I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 8 (ฮั้นตี้Xซื่อหนาน)

ชื่อตอน : อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 8 (ฮั้นตี้Xซื่อหนาน)

คำค้น : ฮั้นตี้ ซื่อหนาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 1,120
× 17,000
แชร์ :
อยู่กันฉันมิตร ตกดึกแนบใกล้ 8 (ฮั้นตี้Xซื่อหนาน)
แบบอักษร

วอน 8 

(ฮั้นตี้Xซื่อหนาน) 

 

“ใครตอบคำถามได้จะซื้อของขวัญให้หนึ่งชิ้น” ฮั้นตี้กล่าวด้วยใบหน้าขึงขังจริงจังขณะกวาดตามองใบหน้ากลมเล็กของเหล่าเด็กแฝดฝรั่งผมบลอนด์หนึ่งกำลังนั่งขัดตะหมาดเงยหน้าขึ้นมองฮั้นตี้ตาแป๋ว ในขณะที่ฮั้นตี้กำลังทำหน้าขึงขังนั่งอยู่บนโซฟา  

พรึ่บ!  

แขนป้อมขาวเล็กกว่าใครยกขึ้น “อุ่นตอบได้อาตี้” ไออุ่นบอกเสียงใสแจ๋ว ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก  

ฮั้นตี้ขมวดคิ้ว “อายังไม่ถามเลยน้องอุ่น”  

“แต่อุ่นตอบได้นะ” ไออุ่นพูดเสียงหงอย ใบหน้ากลมก้มลงมองพื้นพรมพร้อมกับใช้นิ้วชี้เขี่ยไปมา  

ฮั้นตี้กลอกตามองบนรอบหนึ่งกับอาการเอาแต่ใจของหลานคนเล็กของพี่ชายต่างพ่อ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วกำลังจะอ้าปากพูด แต่ดันถูกขัดเสียก่อน  

“ตอบได้ไง ตี้ยังไม่ทันถามเลยอุ่น อย่าขี้โกงซิ” ใต้หล้าพูดอย่างฉุนเฉียวพลางผลักไหล่น้องชายคนเล็กเบาๆ  

“อุ่นไม่ขี้โกง!” ไออุ่นว่าพลางเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขม็งมองพี่ชายด้วยใบหน้าบึ้งตึง  

“อย่าทะเลาะกันๆ” ฮั้นตี้รีบห้ามทัพก่อนที่ทั้งสองจะกระโจนเข้าหากัน  

ไออุ่นหน้าบึ้ง “อุ่นไม่รักพี่ใต้แล้ว” ไออุ่นบอกด้วยใบหน้าจริงจัง ก่อนจะหันไปซุกหน้ากับอกของเด็กที่ชื่อคิงอย่างเง้างอน  

ใต้หล้ามองอาการน้องชายแล้วถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจก่อนจะจับแขนป้อมเล็กของน้องชายให้นั่งดีๆแทนที่จะไปซบผู้ชาย ไออุ่นยกกำปั้นเล็กฟาดใต้หล้าเบาๆ ก่อนจะตะโกนด่าใต้หล้าอย่างไม่พอใจ ใต้หล้าเองก็ไม่ยอม ชี้นิ้วว่าไออุ่นตอบกลับอย่างร้ายกาจไม่แพ้กัน ฮั้นตี้มองภาพตรงหน้าแล้วส่ายหัวเบาๆ เขารีบลุกขึ้นไปอุ้มไออุ่นแยกตัวออกมา กล่อมน้องเล็กของบ้านให้ใจเย็นๆ เพราะขืนยังอาละวาดไม่หยุดไม่แน่ว่าอาการจะกำเริบซะก่อน  

“เอาละๆ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว เอาเป็นว่าตี้ให้ของขวัญทุกคนเลยดีไหม”  

“ดี!!!” เด็กๆประสานเสียงตอบอย่างพร้อมเพรียงด้วยใบหน้ายิ้มแป้น ตาเป็นประกายวิบวับ  

“แฮ่ก อาตี้ใจดี” ไออุ่นว่าพลางหมุนตัวมากอดซบฮั้นตี้อย่างเอาใจ ใต้หล้าเห็นอย่างนั้นก็เบ้ปากหมั่นไส้น้องชาย ก่อนจะเดินลุกเดินเข้าไปกอดพ่อของตัวเองบ้าง ทำให้ทะเลาะกับไออุ่นอีกรอบ...เพราะแย่งพื้นที่ในการกอดฮั้นตี้นั่นเอง  

“เอาละๆ ไม่ทะเลาะกันนะ เป็นพี่น้องไม่ทะเลาะกัน เรามาเล่นอย่างอื่นกันดีกว่า วันนี้ตี้ว่างทั้งวันเลย”  

“เล่นบวกเลขเร็ว” ไออุ่นรีบพูดเสนอ  

“ไม่! เล่นแข่งรถดีกว่า” ใต้หล้ารีบพูดขัด เกมเลขเร็วอะไรนั่นน่าเบื่อจะตาย  

“เย็นอยากต่อจิ๊กซอว์” ไอเย็นบอกเสียงร่า  

“ก้องจะเล่นกับต่าย”  

ฮั้นตี้ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเหล่าแฝดต่างแย่งกันเสนอสิ่งที่ตัวเองอยากจะเล่นกันคนละแบบ หากไม่ยอมเล่นตามที่พวกเขาต้องการ ไม่แน่ว่าจะคงจะตะลุมบอนกันอีก ที่ดีหน่อยคงจะเป็นคิง เพราะเจ้าตัวไม่เสนออะไรออกมาเลย  

“งั้นเล่นกันหมดทุกอย่างเลยดีไหม แต่เรามาจับฉลากลำดับก่อนหลังกันนะ” ฮั้นตี้พูดกล่อม และดูเหมือนเจ้าแฝดจะเห็นด้วย หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำฉลากขึ้นมาจับว่าเกมของใครจะได้เล่นก่อนหลัง  

วันนี้เป็นวันพี่เลี้ยงเด็กของแท้สำหรับฮั้นตี้ เพราะคนอื่นๆในบ้านต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ตัวเขาที่ไม่ค่อยมีงานทำ (หนีงานมา) จึงถูกมอบหมายให้ดูแลเจ้าแสบแทน...และเป็นการดูแลที่เหนื่อยแสนเหนื่อยเลยละ  

“อ้าว...นอนกันหมดแล้ว....”  

ฮั้นตี้ที่กำลังนั่งพักสายตาบนโซฟาลืมตาขึ้นมองป้าวันที่ยกถาดขนมเข้ามาแล้วยกยิ้มเหนื่อยๆ “เอาออกไปเถอะป้า เดี๋ยวจะตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นขนม ลำบากผมอีก” เล่นมาตั้งแต่เช้าจนบ่าย เด็กยังไงก็คือเด็ก ตกบ่ายมาได้นมคนละขวด หมอนนุ่มๆคนละใบ ผ้าคนละผืนและเปิดแอร์เย็นๆก็หลับปุ๋ยกันแล้ว เว้นไว้สองคนที่หลับยากกว่าใครคือใต้หล้าและไออุ่น ที่จะต้องมีคนคอยกล่อมให้หลับ=___= ไออุ่นน่ะต้องตบตูดถึงจะหลับส่วนใต้หล้าต้องเกาตูดให้ถึงจะหลับเช่นกัน  

“งั้นป้าเอาไปวางไว้ในห้องอาหารนะคะ ได้ยินว่าอีกไม่นาทีแขกของคุณๆจะมาถึงแล้ว จะได้เอาขนมพวกนี้ต้อนรับแทนเสียเลย”  

“ครับ”  

ฮั้นตี้พยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไปซ้ายทีขวาทีก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกออกมาที่ระเบียงบ้าน รับลมเย็นๆที่หอบกลิ่นดินปะทะเข้าจมูกอย่างปลอดโปร่ง  

“บรรยากาศเหมือนฝนจะตก” ฮั้นตี้พึมพำขณะทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อกินข้าวเที่ยงที่เขาไม่ได้แตะเลยแม้แต่น้อยเพราะมัวแต่จับเจ้าพวกลูกลิงป้อนข้าว  

ฮั้นตี้เดินเข้ามาบอกให้ป้าวันตั้งสำรับอาหารให้ นั่งทานข้าวเที่ยงคนเดียวได้สักพักเสียงรถยนต์ขับเข้ามาพร้อมกับร่างของป้าวันที่เดินนำใครสักคนเข้ามา  

“ไฮ ไงพ่อมาเฟียพ่อลูกอ่อน”  

“มาทำไม” ฮั้นตี้ยกแก้วขึ้นดื่มน้ำแถมเอียนและคิมสันที่พาเด็กของตัวเองเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างไม่มีอารมณ์สนทนา เซ็งมาทั้งวันเพราะต้องเลี้ยงเด็กแสบพวกนั้นแล้ว ยังจะต้องมาเจอเพื่อนกวนประสาทอีก  

เอียนหัวเราะเดินเข้ามาตบบ่าฮั้นตี้ “ไม่เจอกันนาน ดูโทรมๆนะ นึกว่าจะหวานชื่น”  

ฮั้นตี้กลอกตาไปมา แล้วยกน้ำขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ก่อนจะหันไปบอกป้าวัน “ป้าช่วยเอาน้ำมาเสิร์ฟแขกด้วยนะ แล้วก็จัดห้องพักให้พวกเขาด้วย”  

“ค่ะ” ป้าวันรับคำสั่งแล้วเดินออกไป ภายในห้องอาหารจึงเหลือเพียงเอียน คิมสัน ฮั้นตี้ หลิ่งหยู๋และเจียวเจียวที่นั่งหันซ้ายหันขวาไม่หยุด  

ฮั้นตี้เลิกคิ้วมองคนรักของเพื่อนก่อนจะหันไปสบตากับเอียน ซึ่งเจ้าตัวก็ยักไหล่ตอบกลับก่อนจะเอื้อมมือไปจับท้ายทอยของเจียวเจียวเอาไว้ บังคับให้หันไปมองหน้า “หันไปหันมา เดี๋ยวก็คอเคล็ดหรอก”  

“ผม...ผมอยากจะเจอคุณชายนี่ แต่ตั้งแต่มาถึงก็ยังไม่เจอเลย” เจียวเจียวมาที่นี่นอกจากจุดประสงค์ที่จะมาเพื่อยินดีกับเจ้าแฝดแล้ว เขายังอยากจะมาเจอตะวันกล้าและซื่อหนาน 

“จะว่าไป ทำไมมีแต่นายที่อยู่ละ คนอื่นไปไหนกันหมด” คิมสันถามฮั้นตี้ขณะเดียวกันก็หันไปหยิบแก้วน้ำจากป้าวันที่นำมาเสิร์ฟให้ยื่นไปให้หลิ่งหยู๋ ที่นั่งอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่มาถึง 

“ไปทำงานในไร่ เดี๋ยวก็กลับ แล้วนี่กินอะไรมายัง”  

“กินมาแล้ว แวะกินข้าวก่อนแล้วค่อยเข้ามา” เอียนเป็นฝ่ายบอกยิ้มๆ ก่อนจะถามต่อ “แล้วนี่เจ้าแฝดอยู่ไหนกันละ”  

“นอนอยู่” ฮั้นตี้ตอบก่อนจะรวบช้อนลงบนจานแล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก แล้วดื่มน้ำจนหมดแก้ว  

“ผมขอไปหาพวกเขาได้ไหม” ตอนที่จากกันเจ้าแฝดยังเล็กมาก ไม่รู้ตอนนี้โตขึ้นมากแค่ไหน เจียวเจียวคิดตาเป็นประกายเจิดจ้าเมื่อหวนคิดถึงเจ้าแฝดตอนเป็นเด็กอ้วนกลมนุ่ม  

ฮั้นตี้ขมวดคิ้ว “ไอ้ได้น่ะได้อยู่หรอก แต่พวกนั้นหลับอยู่อย่าไปกวนเลย กว่าจะกล่อมนอนได้ เล่นทำฉันเกือบตาย”  

“ขอย่องไปดูเงียบๆได้ไหมครับ” เจียวเจียวเอ่ยขอร้อง  

ฮั้นตี้ไม่ตอบแต่หันไปมองหน้าเอียนสลับกับคิมสัน ส่วนหลิ่งหยู๋นั่งกินน้ำเงียบๆไม่พูดอะไร แต่ดูท่าพวกเขาคงอยากจะเจ้าแฝดกันมาก อุตสาห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่ถ้าจะห้ามหวงไม่ให้ดู เขาคงจะเป็นเจ้าบ้านที่แย่ว่ะ  

“โอเคๆ อยากเห็นก็ไปดู นอนอยู่ในห้องรับแขกน่ะ แต่อย่าเสียงดังนะ”  

“ขอบคุณครับ!” เจียวเจียวกล่าวเสียงใส ก่อนจะหันไปหาหลิ่งหยู๋ แล้วเอ่ยชวน “คุณหลิ่งไปดูด้วยกันไหมครับ”  

“อื้ม” หลิ่งหยู๋ตอบตกลง หลังจากนั้นก็ถูกเจียวเจียวจูงมือออกไปด้วยกัน  

ลับหลังร่างโปร่งของหลิ่งหยู๋และเจียวเจียว ฮั้นตี้จึงเอ่ยถามเรื่องที่คิมสันกับเอียนไม่ได้บอกเขาทางเมลล์และเดินทางมาร่วมงานวันเกิดไอเย็นกับไออุ่นช้าไปหนึ่งวันเพราะต้องไปทำเรื่องบางอย่างให้เขา “ที่มาช้า มีเรื่องอะไร....”  

“ดูเหมือนว่าแผ่นดินใหญ่จะเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาอยากจะคุยกับนาย” เอียนบอกเสียงเรียบพลางนึกไปถึงหน้าของชายในชุดจีนสีแดงเลือดหมูแขนยาวทรงกระบอกลวดลายบนผ้าเป็นมังกรตัวใหญ่สีทองน่าเกรงขาม ผู้ชายคนนั้นมาดักรอพวกเขาก่อนจะเดินทางมาที่นี่  

“ถ้าเป็นเรื่องอาณาเขตอะไรนั่นฉันไม่คุย เพราะตามข้อตกลงฉันก็เลือกที่จะยอมแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับพวกเขาไปแล้ว” เพราะไม่อยากมีปัญหาจนต้องฆ่ากันไปมาอีก ฮั้นตี้ถึงได้ยอมไม่เห็นหัวใครในที่ประชุมของสมาคมอี้หลานในการแบ่งหุ้นให้ฝั่งนั้นไปถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้เขาทำไปเพื่อความสงบสุขแต่ดูเหมือนผู้ปกครองคนปัจจุบันของแผ่นดินใหญ่จะมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นซึ่งฮั้นตี้เองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออะไร 

“เขาไม่ต้องการคุยอาณาเขตอะไรนั่นแล้ว แต่เขาอยากจะให้นายติดต่อเซบาสเตียนให้กับเขา” คิมสันอธิบาย “ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มวางแผนทำอะไรกันสักอย่าง และฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดี เพราะเพื่อนของฉันบอกว่าพวกเขาเรียกประชุมกันทั้งทวีปเพื่อทำข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน เหมือนจะเป็นโครงการใหญ่ด้วย” คิมสันบอกเสียงขรึม ตอนที่ได้ฟังจากเพื่อน น้ำเสียงของมันดูสั่นอย่างหวาดกลัวแถมยังเตือนเขาให้ถอยห่างจากเรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กแต่มันใหญ่มาก ใหญ่จนถึงขั้นลากคนใหญ่คนโตของโลกเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แสดงว่าผลประโยชน์ที่ได้ร่วมกันมันไม่ธรรมดา  

“เราไม่ควรจะยุ่งกับเรื่องนี้นานเกินไปฮั้นตี้ รีบติดต่อเซบาสเตียนให้พวกนั้นแล้วถอยออกมา อย่าอืดอาดยืดยาด....มัวแต่ช้าเดี๋ยวมันจะไม่ทันการณ์ คนพวกนั้นคงได้รังควานเราจริงๆแน่” เอียนบอกเสียงร้อนรน ตอนที่เขาลองเข้าไปสืบข่าวในตลาดมืดได้เห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็นในตอนนั้น มันน่ากลัวและสยองขวัญเกินมนุษย์ พอจะรู้มาบ้างว่าเซบาสเตียนไม่ใช่มาเฟียที่ทำแต่ธุรกิจมืดและฆ่าคน แต่มันยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะทำเรื่องแบบนั้นออกมาได้....  

ฮั้นตี้ฟังเรื่องราวอย่างเงียบๆเขาไม่พูดอะไรนอกจากถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับ “หน้าที่ติดต่อกับเซบาสเตียน เต๋อหัวน่าจะถนัดกว่า จะบอกให้เขาช่วยจัดการให้”  

ตอนนี้ไม่ว่าอะไรพวกเขาก็ไม่ควรเสี่ยงจริงๆ กว่าจะได้ชีวิตที่เรียกว่าชีวิตมาได้ พวกเขาเกือบจะต้องสูญเสียกันและกัน ถึงตอนนี้ไม่ว่ายังไงฮั้นตี้คิดว่าพวกเขาควรจะออกมาจากวงจรบ้าๆนี่แล้วปิดบังตัวตนให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะตัวตนที่เกี่ยวกับเบอร์นาร์ด สีตาบ้าๆนี่...พวกเขาจะต้องหาทางปิดบัง ไม่เช่นนั้นคงติดร่างแหไปกับสิ่งที่เซบาสเตียนทำเป็นแน่ เขาคงต้องปรึกษาเรื่องนี้กับเต๋อหัวอีกที  

 

 

ตกเย็น 

เต๋อหัวและตะวันกล้ากลับมาแล้ว เด็กๆเองก็ตื่นแล้วเช่นกัน แถมยังวิ่งไล่จับกันเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว พูดไม่หยุดแถมยังเห่อของขวัญที่ได้จากเหล่าแขกที่มาเยือนสุดๆ วิ่งอวดของขวัญกันมาจนถูกตะวันกล้าดุ ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งเล่นกันในห้องรับแขกโดยมีพี่เลี้ยงเด็กมือใหม่อย่างเจียวเจียวและหลิ่งหยู๋ทำหน้าที่หยอกล้อให้หลุดยิ้ม  

“ชะเง้อจนคอจะหักแล้วนั่น” ตะวันกล้าพูดขึ้นหลังจากลอบมองท่าทางของฮั้นตี้อยู่นาน  

“คอใครหักคะ” ไอเย็นนั่งเล่นหุ่นตุ๊กตามนุษย์อยู่เงยหน้าขึ้นมาถามตะวันหล้าอย่างใคร่รู้ ตะวันกล้าอมยิ้ม “คำเปรียบเปรยลูก” ตะวันกล้าอธิบายก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปพูดกับฮั้นตี้ต่อ  

“ปกติแล้วซื่อหนานจะกลับมาในเวลานี้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงยังไม่กลับ รอแป๊ปแล้วกันเดี๋ยวจะโทรถามให้....” ที่โรงบ่มไวท์น่าจะมีปัญหาละมั้ง ตะวันกล้าคิดเองในใจ ก่อนจะเดินไปที่มุมห้องยกโทรศัพท์บ้านขึ้นแนบหูแล้วกดเบอร์โทรออกรอสายสักพักแล้วพูดคุยกับปลายสายด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเสร็จตะวันกล้าจึงวางสาย  

“ทำไม มีอะไร” ตะวันกล้าเดินกลับมาก้นยังไม่ทันแตะโซฟาฮั้นตี้ก็รัวคำถามใส่ทันที 

“ใจเย็นไอ้เสือ ให้ตะวันเขานั่งก่อนไหมละ” คิมสันเอ่ยแซว ขณะยกมือโอบหลิ่งหยู๋เอาไว้แล้วลูบไหล่ไปมาเบาๆ  

“เรื่องอะไร” เต๋อหัวถามเพราะเห็นหน้าไม่สู้ดีของตะวันกล้า ส่วนมือก็คอยประคองไออุ่นที่ฟุบหลับบนอกเอาไว้ขยับตัวให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เจ้ายุ่งตื่นขึ้นมาหลังจากวิ่งเล่นจนเหนื่อยหอบ  

“ถังหมักไวท์มีปัญหานิดหน่อย ต้องใช้เวลาแก้นาน ตอนนี้ตามผู้เชี่ยวชาญอยู่ พี่บอกว่าจะพักอยู่ที่บ้านต้นไม้ คืนนี้คงไม่กลับ”  

ฮั้นตี้มองนาฬิกา ขมวดคิ้วมุ่นไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักที่ซื่อหนานไม่กลับบ้านมาทานข้าวเย็นด้วยกันอย่างทุกวัน ซ้ำยังจะค้างนอกบ้านขณะที่เขาอยู่บ้าน ต้องการหลบหน้ากัน...หรือมีงานจริงๆนะ... “....ฉันจะไปดูซื่อหนาน” ฮั้นตี้บอกเสียงเข้มจริงจัง เขาร้อนใจอยากจะคุยกับคนที่หลบหน้าเขาแต่เช้าและหายหน้าไปทำงานไม่กลับบ้าน  

“อ้าว เฮ้ย แล้วไม่กินข้าวเย็นก่อนละ” เอียนที่กำลังคุยโม้กับใต้หล้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาถามฮั้นตี้ที่ลุกขึ้นยืนหุนหันจะออกไปข้างนอกด้วยความร้อนใจ  

ฮั้นตี้ขมวดคิ้ว ซื่อหนานกำลังมีปัญหาและไม่กลับมากินข้าวเย็นแล้วเขาจะอยู่กินสุขสบายได้ยังไง “ไม่ละ” 

“เดี๋ยวซิ ไหนๆก็จะไปหาพี่แล้ว ก็เอาอาหารเย็นไปกินกับพี่ด้วยเลยซิ” ตะวันกล้าบอก ฮั้นตี้ที่กำลังจะเดินออกไปจึงหยุดชะงักแล้วหันไปหาตะวันกล้า  

“รอแป๊ปนะ จะบอกให้ป้าวันเตรียมให้” ตะวันกล้าบอกก่อนจะเดินผ่านฮั้นตี้ไปบอกป้าวัน  

“ตี้จะไปไหนฮะ” ก้องภพที่นั่งคุยกับกระต่ายอยู่มุมห้องคนเดียวหันหน้ามองหาฮั้นตี้ทั่วห้องจนเห็นพ่อยืนอยู่ใกล้กับประตูจึงรีบลุกวิ่งเข้ามาเกาะขา  

“ตี้จะไปหาหนานหนานครับ”  

“ก้องด้วยนะ”  

ฮั้นตี้ยกมือขึ้นยีผมก้องภพแล้วย่อตัวลงพูดกับก้องภพ “ก้องอยู่นี่ ดูแลน้องแทนตี้ แล้วตี้จะกลับมานะลูก”  

ก้องภพขมวดคิ้วมุ่นไม่ชอบใจนิดๆกับคำสั่งของพ่อแต่พอคิดดูอีกทีเขาเป็นพี่ใหญ่สุด (ไม่นับคิง) ถ้าตี้กับหนานหนานไม่อยู่ เขาจะต้องดูแลน้องจริงๆนั่นแหละ เพราะเขาเป็นพี่และแข็งแรงกว่าใต้หล้ามากด้วย  

“ฮะ...อย่าไปนานนะฮะ” ก้องภพบอกด้วยแววตาใสแจ๋ว ยืดอกรับคำสั่งของพ่อด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมาหน่อยแล้วหลังจากได้รับหน้าที่จากพ่อ  

ฮั้นตี้ยีหัวลูกชายแล้วก้มลงหอมเหม่งขาวๆ แล้วลุกขึ้นยืน รับปิ่นโตจากมือของตะวันกล้ามาถือไว้แล้วหันไปบอกลาแขกผู้มาเยือน แล้วเดินออกไปด้วยความรีบร้อนทันที  

“จะไหวไหมนั่น” เห็นเทียวไล่เทียวขืนเขามานานแล้วแต่ฮั้นตี้ก็ไม่คืบหน้าในความสัมพันธ์ครั้งนี้เสียที 

“ต้องไหวละน่า” ตะวันกล้าพึมพำขณะจูงมือก้องภพให้ลงไปนั่งข้างใต้หล้าและคิงที่กำลังช่วยกันต่อรถเล่นกันอยู่ ส่วนเขาก็ทรุดตัวนั่งลงข้างเต๋อหัวที่กำลังตบก้นเจ้าอุ่นบนอกอย่างเงียบๆ  

“พวกคุณจะอยู่ที่นี่กี่วันหรอ”  

“พวกเราว่าจะอยู่เที่ยวที่นี่สักอาทิตย์หนึ่งครับคุณชาย” เจียวเจียวตอบเสียงร่า นานๆจะกลับมาเยี่ยมคุณชายผู้มีพระคุณ เจียวเจียวจึงอยากจะอยู่เที่ยวที่นี่อีกสักพัก  

“ดีซิ ที่นี่มีที่เที่ยวเยอะเลยนะ” ตะวันกล้าตอบกลับ 

“เที่ยวๆ เที่ยวหรอ ใต้เที่ยวด้วยนะ” ใต้หล้าเงยหน้าขึ้นมาชูกำปั้นพร้องตะโกนบอกเสียงร่า ยิ้มแป้นตาแป๋วมองผู้ใหญ่ราวกับลูกหมาน้อยกระดิกหางเริงร่าก็ไม่ปาน  

“ครับๆ ถ้าไปเที่ยวยังไงก็ต้องพาใต้ไปด้วยอยู่แล้ว”  

“เย้!”  

ท่าทางไร้เดียงสาของหลานชายทำให้ตะวันกล้าอดใจไม่ไหวยื่นหน้าเข้าหอมแก้มกลมๆนั่นฟอดใหญ่อย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะกระซิบบอกหลานชายว่าวันนี้ให้มานอนกับตนเพราะมีเรื่องเล่าสนุกๆเล่าให้ฟัง เป็นการหลอกล่อเด็กเล็กให้โวยวายหาผู้เป็นพ่อน้อยลง และขับกล่อมเข้านอนได้ง่ายขึ้น  

อยู่กับอานะวันนี้....ปล่อยให้พ่อพ่อเขามีเวลาส่วนตัวกันบ้างนะเจ้าแสบ  

ตะวันกล้าคิดในใจด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่มขณะลูบหัวใต้หล้าเบาๆก่อนจะโน้มลงไปหอมหัวทุยนั่นแรงๆแล้วสอนหลานๆเล่นของเล่นกับเจียวเจียวและหลิ่งยู๋ต่อจนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น.... 

 

 

 

 

โรงบ่มไวท์ 

“ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมจะพิมพ์รายงานส่งให้คุณจันทร์ให้เร็วที่สุดนะครับ”  

“ขอบคุณคุณกิตมากนะครับที่สละเวลามา รบกวนแล้วจริงๆ” ซื่อหนานบอกด้วยความนอบน้อมเกรงใจ กิตติพล เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการหมักและบ่มไวท์ เขาซึ่งไม่มีความรู้ด้านนี้เพิ่งหันมาจับงานด้านการทำไวท์ลองผิดลองถูกกันอยู่นานพอเริ่มหาวัตถุดิบ หาไม้โอ๊คมาทำเป็นถัง ศึกษาเรื่องนี้ชนิด คาแรคเตอร์ขององุ่นแต่ละพันธุ์แบบเจาะลึก กว่าจะเริ่มลงมือทำกระบวนการหมักแรก ก็ทดลองกันอยู่นาน แต่พอเริ่มทำกระบวนการหมักจริง กลับเกิดปัญหาขึ้นมาเสียได้ 

“หากให้ผมแนะนำจริง ผมคิดว่าคุณจันทร์ควรจะหาฝึกพนักงาน และหาผู้เชี่ยวชาญมาประจำที่นี่เลยจะดีกว่านะครับ” 

“เรื่องนั้นกำลังดำเนินการครับ แต่ไม่มีใครมาสมัครสักที ติดประกาศไปตั้งนานแล้ว” 

กิตติพลทำหน้านิ่งคิด “ถ้าเช่นนั้น หากผมจะแนะนำลูกศิษย์คนหนึ่งให้คุณจันทร์ คุณจันทร์จะรับไปพิจารณาไหมครับ” 

“แน่นอนครับ ยินดีมาก” ซื่อหนานตอบรับทันทีที่ได้ยิน กิตติพลพยักหน้ายิ้มรับอย่างโล่งใจเป็นการดีจริงๆที่เขาสามารถหางานให้กับนักเรียนทุนพฤติกรรมดีได้ 

“ไว้ผมจะส่งข้อมูลของเขามาให้คุณในเมลล์พร้อมรายงานนะครับ” 

“ตกลงครับ”  

ฮั้นตี้กอดอกยืนมองซื่อหนานคุยกับชายวัยกลางคนอยู่ใต้ร่มไม้ รอเวลาให้ซื่อหนานคุยงานเสร็จจึงจะเข้าไปหา แต่รออยู่นานร่างโปร่งก็ไม่มีทีท่าบอกลาคู่สนทนาเสียที ฮั้นตี้จึงกวักมือเรียกคนงานคนหนึ่งไว้แล้วถามเรื่องที่พักของซื่อหนานในคืนนี้ เพราะเขาจะเข้าไปรอที่นั่น  

พรึ่บ! 

เสียงกระพริบเปิดของไฟดวงเก่าดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างสาดส่องไปทั่วห้องเผยให้เห็นฟิวนิเจอร์ เตียงนอน และเครื่องอำนวยความสะดวกภายในห้องไม่กี่ตารางเมตร แต่ถูกจัดวางจัดสรรเรียบร้อยเป็นระเบียบอย่างลงตัว ซ้ำยังมีห้องน้ำและประตูระเบียงห้องนอนชมวิวยามค่ำคืนอย่างเห็นชัดอีกต่างหาก  

กึก... 

ซื่อหนานส่งแขกกลับขึ้นรถเรียบร้อยแล้วเขาสั่งงานลูกน้องอีกสองสามประโยคก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนที่บ้านต้นไม้ ความเมื่อยล้าจากการทำงานทำให้เขาไม่ได้สังเกตเลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญอยู่ในห้อง จนกระทั่งเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วจึงได้รู้  

“ฮั้นตี้?”  

“อ้าว มาแล้วหรอ” ฮั้นตี้ที่ยืนชมวิวอยู่ที่ระเบียงหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องแล้วไม่ลืมปิดประตูกระจกก่อนจะก้าวเข้าไปหาซื่อหนานที่ยืนตาปรืออยู่ตรงประตูห้องด้วยความมึนงง 

“มากินข้าวซิ นายยังไม่ได้กินข้าวเย็น ฉันเลยอาสาเอาข้าวมาให้”  

ซื่อหนานสมองตื้อไปชั่วขณะเขาคิดอะไรไม่ออกเพราะภาพเมื่อคืนที่เขากับฮั้นตี้กำลังจะ....เข้ามาในหัว พอคิดมาถึงตรงนี้ความร้อนก็แล่นวาบเข้าสู่สองแก้มทำให้คนฟอร์มจัดรีบกระแอมไอปรับอารมณ์แล้วหันหน้าหนีทำท่าทางถอดเสื้อคลุมออกไปแขวนเพื่อสงบสติอารมณ์  

ฮั้นตี้ไม่ได้สังเกตอาการที่เปลี่ยนไปของซื่อหนานเขาเพียงนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจัดวางอาหารบนโต๊ะอย่างเอาใจใส่  

“มาอยู่ที่นี่แล้วแฝดละ”  

“ตะวันกล้าดูแลให้....”  

“แฝดไม่กวนตะวันแย่หรอ กินข้าวเสร็จเราก็รีบกลับกันเถอะ” ซื่อหนานบอกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่หากสังเกตดีจะพบว่าหูของเขากำลังแดงกร่ำ  

ฮั้นตี้ขมวดคิ้วงุนงง “รีบกลับทำไม ดึกมากแล้วนะ นอนที่นี่เถอะ ป่านนี้เจ้าแสบคงหลับไปแล้ว” พอจัดจานเสร็จเขาก็เงยหน้าขึ้นมองซื่อหนาน แต่อีกคนกลับเบนตามองไปทางอื่นแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับฮั้นตี้  

“กินข้าวเถอะ นายยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนะซื่อหนาน” ฮั้นตี้บอกพลางยื่นข้าวในปิ่นโตมาวางไว้ตรงหน้าเขา  

“อื้ม...” ซื่อหนานพยักหน้ารับแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆโดยไม่พูดอะไรอีก  

ฮั้นตี้มองคนตรงหน้ากินข้าวอย่างว่าง่ายโดยไม่พูดอะไรแล้วพอใจอยู่ลึกๆกับการแสดงออกของซื่อหนานต่อความหวังดีของเขา มันทำให้เขาใจชื้นขึ้นและเริ่มกล้าที่จะทำคะแนนเอาใจอีกฝ่ายมากขึ้น ไม่แน่ว่า...สิ่งเขารอคอย...อาจจะใกล้เป็นจริงมากขึ้นทุกที หึๆๆๆ ฮั้นตี้ยิ้มมุมปากอย่างย่ามใจ  

ซื่อหนานขมวดคิ้วเงยหน้าหรี่ตามองฮั้นตี้ “มองอะไร”   

“เปล๊า...เออ แค่คิดว่านายเจริญอาหารดี กินเยอะๆนะ ฉันชอบมองเวลานายกิน^^” 

เรื่องนั้น....ซื่อหนานทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ขมวดคิ้วมองสบตาพราวระยับคู่นั้นอย่างร้อนๆหนาวๆ รู้สึกไม่ปลอดภัย และขนอ่อนลุกซู่ๆตงิดๆ คืนนี้คงไม่ใช่ว่า....จะนอนที่นี่หรอกนะ.... 

ซื่อหนานขมวดคิ้วคิดหนักใจอยู่คนเดียว ก่อนจะคว้าแก้วมาดื่มน้ำอึกใหญ่หลังจากกินข้าวจนหมดถ้วย “เดี๋ยวฉันล้างให้” ฮั้นตี้อาสา  

“ไม่ต้อง...รีบกลับไปเถอะ กลับค่ำๆมืดๆอันตราย” ซื่อหนานปฏิเสธเสียงเรียบ พลางแย่งปิ่นโตในมือฮั้นตี้มาถือไว้เอง  

ฮั้นตี้ชะงัก...เดี๋ยวนะ...กลับค่ำๆมืดๆอย่างนั้นหรอ?  

“ซื่อหนาน นายคงไม่คิดไล่ฉันกลับไปนอนที่บ้านในเวลานี้หรอกนะ”  

“ก็....”  

“นายคงไม่ใจร้ายไล่ฉันที่แบกข้าวแบกน้ำมาให้นายกลับนอนบ้านใหญ่หรอกใช่ไหม” ฮั้นตี้ถามย้ำเสียงอ่อนตีหน้าเศร้า  

“กู...เอ้ย ฉัน....” 

“ตามใจนาย ฉันไม่ขัดข้องหรอก แต่ขอล้างปิ่นโตเสร็จก่อนนะแล้วฉันจะกลับ” ฮั้นตี้บอกเสียงอ่อนก่อนจะคว้าเอาปิ่นโตจากมือซื่อหนานที่ยืนแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปล้างที่อ่างล้างจานอย่างหงอยๆ  

ซื่อหนานมองตามร่างสูงใหญ่เดินผ่านตัวเขาไป แล้วความรู้สึกผิดแล่นเข้าสู่หัวใจจนทำหน้าไม่ถูก ซื่อหนานนิ่วหน้าคิดมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังยืนล้างปิ่นโตอยู่ที่อ่าง ยืนเม้มปากแน่นมองฮั้นตี้ด้วยความลังเล จู่ๆความกังวลก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน ซื่อหนานกำลังคิดว่าระหว่างตนเองกลับไปนอนบ้านพร้อมฮั้นตี้กับไล่ฮั้นตี้กลับไปนอนที่บ้านอย่างไหนดีกว่ากัน แม้ทางแรกจะดูเซฟความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็คงไม่พ้นได้นอนกับอีกคนอยู่ดี หากเขายืนยันนอนที่นี่โดยไล่ฮั้นตี้กลับ คงจะกลายเป็นว่าเขานอนไม่หลับเสียเอง เพราะรู้สึกผิดมาก อีกอย่างห้องที่บ้านคงจะถูกแขกใช้เป็นที่หลับนอนเสียหมดแล้ว  

“นายจะนอนที่นี่ก็ได้...”  

“หืม? นายพูดว่าไงนะซื่อหนาน?”  

“ฉันบอกว่านายจะนอนที่นี่ก็ได้”  

ฮั้นตี้หยุดล้างปิ่นโตหันขวับกลับไปมองซื่อหนานที่ยืนหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง ดวงตาซึมเศร้าอมทุกข์เมื่อครู่หายวับไปเหลือเพียงดวงดาวพร่างพราวในดวงตาสีดำอมเทามองจดจ้องร่างโปร่งอย่างตื่นเต้นดีใจกับโอกาสที่ได้  

“นาย...” พูดจริงหรอ... ฮั้นตี้อยากจะถามซ้ำให้แน่ใจทว่าเขาไม่อยากจะถามให้ซื่อหนานรู้สึกไม่ดี จึงเปลี่ยนเป็นขอบคุณแทน “เอ่อ...ขอบคุณนะ”  

“ขอบคุณทำไม...มันเป็นสิทธิ์ของมึง เอ่อ นายไม่ใช่หรือไงที่จะอยู่....”  

“ห๊ะ? ฉันมีสิทธิ์หรอ”  

“ถามโง่ๆ” จนป่านนี้แล้วยังไม่เข้าใจหรอว่าเขาได้ให้โอกาสกับฮั้นตี้สุดๆแล้ว มีแต่ฮั้นตี้นั่นแหละที่ยังคงมีท่าทีเกรงกลัวเขาอยู่เนืองๆ ปฏิบัติต่อเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ  

“ฉัน....เรื่องนั้น.....” ฮั้นตี้แสดงสีหน้างุนงงออกมา เพราะเขาได้รับสิทธิ์นั้นอย่างงงๆ แม้จะตกลงกับอีกฝ่ายเรื่องขอโอกาสบ้าง และซื่อหนานก็ตอบตกลงแต่เรื่องสิทธิ์ที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอีกคนมันยังคลุมเครือสำหรับเขา มาวันนี้ซื่อหนานกลับบอกว่าเขามีสิทธิ์........นี่มัน..วันดีของไอ้ตี้จริงๆ ฮ่าๆๆ 

“ฉันจะไปอาบน้ำ ถ้าล้างเสร็จแล้วก็รีบอาบน้ำเข้านอนเร็วๆด้วย ฉันง่วง” ซื่อหนานพูดจบก็รีบหมุนตัวเดินคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปโดยไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างของฮั้นตี้ ส่วนฮั้นตี้เองก็ไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มบางของซื่อหนาน ทว่า...ความรู้สึกดีๆที่สัมผัสได้จากฝ่ายตรงข้ามนั้นชัดเจนกว่าครั้งไหน.... 

 

 

 

บนเตียงกับซื่อหนาน....ในสภาพที่พวกเขาสงบศึกกันและเริ่มที่จะพูดดีต่อกัน ฮั้นตี้ไม่คิดมาก่อนเลยว่ามันจะมีวันนี้...มันเหมือนกับว่าพวกเขาได้เริ่มใช้ชีวิตคู่กันมากขึ้นทุกที แค่คิดใจก็พองโตจนเผลอยิ้มออกมาแล้ว  

“ยิ้มอะไรอยู่ ฉันจะนอนแล้ว ปิดไฟด้วย”  

ฮั้นตี้หลุดจากภวังค์เหลือบมองใบหน้าเรียวนวลใต้แสงนีออนของโคมไฟหัวเตียงในชุดนอนเสื้อยืดสีขาวบางจนเห็นผิวเนื้อด้านในทำให้ฮั้นตี้ลอบกลืนน้ำลายแล้วยิ้มแห้ง ก่อนจะรีบปิดโคมไฟแล้วล้มตัวลงนอนข้างซื่อหนานที่ห่มผ้าแทบคลุมมิดหัวนอนหันหลังให้เขา ฮั้นตี้เหลือบมองแผ่นหลังแคบบางกว่าเขาเงียบๆ แสงสลัวจากไฟด้านนอกทำให้เขาเห็นคนบนเตียงนอนนิ่งไม่ขยับ และมองดูอย่างเงียบๆด้วยใจเป็นสุข  

“นอนมองฉันแบบนี้ แล้วใครจะหลับลง” 

ซื่อหนานพูดพร้อมกับพลิกตัวหันมาหาเขาและเราสบตากัน แม้เตียงจะไม่ใหญ่มาก แต่เราสองคนก็นอนเว้นระยะห่างกันประมาณหนึ่ง เพราะรู้ดีว่าสำหรับความใกล้ชิดแบบนั้น คงจะยังไม่เกิดขึ้นกับเราและคงต้องใช้เวลาสักพัก 

“ฉันคิดว่านายหลับไปแล้ว”  

“นอนไม่หลับ” 

“เพราะฉันมองหรอ”  

“........”  

ซื่อหนานไม่ตอบเพียงมองตาพราวระยับต้องแสงสลัวจากไฟด้านนอนสะท้อนเข้ามาในห้องนอน พวกเขาไม่มีใครพูดอะไรเพียงแต่นอนมองสบตากันและกันเงียบๆภายใต้ความมืดที่มีแสงสลัวพอทำให้เห็นเค้าลางใบหน้าและดวงตาวิบวับของอีกฝ่าย ทำให้พวกเขาสองคนรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดที่ได้นอนมองหน้าของกันและกัน  

“.....ใช่ นอนไม่หลับเพราะนายมอง” กลายเป็นซื่อหนานที่เป็นฝ่ายทำลายบรรยากาศยากอธิบายนี้ 

ฮั้นตี้ระบายยิ้มอ่อน “ขอโทษแล้วกัน แต่นายน่ามองจริงๆ”  

ซื่อหนานเลิกคิ้ว “มีอะไรน่ามองนัก ใต้แสงสลัวแบบนี้นายเห็นฉันชัด?”  

“แน่นอน....” ฮั้นตี้ตอบ พลางขยับตัวเอามือมาหนุนศีรษะ “ฉันเห็นนายชัด เพราะจำหน้านายได้ขึ้นใจ”  

ซื่อหนานยิ้มมุมปาก มองฮั้นตี้แล้วเริ่มอ่อนใจขึ้นมาตงิด “เลิกหยอดสักวันจะตายหรือไง” 

“ไม่หยอด....” ฮั้นตี้ยิ้มแล้วเอ่ยเสียงพร่า “พูดจริงต่างหาก....”  

ซื่อหนานเบ้ปากมองอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้มั่นใจว่าฮั้นตี้คงไม่เห็นว่าเขาแสดงใบหน้าอย่างไรจึงได้เบ้ปากเสียเต็มที่ แต่นั่นกลับไม่ใช่อย่างที่ตนคิด ฮั้นตี้เห็นและเขาหัวเราะออกมา  

“ทำไมนายถึงไม่เชื่อฉัน ว่าฉันพูดความจริง เพราะที่จริงแล้วไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับนาย ฉันพูดจริงจากใจทุกอย่าง”  

“ยังไม่พูดว่าไม่เชื่อ”  

“ไม่พูดแต่นายแสดงออกให้ฉันคิดแบบนั้น” 

“คิดเองเออเอง”  

“เพราะสำหรับฉัน นายมองออกยาก”  

ซื่อหนานขมวดคิ้ว “นั่นควรเป็นประโยคพูดของฉัน”  

ฮั้นตี้ยิ้มชอบใจ ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วพูดเสียงอ่อย “เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าที่เรามองคนคนหนึ่งไม่ออก เพราะเรากังวลเรื่องของเขามากไป”  

“ทำไมถึงกังวลเรื่องของเขามากไป”  

“เพราะรู้สึกกับเขามาก”  

“..........”  

ซื่อหนานมองคนที่ขยับเข้ามานอนใกล้จนลมหายใจรดร้อนเป่ามือของตนที่ใช้หนุนรองใบหน้าบนหมอน ฮั้นตี้ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ความร้อนที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย ซื่อหนานไม่ได้ผลักไสหรือปฏิเสธ เขาเพียงนอนนิ่งมองอีกฝ่ายต่อไปอย่างเงียบ....ด้วยความรู้สึกที่เริ่มตื่นตัวขึ้นมานิดทุกครั้งที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดมือของเขา 

“ดาวสวยนะ นายว่าไหม” ฮั้นตี้เอ่ยเสียงพร่า  

ซื่อหนานขมวดคิ้ว “ดาวที่ไหน?”  

“ในตาของนาย...ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง นายมองเข้ามาในตาของฉันก็จะรู้เอง”  

ซื่อหนานอมยิ้ม “คิดว่าฉันเป็นเด็กมัธยม?” เขาไม่ใช่เด็กไม่รู้ความนะ ถึงจะไม่รู้ว่านั่นมันประโยคชวนทำอะไร 

“ก็อยากให้เป็นบ้างเหมือนกันนะ”  

“ขอมากไปหรือเปล่า” 

“ถ้านายคิดว่ามันมากไป จะไม่ให้ก็ได้”  

“........”  

ซื่อหนานเงียบ ไม่พูดอะไร เขาเพียงมองสบตาคมใกล้ๆแล้วเอื้อมมือไปแตะตรง ‘ส่วนนั้น’ ของอีกฝ่ายใต้ผ้าห่ม จนอีกฝ่ายหลุดครางเสียงทุ้มต่ำในลำคอ 

“ถ้าไม่ให้จะนอนหลับหรือเปล่า” 

“....ไม่” ฮั้นตี้ตอบเสียงพร่างึมงำ เขาเคลิ้มไปกับการเคลื่อนไหวของมือเรียวใต้ผ้าห่มทำให้หลุดครางออกมาเป็นพักๆ 

“จะนอนมองฉันทั้งคืนว่างั้นเถอะ” 

“อื้ม...”  

“โง่....”  

เขารู้ว่าฮั้นตี้มีโอกาสที่จะ ‘ทำ’ เรื่องนั้นกับเขา แต่อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ทำแต่กลับทนมาได้ทุกครั้งที่พวกเขามีโอกาสได้นอนร่วมกัน 

“อ่า...ฉันไม่อยากทำอะไรนายตอนที่นายไม่ยินยอม หรือไม่ได้สติ...นายก็รู้ว่าทำไม” ฮั้นตี้ตอบเสียงพร่าและหลุดครางออกมาเรื่อยๆเมื่อมือคู่งามกำลังลูบไล้บีบเค้นส่วนนั้นของเขาหนักหน่วง 

“...ลองขอฉันตรงๆ ดูซิ บางทีอาจพิจารณาว่าฉันควรจะให้หรือปล่อยให้นายค้างทั้งอย่างนี้”  

“อู้ยยยย....อื้ม...” ฮั้นตี้ไม่รีรออีกต่อไป เขาพลิกตัวนอนคร่อมร่างโปร่งโน้มหน้าไปใกล้จนจมูกชิดจมูกคนใต้ร่าง ลมร้อนหายรดประสานรวมกันชวนสั่นสะท้าน ซื่อหนานเม้มปากแน่นมองคนเหนือร่างตาวาว 

“ซื่อหนาน...ฉันขอนะ...” 

“........”  

“ขอให้ฉัน....” ฮั้นตี้หลุดครางเสียงต่ำก่อนจะโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูเล็กของคนใต้ร่างเสียงพร่า “รักนาย...” 

“รออะไรอยู่ละ......อื้มมมม” ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วก่อนที่ซื่อหนานจะพูดจบ ความชื้นแฉะชำแรกเข้ามาในโพรงปากอย่างชำนาญ กวาดไล่ต้อนดูดคลึงลิ้นเรียวอย่างหื่นกระหายแทบไม่ให้พักหายใจ พอผละออกไปก็ทาบทับลงอีกครั้งย้ำๆซ้ำๆอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ซื่อหนานได้ยินเสียงกระซิบบอกพร่าว่าห้ามเขาหลับตา สติพร่าเบลอได้ยินไม่ชัดแต่กลับทำตามที่อีกคนบอกอย่างไม่ขัดขืน เขาลืมตาขึ้นมาสบมองดวงตาคมของฮั้นตี้ด้วยตาปรือปรอยชวนยั่วยวนอีกฝ่าย และครางเสียงสั่นพร่ายามมือแกร่งลูบไล้บีบคลึงไปทั่วกายโดยที่ตายังคงสบมองตาของฮั้นตี้ไม่ละสายตาไปไหน 

“อ่า...” 

“อื้ม นายทำให้ฉันบ้าตายอยู่แล้วซื่อหนาน” พูดจบก็โน้มหน้าลงไปซุกไซ้กายขาวต่อ... 

ฟอดดด จุ๊บ 

“อ๊ะ...”  

ซื่อหนานขยุ้มผมของฮั้นตี้แล้วกัดปากครางเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากร้อนกำลังดูดเม้มจูบหอมแผ่นออกของเขาราวกับจะกลืนกินเข้าไป พลางนึกเกลียดตัวเองที่ไม่ปฏิเสธสัมผัสร้อนรุ่มนี่เลย หนำซ้ำยังหยัดกายเข้าหาให้อีกฝ่ายแนบชิดด้วยความเต็มใจจนน่าละอาย  

“อ่ะ...” 

“ฮึ่มมม” 

ฮั้นตี้ครางเสียงต่ำอย่างพอใจยามกายขาวบางบดเบียดร่างกายเข้าหายั่วเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนปลุกเร้าให้เขาโถมกายทาบทับบดเบียดร่างขาวนวลจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ฮั้นตี้ครางเรียกชื่อซื่อหนานงึมงำซ้ำๆขณะที่มือคู่แกร่งทำหน้าที่เล้าโลมคนใต้ร่างอย่างอ่อนโยนสลับรุนแรง ความวาบหวามที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันและกัน เหมือนการช่วยกันเติมเชื้อเพลิงให้กันมันเร้าร้อน เสียวซ่านจนแทบจะทนไม่ไหว พวกเขาทั้งคู่เพียงสบตากันและจมจ่อมกับร่างกายเปล่าเปลือยของกัน รู้สึกถึงเพียงความโหยหาและอยากที่จะเติมเต็มกลายเป็นหนึ่งเดียว... 

อะอ๊า....../อาห์... 

...ด้วยความเต็มใจ...ก่อนจะปลดปล่อยสารธารขาวขุ่นออกมาจนเปรอะเปื้อนไปตามเตียงนอนยับย่น... 

“แฮ่ก...อึก...ยังไม่พออีกหรอ” ซื่อหนานถามเสียงแหบพร่า ปรือตามองคนเหนือร่างที่กำลังพรมจูบไปซับเหงื่อบนหน้าเขาไม่หยุด เขาเหนื่อยและเพลียจนแทบจะหลับอยู่แล้ว แต่ร่างสูงไม่มีทีท่าจะผละห่างแม้แต่น้อย แม้แต่แก่นกายเองก็ไม่ถอดถอนออกห่างเลย  

“อื้ม....อีกนิด...”  

“ไม่.....” ซื่อหนานปฏิเสธเสียงสั่นไม่เต็มเสียงก่อนจะหลับตาลงพริ้มแอ่นอกรับสัมผัสร้อนจากความชื้นแฉะที่ระเรงบนอกเขาระรัว “...อ่า...” ซื่อหนานครางเสียงแผ่วหวิวด้วยความเสียวซ่าน นิ่วหน้าเม้มปากเชิดหน้าขึ้น...แล้วครางผะแผ่วเรื่อยๆ 

“นิดเดียว....” ฮั้นตี้กระซิบบอกเสียงยั่วยวนก่อนจะโอบกอดร่างโปร่งเข้ามาแนบชิดแล้วกระแทกกระทั้นกลางกายเข้าใส่ร่างเล็กกว่าเนิบนาบ พลางกระซิบขานชื่อคนในอ้อมแขนแล้วพรมจูบซุกไซ้ซอกคอไม่หยุด เขาอยากจะย้ำกับตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน มันเป็นความจริงที่เขาได้ครอบครองซื่อหนาน ซ้ำยังเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครอง เพียงเท่านี้หัวใจก็พองโตคับอกด้วยความภาคภูมิใจอย่างฉุดไม่อยู่พอๆกับความต้องการของเขา ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้เขาก็อยากจะทำให้มันที่พิเศษที่สุด...ยาวนานที่สุดเท่าที่ร่างกายจะไหว...... 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกระทบบนร่างเปลือยเปล่าของคนสองที่กกกอดแนบชิดกันบนเตียงและไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ทว่าแม้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะทำงานได้ดีแต่แสงจ้านั้นรบกวนการหลับนอนของเขาเหลือเกิน  

ซื่อหนานปรือตาขึ้นมองแสงจ้าที่ส่องกระทบหน้าเขาจนแสบตาก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแล้วขยับตัวจะลุกแต่ดันกลายเป็นว่าเขาเสียดสีบางอย่างที่ยังไม่ถอดถอนจากกายให้ตื่นขึ้นเสียเอง และเจ้าสิ่งนั้นก็ตอบสนองต่อการขยับเขยื้อนของเขาจนมันตื่นขึ้นมาคับโพรงอีกครั้ง.... 

“อื้อ...ออกไป” ซื่อหนานพยายามผลักคนที่นอนโอบกอดซ้อนอยู่ด้านหลังให้ถอยห่างแต่คนตัวสูงกลับซุกหน้าลงบนลาดไหล่ขาวแล้วโอบเอวบางกว่าเข้ามาชิด 

“อื้ม รีบตื่นไปไหน” 

“อึก ฮั้นตี้!” เขาเริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ! 

“ไม่เอาน่า งานน่ะปล่อยให้ลูกน้องนายทำไป ส่วนนายพักกับฉัน”  

ซื่อหนานขมวดคิ้วลืมตาขึ้นมองคนที่ซุกไซ้เขาอย่างเอาแต่ใจแล้วเกิดอยากจะตบกะโหลกมันสักป๊าป ฮั้นตี้กักตัวเขาไว้ทั้งคืน เขาไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะอีกคนมัวแต่ยุ่งกับร่างกายเขาไม่ห่าง ความร้อนแรงในคืนที่ผ่านมายังไม่พอ? เขาเพลียและเหนียวตัว หงุดหงิดจนจะบ้าอยู่แล้ว แต่กลับขัดขืนสัมผัสร้อนแรงเอาแต่ใจของฮั้นตี้ไม่ได้เลย เขายอมถอยให้ขนาดนี้แล้ว ยังจะเอาแต่ใจไม่ยอมปล่อยเขาอีก!  

ซื่อหนานคิดวุ่นวายในหัวพลางเงื้อมือขึ้นกำลังจะผลักศีรษะของฮั้นตี้ออก แต่เสียงเคาะประตูและเสียงโวยวายฉุดรั้งสติของเขาที่กำลังจะประทุษร้ายคนตรงหน้าเสียก่อน  

“ตี้ตี้!/หนานหนาน!”  

ทำไมเจ้าแฝดมาอยู่ที่นี่ได้? ซื่อหนานขมวดคิ้วหันไปสบตากับฮั้นตี้ที่ผงกหัวขึ้นมาจากไหล่ของเขาแล้วกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย  

“ไปเปิดประตู” ซื่อหนานบอกเสียงเรียบ และร่างสูงทำได้เพียงถอนหายใจแล้วเลิกผ้าห่มออกลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวเดินไปหยิบผ้าเชิดตัวในตู้เสื้อผ้ามาพันเอวสอบ ซื่อหนานหน้าร้อนเล็กน้อยเมื่อมองแผ่นหลังกว้างที่มีรอยสักรูปพยัคฆ์ขนาดใหญ่และมังกรเต็มแผ่นหลังมีรอยขีดข่วนจากเล็บของเขาอยู่ ก่อนจะเบนสายตาหนีไปอีกทาง  

แกร่ก 

ฮั้นตี้เปิดประตูออก แล้วร่างเล็กกลมสองร่างของเจ้าแฝดก็โถมเข้าหาเขาทันที....เจ้าแสบวิ่งเข้ามาเกาะราวกับลูกลิงจนเกือบจะทำผ้าเช็ดตัวหลุด แต่ฮั้นตี้คว้ามันไว้ทันและรีบพาเจ้าแสบเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงโดยไม่ลืมที่จะล็อค 

“ตี้ตี้ ใต้นะเอาข้าวมาให้”  

“ก้องด้วยฮะ”  

เด็กสองคนแย่งกันพูดถึงความดีความชอบของตัวเอง พร้อมกับยื่นข้าวใส่ปิ่นโตสองปิ่นโตให้ฮั้นตี้ ฮั้นตี้หัวเราะ รับปิ่นโตไปวางบนโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าแฝดคนน้องกับคนพี่ที่กำลังเกาะหลังเขาอยู่เดินเข้าไปหาซื่อหนาน  

“หนานหนาน!/หนานหนาน!”  

เจ้าเด็กสองคนลงจากตัวเขาแล้วกระโจนขึ้นไปบนเตียงซุกไซ้แย่งกันกอดกันหอมซื่อหนานไม่หยุด จนซื่อหนานต้องดุเสียงเข้มให้เจ้าลูกลิงหยุดซน ฮั้นตี้ยกยิ้มมองภาพตรงหน้าราวกับต้องมนต์ ก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงแล้วซุกไซ้ซื่อหนานที่นั่งพิงหัวเตียงบ้าง แล้วก็ถูกเจ้าลูกลิงร้องโวยวายไม่พอใจที่เขาเข้าไปแย่งซื่อหนานมายึดครอง ศึกหย่อมๆระหว่างพ่อลูกจึงเริ่มขึ้น จนถูกดุยกใหญ่จนต้องนั่งกอดกันบนเตียงสามคนส่วนซื่อหนานลุกเดินไปอาบน้ำนั่นเอง  

“หนานหนานดุเลย” ใต้หล้าพูดเสียงอ่อยก้มหน้าชิดอกไม่สบายใจ  

“หนานหนานนะตัวมีรอยด้วย ก้องเห็น”  

“อื้มๆใต้ด้วย”  

“ทำไงดีฮะตี้ หนานหนานป่วยแน่เลย” ก้องหันไปถามความเห็นผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่ๆข้าง ปีนขึ้นไปบนอกแล้วนอนคว่ำวางคางบนอกแกร่ง ใต้หล้าเห็นอย่างนั้นก็เลียนแบบพี่ชายบ้าง  

ฮั้นตี้ยกยิ้มเอ็นดูเขายกมือลูบหัวเจ้าแสบแล้วโอบกอดเจ้าลูกลิงไว้หลวมๆ “ซื่อหนานป่วยแต่ไม่ร้ายแรงหรอก เพราะงั้นอย่าทำให้หนานหนานโกรธก็พอแล้ว” 

“ไม่ทำให้หนานหนานโกรธ หนานหนานก็จะหายใช่ไหมฮะ” ก้องภพถามตาแป๋ว 

“ครับ”  

“เราจะไม่ดื้อ” ใต้หล้าบอกเสียงใส 

“ให้มันจริงเถอะเจ้าแสบบบ” ฮั้นตี้ว่าพลางยีผมของลูกชายแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำแล้วแกล้งจั๊กจี้เจ้าแสบจนเสียงหัวเราะใสดังไปทั่วห้อง  

 

 

พ่อลูกนอนเล่นกันอยู่บนเตียง ฮั้นตี้ให้เจ้าแสบขึ้นมานั่งบนเท้าส่วนตัวเองก็ยกขึ้นลงให้เจ้าแสบเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซื่อหนานเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นพ่อลูกเล่นกันแต่สภาพของฮั้นตี้ที่แทบจะเปลือยเปล่าบนเตียงทำให้ซื่อหนานหรี่ตามองอย่างคาดโทษ  

“มองอะไรจ๊ะ คิดถึงมันหรอ” ฮั้นตี้ทักเสียงร่ามองร่างโปร่งตาพราว เขารู้ว่าท่วงท่าของเขาตอนนี้มันเผยให้เห็นอะไรๆใหญ่โตใต้ร่มผ้า และเขารู้ว่าซื่อหนานกำลังมองมันอยู่....อื้ม หรือจะคิดถึงมันกันนะ มองนิ่งเชียว> 

“-___-“  

ซื่อหนานกลอกตาไปมาก่อนจะเดินไปเปิดปิ่นโตแล้วเริ่มจัดโต๊ะโดยที่ไม่ลืมเอ่ยบอกคนเตียงเสียงเข้ม “ไปอาบน้ำ!”  

“ครับๆ”  

ฮั้นตี้รีบวางเจ้าแสบลงบนเตียงแล้วจุ๊บหน้าลูกชายก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำโดยมีเจ้าแสบร้องจะตามไปอาบด้วยโดยไม่สนสายตาคมวาวของซื่อหนานที่มองมาอย่างคาดโทษร่างกลมเล็กรีบถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วเดินตัวเปล่าเข้าห้องน้ำตามผู้เป็นพ่อไป หลังจากนั้นเสียงกรี๊ดกร๊าดชอบใจก็ดังขึ้นจากในห้องน้ำ ซื่อหนานส่ายหัวระอา เขาค่อยๆขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นนวดเอวพรางนิ่วหน้าเมื่อขยับตัวหยิบเหยือกขึ้นมาเทน้ำแล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บตรงช่วงล่าง หลังดื่มน้ำหมดแก้ว ร่างโปร่งจึงหันไปมองประตูห้องน้ำแล้วตะโกนเรียกคนด้านในให้รีบออกมากินข้าว  

“ง้ำๆๆ อะหย่อยๆ”  

“ใต้ อย่าพูดขณะกิน” ซื่อหนานเอ็ดเสียงเข้มก่อนจะยื่นแก้วน้ำให้ลูกชายที่เคี้ยวข้าวเต็มปากแต่พูดไม่หยุด  

“อึกๆๆ มันหย่อยนิฮะ....” ใต้หล้าแย้ง  

“อร่อยยังไงไม่ควรพูดตอนกินนะเดี๋ยวติดคอเจ้าแสบ” ฮั้นตี้ว่าพลางยื่นมือไปบิดแก้มกลมของลูกชายเบาๆ “ดูพี่เขาเป็นตัวอย่างซิ”  

ใต้หล้าหน้าหงอยมองทุกคนสลับไปมากับจานข้าวอย่างน้อยใจทำไมมีแต่คนดุเขากันละ ก้องภพจึงรีบเอ่ยปลอบน้องชาย “กินนี่ซิใต้ หย่อยนะ”  

“อื้อๆ” พอได้ของกินเข้าปากก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว กลับมายิ้มร่าเหมือนเดิม  

“ใครพาลูกมาส่งที่นี่” ซื่อหนานเอ่ยถาม  

ก้องภพกลืนข้าวลงคอแล้วเอ่ยตอบ “ตะวันฮะ อาตะวันบอกว่าวันนี้วันดีด้วย”  

“วันดี?” วันดีอะไร?  

“ฮะ....วันดีที่เราได้อยู่ด้วยกันฮะ”  

“ใช่ๆ อยู่ด้วยกัน ใต้ชอบที่สุดเลย”  

 ซื่อหนานมองท่าทางร่าเริงของเจ้าลูกชายแล้วส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเม็ดข้าวบนมุมปากของใต้หล้าออก  

“ก้องด้วย ก้องชอบ หนานหนานชอบไหมฮะ”  

“........”  

ฮั้นตี้และซื่อหนานชะงักมองลูกชายตัวกลมที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋วอย่างมีความหวังแล้วคันยุบยิบในใจ เขารู้ดีถึงความหมายที่ตะวันกล้าสื่อถึงวันดีที่ว่าจึงสบตากับฮั้นตี้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันแล้วเบนสายตามาสบตาแป๋วของเจ้าแสบแล้วตอบเสียงดังฟังชัด  

“ชอบ ชอบที่สุด...” 

ฮั้นตี้หัวใจพองโตฉีกยิ้มกว้างมองซื่อหนานที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วอดใจไม่ไหวยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บปากบางนั่นเบาๆจนเจ้าแฝดโวยวายไม่พอใจ แต่ผู้ใหญ่สองคนกลับยิ้มและหัวเราะชอบใจ แล้วยื่นมือไปกอดปลอบเจ้าลูกลิงให้หยุดใจร้อนโวยวาย กว่าจะกินข้าวกันหมดจานใช้เวลานานพอตัวเชียวละ แต่ว่า...นี่เป็นการกินข้าวที่มีความสุขที่สุดในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้.... 

“อื้ออ ไม่เอา ใต้ไม่ให้ตี้จุ๊บหนานหนานนะ” 

“อ้าว ไหนบอกให้ตี้รักหนานหนานมากๆไง” 

“อื้อออ ก้องไม่ยอมมมม”  

“ฮ่าๆๆๆ”  

 

 

 

 

 

 

==============Happy (หรือเปล่านะ?5555) Ending==================  

...ความรัก ความจริงใจต้องใช้เวลาพิสูจน์นานพอสมควรที่จะให้ใจของใครมั่นใจได้อย่างมั่นคง... 

ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวของเจ้าแฝด (การเล่าเรื่อง) มีสปอยล์เรื่องของเจ้าแฝดในอนาคตด้วย  

อย่าลืมรอติดตามกันนะ> 

ความคิดเห็น