Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 10 ประโยคบอกเลิกที่เหมือนกัน

ชื่อตอน : EP : 10 ประโยคบอกเลิกที่เหมือนกัน

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 950

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2562 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 10 ประโยคบอกเลิกที่เหมือนกัน
แบบอักษร

 

 

 

EP : 10 ประโยคบอกเลิกที่เหมือนกัน

 

 

 

“ท่านพ่อข้ามีคนจะให้ท่านพ่อรู้จัก นี่อาจารย์หวางชูที่ช่วยข้าเอาไว้” หรงซู่จินพูดพร้อมกับหันไปที่มุมห้องพร้อมกับผายมือไปยังหวางชูที่ยืนหลบอยู่เงียบๆ เธอไม่อยากจะบอกใครว่าหวางชูเป็นสัตว์อสูรพันธะของเธอ เดี๋ยวจะมีเรื่องตามมาแน่ๆ

“ข้าหรงจินเฉินยินดีที่ได้รู้จักขอรับ แล้วก็ขอบคุณท่านที่ช่วยลูกสาวของข้าขอรับ” หรงจินเฉินก้มหัวให้หวางชูเล็กน้อย พลางสำเร็จใบหน้าหวางชูไปด้วย และต่อมความหวงลูกสาวก็เริ่มทำงานทันที เมื่อพบว่าหวางชูเป็นหนุ่มรูปงามเลยที่ดูภายนอกไม่รู้ว่าอายุเท่าไรแต่ก็ไม่น่าจะมากกว่าเขาเท่าไรนัก

“เช่นกัน” หวางชูพูดแค่นั้นหน้าตานิ่งเฉยจนหรงจินเฉินไม่แน่ใจว่านี้คือคนที่ช่วยลูกสาวของเขาจริงหรือเปล่า แต่ในเมื่อลูกสาวตัวน้อยของเขาพูดแบบนั้นก็ต้องเป็นไปตามนั้น

คนผู้นี้จะต้องมีลมปราณระดับเซียนราชันย์เป็นแน่ เพราะตัวของนั้นเองอยู่ในลมปราณระดับเซียนขั้นปลายและเมื่อเข้าสัมผัสระดับของอีกฝ่ายไม่ได้นั้นก็เพราะว่าอีกฝ่ายมีระดับสูงว่าเขาแน่นอนไม่ต้องสงสัย

“ท่านพ่อเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเห็นว่าหรงจินเฉินจ้องหวางชูตาไม่ว่างเลย เธอก็ก็เลยต้องเรียกท่านพ่อของเธอเพราะเธอมีเรื่องต้องจัดการ แต่คนที่นางต้องจัดการก่อนคนอื่นเลยคงจะเป็นคนรักของหรงซู่จินคนก่อน

“มีอะไรหรือ ซู่เออร์”

“ลูกเพียง เอ่อ ให้ท่านอาจารย์พักกับเราที่นี่ท่านพ่อจะอนุญาตหรือไม่เจ้าค่ะ เพราะถ้าท่านพ่อไม่อนุญาตลูกก็คงต้องออกเดินทางไปเรียนกับท่านอาจารย์นะคะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นพร้อมกับทั้งอธิบายเหตุผลบอกไปด้วย เพราะเธอดูจากสายตาที่หวงลูกสาวนั้นแล้ว ดูท่าจะไม่ยอมง่ายๆ แน่นอน ก็แน่ละ หวางชูเป็นหนุ่มหล่อรูปงามเรียกได้ว่าเป็นหนุ่มหล่อล่มเมืองเลยก็ว่าได้ เอ่อ เธอกล่าวถูกหรือเปล่านะ ช่างมันเถอะ อย่าได้สนใจเรื่องนั้นเลย

“ก็ได้ๆ แค่ลูกอยากทำอะไรพ่อไม่ขัดหรอก เดี๋ยวข้าให้คนจัดเรือนรับรองให้ท่านนะขอรับ” หรงจินเฉินเมื่อได้ฟังเหตุผลของลูกสาวของเขาก็ได้แต่รับยอม ถ้าหรงซู่จินยอมฝึกเป็นจอมยุทธ์เขาก็ดีใจเพราะจะได้อยู่กับลูกสาวตัวน้อยของเขานานๆ

 นั้นก็เพราะว่ามันมีกฎเกณฑ์ที่ว่าผู้ฝึกเป็นจอมยุทธ์ตั้งแต่ระดับลมปราณสวรรค์ขึ้นไปจะได้อายุขัยเพิ่มระดับขั้นคนละหนึ่งร้อยปีแหละตอนนี้เขาเองก็มีอายุขัย อยู่ที่หนึ่งพันสองร้อยปีแล้วแน่นอนเขาจะไม่ตายถ้าไม่ถูกฆ่า

“เอาเรือนที่อยู่ใกล้ๆ ลูกนะเจ้าค่ะ พอดีลูกขี้เกียจเดินไปไกลนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบบอกพร้อมกับบอกเหตุที่ฟังดูแปลกๆ สำหรับหรงจินเฉินเป็นอย่างมาก ตอนนี้ลูกสาวเขาพูดอะไรเขาก็ยอมหมดนั้น ลูกสาวของเขาอุตส่าห์ อยากจะฝึกวรยุทธทั้งที

“วันนี้ท่านไม่ไปทำงานหรือเจ้าค่ะ”

“ไม่ล่ะ พ่ออยู่อยากกับลูก” หรงจินเฉินพูดพร้อมกับลูบหัวของหรงซู่จินไปด้วยอย่างเอ็นดู

“ท่านพ่อลูกมีอะไรจะให้ท่านรู้ด้วยนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นพลางอมยิ้มอย่างตื่นเต้นที่จะทำให้คนเป็นพ่อนั้นตกใจ

“อะไรหรือ” หรงจินเฉินถามลูกสาวตัวน้อยของเขาอย่างสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของหรงซู่จินนั้นเปลี่ยนไป

“ท่านพ่อรู้แล้วอย่าตกใจนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามย้ำเพราะกลัวว่าท่านพ่อของเธอจะรู้เรื่องแล้วจะตกใจจนหัวใจวายเฉียบพลันนะสิ

“ยิ่งลูกพูดแบบนี้พ่อยิ่งอยากจะรู้แล้วนะ” หรงจินเฉินพูดอย่างอยากรู้ว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาจะบอกอะไรเขากันแน่

“งั้นก่อนอื่นเลย…” หรงซู่จินกางม่านอักขระที่มีสีเขียวคลุมทั่วทั้งเรือนพร้อมกับมองไปยังหวางชูที่รู้หน้าที่พลางสะบัดมือเบาๆ ลมปราณที่ถูกกดข่มเอาไว้ก็หายไปพร้อมกับระดับลมปราณที่แท้จริงของหรงซู่จินแผ่ออกมาให้หรงจินเฉินได้รับรู้

“ซู่…เออร์ ลูก” หรงซู่จินตกใจกับระดับลมปราณของลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขาเป็นอย่างมาก แล้วยังเป็นผู้ใช้อักขระอีกด้วย เพียงแค่หรงซู่จินหายออกไปจากตระกูลเพียงสามวัน ลูกสาวตัวน้อยแสนบอบบางของตัวเองก็มีระดับลมปราณสวรรค์ขั้นปลายแล้วยังเป็นผู้ใช้อักขระสีเขียวอีกด้วย โอ้ สวรรค์ท่านช่างเมตตาลูกสาวตัวน้อยๆ ของข้าเลือกเกิน

“ลูกบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อคนเดียวเลยนะ ไม่นับท่านอาจารย์ แต่ท่านพ่อจะเพิ่งบอกใครเรื่อของลูกนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินมองหรงจินเฉินอย่างออดอ้อน จนหรงจินเฉินที่เพิ่งจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้ก็พยักหน้ารับ

ถ้าใครรู้เรื่องเข้ามีหวังเป็นเรื่องแน่ๆ ขนาดหรงอี้จินลูกสาวอีกคนของเขายังมีระดับลมปราณแค่นภาขั้นต้นเอง ทุกคนเรียกนางว่าอัจฉริยะแล้วลูกสาวตัวน้อยของเขาที่หายไปเพียงแค่สามวันเองกลับมาอีกทีก็มีระดับลมปราณเพียงเท่านี้แล้วจะจะเรียกว่าอะไรละ ยอดอัจฉริยะนะหรือ  

“ได้สิ แล้วนี้เดินทางมาเหนื่อยๆ ลูกอยากพักแล้วหรือไม่ เอ่อ เจ้าไม่เป็นอะไรแน่นะซู่เออร์” หรงจินเฉินที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้สำเร็จตรวจดูร่างกายของลูกสาวตัวน้อยแสนบอบบางของเขาเลยเพราะมัวแต่ตกใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่ได้รับรู้ จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกอยากจะไปเมืองหลวงเพื่อไปโรงประมูลนะเจ้าค่ะ ท่านพ่อช่วยพาลูกไปได้หรือไม่เจ้าค่ะ” ไม่ทันที่หรงซู่จะพูดจบดี หรงจินเฉินที่กลัวว่าลูกสาวตัวน้อยจะถูกลักพาไปอีกก็รีบพูดขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้นางจะมีระดับลมปราณสูงส่งแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็อดเป็นห่วงไปไม่อยู่ดี เพราะนางเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา

“ได้ พรุ่งนี้ยังไงพ่อก็ต้องไปทำธุระที่นั้นอยู่แล้ว วันนี้เราก็ไปค้างที่โรงเตี๊ยมของเราดีหรือไม่”

“ดีเจ้าค่ะ ลูกว่าจะช่วยทำงานของท่านพ่อเจ้าค่ะ ท่านพ่อจะได้ไม่เหนื่อยแล้วจะได้อยู่กับลูกบ่อยๆ ด้วย” หรงซู่จินพูดขึ้นเพราะในโลกก่อนหน้านั้นเธอก็ช่วยงานพ่อของเธอทุกอย่าง

“แล้วลูกไม่ฝึกวรยุทธกับท่านหวางชูหรือไง”

“แหะๆ ลูกลืมเจ้าค่ะ แต่ลูกอยากช่วยนี่น่า งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ตอนเช้าลูกจะฝึกวรยุทธส่วนตอนบ่ายลูกจะมาช่วยท่านพ่อทำงานดีหรือไม่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินคิดว่าท่านพ่อของเธอดูออกและเธอก็ไม่อยากจะให้พวกผู้อาวุโสทำงานส่วนต่างๆ เลย คงต้องหาวิธีกำจัดคนพวกนี้ออกไป เฮ้อ พอคิดเรื่องกำจัดคนแล้วเธอคิดถึงอี้เหวินชะมัด

“ถ้าลูกไหวพ่อก็ไม่ว่า แต่อย่าหักโหกมากนัก รู้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ งั้นเรากันไปเลยดีกว่าเจ้าค่ะ ป่ะ ไปกันเถอะท่านอาจารย์” หรงซู่จินพยักหน้ารับพร้อมกับกอดแขนล่ำๆ ของท่านพ่ออย่างออดอ้อนไม่ยอมปล่อย ไม่ให้หรงจินเฉินหลงรักหรงซู่จินได้ยังไงกันละ

“อืม” หวางชูครางรับพร้อมกับสะบัดมือเบาๆ เพื่อปกปิดลมปราณให้กับหรงซู่จินที่ดีใจจนลืมเรื่องนี้ไปก่อนจะสะบัดเบาๆ อีกครั้งเพื่อสะลายม่านอักขระของหรงซู่จินที่ทำเอาไว้กันคนอื่นมาได้ยินเรื่องที่ตัวเองพูด

“ท่านผู้นำ คะ…คุณหนู!” ทุกคนที่อยู่แถวนั้นต่างพากันตกใจที่เห็นท่านผู้นำตระกูลแล้วก็คุณหนูหรงซู่จินที่ได้ข่าวว่าหายตัวไปยังหาไม่เจอ แต่ต อนนี้กับมายืนกอดแขนของท่านผู้นำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยัยคุณหนูไร้ประโยชน์ของพวกเขากลับมาแล้ว

แถมยังมีใครมาด้วยก็ไม่รู้ แต่ว่ารูปร่างหน้าตาหล่อเหล่าเอาการแบบนี้คงต้องเป็นคุณชายตระกูลไหนมาหลงชอบเป็นแน่ ทุกคนต่างพากันคิดแบบนั้น

“ไม่มีงานทำหรือไง” หรงจินเฉินที่เห็นสายตาที่มองมายังลูกสาวของเขาก็พูดขึ้นมาทันที อย่างไม่ชอบใจ อย่างน้อยๆ หรงซู่จินก็เป็นลูกสาวของเขาและยังเป็นเจ้านายของคนพวกนี้ด้วย ควรจะให้เกีรยติกันบาง

อุตส่าห์เสียเงินเลี้ยงดูมา แล้วยังจะมาทำตัวแบบนี้อีก เขาจะไล่ออกหรือเขาจะเอาไปขายดี ถ้าไม่ติดว่าหรงซู่จินอยู่ด้วย เขาไล่คนพวกนี้ออกแน่ๆ

“มีขอรับ” ทุกต่างพากันขานรับพร้อมกับหนีหายไปทำงานส่วนของตัวเองทันที เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว 

เรื่องของคุณหนูไร้ประโยชน์หรงซู่จินกลับมาตระกูลอย่างปลอดภัยนั้นทั่วทั้งตระกูลต่างพากันรู้ไปหมดและมีหรือที่คนอื่นที่คิดจะปองร้ายหรงซู่จินจะไม่รู้ว่าหรงซู่จินนั้นกลับมายังตระกูลแล้วแถมยังปลอดภัยอีกด้วย

 

“ทำไมมันยังไม่ตาย ทั้งที่ถูกวางยาพิษมากมายขนาดนั้น” เสียงที่อยู่ในมุมหนึ่งภายในตระกูลหรงพูดขึ้นอย่างเจ็บแค้น อยากจะรู้จริงๆ ว่ามันรอดมาได้ยังไง

 

“ท่านพ่อลูกอยากจะไปโรงประมูลเจ้าค่ะ” หลังจากเดินทางมายังเมืองหลวงกิเลินสายฟ้าหรงซู่จินก็ร้องบอกทันที เพราะอยากจะเอาของไปขาย

แคว้นกิเลนคลั่งนั้นมีเมืองหลวงทั้งหมดห้าเมืองหนึ่งเมืองกิเลนสายฟ้าที่อยู่ทางเหนือของแคว้นติดกับแคว้นมังกรคำราม สองเมืองกิเลนวารีอยู่ทางใต้ของแคว้นติดกับน้ำทะเล สามเมืองกิเลนปฐพีอยู่ที่ตะวันออกติดกับป่ามายาอสูร สี่เมืองกิเลนวายุที่อยู่ทางตะวันตก ห้าเมืองกิเลนไฟที่อยู่ใจกลางของทุกเมืองและเป็นที่อยู่อาศัยขอเล่าราชวงศ์และพวกขุนนางต่างๆ แล้วก็ตระกูลใหญ่ๆ

“ได้สิ เย็นนี้ดูเหมือนว่าจะมีการเปิดประมูลครั้งใหญ่ด้วยเป็นของหายากทั้งนั้นเลยด้วย ลูกอยากได้อะไรเดี๋ยวพ่อจะประมูลให้” หรงซู่จินมองหรงจินเฉินที่เหมือนจะเป็นท่านพ่อสายเปย์ของเธอไปเสีย

เพราะตั้งแต่เข้าเมืองกิเลนสายไฟมาท่านพ่อของหรงซู่จินก็แวะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ตั้งหลายชุดให้เธอ อยากได้อะไรก็ซื้อให้แค่เธอมองนิดๆ หน่อยๆ ก็ซื้อให้แล้ว

“งั้นเราไปตอนนี้เลยได้หรือไม่เจ้าค่ะ ลูกมีของจะนำไปประมูลนะเจ้าค่ะ” พอหรงซู่จินพูดแบบนั้นหรงจินเฉินก็มองลูกสาวตัวน้อยของอย่างสงสัยเพราะไม่รู้ว่าที่หรงซู่จินต้องการนำอะไรไปประมูล แต่เขาก็คิดว่าคงจะเป็นโอสถหาระดับสูงเป็นแน่ เพราะหรงซู่จินชอบหลอมโอสถเป็นอย่างมาก

“งั้นพวกเราเอาของไปเก็บที่ห้องนะ แล้วพวกเราลงไปเจอกับด้านล่าง”

“ได้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินรับปากพร้อมกับเดินเข้าห้องข้างๆ กับท่านพ่อของเธอและหวางชูก็อยู่ห้องถัดไปจากเธอถึงแม้ตอนแรกพ่อของเธอจะดูไม่ยอมให้เธอต้องนอนห้องติดกันกับหวางชูก็ตาม

แต่พออ้างว่าเพื่อที่จะได้มีคนคุ้มกันเธอเอาไว้ ท่านพ่อถึงยอมเพราะยังไงระดับลมปราณของหวางชูก็สูงกว่าเขา สามารถปกป้องลูกสาวของเขาได้สบายๆ แน่ๆ

หรงซู่จินวางชุดเอาไว้กับเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไปรอทุกคนด้านล่าง และมันก็เหมือนจะเป็นโชคดีของเธอเหลือเกินที่ได้เจอกับคนรักของหรงซู่จินคนก่อนอยู่กับหญิงสาวคนอื่น ดีจริงๆ เลย พวกเธอทั้งสองต่างมีเหตุการณ์เหมือนๆ กันไปหมดซะทุกอย่าง

“ฉางโจ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเจ้าค่ะ” เธอเดินไปหาพร้อมกับพูดทักทายอีกฝ่ายที่กำลังยิ้มหัวเราะกับหญิงสาวคนอื่น ดีจริงๆ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับชายหนุ่มตรงหน้าของเธอหรอกนะ เพียงแต่ไม่ชอบใจก็เท่านั้นเอง

“หรงซู่จิน!” อีกฝ่ายเรียกเธออย่างตกใจที่เห็นหญิงสาวคนรักของเขาอยู่ตรงหน้า ไหนใครบอกนางหายตัวไปไม่ใช่หรือ แล้วนี่อะไรกัน นางมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แถมยังมาเห็นเขาอยู่กับหญิงสาวคนอื่นอีกด้วย บ้าไปแล้วนั้นหรงซู่จินก็รู้เรื่องแล้วสินะ เอาเถอะ ยังไงเรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องบอกเลิกนางเสียแล้วละ ยื้อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี

 “เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าท่านคงมีอะไรจะพูดกับข้านะเจ้าค่ะ” แม้รอยยิ้มจะสวยงามเท่าไรแต่ทำไมฉางโจถึงรู้สึกว่ามันดูเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกเลยก็ไม่รู้ ไม่เอาน่า เขาก็แค่กลัวว่าในสิ่งที่ทำผิดต่อนางเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอก

“เอ่อ มีสิ เราไปคุยกันตรงริมสระบัวดีหรือไม่” ฉางโจพูดขึ้นพร้อมกับลุกออกจากโต๊ะแล้เดินยังข้างโรงเตี๊ยมที่มีสระบัวขนาดกลาง เมื่อทั้งสองเดินมาอยู่ที่สระบัวฉางโจก็หันมามองหรงซู่จินที่เป็นสาวน้อยไม่ทันคนและนางดีเกินไปสำหรับเขาละนะ ถึงนางจะเป็นหญิงงามล่มเมืองก็เถอะ แต่พอได้ลองคบหาดูใจกันแล้ว มันไม่ใช่จริงๆ เขาอยู่กับนางแล้วรู้สึกเบื่อ ไม่เหมือนกับที่เขาอยู่กับหญิงสาวคนอื่น

“ข้าว่าเราเลิกกันเถอะหรงซู่จิน ที่ข้าบอกเลิกเจ้าไม่ใช่เพราะเจ้าทำอะไรผิดหรือนะ แต่เป็นเพราะข้ามันไม่ดีพอสำหรับเจ้าเท่านั้นเอง เจ้าคนดีเกินไปดีเกินกว่าที่ข้าทำให้เจ้าแปดเปื้อนได้” เอาละ เขาพูดแบบนี้มันคงดีแล้ว หรงซู่จินเป็นคนหัวอ่อนและจิตใจดี คงต้องเชื่อในสิ่งที่เขาพูดมาแน่ๆ

หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มในใจ เธอคิดเอาไว้อยู่แล้วเชียว ว่าเหตุผลของการบอกเลิกของผู้ชายทุกคนก็แบบนี้แหละอ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อย แถมยังเป็นประโยคบอกเลิกที่เหมือนของเธอก่อนหน้านี้เลย

ตอนนั้นเธอเจ็บใจอย่างมากที่ถูกบอกเลิก แต่ตอนนี้นะหรือ ขอโทษทีนะ พอดีเธอไม่เสียใจหรอก และเธอออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำไป หรงซู่จินมองหน้าของฉางโจก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับตอบกลับไปอย่างไม่แยแส

“ข้ากำลังจะบอกท่านอยู่พอดีเลย”

ฉางโจมองอีกฝ่ายอย่างตกใจกับรอยยิ้มและคำพูดของหรงซู่จินที่ไม่ได้แสดงถึงความเสียใจ แต่กับยิ้มออกมาอย่างจะมีความสุขเสียด้วยซ้ำ แล้วไอ้คำพูดที่เขาสรรหามาพูดก่อนหน้านี้เล่า มันจะไปมีความหมายอะไรละ ถ้าหรงซู่จินคิดจะเลิกกับเขาอยู่แล้ว

“งะ…งั้นหรือ” ฉางโจเหมือนจะหาเสียงของตัวเองไม่เจอเลยทีเดียว เพียงแค่นางหายไปสามวันแต่ทำไมนิสัยของนางเปลี่ยนขนาดนี้นะ เขาคิดเอาไว้ว่านางจะต้องร้องไห้แน่ๆ แต่นี่อะไร กับมายืนยิ้มแล้วยังพูดเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรเขาเลยสักนิดเดียว เกิดอะไรขึ้นกับนางกันนะ

“งั้นต่อไปนี้เราก็แต่ต่างคนต่างอยู่นะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดย้ำพร้อมกับเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีแล้วเข้าไปนั่งรอท่านพ่อกับหวางชูที่โต๊ะที่ยังว่างอยู่

 

ท่านพ่อผู้หวงลูกสาวแม้แต่กับหวางชู บอกว่าเป็นอาจารย์ยังหวงเลย ฮ่าๆๆ ท่านพ่อสายเปย์ ฉางโจอึ้งไปเลยเมื่อเจอกับหรงซู่จินคนใหม่ของเรา

จะเม้นหรือให้กำลังใจก็ได้ทั้งนั้นจร้า

 

ความคิดเห็น