พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คู่กันเเล้วย่อมไม่เเคล้วกัน (120%)...ปะทะอีกเเล้ว เอิ๊กๆๆๆ

ชื่อตอน : คู่กันเเล้วย่อมไม่เเคล้วกัน (120%)...ปะทะอีกเเล้ว เอิ๊กๆๆๆ

คำค้น : จอมโอหังเผด็จรัก , พราวนภา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 774

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คู่กันเเล้วย่อมไม่เเคล้วกัน (120%)...ปะทะอีกเเล้ว เอิ๊กๆๆๆ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

“หนูดาด้าคนที่ขโมยจูบลูกตอนเด็กๆ ไง” สิ่งที่ได้รับฟังช่างสะกิดใจเดเรคยิ่งนัก

“ใช่ ตอนนั้นแกโกรธมากจนไม่ยอมพูดกับน้องอีกเลย แถมพอเขามาหาที่บ้านทีไรก็จะคอยหลบหน้า จนเราย้ายไปอยู่รัสเซีย แกกับหนูดาด้าก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย” ประมุขใหญ่ของบ้านกล่าวเสริมภรรยาอย่างยิ้มๆ

“ยัยแว่นสุดขี้เหร่!” เดเรคอุทานลั่น ขณะที่เรื่องราวในอดีตค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว วินาทีถัดมาใบหน้าหล่อระเบิดพลันแดงก่ำด้วยความโมโหระคนอับอาย เมื่อกระหวัดคิดไปถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องหนีหน้ายัยเด็กนั่น   

‘เด็กบ้าอะไรไวไฟ กล้าขโมยจูบแรกของเราไป ฮึ่ม!’ เขาแอบคำรามลั่นในอก

“ว้าย…ว่าที่สะใภ้ของมัมไม่ได้ขี้เหร่นะจ๊ะ ออกจะน่ารัก” สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวในบ้านร้องวี้ดว้าย แล้วรีบแก้ความเข้าใจให้แก่บุตรชาย 

“ดีใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอวะไอ้ลูกชาย” นายแดเนียลเอ่ยสัพยอกอย่างครื้นเครง

“บรื๋อ…แค่คิดก็ขนลุกแล้วครับ” ชายหนุ่มทำท่าขยาดจนสองสามีภรรยานึกหมั่นไส้   

“อ้าว…มัมนึกว่าแกจะดีใจเสียอีก ที่จะได้แต่งงานกับคนที่ทำให้แกพกปลาสเตอร์ติดตัวตลอดเวลา” คำว่า ‘ปลาสเตอร์’ ที่หลุดออกมาจากปากมารดาทำให้ลมหายใจของเดเรคพลันสะดุด    

“ยังไงผมก็ไม่ยอมแต่งงานกับยัยเด็กบ้านั่นแน่ๆ” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ลึกลงไปภายในหัวใจกร้าวกระด้างกลับไม่เคยลืมเลือนเด็กผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้จะจำหน้าไม่ได้ แต่เธอก็ยังอยู่ในห้วงความทรงจำ ทว่าทิฐิอันแรงกล้าที่มีมาตั้งแต่อดีตกลับเหมือนจะอยู่เหนืออารมณ์อ่อนไหวเล็กๆ เหล่านั้นเสียแล้ว       

“ยังไงลูกก็ต้องแต่งจ้ะ เพราะนี่เป็นคำสั่ง” มาดามดาเลียกล่าวเสียงเย็น ใบหน้ายิ้มแย้ม แต่แฝงไปด้วยความเผด็จการอย่างเต็มเปี่ยม 

               “ไม่นะครับ หัวเด็ดตีนขาดยังไง ผมก็ไม่แต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก” เสียงห้าวกระด้างเอ่ยประท้วงทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสุดฤทธิ์      

               “แกมีคนรักอยู่แล้วงั้นสิ” มาดามดาเลียประชดเสียงแข็ง  

               “เอ่อ…ไม่มีครับ แต่คิดว่าคงจะหาได้ในเร็วๆ นี้” เพลย์บอยตัวพ่อตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก ซึ่งเหตุผลแบบขอไปทีก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายคล้อยตามสักกระผีก

               “ไม่ต้องเสียเวลาไปหาหรอกย่ะพ่อคุณ เอาคนที่พ่อกับแม่เลือกให้นี่แหละ ชาติตระกูลดี การศึกษาดี แถมนิสัยยังน่ารักอีกด้วย เพียบพร้อมแบบนี้เหมาะจะเป็นเมียและแม่มากที่สุด” ผู้เป็นมารดาสรุปเองเสร็จสรรพ 

               “ไม่ครับ ผมไม่แต่ง และมัมจะมาบังคับผมอย่างนี้ไม่ได้ ผมไม่ยอม!” ชายหนุ่มประท้วงเสียงขุ่น แสดงท่าทางดื้อดึงอย่างถึงแก่น  

               “ยังไงก็ต้องแต่งจ้ะลูกรัก ไม่งั้นเราขาดกัน!” ท้ายประโยคคนเป็นแม่หยิบยกเอาไม้ตายขึ้นมาใช้ ทำให้พ่อมาลัยลอยชายถึงกับสะอึก      

               “โธ่…มัมครับ” เมื่อเห็นท่าว่าตัวเองจะไม่รอดจากการจับคลุมถุงชน เดเรคก็โอดครวญหน้าละห้อย เพื่อให้มารดานึกสงสารและล้มเลิกความตั้งใจ   

“ไม่ต้องมาทำหน้าละห้อยเลยจ้ะลูกรัก เพราะยังไงมัมก็ไม่เปลี่ยนใจ แต่งงานมีเมียน่ะดีแล้ว มัมจะได้อุ้มหลานสักที” มาดามดาเลียส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ ท้ายประโยคเกลี้ยมกล่อมด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่ทำเอาอีกฝ่ายแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด       

“แด๊ด ช่วยผมหน่อยสิครับ” ครั้นเห็นว่าอ้อนให้ตายมารดาก็คงไม่ใจอ่อนง่ายๆ เดเรคจึงหวังพึ่งบิดา เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเคยช่วยเขาจากการโดนมารดาเอ็ดอยู่บ่อยครั้ง  

               “แด๊ดถือว่าความคิดของมัมเป็นมติเอกฉันท์” ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากประมุขใหญ่ ทำให้ชายหนุ่มแทบหน้าหงาย นี่มันสองรุมหนึ่งชัดๆ คนที่ถูกสองสามีภรรยาเลี้ยงดูมาแบบตามใจอยากจะอาละวาดให้บ้านแตก หากแต่ทำได้เพียงพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน       

จากนั้นเดเรคก็เดินกระแทกเท้าขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของบิดาและมารดาที่สามารถปราบพ่อปลาไหลจนอยู่หมัด    

วันนี้เดเรครู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะอยู่ๆ คู่หมั้นของเขาก็โทร.มาบอกมารดาตั้งแต่เช้าตรู่ว่าไม่ว่าง และขอเลื่อนนัดอย่างกะทันหัน ทำให้เจ้าของร่างทรงพลังยิ้มร่า กระเด้งตัวขึ้นจากที่นอนนุ่มนิ่มแสนสบายด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า แล้วเยื้องย่างกรายเข้าสู่ห้องน้ำ ใช้เวลาเสริมความหล่อให้กับตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาพักใหญ่ ถึงได้เดินผิวปากฮัมเพลงล้วงกระเป๋ามายังชั้นล่าง      

“ตอนที่ให้สาวใช้ขึ้นไปบอก มัมลืมบอกไป ว่าอีกสามวันลูกมีนัดทานข้าวเย็นกับคู่หมั้นนะจ๊ะ” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากมารดา ทำให้รอยยิ้มทรงเสน่ห์เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อระเบิดระเบ้อทันควัน  

“อ้าว! ก็ไหนบอกว่าเธอไม่ว่างไงครับ” คิ้วดกหนาทว่าได้รูปเหนือดวงตาสีเฮเซลเลิกขึ้นเป็นคำถาม ขณะหย่อนสะโพกแกร่งลงนั่งตรงเก้าอี้ข้างมารดา       

“มัมนัดหมายกับหนูดาด้าใหม่แล้ว รับรองว่าอีกสามวันเธอจะว่างมาเจอลูกชายของมัมอย่างแน่นอน” มาดามดาเลียตวัดขาเรียวขึ้นไขว่ห้าง แล้วค่อยๆ ยกแก้วกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างาม     

“มัมไม่สงสารลูกชายเหรอครับ ที่ต้องแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก” พ่อหนุ่มกะล่อนเริ่มออกลายออดอ้อน เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากการคลุมถุงชน    

“ทำไมฉันต้องสงสารไอ้พ่อปลาไหลอย่างแกด้วยยะ ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันก็เห็นแกใช้ชีวิตมั่วอยู่กับแม่ผู้หญิงรักสนุกพวกนั้นจนชินชา แล้วถ้าต้องเห็นแกทนอยู่กับคนที่แกไม่ได้รัก มันจะเป็นไรไป” คนเป็นแม่กล่าวคล้ายไม่แยแสต่อความรู้สึกของบุตรชาย แต่แท้จริงแล้วนางอยากให้เขาได้ผู้หญิงที่ดีและคู่ควรมาเป็นศรีภรรยา    

“โธ่…มัมครับ” เสียงอ่อยโอดครวญ พลางทำหน้าละห้อย     

“ไม่ต้องมาออดอ้อนเสียให้ยาก เพราะขอบอกไว้เลยว่ามัมจะไม่ใจอ่อนอย่างเด็ดขาด”

“คนสวยใจร้าย”   

“จะปราบคนกะล่อนอย่างแก มันก็ต้องทำตัวเป็นคนสวยพิฆาตแบบนี้แหละย่ะ” คนพูดยักคิ้วอย่างเป็นต่อจนพ่อสุดหล่อต้องทำหน้ามุ่ย   

“ผมถามจริงๆ เถอะครับ มัมอยากได้แม่นั่นมาเป็นลูกสะใภ้จริงๆ เหรอครับ” คนที่กำลังจะถูกช่วงชิงชีวิตอิสระในสไตล์หนุ่มโสดเจ้าสำราญเอ่ยถามเสียงเครียด

“อ๊าย! อย่ามาเรียกว่าที่สะใภ้ของฉันแบบนั้นนะยะ” มาดามดาเลียร้องลั่น พร้อมฟาดฝ่ามือลงบนท่อนแขนกำยำของพ่อลูกชายตัวดี     

“แหม…ออกโรงปกป้องกันซะด้วยแฮะ” เดเรคแอบเบ้ปากเล็กน้อย  

“มันแหงอยู่แล้วย่ะ เพราะนั่นน่ะว่าที่สะใภ้คนโปรดของมัม”    

“แม่นั่นพิกลพิการ หรือหูหนวกตาบอดกันแน่ครับ ถึงได้ยอมให้ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน” วาจาห่ามๆ แกมเหน็บแนมที่หลุดออกมาจากปากพ่อหนุ่มเพลย์บอยตัวเอ้ ทำให้คนฟังถึงกับนึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครัน จนต้องยกมือขึ้นฟาดลงที่อกกว้างหนักๆ หนึ่งที      

เผียะ!

“พูดจาน่าเกลียดจริงเชียวเจ้าลูกคนนี้”

“ก็มันจริงนี่ครับมัม อายุยี่สิบห้าปีถ้าไม่พิกลพิการ หรือหูหนวกตาบอด ก็ต้องมีแฟนหรือไม่ก็แต่งงานไปแล้ว” พ่อเจ้าประคุณโจมตีคู่หมั้นสาวอย่างคะนองปาก     

“ก็เพราะเขาเป็นกุลสตรียังไงละ ถึงได้ไม่ไวไฟเหมือนผู้หญิงที่ลูกเคยควง”     

“เป็นกุลสตรี หรือไม่มีปัญญาหาผัวกันแน่ครับ” เดเรคสวนกลับด้วยวาจาขวานผ่าซาก

“ปากคอเราะร้าย!”   

“แล้วผมพูดไม่จริงตรงไหนครับ สมัยนี้มีผู้หญิงโสดและซิงมาจนถึงวัยเบญจเพศเหลืออยู่บนโลกก็บ้าแล้ว” เจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ยักไหล่ทรงพลังเบาๆ แล้วเอ่ยออกมาอย่างหน้าตาย   

“ว่าที่สะใภ้ของมัมออกจะเรียบร้อย ฉะนั้นก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะยังโสดมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้”

“ถ้าเรียบร้อยขนาดนั้น ก็ควรจะแสวงหาทางไปสวรรค์ด้วยการเข้าโบสถ์ ดีกว่ามาแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักแบบนี้ จริงไหมครับ?” เขายังไม่วายเอ่ยประชดประชันว่าที่สะใภ้คนโปรดของมารดา    

“หนูดาด้ายอมเอาพ่อหนุ่มเพลย์บอยอย่างลูกทำสามีก็บุญเท่าไรแล้ว ผู้หญิงดีๆ แบบนั้นสมัยนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ นะเดเรค ยังจะมาพูดจาไม่ให้เกียรติเขาอีก เดี๋ยวเถอะ!” นางดาเลียดุลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเสียงเข้ม พร้อมยกมือขึ้นหมายจะฟาดอีกสักที หากแต่พ่อเจ้าประคุณเอนตัวหนีเสียก่อน     

“โอเคครับ ถ้ามัมอยากให้ผมทำตามคำบัญชาก็กรุณาเลิกพูดถึงผู้หญิงคนนั้นสักที” สุดท้ายเดเรคก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอไหล่เป็นเชิงยอมแพ้ ก่อนจะลงมือทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ ขณะที่หัวสมองอันเฉียบแหลมเฝ้าครุ่นคิดว่าจะทำยังไงถึงจะไม่ต้องแต่งงานกับยัยเด็กแว่นขี้เหร่    

 

               สามวันถัดมา อารดาก็ขับรถออกจากสำนักงานทนายความอย่างเร่งรีบ เพื่อจะไปให้ทันเวลานัดหมายกับมาดามดาเลีย วันนี้สาวเจ้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะยินดีที่จะได้เจอกับคู่หมั้นหนุ่ม แต่เป็นเพราะสามารถทำให้ลูกความของเธอชนะคดีไปได้อีกหนึ่งราย ขับรถมาดีๆ น้องเขียวสะอื้นก็กระตุกสองสามที ซึ่งสาวเชยก็เหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเองเธอจึงลดความเร็วลง แล้วเบนรถเข้าชิดๆ ข้างทาง ทันใดนั้นมันก็นิ่งสนิท แต่ยังดีที่รถของเธอพ้นจากไฟแดงมาแล้ว ไม่งั้นคงโดนบีบแตรไล่จนแก้วหูแทบพิการแน่                   

“โธ่…น้องเขียวสะอื้น อย่าทำงานเข้าแม่แบบนี้สิลูก” เสียงหวานโอดครวญให้รถคู่ใจประหนึ่งว่ามันมีชีวิตและฟังคำพูดของเธอรู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น   

“ติดสิลูก อย่าทำให้แม่ขายหน้าข้างถนนโล่งๆ แบบนี้เลย ได้โปรดเถอะ” ทนายความสาวเอ่ยปากวิงวอนเสียงอ่อย ขณะพยายามสตาร์ตรถคู่ใจอยู่หลายครั้งหลายครา แต่ผลออกมาก็เหมือนเดิม จนเธอต้องซบหน้าลงที่พวงมาลัยอย่างอ่อนใจปนสิ้นหวัง ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น     

ปัง!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวอันเกิดจากโลหะปะทะกันอย่างแรงทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตถลนจนแทบหลุดออกมานอกเบ้า เนื่องจากรถเธอถูกรถอีกคันชนท้ายเข้าอย่างจัง    

ครั้นตั้งสติได้อารดาก็รีบกระวีกระวาดลงจากรถ แล้วก้าวยาวๆ มายังท้ายรถสุดที่รักของตัวเองด้วยสีหน้าแตกตื่นและตกใจสุดขีด     

“อ๊าย!!! น้องเขียวลูกแม่” ทันทีที่เห็นสภาพลูกรักเธอก็กรีดร้องลั่น และทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  

“เฮ้…คุณขับรถประสาอะไร นึกอยากจะจอดก็จอด บ้าหรือเปล่าเนี่ย!” ด้วยความรีบทำให้เดเรคยังไม่ยอมลงมาจากรถ ทำเพียงลดกระจกลงเล็กน้อย แล้วตะโกนด่ากราดอย่างไม่ไว้หน้า

วาจาที่หลุดออกมาจากปากของคู่กรณีทำให้ทนายความสาวของขึ้น นัยน์ตาสีนิลดุวับ จากนั้นเธอก็กำหมัดย่ำเท้าโครมๆ ไปหาอีกฝ่ายทันควัน     

“ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ คุณทำรถฉันเสียหายคุณต้องรับผิดชอบ” ทันทีที่มาถึงรถสปอร์ตหรูสีแสดซึ่งดูคุ้นตาอารดาก็ยกมือขึ้นตบลงที่กระจกแรงๆ คล้ายระบายอารมณ์ไปในตัว

“ให้ตายสิวะ! เบาๆ ก็ได้แม่คุณ” เจ้าของร่างทรงพลังบ่นอุบ แล้วเปิดประตูก้าวขาลงจากรถคู่ใจด้วยมาดทระนงองอาจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดสีดำสุดเท่ออกจากใบหน้าหล่อลากไส้ 

“คุณ!” วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง และอุทานเสียงหลง เพราะไม่นึกว่าโลกใบนี้มันจะกลมได้อย่างน่าโมโห    

“โอ๊ะโอ๋…สวัสดียามบ่ายครับแม่ชีสี่ตา เราเจอกันอีกแล้วนะ” เมื่อ...

 

 

แจ้งด่วน!!!

E-BOOK…จอมโอหังเผด็จรัก วางขายใน www.mebmarket.com แล้วนะคะ เอฝากเดเรคกับอารดาด้วยจ้า ^^  

จัดโปรโมชั่น จากราคา 299 เหลือ 229 บาท

 

ตามไปสอยตามลิ้งค์นี้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTAyOTI2NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijk0MjY0Ijt9

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น