Finland (ช้อย)

กลับมาอัพใหม่แล้วนะคะ สำหรับเรื่อง "แสงสว่างแห่งรัก" ที่ห่างหายไปนาน หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านคงจะยังไม่ลืม ปั้น นนท์ ภีม กันนะคะ จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มาค่ะ ช้อยจะปล่อยให้อ่านฟรีจนกว่าจะจบถึงติดเหรียญค่ะ

Chapter 19 : บอกความรู้สึกเสียที อึดอัดมานาน

ชื่อตอน : Chapter 19 : บอกความรู้สึกเสียที อึดอัดมานาน

คำค้น : finland,ช้อย,นิยายy,แสงสว่างแห่งรัก,นนท์,ปั้น,ภีม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2562 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 19 : บอกความรู้สึกเสียที อึดอัดมานาน
แบบอักษร

ปั้น .................

วันนี้ผมเลิกเรียนค่ำจึงบอกให้นนท์กลับบ้านก่อน พอผมกลับมาถึงบ้านเก็บของเสร็จ ก็รีบแจ้นไปบ้านนนท์เหมือนอย่างเคย

“นนท์หัวเข่านายเป็นอะไร...?” ผมเห็นนนท์นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับที่หัวเข่ามีผ้าพันแผลปิดเอาไว้

“เอ่อ คือ” พอนนท์ได้ยินก็ทำหน้าเลิกลั่กเหมือนตกใจในสิ่งที่ผมกำลังถาม

“ทำไมนายถึงไม่ระวังตัว เห็นมั้ยเจ็บอีกจนได้” ผมเข้าไปนั่งใกล้ ๆ แล้วบอกกับนนท์

“นายเพิ่งกลับเหรอปั้น...?” นนท์รีบถามผมกลับทันที

“ใช่ เลิกเสร็จก็รีบมาหานายนี่แหล่ะ” ผมบอกไปตามตรง

“นายเป็นอะไรไป...?” ผมเอ่ยถามนนท์อีกครั้งเพราะเห็นนนท์ท่าทางแปลก ๆ ไป นนท์เอาแต่นิ่งเงียบเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“เปล่าหรอก เราเดินหกล้มหน่ะ ไม่เป็นอะไรมากนายไม่ต้องเป็นห่วง” แล้วนนท์ก็คลี่ยิ้มบอก

“นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คราวหลังเดินให้ระวังหน่อยล่ะ” ผมโน้มตัวนนท์เอามากอดไว้

“เราเป็นห่วงนายมากนะนนท์” ผมบอกกับนนท์ไป

++++++++++++++++++

 

สองวันต่อมา

ภีม.................

หลังจากที่ผมไปหานนท์ที่บ้านเมื่อสองวันก่อน ผมก็เอาแต่คิดถึงนนท์ ไม่เป็นอันทำอะไร ทั้ง ๆ แค่อยากไปเห็นให้รู้ว่ามีคนดูแลนนท์แล้วเท่านั้นผมก็จะกลับ แต่สุดท้ายแล้วกลับเกิดเรื่องที่ไม่สมควรขึ้น ผมมันขี้ขลาดเอาเปรียบนนท์ ใช้จุดอ่อนของนนท์เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ หลอกนนท์หรือแม้แต่กระทั่งหลอกตัวเอง แต่พอได้อยู่ใกล้กับนนท์แล้วผมก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ยิ่งสัมผัสผมก็ยิ่งคิดถึง ผมสลัดนนท์ออกไปจากใจไม่ได้จริง ๆ

“เป็นอะไรไปอีกวะไอ้ภีม...? กูเห็นมึงไม่เป็นอันทำอะไรมาสองสามวันละ กระสับกระส่ายชอบกล เล่นยามาเหรอมึงหน่ะ...?” แล้วไอ้ม่อนก็เอ่ยถามผมขึ้นมา

“สัส กูไม่เล่นยามึงก็รู้” ผมหันไปด่ามันอย่างไม่สบอารมณ์

“ถ้าไม่ได้เล่นยา ท่าทางแบบนี้คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากคิดถึงใครบางคนอยู่แน่” แล้วมันก็แสยะยิ้มบอก

“เออ” ผมบอกมันไปตามตรง เพราะผมไม่เคยปิดอะไรไอ้เหี้ยม่อนมันได้เลย

“คิดถึงก็ไปหาดิวะ กลัวอะไร...?” ไอ้ม่อนแม่งชอบยุอยู่เรื่อย

“ก็ไม่ใช่เป็นเพราะมึงที่คอยยุแยงกูหรือไง กูถึงได้เป็นแบบนี้” ผมหน้างอบอกกับมันไป

“กล้า ๆ หน่อยดิวะไอ้เสือ” มันยังปากดีไม่เลิก

“ถ้าเป็นคนอื่นกูไม่เคยกลัว แต่นี่เป็นเขากูทำอะไรไม่ได้จริง ๆ” ผมถอนหายใจยาวบอกกับมันไป

“มานี่เดี๋ยวกูช่วยเอง แม่งพิรี้พิไรอยู่นั่นแหล่ะ” หมับ...!! ว่าแล้วไอ้ม่อนก็เข้ามาลากแขนผมให้เดินตามมันไป

“ไอ้เหี้ยม่อนมึงจะทำอะไรวะ...? ปล่อยกูเลยนะ” ผมพยายามห้ามมันเอาไว้ แต่มันก็ยังดื้อดึงลากแขนผมให้เดินตามมันไปไม่หยุด จนกระทั่ง

“นนท์นั่งอยู่กับเพื่อนโน่น มึงอยากเจอไม่ใช่หรือไง...?” แล้วไอ้ม่อนก็ลากตัวผมให้เข้าไปหากลุ่มของนนท์

“มาจนได้นะคะพี่ภีม” หยีเอ่ยแซวผมก่อนเลย

“เอ่อ คือ” ผมก็ใบ้แดกสิงานนี้จะพูดอะไรได้

“มาทำไม...?” แล้วไอ้ไมค์ก็เอ่ยถามกับไอ้ม่อนอย่างไม่สบอารมณ์ พวกมันสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่

“กูจะไปไหนมาไหนก็เรื่องของกู ที่ตรงนี้มึงซื้อเอาไว้เหรอวะไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” ไอ้ม่อนยักคิ้วกวนตีนบอกกับไอ้ไมค์ไป

“ไอ้พี่เหี้ย อย่าคิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วจะมารังแกกันง่าย ๆ นะโว้ย” ไอ้ไมค์ไม่พอใจขึ้นมาทันที

“แล้วไง เอากับกูมั้ยล่ะ กล้ารึเปล่า...?” ไอ้ม่อนยังท้าทายไอ้ไมค์ไม่เลิก

“ได้ วันนี้กูขอเตะปากรุ่นพี่เหี้ย ๆซักทีเหอะ” ไอ้ไมค์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ไอ้ไมค์พอแล้ว” หยีรีบดึงเสื้อห้ามไอ้ไมค์เอาไว้ทันที

“โด่ไม่แน่จริงนี่หว่า” ไอ้ม่อนยังไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ

“พวกพี่สองคนนี่เป็นยังไงกันนะ เจอหน้ากันทีไรก็กัดกันทุกที” แก้มคงทนไม่ไหวจริง ๆ เลยพูดขึ้นมา

“กูไม่ใช่หมาไอ้แก้ม แกก็ดูปากมันดิใครจะไปทนไหววะ” ไอ้ไมค์บอกกับแก้มไปอย่างไม่พอใจ มันคงอยากตะบันหน้าไอ้ม่อนเต็มที  ผมไม่สนใจใครทั้งนั้นเอาแต่จ้องนนท์คนเดียว

“ไม่เมื่อยเหรอคะพี่ภีม...? นั่งก่อนก็ได้” แล้วหยีก็เรียกสติผมกลับ วันนี้ไอ้ปั้นมันไม่อยู่ด้วย ดีหน่อยที่มันเรียนคนละคณะกับนนท์ ผมจึงนั่งลงข้าง ๆ นนท์ พอได้อยู่ใกล้ ๆ แล้วผมกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอ่ยทักทายนนท์ไปยังไงดี กลัวนนท์จะรู้ว่าวันก่อนเป็นผมไม่ใช่ไอ้ปั้น แล้วนนท์จะโกรธเอา

“สวัสดีครับพี่ภีม” แล้วนนท์ก็เอ่ยทักผมขึ้นมาก่อน

“สวัสดีนนท์” ผมคลี่ยิ้มตอบกลับไป ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย ไม่นานไอ้ม่อนก็มองหน้าผมแล้วยักคิ้วให้ เหมือนมันกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง

“ป่ะไอ้เด็กแสบมึงกับกูมีเรื่องต้องคุยกัน” ไอ้ม่อนฉุดแขนไอ้ไมค์พร้อมกับลากตัวมันออกไป ส่วนไอ้ไมค์ก็เอะอะโวยวายดังลั่นไม่ยอมท่าเดียว แต่ก็สู้แรงไอ้ม่อนไม่ไหว เลยถูกไอ้ม่อนลากถูลู่ถูกังให้ตามไปจนได้

“ไอ้แก้มแกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย” แล้วหยีก็เอ่ยชวนแก้มขึ้นมาอีกคน

“ไปไหน แล้วนนท์ล่ะ...?” แก้มคงเป็นห่วงนนท์เลยทักท้วงเพื่อนไป

“นนท์ก็อยู่กับพี่ภีมไง แกไม่ต้องเป็นห่วงนนท์หรอกน่า” แล้วหยีก็พาตัวแก้มเดินออกไป โดยที่แก้มก็ตามหยีไปอย่างงง ๆ

ตอนนี้เหลือผมกับนนท์นั่งอยู่ด้วยกันสองคน ผมยิ่งกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก พอเห็นหน้านนท์แล้วผมก็ยิ่งรู้สึกผิด

“ขอบคุณนะครับพี่ภีม” แล้วนนท์ก็หันมาบอก

“เรื่องอะไร...?” ผมเอ่ยถามกลับไป

“ที่ทำแผลให้ผมวันก่อน” ผมได้ยินถึงกับตกใจ แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนนี้เลยด้วยซ้ำ นนท์รู้แล้วจริง ๆ ว่าเป็นผมไม่ใช่ไอ้ปั้น แล้วผมจะทำยังไงต่อไปดี...?

“พี่ขอโทษนะนนท์” ผมเลยตัดสินใจบอกกับนนท์ไป

“ขอโทษเรื่องอะไรครับ...? ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ภีม ที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด” นนท์บอกแล้วพยายามมองมาที่ผม พอเห็นสีหน้าของนนท์เป็นแบบนั้นแล้วผมถึงกับเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก ถ้านนท์โกรธผมยังจะดีกว่าเสียอีก อย่างน้อยผมก็จะได้ขอโทษนนท์ได้อย่างเต็มปาก แต่นี่นนท์ไม่โกรธแถมยังจะมาขอบคุณผมอีก

“ขอโทษที่โกหก พี่น่าจะบอกนนท์ตั้งแต่วันก่อนแล้วว่าเป็นพี่ ไม่ใช่ไอ้ปั้น แต่พี่มันขี้ขลาดไม่กล้าพูด พี่มันไม่เอาไหน คอยแต่เอาเปรียบนนท์” ผมพรั่งพรูออกมาจากความรู้สึกทั้งหมด แล้วผมก็สูดลมหายใจเข้าลึก

“พี่ชอบนนท์” ผมหักห้ามใจตัวเองไม่ไหวอีกต่อไปเลยบอกในสิ่งที่ผมอึดอัดมานานให้กับนนท์ฟัง พอนนท์ได้ยินก็นิ่งเงียบไป

“นนท์ไม่ต้องลำบากใจเพราะพี่หรอกนะ พี่ชอบนนท์ฝ่ายเดียวก็พอ” ผมรีบบอกกับนนท์ไป ผมไม่อยากให้นนท์ต้องมาลำบากใจเพราะผม   แต่แล้ว

“นนท์” เสียงเรียกนนท์ก็ดังขึ้น ผมจำเสียงนั้นได้ดีไอ้เหี้ยปั้นรีบเดินเข้ามาหา มันจ้องผมตาเขม็งอย่างไม่พอใจ

“พี่ไปก่อนนะนนท์” ผมบอกกับนนท์ไปโดยที่ไม่สนใจไอ้ปั้นเลย

ตอนนี้ผมรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก อย่างน้อยก็ได้ขอโทษนนท์ด้วยใจจริง ซึ่งผมเองก็รู้สึกผิดมาตลอด และที่สำคัญได้บอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้กับนนท์ฟัง ถึงแม้จะรู้ดีว่านนท์คงไม่รับรักผมตอบ แต่ผมก็ดีใจที่ได้บอกออกไป

++++++++++++++++++++++++

 

ปั้น.................

พอเลิกเรียนผมก็เดินมาหานนท์ที่โต๊ะเหมือนอย่างเคย แต่ที่ทำให้ผมหัวเสียก็คือ ผมเห็นไอ้เหี้ยภีมนั่งอยู่กับนนท์สองต่อสอง ผมจึงรีบเดินเข้าไปหา ผมมองหน้ามันอย่างไม่พอใจ มันก็มองหน้าผมกลับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“พี่ไปก่อนนะนนท์” มันบอกกับนนท์แล้วก็เดินออกไป

“ไอ้เหี้ยภีมมันพูดอะไรกับนายหรือเปล่า...?” ผมนั่งลงข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามกับนนท์

“เปล่าก็คุยกันตามปกติ แล้วนี่นายพักแล้วเหรอ...?” นนท์พยายามเลี่ยงพูดเรื่องอื่นแทน ผมมองใบหน้านนท์ก็รู้แล้วว่านนท์มีเรื่องในใจแน่ แต่นนท์ไม่ยอมบอก

เมื่อไหร่ไอ้บ้านั่นจะเลิกยุ่งกับนายเสียที ผมได้แต่บอกกับนนท์ในใจ

จนกระทั่งหลายวันต่อมา ผมก็ยังรู้สึกได้ว่านนท์ไม่ปกติ นนท์ไม่เหมือนเดิมเขามักจะนั่งเหม่อลอยเหมือนมีเรื่องคิดในใจอยู่ตลอด อ่านหนังสือได้แป๊บเดียวแล้วก็นั่งเหม่อต่อ

“นนท์นายเป็นอะไรไป...? หลายวันมานี้นายดูไม่สดชื่นเลยนะ” ผมเอื้อมไปกุมมือนนท์พร้อมกับเอ่ยถาม

“เปล่านี่ไม่มีอะไร” นนท์คลี่ยิ้มบอกแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

นายเป็นอะไรกันแน่นะนนท์ ไอ้เหี้ยภีมมันพูดอะไรกับนาย...? ผมรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

 

..........................................................

To be continue..................................

..........................................................

 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดคอยติดตามกันได้นะคะ

 

กราบขอบพระคุณที่กรุณาสนับสนุน

ขอบพระคุณที่กรุณาติดตามและคอยเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}