรือแม่ของรุตโกรธมากเพราะมันทำให้ท่านอับอาย ทำให้คนนินทาว่าตระกูลของท่านมีคนโง่

 

 

            เลิฟจำไม่ได้ว่าตัวเองโดนครั้งอยู่ในห้องเก็บของแบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ บางครั้งก็โดนขังแค่ไม่นานบางครั้งก็นานเป็นชั่วโมง คุณท่านเกลียดเขาเพราะท่านจะเรียกเขาว่าลูกกาฝากเสมอ เขาไม่ชอบเลยที่จะต้องมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห้องที่มีกลิ่นอับมองไปทางไหนก็เจอแต่ความมืด มันทำให้เขากลัวและนึกถึงวันนั้น วันที่เขาเดินหนีแม่ไปแอบในตู้เสื้อผ้า

 

 

            ยังดีที่อย่างน้อยทุกครั้งที่เขาโดนขังพี่รุตจะช่วยไปถ่วงเวลาคุณท่าน แล้วเอากุญแจให้นาวมาเปิดประตูช่วยเขาออกไป เขาพยายามนั่งข่มความกลัวรอให้นาวและพี่รุตมาช่วยเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนก็ไม่มีใครมาสักที

 

            เลิฟกวาดสายตามองไปในความมืดของห้องเก็บของเล็กๆ ภาพวันที่แม่เขาโดนรถชนตายต่อหน้าต่อตาเริ่มผุดขึ้นมาในหัวเหมือนเล่นวิดีโอซ้ำ น้ำตาเริ่มไหลลงมาช้าๆ ลมหายใจติดขัดหัวใจมันเต้นเร็วเหมือนจะทะลุออกมา เหงื่อเริ่มซึมไปทั่วขมับและฝ่ามือจนเปียกชุ่ม

 

แม่ขอโทษนะลูก หูของเลิฟได้ยินเสียงของแม่เอ่ยขอโทษดังแว่วเป็นระยะ

 

 

“ฮึก...แม่...เลิฟขอโทษๆ” เลิฟพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เปลือกตาทั้งคู่หลับสนิท ฝ่ามือเล็กๆสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดหูไว้เพราะไม่อยากได้ยินเสียงของแม่ที่ลอยมา ริมฝีปากถูกขบกัดแน่นจนเลือดซึม

 

 

ไม่รู้ว่าเลิฟอยู่ในสภาพนั้นนานแค่ไหน เพราะตอนที่ทุกคนมาเจอเลิฟก็อยู่ในสภาพที่แย่เกินทน ร่างเล็กๆในสภาพนอนคุดคู้ยกมือขึ้นปิดหูและหลับตาปี๊ ปากก็พึมพำอะไรไม่รู้ไปมาซ้ำๆ ร่างกายแข็งเกร็งไปทั้งตัวลมหายใจหอบเหนื่อยเหมือนคนวิ่งมาเป็นสิบๆโล จนต้องรีบพาเลิฟส่งที่โรงพยาบาลกันตอนนั้น ซึ่งหมอเองก็บอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้เลิฟอาจจะช็อคเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และหมอยังแนะนำให้เลิฟเข้าพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษา

 

“คุณทำอะไรกับหลานฉัน!!!” วาดจันทร์ตะโกนด่าทอพ่อของเลิฟเสียงดังลั่น โดยที่ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล สายตาก็คอยมองเข้าไปในห้องฉุกเฉินที่มีร่างเล็กๆของหลานเธอนอนอยู่

 

“..................”

 

“คุณมันเลว...คุณเป็นพ่อประสาอะไรห๊ะ!!!ถึงปล่อยให้เมียตัวทำกับลูกไดขนาดนี้” วาดจันทร์ยังคงด่าทอไม่หยุด แต่คนโดนด่ากลับทำใบหน้าเรียบเฉยและไม่ได้เถียงกลับแต่อย่างใด

 

“...................”

 

“ทันทีที่หลานฉันฟื้นฉันจะพาหลานฉันไปเลี้ยงเอง ในเมื่อคุณเป็นพ่อแต่ไม่มีปัญญาดูแลลูก ฉันก็จะดูให้ต่อให้ต้องฟ้องร้องฉันก็จะทำ!!!” วาดจันทร์ยื่นคำขาด ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เธอตัดสินใจพลาด เธอคิดว่าการที่ให้หลานอยู่กับพ่อจะเป็นเรื่องดี ที่ไหนได้เธอส่งหลานมาลงนรกชัดๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าหลานตัวน้อยของเธอต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้มากี่ครั้งแล้ว

 

 

สิ่งที่เธอพูดไปเมื่อครู่คือสิ่งที่เธอคิดจะทำจริงๆ ต่อให้ต้องฟ้องร้องเพื่อมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูเลิฟเธอก็จะทำ แม้ว่าโอกาศที่จะชนะคดีมันจะริบหรี่ก็ตาม เธอจะไม่ยอมให้หลานเธอกลับไปตกนรกแบบนั้นอีกเด็ดขาด

 

 

...

...

 

“เป็นยังไงบ้างเลิฟ” เสียงเอ่ยถามเศร้าๆดัขึ้นที่ข้างหู เลิฟกระพริบตาถี่ๆเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัด สมองยังคงมึนงงเล็กน้อยเพราะฤทธิ์ยา

 

 

“พี่รุต” เลิฟเรียกเสียงแผ่วจนแทบจะไม่ได้ยิน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองหิวน้ำและคอแห้งเป็นผงไปหมด ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าเศร้าๆของพี่ชายอย่างสงสัย

 

“พี่ขอโทษนะที่ไปช่วยเลิฟช้า” รุตว่าอย่างรู้สึกผิดยกมือลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน วันนี้เขาไปข้างนอกกับเพื่อนเลยไม่ได้อยู่ช่วยเลิฟ จนน้องต้องอยู่ในสภาพนี้ ความรู้สึกผิดที่ดูแลน้องชายไม่ดีเอ่อล้นขึ้นมาจุกอก

 

“................” เลิฟส่งยิ้มบางๆมี่อ่อนแรงเต็มทีให้รุต พยายามจะเปล่งเสียงบอกขอบคุณแต่ก็ไม่มีสียงอะหลุดออกมา

 

“ต่อไปนี้พี่ให้สัญญานะพี่จะปกป้องน้องชายของพี่จากคนใจร้ายเอง” รุตส่งยิ้มกว้างให้น้องชาย ยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญากับเลิฟ

 

“................” เลิฟเองก็ยิ้มกว้างไม่ต่างกัน ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ในสัญญาครั้งนี้ของพี่ชาย

 

...

...

 

“เลิฟเราเลิกกันเหอะ” เสียงหวานใสบอกกับเลิฟ

 

 

“เราขอโทษ” เด็กสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเลิฟพูดออกมาอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทิ้งให้เลิฟยืนซึมอยู่ตรงนั้นคนเดียว

 

“เฮ้ย!!มึงอย่าเศร้าผู้หญิงมีเกลื่อนโลก” พีทที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเดินเข้ามาตบไหล่เลิฟเบาๆอย่างปลอบใจ เลิฟเองก็ยิ้มเศร้าๆกลับไปให้เพื่อน เลิฟรู้จักกับพีทและกั้มตอนเข้าเรียนม.ปลายใหม่ๆ คุยกันถูกคอจนกลายเป็นเพื่อนก๊วนเดียวกันไปในที่สุด

 

“เป็นรัยว่ะมึงหน้าเป็นตูด หญิงทิ้งมา?” นาวถามขึ้นหลังจากเห็นเลิฟเดินกลับเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางซึมๆ

 

“อือ” เลิฟตอบเนือยๆ

 

“ทำไมวะ?อย่าบอกนะเพราะพี่รุตอีก” นาวว่าขึ้นมา และเลิฟเองก็พยักหน้ารับ

 

“กูว่าละ” นาวว่าอย่างเซ็งๆ แล้วก็ขยับปากให้พรพี่ชายของเลิฟไม่หยุด

 

เลิฟจำไม่ได้ว่าผูหญิงคนเมื่อกี้เป็นแฟนคนที่เท่าไหร่ของเขา เพราะเขาไม่เคยนับและไม่เคยจีบใครก่อน ทุกคนที่เข้ามาจะมาทำดีกับเลิฟและก็ทำให้เลิฟรัก สุดท้ายทฃก็จะทิ้งเขาไปหาพี่รุตกันหมด จนในที่สุดเขาก็รู้ว่าที่พวกผู้หญิงที่เข้ามาขอคบเขาเป็นแฟน เพราะว่าเขาเป็นน้องชายพี่รุต พี่ชายสุดหล่อแสนดีที่ใครๆก็ชอบ ทุกคนใช้เขาเป็นทางผ่านเพื่อไปหาพี่ชายทั้งนั้น

 

ทุกวันนี้เลิฟก็ยังอยู่กับพ่อถึงแม้ว่าน้าจันทร์จะพยายามเกลี่ยกล่อมให้ไปอยู่ด้วย แต่เขาเลือกจะอยู่กับพ่อต่อไปถึงจะรู้ว่าพ่อไม่รักก็ตาม แต่เขาเลือกที่จะอยู่กับคนที่เขารัก เลือกที่จะอยู่กับคนที่เป็นครอบครัวคนสุดท้ายในโลกของเขา

 

 

ตั้งแต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นพ่อก็ยิ่งไม่คุยกับเขา ส่วนคุณท่านก็เลิกทำร้ายเขาและก็ไม่คิดจะสนใจ มองผ่านเขาไปเหมือนอากาศ ทั้งบ้านหลังใหญ่เลยมีแค่พี่รุตที่คุยกับเขาและดูแลเขา

 

 แต่แล้ววันนึงพี่ชายแสนดีคนนั้นของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งเย็นชา ใจร้าย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทำไม พี่ชายแสนดีของเขาถึงได้เกลียดเขาจนถึงขนาดพร้อมจะแย้งทุกอย่างที่เป็นความสุขของเขาไป

 

เลิฟพยายามทำตัวเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนถึงแม้จะไม่ได้มีผลการเรียนดีเลิศแบบพี่ชาย อย่างน้อยพ่อก็ไม่อายคนที่มีลูกแบบเขา แต่ลึกๆเขาเองก็หวังให้พ่อดีใจบ้าง แม้สุดท้ายพ่อจะไม่สนใจใยดีอะไรเลยก็ตาม

 

 

“กูไปทำงานก่อนนะ” เลิฟบอกเพื่อนก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวไปทำงาน

 

“เออๆอย่าลืมกินยานะมึง” นาวกำชับเลิฟที่เดินออกจากห้องไปเสียงดัง

 

“เออ..ไม่ลืม” เลิฟตะโกนตอบนาวแล้วโบกมือลาเพื่อน ก่อนจะมุ่งตรงไปที่ทำงานพิเศษซึ่งเป็นผับเล็กๆไม่ไกลบ้าน เมื่อกี้เขาโกหกนาวอีกแล้วเรื่องยา อันที่จริงเขาไม่ได้กินยาที่รักษาโรคกลัวที่แคบของตัวเองมาเป็น ปีแล้วเพราะขาดการรักษา ส่วนที่เลิฟไม่ได้รักษาต่อก็เพราะคุณท่านให้เหตุผลว่ามันเปลือง เขาเองก็ไม่ได้ขัดเพราะไม่ได้แย่อะไร

 

ที่เขาจำเป็นต้องโกหกออกไปเพราะไม่อยากให้นาวเป็นห่วง อีกอย่างอาการของเขามันก็ไม่เคยแย่แบบนั้นอีกเลย อาจจะเป็นเพราะเขาก็ระวังตัวเองมากขึ้นด้วยล่ะมั้ง

 

เลิฟมาทำงานที่ผับนี้ได้สักพักแล้ว โดยมีเจ้าของร้านช่วยปิดบังเรื่องอายุให้ ที่เขามาทำงานพิเศษเพราะเงินไม่พอใช้ เขาเองก็ไม่กล้ารบกวนพ่อมากไปกว่านี้ และเหตุผลอีกอย่างคือเขาไม่กล้าเอ่ยปากขอ เลยใช้เงินเท่าที่คุณท่านให้ในแต่ละเดือนเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเงินไม่กี่พันบาท

 

และการทำงานในผับนี้เองที่ทำให้มีข่าวลือกระฉ่อนไปทั่วว่าเขาเป็นเด็กขาย ซึ่งเลิฟก็ไม่รู้ว่าต้นตอข่าวลือมันมาจากไหนและจากใคร แต่ที่แน่ๆคนที่ดูถูกเขาเรื่องนี้และมองด้วยสายตารังเกียจเหยียดหยามที่สุดก็คือพี่ชายเขาเอง พี่รุต

 

“เฮ้อ” เลิฟนั่งถอนหายใจเหนื่อยๆและมองออกไปเบื้องหน้าด้วยแววตาเหงาๆ ใบหน้าสวยหมองเศร้าออกมาเมื่อได้อยู่คนเดียว

 

“ถอนหายใจอีกแล้วเลิฟ” เสียงเล็กๆคุ้นหูพูดขึ้น ก่อนที่เจ้าของเสียงจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆเลิฟ

 

“อ้าว...แยม” เลิฟหันมามองคนข้างๆแล้วส่งยิ้มให้

 

“เป็นอะไรอ่ะ...ได้ติ๊บน้อยหรอแต่คิดว่าไม่น่าใช่คิกๆ” แยมแซวเลิฟขำๆ

 

“ไม่ใช่เหอะ” เลิฟว่าแล้วเอามือผลักหัวแยมเบาๆ

 

“แสดงว่าได้เยอะแบ่งบ้างดิ” แยมว่าแล้วเดินมายืนแบมือข้างหน้าเลิฟ

 

“เรื่องเหอะ” เลิฟเบ้หน้าใส่เพื่อนร่วมงานตัวเล็กแล้วเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากแรงๆ

 

“ชิ...นี่ถามหน่อยดิ” แยมถามขึ้นหลังจากที่เงียบไปสักพัก

 

“ว่า.....”

 

 

“คือ...ว่า...คือ” แยมเงยหน้าขึ้นมาพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง สักพักก็ก้มหน้าลงไปมองพื้นเหมือนเดิม

 

“มีไรอ่ะ” เลิฟมองท่าทางแปลกๆของแยมงงๆ

 

“เลิฟมีแฟนรึยัง” แยมตัดสินใจตะโกนถามเลิฟ ใบหน้าเลิฟแดงระเรื่อ

 

“มี...แต่พึ่งโดนทิ้งวันนี้” เลิฟบอกเสียงแผ่ว ใบหน้ากลับมาเศร้าอีกครั้ง

 

“งั้นเป็นแฟนเราไหม”

 

“ห๊ะ!!!!!

 

“เป็นแฟนเรานะ”

 

 

...

...

 

“มีอะไรรึเปล่า” เลิฟถามแยมหลังจากเห็นแยมยืนคุยอะไรไม่รู้ กับพี่ชายของเขาด้วยใบหน้าเครียดๆ

 

“ปะ...ป่าว” แยมว่าเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้ามีแวววิตกกังวลเล็กน้อย

 

“แน่ใจนะ” เลิฟถามต่อด้วยความเป็นห่วงเพราะหน้าแยมดูแย่ๆ

 

“อือ..แยมไม่เป็นไร” แยมว่าแล้วจูงแขนเลิฟให้เดินต่อ

 

เลิฟมองหน้าแยมนิดๆก่อนจะเอี้ยวตัวหันไปมองทางด้านหลัง สบตาเข้ากับรุตจังเพราะรุตเองก็กำลังมองมาที่เขาสองคน จากนั้นใบหน้าหล่อเหลาที่มีส่วนคล้ายเขาก็ส่งยิ้มเยาๆมาให้ ก่อนที่จะหันหน้าและเดินไปอีกทาง เลิฟไม่เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นแต่เขารู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย

 

เลิฟตกลงเป็นแฟนกับแยมและคบกันมาได้เกือบปีแล้ว ทีแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่คบกับใครอีกเพราะกลัวโดนหลอกเหมือนทุกครั้ง แต่แยมก็ขยันตื้อและก็ทำให้เขาชอบไปตอนไหนไม่รู้ ถามว่ารักแยมมากไหมเขาตอบไม่ได้ บอกได้แค่ว่าตัวเองสบายใจและมีความสุขที่มีคนๆนี้อยู่ข้างๆ อีกอย่างเขารู้สึกว่าตัวเองไว้ใจและเชื่อใจได้ว่าแยมจะไม่ทิ้งเขาไป

 

“เลิฟส่งแยมแค่นี้ก็พอ” แยมว่าแล้วเดินไปเลยโดยไม่ได้หันมาร่ำลาอะไรกับเลิฟแบบทุกที เลิฟเองก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าแยมคงเครียดเรื่องเรียน ก่อนที่ตัวเองจะหันหลังกลับบ้านเหมือนกัน

 

เช้าวันต่อมาเลิฟไปรับแยมที่หน้าปากซอยเหมือนปกติ แต่รอนานพอสมควรก็ไม่เห็นว่าแยมจะเดินออกมา ตัดสินใจเดินไปหาที่หน้าบ้านตะโกนเรียกก็ไม่มีคนตอบ โทรหาก็ไม่รับสาย เลิฟก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือซึ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังจะเข้าเรียนสาย เขาเลยเลือกจะไปโรงเรียนแล้วกะว่าตอนเย็นจะมาหาแยมอีกที

 

“เฮ้ย!!!มึงใช่น้องไอ้รุตป่ะวะ” เสียงเรียกเลิฟดังขึ้นระหว่างกำลังเดินไปโรงเรียน เลิฟหยุดเดินแล้วหันมามองคนเรียกงงๆ

 

 

“ครับ” เลิฟตอบแล้วใช้สายตาสำรวจคนตรงหน้านิดๆ เขาไม่เคยรู้จักคนท่าทางนักเลงแบบนี้นี่นา

 

“พี่ชายมึงให้กูมาตาม” คนตรงหน้าบอกด้วยท่าทางกวนๆก่อนจะหันหลังและเดินนำออกไป เลิฟเองก็ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินตามไป

 

“คิกๆพี่รุตไม่เอานะคะ จั๊กจี๊” เสียงคุ้นหูดังแว่วออกมาจากบานประตูให้ได้ยินแผ่วๆ เลิฟเดินเข้าไปใกล้ประตูด้วยใจสั่นๆ ฝ่ามือเย็นเฉียบไปหมด

 

“แยม....” เลิฟครางออกมาเสียงแผ่ว แววตาไหววูบกับภาพที่ได้เห็น หัวใจเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที ตั้งแต่ตอนไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเขาไม่รู้เลย

 

“เลิฟ!!!” แยมตะโกนชื่อเลิฟออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบลงจากตักของรุตมายืนที่พื้นข้างๆ

 

“นี่มันอะไรกันอ่ะแยม” เลิฟถามด้วยเสียงสั่นๆ พยายามบังคับน้ำตาไม่ให้ไหล

 

“เราขอโทษ” แยมมองมาที่เลิฟด้วยแววตาเสียใจ ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมา

 

“เราเลิกกันเหอะนะ” แยมบอกเลิฟเสียงเบาแต่ได้ยินชัดเจนทุกคน

 

“เราไม่ได้รักเลิฟแล้ว...เราขอโทษ” แยมว่าแล้วเดินไปออกไปพร้อมกับรุต

 

เลิฟยืนปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างไม่คิดจะห้าม เขาจะต้องได้ยินคำขอโทษจากปากคนที่เขารักอีกสักกี่ครั้ง แล้วเขาจะต้องโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ จะต้องทำอะไรอีกแค่ไหนคนที่เขารักจะรักเขาบ้าง หรือว่าความจริงแล้วไม่เคยมีใครที่จะอยากอยู่กับเขาจริงๆสักคน

 

แม่ครับ....เลิฟต้องอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่”

 

 

2 Be Con...

 

 

++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

ขอโทษที่หายไปนาน

สารรูปว่ามีปัญหาชีวิตนิดหน่อย เลยเครียดๆ

ตอนนี้ไม่เศร้าเท่าตอนที่แล้ว ให้หน่วงๆพอ

ตอนหน้าเราจะได้เจอไอ้ปอกันแล้วนะ ฮิ้วววววว

ไม่ได้เขียนถึงมันสองตอนคนเขียนรู้สึกแปลกๆบอกเลย

เราพยายามเขียนคำให้เป็นภาษาเขียนมากขึ้น

ไม่รู้สังเกตุกันมั้ย

หลังจากที่สับสนตัวเองว่าจะภาษาเขียนหรือภาษาพูดอยู่นาน ฮาาาาาาาาา

รักคนอ่านนะคับ ^^

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}