อ้วนพี/หมึกสีนิล

ฝากติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบบ *0* สามารถทราบความเลื่อนไหวได้ที่เพจเน้อออ เพจ: อ้วนพี/หมึกสีนิล

ตอนที่ 7. ประเพณีดอกไม้ไฟ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7. ประเพณีดอกไม้ไฟ

คำค้น : ชีค, รักโรแมนติก, โรมานซ์, ทะเลทราย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 500

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2562 13:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7. ประเพณีดอกไม้ไฟ
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 7. ประเพณีดอกไม้ไฟ

สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้คำตอบว่าคนรักของน้องชายหัวหน้าโจรเป็นใครแล้วอยู่ที่ไหน อยู่ๆ ยายเด็กเจมี่ก็เปลี่ยนเรื่องเฉย พอเธอลากเข้ามาเรื่องเดิมก็พาเธอออกไปเรื่องอื่นทุกทีจนเธอเลิกสนใจ เพราะยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธออยู่แล้ว อีตาโจรใจโฉดนั่นจะคบกับใครผู้หญิงคนไหนมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย แต่ทำไมรู้สึกหงุดหงิด! ไม่ได้ๆ เธอจะมามีอาการแปลกๆ แบบนี้ไม่ได้ ว่าแล้วก็ตบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วล้มตัวลงนอน คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ยายเด็กเจมี่ทิ้งให้เธอนอนคนเดียว พูดถึงก็ซักสงสัยขึ้นมาเลยเอาไว้คืนพรุ่งนี้เธอจะแอบตามไปดู แต่คืนนี้ขอพักเอาแรงก่อน เจ็บแผลชะมัด

เช้าวันต่อมา

“นี่คุณ ฉันก็อยู่ที่นี่มานานแล้วนะ เมื่อไหร่คุณจะพาฉันไปหาองค์รามินแลกกับพี่ชายคุณเสียที ฉันอยากกลับบ้านเต็มแก่แล้ว” ในช่วงสายๆ ของอีกวัน พ่อจอมโจรหน้าบากผู้เรื่องมากก็เรียกใช้ให้เธอไปนวดไหล่ขณะที่พ่อเจ้าประคุณก็ทำงานไปด้วย เธอก็ดูไม่รู้หรอกนะว่าอะไรเห็นขีดๆ เขียนๆ บนแผนที่ที่ช่างดูยากเสียเหลือเกิน แล้วไอ้ที่เธอพูดเนี่ยเพราะรู้สึกจะอยู่นานเกินไปแล้ว เธอต้องเสียเม็ดเงินมากมายไปเท่าไหร่ที่ต้องมาหายใจทิ้งที่นี่ไปวันๆ แถมยังรู้สึกว่าเธอจะเป็นมนุษย์แม่บ้านเข้าไปทุกที เช้ามาต้องมาทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาด ทำงานฝีมือแล้วก็อีกจิปาถะที่ยายเด็กเจมี่จะลากเธอไปทำจนรู้สึกว่ามือเธอเริ่มด้านแล้วเนี่ย สงสารตัวเองจริงๆ

“อีกไม่นานหรอก เจ้าจะได้กลับไปหาสามีของเจ้าแน่” น้ำเสียงของโจรหน้าบากพูดเรื่อยๆ ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกของคนอยากกลับบ้านมากนัก แต่โรสรินเผลอลงน้ำหนักเต็มแรงหน้ารามินเหยเกหลังจากที่เขาพูดคำว่าสามีออกมา

“องค์รามินไม่ใช่สามีฉันย่ะ โปรดทำความเข้าใจใหม่เสียด้วย” พูดด้วยน้ำเสียงสะบัดแล้วเผลอนวดไหล่ด้วยอารมณ์กรุ่นๆ หญิงสาวบีบหนักมากจนแทบจะกลายเป็นบีบคอคนตัวโต เพราะตอนนี้หน้าองค์รามินแดงก่ำ จนกษัตริย์หนุ่มเผลอไอแล้วตีมือเล็กเพื่อให้หญิงสาวคลายมือออก

“แค็กๆ นี่เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือไง” องค์รามินหันมามองหญิงสาวตาขวาง โรสรินรีบปล่อยมือแล้วยกขึ้นระดับไหล่ ยิ้มให้พ่อโจรหน้าบากแห้งๆ

“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคุณ” พอทำท่าจะบีบให้ใหม่ก็โดนไล่ว่าไม่ต้องทำ “จะโทษฉันคนเดียวก็ไม่ได้นะ ใครใช้ให้คุณพูดแบบนั้นละ ฉันยิ่งไม่ค่อยชอบสถานะนั้นอยู่ด้วย” โรสรินกระเง้ากระงอด ผลุบตามองลงต่ำเลยไม่เห็นแววตาตัดเพ้อเสียใจมาจากคนตัวโต

“เจ้าไม่รักองค์รามินเลยหรือ” รู้ทั้งรู้คำตอบก็ยังอยากจะถาม เผื่อว่าสักวันคำตอบนั้นจะเปลี่ยน แต่ดูมันช่างยากเหลือเกิน

“ก็... ไม่ได้รู้สึกรักชอบอะไร” โรสรินเอามือเกาคาง เดินมานั่งเก้าอี้ที่จัดเยื้องๆ กับโต๊ะทำงานของกษัตริย์หนุ่ม ทำสีหน้ายุ่งๆ เมื่อไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี “แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรนะ แค่ฉันคิดว่าฉันกับองค์รามินไม่ได้เริ่มทำความรู้กันจริงๆ ด้วยซ้ำ การแต่งงานที่เกิดขึ้นก็เกิดจากความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าองค์รามินจะแสดงออกชัดว่าชอบฉันก็เถอะ”

“รักต่างหากเล่า”

“เมื่อกี้คุณพูดอะไรหรือเปล่า” เพราะได้ยินเหมือนใครพูดะไรแต่ได้ยินไม่ชัดเลยถามคนที่อยู่กับเธอแต่ก็ได้รับการส่ายหน้าเป็นการปฎิเสธเธอเลยเลิกสนใจ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคุณ” แล้วร่างเล็กก็หมุนตัวเดินออกไปจากกระโจม คล้อยหลังหญิงสาวใบหน้าคร้ามของรามินก็เงยขึ้น เขามองไปยังทางออกของกระโจมที่โรสรินออกไปเมื่อครู่แล้วถอนหายใจเหมือนคนเหนื่อยๆ ซึ่งเขาคงเหนื่อยใจจริงๆ นั่นแหละ การรักใครสักคนแต่ไม่ได้รับความรักตอบกลับมามันช่างทรมานสิ้นดี

“...เมื่อไหร่หนอที่โรสจะเห็นหัวใจพี่บ้าง”

“เจมี่วันนี้จะมีงานอะไรกันเหรอ เห็นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าเชียว” โรสรินเอ่ยถามขณะช่วยแม่ครัวคนนึงทำอาหารพร้อมกับเจมี่ เธอเห็นว่าด้านนอกพวกผู้ชายช่วยกันแบกหามพวกรูปปั้นต่างๆ ไปที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ส่วนพวกผู้หญิงบ้างส่วนก็มีซ้อมเต้นรำอยู่ไม่ไกลจากกระโจมครัวมากนัก

“อ้อ งานประเพณีดอกไม้ไฟเจ้าค่ะ” เจมี่เงยหน้ามองแล้วหันไปตอบเจ้านายสาวก่อนจะหันไปสนใจกับข้าวตรงหน้าต่อพลางอธิบายให้นายสาวเข้าใจเมื่อเห็นคิ้วสวยๆ เลิกขึ้น “ประเพณีนี้เป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นการบูชาดวงดาวบนท้องฟ้าที่ช่วยนำทางเราในตอนเดินทางยามราตรีเจ้าค่ะ ในงานก็จะมีการจัดงานเลี้ยงและการแสดง แล้วก็จุดดอกไม้ไฟขึ้นบนท้องฟ้า เดี๋ยวคืนนี้คุณจะได้เห็น มันสวยมากๆ เลยล่ะเจ้าค่ะ” เจมี่เงยหน้ามาบอกพลางยิ้มตาหยี โรสรินพยักหน้าน้อยๆ ขณะเบนสายตาไปมองความวุ่นวายด้านนอกนั้น ...ดอกไม้ไฟงั้นเหรอ ครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นมันคือเมื่อไหร่กันนะ “ยกอาหารไปให้พวกผู้ชายที่อยู่ในกระโจมใหญ่กันเถอะค่ะ” ไม่รู้ว่าโรสรินเหม่อลอยไปนานเท่าไหร่รู้ตัวอีกทีเจมี่ก็จัดสำรับเรียบร้อยแล้ว เธอพยักหน้าแล้วลุกขึ้นช่วยเจมี่และคนอื่นๆ เอาอาหารไปให้คนในกระโจมใหญ่ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะเลิกประชุมกันแล้วเพราะทุกคนต่างพูดคุยเป็นกันเองมากขึ้นเคล้าเสียงหัวเราะ ก็คงมีแต่พ่อน้องชายหัวหน้าโจรหน้าบากคนเดียวที่นั่งหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไรเหมือนกับชาวบ้าน ไม่ว่าเธอจะเห็นกี่ครั้งก็อดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ทุกที

“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวเอ่ยบอกด้วยความนอบน้อมก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเอาสำรับอาหารที่จัดไว้ของแต่ละคนไปวางไว้บนโต๊ะ โรสรินกำลังเดินเอาสำรับไปให้หนึ่งในผู้ร่วมประชุมแต่ก็ถูกเจมี่วางก่อนแล้วพอมองไปยังคนอื่นๆ สำรับอาหารก็วางให้ทุกคนหมดแล้วยกเว้นบุรุษหน้าบากที่มองเธอด้วยใบหน้านิ่งเรียบ หญิงสาวถึงกับเป่าลมออกจากปากแล้วเดินเอาสำรับไปให้อย่างเสียไม่ได้ ทำไมอะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ถึงต้องเป็นเธอตลอดเลยนะ

“ข้ามาที่นี่ก็หลายครั้งแต่ยังไม่ได้คุยกับว่าที่ราชินีเสียที” เรนอสที่ปลอมตัวเป็นจอมโจรอิดลาสพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ พลางเหลือบมองเพื่อนสนิทเบื้องหน้าที่ตอนนี้กำลังหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไร

“อย่าเรียกฉันอย่างนั้นเลย ฉันอาจจะไม่ได้เป็นราชินีอย่างที่คุณคิดก็ได้” โรสรินถอยออกมายืนอยู่เยื้องๆ กับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวสุดแล้วตอบคำถามด้วยสีหน้าราบเรียบ เหล่าบรรดาหนุ่มๆ ที่รู้เรื่องต่างเหลือบมองหน้ากันแล้วพร้อมใจมองคนต้นเรื่องที่จ้องว่าที่ราชินีตัวเองเขม็ง คิ้วที่หมุนขึ้นเล็กน้อยนั่นแสดงออกว่าไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่หญิงสาวพูดเช่นนั้น

“ทำไมเจ้าถึงพูดอย่างนั้น” รัลเซล หรือจอมโจรอาคัสแสร้งถามด้วยใบหน้าไม่เข้าใจทั้งๆ ที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าทำไม โรสรินเกาคางแกรกๆ แล้วตอบ

“เพราะฉันไม่เต็มใจที่จะแต่งงานน่ะสิ”

“หื้ม?” จอมโจรหลอกๆ ทั้งสามแสร้งทำเสียงใคร่รู้พร้อมกัน รามินส่ายหน้าเบา

“พูดกันตามตรงนะ ฉันไม่ได้เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้อยู่แล้ว ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ แต่พวกคุณไม่ต้องกังวลเรื่องแลกเปลี่ยนฉันกับพี่ชายหัวหน้าโจร องค์รามินต้องยอมทำตามอยู่แล้ว”

“เจ้าไม่รักองค์รามินเลยหรือ” ดูเหมือนว่าฟาซัสจะถามจี้ใจรามิน เพราะกษัตริย์หนุ่มแสร้งไอในลำคอแล้วมองปราดมายังเพื่อนตัวดีที่ยิ้มหน้าระรื่นไม่สนใจใบหน้าดุๆ ที่มองมา

“ไม่” บรรยากาศดูจะอึมครึมลงทันควัน ทุกคนเงียบกริบไม่เว้นแม้แต่องครักษ์หลายนายที่อยู่ร่วมในกระโจม ก่อนจะพร้อมใจเหลือบไปมององค์เหนือหัวของตนเป็นตาเดียว องค์รามินทรงนิ่งมาก นัยน์ตาสีเข้มนั้นมองไม่ออกเลยว่าคิดอะไรอยู่ แต่คงเจ็บหัวใจน่าดูที่ได้ฟังคำตอบนี้จากปากว่าที่ราชินีของตน

“ข้าจะไปตรวจแนวชายแดนหมู่บ้าน” จู่ๆ รามินก็ลุกพรวดแล้วเดินดุ่มๆ ออกจากกระโจม สององครักษ์อย่างซิคและไคซัสรีบตามกษัตริย์หนุ่มไปทันที โรสรินมองอย่างไม่เข้าใจที่จู่ๆ โจรหน้าบากก็เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่างแล้วลุกพรวดออกไปเลย ไม่เตะอาหารในสำรับซักคำ

“เขาเป็นอะไรของเขาน่ะ” โรสรินถามเหล่าโจรที่เป็นสหายของจอมโจรหน้าบาก พวกเขาเหล่านั้นอมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่เรนอสจะเป็นคนตอบคำถามให้

“น้อยใจน่ะ”

“น้อยใจ?” ทวนอย่างงงๆ เกาหัวแกรกๆ ถ้าเธอไม่เข้าใจอะไรผิดเมื่อกี้เธอคุยเรื่องขององค์รามินอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผู้ชายคนนั้น “มันเกี่ยวกับอีตานั่นตรงไหนเนี่ย?” เป็นคำถามที่ได้คำตอบกลับมาเป็นรอยยิ้มซุกซนของเหล่าสหายโจรเท่านั้น

 

โรสรินไม่เห็นจอมโจรหน้าบากกลับมาอีกเลยถึงแม้ว่าตอนนี้เวลาจะล่วงเข้าบ่ายแก่ๆ แล้วก็ตาม หญิงสาวเอาแต่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาจะน้อยใจอะไรเธอนัก ทั้งๆ ที่เรื่องขององค์รามินไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาสักนิดหรือพูดพิงเขาเลยแม้แน่นิดเดียว เหล่าเพื่อนๆ เขาก็หาคำตอบให้เธอไม่ได้ มีแต่อมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่อยากจะได้สักนิด พอหันไปหาเจมี่ที่อยู่กับโจรหน้าบากมานานก็ได้รับคำตอบเป็นส่ายหน้าไปมา เฮ้อ ไม่มีใครรู้เธอเลยขี้เกียจเซ้าซี้กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อนั่นคือทำความสะอาดกระโจมโจรหน้าบากขี้น้อยใจ

“เฮ้ย! มือคุณไปโดนอะไรมาเนี่ย” โรสรินที่กำลังทำความสะอาดกระโจมโจรหนุ่มรีบทิ้งหน้าที่ตัวเองแล้วเข้าไปดูมือหนาที่เปื้อนเลือด แต่รามินกลับชักมือไปด้านหลังไม่ยอมให้หญิงสาวดู ใบหน้าของเขาเรียบเฉยเมื่อประจันหน้ากับโรสริน หัวใจเขายังขุ่นมัวจากคำพูดเมื่อตอนเช้าของหญิงสาวก่อนจะเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แผลนี่ก็ได้มาจากที่เขาไปต่อยทรายระบายความโมโหและน้อยใจนั่นแหละ พอสติกลับมาก็รู้เลยว่าทำตัวเด็กขนาดไหนที่ทำอะไรเหมือนเด็กหนุ่มในร้อนและงี่เง่า แต่คงจะให้ย้อนเวลากลับก็ไม่ได้แล้ว โรสรินมองตามคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ “เป็นอะไรของคุณ”

“เปล่า มือข้ามันจะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า” เขาพูดด้วยน้ำห้วนจัด โรสรินกลอกตาแล้วร้องเฮอะในลำคอแล้วหันไปบ่นพึมพำข้างตัว

“อารมณ์แปรปรวนอย่างกับผู้หญิงเม้นส์มา”

“ข้าได้ยิน” หญิงสาวแสร้งทำตาโตแล้วหรี่ตาลงทำหน้าตาเหมือนคนมีปัญหา ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปหาจอมโจรที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานบนโต๊ะ เธอจับมือโจรหนุ่มขึ้นทันทีและไม่ทันที่เขาจะได้โวยวายโรสรินก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ทะเลาะกับคนรักคุณมาเหรอถึงได้ไปต่อยกำแพงเหมือนวัยรุ่นอายุสิบเจ็ด” หญิงสาวจ้องใบหน้าครามที่แทบจะดุจัดนั้นไม่มีหลบแถมยังไม่ปล่อย

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” รามินทำหน้าดุอีกครั้งพร้อมกับดึงมือออกแต่แม่เจ้าประคุณก็ยื้อไว้สุดกำลังก่อนจะบีบอย่างแรงจนเขาเผลอร้องเสียงหลง โรสรินกลั้นขำพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อนัยน์ตาดุตวัดฉับกลับมา “นี่เจ้า”

“ทะเลาะกันเรื่องอะไรฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ต้องทำแผลก่อน ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีนะคุณ ทำงานลำบากด้วย” แล้วเธอก็เดินไปหยิบกะละมังใบเล็กใส่น้ำสะอาดพร้อมด้วยผ้าสะอาดหนึ่งผืนมาหาจอมโจรหน้าบากที่ยังคงหน้าหงิกคงเส้นคงวาแล้วเริ่มทำความสะอาดแผลเบื้องต้นให้ “นี่ๆ เล่าให้ฟังได้นะ” เธอล่ะอยากเผือกใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าน้องชายหัวหน้าโจรจะรู้ทัน เขาส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เธอไม่ยอมพูดอะไรออกมาซักคำ

“ทำความสะอาดเสร็จก็ออกไปได้ ข้าจะพักผ่อน แล้วบอกคนข้างนอกด้วยว่าอย่ามารบกวน”

“อ้าว เย็นนี้ไม่ไปร่วมประเพณีดอกไม้ไฟเหรอ คุณเป็นน้องชายหัวหน้าโจรนะ พี่ไม่อยู่น้องก็ต้องร่วมพิธีแทนสิ อีกอย่างนี่มันชนเผ่าของคุณไม่ออกไปร่วมงานได้ไง”

“นั่นมันเรื่องของข้า”

“เรื่องของข้าอีกแล้ว พูดคำนี้ไม่เบื่อบ้างหรือไง” แล้วหญิงสาวก็ทำหน้ายุ่ง มือก็ยังคงสาละวนกับการทำความสะอาดแผลวัยรุ่นใจร้อนของคนตัวโต “จะว่าไปนะคุณก็มีนิสัยเหมือนองค์รามินเลย อารมณ์แปรปรวน แถมยังบ้าอำนาจ... เฮ้ๆ อย่ามองฉันด้วยนัยน์ตาเขียวปั๊ดแบบนั้น ฉันพูดเรื่องจริง”

“เพราะนิสัยข้าเหมือนกับองค์รามินของเจ้า เจ้าเลยไม่ยอมอ่อนข้อให้ข้าเหมือนคนอื่นๆ อย่างนั้นหรือ”

“นั้นมันก็ส่วนนึง” เธอเงยหน้ามาตอบก่อนจะวางมือคนเจ็บลงบนโต๊ะ “เสร็จแล้ว ฉันไปก่อนนะคุณจะได้พักผ่อน แล้วอย่าลืมออกไปร่วมงานล่ะ” ทั้งสั่งและลาอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำแล้วออกไปจากกระโจม รามินมองตามจนร่างเล็กหายไปจากครรลองสายตาก่อนจะมองที่มือของตนด้วยใบหน้ายุ่งๆ ไม่นานนักสามสหายของเขาก็เข้ามาในกระโจมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ให้กษัตริย์หนุ่มเลิกวุ่นวายใจ (เพียงชั่วคราว)

“โอ๊ะโอ๋ ดูท่าที่ซิคพูดไม่ใช่เรื่องโกหก กษัตริย์หนุ่มผู้มาดขรึมกลายเป็นวัยรุ่นใจร้อนจริงๆ” รัลเซลเอ่ยแซวทันทีที่เห็นผ้าพันแผลที่มือเพื่อนทำเอาลดวามตึงเครียดก่อนหน้าที่นี้ที่พวกเขาสามคนแบกมาเต็มบ่า รามินคาดโทษลูกน้องตัวดีที่ปากสว่างบอกเจ้าพวกนี้แล้วตีหน้าขรึม

“เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากจริงๆ” ฟาซัสเอ่ยด้วยท่าทีขำๆ ตบท้ายด้วยเรนอสที่เดินเข้าไปจับมือเพื่อนที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลที่ดูแล้วคนทำไม่น่าจะชำนาญเท่าไหร่ เผลอๆ ถ้าทำไม่สะอาดอาจจะติดเชื้อเอาก็ได้ แต่ท่าทางเพื่อนเขามันคงยอม …ก็สุดที่รักทำให้นี่นะ

“แล้วก็หอบเอามือเจ็บมาอ้อนให้คุณโรสเธอทำแผลให้ เจ้าเล่ห์จริงๆ”

“ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกนายกล่าวหา” รามินเอ่ยเสียงดุเหมือนที่ทำกับข้าราชบริพาร ไม่ยอมรับกับสิ่งที่สหายพูดแม้แต่คนเดียวถึงแม้ว่าสิ่งที่รัลเซลพูดจะเป็นความจริงก็ตาม ทว่าดวงตาดุๆ ของเขากลับใช้ไม่ได้สำหรับคนที่เป็นเพื่อนกันมานานจนเขาถอนหายใจหน่ายๆ “และฉันก็ไม่ได้หอบมือมาอ้อนให้โรสทำแผลให้ โรสทำให้ฉันเอง”

“โอเคๆ ฉันเชื่อก็ได้” เรนอสยกมือยอมแพ้แต่นัยน์ตายังทอประกายวาววับราวกับยังเห็นเป็นเรื่องสนุกอยู่

“ว่าเรื่องที่พวกนายเข้ามาหาฉันได้แล้ว มัวแต่เล่นกันอยู่ได้” เมื่อผู้มีอำนาจมากที่สุดในแผ่นดินเอ่ยถามโดยไร้น้ำเสียงล้อเล่นทั้งสามก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้วเข้าสู่โหมดเคร่งเครียด

“พวกเรารู้แล้ว ว่าทำไมไอ้กาตาฟมันถึงกล้าเล่นงานนาย”

“เจมี่” ทันทีที่เดินมาหาเจมี่ที่กระโจมถอผ้าโรสรินก็เรียกหญิงสาวทันที หัวหน้าองครักษ์หญิงที่กำลังจะแว๊บหายไปร่วมประชุมที่กระโจมกษัตริย์หนุ่มถึงกับเบรคตัวโกงแล้วหันมายิ้มให้ว่าที่องค์ราชินีทันที

“เจ้าคะ” โรสรินหันคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเจมี่แล้วหันมองซ้ายหันมองขวาก่อนจะลากออกมาให้ไกลจากกระโจมนิดหน่อยเหมือนกลัวคนข้างในจะได้ยิน เจมี่คิ้วขมวดด้วยความสงสัยได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองว่าที่องค์ราชินีเท่านั้นว่าคิดทำอะไร

“คราวที่แล้วเธอยังไม่ได้ตอบฉันเรื่องคนรักของเรอิลเลยนะว่าเป็นใคร” เจมี่เผลอเบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วเมื่อสายตาคมกริบนั้นมองด้วยความคาดคั้น ทำไมว่าที่องค์ราชินีถึงได้ความจำเป็นเลิศขนาดนี้น้า ทำเป็นลืมๆ บ้างก็ไม่ได้ แล้วนี่เธอจะตอบคำถามที่ไม่มีคำตอบนี้ยังไงล่ะเนี่ย

“ฉันไม่รู้เจ้าค่ะ”

“ไม่รู้ได้ไง! เธออยู่ที่นี่มาตั้งนานต้องเคยเห็นสิ”

“ก็ไม่รู้จริงๆ นี่เจ้าคะ ท่านเรอิลไม่ค่อยเปิดตัวคนรักให้ใครเห็นหรอกเจ้าค่ะ อีกอย่างนางก็เป็นคนต่างชนเผ่า นานๆ จะเห็นท่านเรอิลพามาสักครั้ง” โกหกแบบสเต็ปเทพแม้ในใจจะเต้นโครมคราม หวั่นใจว่าว่าที่องค์ราชินีจะเชื่อคำที่เธอพูดแค่ไหน ในขณะที่โรสรินทำหน้าเสียดายแล้วปล่อยมือที่เกาะแขนเล็กออกทันที เจมี่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อว่าที่องค์ราชินีเริ่มถอยทัพ

“เหรอ เสียดายจัง”

“แล้วคุณโรสจะถามหาคนรักของท่านเรอิลไปทำไมเจ้าคะ”

“ก็ฉันเพิ่งไปทำแผลที่มือท่านเรอิลของเธอมาไง สงสัยที่เมื่อเช้าไปตรวจชายแดนคงไปเจอแฟนตัวเองเข้าแล้วคงทะเลาะกันมา เพราะมือพ่อคุณมีแผล อาจจะไปชกลมชกทรายระบายความโมโหมา ฉันเลยอยากทำตัวเป็นกามเทพคนสวยทำให้สองคนนี้คืนดีกันไง” มโนออกมาเป็นฉากๆ ไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง และที่เธอพูดแบบนั้นเป็นเพราะถ้าสองคนนี้คืนดีกัน เธออาจะได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นแล้วก็กล่อมให้ไปคุยกับเรอิลเพื่อนำเธอไปหาองค์รามินแลกตัวพี่ชายเขากลับ เธอจะได้กลับบ้านเสียที อยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้ว และสมควรแก่เวลาที่เธอจะกลับไปจบเรื่องที่มันคาราคาซังอยู่เสียที

“อ้อ” เจมี่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

“เสียดายชะมัด” แล้วก็ถอนหายใจอย่างกับคนปลงตก เมื่อดูท่าแล้วเจมี่คงตอบอะไรเธอไม่ได้มากไปกว่านี้ “แล้วนี่เธอจะไปไหนเหรอเจมี่ เมื่อกี้เห็นจะเดินออกไป”

“จะไปดูการซ้อมรำของนางรำที่จะแสดงคืนนี้น่ะเจ้าค่ะ” พันตรีหญิงตอบด้วยความรวดเร็ว แอบหวั่นเล็กๆ ว่าว่าที่ราชินีจะตามไปกับเธอด้วย ขออย่าให้ว่าที่ราชินี…

“เหรอ งั้นฉันไปด้วยสิ” เจมี่น้ำตาไหลพรากอยู่ในใจก่อนจะเลยสายตาไปยังกระโจมของกษัตริย์รามินที่ตอนนี้เหล่าองครักษ์และทหารกล้าหลายนายกำลังเดินเข้าไปเพื่อรอการประชุมหลังจากถูกตามไม่กี่นาทีก่อนที่ว่าที่ราชินีจะมา พันโทหญิงถอนหายใจอีกเฮือกแล้วพาว่าที่ราชินีไปดูซ้อมการเต้นรำที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

เจมี่พาโรสรินมายังกระโจมท้ายหมู่บ้านสถานที่ที่สาวๆ ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนในการร่ายรำในคืนนี้ซุ่มซ้อมเพื่อให้ออกมาสวยงามและผิดพลาดน้อยที่สุด โรสรินชื่นชอบและชื่นชมกับวัฒนธรรมของที่นี่มากและเธอยังสนุกไปกับมันหลังจากหัวหน้าผู้ฝึกซ้อมลองให้หญิงสาวได้ลองเต้นโรสรินก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาแสดง นางรำทุกคนต่างทยอยออกจากกระโจมซ้อมการร่ายรำหลังจากต่างคนต่างแต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โรสรินและเจมี่ออกมาก่อนหลายนาทีเพื่อไปเตรียมอาหารที่จะบริการชาวบ้านในค่ำคืนนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างพากันแต่งตัวด้วยชุดประจำชนเผ่าและพากันออกมารวมอยู่ที่กลางลานกว้างอันซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน เหล่านักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลง ภายในหมู่บ้านจึงดูครึกครื้นกว่าทุกวัน โรสรินและเจมี่รวมไปถึงหญิงรับใช้คนอื่นๆ ต่างนำอาหารมาให้เหล่าผู้นำของหมู่บ้านที่นั่งอยู่หน้าประรำพิธีดูการแสดงเรียกน้ำย่อยเล็กๆ น้อยๆ จากเหล่าเด็กๆ ในหมู่บ้าน

“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวเอ่ยพร้อมกับให้สัญญาณหญิงรับใช้นำอาหารไปให้เหล่าผู้นำ และเหมือนทุกครั้งที่โรสรินต้องเป็นคนนำอาหารไปให้น้องชายหัวหน้าโจร

“มือคุณเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างมั้ย” ที่ถามไม่ได้เพราะเป็นห่วงอะไร แต่เธอกลัวว่าจะทำมือเขาเน่ามากกว่าเพราะเธอทำแผลให้คนอื่นไม่ค่อยเป็น ปกติแล้วเธอเวลามีเหตุเลือดตกยางออกเธอจะวิ่งเข้าหาหมอตลอด นางพญาอย่างเธอเคยทำอะไรเองที่ไหน แต่ด้วยความเป็นแม่พระที่ติดตัวตั้งแต่เกิดเลยปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้

“เป็นห่วงข้าด้วยหรือ?” คำถามเหมือนคนถามไม่ได้จงใจรอฟังคำตอบ แต่ลึกๆ กษัตริย์หนุ่มอยากรู้เป็นที่สุด อย่างน้อยแค่รู้ว่าหญิงสาวห่วงใยเขาแค่เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกดีในหัวใจมากแล้ว

“ก็…” เหล่าสหายรักสามคนหูกางรอฟังคำตอบเต็มที่แม้ว่าแต่ละคนจะทำเป็นดูนั่นชมนี่ก็ตาม “เปล่า ฉันกลัวคุณจะตายเพราะแผลติดเชื้อต่างหาก เพิ่งนึกว่าฉันเองก็ทำแผลไม่ค่อยเก่ง” โรสรินยิ้มเหยๆ เล่นเอาคนอยากรู้และสหายอยากเผือกแทบตกเก้าอี้ ก่อนจะแอบพากันหัวเราะหึๆ แล้วพร้อมใจกันปรายตามองผู้นำของกลุ่มที่เริ่มหน้าตึง “แล้วตกลงแผลเป็นยังไงบ้าง”

“ข้าไม่ตายง่ายๆ เพราะการทำแผลไม่เป็นของเจ้าหรอก” รามินพูดเสียงห้วน โรสรินพยักหน้ารับรู้ไม่คิดมากกับน้ำเสียงไม่ชอบใจของโจรหนุ่มอาจจะเป็นเพราะว่าเธอเริ่มคุ้นชินกับน้ำเสียงเอาแต่ใจของเขาแล้วก็ได้ ก่อนจะกระแซะๆ เข้าไปใกล้แล้วป้องปากพูดให้ได้ยินกันแค่สองคนทั้งๆ ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำเหมือนเป็นคนสนิทอย่างที่หญิงสาวทำสักราย แต่ก็ไม่มีใครคิดจะห้ามเพราะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เหมือนคนอยากเผือกอย่างเหล่าพระสหายขององค์กษัตริย์จะหูดีเกินไปเลยหลุดขำออกมา

“ไปอ้อนคนรักของคุณให้ทำแผลให้สิ เผื่อเธอเห็นคุณเจ็บจะหายงอนไง”

“อุ๊บ! ฮ่าๆ”

“ฮ่าๆ”

“โทษๆ มันหยุดขำไม่ได้จริงๆ” ทั้งเรนอส รัลเซลและฟาซัสพยายามอย่างมากที่จะสำรวมกายให้เป็นปกติหลังจากได้ยินคำพูดของโรสริน รามินขบกรามกรอดมองแม่ตัวดีที่ทำหน้าไม่เข้าใจแล้วพาลมองเลยไปยังเพื่อนตัวดีทั้งสามคนที่ยังขำเขาไม่เลิก

“ขำอะไรกันเหรอ?” โรสรินมองสลับน้องชายหัวหน้าโจรกับเพื่อนของเขาด้วยความไม่เข้าใจ รามินผลุบตาลงพลางถอนหายใจเฮือก จะให้เขาบอกหรือว่าคนรักคนนั้นที่เจ้าหล่อนไล่ให้เขาไปอ้อนทำแผลเป็นเจ้าหล่อนเอง

“ไม่มีอะไรหรอก เจ้าไปได้แล้ว”

“ก็ได้” โรสรินยอมแพ้ไม่สาวความต่อแล้วเดินออกไปเพื่อไปหาอะไรทานบ้าง

“เจมี่” เมื่อรามินไม่เห็นว่าโรสรินอยู่ใกล้รัศมีการสนทนาแล้วเขาก็เอ่ยเรียกหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์ราชินีทันที พันตรีหญิงเจมี่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อรอรับคำสั่ง “คืนนี้จะมีการเคลื่อนพลออกไปนอกหมู่บ้าน เธอต้องดูแลว่าที่องค์ราชินีอย่าให้คลาดสายตา” เขาเหม่อมองหญิงที่กุมหัวใจเขาไว้ทั้งดวงด้วยสายตาความเป็นห่วง นึกหงุดหงิดใจที่เขาไม่สามารถปกป้องเจ้าหล่อนด้วยตัวเอง และนึกหงุดหงิดใจที่ลากหญิงสาวเข้ามาในวังวนอันตราย ถ้าเขาไม่คิดมากการปล่อยโรสรินไว้ที่เมืองไทยอาจจะปลอดภัยกว่าก็ได้

“เพคะ หม่อมฉันจะปกป้องว่าที่ราชินีด้วยชีวิต” เจมี่ค้อมศีรษะลงรับคำสั่งของผู้เป็นเจ้าชีวิตทุกชีวิตบนแผ่นดินก่อนจะตามไปอารักขาว่าที่องค์ราชินี รามินถอนหายใจด้วยความโล่งใจเปราะหนึ่ง คืนนี้คนของเขาและเหล่าสามสหายที่แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มของกาตาฟรายงานมาว่าคืนนี้พวกของมันจะเดินทางไปสบทบกับชีคซาลัสเพื่อก่อการกบฐ เขาจึงต้องไปจัดการก่อนที่พวกของกาตาฟจะไปรวมกับกลุ่มของชีคซาลัสได้ เฮ้อ เพราะความใจอ่อนของเขาเมื่อหลายปีก่อนแท้ๆ ที่ไม่ยอมทำลายเนื้อร้ายให้สิ้นซากจนมันลามมาทำร้ายเขาอีกครั้งในตอนนี้

“นายไม่ต้องเป็นกังวลไปเพื่อน ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” เรนอสยิ้มกว้างพอๆ กับรัลเซลและฟาซัส รามินปรายตามองเหล่าเพื่อนตัวแสบแล้วหัวเราะหึๆ นั่นสินะ เขามีกองทัพที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยตามแผนที่วางเอาไว้

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” โรสรินเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้าเป็นกังวลของเหล่านางรำหลังจากที่เธอและยายเด็กเจมี่ถูกวานให้มาดูความเรียบร้อยก่อนการแสดงจะเริ่ม และทันทีที่มาถึงก็เห็นใบหน้าเป็นกังวลของทุกคน

“แย่แล้วน่ะสิ คนรำไม่ครบ ซูเกิดท้องเสียกะทันหัน ตอนนี้หมอหมู่บ้านดูแลอยู่” หญิงสาวที่เป็นหนึ่งในนางรำพูดขึ้น กัดริมฝีปากจนเจ็บไปหมดเพราะไม่รู้จะหาใครมาแทนด้วยเวลาที่กระชั้นขนาดนี้ ถ้าจะให้ผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านก็ต้องจับซ้อมกันเป็นชั่วโมงซึ่งตอนนี้เวลาเหลือให้พวกเธอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

“เจมี่ไง” โรสรินชี้นิ้วไปหาคนข้างตัวทันที เจมี่สะดุ้งโหยง เบิกตากว้างเมื่อทุกคนหันมาหาเธอเป็นตาเดียวก่อนจะรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัล

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ฉันรำไม่เป็น”

“เธอเป็นคนที่นี่นะทำไมจะรำไม่ได้ ง่ายจะตาย” เธอเพิ่งมาอยู่แถมเพิ่งหัดรำไปยังเห็นเลยว่าท่ามันไม่ได้ยากมากมายอะไร ทำตามแค่ครั้งสองครั้งก็รำได้แล้ว

“ท่านไง! ว่าที่ราชินี! ท่านฝึกรำกับพวกเรามาแล้วและท่านก็ทำได้ดีด้วย” แล้วหญิงคนเดิมก็โพล่งขึ้นมาด้วยนัยน์ตาประกายมีความหวัง พอคนอื่นได้ยินอย่างนี้ก็รีบส่งเสริมใหญ่ โรสรินอ้าปากเหวอก่อนจะส่ายหน้าเป็นพัลวันแล้วดึงยายเด็กเจมี่มาด้านหน้า

“ไม่ๆๆๆ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ให้เจมี่สิ อีกอย่างฉันไม่ใช่คนที่นี่ จะให้ฉันรำถวายอะไรนั่นฉันไม่กล้าทำหรอก” ปฎิเสธเสร็จก็จะเดินออกทิ้งให้เจมี่รับมือเพียงลำพัง แต่ทว่าไม่ทันจะได้เดินออกไปผู้หญิคนเดิมก็เข้ามาเกาะแขน ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ เล่นเอาเธอกลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้วหันหน้าหนีไม่อยากมองเพราะกลัวใจอ่อน โอ๊ย! ยายโรสรินแกเป็นคนขี้ใจอ่อน ขี้สงสารคนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“ช่วยพวกเราด้วยเถอะนะว่าที่ราชินี งานนี้เป็นงานสำคัญของหมู่บ้าน เราจะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้”

“แต่…” โรสรินจะเอ่ยปากค้านแต่พอเห็นสายตาทุกคนรวมไปถึงยายเด็กเจมี่ที่กระพริบตาปริบๆ มาให้เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความปลงตก ก่อนจะรับปากอย่างช่วยไม่ได้ “โอเคๆ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณ” แล้วทุกคนก็รีบไปเอาเสื้อผ้ามาให้หญิงสาวทันทีโดยที่ไม่มีใครฟังเสียงไล่หลังของเธอเลยแม้แต่คนเดียวขนาดยายเด็กเจมี่ยังระรี้ระริกไปเอาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งหน้ามาให้

“นี่ ถ้าฉันทำพลาดอย่ามาว่ากันทีหลังนะ เฮ้! ฟังกันบ้างก็ได้” เฮ้อ ไม่น่าหลงไปซ้อมรำกับแม่พวกนี้เลย งานเข้าเธอเต็มๆ แล้วไม่ถึงสิบนาทีเครื่องแต่งกายก็ถูกมาประทับร่างเธอเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะถูกยายเด็กเจมี่ลากไปแต่งหน้าโดยมีเหล่านางรำทั้งหลายเป็นลูกมือ เธอแทบจะมองไม่เห็นตัวเองในกระจกเพราะถูกล้อมหน้าล้อมหลัง

“โห้! ผิวสวยมากเลยเจ้าค่ะ”

“นั่นสิ เนี๊ยนเนียน”

“นุ่มด้วยแถมหอมอีกต่างหาก” โรสรินถึงกับขนลุกเกรียวกับประโยคสุดท้ายแล้วกระเถิบหนีทันควันจนเธอได้ยินเสียงหัวเราะคิกจากด้านหลัง “ล้อเล่นน่ะเจ้าค่ะ มาเถอะรีบแต่งตัวให้ว่าที่องค์ราชินีดีกว่า งานใกล้จะเริ่มแล้ว” และทุกคนก็ประเคนฝีมือทั้งหมดที่มีลงกับใบหน้าและผมเธอทันทีจนมีคนมาตามนั่นแหละก็เร่งมือกันแทบควิดแล้วพากันกึ่งวิ่งกึ่งดินไปยังลานพิธี

แสงของคบเพลิงที่ถูกจุดรอบพิธีสว่างโชดช่วงในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงไร้เมฆบดบัง เสียงบทสวดโบราณดังขึ้นคลอสายลมเบาทำให้ดูขลังและน่าเกรงขาม และทันทีที่สิ้นเสียงบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาดวงดาวสิ้นสุดลงเสียงกลองก็ดังขึ้นรัวอย่างเป็นจังหวะ จากนั้นก็ตามเสียงเครื่องดนตรีสายบรรเลงพร้อมกับเหล่านางรำที่ออกมาพร้อมกับเสียงกระพรวนข้อเท้า โรสรินสูดลมหายใจลึก ตั้งสมาธิไว้กับตัวเองแล้วเริ่มร่ายรำตามจังหวะเพลงพร้อมกับนางรำคนอื่นๆ จากที่เกร็งๆ ในตอนแรกก็เริ่มหายแล้วนำพาตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของงานอันศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมคู่หนึ่งมองตามตลอดเวลาด้วยความพึงพอใจ และคนๆ นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกษัตริย์แห่งอัลบาฮา

“โว้ๆ มองไม่วางตาเลยนะเพื่อน” เรนอสเอี้ยวตัวเล็กน้อยมากระซิบที่ข้างหูเพื่อนสนิทที่เอาแต่จ้องว่าที่องค์ราชินีตัวเองตาเป็นมัน เขาก็ไม่รู้หรอกนะว่าคุณโรสเธอจับผลัดจับผลูไปเป็นนางรำในคืนนี้ได้ยังไง แต่สุดท้ายแล้วตอนท้ายของพิธีก็เปิดโอกาสให้หญิงสาวในหมู่บ้านได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่ม ซึ่งไม่ใช่แค่นางรำแต่เป็นหญิงชายทุกคนที่พร้อมจะออกเรือนสร้างครอบครัว เรียกได้ว่านอกจากจะบูชาดวงดาวตามความเชื่อของหมู่บ้านแล้วยังเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้รู้จักกันหลังจากที่ต่างคนต่างทำงานมาตลอดทั้งปี อยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้ามีคนไปขอทำความรู้จักกับโรสรินเพื่อนเขาจะออกอาการยังไง หึๆ น่าสนุกจริงๆ

“เก็บสายตาบ้าง เดี๋ยวคุณโรสเห็นเข้าจะเห็นว่านายโรคจิต” รัลเซลสัพยอกเพื่อนพลางหัวเราะร่วน

“คงจะกลัวว่าจะโดนผู้ชายในหมู่บ้านไปขอความรักหลังจบการรำน่ะ แถมจะออกตัวแรงไปทำความรู้จักกับตัวประกันเพื่อแลกกับพี่ชายเดี๋ยวจะถูกชาวบ้านมองไม่ดี น่าสงสารจริงๆ” รามินมองดุ ชักสีหน้าไม่พอใจที่เพื่อนดักทางเขาได้ เรนอสหัวเราะร่าแล้วไปไฮไฟว์กับฟาซัสอย่างถูกใจ กษัตริย์หนุ่มกลอกสายตาแล้วหันไปมองร่างบางที่ร่ายรำกลางลานอีกครั้งด้วยความหึงเมื่อคิดว่าจะมีชายหนุ่มเข้าไปทำความรู้จักกับหญิงสาวจริงๆ

“ไม่ยอมหรอก ไม่ยอมให้ใครได้รู้จักโรสมากกว่าพี่แน่นอน”

 

โรสรินยอมรับว่าเธอรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มในหมู่บ้านลุกขึ้นมาหาหญิงสาวกลางลานรวมไปถึงชายหนุ่มและหญิงสาวหลายคนในหมู่บ้าน และเมื่อจบพิธีการจากท่านผู้เฒ่าของหมู่บ้านชายหนุ่มหญิงสาวหลายคู่ก็ต่างพูดคุยทำความรู้จักกันทันที

“สวัสดีว่าที่องค์ราชินี” เรนอสรีบเข้ามาหาโรสรินก่อนที่กษัตริย์หนุ่มจะลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยซ้ำ เขารีบเข้ามาโอบเอวหญิงสาวแล้วจัดท่ารอการเต้นรำเสร็จสรรพ โรสรินมองการกระทำของโจรหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ได้คำตอบแค่การยักคิ้วเหมือนสะใจใครบางคนเท่านั้น รามินได้แต่ขบกรามกรอดจ้องเพื่อนตัวดีเขม็งโดยเฉพาะมือที่แตะต้องโรสริน

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

“เค้าเรียกว่าการทำความรู้จักกันเพื่อสานสัมพันธ์กันในอนาคต จะเกิดขึ้นหลังจากการรำบูชาดาวดวงเสร็จสิ้น” เรนอสขำเมื่อเห็นคิ้วสวยขมวดยิ่งกว่าเดิม “เอ๋ คนในเมืองเรียกว่าอะไรนะ อ้อ! การออกเดท” เรนอสยิ้มแล้วยิ่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นนัยน์ตาที่วาวับด้วยประกายไฟของเพื่อนสนิท

“ออกเดทงั้นเหรอ?”

“ใช่ วันนี้จะเป็นวันที่ชายหนุ่มหญิงสาวจะได้มาทำความรู้จัก เรียนรู้ซึ่งกันและกันหลังจากที่เอาแต่ทำงานมาเกือบตลอดปี”

“อ๋อ” โรสรินลากเสียงยาวเมื่อเข้าใจ ก่อนจะหรี่ตาลงมองโจรหนุ่มตรงหน้า “แล้วคุณอยากรู้จักฉันเหรอ ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่าฉันเป็นใคร”

“ใช่ แต่เพราะเจ้าเคยบอกว่าไม่ได้รักองค์รามิน ข้าก็มีโอกาสมิใช่หรือ” ชีคหนุ่มพูดด้วยแววตาซุกซนพลางเริ่มนำหญิงสาวเต้นรำเมื่อเพลงถูกบรรเลงขึ้น โรสรินยอมเต้นรำแล้วยิ้มนิดๆ พลางโคลงหัวมองโจรหนุ่มด้วยสายตารู้ทัน

“เหมือนคุณกำลังสนุกอะไรสักอย่างมากกว่าการจีบฉันนะ”

“แย่จัง ถูกจับได้ซะแล้ว” เรนอสขยิบตา ไม่ตกใจสักนิดที่ถูกหญิงสาวจับได้ ไม่ทันที่โรสรินจะได้ตั้งตัวร่างเธอก็ถูกเขาเหวี่ยงก่อนจะไปอยู่ในอ้อมกอดใครอีกคน เมื่อเขาจับเธอให้อยู่ในท่าเต้นรำและนำเต้นเข้ากับจังหวะได้อย่างน่าทึ่งแล้วเขาก็แนะนำตัวทันที

“สวัสดีคนสวย” โรสรินมองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่มาจีบเธอเล่นๆ เมื่อกี้ที่อยู่ไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่นักแล้วหันกลับมามองคู่เต้นเธออีกครั้ง รู้สึกเหมือนว่าพวกนี้กำลังเล่นอะไรสักอย่างอยู่โดยมีเธอเป็นตัวเล่นสำคัญ

“พวกคุณกำลังเล่นอะไรกันอยู่เนี่ย”

“เล่นจีบเจ้าไง ว่าที่องค์ราชินี” รัลเซลกระตุกยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เขาคิดว่าหญิงใดเห็นต้องละลายแทบเท้า แต่ดูท่าจะใช้ไม่ได้กับว่าที่องค์ราชินีของเพื่อนรัก เจ้าหล่อนมองเขาด้วยสายตารู้ทันแกมตำหนิ เจ้าชายหนุ่มหัวเราะก่อนจะปล่อยให้เพื่อนอีกคนที่รอท่า หลังจากยั่วกษัตริ์หนุ่มพอหอมปากหอมคอ

“คุณก็ด้วยเหรอ” ฟาซัสแค่ยิ้มบางๆ ให้หญิงสาวเท่านั้น โรสรินไม่คิดว่าคนที่ออกจะเงียบที่สุดในกลุ่มเพื่อนของอีตาโจรหน้าบากจะเล่นจีบเธอกับเขาด้วย แล้วอีตานั่นจะเล่นแบบนี้กับเธอมั้ยเนี่ย

“ผมไปดีกว่า”

“หา? ว๊าย!” รอบนี้ไม่มีการนุ่มนวลใดๆ มือหนากระชากต้นแขนกลมกลึงเข้าหาอดแกร่งทันทีก่อนจะจับท่าทางพร้อมเต้นรำให้เสร็จสรรพด้วยใบหน้านิ่งแต่แววตาแสดงออกชัดว่าไม่พอใจ คาดโทษไอ้เพื่อนตัวดีทั้งหลายที่กล้ากระตุกหนวดเขาถึงที่ แม้จะรู้ว่าพวกมันทำไปเพราะอยากแกล้งให้เขาหึงก็ตาม และมันก็ได้ผล! เขาหึง! ถึงจะเป็นเพื่อนตัวเองเขาก็หึง!

“ดูมีความสุขจังนะ” คำพูดบวกกับน้ำเสียงแสนประชดประชันทำให้โรสรินเงยหน้าขึ้นมองหลังจากที่ตั้งหลักได้ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันที

“มีความสุขอะไร ฉันโดนเพื่อนคุณมาแกล้งจีบ นี่คุณก็เอากับเขาด้วยเหรอ”

“ข้าไม่ได้มาจีบเจ้า ข้าแค่มาเต้นรำแล้วคู่ก็เวียนมาถึงเจ้าพอดี” โรสรินพยักหน้าช้าๆ เข้าใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องมาตามจีบเธอทั้งๆ ที่เขาเองก็มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ว่าแต่เธอไม่เห็นคนรักของอีตาโจรหน้าบากเลยแฮะ

“แล้วคนรักของคุณเธอไม่มาเหรอ”

“ไม่”

“นี่ยังไม่ดีกันอีกเหรอ” รามินไม่พูดหรือตอบอะไร เขาแค่ปรายตามองคนในอ้อมแขนเท่านั้นก่อนจะถลึงตาใส่เพื่อนตัวแสบที่หัวเราะร่วนอยู่ด้านข้างลานพิธี ดีที่โรสรินเอาแต่ก้มหน้าเลยไม่เห็นการกระทำเหมือนเด็กของเขา “ฉันว่านะ คุณควรไปง้อเธอ ไม่ว่าผิดหรือไม่คุณเป็นผู้ชายต้องออกตัวก่อน”

“องค์รามินก็ทำแบบนี้กับเจ้าหรือ เวลาที่เจ้ากับพระองค์ทะเลาะกัน”

“ใช่ แต่เพราะองค์รามินผิดจริงหรอกนะ” ชอบบังคับคนอื่น เอาแต่ใจ บ้าอำนาจ และอีกจิปาถะที่วันนี้ให้สาธยายก็ไม่จบ

“แล้วพระองค์ง้อเจ้าอย่างไร” ไม่รู้หรือคิดไปเองว่าน้ำเสียงของจอมโจรผู้นี้ช่างเหมือนกับองค์รามินเสียเหลือเกิน แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เรื่องที่เธอควรใส่ใจมากกว่าในตอนนี้คือใบหน้าของอีตาโจรหน้าบากนี่จะใกล้เธอเกินไปแล้ว

“ไม่รู้ แล้วกรุณาเอาหน้าคุณออกไปด้วย” มือบางแปะเข้าเต็มๆ ที่ใบหน้าคร้ามพร้อมทั้งดันออกห่าง ถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนจากโอบเอวเต้นรำมาเป็นกุมมือนุ่มแล้วเดินออกจากงาน โรสรินทำท่าจะเอ่ยถามว่าจะลากเธอไปไหนคนคนตัวโตหน้าบากกันก็หันมาพูดแค่ว่า

“ตามมาเงียบๆ ก็พอ”

“พาไปสวีทที่อื่นแล้วว่ะ ฮ่าๆ” รัลเซลเอ่ยอย่างอารมณ์ดีตรงมุมหนึ่งของงานเมื่อเห็นว่าเพื่อนกษัตริย์คนเก่งพาว่าที่ราชินีของตนหนีออกจากความวุ่นวายไปหาที่เงียบๆ กันอยู่กันสองคน

“สงสัยพวกเราคงจะกระตุ้นต่อมความหึงเข้าอย่างจัง” เรนอสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะไฮไฟว์กับเพื่อนด้วยความชอบใจ ก็คงมีแต่คนพูดน้อยต่อยหนักอย่างฟาคัสที่มองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เอาล่ะ ปล่อยให้เพื่อนไปเก็บกำลังใจก่อน ส่วนพวกเราก็เตรียมมือรับศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้กันดีกว่า” เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเข้มขึ้น เพื่อนสองคนพยักหน้าก่อนจะพากันไปยังหลังหมู่บ้านอันเป็นค่ายลับที่ตั้งขึ้นเพื่อการในคืนนี้โดยเฉพาะ

“สวยใช่มั้ย” รามินเอ่ยหลังจากที่เขาพาหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจมายังจุดชมดาวที่เขามักจะมามองดูมันเสมอยามที่เขามาที่นี่ โรสรินทำหน้าไม่เข้าใจเท่าไหร่นักจนกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นฟ้ามองอย่างที่โจรหน้าบากนั้นทำ เท่านั้นเองเสียงร้องว้าวก็ดังออกมาเบาๆ จากคนข้างกาย รามินเหลือบมองด้วยดวงตาเจือไปด้วยความสุข หากว่าเขายืนอยู่ข้างเธอในฐานะรามินไม่ใช่จอมโจรอย่างที่เจ้าหล่อนเข้าใจเขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้

“สวยมาก” โรสรินร้องครางพลางหมุนไปรอบตัวขณะแหงนหน้ามองหมู่ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับนับพัน มันสวยมาก เธอไม่เคยเห็นดาวที่ไหนสวยกว่าที่นี่มาก่อนทั้งๆ ที่โลกใบนี้ก็มีท้องฟ้าเป็นผืนเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ท่ามกลางแสงสีในเมืองหลวงเลยไม่เคยเห็นธรรมชาติงามค่ำคืนที่สวยจับตาขนาดนี้

“ที่นี่เรียกว่าเนินดูดาว ถ้าเจ้าชอบ ข้าจะพาเจ้ามาดูบ่อยๆ”

“แหม พูดแบบนี้ระวังคนรักของคุณมาได้ยินจะเสียงใจเอานะ” โรสรินเหลือบสายตาแซวชายข้างตัวขำๆ แล้วเงยหน้ามองบนท้องฟ้าต่อเลยไม่เห็นแววตาเข้มที่ฉายแววรักใคร่นั้นมองมา “ฉันว่าคุณไปชวนคนรักของคุณดีกว่า เธอต้องดีใจแน่ที่คุณไปง้อ ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“ได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก”

“ขออวยพรล่วงหน้าเลยนะ ว่าให้คืนดีกันเร็วๆ” โรสรินพูดยิ้มๆ จากใจขณะที่สายตาไม่ละไปจากดวงดาวนับล้านดวงตรงหน้า รามินมองใบหน้าหญิงสาวข้างกาย ซึบซับรอยยิ้มหวานๆ ที่เขาไม่เคยได้มาเป็นกำลังใจให้ตนในคืนนี้พร้อมกับพูดเบาๆ ราวกับจะฝากฝุ่นทรายพัดไปให้เธอได้ยิน ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้กันแค่เพียงเอื้อมถึงแต่มันช่างรู้สึกว่าเรานั้นช่างห่างไกลกันเหลือเกิน เมื่อไหร่หนอที่เธอจะรักพี่บ้างโรสริน…

“พี่รักเธอ…”

ปิ้ว ปุ๋งๆๆ

“เฮ้ย! มีดอกไม้ไฟด้วย สวยจัง” โรสรินตาว้าว ร้องดีใจเหมือนเด็กๆ พลางเขย่าแขนคนข้างตัว ทั้งๆ ที่โตมาขนาดนี้แล้วใช่ว่าไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟเสียเมื่อไหร่ แต่เมื่อมันถูกจุดท่ามกลางดวงดาวนับล้านแล้วมันช่างสวยงามจนอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ “คุณดูสิ” แล้วเธอมันอันต้องชะงักเมื่อเห็นสายตายิ้มๆ แสนคุ้นเคยนั่นมองกลับมาแบบไม่ปิดบัง ฉับพลันหัวใจเธอก็เต้นแรง คุณพระ! เธอจะมาใจเต้นแรงกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้นะโรสริน! ผู้ชายคนนี้เขามีแฟนแล้วนะ!! ตะ… แต่ทำไมเมื่อเขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เธอถึงไม่หลบ แถมยังปล่อยให้เขามอบจุมพิตเสียนี่

“…สวยมากเลยล่ะ”

**********ติดตามตอนต่อไป************

555+ อัพเรื่องนี้แบบเต่ามาก เอาล่ะ! ตอนหน้าจะเป็นเช่นไร เมื่อชีคคาปาริดาเข้ามาร่วมป่วน ฝากติดตามด้วยนะฮาฟ -3-

รักเสมอ และชอบคุณสำหรับข้อติชมจ้า

**เม้นจึกๆ ให้เค้าหน่อยนะ จุ๊บๆ (24-05-62)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}