เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 21

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.6k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 21
แบบอักษร

21 

 

 

 

เวลาผ่านไปจนเข้าเดือนใหม่ หลังจากงานศพของตาและย้ายอัฐิแม่ไปอยู่ด้วยกันเสร็จเรียบร้อย เพลิงก็กลับมาทำงาน ใช้ชีวิตตามปกติและยังคงถูกหัวหน้าเชฟบ่นเหมือนเดิม เรียกได้ว่ากลับเข้าสู่สภาวะปกติเลยก็ว่าได้ แต่ที่เพลิงคิดว่าไม่เหมือนเดิมคงเป็นพีค จากวันแรกที่เจอจนวันนี้ พีคดูใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเพลิงไม่แน่ใจว่าตอนนี้พีคทำเพราะเป็นนิสัยปกติ หรือไม่ได้โกรธเขาเรื่องแก้มแล้ว ส่วนกราฟ เพลิงยังคงไม่ชอบขี้หน้าเหมือนเดิม แต่ก็ดูจะยอมอ่อนข้อลดอคติลงบ้างแล้ว  

 

ก๊อก ก๊อก 

 

“เข้ามา” พีคตะโกนบอกขณะกำลังนั่งเคลียร์เอกสาร เพลิงเปิดประตูเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟ พร้อมเดินตรงเอากาแฟไปวางให้ที่โต๊ะทำงาน เพลิงสังเกตเห็นว่าพีคดูสีหน้าเครียดพอสมควรในการนั่งเช็คเอกสาร  

“มีไรวะ หน้าเครียดเชียว” เพลิงถามพลางชะโงกดูเอกสารในมือพีค  

“ไม่มีอะไร แค่เงินที่ได้จากข้างนอกมันคลาดเคลื่อนน่ะ” พีคพูดบอกในขณะที่ก้มดูเอกสารในมือ เพลิงพยักหน้ารับรู้น้อยๆ เพราะรู้ว่ารายได้ข้างนอกที่พีคพูดถึง เป็นของห้องวีไอพีด้านในที่เปิดพนันเถื่อนให้พวกคนรวย 

“แล้วนี่เลิกงานแล้วหรือไง ถึงได้ยืนหน้าสลอนอยู่ตรงนี้” พีคพูดเสียงเรียบพร้อมเงยหน้าขึ้นไปมองเพลิง  

“เชิญมึงแหกตาดูนาฬิกาด้วย ว่าแต่กูบ้างาน มึงเองก็ไม่ต่างจากกูหรอก” เพลิงพูดว่าพลางย่นจมูกใส่ พีคเหลือบมองนาฬิกาที่แขน ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น เมื่อรู้ว่ามันเป็นเวลาเลิกงานแล้ว 

“รอกูอีกสักพักแล้วกัน งานกูยังไม่เสร็จ” พีคบอก 

“แล้วจะเสร็จเมื่อไร นานมั้ย” เพลิงยังคงยืนถามอยู่ที่เดิม 

“สักพัก แต่นานมั้ย กูตอบมึงไม่ได้หรอก มึงไปนั่งรอกูที่โซฟาก่อนแล้วกัน” พูดจบ พีคก็ก้มหน้ากลับไปเคลียร์เอกสารต่อ เพลิงเองก็เดินไปที่โซฟาตามที่พีคสั่ง พร้อมเอามือล้วงกระเป๋าเตรียมหยิบอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกพีคตะโกนไล่หลังขณะนั่งทำงานมาอีกที “แต่ถ้าจะเล่นเกม เชิญมึงออกไปเล่นข้างนอก เพราะกูไม่อยากเสียสมาธิตอนที่มึงตะโกนด่ากับเพื่อนในเกม” 

เรียกว่าโดนดักได้โดยสิ้นเชิง เพลิงที่กำลังเดินล้วงหยิบโทรศัพท์ กลับต้องปล่อยมือค้างไว้ที่กระเป๋ากางเกง รีบเบี่ยงตัวจากโซฟาออกจากห้องทำงานทันที พีคเหลือบมองแผ่นหลังที่พึ่งปิดประตูไปเมื่อกี้ พลางยกยิ้มขำกับท่าทางตลกๆของเพลิง ส่วนเพลิงก็เดินลงมานั่งเล่นเกมที่เคาน์เตอร์บาร์ โชคดีที่ร้านตอนนี้คนเริ่มกลับไปหมดแล้ว เหลือก็แต่ลูกน้องของพีคกับพนักงานบางคนเท่านั้น อ่อ ลืมผู้จัดการด้วย 

“รอไอ้พีคอยู่หรือไง” ณดลเดินเข้ามาถาม พร้อมลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ 

“ครับ” เพลิงตอบอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะกำลังจดจ่อกับเกมในมือถือ 

“อีกนานเลยมั้งกว่าจะเสร็จ”  

“ก็คงงั้นแหละครับ เมื่อวันก่อนก็กลับดึก ตอนถามก็บอกเหมือนเดิม” เพลิงพูดบ่นกับณดล แต่ไม่ได้จริงจังมาก ซึ่งอีกฝ่ายเข้าใจดีว่าช่วงนี้พีคเครียดเรื่องอะไรอยู่ แต่ไม่ได้บอกใครนอกจากคนสนิทเท่านั้น และก็ไม่ได้อยากให้เพลิงมารับรู้ปัญหาของตัวเอง เพราะไม่อยากให้เกี่ยวข้องกับงานตรงนี้ 

“เอางี้ ไหนๆคุณก็รอไอ้พีคแล้ว และดูท่าจะอีกนานกว่าจะเสร็จ ผมว่าคุณแวะไปหาไรกินกับผมข้างนอกมั้ย ร้านเปิดไม่ไกลจากนี้หรอก” จู่ๆณดลก็ชวนปุปปัป เพลิงนั่กชะงักหยุดเล่นเกมในมือถือ พลางขมวดคิ้วงง เงยหน้าหันไปมองคนข้างๆ 

“วันนี้พี่มาแปลกนะ ปกติไม่เห็นชวนไปไหน” เพลิงถามอย่างสงสัย 

“ก็วันๆคุณกลับกับใครล่ะ แล้วมันปล่อยโอกาสให้คุณไปไหนซะที่ไหน เนี่ย ผมเห็นว่าคุณนั่งรอมันนาน ถึงได้ชวนออกไปหาไรกินเนี่ยแหละ อ่อ แต่ผมไม่ได้ไปคนเดียวหรอกนะ มีคนอื่นที่ร้านไปด้วย แต่พวกนั้นไปรอกันที่ร้านแล้ว” ณดลบอก เพลิงเองก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด ไม่แน่ใจว่าถ้าไปแล้วไม่ได้บอกคนด้านบนจะเกิดเรื่องอะไรตามมาที่หลังหรือเปล่า แต่ถ้าดูดีๆ ร้านก็ไม่ไกลจากร้านของพีคมาก แถมณดลก็ไปด้วย 

“ก็ได้ แต่ผมไปไม่นานนะ เพราะไม่รู้ว่าไอ้พีคจะเสร็จงานตอนไหน”  

“แล้วแต่เลย ..ไปกัน พวกนั้นคงรอนานแล้ว” ณดลชวนเพลิงก่อนลุกเดินนำออกไป เพลิงรีบปิดเกมในมือถือ แล้วลุกตามณดลไปอย่างรวดเร็ว  

ตอนเดินออกจากร้านมา ณดลไม่ได้ขับรถตัวเองหรือโบกเรียกรถโดยสารไปแต่อย่างใด แต่กลับพาเพลิงเดินย้อนตามทางเดินไปเรื่อยๆ มีชวนคุยบางครั้งบางคราว แต่มันก็แค่เรื่องทั่วไปธรรมดา จนกระทั่งณดลพามาหยุดอยู่ที่ร้านหมูกะทะร้านใหญ่ ซึ่งเพลิงก็ยื่นมองตะลึงอยู่สักพัก ไม่เคยรู้มาก่อนว่าถ้าเดินย้อนจากทางไปร้านพีคไม่กี่เมตร จะมีร้านหมูกะทะตั้งอยู่แถวนี้ แถมร้านใหญ่คนเยอะซะด้วย 

“โห อยู่มาตั้งเดือน พึ่งรู้ว่ามีร้านหมูกะทะตรงนี้” เพลิงพูดพึมพำกับตัวเอง ซึ่งณดลก็ได้ยิน จึงยิ้มขำกับท่าทีของเพลิง 

“หึหึ คงรู้หรอก วันๆเลิกงานก็ถูกไอ้พีคจับกลับบ้านทันทีเลยหนิ” ณดลยิ้มว่า ก่อนพาเพลิงเดินเข้าไปในร้านและเดินตรงไปหากลุ่มคนรู้จัก ซึ่งนั่นก็ทำให้เพลิงสังเกตเห็นใครบางคนที่สนิทเป็นอย่างดีและฝ่ายนั้นก็สังเกตเห็นเพลิงด้วย 

“เฮ้ย ไอ้เพลิง! ทางนี้ๆ” เสียงเรียกทักอย่างดีใจของแจ็ครีบกวักมือเรียกเพื่อนรัวๆ เพลิงเห็นก็ยิ้มยกมือทักทาย ก่อนเดินตรงไปนั่งกับเพื่อนที่เขยิบที่ว่างให้นั่ง ส่วนณดลก็เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง  

“โห กูนึกว่ามึงจะไม่มาแล้วซะอีก ชวนไปตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว” แจ็คพูดบ่นเพลิงข้างๆ 

“อย่าบอกนะว่าร้านที่มึงมาบ่อยๆคือร้านนี้” เพลิงหรี่ตาหันไปถาม 

“ไม่เชิงบ่อยหรอก ปกติมาก็สองสามครั้งต่ออาทิตย์ ปกติไปร้านเหล้าอีกที่นึง ว่าแต่ผู้จัดการ ไปทำอีท่าไหนถึงได้ลากไอ้เพลิงมาได้เนี่ย” แจ็คคุยกับเพลิงก่อนหันไปถามณดลที่นั่งอยู่อีกฝั่ง  

“เห็นนั่งรอพ่อมันทำงานอยู่คนเดียว ผมเลยเอามันมาด้วยน่ะ” ณดลยิ้มบอกด้วยท่าทีปกติ แต่กลับเพลิงถึงกับรีบหันไปมองเมื่อถูกเปรียบเทียบว่าตัวเองเป็นเด็กรอพ่อ(พีค)ทำงาน  

“ไอ้เพลิง พ่อมึงทำงานอยู่ที่นี่หรอวะ” แจ็คหันไปถามอย่างสงสัย ทำเอาเพลิงส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ  

“พ่อที่ไหนล่ะ พี่เค้าแค่พูดเล่น” เพลิงบอกปฏิเสธ 

“เอาๆ เลิกถามก่อนไอ้แจ็ค ไหนๆวันนี้น้องใหม่ก็มาร่วมแจมทั้งที อย่างนี้ต้องรับน้องเสียหน่อย” รุ่นพี่ที่ร้านคนนึงพูดขึ้นมา ทุกคนรวมทั้งเพลิงหันไปหาพร้อมกันแทบจะทันที 

“พี่กบ ผมกับพี่ก็เจอกันอยู่ทุกวัน น้องเมิงน้องใหม่อะไรล่ะ” เพลิงพูดบอก แต่กบกลับฉีกยิ้มขึ้นมา 

“เฮ้ย นั่นก็ส่วนที่ร้านสิ กูหมายถึงว่ามึงมาร่วมวงกินกับพวกกูครั้งแรก มันก็ต้องมีรับน้องกันบ้าง ไม่ได้ร้ายแรงหรอก ถามไอ้แจ็คมันได้ มันก็โดน” กบว่า ซึ่งเพลิงก็หันไปมองเพื่อนอย่างสงสัย 

“พี่มันหาเรื่องเล่นเกมแดกเหล้าน่ะ แต่ถ้าแพ้ มึงต้องจ่ายค่าเหล้าทั้งหมด” สิ่งที่เพื่อนบอก ทำเอาเพลิงตีหน้านิ่งทันที พลางหันไปมองพวกรุ่นพี่ที่ร้านแต่ละคน มองมาที่เพลิงอย่างลุ้นๆ ยกเว้นณดลที่นั่งกินหมูที่ย่างอยู่ในกะทะ 

“แล้วถ้าผมไม่เล่นล่ะ” เพลิงถาม 

“ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้ามึงชนะ มึงแดกฟรีทั้งร้าน ไม่ต้องเสียค่าหมูกะทะกับค่าเบียร์เพิ่ม เผลอๆมึงอาจได้เงินจากพวกกูด้วย ..ถ้ามึงแดกหมดห้าขวดน่ะนะ” กบพูดพลางเหยียดยิ้มหรี่ตาข้างนึงมองเพลิงอย่างท้าทาย เพลิงเองก็จ้องกลับหาได้เกรงกลัวไม่  

“กูว่าน้องมันตายก่อนพอดี สามขวดปกติก็มึนแล้วนะ” เมธีพูดแย้งให้กบฟัง แต่เพลิงดันได้ยินด้วย 

“ถ้าได้เงินนี่ ผมได้เท่าไร” เพลิงถามอีกครั้ง 

“ขวดละพัน ห้าขวดก็ห้าพัน แต่ถ้ามึงกินเกินห้ามึงก็ได้มากกว่าห้าพัน”กบบอกอีกครั้งและเน้นเรื่องค่าตอบแทนอย่างชัดเจน คราวนี้เพลิงยกยิ้มขึ้น เมื่อได้ยินค่าตอบแทนที่ดูคุ้มราคาเหมาะแก่การรับคำท้า มีหรือที่เพลิงจะไม่สนใจ 

“งั้นผมเล่น พวกพี่เตรียมตัวเสียเงินให้ผมได้เลย” 

 

 

อีกด้านนึง พีคเองก็ใช้เวลากับการทำงานเอกสารจนเวลาล่วงเลยผ่านไปเป็นชั่วโมง อาจเป็นเพราะช่วงนี้งานที่เขาทำในห้องวีไอพี ดันมีการโกงและยักยอกเงินจากร้านไป ทำให้พีคสนใจงานที่ร้านเป็นพิเศษ ทำให้ลืมไปเลยว่าเพลิงกำลังนั่งรอตนเองอยู่ข้างล่าง จนสายตาเหลือบไปเห็นเวลาที่ข้อมือของตัวเอง 

“เอาไงต่อเฮีย ผมว่าปิดงานนอกไปก่อนมั้ย แล้วก็ตรวจสอบคนในร้านดูว่าใครพอมีแนวโน้มเรื่องการยักยอกเงินในร้านไป” โต้งเสนอแนะให้พีคฟัง เพราะเห็นว่าพีคยังแก้งานตรงนี้ไม่เสร็จสักที และมันค่อนข้างร้ายแรงพอสมควรที่มีคนแอบยักยอกเงินในร้านไปให้คนอื่น 

“ไม่ต้อง กูกลัวว่ามันจะรู้ตัวไปฟ้องลูกพี่มันก่อน ส่วนมึงก็ไม่ต้องเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครทั้งนั้น รู้กันแค่พวกเราพอ เพราะกูกำลังคิดว่าหนอนบ่อนไส้มันกำลังแฝงตัวอยู่ในกลุ่มพวกมึง” พีคบอกเสียงเรียบ แต่สายตากลับจริงจัง จนโต้งถึงกับหยุดชะงัก คาดไม่ถึงว่าคนทรยศจะเป็นคนในลูกน้องของพีค ซึ่งตอนนี้โต้งเดาไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นใคร  

“ได้ครับเฮีย” โต้งตอบ 

“แล้วก็ฝากบอกไอ้ดิวด้วย ว่ากูมีงานให้มันทำที่สนามแข่งรถไอ้ฮิวโก้ ให้มันมาหากูพรุ่งนี้ ที่นี่” พีคสั่ง ก่อนลุกเดินออกไปนอกห้อง โต้งขานตอบอีกครั้ง พร้อมเดินตามหลังพีคไป ก่อนจะปิดล็อคประตูห้องทำงานให้ แล้วเดินตามพีคไปอีกที ตอนนี้บรรยากาศร้านค่อนข้างเงียบ เนื่องจากพนักงานในร้านได้กลับบ้านกันหมดแล้ว รวมถึงลูกน้องคนอื่นๆของพีค มีเพียงแค่สองสามคนเท่านั้นที่อยู่รอให้พีคกลับจากที่นี่ แต่ทว่าพีคไม่ได้สนใจคนพวกนั้นเลย กลับมองหาใครบางคนมากกว่า ที่ตอนแรกพีคสั่งให้ลงมาเล่นเกมรอเขาอยู่ข้างล่าง แต่ตอนนี้กลับไร้วี่แววของเพลิงเลยแม้แต่น้อย จากที่เครียดจากงานที่ทำ ดูเหมือนว่าเพลิงจะทำให้พีคหงุดหงิดกว่าเดิมที่หายไปโดยไม่บอกเขา 

“ไอ้เพลิงไปไหน” พีคหันไปถามลูกน้องเสียงแข็ง จนลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ๆแอบสะดุ้งนิดหน่อย 

“เห็นไอ้เพลิงออกไปกับเฮียดลน่ะเฮีย” หนึ่งในนั่นพูด พีคขมวดคิ้วสงสัยทันที ไม่รู้ว่าณดลกับเพลิงไปสนิทกันตอนไหน 

“ไปไหนกัน?” 

“ร้านหมูกะทะข้างๆน่ะเฮีย ร้านประจำเด็กร้านเรา” คนเดิมพูดตอบพีคปกติ ซึ่งพีคก็พยักหน้าเข้าใจทันที ก่อนจะเปิดปากไล่ลูกน้องที่เหลือรวมทั้งโต้งให้กลับบ้าน 

“พวกมึงกลับไปได้แล้วไป เดี๋ยวกูไปหาไอ้เพลิงที่ร้านข้างๆนี้ ส่วนไอ้โต้ง กูฝากปิดร้านด้วย”  

“ครับเฮีย” โต้งตอบลูกพี่ตัวเอง ก่อนพีคจะเดินออกจากร้านเพื่อมุ่งหน้าไปร้านหมูกะทะข้างๆที่เปิดบริการถึงตีสาม  

พีคใช้เวลาไม่นานในการเดินมาที่นี่และไม่ได้รู้สึกแปลกใจเรื่องคนที่ร้านค่อนข้างเยอะ เพราะพีคเคยมานั่งกินกับเพื่อนเขาอยู่บ้างและก็รู้ว่าน้ำจิ้มที่นี่รสเด็ดอร่อยจริง ยิ่งปิดดึก คนที่นอนดึกก็มักจะมาฝากท้องกันที่นี่ พีคพยายามมองหาโต๊ะของเพื่อนเขาที่อยู่ด้านใน ก่อนจะเห็นกลุ่มโต๊ะใหญ่ๆที่มีณดลนั่งอยู่ พีคจึงเดินเข้าไปหาทันที โดยไม่มีใครได้ทันสังเกต 

“ไอ้ดล มึงเห็นไอ้เพลิงมั้ย” มาถึงตัวเพื่อน พีคก็รีบถามทันที เมื่อสังเกตเห็นว่าเพลิงไม่ได้นั่งอยู่ด้วย ทุกคนที่ได้ยินเสียงพีค ต่างพากันสะดุ้งตกใจรีบหันไปหาพีคทันที รวมทั้งณดลด้วย แต่รายนี้กลับมองด้วยท่าทีปกติ ไม่ได้ตกใจเหมือนคนอื่น 

“เฮียพีค! มาได้ไงเนี่ย!” แชมป์ หนึ่งในพนักงานร้านพีคทักขึ้นอย่างตกใจ แถมยังแอบดีใจที่เจ้านายตัวเองมาที่นี่  

“เดินมา” พีคตอบกลับเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนก้มมองณดลที่นั่งอยู่ “ไอ้เพลิงไปไหน” 

“ฮ่าๆ มาถึงก็ถามถึงลูกเลยนะ นี่ไง ที่ผมบอกว่าไอ้เพลิงรอพ่อมัน พ่อมันมารับละ” ณดลหันไปหัวเราะกับเพื่อนร่วมโต๊ะ ทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับอ๋อทันที แถมยังอึ้งอีกด้วยที่ว่าเพลิงไปสนิทกับเจ้านายของพวกเขา  

“ไอ้เหี้ยดล” พีคหรี่ตากดเสียงต่ำ ณดลยกยิ้มขำก่อนเงยหน้าหันไปมองพีค ไม่รู้สึกกลัวเหมือนอย่างคนอื่น 

“มันก็อยู่ในร้านนี้แหละ แต่ว่าเดินไปไหนกูไม่รู้หรอก เห็นเดินกอดคอเมาไปกับไอ้กบสักพักละ” ณดลบอกอย่างอารมณ์ดี 

“เมา?” พีคย่นคิ้วสงสัยทันที  

“อ่าฮะ เมา เมาคู่ด้วย” ดูเหมือนว่าพีคจะไม่สบอารมณ์เท่าไร จนณดลต้องเรียกเพื่อนให้ลงนั่งข้างๆ “ กูว่ามึงนั่งลงก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันก็เดินกลับมา อีกอย่าง กูว่ามึงรีแลกซ์บ้างก็ดี ช่วงนี้งานที่ร้านวุ่นๆไม่ใช่หรือไง” 

“กูก็ไม่ได้อยากเครียดซะหน่อย” พีคว่า พร้อมลงนั่งข้างๆณดลอย่างช่วยไม่ได้ แต่สายตาก็ยังมองหาใครบางคนอยู่ดี 

“นู่นไง เดินมานู่นแล้ว เมาอย่างที่กูบอกมั้ยล่ะ” ณดลใช้ตะเกียบชี้ไปยังเพลิงกับกบที่เดินกอดคอเดินออกมาจากหน้าเวทีที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ พร้อมชูนิ้วชี้ขึ้นสูงร้องเพลิงประสานกันไม่หยุด ทำให้พีครู้ว่าเพลิงเมาอย่างที่ณดลบอกจริงๆ 

“มันโดนไปกี่ขวดวะเนี่ย” พีคถามขณะมองเพลิงกำลังเดินมาที่โต๊ะ 

“ห้าขวดเพรียวๆ ตอนแรกก็ไม่ออกอาการหรอก พึ่งมาออกตอนกบชวนกินอีกแก้วเนี่ยแหละ สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น” ณดลยิ้มขำ พูดบอกพีคที่นั่งอยู่ข้างๆ พอดีกับที่เพลิงเดินมานั่งข้างแจ็คที่เดิม 

“มึงไหวป่ะเนี่ย” แจ็คถามขำๆ ซึ่งเพลิงก็ยิ้มขำตอบอย่างมึนๆ 

“ไม่เห็นว่ากูเดินเป๋หรอ” เพลิงตอบแจ็คด้วยเสียงที่เมา ก่อนจะหยิบกระดาษบางอย่างส่งมาให้  

“เบอร์น้องเชอรี่คัพดี โต๊ะหน้าเวที กูได้มาล้าว ..อย่างแจ่ม” เพลิงพูดบอกอีกที พร้อมยื่นกระดาษที่ติดรอยลิปสติกสีแดงแปะอยู่ด้านหน้า คนในโต๊ะเห็นต่างพากันตาวาวทำท่าจะรีบคว้ากระดาษใบนั้น แต่เพลิงรีบชักกลับมาเสียก่อน  

“เอ้า อะไรวะเพลิง เอากลับไปทำไม” ธีรีบท้วง 

“ผมจะให้ได้ก็ต่อ เอิ่ก! ..โทษๆ ต่อเมื่อมีคนร้องไปเพลงให้น้องเชอบี้ เอ๊ย! เชอรี่บนเวทีฟัง และเค้าย้ำมาว่าต้องร้องให้ถูกใจเค้าเท่านั้น ไม่งั้นเค้าจะเอาเบอร์ตีน..คืน” ดูท่าเพลิงจะเมาจริงๆ ถึงขั้นพูดผิดพูดถูก ส่วนคนอื่นๆพากันขมวดคิ้วงงไปใหญ่ เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเบอร์ที่อยู่ในกระดาษเป็นเบอร์โทรหรือเบอร์รองเท้า และดูเหมือนว่าเพลิงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพีคนั่งมองอยู่ตรงข้าม 

“แล้วทำไมมึงไม่ไปร้องให้พวกกูวะ ในนี้ไม่มีใครร้องเพลงเพราะนะเว้ย” แชมป์ว่า 

“สภาพผมจะให้ร้องเพลงอะไรอ่ะ ..บัวลอย เจ้าเพื่อนยาก! อุ๊บ!” 

“พอๆๆ หุบปากไปเลยมึง” แจ็คถึงกับรีบยกมืออุดปากคนเมา เมื่อจู่ๆเพลิงก็แหกปากร้องเพลงขึ้นมา ก่อนจะรับรู้ถึงรังสีอำมหิตจากสายตาของใครบางคนที่นั่งจ้องมาจากฝั่งตรงข้าม แจ็คหันไปมองถึงกับสะดุ้งรีบปล่อยมือออกจากปากเพลิงทันที ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าพีคดูจะไม่พอใจที่เขาเอามือไปปิดปากของเพลิง 

“งั้นก็ให้พี่ดลไปร้องดิ เค้าบอกคนหน้าตาดีมักร้องเพลงเพราะ” ธีเสนอขึ้น ซึ่งทุกคนก็ดูเห็นด้วย 

“แล้วทำไมผมต้องออกไปร้องให้พวกคุณด้วย อยากได้ก็ไปร้องกันเองสิ” ณดลพูดว่า ปฏิเสธไม่ร้องอย่างชัดเจน 

“เฮียพีคล่ะ สนใจมั้ย” ธีหันไปถามพีคต่อ ก่อนจะรีบหุบปากลืมไปเลยว่าพีคเป็นใคร แต่ดูเหมือนพีคจะไม่ได้ว่าอะไร กลับสนใจคนทำหน้าช็อคจนแทบสร่างอยู่ตรงข้ามที่พึ่งรู้ว่าพีคอยู่ตรงนี้   

“มาได้ไงวะ” เพลิงหันหน้าหนีไปด้านหลัง พลางกระซิบพึมพำอยู่คนเดียว 

“ไหนใครสนใจขึ้นมาร้องเพลงบนนี้บ้าง ช่วงนี้อิสระร้องเพลงฟรีจากทางร้าน เพราะไม่เพราะค่อยว่ากัน” เสียงบอกผ่านไมค์บนเวที ทำให้ทุกคนหันไปมองนักร้องที่เปิดให้ลูกค้าขึ้นมาร้องเพลงได้ตามสบาย เพลิงแอบเห็นว่าผู้หญิงที่เพลิงเดินไปขอเบอร์กับกบกำลังมองมาที่เขาพร้อมเพื่อนในกลุ่มของเธอ  

“ไหน มีใครสนใจบ้างมั้ย เสนอตัวหน่อยเร็ววว” เสียงนักร้องประจำร้านยังคงเรียกให้ลูกค้าขึ้นไปจอยร้องเพลงบนเวที เพลิงทำสายตาเลิกลั่กอยู่แปปนึง และเห็นว่ารุ่นพี่ในโต๊ะต่างมองกันด้วยความกังวล เพลิงใช้ความหน้าด้านของตัวเองบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกาย ลุกสะกิดคนนั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว 

“มึงไปเลย เสียงอุบาทก็ช่างแม่ง เพื่อลูกน้อง กูรู้ว่ามึงทำได้” เพลิงสั่งรัว ทำเอาเพื่อนร่วมโต๊ะพากันหน้าเหว๋อ อึ้งที่เพลิงกล้าสั่งให้พีคลุกไปร้องเพลิงด้านบน พีคเองก็ตกใจเหมือนกันที่ถูกเรียกปุปปัป ก่อนจะถูกณดลดันให้พีคลุกขึ้นด้วยท่าทีสนุก 

“ไปสิ ทำเพื่อลูกน้อง ..ไม่สิ ไปร้องให้เด็กมึงฟังหน่อย นะครับ..คุณหัวหน้า” ณดลพูดบอก ก่อนจะหรี่เสียงลงเมื่อพูดถึงเพลิง พีคก้มมองเพื่อนอย่างคาดโทษ เตรียมนั่งลงเหมือนเดิม เพราะไม่ได้อยากไปร้องเพลง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนบนเวทีเรียกพร้อมชี้มาที่พีค เมื่อเห็นว่าพีคลุคยืนอยู่คนเดียว 

“คุณคนนั้นน่ะ ขึ้นมาเลยครับ ช่วยปรบมือให้พี่เค้าหน่อยเร็ว” เสียงเรียกจากบนเวทีพร้อมเสียงปรบมือจากท่านผู้ชม ทำเอาพีคยืนเหวว๋อหนัก ก่อนจะถูกณดลลุกขึ้นผลักหลังให้เดินออกไปข้างหน้า ทำให้พีคเดินออกมาอย่างจำใจ บวกกับเสียงโห่เชียร์ที่โต๊ะ ยิ่งทำให้พีคหันหลังกลับไม่ได้ แต่ก็ไม่ลืมมองคาดโทษทั้งเพลิงทั้งณดลที่เป็นตัวเริ่มของเรื่องนี้  

“ตามสบายเลยครับ อยากร้องเพลงอะไรร้องเลย เดี๋ยวมีคนมาร้องต่อ ไม่ต้องกลัว” นักร้องประจำร้านเดินลงมาบอกพีคด้วยท่าทียิ้มแย้ม พีคพยักหน้า ก่อนเดินขึ้นเวทีไปหยิบกีต้า พูดบอกเพลงที่ต้องการจะเล่นกับนักดนตรี ก่อนที่คนพวกนั้นจะลงไป มีหลายคนให้ความสนใจพีคเป็นอย่างมาก เนื่องจากถูกรูปลักษณ์และสไตล์ของพีคดึงดูด เพลิงเองก็มองพีคอย่างลุ้นๆและทำใจไว้แล้วว่าพีคต้องร้องเพลงเพี้ยนแน่นอน เพราะเพลิงถูกพีคแกล้งร้องเพลงปั่นประสาทบ่อย 

“ผมจะร้องเพลงเดียว ใครจะร้องต่อก็รีบมาต่อคิวเลย” พีคบอกเสียงเรียบ ซึ่งนั่นก็เรียกเสียงขำของคนในโต๊ะเพลิงได้ เพราะหน้าพีคดูไม่สบอารมณ์กับการขึ้นแสดงเท่าไร ก่อนที่เสียงดนตรีจะดังขึ้น เพลิงยกแขนข้างนึงขึ้นมาเท้าคางไว้ พลางมองพีคบนเวที เพลิงสังเกตเห็นว่าพีคมีสีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมพร้อมกับนั่งเล่นกีต้าคนเดียว 

 

/  เวลาที่เธอยิ้มมันช่างสดใส 

โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู 

เพียงแค่เธอยิ้มมาใจมันสั่นยังไงไม่รู้ 

ทุกอย่างกลายเป็นสีชมพูทันใด 

เธอโอ้เธอ 

เธอรู้ไหมใจฉันไหวหวั่น 

เวลาที่ได้ใกล้กันหัวใจฉันแทบจะวาย 

ตอน..ที่เธอสบตา 

ฉันก็แทบ..จะบ้าตาย 

รู้ไหมฉันจะละลาย..แล้ว.. / 

 

“โหว เสียงเฮียพีคดีกว่าที่คิดซะอีก ของดูยากเลยนะเนี่ย” เสียงกบพูดขัด ทำให้แชมป์กับธีหันไปมองกบพร้อมพยักหน้าเห็นตัว แจ็คเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน ส่วนณดลยกยิ้มมุมปากรู้ความสามารถของเพื่อนดี แต่ทว่ากลับรู้สึกสนุก เมื่อสายตาของคนร้องบนเวทีกำลังสบตากับใครบางคนที่นั่งเท้าคางด้วยอาการมึนๆมองพีคอย่างไม่วางตาเหมือนกัน 

 

/ ...ชอบแบบนี้ ก็ชอบที่เป็นแบบนี้ 

ชอบแววตาแบบนี้ ชอบรอยยิ้มแบบนี้ ..ก็ชอบคนนี้ อู้..โฮ้โฮว.. 

จะเอาแบบนี้จะเอาที่เป็นแบบนี้ 

จะเอาแววตาแบบนี้ จะเอารอยยิ้มแบบนี้ 

จะเอาคนนี้ ..โอ้ baby 

..ก็ชอบที่เป็นแบบเธอ.. / 

 

 

เพลิงนั่งเงียบอยู่คนเดียว ตอนแรกแอบตกใจที่เห็นว่าพีคร้องเพลงเพราะ แต่มันก็แค่แปปเดียว ก่อนที่เพลิงจะตกอยู่ในภวังค์ มองพีคอย่างไม่ละสายตา ยิ่งท่อนฮุกแล้วพีคสบตามาที่เขา อกซ้ายของเพลิงกลับยิ่งสั่นและหวั่นไหวจนคุมไม่อยู่ หน้าขึ้นสีระเรื่อกลืนกับผิวที่แดงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แถมยังเผลอยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว เพลิงเริ่มไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรที่เผลอสนใจคนบนเวที แถมมุมมองที่พบกันตั้งแรกกลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงในครั้งแรก กลับไม่เหลือล่องลอยนั่นอีกเลย ..ยิ่งอยู่ กลับยิ่งผ่อนคลายขึ้นอย่างแปลกประหลาด.. 

“อึ่ก!”  

 

// ฉิบหายล่ะ//  

 

“เฮ้ยๆๆ! ไอ้เพลิง มึงอย่าบอกนะว่า...” แจ็คเห็นเพลิงกดหน้าต่ำดูอาการไม่ดี จึงรีบโวยวายเรียกแล้วรีบดันหน้าเพลิงให้เงยขึ้นทันที  

“แจ็ค..ใกล้แล้วมึง” เสียงเพลิงดูอื้อๆ และคำว่าใกล้ แจ็คสัมผัสได้ถึงหายนะ รีบจับแขนเพลิงพาดไหล่ แล้วลุกพรวดลากเพลิงไปห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนที่นั่งอยู่รวมทั้งพีคย่นคิ้วงง ส่วนทางด้านเพลิง แจ็ควิ่งลากเพลิงเข้าห้องน้ำแซงคิวคนที่ต่อไปอย่างหน้าด้านๆ ก่อนผลักเพื่อนให้หน้าจ่อตรงกับส้วม  

“อ้วกกกก!!”   

“อี๋ ไอ้เชี้ยเพลิง” แจ็คเบ๊หน้าหนี พลางเอื้อมมือไปลูบหลังเพลิงที่นั่งอ้วกอยู่ด้านใน นึกโชคดีที่เขารู้ตัวทันว่าเพลิงจะอ้วก ไม่งั้นคงได้เละคากางเกงเขาแน่ๆ แจ็คนั่งลูบหลังเพื่อนไปสักพัก จนกระทั่งเพลิงหยุดทิ้งของจากกระเพาะ ก่อนลุกกดชักโครก แล้วเดินออกไปล้างหน้าล้างปากอย่างเพลียๆ  

“มึงโอเคนะ” แจ็คถามเพื่อความแน่ใจ ซึ่งเพลิงก็พยักหน้าตอบ 

“อืม”  

“ดี ห่าเอ๊ย กูนึกว่ามึงจะอ้วกใส่กางเกงกู ก้มหน้าซะต่ำเลย” แจ็คพูดบ่นเรื่องที่เพลิงก้มหน้าใส่กางเกงเขาในขณะที่กำลังจะอ้วก เพลิงไม่ได้ตอบอะไร เดินนำแจ็คออกไปข้างนอกด้วยอาการมึนๆ เพราะของที่ออกมันไม่ได้ช่วยให้เพลิงสร่างเมาสักนิด แต่ก่อนจะได้เดินไปถึงโต๊ะ จู่ๆเพลิงก็เดินชนเข้ากับร่างใครบางคนจนเกือบหงายหลัง แต่ก็ไม่ได้ล้ม เมื่อร่างของเพลิงถูกแขนของพีคคว้ากอดได้ทัน 

“อาการหนักแล้วมึง” พีคว่าพร้อมก้มมองคนในอ้อมแขน ส่วนแจ็คที่เดินตามหลังเพลิงมา หยุดสตั้นกลางคัน พลางมองพีคกับเพลิงอย่างงงๆ 

“เอ่อ..” 

“ช่วยเอาไอ้เพลิงแบกที่หลังหน่อย มันเมาหนักแล้ว” พีคพูดแทรกก่อนที่แจ็คจะได้ถามอะไร แจ็คเองก็มีท่าทีเลิกลั่กอยู่หน่อย เพราะยังเกร็งๆกับพีค ก่อนจะรับเพลิงที่ยืนมึนออกมา แล้วจับวางพาดไว้กับหลังที่พีคหันหลังนั่งเตรียมแบกเพลิงกลับไปที่ร้านของเขา เมื่อเรียบร้อย พีคลุกยืนพร้อมขยับตัวนิดหน่อยเพื่อให้เพลิงขี่หลังได้สะดวก 

“ฝากบอกไอ้ดลด้วยว่าจ่ายค่าอาหารให้แล้ว ไม่ต้องจ่ายอีก แล้วก็เอานี่ไปให้คนอื่นที่โต๊ะด้วย” พีคบอกก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษที่แอบหยิบจากกระเป๋ากางเกงเพลิงก่อนหน้านี้ส่งให้แจ็ค ซึ่งแจ็คก็รับมางงๆ ว่าจบ พีคก็แบกเพลิงที่กอดคอฟุบหน้าเดินออกจากร้านทันที โดยไม่ได้ใส่ใจกับสายตารอบข้างที่พากันมองทั้งคู่อย่างสงสัย  

ระยะทางจากร้านหมูกะทะไปที่ร้านบาร์ของเขาไม่ได้ไกลกันมาก แต่ทว่าช่วงเวลากลางคืนของวันนี้ พีคกลับใช้เวลาเดินช้ากว่าปกติ ยิ่งอากาศที่เย็นสบาย ปราศจากเสียงรถตอนกลางคืน ทำให้พีครู้สึกว่ามันดีจริงๆ  

“ทำไมมึงร้องเพลงเพราะจัง..” เสียงพูดแผ่วของเพลิงดังขึ้นข้างหู ทำให้พีคจับน้ำเสียงได้อยู่ว่าเพลิงยังไม่สร่างเมาเท่าไร  

“กูก็ร้องเพราะมาตั้งนานแล้วนะ” พีคบอกอย่างอารมณ์ดี ขณะที่สายตาทอดไปข้างหน้า 

“ไม่อ่ะ มึงกวนตีน” เพลิงเถียงด้วยเสียงที่เมา ซึ่งพีคก็รู้ว่าเพลิงกำลังว่าเขาเรื่องที่แกล้งร้องเพลงปั่นบนรถ 

“แล้วมึงล่ะ ถ้ารู้ว่าเมาง่าย จะแดกทำห่าอะไรตั้งห้าขวด ถ้ากูไม่มาจะกลับยังไง” พีคว่าเสียงเรียบ 

“ก็มันได้ตัง ..แต่กูก็แพ้เพราะกูมาวก่อน” เพลิงพูดบ่น แต่ดูเจ้าตัวจะไม่ได้ซีเรียสอะไร  

“หึ แพ้ทั้งที ยังมาเดือดร้อนเงินในกระเป๋ากูเนอะ” พีคว่าพลางยกยิ้ม เมื่อนึกถึงเงินที่จ่ายไป 

“มึงจ่ายน่ะถูกแล้ว เพราะผู้จัดการบอกมึงเป็นพ่อกู” เพลิงบอก ทำให้พีคเลิกคิ้วขึ้นพลางเหล่มองหน้าเพลิงใกล้ๆ  

“พ่อมึงเนี่ยนะ ฮะๆ ตลกดี” พีคหัวเราะขำกับสิ่งที่ณดลตั้งให้ ก่อนจะคุยกับเพลิงอีกที “แล้วถ้ากูไม่อยากเป็นพ่อล่ะ” 

“ไม่อยากเป็นพ่อ แล้วอยากเป็นอะไร” เพลิงถามพร้อมเงยหน้ามองด้วยสายตาปรือๆ และดูเหมือนเจ้าตัวจะถามพีคเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายมากกว่า ด้านพีคเองก็เอียงหน้ามองเพลิงที่ขี่หลังพลางยกยิ้มให้ 

“อยากเป็น..” 

“ร้องเพลงให้ฟังหน่อย” ยังไม่ทันที่พีคจะได้บอกคำตอบของตัวเอง จู่ๆเพลิงกลับพูดขอให้เขาร้องเพลงให้ฟังเสียก่อน พีคแอบถอนหายใจพลางส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะถามเพลิงเรื่องเพลง 

“เอาเพลงอะไร”  

“เอาเพลงของ bee gees”  

“เดี๋ยว กูไม่รู้จัก” พีคถึงกับรีบแย้งเมื่อเพลิงเสนอชื่อวงที่เขาไม่เคยได้ยิน 

“มึงเกิดก่อนกูจะไม่รู้จักได้ไง .. I know your eye in the morning sun..I feel your touch me in the pouring rain..” เพลิงพูดว่า ก่อนที่จะฮัมเพลงออกมาเบาๆ ซึ่งพีคก็เดินฟังไปเรื่อยๆ แต่เพลิงก็หยุดไว้กลางทาง เพราะตั้งใจจะให้พีคร้อง ไม่ใช่ตัวเอง  “งั้น Nothing’s gonna change my love for you ร้องเป็นมั้ย”  

“ร้องยังไงนะ” พีคแกล้งถาม  

“ร้องงี้ๆ ..Nothings gonna change my love for you .. You ought to know by now how much I love you ..One thing you can be sure of I'll never ask for more then your love...” 

“ไม่เคยได้ยิน มีเพลงอื่นที่ดูเข้ากับปัจจุบันมั้ย เพลงไทยก็ได้” พีคเอียงหน้าหันมาถามพร้อมแกล้งทำหน้าสงสัย จนเพลิงกับหน้างอ เนื่องจากอุตส่าเกริ่นเนื้อเพลงให้  

“เพลงไทยมึงก็ร้องไปแล้วไง” เพลิงว่า 

“นั่นในร้าน กูไม่นับ”  

“แต่กูไม่อยากฟังเพลงไทย” เพลิงยังคงเถียงเรื่องเพลงที่พีคจะร้อง  

“เดี๋ยวกูลองร้องให้ฟังก่อนเพลงนึง รับรองว่ามึงต้องชอบ” พีคพูดเสนออย่างขำๆ พลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย  

“เพลงไรวะ” เพลิงย่นคิ้วถามอย่างสงสัย เริ่มไม่ไว้ใจเพลงที่พีคเสนอมา 

“มหาลัยวัวชน  ..เป็นเด็กบ้านๆ เป็นเด็กเลี้ยงวัว..”  

“โว๊ะ กูไม่ฟังแล้ว” เพลิงบอกอย่างรำคาญ พีคหันหน้ากลับมายิ้มขำอย่างสนุก แต่ก็ไม่คุยกับเพลิงต่อ ก่อนจะนึกชื่อเพลงในหัวได้เพลงหนึ่ง คิดว่าเพลิงต้องชอบแน่ๆ พีคจึงร้องออกมาให้เพลิงได้ฟัง 

 

 

[ Walk You Home (Ost. ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้) ] 

 

 / Tonight, it’s just the two of us  ..so forget the world for a while 

   ค่ำคืนนี้ มีแค่เราสองคน    เพราะงั้น มาลืมทุกสิ่งในโลกกันสักพัก 

  open your heart and open your eyes  .. I’m right here in front of you 

  เปิดประตูหัวใจของคุณ แล้ว ลืมตาขึ้นเถอะ  ผมอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างหน้าคุณ 

  and you look so pretty in your dress ...though I know I look like a mess 

  คุณแต่งตัวสวยมากเลยนะครับวันนี้   ผมรู้ดีว่าผมดูไม่ได้เลย 

  I’ll do my best to win your heart  .. so can i walk you home tonight? 

 แต่ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อชนะใจคุณ  ..เพราะงั้น คืนนี้ผมขอไปส่งคุณที่บ้านได้ไหม../

 

 

 

“..please tell me how you feel ..cause deep inside I know it’s real... ตอนกูดูหนังเรื่องนี้ กูโครตชอบเพลงนี้เลย” เพลิงร้องต่อท่อนฮุกหลังพีคทิ้งช่วงร้องไว้ พีคเหล่มองเพลิงนิดนึง ก่อนร่างด้านหลังจะกลับมาฟุบหน้าลงบ่า พลางกระชับแขนที่กอดคอแน่นขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าสายตาที่พีคมองอยู่ มันอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  

“อืม กูก็ชอบ” พีคพูดบอกเสียงเบา ก่อนพาเพลิงเดินกลับไปที่ร้านอย่างช้าๆ เพราะรู้สึกว่าช่วงเวลาของคืนนี้ แสงสีสลัวๆของไฟถนนกับบรรยากาศที่เงียบสงบ พีคอยากจะเดินอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆและนานกว่าทุกครั้ง ในขณะที่คนเมาฟุบหน้าอยู่ด้านหลัง กำลังแอบยิ้มยามที่ได้ยินคำพูดธรรมดาของพีคอยู่ใกล้ๆ 

 

**************************************** 

 

ตอนนี้เค้าจีบกันแหละพวกเธอ อิอิ

ส่วนเพลงที่เพลิงร้อง เป็นเพลงยุคเก่านะคะ

ประมาณ 70s 80s ไม่แปลกที่พีคจะไม่รู้จัก

แต่นางเพลิงมันดันชอบฟัง

How deep is your love : Bee Gees

Nothing’s gonna change my love for you : george benson

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น