จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กองกำลังไร้ตัวตนกับผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุ

ชื่อตอน : กองกำลังไร้ตัวตนกับผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กองกำลังไร้ตัวตนกับผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุ
แบบอักษร

 

ฝนแม้จะตกหนัก...แต่ยังมีแสงสว่างจากภายนอกผ่านเข้ามา..

แพคเกจเพียงแค่ลากศพทหารชาวแคว้นสนธยาที่เสียชีวิตรายหนึ่ง..ออกมาในที่ที่มีแสงสว่างมากกว่าเดิม..ศพนั้นก็แห้งกลายเป็นฝุ่นผงไปในเวลาไม่นาน..แม้แต่เสื้อผ้า..ก็เหมือนจะแห้งกรอบสลายไปด้วย

ทุกคนขยับย้ายร่างของศพทหารออกมาในที่สว่างขึ้น..ทุกศพก็เป็นเช่นนี้..

เมื่อเป็นเช่นนี้..อจินไตยก็ขอร้องให้ทำพิธีศพง่าย ๆ ..ให้จินดาพิสุทธิ์สวดมนต์..และใช้แสงสว่างจากภายนอกซึ่งเป็นแสงจากพระอาทิตย์..เหมือนฌาปนกิจไปในตัว..

ศพทหารทุกรายล้วนแต่แห้งกระจายเป็นเถ้าธุลีไปทั้งสิ้น..

“..ต่อให้เป็นปีศาจ..”อจินไตยพูด.. “..แต่การส่งทหารมาตายแบบเปล่าประโยชน์เช่นนี้..ถือว่าให้อภัยไม่ได้..”

“..ตราบใดที่ไม่อาจสร้างเมฆปีศาจในดินแดนแห่งเทพอสูรเบญจอังคะ..พวกมันก็เคลื่อนย้ายกำลังทหารไม่ได้..”ศศินาให้ความเห็น..อย่างมากก็เคลื่อนกำลังได้ในยามค่ำคืน..แต่พอช่วงกลางวัน..ต้องหาทางหลบเร้นเอาเอง..แต่จะมีที่หลบเร้นได้อีกหรือ..ในสถานที่แห่งนี้..แม้เป็นถ้ำใหญ่ยังมีแสงสลัวเข้าไป..ฆ่าบริวารของเทวีแวมไพร์ได้แล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว..

“..นี่เองที่พวกมันต้องหาทางทดลองต่อเนื่อง..อุปสรรคของการเคลื่อนกำลังทหารที่แท้จริง..ไม่ใช่จุดเชื่อมต่อระหว่างแคว้นสนธยาและดินแดนห้าแคว้น..แต่เป็นปัญหาจากการที่บริวารของเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดไม่อาจจะทำอย่างไรกับแสงสว่างได้..จะสร้างเมฆปีศาจก็ทำไม่ได้อีก..”

“..แต่ทำไมพวกมันถึงทดลองการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่นี่..”แพคเกจเหมือนไม่เข้าใจ..

“..ดินแดนแถบนี้แม้จะเป็นทิวเขา..แต่ภูมิอากาศก็แปลกประหลาด..ฝนตกบ่อยครั้ง..มีพายุฝนฟ้าคะนองตลอด..น่าจะมีปัจจัยเอื้อบ้างล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์คะเน..

อจินไตยกลับคิดอ่านบางสิ่งได้..

“..เธอว่า..มันควรจะเกี่ยวกับฟ้าผ่าไหม..”

แพคเกจกับศศินามองหน้ากัน..แพคเกจพูดว่า..

“..สมัยที่อยู่ที่มิติบ้านเกิด..มักจะดูหนังเกี่ยวกับการการเดินทางข้ามเวลา..ข้ามมิติ..และแทบทุกเรื่องน่าจะเกี่ยวข้องกับสายฟ้า..ฟ้าผ่า..ซึ่งบางทีก็ผ่าเอง..หรือบางทีก็สร้างขึ้นจากห้องทดลอง..”

ศศินาคิดตาม..

“..ก็ใช่นะ..เคยดูหนังเก่า ๆ อย่างแบ๊คทูเดอะฟิวเจอร์..ก็เห็นมีฟ้าผ่า..”

“..แต่มันจะตลกไปไหม..มันไม่น่าจะเกี่ยวกันนะ..”

อจินไตยนึกขึ้นได้..

“..ช่วงที่เจ้าชายอนันตรัยถูกฆ่า..ฉันก็ใช้ฟ้าผ่าไปยังจุดที่มีดบินมุดออกมา..สภาพของม่านมิติบิดเบี้ยวอย่างประหลาด..แม้แต่ช่วงที่เจ้าชายอนันตรัยจะหลบหนี..ฟ้าผ่าของฉันก็สามารถขวางการเคลื่อนผ่านมิติได้.”

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมา..

“..อจินไตยนี่เธอ..”

“..ในส่วนลึกของถ้ำ..หากเราคิดว่ามันเป็นจุดเชื่อมต่อจุดหนึ่ง..หากทำให้ฟ้าผ่าซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ ..คงพอจะมีอะไรที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นบ้าง..”

มุกดาราได้ยินก็อุทานออกมา..

“..ท่านพี่..ท่านคิดจะทำให้เกิดฟ้าผ่าในถ้ำนี้หรือ..”.

อจินไตยพยักหน้า..

“..ไม่ทราบจะทำได้ไหม..”

“..ไม่ต้องเป็นในถ้ำก็ได้..เพราะมันควรจะเป็นปากถ้ำ..หากตรงนี้เป็นประตูเชื่อมโยงระหว่างแดนดินเร้นลับ..และต้องการใช้ฟ้าผ่า..มันควรจะผ่าแบบธรรมชาติสักหน่อยนะ..”จินดาพิสุทธิ์ให้ความเห็น..

“.งั้นฉันจะทำให้ฟ้าผ่าติด ๆ กันหลาย ๆ รอบ..อุดหูไว้ด้วยนะ..”

ฝนฟ้ายังคงตกกระหน่ำ..ศศินาเห็นท่าทางอจินไตยจะเอาจริงก็พูดว่า..

“..สมมติว่าสิ่งที่เราคิดได้ผล..เธอจะเข้าสู่แคว้นสนธยาให้ได้ใช่ไหม..อจินไตย..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..ศศินา..ฉันไม่ได้คาดหวังว่าเธอกับแพคเกจต้องไปด้วยหรอกนะ..แม้แต่ริต้าหรือมุกดาราก็เช่นกัน..”

มุกดารามองซ้ายทีขวาที..จินดาพิสุทธิ์พูดชึ้นว่า..

“..ไม่มีใครจะให้ภรรยาไปเสี่ยงตายคนเดียวหรอก..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เธอตลอดเวลา..”

มุกดาราได้ยินท่านพี่ริต้าพูดเช่นนั้นก็กล่าวว่า..

“..ท่านพี่ริต้าเป็นผู้กล้า..เรื่องเช่นนี้..ข้าจะไม่เคียงข้างพวกท่านก็คงจะผิดวิสัยที่ข้าชื่นชมในความเป็นท่านพี่แล้ว.”

ศศินาแม้จะอดนึกถึงความตายที่ผ่านมาไม่ได้..แต่สำหรับหัวจิตหัวใจยังคงเกินร้อย..

“..หากจะเข้าสู่ดินแดนของเทวีแวมไพร์เรนี่..ถ้าไม่เอาคนที่มีประสบการณ์ไปด้วยคงไม่ดีนัก..ฉันจะไปกับพวกเธอด้วย..อย่าว่าแต่..หน้าที่ของหมาป่าค้างคาวคือองครักษ์เลย..”

แพคเกจหัวเราะ..

“..พี่นาไป.จะไม่ให้ฉันไปได้ยังไง..อีกอย่าง..มุกน้อยของพวกท่านยังไม่เกรงอันตราย..ฉันจะกลัวอะไร..”

มุกดาราตาโต..

“..ท่านพี่ค้างคาว..ท่าน..ท่าน..”

“..เท่ห์ไปเลยใช่ไหม..”แพคเกจต่อคำให้..

แม้ว่ามุกดาราจะไม่ทราบว่าแพคเกจพูดอะไร..แต่คะเนว่า..ภาษาที่ท่านพี่ค้างคาวใช้..ต้องแสดงถึงความยอดเยี่ยมประการหนึ่งแน่นอน..

เมื่อทุกคนตกลงใจ..ก็ไม่คิดมากอะไรอีกแล้ว..

อจินไตยรู้สึกซาบซึ้งในหัวใจของเพื่อนร่วมทาง..แต่สำหรับจินดาพิสุทธิ์หรือมุกดารา..นางคะเนได้อยู่แล้ว..

คนที่เคยตายเพราะสู้กับเทวีแวมไพร์ในสถานที่ที่เป็นของนางมาก่อน..ยังจะตามติดไปด้วย..

มุกดาราเฉลียวใจ..รีบจูงม้าที่ผูกไว้มาเทียมรถ..

อจินไตยเดินออกมาเกือบพ้นปากถ้ำ..ใช้พลังแห่งธาตุวาโย..ควบคุมบังคับลมฟ้าอากาศ..

แล้วบังคับให้ฟ้าผ่าตรงปากถ้ำ..

ฟ้าผ่าอยู่สิบกว่ารอบ..ก็เห็นความประหลาดของภาพเบื้องหน้าแล้ว..

ม่านมิติสีดำเริ่มปรากฏ..ขยายใหญ่ขึ้น..ใหญ่จนกว้างเท่าปากถ้ำ..

แต่พอใหญ่จนถึงที่สุด..มันก็ค่อย ๆ บีบตัวเล็กลงทีละน้อย..

อจินไตยหน้าขรึมเคร่ง..

“..ไปกันเถอะ..มุกดารา..”

พูดจบก็หันกาย..ไปขึ้นรถม้า..

จินดาพิสุทธิ์และสองปีศาจแห่งอนันตกาลขึ้นรถม้าอย่างเร็ว..มุกดาราตวาดก้อง ณ ตำแหน่งคนขับ..

“..เกาะให้แน่น..เราไม่ทราบว่า..เบื้องหลังม่านสีดำข้างหน้าคืออะไร..”

ตักของนาง.มีขนมห่อหนึ่ง.ซึ่งเอาออกมากินคลายเครียด..

มุกดารากัดขนม..แล้วกระตุ้นบังเหียนม้า..รถม้าเคลื่อนตัวตรงไปยังม่านมิติสีดำ...

ก่อนที่ม่านมิติจะยุบตัวเล็กลงเกินไป..รถม้าก็เคลื่อนตัวเข้าไปในนั้นแล้ว..

ไม่ช้า..ม่านมิติสีดำ..ก็ยุบตัวหายไป..

ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอีกเลย..

....

รถม้าที่มุกดาราขับขี่..มีท่าทีเหมือนเข้าถ้ำมืด..สภาพแวดล้อมแปลกประหลาด..

ในที่สุด..ก็เหมือนโผล่จากปากถ้ำ..แสงสลัว..แต่ก็ครึ้มผิดวิสัย..

อจินไตยที่นั่งคู่กับจินดาพิสุทธิ์ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี..

บรรยากาศทั้งคุ้นเคยทั้งแตกต่าง..

อจินไตยพูดว่า..

“..นี่ไม่ห่างจากเมืองหลวงแคว้นสนธยา..ฉันจำภูมิประเทศได้..แต่..มันไม่เหมือนแคว้นสนธยาที่ฉันรู้จัก..”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..บ้าชะมัด..บรรยากาศน่ากลัวกว่าที่คิดไว้..”

ศศินาพูดขึ้นว่า..

“..ท้องฟ้าและสภาพแวดล้อม..เหมือนกับทั้งแคว้นถูกปกคลุมจากเมฆปีศาจ..”

แพคเกจสูดลมหายใจ..

“..สภาพแวดล้อมเอื้อต่อแวมไพร์..ฉันรู้สึกถึงกำลังที่เพิ่มขึ้น..”

ต่อให้เป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..แต่ถึงอย่างไร..แพคเกจก็ได้ชื่อว่าแวมไพร์..

มุกดาราหยุดรถม้า..หันมาทางตัวรถ..

“..ท่านพี่..เราจะไปที่ใดกันต่อ..”

“..มุกน้อย..”อจินไตยร้อง.. “..ท่านขับไปตามทาง..มันจะทอดเส้นทางไปยังวังแห่งแคว้นสนธยา..”

“..แต่..เราจะไปทั้งอย่างนี้หรือ..”

“..เราไม่มีทางเลือก..ใกล้จะถึงวัง..ข้าจะให้หาที่หลบซ่อน..แล้วค่อยวางแผนกันต่อ..”

มุกดารารับคำ..กระตุ้นม้าเดินทางต่อ..แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว..เพราะเบื้องหน้าเหมือนมีพลุเจิดจ้าขึ้น..ทำให้รอบบริเวณสว่างราวกับกลางวัน..

สองข้างทางที่เดิมสงบเงียบ..เหมือนมีคนกรูออกมา..

ศศินากับแพคเกจเม้มปาก..รีบถลันออกจากรถ..ปกป้องมุกดาราไว้..

ในขณะที่จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยก็ออกมารับหน้าด้วย..

เงาสีเงินวูบวาบ..จินดาพิสุทธิ์เห็นประกายสีเงินคมกล้า..ก็ใช้ท่อนแขนปกป้องอจินไตย..ประกายสีเงินชะงักเล็กน้อย..แต่ก็ยังฟาดฟันใส่..

เผอิญว่า..จินดาพิสุทธิ์พันผ้าที่แขนราวกับนักมวยคาดเชือก..ผ้าที่พันตัดมาจากผ้าที่ใช้ทำเกราะอ่อน..จึงสามารถทนต่อคมอาวุธ..

แต่อจินไตยกลับอุทานเบา ๆ ..

“..ท่านสางฟ้า..”

ร่างเจ้าของประกายสีเงินคือองครักษ์สางฟ้าแห่งตำหนักชิงพลบ..และเขาถือดาบเล่มหนึ่ง..

สางฟ้างงงันวูบ..ตวาดเสียงดัง..

“..หยุดมือ..”

คนที่กรูออกมาเตรียมปะทะกับอาคันตุกะจากรถม้า..ก็หยุดมือตามคำสั่ง..

องครักษ์สางฟ้าทรุดตัวลง..ทำการคารวะ..

“..สางฟ้าเสียมารยาทต่อเจ้าหญิงอจินไตยแล้ว..”

พลางหันมาทางร่างชุดขาว..

“..ท่านสมควรจะจำข้าได้..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

จินดาพิสุทธิ์เคยประลองกับสางฟ้ามาก่อน..ก็จำได้ดี..

แพคเกจพูดว่า..

“.คนพวกนี้ไม่ใช่แวมไพร์..”

เสียงพูดดังพอประมาณ..แต่นับว่า..ทุกคนคงจะคาดเดาเรื่องราวได้แล้ว..

สางฟ้าพูดขึ้นว่า..

“..ท่านปรากฏตัวเช่นนี้..สร้างความระแวงกับพวกเรานัก..ในเวลานี้..ปีศาจยึดครองแคว้นสนธยา..ท่านเจ้าตำหนักและท่านเจ้าแคว้นถูกควบคุมตัว..แต่ยังมีพวกเราหลงเหลือ..ไม่กลายเป็นปีศาจ..ซ่องสุมกำลังคอยจะหาช่องทางชิงแคว้นคืน..มิคาด..ท่านปรากฏกายพร้อมกับสามี..เป็นที่น่ายินดีนัก..องค์หญิงอจินไตย..”

อจินไตยขบกราม..แต่ก็ถามว่า..

“..ท่านพ่อกับท่านลุงจะเป็นตายร้ายดีประการใดหรือไม่..”

“..องค์หญิงวางใจ..ท่านเจ้าแคว้นและท่านเจ้าตำหนักแม้จะถูกคร่ากุม..แต่พวกท่านมีพลังของชาวสนธยาลึกล้ำ..ปีศาจไม่อาจครอบงำพวกท่านเหมือนชาวสนธยาคนอื่น..ปีศาจจึงต้องควบคุมพวกท่านชั่วคราว..”สางฟ้าขบกราม.. “..นี่เป็นเพราะเจ้าชายอนันตรัย..แคว้นเราถึงได้เป็นเช่นนี้..”

อจินไตยแค่นเสียง..

“..มันตายไปแล้ว..ท่านไม่ต้องวิตก...คนขายชาติ..ทรยศต่อแว่นแคว้น..สมควรตาย..”

สางฟ้าอุทานเบา ๆ ..

“..องค์หญิง..นี่ท่าน..”

“..อนันตรัยประเมินตนผิด..แม้จะมีวิชาอากาศมนตราก็ไร้ค่า..ว่าแต่..”อจินไตยนิ่งคิด.. “..พวกท่านคิดอ่านกันอย่างไร..ดำเนินการอย่างไรต่อ..”

สางฟ้าถอนหายใจ..

“..ดีที่ท่านผู้เฒ่าทราบเรื่องทันท่วงที..ส่งข่าวให้ข้ารีบออกมาจากวังก่อนพวกมันจะครอบงำ..และให้พากำลังทหารส่วนหนึ่งออกมาด้วย..ข้าจึงมีโอกาสตั้งกองกำลังไร้ตัวตนคอยเป็นเสี้ยนหนามให้พวกมันไม่อาจจะทำอย่างไรได้สะดวก..”

อจินไตยทวนคำ..

“.ท่านผู้เฒ่า..หรือว่า..”

“..ท่านผู้เฒ่ามีหลายนาม..แต่สองนามเป็นที่เลื่องลือ..คือท่านผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุ..กับท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตน..หากพ้นไปจากท่านเจ้าแคว้นและเจ้าตำหนักชิงพลบแล้ว..ท่านผู้เฒ่าเป็นบุคคลที่มีอำนาจเป็นอันดับสามของแคว้นเรา..เพียงแต่เก็บตัวเร้นกายซ่อนกายา..ยามเมื่อแว่นแคว้นมีภัย..ท่านจึงออกมากอบกู้..”

อจินไตยขมวดคิ้ว..สำหรับท่านผู้เฒ่านี้..เหมือนเป็นตำนานแห่งแคว้น..ทั้งชีวิตเคยได้ยินแต่ไม่คิดว่าท่านจะมีตัวตนจริง..

สางฟ้าพูดขึ้นว่า..

“..ทางที่ดี..ต้องเชิญองค์หญิงและพวก..ไปพบกับท่านผู้เฒ่าและกองกำลังของเราก่อน..เพื่อจะได้คิดอ่านกระทำการใดต่อไป..ท่านผู้เฒ่าเองยังไม่ให้ข้าทำอันใด..เพราะท่านบอกว่า.ยังไม่ได้เวลา..เราต้องรอคน..ซึ่งข้าคาดว่า.ต้องเป็นท่านหรือองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์แน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..หากจะต้องสู้กับปีศาจ..ข้าคงไม่พร้อมจะสู้ในตอนนี้..เพราะข้าเสียพลังอากาศมนตราและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกไปแล้ว..มีแต่วิชาแห่งวาโยธาตุ..อจินไตยก็เสียพลังของชาวสนธยา..แต่มีสายรัดเอวแห่งวาโยมาทดแทน..”

“..ไม่ว่าอย่างไร..พวกท่านควรจะไปกับข้าก่อน..ไปพบกับท่านผู้เฒ่า..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..ข้าต้องการจะกอบกู้ปลดปล่อยอิสรภาพท่านพ่อกับท่านลุงโดยเร็ว..รีบพาพวกข้าไป..สางฟ้า..”

.....

ในที่สุด..สางฟ้าก็นำทางให้ทุกคนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง..

สถานที่แปลกประหลาด..ที่ต้องมุดป่าซ้ายขวาลัดเลาะตามทาง..เล่นเอาตาลาย..

แต่บรรยากาศผิดแปลกไปจากจุดที่ปรากฏกายในครั้งแรกมากมายนัก..

อจินไตยสูดลมหายใจ..แสงแดดอ่อน ๆ บรรยากาศงดงามทำให้สดชื่น..

“..นี่เป็นสถานที่ที่ปีศาจไม่อาจครอบงำ..”สางฟ้าอธิบาย.. “..เหตุที่ครอบงำไม่ได้..เพราะท่านผู้เฒ่ามีอำนาจจะยับยั้งพวกมัน..แต่เสียที่ไม่อาจจะออกไปจากที่นี่..”

ไม่ช้า..ขบวนก็หยุดที่ถ้ำแห่งหนึ่ง..สางฟ้าโค้งศีรษะคารวะ..ก่อนจะพูดว่า..

“..องค์หญิงทั้งสอง..และผู้ติดตาม..เชิญ..ท่านผู้เฒ่ารอพวกท่านอยู่แล้ว..”

อจินไตยปราศจากพลังของชาวสนธยา..แต่ก็รู้ว่า..หากชาวสนธยาจะติดต่อกันด้วยพลังที่มีอยู่..ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก..ท่านผู้เฒ่าคงติดต่อสางฟ้าด้วยพลังนั้น..จึงเหมือนกับจะล่วงรู้ทุกเรื่องราว..

นางที่ไม่มีพลังนั้นแล้ว..จึงไม่อาจจะทำอย่างไรได้..

นางเดินนำหน้าทุกคนเดินเข้าไปในถ้ำ..

จินดาพิสุทธิ์ถามว่า..

“..เธอเคยมาถ้ำนี้ไหม..อจินไตย..”

“..ไม่เคย..นี่ฉันก็เพิ่งจะทราบว่ามีดินแดนแบบนี้ในแคว้นฉันด้วยนะ..”

มุกดาราพูดขึ้นว่า..

“..ท่านพี่..นี่ไม่แปลก..ข้าเป็นเจ้าหญิงแคว้นมิลินทระ..ยังไม่ทราบดินแดนหลายต่อหลายส่วนในแคว้นตนเองเลย..เช่นหุบเขาอสรพิษเป็นต้น..”

ศศินาให้ความเห็น..

“..ดูเหมือนดินแดนแห่งนี้จะไม่ขึ้นกับอำนาจของแคว้นสนธยาที่เป็นอำนาจหลักเลยนะ..”

“..ในทางการแก้วิกฤติบ้านเมือง..ต้องมีแดนดินแบบนี้ไว้บ้าง..บรรพบุรุษของอจินไตยดูจะรอบคอบเป็นพิเศษนะ.”

แพคเกจให้ความเห็น..แต่ก็อดตะลึงกับสิ่งที่เห็นในถ้ำ..

สภาพแวดล้อมที่วิจิตรไปด้วยหินงอก..ย้อย..ที่เป็นธรรมชาติ..มีแสงสว่างที่แตกต่างจากบรรยากาศมืดสลัวของอาณาจักรของเทวีแวมไพร์โดยสิ้นเชิง..

เดินเข้ามาตามทางสักครู่..ก็ถึงทางตัน..แต่ก็ยังไม่พบกับผู้เฒ่าไร้ตัวตนแต่อย่างใด..

“..ท่านอาจจะไปเข้าห้องน้ำก็ได้..”จินดาพิสุทธิ์พูดตามความเห็นตัวเอง..

แพคเกจหัวเราะ..

“..ริต้า..ที่นี่มีห้องน้ำให้เข้าด้วยหรือไง..”

มีเสียงประหลาดดังขึ้นว่า..

“..มาถึงบ้านข้าแล้ว..จะไม่คารวะเจ้าของบ้านสักหน่อยหรือ..”

เสียงนั้นมาจากทุกทิศทาง..ยากที่จะกล่าวว่า..เจ้าของเสียงอยู่ที่ไหน..

อจินไตยร้องถามว่า..

“..ท่านผู้เฒ่า..ท่านช่วยกอบกู้แว่นแคว้น..ข้าอจินไตยรู้สึกซาบซึ้งนัก..โปรดปรากฏตัวออกมาด้วย..”

“..องค์หญิงอจินไตย..ท่านไม่ใช่ชาวสนธยาแล้ว..ยังจะกล้าให้ข้าปรากฏกายอีกหรือ..”

ศศินาสูดกลิ่นแบบชาวเผ่าหมาป่า..แพคเกจอดถามไม่ได้..

“..เป็นไงบ้างพี่นา..”

“..แม้แต่กลิ่นก็แยกยากว่า.ท่านผู้เฒ่าอยู่ตรงไหน..”ศศินาส่ายหน้า.. “...มันเหมือนมีไปทั่วถ้ำ..”

มุกดารากับจินดาพิสุทธิ์มองหน้ากัน..

“..ท่านพี่..ข้าไม่เห็นอะไรเลยนอกจากถ้ำ..”มุกดาราพูด..

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..ท่านผู้เฒ่ากระทำเช่นนี้..เกรงว่า..ต้องมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง..”

พูดจบก็หลับตา..อ่านข้อมูลทุกสิ่งผ่านกระแสลม..แต่ก็ยังไม่เห็นว่าท่านผู้เฒ่าอยู่ตรงไหน..

“..คนที่หาข้าเจอ..คือคนของแคว้นสนธยา..และผู้ที่ฝึกอากาศมนตราเท่านั้น..น่าเสียดาย..ที่เจ้าหญิงทั้งสองที่มีคุณสมบัติ..กลับสูญสิ้นสิ่งสำคัญไปหมดแล้ว..”

เสียงท่านผู้เฒ่าพูด..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว...

“..ท่านผู้เฒ่า..นี่หมายความว่า..”

“..หากกระทั่งข้า..พวกเจ้ายังหาไม่พบ..จะช่วยกอบกู้แคว้นสนธยา..เกรงว่าจะเป็นความฝันที่ไม่อาจจะตื่นแล้ว..”

ต่างคนต่างก็นิ่งงัน..พยายามใช้ประสาทสัมผัสที่มี..เสาะหาท่านผู้เฒ่า..

มุกดารารู้สึกประหลาดใจ..พูดขึ้นว่า..

“..ท่านพี่..สถานที่แห่งนี้..ใยถึงมีแสงสว่าง..คล้ายถ้ำในน้ำตกรุ้งสวรรค์..ซึ่งมีผลึกอนันตรังสี..”

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ฟังว่าท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตนหรือผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุ..เป็นต้นตำรับของการสร้างลูกแก้วมนตรา..เพื่อฝึกวิชาอากาศมนตรา..ดีไม่ดี..ลูกแก้วมนตรา..อาจจะมาจากสิ่งที่อยู่ในถ้ำนี้ก็ได้..”

มุกดารานิ่งงันเหมือนถูกมนต์สะกด..

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..มุกดารา..เป็นอะไรไป..”

“..สวย..สวยจริง ๆ ..”

เหมือนมีสำนึกและสัมผัสบางอย่างทำให้นางรู้สึกเคลิบเคลิ้มลุ่มหลง..

ที่แท้..ในถ้ำนี้มีวัตถุพิสดารที่ใช้สร้างลูกแก้วมนตราจริงอย่างที่อจินไตยพูด..ผลของแสงที่ตัดไปมา..ทำให้จิตวิญญาณของใครคนหนึ่งฟั่นเฟือนขึ้นมาได้..หากไม่มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งพอ..

ในบรรดาทุกคนที่อยู่ในที่นี้..มุกดาราเป็นชาวแคว้นมิลินทระ..ถ้าจะว่าไป..คือ.. “คนธรรมดา”..ที่สุดแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์ฝึกจิตสูญญตาสำเร็จในขั้นสูง..นอกจากความรู้สึกที่มีต่ออจินไตยเพียงอย่างเดียวหรือจะมีมุกดาราอีกคนก็ยากจะเดา..ที่ทำให้จิตไม่นิ่ง..แต่จะว่าไป..ก็คือคนที่เหนือคนธรรมดา

อจินไตยแม้จะเสียพลังของชาวสนธยาไป..แต่สายรัดเอวแห่งวาโยที่สวมอยู่..ก็ยังทำให้มีบางอย่างที่เหนือกว่าคนธรรมดา

แพคเกจศศินาไม่ต้องพูดถึง..พวกนางเผ่าพันธุ์เดิมก็ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว..

เมื่อมุกดารามีพลังอ่อนด้อยสุด..ไม่ว่าจะเก่งประการใด..ก็ยังไม่อาจป้องกันอันตรายที่แฝงเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวได้..

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..สายตาของมุกดาราแปรเปลี่ยน..ต้องรีบลากมุกดาราให้นั่งลง..และพูดขึ้นว่า..

“..มุกดารา..ท่านทำตามข้า..ทำตามให้ได้..ให้ปล่อยวางทุกสิ่ง..สูดลมหายใจ..เพ่งที่ปลายจมูก..ระลึกถึงลมที่ลึกล้ำไปถึงจุดศูนย์กลางกาย..กำหนดความว่าง..เข้า..ออก..ให้รับรู้ถึงการเข้าออกของลมปราณ..ฯลฯ..”

แต่ไม่เพียงสั่งสอนเปล่า..ยังกระทำเพื่อนำให้เห็น..

มุกดาราฝืนความรู้สึก..รีบกระทำตามที่สามีบอก..แม้มองเห็นอะไรที่สวยงาม..แต่จินดาพิสุทธิ์บอกให้ปล่อยวางให้ได้..ก็ละวางความรู้สึกนั้นเสีย..

อจินไตยขมวดคิ้ว..จินดาพิสุทธิ์ฉุดแขนให้นางนั่งลง..และพยักหน้าให้ทำตาม..

แพคเกจศศินางุนงง..แพคเกจจำได้ว่า..สิ่งที่จินดาพิสุทธิ์พร่ำรำพันออกมา..เป็นเคล็ดการฝึกจิตสูญญตาที่ตัวเองเคยได้เรียนมาสมัยเมื่ออยู่ที่สำนักสูญญตา..ก็พยักหน้าให้ศศินาทำตาม..

เวลานี้..ทุกคนที่เข้ามาในถ้ำ..ต่างก็ดำดิ่งจิตใจ..เข้าสู่ความลึกล้ำแห่งจิตสูญญตาทั้งสิ้น..

เสียงที่จินดาพิสุทธิ์พร่ำพูดออกมา..เป็นเสียงนำให้ทุกคนในที่นี้..ต้องนั่งฝึกสมาธิกรรมฐานตามแบบจิตสูญญตาทั้งสิ้น..ไม่ช้าก็อยู่ในสภาวะลืมตนเข้าสู่ภาวะไร้ตัวตนอย่างแท้จริง...

เหมือนแสงที่มีความเลื่อนลอยเคลิบเคลิ้มแฝงอยู่ในสภาพแวดล้อมของถ้ำ..จะเหมือนกับหลอมรวมแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ๆ ..

นานโข..นานนักหนา..

นานจนจินดาพิสุทธิ์ลืมตาขึ้น..ทุกคนก็ลืมตาขึ้น..

ทุกคนที่นั่งขัดสมาธิเพื่อกระทำกรรมฐานในแบบจิตสูญญตา..มีบางคนหันหน้าไปทางเดียวกัน..มีบ้างที่หันไปอีกทาง..แต่ทุกคนก็ประหลาดใจ..ที่เห็นร่างของคนชราผมเผ้าหนวดเคราขาว..นั่งอยู่ตรงหน้า..

ไม่ว่าจะหันไปทางไหน..ก็เห็นผู้เฒ่าคนนี้นั่งอยู่ตรงหน้า..

ท่านผู้เฒ่าหัวเราะกังวาน..

“..นี่เรียกว่า..จิตสูญญตาสินะ.”

จินดาพิสุทธิ์ฝืนยิ้ม..อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..นับว่าเราเห็นท่านแล้ว..”

“..แสงสว่างในถ้ำล้วนมีมายาคติแฝงอยู่..แต่พวกท่านไม่ทราบ..เป็นมันแฝงอย่างแยบยล..จนบดบังความใสสะอาดของโลก..แม้แต่ข้าซึ่งอยู่ตรงหน้าพวกท่าน..ก็ทำให้ไม่อาจจะมองเห็นได้..จนกระทั่งชำระล้างจิตให้ใสสะอาด..จึงสามารถมองเห็น..สิ่งเหล่านี้..เป็นหัวใจของวิชาอากาศมนตรา..”

ท่านผู้เฒ่าพูดอีกว่า..

“..มายาจะสลายกลายเป็นแพรพรรณเมื่อเอาชนะ..และเข้าสู่ความว่างได้สมบูรณ์..หลักของวิชาอากาศมนตรามีเพียงเท่านี้..พวกท่านถือว่ามีวาสนานัก..สามารถฝีกวิชาอากาศมนตราที่ทุกผู้คนต้องการฝึกได้สำเร็จ..”

ทุกคนมองหน้ากัน..ดูงุนงง..

ท่านผู้เฒ่าพูดขึ้นว่า..

“..อากาศมนตรามีหลายระดับขั้น..ทุกคนใช่จะฝึกขั้นสุดท้ายได้..ครั้งนี้..มีเวลาจำกัด..จึงให้ฝึกได้ในระดับที่พอสมควรแก่การใช้งานเท่านั้น..พวกท่านพร้อมจะต่อสู้กับปีศาจที่มาจากที่อันไกลโพ้นแล้ว..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แม้จะเคยฝึกถึงขั้นสุดท้ายมาก่อน..แต่ครั้นเมื่อฝึกใหม่..ก็ยังไม่เท่าขั้นเดิม..แต่นี่ก็พอแล้ว..”

อจินไตยขมวดคิ้ว..

“..เหมือนท่านจะทราบทุกสิ่ง..”นางพูดเสร็จก็ถามว่า.. “..ขอถามท่านผู้เฒ่า..คนบงการที่แท้จริงคือใคร..ไฉนถึงใช้งานปีศาจอย่างพิรุณเลือดให้เป็นบริวารได้..”

“..คนบงการที่มีชีวิตแปลกประหลาด..เหมือนจะมีวิญญาณอยู่อย่างมากจนบอกไม่ได้ว่าเขาอยู่ที่ใดกันแน่..นางปีศาจพิรุณเลือดความจริงหมดพิษสงไปแล้ว..แต่ก็กลับมีอำนาจขึ้นมาใหม่..เนื่องเพราะคน ๆ นั้น..สร้างกลไกที่เหมือนจะทำให้เกิดความเรรวนในภพต่าง ๆ ..โชคยังดี..ที่องค์เทพอสูรยังคงมีอำนาจเหนือกว่า..ดังนั้น..นางจึงมีอำนาจได้เฉพาะแคว้นสนธยานี้เท่านั้น..”

“..คนบงการเป็นใครกัน..ข้ากับนายแม่เคยรู้จักมันหรือไม่..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

“..ข้าเองก็ยากจะบอกว่ามันเป็นใคร..และท่านกับนายแม่ท่านเคยรู้จักมันแค่ไหน..รออีกสักเล็กน้อยก็จะทราบล่ะ”

“..ไฉนต้องรอด้วย..”..อจินไตยใจร้อน..

“..พวกท่านทั้งหลาย..อาจจะได้รับพลังแห่งอากาศมนตราจนพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น..แต่คนที่ข้ารอยังไม่ปรากฏกาย..เวลานี้..พวกท่านอาจจะช่วยเหลือเจ้าแคว้นสนธนากับเจ้าตำหนักชิงพลบได้..แต่ก็ได้แค่ช่วย..สิ่งสำคัญคือการกอบกู้แคว้นขับไล่ปีศาจ..ซึ่งพวกท่านแม้จะมีพลังแห่งอากาศมนตรา..ก็ยังไม่สามารถทำให้ประสบผลสำเร็จอันใดได้..”

ภาระในการกอบกู้แคว้น..ย่อมสำคัญกว่าทุกเงื่อนไข..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..ข้านึกว่า..ท่านกำลังรอข้า..หรือ..อจินไตยเสียอีก..”

“..คนที่ข้ารอ..คือ..คนที่สามารถชนะปีศาจได้ทุกครั้งต่างหาก..”

จินดาพิสุทธิ์อุทาน..

“..นายแม่..นี่หมายความว่า..นายแม่จะต้องมาที่นี่..”

“..ถ้าไม่มีนาง..อย่าคิดว่าจะกอบกู้แคว้นสนธยาเลย..”

อจินไตยครางอือม์ออกมา..

“..เวลานี้..เราต้องทำอย่างไร..”

“..แบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..มีหน้าที่ไปรับเทวีแห่งสงครามมาที่นี่..ให้นางได้ฝึกวิชาในถ้ำแห่งนี้เหมือนพวกท่าน..และเมื่อนางฝึกสำเร็จ..การรบครั้งต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก..”ท่านผู้เฒ่าพูด..

อจินไตยขมวดคิ้ว..

“..ข้า..กับริต้ากับมุกดาราล่ะ..”

“..มีแต่ท่านสามคน..จึงสามารถเข้าไปในวังสนธยาและตำหนักชิงพลบที่ปีศาจกำลังครอบงำอย่างไม่มีร่องรอย..ไปช่วยเจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบออกมา..เพื่อใช้ความเป็นผู้ปกครองแคว้นแต่เดิม..ระดมกำลังที่เหลือ..ชาวเมืองที่อาสาสมัคร..เข้าทำศึกกับปีศาจ..ทัพของแคว้นสนธยาที่แม่ทัพแมวหลวงเป็นคนนำ..ย่อมมีอานุภาพเกริกไกร..ทัพปีศาจไม่มีทางสู้แน่นอน..”

ทั้งหมดมองหน้ากัน..แพคเกจร้องว่า..

“..การนำท่านแม่ทัพแมวหลวงมาที่นี่..ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากนัก..พี่นาไปคนเดียวก็พอ..แพคจะขอช่วยริต้าอยู่ทางนี้เอง..”ความเห็นของแพคเกจ..ทำให้ศศินาอมยิ้ม..

“..ไม่ใช่จะหาเรื่องใกล้ชิดมุกดารานะ..”

เจ้าหญิงมุกดาราทำตาโต..

“..ท่านพี่หมาป่า..ท่านไม่ควรหึงหวงข้า..เพราะในใจข้า..มีแต่ท่านพี่ริต้าและท่านพี่อจินไตยเท่านั้น..”

“..จริง ๆ ..ท่านควรจะไปรับท่านแม่ทัพแมวหลวง..นายแม่ของสามีท่านมากกว่า..”ศศินาพูด..

“...แต่ข้าต้องการช่วยเหลือท่านพี่ทั้งสอง..”มุกดาราพูด..

“..ในบรรดาพวกเราทั้งสิ้น..ท่านเก่งกาจด้านการควบขับรถม้า..หากให้ข้าขับรถม้าไปเชิญท่านแม่ทัพแมวหลวง..เกรงว่าจะใช้เวลาเนิ่นนานไปแล้ว..”ศศินาให้ความเห็น..

แต่ท่านผู้เฒ่ากลับหัวเราะ..จนศศินารู้สึกหงุดหงิด

ผู้เฒ่าไร้ตัวตนพูดว่า..

“..พวกท่านยังคิดจะเดินทางด้วยรถม้ากันอีกหรือ..เหตุที่ข้าต้องการมาพบพวกท่านก่อน..เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้..คือ..วิชาอากาศมนตรานั่นเอง..”

พลางหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมา..ขว้างไปข้างซ้าย..แต่หินก็เหมือนปลิวมาตกตรงหน้าจากทางขวา..เป็นที่ประหลาดนัก..

จินดาพิสุทธิ์อ้าปากค้าง..อดพูดไม่ได้..

“..ท่านผู้เฒ่า..นี่หมายความว่า..”

“.วิชาอากาศมนตราที่ฝึกไปเมื่อสักครู่..ใช้งานได้เพียงพอแล้ว..เพราะมันทั้งเคลื่อนย้าย..ข้ามภพ..ช่วยโจมตี..ทำได้ทั้งสิ้น..เพียงแต่ยังไม่สามารถทำได้ครบถ้วนเหมือนระดับสูงสุดเท่านั้น..”

ท่านพูดอีกว่า..

“..การช่วยเหลือเจ้าแคว้นกับเจ้าตำหนักชิงพลบ..มีความสำคัญ..และต้องช่วยเหลือให้ได้เพื่อขวัญกำลังใจในการสู้เพื่ออิสรภาพ..ข้าเห็นด้วยว่า..ท่านปีศาจหมาป่าไปเชิญเทวีแห่งสงครามแต่ผู้เดียวก็น่าจะเพียงพอ..การลอบเข้าไปปลดปล่อยท่านเจ้าแคว้นและเจ้าตำหนัก..มีความสำคัญกว่ามากมายนัก..เวลาเราไม่มาก..ทุกคนเตรียมตัวเดินทาง..”

......

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น