Hanata.ashi

1 คอมเม้นท์ ร้อยกำลังใจ 1 กดไลค์ ล้านคำขอบคุณ

ตอนที่ 32 เธอคือใคร (ต่อ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 เธอคือใคร (ต่อ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 192

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2562 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 เธอคือใคร (ต่อ)
แบบอักษร

ตอนที่ 32

หลังจากที่มิกิออกมาจากห้องประชุม เธอก็ตรงไปที่หวอดเด็กแรกเกิด เธอคิดถึงเด็กๆ ที่นอนเรียงรายอยู่ในที่ของตัวเอง น่าตาน่าเกลียดน่าชัง ทั้งชายหญิง เทวดาและนางฟ้าตัวน้อยๆ เธอหันไปคุยกับหัวหน้าหวอด 

"ถ้ามิกิจะสั่งชุดเทวดากับนางฟ้าไว้สำหรับเด็กแรกเกิดได้สวมใส่ คุณหัวหน้าพยาบาลคาซู มีความเห็นว่าไงคะ" มิกิเอ่ยถาม  

"พี่ว่าน่ารักดีนะคะ ถ้าคุณมิกิเห็นควรพี่ก็ไม่ขัดข้อง" หัวหน้าพยาบาลคาซู เอ่ยตอบ  

มิกิยิ้มหวานเมื่อเห็นเด็กๆ หลังจากอยู่เล่นกับเด็ก พักใหญ่เธอก็เดินออกมา เพิ่งตรงไปยังห้องน้ำ แต่ห้องน้ำในหวอดตอนนั้น กำลังทำความสะอาด จึงต้องอ้อมไปเข้าอีกทางที่อยู่ไกลออกไปและแทบไม่มีคนเดินผ่าน ซึ่งเป็นหวอดของอีกแผนกที่ย้ายชั้นไป จึงทำให้หวอดนี้ยังไม่มีการใช้งาน  

 

ในระหว่างที่มิกิเข้าทำธุระส่วนตัว เธอไม่รู้เลยว่ามีคนแอบเข้ามาเขียนกระจกไว้ เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำและตรงไปยังอ่างล้างมือ สิ่งที่เห็นทำให้มิกิตกใจกลัวยิ่ง ด้วยมีข้อความที่เขียนด้วยลิปติกสีแดง 

"เธอแย่่งของฉันไป สักวันฉันจะเอาคืน!!!!" เป็นข้อความที่เขียนไว้ที่กระจก โดยใครแอบเข้ามาเขียนไว้ แล้วมีจุดประสงค์อะไร แล้วของที่มิกิแย่งไปคืออะไร เพราะส่วนตัวแล้วเธอแบบไม่รู้จักใครนัก ด้วยที่ก่อนหน้าถูกเก็บตัวไว้ดั่งไข่ในหิน  

 

มิกิที่เห็นข้อความตกใจกลัวถึงกับทรุดลงนั่งตัวสั่นงันงก แล้วโทรศัพท์มือถือของมิกิก็ดังขึ้น เธอค่อยๆ เอามือที่สั่นเทาหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย  

"มิกิอยู่ไหน" เสียงริวดังมาตามปลายสาย  

"ยะ อยู่ ใน หะห้องน้ำค่ะ" เสียงที่ตอบริวออกไปสั่นจนริวผิดสังเกตุ  

"ฮือออ ริวมิกิกลัว"  

"อยู่ตรงไหน มิกิใจเย็นๆ บอกผมมาว่าอยู่ตรงไหน" 

"ฮือออออออ ยะอยู่... ยังไม่ทันที่จะตอบ จู่ๆ มิกิก็สลบไป 

"ฮัลโหล มิกิ มิกิ" ริวตะโกนลงไปในโทรศัพท์ ด้วยความตกใจเช่นกัน  

เขาดู GPS ติดตามมือถือของมิกิ จนมาพบเธอนอนสลบอยู่ในห้องน้ำ และได้เห็นข้อความบนกระจกก่อนที่จะพูดอะไรมากกว่นี้ เขารีบอุ้มมิกิไปยังห้องพักทันที  

หลังจากที่อุ้มมิกิมานอนที่ห้องคนไข้สักห้องที่ว่างแล้ว ก็รีบจัดการสั่งให้คนไปดูกล้องวงจรปิดทันที  

ริวโทรบอกพี่ชุนอันดับแรก เพียงไม่นานก็มีหมอและพยาบาลตามมาดูอาการมิกิอย่างเร็ว  

"ไม่เป็นอะไรมากครับ อาจจะแค่ตกใจกลัวจนเป็นลมไป คุณริวไม่ต้องเป็นห่วงครับ" 

"หมอแน่ใจนะครับ ศรีษะไม่ได้กระแทกหรือได้รับบาดเจ็บ"  

"จากการตรวจเบื้องต้นไม่พบรอยแผลหรือรอยถูกทำร้ายครับ คงต้องรอคุณมิกิฟื้นก่อนแล้วสอบถามอีกที ถ้าไงผมขอตัวก่อนถ้าคนไข้ฟื้นผมจะมาดูอาการให้อีกทีครับ" แล้วหมอก็เดินออกไป  

"ขอบคุณครับ"  

"ริว มิกิเป็นไง" เสียงชุนที่เดินสวนกับหมอเข้ามาเอ่ยถามริวอย่างร้อนรน  

"หมอว่าเบื้องต้นไม่มีอะไร อาจจะแค่ตกใจจนเป็นลม"  

"ไม่เข้าใจแล้วทำไมไปเข้าห้องน้ำตรงนั้น" ชุนที่ยังอยู่ในอาการหงุดหงิดเอ่ยบ่นขึ้น  

"คือพอดีห้องน้ำที่หวอดเด็กกำลังทำความสะอาดค่ะ คุณมิกิเธอคงไม่อยากรอเลยเดินมาเข้าทางนี้" เสียงหัวหน้าพยาบาลคาซูเอ่ยขึ้น  

"แล้วกล้องวงจรปิดเห็นอะไรบ้าง" ชุนหันไปถามคนของริวที่เพิ่งเดินเข้ามา  

"จุดนั้นเป็นหวอดที่ไม่มีการใช้งานครับ รปภ.บอกว่ากล้องตรงจุดนั้นจึงปิดไว้ แต่ตัวที่อยู่สุดทางเดินของหวอดเด็ก เห็นแค่ผู้หญิงตัวไม่สูงมาเดินออกมาจากประตูบันไดหนีไฟสวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำครับ แต่ไม่เห็นหน้า"  

ชุนยิ่งอารมณ์เสียหนักขึ้น พร้อมกับสั่ง "ต่อไปนี้ทุกจุดที่มีกล้องวงจรปิดไม่ว่าหวอดนั้นจะมีการใช้งานหรือไม่มี ให้ทำงานทุกตัวไม่มีการปิดกล้องเด็ดขาด" ชุนเอ่ยสั่งกับผู้ติดตามของเขาอย่างอารมณ์เสียที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครที่ประสงค์ร้ายกับน้องสาวของเขา 

 

ชุนออกมาจากห้องประชุมในขณะที่การประชุมยังไม่จบ จึงทำให้เมอิอยู่จดรายงานการประชุมแทน จนตอนนี้การประชุมเสร็จแล้ว เนื่องจากหัวข้อการประชุมบางอย่างไม่อาจสรุปได้ ต้องรอความเห็นจากชุนก่อน  

"เดี๋ยวคุณตามเลขาของมิกิมาหาผมด้วย" หลังจากที่ชุนออกมาจากห้องพักของมิกิ ระหว่างเดินไปกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง เขาสั่งเลขา 

ผ่านไป 5 นาที 

knock knock!!! 

"เชิญครับ" เสียงชุนดังออกไปแจ้งคนที่มาเคาะประตู 

"ขออนุญาตท่านรองค่ะ" แล้วเมอิ ก็เดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงาน  

"นี่เป็นสรุปรายงานการประชุมทั้งหมดค่ะ" เมอิยื่นเอกสารรายงานการประชุมให้กับชุนจิ  

"ทำไมอยู่กัน 2 คนไม่เรียกพี่ชุน เดี๋ยวจะโดน" ชุนจิทำหน้าดุใส่ แบบไม่จริงจังนัก  

"ไม่!!!" หญิงสาวทำหน้าเหวียงใส่  

 

ชุนจิ said: 

ที่จริงผมกับเมอิ เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน มีความสนิทกัน เพราะแฟนของเพื่อนเธอคือเพื่อนของผมเอง ทำให้รู้จักกันมานานเพียงแต่ หลังจากเรียนจบแล้ว เธอไปเรียนต่อ ส่วนผมก็ไปเรียนต่อ คนจะประเทศกัน ่พอเรียนจบกลับมาก็มีบ้างที่นัดกันมาสังสรรค์ เพื่อนฝูง สรุป เราอยู่กลุ่มเดียวกันนั่นแหละครับ แต่ผมไม่ค่อยสนใจผู้หญิง จนมารู้ก่อนที่มิกิจะเข้ามาทำงานบริหาร ว่าเมอิ ทำงานอยู่ที่นี่แต่เป็นผู้ช่วยเลขาของผอ.แผนกอื่น ตอนหลังผมจึงให้เธอขึ้นมาเป็นผู้ช่วยเลขาของผม จนตอนนี้เป็นเลขาเต็มตัวให้กับมิกิ  

เชื่อไหม หลังจากเรียนจบกลับมาผมกับเมอิเจอกันในงานสังสรรค์รุ่น ผมจีบเธอมาเกือบ 2 ปี ใจแข็งมากตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจีบติดไหม แต่ก็มีไปทานข้าวกันบ้าง ฟังเพลง หรือบางทีก็ไปคลับเฮ้าที่เมจิ ดูแลอยู่บ้าง แต่ผมกับเมอิยังไม่มีอะไรกันนะครับ ผมให้เกียรติเธอเสมอ สนใจเธอจะยอมผมด้วยความเต็มใจ  

วันก่อนที่มิกิบอกว่าอยากได้เมอิเป็นพี่สะใภ้ พวกคุณรู้ไหม ผมนี่อยากดึงน้องสาวสุดเลิฟมากอดแค่ไหน นี่ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า มีมิกิช่วยสนับสนุนแล้ว เจ้าหล่อนจะหนีผมได้อีกไหม  

end part  

 

"โกรธอะไรพี่ ไหนบอกมาซิ" ชุนเดินจากเก้าอี้ตัวเองมานั่งอยู่เก้าอี้ตัวข้างๆ ของหญิงสาวพร้อมกับจับเก้าอี้หมุนหันหน้ามาหาเขา แต่เธอก็แสร้งเบนหน้านี้ไม่ยอมมองหน้าผม จนผมต้องเอามือไปจับหน้าเธอไว้ให้หันมา 

"เปล่า...." คำตอบของเธอสั้นๆ กระชับแล้วก็เงียบต่อไป  

"แน่ใจนะ ถ้าพี่มารู้ทีหลัง โทษจะหนักกว่านี้รับรองได้เลย" ชุนจิยังคงพูดขู่และคาดโทษต่อ 

"....." 

"จะไม่ยอมพูดว่างั้น" จากนั้นชุนก็ก้มหน้าไปจูบเมอิทันทีโดยที่หล่อนไม่ทันตั้งตัว 

ตุ๊บๆๆๆๆ  

"ปล่อย นะ" เมอิด้นพล่าน ทั้งทุบ ผลัก ดัน จนเหนื่อยหอบ  

"ทีนี้จะบอกพี่ได้หรือยังว่างอนพี่เรื่องอะไร" ชุนจิกอดเธอไว้ไม่ให้ดิ้น 

"ก็บอกว่าเปล่าไงเล่า จะมาสนใจทำไม ฉันไม่ใช่คนสวย ไม่เซ็กซี่ ไม่หุ่นดี ไม่น่ารัก" เมอิพูดเพียงเท่านี้  

หลังจากที่ผมได้ฟังผมก็เริ่มจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น  

คืองี้ครับ 2 วันก่อนผมไปงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ทีนี้ก็มีหญิงสาวประมาณนางแบบแหละ ก็สวย หุ่นดี เซ็กซี่ แต่มันก็แค่นั้นปะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอนะ แต่เธอเข้ามาตีสนิทกับผม มาจับมาลูบ อ้อ มีมาหอมแก้มผมด้วย แต่ผมสงสัยซะแล้วซิ เธอรู้ได้ไง เพราะวันนั้นเธอไม่ได้ไปกับผมด้วย เจอแต่ยัยโยนิกิ คู่ปรับเธอสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หรือว่ายัยนั่นมาเป่าหู?  

 

"ขอพี่ถามอะไรอย่าง ยัยโยนิกิมาพูดอะไรกับเม?" ชุนจิถามออกไป  

"หล่อนไม่ได้พูด แต่ส่งรูปมาให้ดู" เมอิยอมบอกออกมา  

"ถ้าท่านรองเห็นฉันเป็นของเล่น ก็ปล่อยไปฉันไปเถอะนะ รับรองว่าเรื่องของเราจะไม่บอกใครเลย" เมอิยังพูดขึ้นอีก  

"ฟังพี่นะ คนที่พี่รักมีอยู่คนเดียว ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาพี่ยังไม่ชัดเจนพออีกหรอ แล้วยัยโยนิกิ เธอก็รู้ว่านิสัยเป็นยังไง สมัยเรียนเธอเองก็โดนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่น้อย ทำไมตอนนี้ยังจะยอมให้หล่อนมาสุมไฟอีก" ชุนจิอธิบายและถามออกไป  

 

"ก็เพราะเรื่องสมัยก่อนมันมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง ฉันโดนมาจนเจ็บ เจ็บจนไม่อยากเจ็บ เพราะเวลาที่เจ็บมันทรมาน เวลาบอบช้ำ มันไม่มีใครที่จะมาดูแล เจ็บเองช้ำเองหายเอง มันเหนื่อย ดังนั้นถ้าไม่คิดจะจริงจังปล่อยฉันไปเถอะนะ" เมอิพูดขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่มันไหลออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา  

 

"ชู่ว์ ไม่เอานิ่งนะครับ พี่สัญญาคนดี พี่จะไม่ทำให้เมต้องเจ็บเหมือนที่ผ่านมา พี่รักเมนะ ตกลงเป็นแฟนกับพี่นะครับ คนดี" เขาดึงเธอมานั่งตักพร้อมกับกอดปลอบเธอ  

"ถ้าพี่ชุนได้ดูแลหัวใจดวงนี้ รับปากได้ไหมจะดูแลอย่างดี" หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับจับมือของชุนมาวางไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายตำแหน่งของหัวใจ  

"พี่ไม่ใช่ผู้ชายที่เพอร์เฟค พี่ไม่รับปากว่าจะไม่ทำให้เจ็บ เพราะพี่ไม่รู้เรื่องของอนาคต แต่พี่สามารถรับปากว่าจากนี้เป็นต้นไปพี่จะดูแลหัวใจดวงนี้ และรักษาหัวใจดวงนี้ที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงและแข็งแกร่งในทุก ๆ วัน จะให้ความรักและความสุข และจะป้องกัน ด้วยสัญญาของลูกผู้ชายครับ"  

"ขอบคุณค่ะ" แล้วเธอก็เอามือของชุนมาแล้วเขียนบางอย่างลงไปที่ฝ่ามือ นั่นคือคำว่า "yes" เธอตกลงที่จะลองเสี่ยงอีกครั้ง หัวใจที่บอบช้ำนี้ จะลองเสี่ยงอีกครั้ง เธอพูดกับตัวเอง จากนั้นก็หันไปกอดเขาเอาไว้ ชุนกอดตอบด้วยรัก ด้วยหัวใจทั้งหมดของเขาที่มี  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น