marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 29

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29
แบบอักษร

 

“ฉันบอกว่าจะปล่อยมันให้แต่ไม่ได้บอกว่าพวกมันจะรอดจากตรงนี้นะเชิญดูมันตายสะ!!!!” แต่คำพูดของหมอนั่นช้ากว่าสิ่งที่แอลทำหมอนั่นหยิบปืนขึ้นมายิงไปที่ลูกน้องของมันอย่างรวดเร็วไม่ถึงห้านาทีก็เหลือแค่มันคนเดียวทุกคนที่มาครั้งนี้ถูกคัดสรรมาอย่างดีนะไม่เหมือนลูกกระจ๊อกหรอก

ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!

ปืนแทบไม่มีเสียงเพียงแค่แมมมอนเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องผงะเล็กน้อยเพราะตอนนี้เหลือแค่มันที่ล๊อกคอฉันไว้อยู่...

“เฮ้ย!!! ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!!!!” แมมมอนพูดพร้อมกับใช้ปืนจ่อหัวฉันแอลมองหน้าฉันเหมือนจะบอกว่าให้ทำเหมือนที่เขาสองซึ่งฉันจำได้อยู่แล้วหมอนั่นก็ล็อกคอแน่นจริงๆ

“ละ...ลิส...” คุณแม็กก็พยายามตะเกียกตะกายมาหาฉันแต่ด้วยสภาพร่างกายของเขามันแทบทำให้เขายืนไม่ไหวข้อมือ และ ข้อเท้าทั้งสองข้างเป็นรอยแผลขนาดใหญ่เหมือนเขาถูกมัดด้วยอะไรสักอย่างมันคงเจ็บมากแน่ๆ

“นี่....ฉันถามหน่อยสินายรู้หรือเปล่าว่าใครฆ่าพ่อแม่ฉัน” คำถามของฉันทำให้แมมมอนชะงักเล็กน้อยก่อนหมอนั่นจะหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆๆๆๆ...อันที่จริงฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่นะแต่บังเอิญไปได้ยินเข้าแต่ว่าถ้าบอกเธอแล้วฉันจะได้อะไรตอบแทนละคนสวย” หมอนั่นพูดพร้อมกับก้มลงมาพ่นลมใส่หูฉันเบาๆ

“บางทีถ้านายบอกฉันนายอาจรอดไปจากตรงนี้ได้นะ”

“อย่าปากดีไปหน่อยเลยถึงเธอจะสำคัญพอจะให้จับเป็นแต่ถ้าเกินความจำเป็นก็ฆ่าเธอได้เหมือนกัน” แมมมอนำูดพร้อมกับกดปลายกระบอกปืนลงมาที่หัวของฉัน

“งั้นเหรอ....นายมองไปรอบๆตอนนี้สินายจะรอดไปได้ไงบอกเหตุผลฉันมาหน่อยสิ” คำพูดของฉันทำให้แมมมอนชะงันเล็กน้อยหมอนั่นมองไปรอบๆตามคำพูดของฉัน และ ฉันก็อาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปจับที่ปืนก่อนจะกดปุ่มเซพตี้ด้วยความเร็วก่อนจะใช้มืออีกข้างจับข้อมือของหมอนั่นบิดด้วยความแรงเพื่อให้ปืนหลุดออกจากมือแล้วดึงมีดสั้นที่ซ่อนไว้ด้านหลังเสียงเข้าที่มือด้านขวาเข้าอย่างจังทำให้ฉันหลุดออกมาจากการล็อกของหมอนั่นได้

ปึก!

“อ๊ากกกก!!! มือฉัน!!! ยัยสารเลว!!!” หมอนั่นล้มลงพื้นจับมือตัวเองด้วยความเจ็บปวด

“มีดที่ฉันแทงนายมีพิษของแมงมุมแม่ม่ายดำจะเป็นพิษที่มีผลต่อระบบประสาทโดยพิษจะทำให้เกิดช่องว่างบริเวณปลายเซลล์ประสาท ผลที่ตามมาคือ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งจนเป็นอัมพาตระยะแรกอาจมีแค่ผื่นแดงๆ และรู้สึกปวดบริเวณที่ถูกพิษ ต่อมาภายใน 30 นาที ผิวหนังรอบแผลที่ถูกกัดแดงขึ้น และเหงื่อออก พร้อมทั้งรู้สึกชาและปวดแผล นอกจากนี้อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ ความดันสูง มือสั่น ชัก และ สุดท้ายอาจเกิดไตวายเฉียบพลันจนถึงขั้นเสียชีวิตได้นายคิดว่านายแข็งแรงพอจะต้านพิษได้หรือเปล่าละ” พอฉันพูดตบหมอนั่นก็หน้าซีดทันที

“ฉันมียาถอนพิษถ้าแกยอมตอบคำถามของฉันนะฉันจะให้แกว่าไงสนใจข้อเสนอของฉันหรือเปล่า” ฉันหยิบยาถอนพิษออกมาโชว์มห้หมอนั่นดู...

“อยากรู้อะไร”

“ใครเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ฉัน และ อีกเรื่องใครทำกับคุณแม็กแบบนี้บอกฉันมาว่ามันทำอะไรบ้าง”

“มีผู้หญิงคนหนึ่งฉันจำชื่อไม่ได้ตอนนี้เธอไปที่เกาหลีไม่ได้อยู่ที่นี่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนลอบสังหารพ่อแม่ของเธอ” ผู้หญิงงั้นเหรอ?? ไปที่เกาหลี??

“หน้าตาของเธอเป็นไง” หมอนั่นส่ายหน้าอย่างจนใจ

“ฉันไม่รู้จักเธอรู้แค่ว่าเป็นผู้หญิง...แฮ่กๆ” พิษเริ่มกระจายตัวแล้วสินะตอนนี้หมอนั่นเริ่มหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ

“โอเคแล้วตอบมาว่าใครทำกับคุณแม็กแบบนี้มันทำอะไรบ้าง”

“ฉันไม่รู้จักยัยนี่รู้แค่ว่าเป็นคนเกาหลีพี่ชายของเธอทำงานให้ไอ้แม็กเธอบอกกับเบลนเดอร์ว่าจะจัดการไอ้แม็กเองแล้วเธอก็พาไอ้แม็กเข้าไปที่ห้อง...แฮ่กๆ...เธอมัดแขนขาไอ้แม็กด้วยลวดเธอพยายามมีอะไรกับไอ้แม็กจากนั้นเธอก็ใช้เชือกฟาดไปที่หมอนั่นฉันไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรกับมันบ้างแต่ยัยนี่โรคจิตสุดๆไปเลยเธอทรมานไอ้แม็กสารพัดใช้เทียนหยอดลงตัวหมอนั่น ใช้เกือทาไปที่แผลของหมอนั่น แถมยังทุบตีหมอนั่นเหมือนคนบ้าจนมีสภาพอย่างที่เธอเห็น..แฮ่กๆ..” ฉันยืนนิ่งฟังสิ่งที่แมมมอนพูดอย่างไม่เชื่อตัวเองว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับเขาเพียงนี้ในขณะที่ฉันยังใจเย็นไม่มาช่วยเขา...ความโกรธแค่นความเกลียดชังมันทำให้ฉันแทบจะบ้าตาย...ฉันจะไม่ปล่อยให้ยัยนั้นตายง่ายๆหรอกหล่อนต้องได้รับความทุกข์ทรมานมากกว่าสิ่งที่เขาได้รับมากกว่าสองเท่า!!!

“ยัยนั่นอยู่ไหน”

“แฮ่กๆ...ฉันไม่รู้...ฉันไม่รู้จริงๆยาละยาถอนพิษเอามาสิ”

“นี่ยาถอนพิษ...” ฉันโยนยาถอนพิษลงไปให้แมมมอนก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหาคุณแม็ก

แก๊กๆ...

หมอนั่นก็พยายามจะหยิบปืนขึ้นมายิงฉันแต่หมอนั่นอาจลืมไปว่าฉันจะทำอะไรกับปืนนั่นฉันหันไปหาแมมมอนพร้อมกับปืนในมือ

“ลาก่อน...ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ”

ปัง!

ลูกปืนฝังลงที่กลางหน้าผากของแมมมอนก่อนร่างของเขาจะล้มลงทันทีฉันเก็บปืนแล้วเดินมาหาคุณแม็กอีกครั้งมองใบหน้าของเขาอย่างเจ็บปวดหัวใจ...

“คุณแม็กหลับเถอะค่ะ...เดี๋ยวฉันจะพาคุณกลับบ้านเองนะพักผ่อนได้แล้วนะคะ”แม้ตอนนี้อยากจะเข้าไปกอดปลอบโยนเขาแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะฉันกลัวเขาจะเจ็บ...

“ขอ...โทษ...นะ...ลิส” แม้ในตอนนี้เขาก็ยังพยายามพูดขอโทษฉัน ไม่สิคนที่ควรขอโทษมันเป็นฉันมากกว่าเพราะฉันปล่อยให้เขาโดนแบบนี้เพราะฉันคนเดียว...

“แอล...เอากระเป๋านั้นมาฉันจะเป็นคนไปติดตั้งเองพวกนายออกไปก่อนรอฉันที่ชายหาดถ้าอีก30นาทีฉันยังไม่ออกไปให้รีบไปกันก่อนฉันเห็นท่าเรือตรงนั้นพาเขาไปที่เกาะข้างๆแล้วสั่งฮอมารับฉันจะตามไปทีหลัง” ฉันตั้งใจจะไปเด็ดหัวอันแจอีที่กล้าทำแบบนี้กับเขา!!!

“ไม่ได้!!! ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปไหนคนเดียวแน่เราต้องออกไปพร้อมกันอย่าคิดที่จะทำอะไรบ้าๆรออยู่ตรงนี้ฉันจะไปติดตั้งระเบิดในห้องนั้นแล้วเราจะออกไปทันที” แอลพูดขึ้นด้วยท่าทางขึงขังจนฉันต้องถอนหายใจออกมาเบาๆเขาไม่สนใจที่ฉันพูดก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้คนอื่นๆรู้ว่าตัวเองกำลังจะติดตั้งระเบิดแล้ว

“ปีกซ้ายบนบกช่วยเหลือแม็กได้แล้วกำลังจะติดตั้งระเบิดทุกอย่างเคลียร์...” พูดจบเขาก็หันมามองหน้าฉัน

“ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไรแต่ตอนนี้เธอควรห่วงตัวเองก่อนไปกันเถอะ”

อึนซา

 

 

“ตอนนี้เราลงมาถึงห้องทดลองแล้วใช่ไหมแจอัน เจสัน” ผมถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นมันคืออะไร...

ปึง!

“ช่วยด้วย...ช่วยเราด้วย” แต่เจสันไม่ทันตอบจู่ๆก็มีคนโผลขึ้นมาจากห้องที่เรากำลังเดินผ่านเขากระโดดขึ้นมาเกาะที่ประตูสภาพตอนนี้หมอนั่นคงใกล้ตายแล้วมันแย่ยิ่งกว่าแน่อีก

“นายครับ...”

“อย่าสนใจทุกคนในนี้กำลังติดเชื้ออย่าถอดหน้ากากละไปติดตั้งระเบิดกันได้แล้ว” ผมตัดสินใจไม่หันไปมองการร้องขอความช่วยเหลือเพระถึงเขาจะออกไปนั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะรอดผมกลัวเขาจะแพร่เชื้อให้คนอื่นด้วย

“ครับ”

“ปีกซ้ายบนบกช่วยเหลือแม็กได้แล้วกำลังจะติดตั้งระเบิดทุกอย่างเคลียร์...” แล้วเสียงไอ้แม็กก็ดังขึ้นผ่านเครื่องรับส่งสัญญาณ

“ได้ยินแล้วใช่ไหมรีบไปติดตั้งแล้วรีบเก็บตัวอย่างออกไปจากที่นี่ได้ละยิ่งอยู่นานยิ่งสยอง” ทั้งสองคนพยักหน้าอย่างเขาใจก่อนจะวิ่งไปตามคำสั่งของผม...

ผมหันไปมองรอบๆห้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยศพมากมายส่วนใหญ่เป็นลูกน้องของพวกเลวนั้นส่วนน้อยจะเป็นพวกนักวิทยาศาสตร์ลูกน้องที่ผมพอมาด้วยครั้งนี้มันระดับนักฆ่าตัวเทพๆทั้งนั้น

“เรียบร้อยแล้วครับนาย” ไม่นานสองคนนั่นก็เดินกลับมาพร้อมกับตัวอย่างการทดลองในกระเป๋า

“งั้นไปกัน....”

ปัง! ปัง! ปัง!

“จะรีบไปไหนละฆ่าคนของฉันไปเป็นโขยงแบบนั้นคิดจะออกไปง่ายๆงั้นเหรออึนซา” ผมหันมามองตามเสียงปืนก็เห็นไอ้อีธานที่ยืนอยู่กับพักพวกอีกสิบกว่าคน

“เฮ้อ...ฉันละเหนื่อยใจจริงๆทำไมต้องวุ่นวายแบบนี้ด้วยนะว่าจะไปแบบเงียบๆแล้ว”

“ไม่เงียบตั้งแต่แกตัดสินใจเข้ามาในนี้แล้ว”

“เจสัน แจอัน รักษากระเป๋านั้นด้วยชีวิตทางนี้ฉันจัดการเอง”

“แต่ว่า..”

“ฟังคำสั่งของฉัน”

“ครับนาย” ทั้งสองคนรับคำสั่งของผมอย่างจนใจ

“ฉันจะถ่วงเวลาไว้พวกนายสองคนรีบไปแล้วฉันจะตามไปทีหลัง” พวกนั้นพยักหน้าผมจึงหันหน้ามาสบตากับอีธานอีกครั้ง

“ช่วยไม่ได้นะ” ผมยักไหล่ใส่หมอนั่นก่อนจะหยิบปืนขึ้นมายิงอย่างรวดเร็วพร้อมกับวิ่งไปหาที่หลบ

ปัง! ปัง! ปัง!

“แกมันขี้ขลาดเหมือนพี่น้องแกจริงๆซา” ผมไม่สนใจสิ่งที่หมอนั่นพูดแต่ตอนนี้ผมจะต้องทำให้มันออกห่างจากประตูให้ได้

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอีธานกับผมยิงปะทะกันไปมาอย่างไม่สิ้นสุดลูกน้องผมถ้าตัดแจอัน กับ เจสันออกไปก็ยังเหลือสามคนตอนนี้พวกนั้นก็ยังอยู่ประมาณสิบคน...

ปัง! ปัง! ปัง!

ผมพยายามยิงให้โดนพวกนั่นตรงจุดตายให้ได้เยอะที่สุดอย่างน้อยก็ไม่เปลืองกระสุนแต่การยิงปะทะกันระหว่างผมกับอีธานทำให้ทั้งห้องเละเป็นโจ๊กก่อนสายตาผมจะเหลือบไปเห็นห้องที่มันขังคนที่ติดเชื้อไว้

“แจอัน เจสัน ฉันรู้แล้วว่าต้องทำไงฉันจะล่อพวกมันให้สนใจฉันส่วนพวกนายไปเปิดห้องให้คนที่ติดเชื้อข้างในออกมาอย่างน้อยมันก็ถ่วงเวลาให้เราหนีได้” มันก็มีทางนี้ทางเดียวแล้วนะสิ

“ครับ” พอทั้งสองคนรับคำสั่งผมก็วิ่งออกไปทางฝั่งขวาทันทีพวกนั้นวิ่งตามผมมาเล็กน้อยไม่นานแจอันกับเจสันก็ทำตามอย่างที่ผมบอก...พวกนั้นสามคนที่ตามผมมาพยายามยิงผมแต่ไม่เข้าผมจึงเก็บปืนไว้ก่อนจะเดินไปเตะที่มือของไอ้คนตรงหน้าจนปืนหลุดมือพวกที่เหลือพอเห็นว่ายิงไม่เข้าก็เก็บปืนไว้แล้ววิ่งเข้ามาหาผมแทนผมถีบลำตัวของไปคนที่วิ่งเข้ามาจนกระเด็นล้มลงพื้นก่อนจะดึงปืนออกมายิงที่หัวของมัน

ปัง!

พร้อมกันนั่นผมก็เล็งไปที่หัวของไอ้คนที่กำลังถือมีดวิ่งมาหาผม

ปัง!

ส่วนอีกคนมันก็กำลังพยายามยิงปืนมาใส่ผมแต่มันยิงไม่ได้เพราะชุดนี้มัสดีสุดๆไงละผมเดินไปจับปลายกระบอกปืนก่อนใช้มือกดไปที่ปุ่มถอดสไลด์ทั้งสองข้างออกมันช่างง่ายดายสำหรับผมจริงๆพอปืนไม่สามารถยิงได้ผมก็จับสไลด์แทงเข้าที่คอของหมอนั่นทันที

ปึก!

“เจสันทางนั้นเป็นไงบ้าง”

“พวกนั้นกำลังสนใจคนที่กำลังแห่ออกมาแล้วครับนายหลบออกทางด้านข้างมุมขวาได้เลย”

“โอเค” ผมเดินเลี่ยงไปอย่างที่เจสันบอกก็เห็นพวกนั้นกำลังวุ่นวายกับการยิงผู้ติดเชื้อผมเบือนหน้าหนีภาพนั้นมันช่างเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นจริงๆก่อนจะเดินหลบมุมออกมาจากตรงนั้นจนถึงประตูแต่เหมือนไอ้อีธานจะรู้ทันมันหันมาเล็งปืนมาทางผมทันที

ปัง! ปัง! ปัง!

แต่ก็ช้าไปผมปิดประตูห้องนั้นพร้อมกับกดล็อกไว้ทันทีไม่ให้พวกนั้นออกมาถึงพวกนั่นจะเห็นระเบิดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้หรอก....

“ทางนี้เคลียร์แล้วระเบิดที่ชั้นห้องทดลองถูกติดตั้งทุกตัวอย่างเก็บมาหมดแล้ว...”

 

 

 

ตอนนี้สถานการณ์กำลังดำเนินต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับความสับสนของไรท์ที่กำลังคิดว่าจะใส่ดราม่าลงในเรื่องนี้ดีไหมเพราะไรท์รู้สึกเรื่องมันกำลังยืดไปอีกเอาละขอเสียงหน่อยว่าจะให้มาม่าหรือเปล่า

 

 

 

ความคิดเห็น