สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 296

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

ตั้งแต่ไปถึงโรงพยาบาล รินรดาก็ตามประกบคนเจ็บไม่ให้คลาดสายตา แม้จะฟังไม่รู้เรื่องว่าชนวีร์คุยอะไรกับแพทย์ แต่เธอก็สั่งสินที่ทำหน้าที่ล่ามให้บอกคุณหมอขอให้ส่งคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์เพื่อความปลอดภัยด้วย

ชนวีร์หัวเราะหึ ๆ รู้สึกพอใจเมื่อเห็นผู้หญิงร่างบางข้างกาย ‘เต้น’ ด้วยความเป็นห่วงเขา นับตั้งแต่ตอนเกิดเหตุมาจนถึงขณะนี้

ชนวีร์ออกจากห้องตรวจ โดยมีแผ่นอุปกรณ์คล้ายแขนเสื้อสวมหัวไหล่ยาวมาจรดต้นแขนขวา ขอบด้านหลังตรงสะบักมีสายยาวสอดผ่านใต้รักแร้ซ้ายอ้อมมายึดกับขอบผ้าเนื้อหนาที่ด้านหน้า เพื่อพยุงหัวไหล่ขวาให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุด

รินรดาให้คนเจ็บนั่งคอย ส่วนตัวเองหนีบสินแยกไปเป็นล่ามช่วยเจรจาขณะชำระค่ารักษาและรับยา หญิงสาวฟังขนาดการรับประทานยา รวมถึงเรียนรู้วิธีการสวมใส่อุปกรณ์พยุงแขนที่เภสัชกรสาธิตให้ดูอีกครั้งด้วยความตั้งใจ

ยามกลับไปสมทบกับชนวีร์ คนเจ็บเริ่มมีสีสันบนใบหน้าจนเธอเบาใจนิด ๆ

“ฉันจะโทร.บอกน้องชายคุณก่อน เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” รินรดาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ทว่าไม่ทันเรียกไปยังเลขหมายของภูมิดังตั้งใจ ชนวีร์ก็ยื่นโทรศัพท์ของเขามาตรงหน้าเธอ

“ใช้ของผมก็ได้ เบอร์โทร.ด่วนนายภูมิเบอร์หกครับ”

รินรดาชั่งใจชั่วครู่ ก่อนยื่นมือไปรับโทรศัพท์

ขณะหญิงสาวกำลังหาทางปลดล็อกปุ่มโทร.ออก ชายหนุ่มก็เสริมขึ้นลอย ๆ

“เบอร์หนึ่งเลขาฯ เบอร์สองทนายประจำบริษัทฯ สามผอ.ฝ่ายบัญชี สี่บ้าน ห้าเบอร์แม่ผม หกน้องชาย ส่วนเจ็ด แปด แล้วก็เก้ายังว่างอยู่”

เห็นหญิงสาวมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

ชนวีร์จึงอธิบาย “ทำเป็นงงไปได้ ก็เบอร์โทร.ด่วนของผมไง”

“แล้วมาบอกฉันทำไม ฉันไม่ได้อยากรู้” เลขาฯ จำเป็นตวัดเสียงย้อนถาม

“คุณไม่อยากรู้ แต่ผมอยากบอกนี่ เผื่อคุณจะมีน้ำใจยอมมาเป็นหมายเลขโทร.ด่วนเบอร์ที่ว่างอยู่ไง” เมื่อช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานผ่านพ้น ชายหนุ่มก็ออกลายอีกครั้ง

ในเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าเธออาจเป็นผู้หญิงในฝันของเขา เพราะฉะนั้นจะรอช้าอยู่ไย เขาต้องโกยคะแนนให้ได้มากที่สุด แล้วก็เร็วที่สุดด้วย !

คนถูกเกี้ยวกำลังจะสวนกลับตามประสาคนปากไว ครั้นนึกได้ว่าตอบโต้ไปก็รังแต่เข้าเนื้อเปล่า ๆ หญิงสาวจึงกัดริมฝีปากเก็บปากคำ แล้วเปลี่ยนไปกดโทรศัพท์เพื่อแจ้งให้ภูมิทราบอาการของชนวีร์แทน

แม้หญิงสาวจะกดเรียกเลขหมายตามที่ชนวีร์บอก แต่ในใจเธอกลับนึกเจริญพรคนเจ็บเสียงขรม

ท่าทางเจนจัด ประเปรียว เผลอไม่ได้เป็นต้องลดเลี้ยวมาเกี้ยวพากันอย่างนี้ จะให้เชื่อได้ยังไงว่าเบอร์เจ็ดแปดเก้ายังว่างอยู่น่ะ ตาคนเจ้าชู้เอ๊ย !

เสียงสัญญาณรอสายในโทรศัพท์ทำให้เธอได้ใช้เวลาเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักพัก

เพียงแค่รวบรวมสติให้กลับมาเป็นเจ้าเรือนอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง รินรดาจึงเริ่มรู้ตัวว่าเธอเพิ่งทำอะไรลงไป ไหล่บางไหวน้อย ๆ เมื่อเจ้าตัวถอนใจกลัดกลุ้มด้วยอาการปลงตก

อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะอยู่ให้ห่างผู้ชายคนนี้ให้ได้มากที่สุดแท้ ๆ แต่ตอนกำลังตกใจ เธอดันลืมตัวเป็นห่วงเป็นใยเขาจนแล่นตามมาดูแลถึงโรงพยาบาล เพื่อจะได้เห็นกับตาว่าเขาปลอดภัย ทั้งที่จะปล่อยให้พี่น้องเขาดูแลกันเองก็ได้

ดวงตาเรียวไล่ไปตามแผ่นพยุงแขนที่ชายหนุ่มสวมไว้ จากนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง แถมเธอยังไพล่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาบาดเจ็บ จนต้องตกที่นั่งมาเป็นธุระดูแลเขาอีก !

คนบนฟ้าตั้งใจแกล้งกันหรือเปล่าเนี่ย ทำไมยิ่งพยายามเลี่ยงแต่กลับเหมือนเธอถูกชักนำให้ต้องเข้าไปใกล้ชิดเขามากขึ้นทุกที !

ชั่วขณะหนึ่งรินรดาอยากทึ้งผมเผ้าตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด แล้วกรี๊ดดัง ๆ ออกมาซะ หัวสมองหมุนติ้วด้วยคิดไม่ตกว่าจะวีนใส่หรือโทษใครดี !

เมื่อจัดการกับสถานการณ์ของชนวีร์ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว สินก็บอกสองหนุ่มสาว

           “ผมจะเรียกแท็กซี่ไปส่งคุณที่โรงแรมก่อน แล้วขอตัวกลับไปสมทบกับลูกทัวร์ต่อนะครับ ไม่รู้ป่านนี้จ๋าเป็นยังไงบ้าง”

“ดีค่ะ ฉันก็อยากกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนแล้วเหมือนกัน” รินรดาเห็นด้วย เตรียมชิ่งหนีตามสินกลับเข้ากรุ๊ปทัวร์ทันที

“นี่ใจคอคุณจะให้ผมกลับไปโรงแรมคนเดียวเหรอ” คนเจ็บสะกิดบ่ารินรดา

“ฉันจ่ายเงินมาเที่ยว ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลคุณสักหน่อย”

เมื่อยื้อเธอไว้กับเขาแบบสันติวิธีไม่ได้ ชนวีร์ก็ใช้ลูกไม้ “งั้นผมกลับไปเที่ยวด้วย ไปสิน ! เรียกแท็กซี่กลับไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”

“แต่คุณเจ็บแขน น่าจะกลับไปโรงแรมพักมากกว่านะ” พยาบาลจำเป็นเสียงอ่อย นึกรู้ว่าอีตานี่คงไม่ปล่อยให้เธอกลับไปเข้ากลุ่มง่าย ๆ แน่นอน

“เรื่องอะไรจะทิ้งผมไว้ที่โรงแรมคนเดียวละ ไม่เอาหรอก” ชายหนุ่มนึกชมตัวเองที่เล่นบทเด็กชายจอมดื้อได้สมจริงอย่างนี้

“แล้วคุณจะเอายังไง”

“คุณไปไหน ผมไปด้วย ทีนี้คุณก็เลือกเอาละกัน ว่าจะลากผมไปทรมานเที่ยวตะลอน ๆ กับทัวร์ต่อ หรือจะยอมเป็นเพื่อนผมกลับไปที่โรงแรม” ผู้พูดทำท่าดื้อตาใส

กิริยาดื้อดึงของเขาบังคับให้รินรดาจำต้องทำใจ และยอมหันไปทางหัวหน้าทัวร์ชาวจีนแต่โดยดี

“งั้นสินแยกไปเลยก็ได้ค่ะ คุณชนวีร์ยังเก่งได้ขนาดนี้ คงเรียกแท็กซี่พาเราสองคนกลับโรงแรมได้แน่” ท้ายประโยคเธอประชดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น พร้อมตวัดค้อนใส่จอมวางแผนด้วยอาการขุ่นเคือง

ชนวีร์ครึ้มใจ คำพูดเธอมันจับใจคนฟังชอบกล ‘คุณชนวีร์คงเรียกแท็กซี่พาเราสองคนกลับโรงแรมได้แน่’

เราว่ะ...เธอใช้คำว่าเรา ! เออ...ฟังดูดีเหมือนกันนะ การได้เป็น ‘เราสองคน’ กับใครอีกคนหนึ่งเนี่ย

สินจึงจดหมายเลขโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ลูกทัวร์ทั้งคู่ ย้ำชื่อโรงแรมอีกครั้ง แล้วค่อยโบกมือลา

คนเจ็บยืนขึ้นสวมเสื้อกันหนาวอย่างทุลักทุเล

แม้จะพยายามวางเฉย แต่รินรดาก็ถูกกวนประสาทจนต้องขยับเข้าไปช่วยเขาด้วยความจำใจ

หญิงสาวกางเสื้อกันหนาวตัวโต และจับแขนข้างที่เจ็บของเขาสอดเข้าแขนเสื้ออย่างเบามือที่สุด

เมื่อเห็นรินรดารีบขยับตัวออกห่างทันทีที่เสร็จภารกิจ ชายหนุ่มก็ยิ้มเย็นทั้งที่ในใจหมายมั่น

อยากถอยห่างก็เอาเลย ! เขาจะไม่ฝืนใจ แล้วมาดูกันซิว่าเธอจะทำแบบนั้นได้นานแค่ไหน เพราะที่สุดแล้วก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธความต้องการของชนวีร์ ณัฐภัทร ได้หรอก !

เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจ มือแข็งแกร่งที่กำลังจะเอื้อมไปหาหญิงสาวจึงลดลง บอกกับเธอแค่

“ไปกันเถอะ”

เพียงครู่เดียวทั้งสองก็มายืนรอรถที่ริมทางเท้า ลมหนาวด้านนอกทำให้รินรดาห่อไหล่ ขนลุกเกรียว หิมะและฝนขาดเม็ดไปนานแล้ว ทิ้งไว้แต่พื้นเฉอะแฉะ

ชนวีร์สูดหายใจเอาลมเย็นชื้นเข้าปอด ประกาศขึ้นลอย ๆ “ผมชอบอากาศหลังฝนตก”

ประโยคนั้นทำให้คนฟังหันไปมองเขาตรง ๆ อย่างพิจารณา

“มองหน้าผมอย่างนี้ มีอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มร้อนตัว

อีกฝ่ายพยักหน้า “ท่าทางอย่างคุณไม่น่าจะเป็นคนที่ละเอียดอ่อนถึงขนาดสนใจเรื่องเล็กน้อยทำนองนี้เลยนะ”

“เห็นท่าทางอย่างนี้ก็จริง แต่นอกจากผมจะละเอียดอ่อนแล้ว ผมยังอ่อนไหว เป็นชายหนุ่มแสนดี แถมยังโรแมนติกเป็นที่หนึ่งอีกด้วยนะ จะบอกให้” ชายหนุ่มหน้าบาน รีบเสริมแบบเอาหน้าสุด ๆ

“เขามีแต่ต้องให้คนอื่นชม นี่ชมตัวเองอวดตัวเองก็ได้ คุณนี่หน้าไม่อายจริง ๆ ” รินรดาตอกกลับจอมกวนประสาท

ชายหนุ่มหดคอ ตีหน้าเศร้าอย่างเห็นชัดว่าจงใจทำ พร้อมกับแก้ตัวเสียงอ่อย

“แค่นี้ก็ต้องว่าด้วย”

พยายาลจำเป็นเบ้ปากประชดเต็มแรง

“กล้าเนอะ ! อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ยังจะทำท่าเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

คนโดนประณามตีหน้าซื่อ วางความแปลกใจไว้บนใบหน้าอย่างแนบเนียน

“อ้าว...สวย ๆ อย่างคุณนี่ไม่ได้เป็นนางงามหรอกเหรอ”

ครั้นรินรดามีสีหน้าฉงน จอมกะล่อนจึงทำท่าวางภูมิ ทว่าแววตากลับกรุ้มกริ่ม ขณะเฉลย

“โธ่...ผมรึสู้ดั๊มพ์อายุสุดฤทธิ์ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็นนางงาม เห็นว่าปกติแล้วพวกนางงามเขาต้อง ‘รักเด็ก’ กันนี่นะ ว้า...แย่จังเลย” เขาส่ายหน้าทำเสียงเศร้า

ดวงตาเรียวของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มเห็นกองไฟในแววตาคู่นั้นลุกโพลงพร้อมจะแผดเผาเขาให้กลายเป็นจุลในเสี้ยววินาทีข้างหน้า

ชนวีร์เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้คงอยากเป็น ‘ผู้ร้ายฆ่าคน’ เต็มทีแล้วแน่ จึงรีบแตะแขนเสื้อเธอ ถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“คุณหิวไหม”

“ไม่” คนตอบไม่หยุดคิดเลยสักวินาที

“แต่ผมหิวนี่”

“แล้วมันใช่ธุระอะไรของฉันไหมเนี่ย”

หลังจากเหลียวซ้ายแลขวา คนสำออยก็หาข้ออ้างได้สำเร็จ “ต้องใช่สิ เพราะผมต้องกินยาหลังอาหารไง”

เมื่อคนเจ็บเตือนสติ ‘ต้นเหตุ’ จึงจำต้องย้อนถามเสียงอ่อยอย่างสิ้นท่า

“แล้วคุณจะกินอะไรล่ะ”

แทนคำตอบ ชนวีร์กลับชี้ป้ายสีขาว เขียนตัวอักษรสีแดงที่แขวนไม่ไกลอยู่ให้เธอดู “ตรงนั้นมีร้านอาหาร เราไปกินข้าวกันเถอะ ผมเลี้ยงเอง” เขาคว้าแขนเสื้อรินรดาลากไปโดยไม่รออีกฝ่ายออกความเห็น ชายหนุ่มทำหน้าเจ้าเล่ห์ ลอบยิ้มฮัมเพลงอยู่ในใจ

น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเธอทำด้วยสิ่งไหน...

อาการบาดเจ็บที่แขนขวาทำให้ชนวีร์ใช้ตะเกียบไม่ได้ หญิงสาวจึงต้องจัดข้าวแนมกับแกล้มใส่ช้อนเป็นคำให้เขาตักกินสะดวก

หญิงสาวบอกตัวเองว่าที่ทำขนาดนี้ ไม่ได้เป็นเพราะเธอพิศวาสผู้ชายคนนี้หรอกนะ แต่เป็นเพราะเธอคือคนทำให้เขาบาดเจ็บเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มมองผู้หญิงตรงหน้าพยายามม้วนผักให้เป็นก้อนพอดีคำด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ แค่เห็นก็เดาได้ว่าเธอคงไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แม้จะรู้ว่ารินรดาทำไปด้วยความจำใจ แต่ท่าทางตั้งอกตั้งใจของเธอก็ทำให้เขาปลื้มสุด ๆ

ชนวีร์นึกถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องมานั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็สงสัยว่าตอนนั้นเธอตะโกนเรียกชื่อเขาทำไม

ด้วยความทะนงในรูปโฉมและคุณสมบัติของตน ทำให้ชายหนุ่มเชื่อว่ารินรดาตะโกนเรียกเขาเพื่อขอโทษเรื่องที่เธอแสดงกิริยาไม่ดีใส่เขาเมื่อวานนี้

คิดได้ดังนั้น คนเจ็บจึงวางท่าสบาย ๆ บอกหญิงสาว “เอาละ ! ผมพร้อมแล้ว คุณจะพูดอะไรก็ว่ามา”

รินรดาวางผักลงในช้อนอีกฝ่าย เอ่ยโดยไม่เงยขึ้นมองหน้าเขา “ฉันไม่ได้จะพูดอะไรสักหน่อย”

“อะไร ! ก็ก่อนที่ผมจะหกล้มไง ที่คุณวิ่งมาตะโกนเรียกผมน่ะ คุณกำลังจะขอโทษผมไม่ใช่เหรอ”

“ทำไมฉันจะต้องขอโทษคุณ” เธอเลิกคิ้วถาม

“ก็คุณพูดไม่ดีกับผมตอนอยู่ที่ทะเลสาบซีหูไง” ชนวีร์ท่าทางเป็นต่อ

คำตอบของเขาทำให้พยาบาลจำเป็นยิ่งงงหนัก

เรื่องที่ทะเลสาบ อ๋อ...ที่เธอบอกว่าไม่อยากรู้จักเขาหรืออะไรสักอย่างแนว ๆ นั้นน่ะเหรอ ! ผู้ชายคนนี้คิดว่าเธออยากขอโทษเขาเนี่ยนะ

โห...นี่คงคิดว่าผู้หญิงทุกคนอยากเข้าใกล้เขาตายละ ไม่เคยมีใครบอกเขาหรือไง ว่าถ้าไม่มีลูกกะตาสวย ๆ คู่นี้สักอย่าง หน้าตาที่เหลือของเขาก็ดูไม่จืดแล้วแท้ ๆ

ตาบ๊องเอ๊ย ! หลงตัวเองเหลือเกิ๊น !

“ฉันไม่ได้จะขอโทษสักหน่อย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ตั้งตารอดูคนหน้าแตก

“อ้าว...ถ้าอย่างงั้นคุณเรียกผมทำไม”

“ฉันเรียกคุณก็เพราะว่า...” หญิงสาวชะงัก จากที่เตรียมเยาะคนสำคัญตัวผิด เธอกลับถูกต้อนเข้ามุมเสียเอง

แม้แต่เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าควรเรียกภาพเหตุการณ์ที่เห็นก่อนเกิดเหตุนั้นว่าอย่างไร เพราะรินรดามั่นใจว่าตัวเองไม่เคยเห็นลางบอกเหตุมาก่อน

ไม่ว่าสิ่งที่เธอเห็นจะเป็นอะไรก็ตาม พูดไปผู้ชายตรงหน้าก็คงไม่เชื่อแน่ หญิงสาวจึงคิดหาคำตอบที่เข้าท่ากว่านั้น

“ฉันเห็นหินแถวนั้นลื่น เลยคิดว่าคนซุ่มซ่ามอย่างคุณอาจหกล้ม ก็เลยจะเตือน”

รินรดากลอกตาเหมือนพยายามหาคำอธิบายสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่าทางของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ชนวีร์สังหรณ์ใจ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขม้นมองกิริยาของเธอด้วยอาการพิเคราะห์

ผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ จะห่วงกลัวเขาลื่นหกล้ม โกหกก็ไม่เนียน !

ถ้าอย่างนั้นเธอเรียกเขาทำไม มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ! เพราะตอนนั้นเธอทั้งเรียกแล้วก็วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความรีบร้อนจนเห็นได้ชัดอย่างนั้น

“บอกความจริงมาดีกว่าน่า คุณรินรดา” คนเจ็บคาดคั้นคำตอบที่ต้องการ

“ถ้าไม่เชื่อ คุณก็บอกฉันมาละกันว่าอยากให้ฉันตอบว่าอะไร”

ถึงจะย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง แต่ชนวีร์กลับไม่เชื่อที่เธอพูดสักนิด

“งั้น...” ชนวีร์คิดหนัก เขาควรบอกเรื่องภาพฝันของเขาที่ทะเลสาบซีหูหรือเปล่า

พยาบาลจำเป็นเงยขึ้นมองหน้าเขาเหมือนคอยฟังว่าจะพูดอะไร

“แล้วไป...ผมนึกว่าคุณจะแอบปิ๊งผมจนเห็นอะไรเป็นหน้าตาผมไปหมดซะอีก” ชายหนุ่มเฉไฉพร้อมกับฝืนยิ้ม ไม่รู้สึกสนุกอย่างที่เคยเป็น ทั้งที่เห็นหญิงสาวตีหน้ายักษ์สนองตอบต่อวาจาลดเลี้ยวนั้น เธอชี้หน้าเขาแบบอาฆาต แล้วก้มลงตักกับข้าวใส่ช้อนให้เขาต่อไป

ชนวีร์ผ่อนลมหายใจออกแผ่วเบา...

อย่าว่าแต่เธอที่งำความบางอย่างไว้เลย แม้แต่เขาเองก็ยังไม่พร้อมบอกเรื่องนั้นต่อเธอเช่นกัน !

รถแท็กซี่ของสองหนุ่มสาวจอดลงหน้าโรงแรม รินรดาอาสาจ่ายค่ารถตอบแทนที่อีกฝ่ายเลี้ยงอาหารกลางวัน แล้วเดินตามชายหนุ่มเข้าไปที่ล็อบบี้พลางถาม

“คุณจะขึ้นไปพักเลยหรือเปล่า”

ชนวีร์กลับย้อนถามแทนคำตอบ “แล้วคุณล่ะ”

“นี่เพิ่งบ่ายสองเอง ฉันว่าจะไปเดินเล่นแถวนี้หน่อย เห็นตรงโน้นมีร้านค้าด้วย” เธอชี้ไปตามทางที่เพิ่งนั่งรถผ่านมา

“ผมไปด้วยสิ รับรองว่าจะไม่กวนใจคุณสักคำ” เขาไม่ยอมพลาดโอกาสใกล้ชิดเป้าหมายตามลำพังสองต่อสองอย่างนี้แน่

แค่เห็นเธอตั้งท่าปฏิเสธ นักธุรกิจหนุ่มก็รีบเสริม “ผมพูดภาษาจีนได้ เผื่อจะช่วยคุณแปลไง”

รินรดาส่ายหน้า “ฉันว่าคุณกินยาแล้วไปพักดีกว่า”

“หมอไม่ได้บอกให้พัก แค่บอกว่าอย่าใช้แขนเยอะเท่านั้นเอง”

“แต่...”

“แขนเจ็บอย่างนี้ กลับไปที่ห้องผมก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี คุณจะบังคับผมกลับไปนั่งเฉย ๆ ที่ห้องทำไม ให้ผมไปเดินเล่นด้วยเถอะนะ” ชายหนุ่มโอดครวญ

หญิงสาวนิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนยอม ‘อนุญาต’ ด้วยท่าทีไม่ใคร่เต็มใจ

“ตกลง แต่คุณบอกเองนะ ว่าคุณจะไม่กวนใจฉัน”

“คุณอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยดูแลผมขนาดนี้ ถ้าผมยังกล้ากวนใจคุณอีก ผมก็ใจร้ายเกินไปละ ! ”

รินรดาแตะยิ้มบางไว้บนริมฝีปาก ครั้นเห็นสีหน้าพึงใจของชายหนุ่ม เธอก็สะดุ้ง

นี่เธอเผลอยิ้มตามเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ! ไหนบอกว่าจะอยู่ห่าง ๆ เขาไง ตั้งใจได้แป๊บเดียว ก็ลืมตัวอีกแล้ว !

หญิงสาวรีบตีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่หวั่นอยู่ว่าเธอจะฝืนใจตัวเองได้อีกนานแค่ไหน

โธ่เอ๊ย ! ทำไมเขาต้องบาดเจ็บเพราะเธอด้วยเนี่ย !

“เป็นอะไรหรือเปล่า ผมพูดอะไรผิดเหรอ”

รินรดาเชิดหน้า

“ไม่มีอะไรหรอก นี่คุณจะไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม เมื่อเช้าตอนล้ม ฝนตกปรอย ๆ อยู่ เสื้อผ้าคุณอาจชื้น เดี๋ยวป่วยเป็นหวัดขึ้นมา อันนั้นฉันไม่รับผิดชอบนะ”

ที่ถามเนี่ยไม่ใช่ว่าห่วง แต่เพราะเธอไม่อยากคอยดูแลเขาแล้วต่างหาก

“เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะน่า ไม่ต้องปากแข็ง” คนเจ็บหัวเราะร่าที่หาเรื่องเข้าข้างตัวเองได้อีกแล้ว

“ธุระอะไรที่ฉันต้องห่วงคุณ ฝันไปเถอะ ! ”

“อนุญาตให้ผมฝันถึงคุณได้จริงเหรอ” ชนวีร์ถามด้วยรอยยิ้ม

หญิงสาวตาเขียวปั๊ด ก่อนอาละวาดเสียงดัง “ไม่ ! ฉันไม่อนุญาตให้คุณฝันถึงโดยเด็ดขาด”

ชนวีร์หัวเราะร่วน เขาทำท่าตะเบ๊ะรับคำ พร้อมกับออกปาก “โอเคคร้าบ ไม่ฝันก็ไม่ฝัน ดุจริง ๆ ขอฝันถึงหน่อยก็ไม่ได้ คุณนี่สั่งยังกับว่าผมห้ามความฝันได้งั้นแหละ ! ”

ดวงตาคู่เรียวตวัดค้อนใส่เขาอย่างเคือง ๆ

ชนวีร์มองกิริยาของหญิงสาวด้วยความเพลิดเพลินใจ

แทนที่จะเถียงแว้ด ๆ อย่างเคย ผู้หญิงปากตะไกรกลับยอมแพ้ง่าย ๆ ซะงั้น!

นานมากแล้วที่ชนวีร์ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้ และเขาก็ไม่สนใจหาคำตอบด้วยว่าสาเหตุที่ตัวเองรู้สึกสบายอกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ เกิดจากการวางภาระหน้าที่ของผู้บริหารณัฐภัทรคอร์ปอเรชั่นทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ หรือเป็นเพราะว่าเขาอยู่ใกล้กับผู้หญิงคนหนึ่งกันแน่

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

สิริณจะลงให้อ่านจนจบ แล้วลบครึ่งเล่มนะคะ

 

ภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น