Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 9 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 9 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2563 00:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 9 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 9 

 

 

โมเดลนั่งมองคุณพ่อที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเบื่อๆ ขนมเค้กที่คุณอาชัชวาลซื้อขึ้นมาให้โมเดลก็กินหมดแล้ว วาดรูปก็เบื่อแล้ว ห้องคุณพ่อไม่มีโทรทัศน์เหมือนห้องทำงานของคุณแม่ มันเลยเงียบสงบเกินไปจนเริ่มน่าเบื่อไปหมด โมเดลอยากกลับบ้านไปหาคุณแม่แล้ว 

 

“คุณพ่อครับ โมเดลออกไปเดินเล่นได้มั้ยครับ” และเพราะรู้สึกเบื่อเกินไปโมเดลเลยอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกแต่โมเดลต้องขออนุญาตคุณพ่อก่อน 

 

“แต่พ่อทำงานยังไม่เสร็จเลยครับ โมเดลเบื่อแล้วเหรอ” 

 

“ครับ ห้องคุณพ่อไม่มีโทรทัศน์ โมเดลไม่มีอะไรทำ” 

 

“วันหลังพ่อจะซื้อมาติดให้นะ แต่ตอนนี้โมเดลรอพ่อก่อนได้รึเปล่าอีกแปปเดียวพ่อก็จะทำงานเสร็จแล้ว” 

 

“ก็ได้ครับ แต่โมเดลขออกไปเดินเล่นหน้าห้องนะครับ” 

 

“เอางั้นก็ได้ครับ แต่เดินแค่ชั้นนี้เท่านั้นนะครับ”  

 

“ครับ!” พอคุณพ่ออนุญาตโมเดลก็เปิดประตูห้องคุณพ่อออกก่อนจะเดินออกมาข้างนอก ชั้นทำงานของคุณพ่อเงียบกว่าที่ทำงานคุณแม่อีก ไม่เห็นมีคนเลย 

 

“คุณหนูจะไปไหนครับ” พอเดินออกจากห้องปุ๊ป โมเดลก็ถูกทักขึ้นทันที ชัชวาลมองคุณหนูตัวน้อยทายาทคนต่อไปของวินิชราชกุลที่ยืนหันมองซ้ายขวาหลังจากออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายของตนเองอย่างเอ็นดู 

 

“โมเดลขอคุณพ่อออกมาเดินเล่นครับ” 

 

“ที่ชั้นนี้มีมุมรับแขกครับให้อาพาไปมั้ยครับ”  

 

“โมเดลไปได้เหรอครับ” 

 

“ได้สิครับ มาครับอาพาไป” ชัชวาลละมือจากงานตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นพร้อมจูงมือคุณหนูตัวน้อยพาเดินไปโซนรับรองแขกซึ่งเป็นโซนที่ดูสวยงามและเรียบหรู มีความสะดวกสบายพร้อมทุกอย่างและมีพนักงานต้อนรับคอยอำนวยความสะดวกให้แก่แขกที่มาตลอดเวลา 

 

“ว้าว เห็นวิวเหมือนในห้องคุณพ่อเลยครับ” โมเดลเดินไปเกาะกระจกดูวิวที่มองเห็นจากภายนอก ห้องคุณพ่อก็เห็นวิวเหมือนกันแต่คนละฝั่งกับวิวตรงนี้ โมเดลชอบดูวิวจากที่สูงๆมาก ห้องคุณแม่ก็สูงแต่ก็ไม่สูงถึงขนาดนี้ 

 

 “เด็กคนนี้เป็นใครคะคุณชัชวาล” พนักงานที่ดูแลโซนนี้เดินเข้ามาถามพร้อมกับวางน้ำส้มให้เด็กน้อยที่ดูจะเป็นคนสำคัญของผู้บริหารของที่นี่ 

 

“คุณหนูโมเดลลูกของท่านประธานดูแลให้ดี อย่าให้มีปัญหา”  

 

“ค่ะคุณชัชวาล” แม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถาม ได้แต่รับคำของคุณชัชวาล ไว้เลิกงานเธอจะไปเม้าท์กับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ 

 

“คุณหนูโมเดลครับ เดี๋ยวอาจะไปทำงานต่อก่อน ถ้าอยากกลับห้องให้พี่สาวคนนี้เดินไปส่งนะครับ” 

 

“ครับคุณอาชัชวาล” โมเดลรับคำพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนชัชวาลจะเดินกลับไปทำงาน โมเดลเองก็ยกแก้วน้ำส้มจิบก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือบนโต๊ะมาเปิดดูคั่นเวลา แม้จะอ่านออกได้เป็นบางคำและไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรแต่ตรงนี้ก็น่านั่งกว่าห้องของคุณพ่อที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากกระดาษเป็นตั้งๆ  

 

โมเดลนั่งเล่นไปสักพัก เตชิตก็เดินเข้ามาหาก่อนจะนั่งลงข้างๆลูกชายที่นั่งดูหนังสืออยู่บนโซฟาเงียบๆ 

 

“คุณพ่อทำงานเสร็จแล้วเหรอครับ” 

 

“เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวพ่อจะพาโมเดลไปซื้อของที่ห้างก่อนกลับบ้านนะครับ ดีมั้ย” 

 

“ไปครับ แต่โมเดลอยากให้คุณแม่ไปด้วย”  

 

“งั้นเราไปรับคุณแม่ของโมเดลดีมั้ยครับ” 

 

“ดีครับ โมเดลจะไปรับคุณแม่” โมเดลยิ้มหวานให้เตชิตเมื่อรู้ว่าตนเองจะไปรับคุณแม่ วันนี้เป็นวันแรกที่โมเดลต้องห่างจากคุณแม่หลายชั่วโมง โมเดลคิดถึงคุณแม่มากๆ ไม่รู้ว่าคุณแม่จะคิดถึงโมเดลเหมือนที่โมเดลคิดถึงคุณแม่มั้ย 

 

เตชิตจับมือโมเดลเดินไปลงลิฟต์เพื่อที่จะได้ขับรถไปรับเขมินท์อย่างที่โมเดลต้องการ แม้เตชิตจะรู้ว่าวันนี้เขมินท์ขับรถมาก็ตาม แต่แล้วยังไงเตชิตไม่สนใจและก็คิดว่าคนอย่างเขมินท์คงไม่ยอมปล่อยให้โมเดลไปกับเตชิตได้ง่ายๆหรอก ยังไงเขมินท์ก็ต้องมากันโมเดลไม่ให้อยู่ใกล้เตชิตมากไปกว่านี้อยู่แล้ว 

 

หลังจากที่พาโมเดลขับรถมาที่บริษัทของเขมินท์ เตชิตก็เดินตามโมเดลที่จูงมือของตนเองให้เดินตามไปยังห้องทำงานของเขมินท์ เพราะโมเดลคุ้นเคยเป็นอย่างดีและการที่โมเดลทำแบบนั้นทำให้ทุกคนที่รู้จักเตชิตที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังและโมเดลที่เป็นลูกของเขมินท์นั้นต่างมองทั้งสองคนด้วยความสงสัยว่าเตชิตเป็นอะไรกับโมเดลลูกชายของเขมินท์ที่เป็นหัวหน้าแผนกฝ่ายออกแบบเป็นอะไรกัน 

 

“คุณเตชิตสวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาพบพี่เขมเหรอคะ ตอนนี้พี่เขมประชุมอยู่ค่ะกรุณารอสักครึ่งชั่วโมงนะคะ” เลขาของเขมินท์เอ่ยบอกลูกค้าวีไอพีที่เดินจูงมือมากับโมเดล ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากคิดว่าคุณเตชิตอาจจะมาหาพี่เขมเรื่องงานเท่านั้น 

 

“โมเดลพาคุณพ่อไปนั่งรอคุณแม่นะครับพี่น้อยหน่า” 

 

“คะ คุณพ่อเหรอคะโมเดล?”  

 

“ครับ คุณพ่อของโมเดลเองไปครับคุณพ่อ เข้าห้องคุณแม่นะครับ โมเดลจะเอาสมุดระบายสีของโมเดลให้ดู” เตชิตไม่ได้สนใจสีหน้าตกใจของเลขาสาวของเขมินท์และก็เดินตามแรงของโมเดลที่จูงตนเองไปนั่งรอในห้องทำงานของเขมินท์ และการที่โมเดลบอกว่าเตชิตเป็นพ่อแบบนี้แน่นอนว่าภายใจไม่กี่นาทีเรื่องนี้ต้องแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน 

 

หลังจากที่โมเดลและเตชิตเดินเข้าห้องไปแล้ว น้อยหน่าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชทในกลุ่มของแผนกที่ไม่มีพี่เขมอยู่ก่อนจะพิมพ์เล่าเรื่องที่ตนเองได้ยินมาและกดส่งเข้าไปในกรุ๊ปไลน์และหลังจากที่ขึ้นอ่านแล้วก็มีข้อความเด้งตอบกลับเข้ามาไม่หยุด ก็แน่ล่ะสิใครจะไม่สนใจ ไม่มีใครในบริษัทเคยเห็นหน้าสามีของพี่เขมและคุณพ่อของโมเดลเลยตั้งแต่ที่พี่เขมท้องจนคลอดและโมเดลก็โตมาจนถึงตอนนี้ และพอมีพ่อมาปรากฏตัวขึ้นมาแถมยังเป็นถึงลูกค้าวีไอพีของบริษัทอีก เรื่องไม่ดังไม่ให้มันรู้ไปสิ! 

 

เขมินท์ที่เดินออกจากห้องประชุมมาก็รู้สึกถึงสายตาของคนในแผนกมองตนเองแปลกๆ ก็เลยก้มสำรวจดูร่างกายว่าตนเองเผลอลืมรูดซิปหรือมีอะไรเลอะกางเกงรึเปล่าทุกคนถึงมองตนเองแปลกๆแบบนี้ 

 

“พี่เขมคะ มีสามีสุดเริ่ดขนาดนี้คุณวศินของน้อยหน่าก็อกหักแย่สิคะ” 

 

“สามีงั้นเหรอ หมายถึงอะไรกันน้อยหน่า” 

 

“ก็สามีพี่เขมหนะสิคะ คุณเตชิต วินิชราชกุล ลูกค้าวีไอพีของเรา อิจฉาพี่เขมสุดๆเลย สามีหล่อแถมยังรวยมาก” เขมินท์ที่ได้ยินลูกน้องพูดแบบนั้นก็คิ้วขมวดขึ้นมาทันที ทำไมน้อยหน่าถึงบอกว่าเตชิตเป็นสามีของตนเอง ทั้งๆที่เขมินท์ไม่ได้บอกใครสักหน่อยว่าเตชิตคือพ่อแท้ๆของโมเดล 

 

“พูดอะไรน่ะน้อยหน่า เพ้อเจ้อนะเรา” 

 

“พี่เขมอย่ามาปฏิเสธเลยค่ะ น้องโมเดลจูงมือคุณเตชิตมาหาขนาดนี้ และตอนนี้ก็รออยู่ในห้องแถมเรียกคุณพ่ออีก พี่เขมอย่ามาโกหกน้อยหน่าเลยค่ะ” 

 

“เฮ้อ! เอาเถอะแล้วแต่น้อยหน่าจะคิด แต่พี่ขอกาแฟสักแก้วหน่อยนะ รู้สึกง่วงๆยังไงไม่รู้” 

 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวน้อยหน่าเอาไปเสิร์ฟในห้องให้ค่ะ” เขมินท์พยักหน้ารับก่อนจะถืองานและเดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง พอเข้ามาในห้องและมองไปยังโซฟาก็เห็นเตชิตกับโมเดลนั่งอยู่ด้วยกันพร้อมเสียงโทรทัศน์ที่ถูกเปิดขึ้น 

 

“คุณมาทำไมคุณเตชิต” เขมินท์นึกแล้วเชียวว่าทำไมถึงเกิดข่าวลือแบบนั้น ในเมื่อเตชิตมาอยู่ในห้องนี้พร้อมโมเดล เมื่อครู่ตนเองก็คิดว่าน้อยหน่าพูดเล่นเสียอีกที่ทั้งสองคนมารออยู่ในห้อง 

 

“พาลูกมารับนาย” 

 

“แต่วันนี้ผมขับรถมาเอง ไม่รบกวนให้คุณมารับกลับหรอก” 

 

“แต่โมเดลอยากมารับนาย นายจะทำลายความต้องการของลูกเหรอ” 

 

“คุณแม่ไม่อยากกลับบ้านกับโมเดลเหรอครับ” นั่นไง พอคนเป็นพ่อพาดราม่า ลูกชายของเขมินท์ก็ถามเสียงสั่นพร้อมใบหน้าคลอน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลออกมาได้ทุกเมื่อ  

 

วันนี้ตนเองไม่น่าพลาดให้โมเดลไปกับเตชิตเลย อยู่กับเตชิตแค่ไม่กี่ชั่วโมงลูกถึงกับมีนิสัยแบบนี้ได้ 

 

“อยากครับ ไหนคนเก่งของคุณแม่มาให้คุณแม่หอมแก้มหน่อยเร็วครับ” 

 

“โมเดลคิดถึงคุณแม่ครับ ห้องคุณพ่อเงี๊ยบเงียบมีแต่กระดาษกองโต” โมเดลที่ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเขมินท์ที่โต๊ะทำงานเพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้หอมแก้มและพอคุณแม่หอมแก้มจนเสร็จโมเดลก็เอ่ยฟ้อง 

 

“งั้นวันหลังไม่ต้องไปกับคุณพ่อแล้วนะครับ มากับคุณแม่เหมือนเดิมเนอะ” 

 

“ฮื่อออ ไม่ได้ครับเดี๋ยวคุณพ่อน้อยใจ ใช่มั้ยครับคุณพ่อ” 

 

“ใช่ครับ เพราะถ้ามาแต่กับแม่คนอื่นเค้าจะว่าพ่อได้ว่าไม่สนใจลูกสนใจเมีย” 

 

“คุณเตชิตเงียบไปเลย” เขมินท์อยากจะสวนกลับคำพูดของอีกคนนักว่าใครเป็นเมีย แต่เพราะลูกมองอยู่ถ้าพูดไปเดี๋ยวโมเดลก็จะมีคำถามขึ้นมาอีกเขมินท์เลยได้แต่ตวัดสายตาใส่คนที่นั่งอยู่บนโซฟาว่าให้เงียบสักที เพราะตนเองก็ไม่อยากจะหงุดหงิดให้ลูกเห็นไปมากกว่านี้แล้ว! 

 

เขมินท์นั่งทำงานต่อเล็กน้อยเพราะยังมีงานที่ต้องทำให้เสร็จในวันนี้ถึงจะกลับได้ ระหว่างทำงานก็คอยแอบเหลือบสายตามองคนร่วมห้องอย่างเตชิตและลูกชายที่อยู่ด้วยกันมาทั้งวัน พอเห็นทั้งคู่นั่งเล่นกันมันยิ่งทำให้เขมินท์อยากจะรู้นักว่าทำไมโมเดลถึงได้ติดหนึบคนอย่างเตชิตได้มากขนาดนี้ ทั้งๆที่กับคนอื่นโมเดลก็ไม่สามารถอยู่ด้วยได้นานเท่าไร 

 

“เขม งานของคุณวาเสร็จรึยัง อ้าวคุณเตชิต สวัสดีครับ” บอสเปิดประตูห้องเข้ามาถามเรื่องงานกับเขมินท์แต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่ในห้องด้วย  

 

คุณเตชิต? 

 

ทำไมถึงมานั่งอยู่ในห้องของลูกน้องของตนเองได้แถมยังมีโมเดลนั่งเล่นอยู่บนตักอีก แปลกแฮะ.. 

 

“สวัสดีครับ” 

 

“งานของคุณวาเหรอครับ เสร็จแล้วครับ พี่บอสเอาไปตรวจเช็คดูอีกครั้งก่อนก็ได้ครับว่าโอเครึเปล่า” 

 

“ได้ๆ ถ้ายังไงพี่จะโทรบอกดึกๆนะ เพราะเดี๋ยวพี่ต้องออกไปคุยกับลูกค้าช่วงเย็นต่ออีก” 

 

“ครับพี่บอส โมเดลครับลืมสวัสดีลุงบอสรึเปล่าครับ ลุงบอสจะไปแล้วนะ” เพราะไม่เห็นลูกชายเดินมาไหว้พี่บอส เขมินท์เลยต้องเอ่ยเรียกลูกซึ่งพอตนเองพูดแบบนั้นโมเดลก็ดิ้นลงจากตักของเตชิตก่อนจะเดินเข้ามาหาบอสและยกมือไหวพร้อมเอ่ยพูดสวัสดีอย่างน่ารัก 

 

“สวัสดีฮะลุงบอส” 

 

“สวัสดีครับ วันนี้ไม่ได้เล่นกับโมเดลเลยลุงยุ่งทั้งวันเลยไม่ได้แวะมาหา” 

 

“โมเดลโอ๋ๆนะครับ” โมเดลบอกก่อนจะกอดขาลุงบอสสุดที่รักพร้อมเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงใสๆ จนบอสใช้มือยีหัวหลานรักเบาๆด้วยความเอ็นดู ไม่รู้ว่าเขมินท์เลี้ยงลูกยังไงถึงได้น่ารักน่าฟัดสุดๆ  

 

“น่าหมั่นเขี้ยวจริงๆเลย” บอสอยากจะฟัดหลานชายให้ช้ำ แต่ติดว่าคุณเตชิตนั่งมองตนเองตาขวางอยู่ จนบอสรู้สึกขนลุกหน่อยๆ เหมือนโดนหมายหัวเลยแหะ… 

 

“โมเดลน่าหมั่นเขี้ยวเหรอครับ” 

 

“ครับ หมายถึงน่ารักจนอยากฟัด” 

 

“แฮ่ม! โมเดลครับกลับมานั่งได้แล้วครับ” เตชิตส่งเสียงกระแอมเมื่อเห็นบอสบีบแก้มลูกชายของตนเองไม่หยุด ไม่รู้ทำไมเตชิตถึงรู้สึกคิ้วกระตุกจนต้องเอ่ยขัดบรรยากาศนั้นขึ้น 

 

“เฮ้อ… พี่บอสรีบไปคุยงานกับลูกค้าเถอะครับ ออกช้ากว่านี้รถจะติดแล้วจะสายได้” เขมินท์ตัดบทพร้อมเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เตชิตจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะดูจากสีหน้าของพี่บอสแล้วเขมินท์เดาว่าพี่บอสยังคงไม่รู้เรื่องที่เตชิตคือพ่อของโมเดลและเขมินท์ก็ไม่อยากจะบอกด้วยเพราะไม่เห็นผลประโยชน์อะไรถ้าพูดออกไป 

 

“นั่นสิ ลุงไปก่อนนะครับโมเดลแล้วเจอกันวันหลัง” บอสก้มมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าถ้าออกช้ากว่านี้อาจจะสายได้จริงๆ จึงขอตัวพร้อมกับแฟ้มงานจากเขมินท์และพอบอสเดินออกไปเขมินท์ก็กลับไปทำงานที่เหลืออีกเล็กน้อยต่อส่วนโมเดลก็กลับไปนั่งกับเตชิตที่โซฟาตามเดิท ทำให้ทั้งห้องในตอนนี้มีเพียงเสียงแอร์และเสียงโทรทัศน์ที่ฉายการ์ตูนของโมเดลเท่านั้นที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ 

 

หลังจากที่เขมินท์จัดการงานเสร็จเรียบร้อยก็เก็บของเข้าที่พร้อมกับเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านพร้อมลูกชายและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ โมเดลที่พอออกจากห้องทำงานของคุณแม่ของตนเองก็จับมือของคุณแม่และคุณพ่อพร้อมรอยยิ้มหวานๆ ต่างจากเขมินท์และเตชิตที่เหลือบสายตามองกันด้วยแววตาที่พร้อมจะฟาดฟันกันทุกเมื่อ แต่ภาพที่พนักงานที่ยังไม่กลับเห็นกลับเป็นภาพครอบครัวที่ดูอบอุ่นเพราะคุณแม่อย่างเขมินท์ก็เป็นคนเก่งแถมยังขยัน พูดจาก็ไพเราะ มารยาทก็ดีงาม ส่วนคุณเตชิตก็เป็นคุณพ่อที่รูปหล่อ ดูสุขุมแถมยังรวยสุดๆ ทุกคนที่เห็นทั้งสามคนเดินมาพร้อมกัน เลยอดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นครอบครัวที่น่าอิจฉามากจริงๆ แต่สำหรับความคิดของเขมินท์ มันช่างเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดที่สุด ยิ่งตอนนี้เขมินท์นั่งอยู่บนรถคันหรูของอีกฝ่ายที่ตนเองถูกบังคับให้นั่งกลับด้วยและก็ไม่รู้ว่าเตชิตไปติดตั้งคาร์ซีทสำหรับโมเดลตอนไหนแต่ก็ดีที่ผู้ชายคนนี้นึกถึงความปลอดภัยของลูกบ้าง 

 

“นี่เราไม่ได้จะกลับบ้านกันรึไงคุณเตชิต” 

 

“ไม่ ฉันจะพาโมเดลไปซื้อของที่ห้าง” 

 

“ใช่ครับคุณแม่ คุณพ่อสัญญากับโมเดลไว้แล้ว” โมเดลบอกอย่างอารมณ์ดี เมื่อได้ยินคุณพ่อกับคุณแม่คุยกัน โมเดลอยากไปซื้อของกับคุณพ่อคุณแม่ ทุกครั้งที่เห็นเด็กคนอื่นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก โมเดลมักจะอดคิดไม่ได้ว่าถ้าโมเดลมีโอกาสแบบนั้นโมเดลก็อยากทำบ้าง โมเดลอยากทำอะไรๆที่มีทั้งคุณพ่อและคุณแม่และอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาแบบตอนนี้! 

 

“เฮ้อ.. จริงๆเลย” เขมินท์บ่นพึมพำออกมาเบาๆ ยิ่งตนเองพยายามกันลูกออกห่างจากเตชิตเท่าไร โมเดลยิ่งอยากขยับเข้าไปใกล้เตชิตมากขึ้นเท่านั้น และเพราะแบบนั้นมันเลยทำให้เขมินท์ต้องอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะตนเองก็คงไม่ยอมให้เตชิตมีโอกาสทำคะแนนนิยมกับลูกอยู่คนเดียวหรอก! 

 

หลังจากที่มาถึงห้าง โมเดลก็จูงมือทั้งคุณแม่และคุณพ่อคนละข้างไปยังโซนขายของเล่นที่โมเดลจำได้ขึ้นใจว่าอยู่ชั้นไหนและตรงไหน และพอผ่านร้านไอศกรีมโมเดลก็หันมองตาวาว จนเขมินท์เอ่ยบอกว่ายังไม่ให้กินวันนี้เพราะโมเดลยังไม่กินข้าวเย็นเลยและนี่ก็เย็นมากแล้วด้วยถ้ากินของเย็นมากๆจะไม่สบายได้ 

 

“เดี๋ยวพ่อพามากิน” 

 

“ถ้าลูกกินตอนเย็นลูกอาจจะปวดท้อง คุณอย่าตามใจลูกเกินไปได้มั้ย” 

 

“ฮื่อออ คุณแม่ไม่ดุคุณพ่อนะครับ” 

 

“ครับๆ ไม่ดุ ไปครับ ไหนโมเดลจะเอาอะไรแต่คุณแม่ให้เลือกแค่ชิ้นเดียวนะครับ” 

 

“เอาหลายชิ้นก็ได้โมเดล พ่อจ่ายให้เอง” 

 

“โมเดลเอาชิ้นเดียวก็ได้ครับ เดี๋ยวคุณพ่อโดนคุณแม่ดุ” 

 

“งั้นโมเดลไปเลือกได้เลยครับ คุณแม่ขอคุยกับคุณพ่อก่อนเดี๋ยวจะตามเข้าไป”  

 

“ครับ” 

 

พอโมเดลเดินไปดูของเล่นแล้ว เขมินท์ก็หันหน้ามาเผชิญกับเตชิตที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เตชิตพยายามจะเข้ามาขัดขวางการเลี้ยงโมเดลของเขมินท์โดยการที่เข้ามาแทรกและทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่ตนเองที่คอยสอนลูกทุกครั้ง 

 

“มีอะไร” 

 

“คุณอย่าตามใจลูกได้มั้ย ผมเลี้ยงเค้ามาไม่ได้อยากให้เค้าเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ในสิ่งที่คุณทำมันคือการทำให้ลูกเคยตัว อยากได้อะไรก็ต้องได้ นั่นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ คนเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการทุกอย่างไม่ได้หรอกนะ คุณต้องรู้จักสอนลูกให้ผิดหวังบ้าง” 

 

“แต่สำหรับฉัน อยากได้อะไรก็ต้องได้และฉันจะสอนโมเดลในตามแบบของฉัน” 

 

“คุณนี่มัน….” 

 

“นายเองก็เหมือนกันสอนลูกได้แต่อย่ามาคิดสอนคนอย่างฉัน เพราะฉันไม่คิดจะฟังคำสอนจากคนแบบนายอยู่แล้วเขมินท์” 

 

“สักวันเถอะ คุณจะเสียใจในทุกการกระทำของตัวเอง” เขมินท์เหนื่อยที่จะสอนคนอย่างเตชิตแล้ว พูดอะไรไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาพูดไปก็เปลืองน้ำลาย เพราะคนหัวแข็งแบบนี้ถ้าไม่เจอกับตัวคงคิดไม่ได้หรอก 

 

“ฉันไม่สนใจหรอก เพราะมันคงไม่มีวันนั้น” เตชิตไม่ยี่หระต่อคำพูดของเขมินท์ เตชิตจะเลี้ยงโมเดลตามความรู้สึกของตนเอง และโมเดลเองก็เป็นถึงทายาทคนโตของวินิชราชกุลจะมาเลี้ยงให้อดยากได้ยังไงกัน เตชิตไม่มีวันทำตามที่เขมินท์พูดหรอกเพราะมันเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี เหอะ! 

 

 

................................................100%................................................... 

ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ไงเขมินท์ สู้ๆนะ 

ไปผ่าฝันคุดมา เลยปั่นช้าเพราะเจ็บมากค่ะ T T 

ความคิดเห็น